เข้าสู่ระบบบริษัทนิธิรา ช่วงบ่ายของวัน
ศิลากำลังจดจ่อคร่ำเครียดอยู่กับงานพอเหลือบเห็นหญิงสาวคุ้นเคยเดินเข้ามาก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม ใบหน้าตึงเครียดเมื่อสักครู่ก็คลายลงในทันที
“วันนี้ไม่ออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนเหรอถึงมาหาพี่ได้”
“ลินจะชวนพี่ศิลาออกไปเลือกซื้อของให้คุณพ่อค่ะ พรุ่งนี้วันเกิดคุณพ่อแล้วลินยังไม่รู้จะเอาอะไรเป็นของขวัญให้คุณพ่อเลย แต่ตอนที่ลินเดินเข้ามาดูหน้าพี่ศิลาไม่ค่อยจะอารมณ์ดีเลยนะคะ สงสัยลินต้องไปคนเดียวแล้ว” หญิงสาวเอ่ยหยอก เธอเห็นอยู่ว่าตอนเข้ามาในห้องเห็นใบหน้าตึงเครียดของชายหนุ่มก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มสดใสให้เธอ
“เวลาทำงานพี่ก็จริงจังแบบนี้แหละ งั้นรอพี่อีกแป๊บได้มั้ยเดี๋ยวพี่เคลียร์งานที่อยู่บนโต๊ะให้เสร็จก่อน ไม่เกินครึ่งชั่วโมง…พี่สัญญา”
“ได้ค่ะ งั้นลินไปหาคุณลุงก่อนนะคะ” หญิงสาวพยักหน้ายิ้มรับก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานศิลาตรงไปยังห้องทำงานของวราวิตร์แทน
หลังจากที่ไพลินออกไปได้ไม่นานก็มีสายโทรเข้ามาจากแสงรวี ศิลากดรับสายผู้เป็นแม่อย่างไม่รีรอ ทันทีที่แม่ของเขาเอ่ยถึงว่านดาวก็ทำให้ชายหนุ่มหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้ง
“นะศิลา เดี๋ยวแม่จะให้คนขับรถไปส่งหนูว่านที่บริษัท ลูกช่วยพาน้องไปเดินซื้อของหน่อยสิเผื่อน้องอยากได้อะไรเพิ่ม”
“เด็กคนนั้นทำอะไรเองไม่เป็นหรือไงครับ โตขนาดนี้แล้วยังต้องให้ผมช่วยเลือกของให้อีกเหรอ แม่ก็ให้แม่บ้านสักคนไปกับเธอสิ อีกอย่างวันนี้ผมนัดกับลินไว้แล้ว ถ้าพาว่านดาวไปด้วยแม่จะให้ผมแนะนำว่านดาวในฐานะอะไรครับ”
“อ้าวเหรอ งั้นก็ไม่เป็นไร”
“ไม่เป็นไรค่ะคุณป้า ว่านไปคนเดียวได้ค่ะ”
ไม่ทันที่แสงรวีจะได้พูดต่อก็มีเสียงของว่านดาวแทรกขึ้นมาในสาย หญิงสาวรู้ดีว่าศิลาไม่เต็มใจที่จะไปกับเธออยู่แล้วและเธอก็ไม่ได้ต้องการให้ชายหนุ่มไปกับเธอด้วย ศิลาพอได้ยินเสียงของว่านดาวก็รีบกล่าวตัดบทเพื่อจะวางสายเช่นกัน
“เห็นมั้ยครับว่าลูกสาวคนใหม่ของแม่เก่งแค่ไหน โตขนาดนี้ถ้าไปไหนมาไหนคนเดียวไม่ได้ก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว แค่นี้นะครับผมต้องเคลียร์งานต่อ” ศิลารีบวางสายไปก่อนโดยไม่รอให้ผู้เป็นแม่ตอบรับ แสงรวีเห็นท่าทีที่ลูกชายแสดงออกต่อว่านดาวก็รู้สึกเห็นใจเหนื่อยใจเป็นอย่างมาก
