เข้าสู่ระบบไพลินจับจ้องไปยังศิลาที่เอาแต่มองตามว่านดาวอย่างไม่ลดละ หญิงสาวบีบมือแน่นเห็นชายหนุ่มให้ความสนใจผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเองก็รู้สึกร้อนรุ่มด้วยความอิจฉา
“มองขนาดนี้กลัวว่านดาวจะหายไปเหรอคะ”
“พูดอะไรแบบนั้น พี่ก็แค่ดูแลว่านดาวในฐานะผู้ปกครอง ขืนพี่ไม่สนใจได้โดนพ่อกับแม่ดุให้แน่”
“พ่อแม่พี่ดูเอ็นดูว่านดาวจังเลยนะคะ ปกติคุณลุงกับคุณป้าก็ให้ทุนเด็กยากจนอยู่แล้วแต่ไม่เคยเห็นถึงขั้นรับมาเลี้ยงดูอยู่ที่บ้านด้วยเลย หรือว่านดาวพิเศษมากกว่านั้น”
“ก็อย่างที่พี่เคยบอก พ่อของว่านดาวเคยช่วยชีวิตพ่อพี่ไว้ ตอนนี้พ่อของว่านดาวไม่อยู่แล้วพ่อพี่ก็เลยอยากจะตอบแทนให้ที่พึ่งพิงว่านดาวเท่านั้น ลินไปหาเพื่อนเถอะพี่ต้องไปทำงานต่อแล้ว”
“งั้นเย็นนี้พี่ศิลามารับลินได้มั้ย”
“ได้สิ พี่เองก็ต้องรับว่านดาวกลับด้วยเหมือนกัน งั้นไว้เจอกันนะ”
หญิงสาวโบกมือลามองชายหนุ่มด้วยความแคลงใจ ยังไม่ถึงครึ่งวันชื่อของว่านดาวจากปากศิลานั้นนับแทบไม่ถ้วน แล้วแบบนี้จะให้เธอไว้ใจได้ยังไง ไพลินไม่ได้รู้เรื่องหมั้นหมายในวัยเด็กของศิลาและว่านดาว ตอนนี้เธอแค่เข้าใจว่าว่านดาวเป็นเด็กที่บ้านนิธิราอุปการะไว้เพื่อตอบแทนบุญคุณก็เท่านั้น
ช่วงเย็นของวัน
“น้อง…เดี๋ยวก่อนสิ” หนุ่มนักศึกษาคนหนึ่งตะโกนเรียกว่านดาวที่กำลังเดินอยู่
"นี่ใช่ของน้องมั้ย พี่เห็นมันวางอยู่บนโต๊ะในห้องสมุดตรงที่น้องนั่งน่ะ” ชายหนุ่มดังกล่าวยื่นกล่องปากกาออกมา ว่านดาวเห็นว่าเป็นของตัวเองก็รีบยื่นมือออกไปรับคืน
“ใช่ค่ะของฉันเอง ขอบคุณนะคะ”
“พี่ชื่ออารันนะเรียนสถาปัตย์ปี4 น้องชื่อว่านดาวใช่มั้ยพอดีพี่ได้ยินเพื่อนน้องเรียกตอนอยู่ห้องสมุดน่ะ เรียนสถาปัตย์เหมือนกันถ้ามีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกได้นะ”
“อ่อ…ค่ะ” หญิงสาวตอบรับอย่างงุนงง
“อืม งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะ” ชายหนุ่มเผยยิ้มพยักหน้ารับพร้อมกับโบกมือลา ท่าทางของชายหนุ่มดูกระตือรือร้นนัก
