LOGINสิริภัทร หญิงสาวที่แอบหลงรัก สุดเขต หนุ่มรุ่นพี่มาตั้งแต่สมัยเรียน แต่เขากลับไม่เคยให้สถานะคำว่าแฟนกับเธอ และยังคงยึดติดกับ เซลีน่า อดีตคนรักเก่าที่เป็นนางแบบไฮโซผู้เพียบพร้อม สิริภัทรต้องทนเห็นสุดเขตจมอยู่กับความเศร้าและไม่ยอมเปิดใจให้ใคร แม้เธอจะพยายามอยู่เคียงข้างและแสดงความรู้สึก แต่เขากลับผลักไสและทำร้ายจิตใจเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งถึงจุดแตกหัก เมื่อสุดเขตเข้าใจผิดว่าสิริภัทรมีส่วนทำให้เซลีน่าเสียชีวิต และขับไล่เธอออกจากชีวิตด้วยถ้อยคำรุนแรง สิริภัทรที่เจ็บปวดแสนสาหัสจึงตัดสินใจจากไปพร้อมกับความลับที่เก็บงำไว้ นั่นคือเธอตั้งครรภ์ลูกของสุดเขต
View Moreหญิงสาวร่างอรชร ใบหน้ารูปไข่เฉี่ยวคมที่แต่งแต้มเครื่องสำอางเพียงบางเบา ทอดสายตาไปยังประตูบานใหญ่ของห้องจัดเลี้ยงคืนสู่เหย้ามหาวิทยาลัยด้วยความกระวนกระวาย
เธอนั่งรอมานานกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว แต่ก็ยังไร้แววของคนที่เธอเฝ้ารอ จนเพื่อนสนิทที่นั่งข้างๆ ต้องหันมามองด้วยความฉงน
“มองหาใครอยู่เหรอภัทร” เสียงใสของมีนาดังขึ้น ทำให้สิริภัทรต้องละสายตาจากประตูหันมามองเพื่อน
“ไม่มีอะไรหรอกมีน” สิริภัทรตอบปัด แต่ความรู้สึกในใจกลับตรงกันข้าม เธอกลั้นใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะแสร้งถามถึงคนที่เป็นต้นเหตุแห่งการชะเง้อคอย
“เออ... วันนี้พี่สุดเขตไม่มาเหรอ”
“เดี๋ยวคงมานะ” มีนาตอบพลางตักขนมของว่างส่งให้เพื่อน
“ภัทร! ทางนี้จ้า” เสียงเรียกจากกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่นดังขึ้น
“อิจฉาคนได้ทุนไปเรียนต่อโทจังเลยเนาะ”
"เกรช" เอ่ยแซวทันทีที่เธอนั่งลง
“แล้วเธอจะเดินทางเมื่อไหร่เหรอภัทร”
"กุ้งพลอย" ถามด้วยน้ำเสียงแกมริษยา
“อีกประมาณสองเดือนกว่าๆ จ้ะ” สิริภัทรตอบยิ้มๆ
“แล้วระหว่างที่รอจะไปเรียน ถ้าอยู่ว่างๆ มาช่วยงานพ่อเราที่โรงแรมก็ได้นะ” มีนาที่เดินตามมาสมทบเอ่ยชวนด้วยความหวังดี
“คงไม่ได้หรอก เราทำงานแล้ว... ที่เดียวกับแคทไง จำแคทได้ไหม”
เสียงทุ้มเข้มที่แทรกขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้สิริภัทรหัวใจกระตุกวูบ เธอหันไปมองเจ้าของเสียงด้วยความดีใจ แต่ก็ต้องรีบปรับสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุดเพื่อไม่ให้ใครจับพิรุธได้ โดยเฉพาะ คนตรงหน้า
สุดเขตปรากฏตัวในชุดสูทสากลสีเข้มทับเสื้อเชิ้ตตัวในที่ปลดกระดุมลงสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกและรูปร่างสูงใหญ่เด่นสง่า ใบหน้าคมเข้มติดจะดุของเขาทำให้เพื่อนๆ ในโต๊ะรีบยกมือไหว้ทักทาย
“พี่สุดเขต พวกเรากำลังรออยู่เลยค่ะ... ไงภัทร ดีใจหรือเปล่า” เพื่อนคนหนึ่งเอ่ยเย้า