“เอาอย่างนี้มั้ยเดี๋ยวป้าจะไปเป็นเพื่อนหนูเอง วันนี้พี่ศิลาเขางานยุ่งน่ะปลีกตัวไปไหนไม่ได้เลย”
“ไม่เป็นไรค่ะว่านไปคนเดียวได้จริงๆ วันนี้เพื่อนคุณป้าจะมาหาด้วยอย่าต้องยกเลิกนัดเพราะว่านเลยนะคะ”
“งั้นก็ได้ป้าตามใจหนูแล้วกัน อยากได้อะไรหนูก็ซื้อเลยนะไม่ต้องเกรงใจ” แสงรวียื่นเงินจำนวนหนึ่งให้กับหญิงสาว
“ไม่ต้องหรอกค่ะว่านมีของว่านอยู่” หญิงสาวรีบปฏิเสธ
“อย่าคิดเล็กคิดน้อยเลย เมื่อหนูเข้ามาอยู่ในบ้านนิธิราหนูก็คือคนของนิธิรา ลุงกับป้าก็รับปากพ่อหนูไว้แล้วว่าจะดูแลหนูเป็นอย่างดี หนูก็อย่าให้เสียความตั้งใจของพ่อหนูสิ เอาไปซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ใส่นะ วัยอย่างหนูควรได้แต่งตัวดีๆ ใช้ชีวิตดีๆ ถึงจะถูก”
“ก็ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ” ว่านดาวจำยอมรับน้ำใจนี้ไว้ เธอยกมือไหว้ขอบคุณแสงรวีอย่างรู้ความ เพื่อความสบายใจของผู้ใหญ่ได้แต่ยอมตามน้ำไปก่อน
ช่วงเย็นของวัน ณ ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง
ระหว่างที่ศิลารอไพลินเลือกซื้อของอยู่นั้นก็เหลือบไปเห็นว่านดาวที่กำลังเลือกซื้อของอยู่ร้านฝั่งตรงข้ามเช่นกัน ดูเหมือนว่าหญิงสาวจะมาคนเดียวตามที่เขาได้ยินก่อนหน้านี้จริงๆ สายตาจ้องอยู่ที่ว่านดาวอย่างไม่ลดละก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อไพลินสะกิดมาที่แขน
“มองอะไรอยู่คะ”
“ไม่มีอะไร” ศิลาละสายตาหันมายิ้มตอบ พอหันกลับไปอีกทีก็ไม่เห็นว่านดาวแล้ว หลังจากที่ทั้งคู่เลือกซื้อของเสร็จก็พากันไปทานมื้อเย็น ต่อด้วยดูหนัง และใช้เวลาอยู่ด้วยกันอีกสักพักก่อนจะพากันกลับ
ศิลากลับมาถึงบ้านหลังจากที่ส่งไพลินกลับบ้านของเธอเรียบร้อย พอมาถึงก็เห็นผู้เป็นแม่กำลังออกจากบ้านด้วยท่าทีร้อนใจก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“นี่ค่ำแล้วนะครับแม่จะไปไหนอีก”
“ศิลานะศิลา แม่โทรหาทำไมไม่รับเลย” แสงรวีตำหนิไปที่ลูกชาย
“ผมไปดูหนังก็เลยปิดเสียงไว้ แล้วตกลงมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเหรอครับ”
“ก็หนูว่านนะสิถูกมอเตอร์ไซค์เฉี่ยวเอาตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล แม่ก็เลยจะรีบไปโรงพยาบาลนี่แหละ”
“งั้นผมไปเองแม่รออยู่ที่บ้านดีกว่า”
“ก็ดีเหมือนกัน แล้วอย่าไปดุใส่น้องอีกล่ะ”