การสนทนาระหว่างว่านดาวกับอารันนั้นถูกพบเห็นโดยศิลาจากที่ไกลๆ ดูเหมือนว่าที่ชายหนุ่มกังวลกับการเข้าสังคมของหญิงสาวนั้นจะสูญเปล่าแล้ว เพราะเท่าที่เห็นว่านดาวดูจะเข้ากับคนอื่นได้ง่าย ไม่ทันไรก็มีชายหนุ่มเข้ามาตีสนิทเธอแล้ว
“พี่ศิลามองอะไรอยู่เหรอคะ” ไพลินที่พึ่งมาถึงเห็นชายหนุ่มเอาแต่จ้องบางอย่างอยู่ก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“มองหาเรานี่แหละ กลับกันเลยมั้ย”
“เดี๋ยวสิคะว่านดาวยังไม่มาเลย”
“ไม่ต้องรอหรอกว่านดาวน่าจะมีคนไปส่งแล้วล่ะ” ชายหนุ่มเผยยิ้มก่อนจะเดินนำไปขึ้นรถโดยมีไพลินเดินตามหลังไปติดๆ ว่านดาวมาถึงก็เห็นศิลาขับรถออกไปแล้ว หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจมองรถที่ขับออกไปด้วยความผิดหวัง
“ไม่อยากให้กลับด้วยก็น่าจะบอกตรงๆ ไม่เห็นต้องหักหน้ากันขนาดนี้เลย” หญิงสาวพึมพำตามหลัง ดูท่าศิลาจะไม่ชอบเธอเอามากจริงๆ
บ้านนิธิรา ช่วงค่ำของวัน
“กลับมาแล้วเหรอเจ้าลูกชายตัวดี ทำไมใจร้ายกับหนูว่านแบบนี้ แม่ว่าครั้งนี้ศิลาทำเกินไปนะ” แสงรวีดุให้ลูกชายทันทีที่กลับมาถึงบ้าน สีหน้าของเธอแสดงความไม่พอใจต่อศิลาอยู่มาก
“เดี๋ยวสิครับผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ จะว่าให้ผมอย่างน้อยก็บอกเหตุผลผมหน่อยสิ”
“ไหนวันนี้บอกจะรับหนูว่านกลับมาด้วย แล้วทำไมแม่ถึงเห็นน้องกลับมาคนเดียวล่ะ”
“อ้าว! แล้วเพื่อนเธอไม่มาส่งเหรอครับ”
“เพื่อนที่ไหนกันไม่ต้องมาแก้ตัวเลย ลำพังแค่น้องมาอยู่กับเราก็คิดมากพอแล้วศิลายังจะทำให้น้องลำบากใจมากขึ้นไปอีกทำไม ไม่ชอบอะไรน้องนักหนาแม่ก็ไม่เห็นว่าน้องจะทำอะไรให้ลูกไม่พอใจเลย หนำซ้ำยังอยู่แบบเจียมเนื้อเจียมตัวอีกต่างหาก”
“โอเคครับเอาเป็นว่าผมผิดเอง ตอนนี้ว่านดาวอยู่ไหนล่ะผมจะได้ไปขอโทษ”
“อยู่ในห้อง ถ้ารู้สึกผิดจริงๆ ก็ไปขอโทษน้อง แต่ถ้าไม่เต็มใจก็อย่าไป”
“ก็เต็มใจนี่แหละครับ งั้นผมขึ้นไปหาว่านดาวก่อนแล้วกัน” ศิลาตอบรับผู้เป็นแม่ก่อนจะเดินขึ้นบันไดตรงไปยังห้องนอนของว่านดาว ชายหนุ่มยืนอยู่สักครู่ก่อนจะเคาะประตูห้อง
“ใครคะ?”