สุดเขตไม่ตอบ แต่สายตาคมกริบกวาดมองร่างโปร่งบางในชุดแซกสีขาวลายดอกไม้สีชมพูอ่อนช้าๆ พลางนึกตำหนิ แต่ด้วยมารยาททางสังคม ชายหนุ่มจึงเอ่ยออกไปเพียงสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ยินดีด้วยนะภัทร ” แววตาของเขาช่างดูเย็นชาจนสิริภัทรรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ
“กุ้งพลอยก็ต้องฝึกงานก่อนรับตำแหน่งเหมือนกัน แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก บริษัทของพ่อเราเอง จากนั้นก็รับตำแหน่งที่พ่อวางไว้ให้เลย” กุ้งพลอยพูดแทรกขึ้นมาอย่างโอ้อวดจนเพื่อนๆ แอบเบ้ปาก
“ภัทร ถ้าเปลี่ยนใจจะย้ายงานก็บอกฉันได้นะ” กุ้งพลอยรีบบอกสิริภัทร สายตาทอดสะพานให้สุดเขตอย่างปิดไม่มิด
เมื่อบริกรนำอาหารจานแรกเข้ามาเสิร์ฟ การสนทนาที่ส่อแววบลัฟกันจึงยุติลง สิริภัทรขอตัวย้ายกลับมานั่งที่โต๊ะเดิมของเธอ โดยมีสุดเขตเดินตามมาติดๆ เขาเอื้อมมือมาเลื่อนเก้าอี้ให้หญิงสาวนั่งตามมารยาทสุภาพบุรุษ
“ขอบคุณค่ะ” เธอพึมพำขอบคุณเบาๆ
สุดเขตมักจะแสนดีและดูแลผู้หญิงทุกคนอย่างนี้เสมอ จึงไม่แปลกที่เพื่อนๆ ของสิริภัทรพากันหลงใหล แต่ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าไม่มีสิทธิ์ฝันไปถึงตำแหน่งภรรยา เพราะสุดเขตรักเดียวใจเดียวกับ เซลีน่านางแบบไฮโซ ผู้มีความเหมาะสมกับเขาทุกประการ ทั้งฐานะ การศึกษา และชาติตระกูล
สิริภัทรสนิทสนมกับสุดเขตมาตั้งแต่สมัยมัธยมเพราะเธอไปทำรายงานที่บ้านของมีนาบ่อยๆ และเธอเป็นคนแรกที่รู้เรื่องความสัมพันธ์ของเขากับเซลีน่าผ่านคำบอกเล่าของมีนา ในสายตาของคนนอก สุดเขตคือผู้ชายที่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สำหรับสิริภัทรในตอนแรก เธอคิดว่าเขาไม่ได้วิเศษขนาดนั้น แต่สุดท้ายเธอก็ต้องกลืนน้ำลายตัวเอง เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษาที่โดดเด่น ฐานะ หรือหน้าตา ชายหนุ่มคนนี้แทบไม่มีที่ติจริงๆ
“จะไปอังกฤษเมื่อไหร่” เสียงทุ้มทำลายความเงียบขึ้นมา
สิริภัทรหันไปมองด้วยความหลากใจ ปกติแล้วเธอต้องเป็นฝ่ายหาเรื่องชวนเขาคุยตลอด และเขาก็ไม่เคยรู้ทันแผนการเล็กๆ ของเธอเลย แต่อยู่ๆ วันนี้เขากลับเป็นฝ่ายทักก่อน
“อีกประมาณสองเดือนครึ่งค่ะ”
“แล้วที่ทำงานปัจจุบันเป็นไงบ้าง”
“ก็ดีค่ะ ได้ประสบการณ์ดี แต่ภัทรคงทำได้อีกไม่นานเพราะต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับไปอังกฤษ กลัวว่าถ้ากระชั้นชิดเกินไปจะมีเวลาเตรียมตัวน้อย”
“พูดซะสวยหรูเชียวนะ เตรียมตัวน้อย... ฮึ” ชายหนุ่มแค่นยิ้มค่อนขอด
เขารู้สึกหมั่นไส้หญิงสาวตรงหน้าทุกครั้งที่เธอทำตัวเรียบร้อยเกินเหตุเวลาอยู่ต่อหน้าเขา
“พี่สุดเขตเป็นอะไรรึเปล่าคะ” สิริภัทรถามอย่างไม่เข้าใจ เพราะปกติเขาจะสุภาพกับเธอในฐานะเพื่อนของน้องสาว
“ผู้หญิงทำไมชอบถามอะไรกำกวม ก็เห็นอยู่ว่าพี่ไม่ได้เป็นอะไรสักนิด” สุดเขตตอบด้วยน้ำเสียงรำคาญใจ
สิริภัทรเริ่มอารมณ์เสียกับท่าทีไร้เหตุผลของเขา นี่เขาคิดว่าเธอเป็นหนึ่งในผู้หญิงที่จะต้องคอยตามง้อตามเอาใจเขาหรือไง!