“รู้แล้วครับ” ชายหนุ่มรีบรับคำ เมื่อได้ข้อมูลว่าว่านดาวอยู่โรงพยาบาลไหนก็รีบขับรถตรงไปหาหญิงสาวทันที ชายหนุ่มรู้สึกผิดในใจเล็กน้อยเพราะถ้าวันนี้เขาไม่ปฏิเสธคำขอของผู้เป็นแม่บางทีว่านดาวอาจจะไม่ต้องเจออุบัติเหตุนี้ก็ได้
ศิลาใช้เวลาไม่นานก็มาถึงโรงพยาบาล พอมาถึงก็เห็นว่านดาวนั่งรอเงียบๆ อยู่คนเดียว ภาพหญิงสาวที่เขาเห็นตอนนี้ช่างดูโดดเดี่ยวนัก ความรู้สึกผิดก็ถาโถมเข้ามาในใจชายหนุ่มอีกครั้ง ที่ข้อศอกและข้อเท้าของเธอถูกพันไว้ด้วยผ้าพันแผล ดูท่าว่าหญิงสาวเองจะเจ็บอยู่ไม่น้อย
“เป็นอะไรมากมั้ย”
ว่านดาวแหงนหน้าขึ้นมองตามเสียงที่ได้ยิน น้ำเสียงที่เคยดุดันแข็งกระด้างของศิลานั้นวันนี้กลับเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลดูอบอุ่น ไหนจะสายตาเป็นประกายมองมาที่เธอด้วยความอ่อนโยนนั้นอีก แทบจะเป็นคนละคนที่เธอได้เจอในตอนเมื่อวานเลย
“ข้อศอกถลอกและก็ขาเพลงนิดหน่อยค่ะ”
“ไหนว่าออกไปซื้อของ..แล้วของล่ะอยู่ไหน"
“ของในห้างมีแต่แพงๆ จะซื้อก็เสียดายเงิน ไว้ค่อยไปหาซื้อตามตลาดนัดดีกว่า” หญิงสาวตอบอย่างตรงไปตรงมา
"แล้วนี่ลุกไหวมั้ย”
“ไหวค่ะ” หญิงสาวยิ้มรับพร้อมกับกัดฟันค่อยๆ ดีดตัวลุกขึ้น แต่ด้วยข้อเท้าแพลงจึงไม่สามารถยืนหยัดด้วยตัวเองได้ ศิลาเมื่อเห็นหญิงสาวจะล้มก็รีบเข้ามาประคองไว้ในทันที
“เดินไม่ได้แล้วยังจะปากดีอีก” ทันทีที่พูดจบก็อุ้มตัวหญิงสาวมาไว้ในอ้อมแขน
“ไม่ต้องอุ้มก็ได้ค่ะ ตรงนั้นมีรถเข็นอยู่เดี๋ยวฉันนั่งรถเข็นเอาก็ได้”
“อย่าเรื่องมากได้มั้ย” ศิลาตำหนิไปที่ว่านดาวอีกครั้งรีบอุ้มหญิงสาวไปยังรถ ในใจก็นึกสงสัยว่าเหตุใดตัวหญิงสาวถึงได้เบาถึงเพียงนี้ ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงเนื้อหนังที่ผอมแห้งของว่านดาวได้อย่างชัดเจน ทั้งคู่ใช้เวลาไม่นานนักก็กลับมาถึงบ้านนิธิรา
แสงรวีรออยู่ที่บ้านด้วยความกังวล พอเห็นศิลาอุ้มว่านดาวเข้ามาในบ้านก็รีบเข้าไปถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง ถึงขั้นต้องอุ้มเช่นนี้ก็แปลว่าอาการบาดเจ็บคงหนักอยู่ไม่น้อย
“เจ็บหนักขนาดนี้เลยเหรอหนูว่าน”
“แค่ข้อเท้าแพลงค่ะไม่ได้เป็นอะไรมาก”
“งั้นศิลาอุ้มน้องไปส่งที่ห้องน้องหน่อยสิ หรือจะให้แม่เป็นคนอุ้ม” แสงรวีเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นผู้เป็นลูกชายขมวดคิ้วตั้งคำถาม
“ได้ครับ ก็อุ้มมาตั้งแต่โรงพยาบาลแล้วนี่” ชายหนุ่มเอ่ยประชด ยังไงก็ขัดคำสั่งผู้เป็นแม่ไม่ได้อยู่แล้ว