“ฉันเอง ขอเข้าไปหน่อยได้มั้ย”
ว่านดาวที่กำลังนั่งทบทวนบทเรียนอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือ พอรู้ว่าเป็นศิลาก็ลังเลใจอยู่เล็กน้อยก่อนจะตอบตกลงให้ชายหนุ่มเข้ามาในห้องได้
“วันนี้เพื่อนเธอไม่ได้มาส่งเธอเหรอ”
“คุณศิลาหมายถึงเพื่อนคนไหนคะ”
“ก็เพื่อนผู้ชายที่เธอคุยยิ้มหวานด้วยเมื่อตอนเย็นไง”
“อ๋อ…คุณก็เลยคิดว่าฉันจะให้ผู้ชายที่พึ่งรู้จักกันมาส่งที่บ้านเหรอคะ”
“ไม่รู้สิ ก็ดูเธอคุยสนิทสนมกันดีนี่ มียิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้กันด้วย"
“คุณคงแยกไม่ออกสินะว่าอันไหนยิ้มเพราะสนิทกับยิ้มตามมารยาท”
"เอาเป็นว่าฉันขอโทษแล้วกัน แต่เธอมีเบอร์ฉันนี่ก็โทรให้ฉันกลับไปรับเธอก็ได้”
“คุณไม่ได้เต็มใจให้ฉันกลับด้วยตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แล้วทำไมฉันต้องอ้อนวอนขอความเมตตาจากคุณด้วยล่ะ”
“พูดแบบนี้หมายความว่าไง เดี๋ยวสิคุยกันให้รู้เรื่องก่อน” ศิลาเดินไปคว้าแขนว่านดาวไว้เมื่อเห็นเธอกำลังจะเดินออกจากห้องนอนไป
“ปล่อยนะคุณศิลา”
“อะไรคือฉันไม่เต็มใจ เธอพูดให้มันเคลียร์หน่อยสิ”
“ก็มันจริงนี่ คุณเองก็ไม่ได้อยากรับส่งฉันไปมหาลัยอยู่แล้ว คุณแค่ฝืนใจทำเพราะแม่คุณสั่ง”
ศิลาก็ค่อยๆ เดินประชิดตัวเข้าใกล้ว่านดาวมากขึ้นจนหญิงสาวต้องเดินถอยหลังออกห่าง สุดท้ายก็ถูกชายหนุ่มต้อนจนมุมจนเธอต้องนั่งกลับไปที่เก้าอี้ตามเดิม มือทั้งสองข้างของศิลายันไว้ที่วางแขนเก้าอี้ ดวงตาคมเข้มจ้องไปที่ดวงตากลมโตของว่านดาวอย่างเคลือบแคลง
“เธอจำไว้นะว่านดาว ไม่มีใครบังคับฉันให้ทำในสิ่งที่ไม่อยากทำได้ต่อให้เป็นพ่อเป็นแม่ฉันก็ตาม การที่ฉันรับส่งเธอไปกลับมหาลัย หรือรับผิดชอบเรื่องของเธอมันเป็นหน้าที่ที่ฉันต้องทำในฐานะผู้ปกครอง นั่นก็เท่ากับฉันทำด้วยความเต็มใจ อย่าเอาความผิดพลาดของฉันแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวมาตัดสินฉัน”
หญิงสาวไม่กล้าแม้แต่จะสบตาดุดันของศิลาด้วยซ้ำ แม้ภายนอกจะทำเป็นแข็งกระด้างแต่ภายในใจกลับหวาดกลัวในท่าทีเกรี้ยวกราดของศิลาเป็นอย่างมาก เวลาที่ชายหนุ่มเพ่งเล็งมาที่เธอนั้นมันทำให้เธอหวาดหวั่นอย่างบอกไม่ถูก
“มองฉัน แล้วบอกมาว่าเข้าใจที่ฉันพูดมั้ย”
ว่านดาวจำยอมต้องหันหน้าเข้าสบตาศิลาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขืนเธอไม่ทำตามมีหวังชายหนุ่มไม่ยอมปล่อยเธอไปแน่ หญิงสาวค่อยๆ หันหน้ากลับมา เธอสบตาไปที่ดวงตาคมเข้มของศิลาอย่างหวาดกลัว ก่อนจะเม้มปากตอบรับชายหนุ่มด้วยความจำยอม
“เข้าใจแล้วค่ะ” ว่านดาวผลักอกศิลาออกห่างจนสุดแรงก่อนจะวิ่งออกจากห้องลงบันไดไป ความเกรี้ยวกราดและสายตาเฉียบคมดุดันของศิลานั้นเหมือนจะฆ่าเธอได้เลย การเผชิญหน้ากับชายหนุ่มครั้งนี้ทำหญิงสาวขนลุกไปหมด อยู่ต่อหน้าเขาครั้งหน้าคงต้องระวังตัวให้มากกว่านี้เสียแล้ว ดูท่าเขาจะไม่ชอบเธอเอามากจริงๆ
1 เดือนต่อมา
ไพลินตามหาว่านดาวในช่วงพักเที่ยงของวัน พอเห็นว่านดาวกำลังนั่งทานข้าวอยู่ที่โรงอาหารของมหาวิทยาลัยก็เดินเข้าไปทักทาย เธอแค่อยากรู้จักหญิงสาวให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่
“ฉันนั่งด้วยได้มั้ย”
“อ่อ…นั่งสิคะ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันเห็นคุณกินข้าวที่โรงอาหาร”
“ก็ครั้งแรกจริงๆ นั่นแหละ ปกติจะออกไปกินข้างนอกกับเพื่อนๆ น่ะ ครั้งหน้าว่านดาวก็ไปกินข้าวข้างนอกกับฉันบ้างสิ”
“ไม่ดีกว่าค่ะ ฉันว่ากับข้าวที่โรงอาหารก็อร่อยดี”
“งั้นฉันคงต้องกินข้าวที่โรงอาหารบ้างแล้วล่ะ เย็นนี้พี่ศิลาจะมารับฉันไปดูหนัง…ว่านดาวไปด้วยกันนะ”
“อยากให้ฉันไปด้วยจริงๆ เหรอคะ?”