“ภัทรไม่ใช่กุ้งพลอยหรือคุณเซลีน่านะคะ กรุณาอย่าเอาคนอื่นมาเปรียบเทียบกับภัทร” หญิงสาวกระแทกเสียงอย่างหงุดหงิดพลางสะบัดตัวลุกขึ้นยืนแล้วเดินหนีออกจากโต๊ะทันที
เธอตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่บริเวณปีกตึกอันห่างไกลของมหาวิทยาลัย เพราะรู้ดีว่าเวลานี้ผู้คนจะไปกระจุกตัวอยู่แต่ในงานเลี้ยง และเธอต้องการอยู่เงียบๆ คนเดียวเพื่อสงบสติอารมณ์
สิริภัทรใช้เวลาในห้องน้ำไม่นานนัก เนื่องจากเธอแต่งหน้าเพียงบางเบา แค่ซับหน้าและทาลิปมันก็เรียบร้อย แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวเท้าเลี้ยวตรงหัวมุมทางเดินอันมืดสลัว จู่ๆ ก็มีมือหนาราวกับคีมเหล็กพุ่งเข้ามากระชากท่อนแขนของเธออย่างแรง ก่อนจะดันร่างโปร่งบางจนหลังกระแทกติดกำแพงตึก!
“พี่สุดเขต!” หญิงสาวอุทานด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้าง คาดไม่ถึงว่าสุภาพบุรุษอย่างเขาจะทำเรื่องป่าเถื่อนแบบนี้ได้
“คิดว่าพี่อยากแตะต้องตัวเธอนักเหรอไง” เขาเค้นเสียงกระซิบชิดใบหู สายตาคมเข้มกวาดมองสิริภัทรตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยาม
คำพูดดูถูกหลุดออกมาจากปากชายหนุ่มอย่างร้ายกาจ โดยปกติแล้วสุดเขตไม่ใช่คนที่จะพูดจาเหยียดหยามหรือกดหัวใคร ยิ่งกับผู้หญิงเขายิ่งไม่มีวันทำ แต่ท่าทางไม่แยแสและคำพูดกระทบกระเทียบที่จงใจตัดพ้อเปรียบเทียบเขากับคนอื่นของสิริภัทรเมื่อครู่ มันเหมือนเป็นการฉีกหน้าเขาอย่างรุนแรงต่อหน้าโต๊ะอาหาร และนั่นทำให้หน้ากากชายหนุ่มแสนดีของเขาหลุดลอยหายไปในทันที!
งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสสุดหรูหรา บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขและความยินดีของเหล่าแขกเหรื่อ กระทั่งเวลาสำคัญล่วงเลยมาถึง ส่งตัวเข้าหอ ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายต่างมอบพรให้อย่างอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความเมตตา“รักกันมากๆ นะลูก หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กัน น้องภัทรแต่งงานแล้วอย่าแสนงอนนักนะลูก... ตาเขต น้าฝากน้องด้วย คิดซะว่าเป็นทั้งเมียทั้งน้องนะลูก” คุณลดาวัลย์เอ่ยเตือนด้วยความรักและห่วงใย บ่าวสาวรับคำอย่างพร้อมเพรียง ก่อนจะก้มลงกราบตักผู้ใหญ่อย่างอ่อนน้อม“แม่ดีใจมากที่ได้น้องภัทรมาเป็นลูกสะใภ้ สุดเขตต้องรักน้องให้มากๆ นะ แล้วก็... รีบมีหลานให้แม่เยอะๆ นะ แม่จะเลี้ยงเองไม่บ่นเลยจ้ะ” คุณหญิงญาดาเอ่ยอย่างอารมณ์ดี พร้อมส่งยิ้มเอ็นดู ทำเอาสิริภัทรหน้าแดงแปร๋นซับสีเลือดด้วยความขินอายเมื่อผู้ใหญ่ทุกท่านก้าวออกจากห้องหอ ล็อกประตูปล่อยให้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของคู่บ่าวสาว สิริภัทรก็รีบลุกขึ้นจากเตียงทันทีด้วยความลุกลี้ลุกลน“จะไปไหนจ๊ะ... ที่รัก” สุดเขตฉุดข้อมือเรียวของภรรยาไว้ นัยน์ตาทอดมองด้วยความยั่วเย้า“ไปอาบน้ำค่ะ” สิริภัทรตอบหน้าแดง ก้มหน้างุดไม่ยอมสบตาคม“ให้พี่ช่วยรูดซิปให้ดีกว่านะ...”สุดเขตไม่
“ค่ะ...ภัทรตามใจพี่เขตทุกอย่าง แต่พี่ต้องรักษาตัวให้หายนะคะ นานแค่ไหนภัทรก็รอได้...” หญิงสาวรับคำโดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังตกหลุมดักที่สามีขุดไว้อย่างจัง!“ตามใจพี่ทุกอย่างจริงนะ...” สุดเขตถามย้ำเพื่อความแน่ใจ พอเห็นสิริภัทรพยักหน้า เขาก็หอมแก้มเธอฟอดใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ บดจูบลึกล้ำลงบนริมฝีปากบางอย่างอ้อยอิ่ง ละเลียดชิมความหวานผสานความปรารถนาที่ตื่นตัวขึ้นมาทันที!สิริภัทรจูบตอบรับสัมผัสของเขาด้วยความรักทั้งหมดที่มี สุดเขตผ่อนร่างบางให้นอนลงบนเตียงนุ่ม ตัวเขาผงกศีรษะขึ้นมอง สายตาคมเข้มทอดมองสบสายตาคู่งามอย่างมีความหมาย ก่อนจะกระซิบเสียงหวานพร่า“คราวนี้...พี่ขอลูกสาวนะคนดี”“เดี๋ยวค่ะพี่เขต!” สิริภัทรรีบเอามือยันอกกว้างไว้ หน้าแดงก่ำซับสีเลือดเมื่อรู้ความหมายในคำพูดและสายตาพราวเสน่ห์ของเขา“อะไรจ๊ะ...ที่รัก” สุดเขตถามอย่างนุ่มนวล ปัดปอยผมสลวยออกจากหน้าผากมนอย่างเบามือ“พี่เขตกำลังไม่สบายอยู่นะคะ”“ใครบอก...พี่สบายดีครับ” สุดเขตยืนยันหนักแน่น สายตาคมกริบทอดมองเรือนร่างใต้อาภรณ์ที่แปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่น แต่สิริภัทรก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ เพราะปักใจเชื่อคำบอกเล่าของเพื่อนสนิทว่าเขาป่วยหนัก“พี่เ