พอมาถึงห้องศิลาก็ค่อยๆ วางว่านดาวลงบนเตียงนอนด้วยความระมัดระวัง ว่านดาวนึกคิดในใจถ้าศิลาแสดงความอ่อนโยนกับเธอเหมือนเช่นตอนนี้คงจะเป็นเรื่องที่ดีมาก ไม่ใช่เอาแต่ตั้งแง่ว่าเธอมาอยู่ที่บ้านนิธิราก็เพื่อแค่หวังผลประโยชน์อย่างเดียว
“ขอบคุณค่ะ”
“ก็ยังดีที่รู้จักขอบคุณเป็นด้วย เธอก็พักผ่อนได้แล้ว”
“คุณศิลา? ฉันรู้ว่าคุณไม่ชอบฉัน แต่ฉันไม่ได้จะมาที่นี่เพื่อหวังอะไรจากครอบครัวคุณจริงๆ นะคะ ฉันอยากขอร้องคุณ ขอให้ฉันได้ตั้งหลักอยู่ที่บ้านคุณรอให้ทุกอย่างลงตัวก่อน ฉันสัญญาค่ะว่าจะออกจากบ้านคุณในทันที ฉันยอมรับว่านอกจากบ้านนิธิราแล้วก็ไม่มีที่อื่นให้ฉันได้พึ่งพิงจริงๆ ฉันให้แหวนประจำตระกูลคืนคุณตอนนี้เลยก็ได้ แต่ขอให้ฉันอยู่ที่บ้านหลังนี้ต่ออีกสักหน่อยได้มั้ยคะ”
แววตาใสซื่อแสดงความจริงใจของว่านดาวทำให้ศิลาโอนอ่อนลง ถึงแม้ว่าหญิงสาวจะพูดแบบนั้นแต่สำหรับชายหนุ่มแล้วก็ยังรู้สึกไม่สมเหตุสมผลอยู่ดี แต่เมื่อทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว ต่อจากนี้ก็ได้แต่จับตาดูหญิงสาวต่อไป ถ้าเธอทำให้เขาเห็นว่าการมาของเธอไม่ประสงค์ดีแม้แต่ครั้งเดียว เขาเองก็พร้อมจะไล่เธอออกจากบ้านนิธิราเช่นกัน
“เรื่องแหวนเธอเก็บไว้ก่อนเถอะ ฉันไม่อยากให้พ่อแม่ฉันต้องมาว่าฉันที่เอาแต่รังแกเธอ แต่ยังไงฉันก็ไม่ยอมรับเรื่องการหมั้นอยู่ดี เธอไม่ต้องคาดหวัง…เข้าใจมั้ย?”
“เข้าใจค่ะ ฉันเองก็ยังไม่อยากมีคู่หมั้นที่แก่เหมือนกัน” หญิงสาวหน้ามุ่ยพึมพำตอกกลับ
“เธอว่าอะไรนะ ใครแก่?”
“คุณหูแว่วแล้ว คุณให้ฉันพักผ่อนไม่ใช่เหรอก็ออกไปสิคะ” หญิงสาวรีบเปลี่ยนเรื่อง ไม่คิดว่าคำพึมพำของเธอนั้นจะทำให้ชายหนุ่มหูดีได้ยินด้วย
ศิลาลงจากบันไดก็เห็นแสงรวีรออยู่ ชายหนุ่มรู้ดีว่าผู้เป็นแม่ยังคงมีเรื่องที่อยากจะคุยต่อ และก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของว่านดาวเช่นเคย
“เดือนหน้ามหาลัยก็เปิดเทอมแล้ว ศิลาช่วยจัดการเรื่องเรียนให้น้องหน่อยนะ แม่ได้ยินมาว่าน้องต้องออกจากมหาลัยเพราะพ่อป่วย ในเมื่อเรารับปากจะดูแลแล้วก็ต้องทำให้ดีที่สุด แม่ยกให้ศิลาเป็นผู้ปกครองหนูว่านแล้วกัน เรียนที่เดียวกันกับหนูไพลินนี่แหละ ศิลาปกติไปรับหนูไพลินอยู่แล้วก็จะได้รับหนูว่านกลับบ้านด้วยเลย เดิมทีพรุ่งนี้งานวันเกิดคุณอำนาจพ่อกับแม่ตั้งใจจะพาหนูว่านไปงานบอกให้ทุกคนรู้ว่าหนูว่านเป็นเด็กที่ครอบครัวเรารับอุปการะแต่ก็มาเกิดเรื่องขึ้นซะก่อน”