“จริงสิ ทำไมเหรอ”
“ไม่มีอะไรค่ะ ฉันขอบายดีกว่าไม่ค่อยชอบดูหนังเท่าไหร่ ฉันถามอะไรหน่อยได้มั้ย คุณกับคุณศิลาดูสนิทสนมกันมาก พวกคุณ…เป็นแฟนกันเหรอคะ” ว่านดาวถามออกไปตามตรง เธอเองจะได้วางตัวถูกว่าต้องทำตัวยังไงต่อ
“ก็ยังไม่ใช่หรอก พี่ศิลาชอบบอกว่าฉันยังเด็กอยู่ไว้ฉันเรียนจบค่อยว่ากันอีกที แต่คนอื่นก็มักบอกว่าเราเป็นแฟนกัน เวลามีคนพูดแบบนี้พี่ศิลาก็ไม่เคยปฏิเสธด้วย”
“งั้นก็แปลว่าอนาคตพวกคุณก็คงคบกันแน่นอน” ว่านดาวพยักหน้าเข้าใจเรื่องราวทุกอย่างแล้ว
“ก็หวังให้เป็นแบบนั้นนะ” หญิงสาวยิ้มรับอย่างตรงไปตรงมา เธอออกตัวเรื่องความสัมพันธ์กับศิลาชัดเจนขนาดนี้ก็หวังว่าว่านดาวจะเจียมความรู้สึกของตัวเอง อย่าได้คิดเกินเลยกับศิลาก็พอ
ช่วงเย็นของวัน
ว่านดาวเดินใจลอยครุ่นคิดถึงแต่เรื่องศิลากับไพลิน หญิงสาวไม่ได้รู้สึกเสียใจหรือผิดหวังที่ชายหนุ่มมีคนในใจแล้ว แต่แค่รู้สึกว่าการปรากฏตัวของเธอเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ถ้าไพลินรู้เรื่องการหมั้นหมายของเธอกับศิลาขึ้นมาไม่รู้ว่าหญิงสาวจะเคืองขุ่นต่อเธอมากแค่ไหน เธอไม่อยากต้องมีเรื่องลำบากใจเพิ่มเพราะที่เป็นอยู่ก็อึดอัดใจมากอยู่แล้ว ระหว่างที่เดินเหม่อคิดเรื่อยเปื่อยอยู่นั้นมือใหญ่ของศิลาก็คว้าตัวหญิงสาวเข้ามาไว้ในอ้อมแขน พร้อมกับเสียงตำหนิอย่างไม่สบอารมณ์
“เดินไม่ดูทางบ้างหรือไงไม่เห็นเหรอจักรยานจะชนอยู่แล้ว”
ว่านดาวตกใจกับน้ำเสียงที่ดุดันของศิลานัก เธอพยายามผลักตัวชายหนุ่มให้ออกห่างแต่ก็ไม่เป็นผล มิหนำซ้ำยังโอบตัวเธอไว้แน่นกว่าเดิมเสียอีก ความหวาดกลัวที่มีต่อชายหนุ่มก่อนหน้านี้ก็เพิ่มมากขึ้นไปกว่าเดิม สายตาที่จ้องมาที่เธอราวจะกินเลือดกินเนื้อเธอยังไงอย่างงั้น
“ปล่อยนะ!”