เมื่อกลับมาถึงบ้าน สิริภัทรย่องเบาๆ ไปยังห้องรับแขกที่สุดเขตยึดเป็นห้องนอนในช่วงหลายวันมานี้ เธอค่อยๆ ผลักประตูเข้าไปเบาๆ เพราะคิดว่าเขาคงหลับไปแล้ว แต่กลับต้องใจหายวาบเมื่อพบแต่ความว่างเปล่า ข้าวของเครื่องใช้ของเขาหายไปทั้งหมดสิริภัทรเดินเข้าไป เอามือลูบผ้าคลุมเตียงที่เย็นชืดด้วยความใจลอย แต่ขณะกำลังจะหมุนตัวกลับ สายตาของเธอดันไปสะดุดเข้ากับวัตถุชิ้นหนึ่งที่ตกอยู่ข้างเตียง หญิงสาวก้มลงหยิบมันขึ้นมาดู...มันคือรูปถ่ายของตัวเธอเอง ใบหน้างามหันมายิ้มให้กล้องอย่างเป็นธรรมชาติ ผมยาวสลวยปล่อยสยายเคลียไหล่ มันคือรูปของเธอเมื่อสามปีก่อน!สุดเขตไปเอามาจากไหนกัน แล้วเธอก็นึกออก...รูปนี้เคยวางอยู่ที่หัวเตียงในห้องนอนของเธอ ก่อนที่เธอจะเดินทางไปเรียนต่อฝรั่งเศส ชายหนุ่มคงแอบหยิบมันมาเก็บไว้ สิริภัทรบรรจงวางรูปนั้นไว้ที่หัวเตียง ก่อนจะตัดสินใจเดินกลับขึ้นห้องนอน ไปหอบหมอนและผ้าห่มของตัวเอง ลงมานอนที่ห้องพักแขกห้องนี้ ห้องที่มีกลิ่นกายของเขาตกค้างอยู่ทางด้านฐากูลและแคเธอริน ทั้งสองตัดสินใจแวะไปที่บ้านของสุดเขต เพราะอยากช่วยปลอบใจเพื่อน และก็เป็นอย่างที่คิด สุดเขตนั่งนิ่งอยู่ในห้องรับแขกที่มืดมึน
“มามี้!” น้องคุณส่งเสียงเรียกคุณแม่คนสวย ท่าเดินเตาะแตะน่าเอ็นดูทำให้สิริภัทรรีบวิ่งเข้าไปอุ้มลูกชายตัวน้อยขึ้นมาไว้ในอ้อมกอด“อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอครับ...มาให้คุณแม่ทาแป้งก่อนนะคะ” สิริภัทรวางลูกลงบนเก้าอี้เด็ก หันไปหยิบกระป๋องแป้งมาทาแก้มยุ้ยจนขาววอก น้องคุณหัวเราะร่า ชอบใจใหญ่ ก่อนจะเอานิ้วจิ้มแป้งในมือคุณแม่ไปละเลงลงบนใบหน้าบึ้งตึงของคุณพ่อ จนสุดเขตหลุดยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้“อ้าว...พ่อ แม่ ลูก อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเชียว” คุณหญิงญาดาเดินเข้ามาพร้อมกับคนใช้ที่หอบกล่องของเล่นชิ้นใหญ่มาให้หลานชาย“สวัสดีค่ะคุณป้า” สิริภัทรยกมือไหว้คุณหญิงญาดา แล้วหันไปสอนลูกชายให้ยกมือไหว้คุณย่า แต่น้องคุณที่เห็นกล่องของเล่นก็รีบตบมือร่าด้วยความดีใจ“ต้องเรียกแม่สิจ๊ะ” คุณหญิงญาดาท้วงด้วยรอยยิ้ม แล้วอุ้มหลานชายมากอดด้วยความรักใคร่ สักพักคุณลัดดาวัลย์ มารดาของสิริภัทรก็เดินตามเข้ามาสมทบ“อะไรครับแม่” สุดเขตถามเมื่อเห็นมารดายื่นการ์ดเชิญหรูหรามาให้“บัตรละครการกุศลของตาฐาและหนูแคทไงจ๊ะ แม่เหมามาตั้งหลายใบ แถวหน้าทั้งนั้นเลย ตาเขตพาน้องภัทรไปด้วยนะลูก แม่บอกท่านผู้หญิงไว้แล้ว” คุณญาดาจัดการสรุปเสร็จสร