“ทำไมแม่ต้องให้ผมรับผิดชอบเด็กคนนั้นด้วยครับ”
“งั้นศิลาก็เลือกเอาว่าจะเป็นผู้ปกครองหรือเป็นคู่หมั้น เอาสักอย่างแม่จะได้บอกคนอื่นถูก”
“โอเคครับผมยอมแล้ว เอาเป็นว่าเรื่องเรียนเดี๋ยวผมจัดการให้ ไม่มีอะไรแล้วใช่มั้ยครับงั้นผมขอตัวก่อนแล้วกัน" ศิลาพยักหน้ารับด้วยความจำยอม ดูเหมือนว่าตอนนี้ชายหนุ่มจะไม่มีสิทธิ์มีเสียงเลยแม้แต่น้อย
1 เดือนต่อมา ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง
ไพลินนั่งสนทนาอยู่กับกลุ่มเพื่อนด้วยความเพลิดเพลินพอเห็นรถของศิลาขับเข้ามาจอดก็รีบลุกไปหาชายหนุ่มอย่างไม่รีรอ พอเห็นว่าว่านดาวลงจากรถมาพร้อมกับชายหนุ่มใบหน้าที่ยิ้มแย้มก็คลายลงทันที เธอเองก็พอรู้เรื่องของว่านดาวมาบ้าง แต่พอเห็นว่าต่อไปข้างกายศิลาไม่ได้มีแค่เธออีกแล้วก็รู้สึกหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก
“มาแล้วเหรอคะ” ไพลินฝืนยิ้มทักทายศิลาด้วยความสดใส หญิงสาวเดินเข้าไปควงแขนชายหนุ่มไว้พร้อมกับหันไปยิ้มทักทายว่านดาวด้วยเช่นกัน
“ได้เจอตัวจริงกันสักทีนะ ลิน…นี่ว่านดาว เป็นลูกสาวอาบรรจงที่พี่เคยเล่าให้ฟัง ว่านดาวนี่ไพลิน เป็นลูกสาวของอาอำนาจน่ะ” ศิลาแนะนำคนทั้งคู่ให้รู้จักกัน
“ยินดีที่ได้รู้จักนะว่านดาว พี่ศิลาบอกเราอายุเท่ากัน ต่อไปก็มาเป็นเพื่อนกันนะ ว่านดาวคงไม่ถือว่าฉันเป็นรุ่นพี่เพราะเรียนก่อนใช่มั้ย” ไพลินกล่าวทักทายอย่างเป็นมิตร
“ยินดีที่ได้รู้จักคุณไพลินเหมือนกันค่ะ งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะพึ่งมาเรียนที่นี่อยากเดินสำรวจมหาลัยหน่อย”
หญิงสาวยิ้มรับก่อนจะขอตัวเดินออกจากคนทั้งคู่ไป ว่านดาวเห็นท่าทีสนิทสนมของศิลากับไพลินก็พอเดาสถานะคนทั้งคู่ได้ ที่ชายหนุ่มปฏิเสธเรื่องหมั้นหมายกับเธอคงไม่ใช่แค่เพราะไม่ชอบเธออย่างเดียว แต่คงเป็นเพราะมีหญิงสาวในใจแล้วด้วยเหมือนกัน
3 วันต่อมา บริษัท Accessories Designอารันเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศตั้งแต่เช้า พอมาถึงก็เห็นกล่องขนมคุกกี้ที่คุ้นเคยวางอยู่บนโต๊ะทำงานของตัวเองจึงรีบกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมา“คิดอะไรอยู่เนี่ยอารัน” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง พอนั่งลงที่เก้าอี้ก็ถูกเพื่อนสาวที่ทำงานเอ่ยแซวขึ้นมา“คุกกี้หน้าตาเหมือนปีที่แล้วเลยนะคะ คนเอามาให้ก็คนเดิมด้วย”“ว่าไงนะ! ไพลินมาที่นี่เหรอ” อารันอุทานออกมาอย่างเสียงดัง ใจก็เริ่มเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ“ที่แท้คนสวยคนนั้นชื่อไพลินนี่เอง ไปหาเธอสิคะ เธอรอพี่อยู่สวนข้างออฟฟิศนี่เอง”พอได้ยินว่าไพลินอยู่ที่ไหนชายหนุ่มก็ไม่รอช้ารีบวิ่งออกไปหาทันที พอไปถึงก็เห็นหญิงสาวกำลังยืนยิ้มให้อยู่ก็เผยยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ“กลับมาแล้วเหรอ” ชายหนุ่มถามอย่างเหนียมอาย การเจอกันครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนนัก“ค่ะกลับมาแล้ว พึ่งถึงเมื่อคืนนี่เอง ต่อไปมีอะไรก็คุยต่อหน้าไม่ต้องโทรหากันแล้วเนาะ” คำพูดของไพลินทำอารันยิ้มกว้างออกมาในทันที ทั้งสองต่างรู้ดีว่าความรู้สึกที่มีให้อีกคนพิเศษมากแค่ไหน เพียงแค่ก่อนหน้านี้เป็นความสัมพันธ์ระยะไกลแค่นั้น แต่เมื่อหญิงสาวกลับมาแล้วอารันก็พร้อ
1 ปีต่อมาเสียงของนาฬิกาปลุกดังจนรบกวนว่านดาวที่ยังคงนอนไม่อยากตื่น หญิงสาวรีบเลื่อนมือควานหาต้นตอของเสียงที่ยังคงดังอยู่เพื่อปิดเสียงเตือนไว้ พอจะเคลิ้มหลับอีกครั้งเสียงเรียกเข้าของมือถือก็ดังขึ้นมาอีก ดูเหมือนว่าเธอต้องจำใจต้องลุกจากที่นอนแล้ว พอหยิบมือถือขึ้นมาเห็นเป็นเบอร์ของพอลล่าผู้เป็นเจ้านายก็รีบกดรับ“พี่พอลล่าวันนี้วันหยุดว่านนะคะ” หญิงสาวน้ำเสียงงัวเงีย แม้แต่วันหยุดก็ยังถูกโทรตามงาน“ว่านลืมแล้วเหรอวันนี้ต้องไปหาลูกค้าคุยเรื่องออกแบบแปลนบ้านน่ะ ตอนนี้ลูกค้าเขาโทรมาเร่งพี่แล้ว” ว่านดาวเบิกตาโตด้วยความตกใจ ดูเหมือนเธอจะลืมจริงๆ ว่าวันนี้มีนัดสำคัญ พอรู้ตัวก็รีบวางสายอาบน้ำแต่งตัวไปหาลูกค้าที่รออยู่ทันทีว่านดาวมาถึงสถานที่นัดหมายยืนกดกริ่งหน้าบ้านสักพักก็มีคนมาเปิดประตู พร้อมกับเชิญเธอเข้าไปในบ้านเพื่อพบกับลูกค้าของเธอ หญิงสาวเข้ามาก็เผยยิ้มให้กับบรรยากาศอบอุ่นภายในบ้าน พอเดินดูรอบๆ แปลนบ้านหลังนี้จะดูคุ้นตาหญิงสาวมากนัก ระหว่างที่ครุ่นคิดอยู่นั้นศิลาก็เข้ามาสวมกอดเธอไว้จากด้านหลัง“คุณว่านดาวปล่อยให้ลูกค้ารอนานเกินไปแล้วนะ” ศิลากระซิบที่ข้างหูก่อนจะจูบฟอดใหญ่ไปที่แก้มของหญิ
“เธอจะกลับพร้อมฉันหรือจะอยู่กับเขาต่อ”“กลับกับคุณค่ะ พี่รันถ้าชมพู่มาแล้วฝากบอกด้วยนะคะว่าฉันกลับก่อน” ว่านดาวเลือกที่จะกลับกับศิลา เธอไม่อยากให้เรื่องราวบานปลายไปมากกว่านี้ และก็รู้สึกผิดต่ออารันและเพื่อนสาวของเธอด้วยที่ทำเรื่องยุ่งยากใจให้หลังออกมาจากสถานเริงรมย์ศิลาก็ขับรถมาส่งว่านดาวที่คอนโด ระหว่างทางชายหนุ่มเอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จาทำว่านดาวอึดอัดเป็นอย่างมาก ขึ้นมาส่งที่หน้าห้องก็ยังชักสีหน้าไม่สบอารมณ์ต่ออีก“คุณโกรธฉันเหรอคะ ฉันไม่ได้ไปกับพี่รันแค่สองคนจริงๆ ถ้าคุณรออีกหน่อยชมพู่ก็กลับมาแล้ว หรือถ้าคุณไม่เชื่อฉันโทรหาชมพู่ตอนนี้เลยก็ได้”“ฉันไม่ได้โกรธที่เธออยู่กับเขา อ๊ะก็ยอมรับนั่นแหละว่าไม่พอใจบ้าง แต่ฉันไม่ชอบที่เธอโกหกมากกว่า เธออยู่ที่ไหน ทำอะไรหรืออยู่กับใครเธอก็บอกมาเลยไม่เห็นต้องโกหกนี่ ฉันไม่ได้งี่เง่าที่จะไม่ฟังเธอสักหน่อย” ชายหนุ่มตำหนิไปที่หญิงสาว ว่านดาวเองพอถูกศิลาว่าให้ก็หน้างอคิ้วขมวดรีบตอกกลับชายหนุ่มในทันที“ทำท่าอะไรของคุณ จริงๆ แล้วฉันจะทำอะไรอยู่กับใครไม่ได้เกี่ยวกับคุณสักหน่อย คุณอย่าลืมสิว่าฉันยังไม่ตอบตกลงคบกับคุณเลย แล้วคุณมาจุกจิกเรื่องของฉันทำไม
“เธอว่าอะไรนะ” อารันย้ำคำถามของไพลินอีกครั้ง เห็นหญิงสาวเอาแต่จ้องเขาก็รู้สึกแปลกใจ“อ่อ…เปล่าค่ะ ว่าแต่พี่มาหาฉันทำไมคะ”“ก็ช่างที่อู่โทรหาเธอไม่ติดก็เลยมาหาฉันช่วยตามเธอให้หน่อย รถเธอซ่อมเสร็จแล้วไปเอาได้เลย”“ฉันลืมไปเลยขอบคุณนะคะที่มาบอก ตั้งแต่พ่อเข้าโรงพยาบาลฉันก็ไม่ได้จับมือถือสักครั้งเอาแต่กังวลเรื่องของพ่อ งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าฉันไปเอารถค่ะ”“อืม ฉันจะมาบอกแค่นี้แหละ งั้นกลับก่อนนะ” เมื่อเสร็จธุระแล้วก็ต้องบอกลา แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องหันกลับมาหาหญิงสาวอีกครั้ง“อย่ากังวลไปเลยพ่อเธอไม่เป็นอะไรหรอก เธอก็ต้องดูแลตัวเองป่วยไปอีกคนจะทำยังไง ต่อให้ไม่หิวเธอก็ต้องฝืนกิน…เข้าใจมั้ย”“ฉันถือว่าเป็นคำปลอบใจแล้วกันนะคะ ขอบคุณมากนะคะสำหรับเรื่องรถ เสียดายที่พรุ่งนี้ฉันต้องบินกลับอเมริกาแล้วไม่งั้นคงได้เลี้ยงข้าวตอบแทนพี่สักมื้อ”“จะกลับแล้วเหรอ”“ค่ะ อีกเทอมก็จะจบแล้วทิ้งไปตอนนี้ก็เสียดาย”“งั้นก็เดินทางปลอดภัยนะ เธอไปหาพ่อเถอะฉันจะกลับแล้ว” ชายหนุ่มบอกลาอีกครั้งก่อนจะเดินจากไปไพลินเผยยิ้มมองแผ่นหลังอารันที่เดินจากไปก็ได้แต่สงสัย ทำไมอารันตอนนี้ถึงได้ดูอบอุ่นมีน้ำใจซึ่งต่างจากอาร
“คุณมาทำไม” ว่านดาวกลั้นยิ้มมองไปทางอื่นไม่ให้ศิลาจับได้ว่าเธอกำลังดีใจที่ได้เจอเขา“เห็นเธอยิ้มนึกว่าดีใจซะอีกที่ฉันมา"“ฉันยิ้มตอนไหนกัน”"ไม่ยิ้มก็ไม่ยิ้ม ฉันเข้าไปหน่อยได้มั้ยมีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ”“ก็เข้ามาสิมาได้มัดขาไว้สักหน่อย”ว่านดาวเดินไปหยิบน้ำที่ตู้เย็นเอามาให้กับศิลาที่นั่งรออยู่ที่โซฟา เธอเริ่มสังเกตเห็นว่าใบหน้าของชายหนุ่มมีความอึดอัดซ่อนอยู่ หรือจะมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้น“ฉันไม่ได้ทำงานที่Accessories Designแล้วนะ ฉันขายหุ้นให้เพื่อนไปแล้วเดี๋ยวพี่พอลล่าก็คงจะบอก ฉันเองก็ไม่เข้าใจเรื่องดีไซน์ออกแบบอยู่แล้วฝืนทำไปก็เป็นตัวถ่วงบริษัทเปล่าๆ ให้คนที่เขาเก่งเรื่องนี้มาทำต่อดีกว่า”“ถ้ารู้ว่าไม่มีใจรักตั้งแต่แรกจะฝืนทำไม”“นี่เธอบ่นให้ฉันอยู่เหรอ” ศิลาเผยยิ้มมองไปที่ว่านดาวด้วยความเอ็นดู เห็นชัดๆ ว่าหญิงสาวกำลังตำหนิเขาอยู่“ฉันก็พูดรวมๆ ถ้าคุณไม่ใช่คนแบบนั้นก็อย่าใส่ใจสิ”“แต่ที่ฉันซื้อหุ้นAccessories Designก็เพราะใจรักนี่แหละ ฉันยอมรับว่าเอาเรื่องงานมาอ้างเพื่อจะได้เจอเธอทุกวัน ที่ยอมซื้อหุ้นทั้งๆ ที่ตัวเองทำงานไม่เป็นก็เพราะอยากอยู่กับเธอไง”“เพราะฉันเหรอคะ?” ว่านดาวไม่อยา
“ทำไมเขามาอยู่นี่” ศิลาถามว่านดาวด้วยความเคลือบแคลง อารันเองก็ไม่อยากให้ศิลาเข้าใจผิดจึงรีบตอบคำถามนั้นแทนหญิงสาว“ผมแค่มาส่งว่าน…"“ฉันไม่ได้ถามนาย ว่าไงว่านดาวบอกได้หรือยังว่าทำไมเขามาอยู่ที่ห้องเธอ” ศิลาตวาดไปที่อารันก่อนจะหันมาย้ำถามว่านดาวอีกครั้ง“พี่รันจะมาอยู่ที่ห้องฉันได้ยังไง เราจะทำอะไรกันก็ไม่เห็นเกี่ยวกับคุณสักหน่อย” หญิงสาวตวาดกลับ แม้ในใจจะกังวลว่าศิลาจะเข้าใจผิด แต่เธอก็ไม่เข้าใจตัวเองอยู่ดีว่าทำไมต้องประชดชายหนุ่มด้วย“ฉันคงมาผิดเวลาสินะ งั้นเชิญพวกเธอตามสบายเลย” ศิลาแสยะยิ้มให้คนทั้งคู่ก่อนจะเดินจากไปว่านดาวเห็นสีหน้าที่ไม่พอใจของศิลาก็ถอนหายใจออกมาด้วยความสับสน ในเมื่อเธอเองที่ต้องการให้มันเป็นแบบนี้แล้วทำไมถึงกลับรู้สึกแย่นัก“ว่านไม่ไปอธิบายกับคุณศิลาหน่อยเหรอว่าพี่แค่มาส่ง” อารันเสนอความเห็น เมื่อสักครู่คำพูดของหญิงสาวอาจทำศิลาเข้าใจผิดได้“ไม่ต้องหรอกค่ะเขาจะคิดยังไงก็ช่าง”“แล้วประชดแบบนี้มีความสุขมั้ย คำพูดของว่านเมื่อกี๊มันชวนเข้าใจผิดได้เลยนะ”“จะเข้าใจยังไงว่านไม่เห็นสนใจเลย ถ้าเห็นแค่นี้คิดไปเองเป็นตุเป็นตะก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว”“ว่านอย่าลืมสิว่าคุณศิลาต







![พื้นที่นี้มีคนเก่า [อ่านฟรี เป็นของขวัญปีใหม่]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)