“ทำท่าอะไรของเธอเนี่ย รังเกียจฉันเหรอ” ศิลาเค้นเสียงถามหญิงสาวด้วยความข้องใจ เหตุใดท่าทีของว่านดาวในตอนนี้ถึงดูหวาดระแวงนัก แต่ไม่ทันได้คำตอบไพลินก็ปรากฏตัวขึ้นมาเสียก่อนจนชายหนุ่มต้องยอมคลายมือที่โอบกอดว่านดาวออก
ไพลินก่อนหน้านี้ยืนแอบมองคนทั้งคู่อยู่ในอ้อมแขนกันด้วยความขุ่นเคือง เธอไม่รีรอที่จะเข้าไปแทรกกลางระหว่างคนทั้งสอง ไม่อยากให้ศิลาต้องใกล้ชิดสนิทสนมกับว่านดาวเกินกว่าที่เป็นอยู่
3 วันต่อมา บริษัท Accessories Designอารันเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศตั้งแต่เช้า พอมาถึงก็เห็นกล่องขนมคุกกี้ที่คุ้นเคยวางอยู่บนโต๊ะทำงานของตัวเองจึงรีบกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมา“คิดอะไรอยู่เนี่ยอารัน” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง พอนั่งลงที่เก้าอี้ก็ถูกเพื่อนสาวที่ทำงานเอ่ยแซวขึ้นมา“คุกกี้หน้าตาเหมือนปีที่แล้วเลยนะคะ คนเอามาให้ก็คนเดิมด้วย”“ว่าไงนะ! ไพลินมาที่นี่เหรอ” อารันอุทานออกมาอย่างเสียงดัง ใจก็เริ่มเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ“ที่แท้คนสวยคนนั้นชื่อไพลินนี่เอง ไปหาเธอสิคะ เธอรอพี่อยู่สวนข้างออฟฟิศนี่เอง”พอได้ยินว่าไพลินอยู่ที่ไหนชายหนุ่มก็ไม่รอช้ารีบวิ่งออกไปหาทันที พอไปถึงก็เห็นหญิงสาวกำลังยืนยิ้มให้อยู่ก็เผยยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ“กลับมาแล้วเหรอ” ชายหนุ่มถามอย่างเหนียมอาย การเจอกันครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนนัก“ค่ะกลับมาแล้ว พึ่งถึงเมื่อคืนนี่เอง ต่อไปมีอะไรก็คุยต่อหน้าไม่ต้องโทรหากันแล้วเนาะ” คำพูดของไพลินทำอารันยิ้มกว้างออกมาในทันที ทั้งสองต่างรู้ดีว่าความรู้สึกที่มีให้อีกคนพิเศษมากแค่ไหน เพียงแค่ก่อนหน้านี้เป็นความสัมพันธ์ระยะไกลแค่นั้น แต่เมื่อหญิงสาวกลับมาแล้วอารันก็พร้อ
1 ปีต่อมาเสียงของนาฬิกาปลุกดังจนรบกวนว่านดาวที่ยังคงนอนไม่อยากตื่น หญิงสาวรีบเลื่อนมือควานหาต้นตอของเสียงที่ยังคงดังอยู่เพื่อปิดเสียงเตือนไว้ พอจะเคลิ้มหลับอีกครั้งเสียงเรียกเข้าของมือถือก็ดังขึ้นมาอีก ดูเหมือนว่าเธอต้องจำใจต้องลุกจากที่นอนแล้ว พอหยิบมือถือขึ้นมาเห็นเป็นเบอร์ของพอลล่าผู้เป็นเจ้านายก็รีบกดรับ“พี่พอลล่าวันนี้วันหยุดว่านนะคะ” หญิงสาวน้ำเสียงงัวเงีย แม้แต่วันหยุดก็ยังถูกโทรตามงาน“ว่านลืมแล้วเหรอวันนี้ต้องไปหาลูกค้าคุยเรื่องออกแบบแปลนบ้านน่ะ ตอนนี้ลูกค้าเขาโทรมาเร่งพี่แล้ว” ว่านดาวเบิกตาโตด้วยความตกใจ ดูเหมือนเธอจะลืมจริงๆ ว่าวันนี้มีนัดสำคัญ พอรู้ตัวก็รีบวางสายอาบน้ำแต่งตัวไปหาลูกค้าที่รออยู่ทันทีว่านดาวมาถึงสถานที่นัดหมายยืนกดกริ่งหน้าบ้านสักพักก็มีคนมาเปิดประตู พร้อมกับเชิญเธอเข้าไปในบ้านเพื่อพบกับลูกค้าของเธอ หญิงสาวเข้ามาก็เผยยิ้มให้กับบรรยากาศอบอุ่นภายในบ้าน พอเดินดูรอบๆ แปลนบ้านหลังนี้จะดูคุ้นตาหญิงสาวมากนัก ระหว่างที่ครุ่นคิดอยู่นั้นศิลาก็เข้ามาสวมกอดเธอไว้จากด้านหลัง“คุณว่านดาวปล่อยให้ลูกค้ารอนานเกินไปแล้วนะ” ศิลากระซิบที่ข้างหูก่อนจะจูบฟอดใหญ่ไปที่แก้มของหญิ
“เธอจะกลับพร้อมฉันหรือจะอยู่กับเขาต่อ”“กลับกับคุณค่ะ พี่รันถ้าชมพู่มาแล้วฝากบอกด้วยนะคะว่าฉันกลับก่อน” ว่านดาวเลือกที่จะกลับกับศิลา เธอไม่อยากให้เรื่องราวบานปลายไปมากกว่านี้ และก็รู้สึกผิดต่ออารันและเพื่อนสาวของเธอด้วยที่ทำเรื่องยุ่งยากใจให้หลังออกมาจากสถานเริงรมย์ศิลาก็ขับรถมาส่งว่านดาวที่คอนโด ระหว่างทางชายหนุ่มเอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จาทำว่านดาวอึดอัดเป็นอย่างมาก ขึ้นมาส่งที่หน้าห้องก็ยังชักสีหน้าไม่สบอารมณ์ต่ออีก“คุณโกรธฉันเหรอคะ ฉันไม่ได้ไปกับพี่รันแค่สองคนจริงๆ ถ้าคุณรออีกหน่อยชมพู่ก็กลับมาแล้ว หรือถ้าคุณไม่เชื่อฉันโทรหาชมพู่ตอนนี้เลยก็ได้”“ฉันไม่ได้โกรธที่เธออยู่กับเขา อ๊ะก็ยอมรับนั่นแหละว่าไม่พอใจบ้าง แต่ฉันไม่ชอบที่เธอโกหกมากกว่า เธออยู่ที่ไหน ทำอะไรหรืออยู่กับใครเธอก็บอกมาเลยไม่เห็นต้องโกหกนี่ ฉันไม่ได้งี่เง่าที่จะไม่ฟังเธอสักหน่อย” ชายหนุ่มตำหนิไปที่หญิงสาว ว่านดาวเองพอถูกศิลาว่าให้ก็หน้างอคิ้วขมวดรีบตอกกลับชายหนุ่มในทันที“ทำท่าอะไรของคุณ จริงๆ แล้วฉันจะทำอะไรอยู่กับใครไม่ได้เกี่ยวกับคุณสักหน่อย คุณอย่าลืมสิว่าฉันยังไม่ตอบตกลงคบกับคุณเลย แล้วคุณมาจุกจิกเรื่องของฉันทำไม
“เธอว่าอะไรนะ” อารันย้ำคำถามของไพลินอีกครั้ง เห็นหญิงสาวเอาแต่จ้องเขาก็รู้สึกแปลกใจ“อ่อ…เปล่าค่ะ ว่าแต่พี่มาหาฉันทำไมคะ”“ก็ช่างที่อู่โทรหาเธอไม่ติดก็เลยมาหาฉันช่วยตามเธอให้หน่อย รถเธอซ่อมเสร็จแล้วไปเอาได้เลย”“ฉันลืมไปเลยขอบคุณนะคะที่มาบอก ตั้งแต่พ่อเข้าโรงพยาบาลฉันก็ไม่ได้จับมือถือสักครั้งเอาแต่กังวลเรื่องของพ่อ งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าฉันไปเอารถค่ะ”“อืม ฉันจะมาบอกแค่นี้แหละ งั้นกลับก่อนนะ” เมื่อเสร็จธุระแล้วก็ต้องบอกลา แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องหันกลับมาหาหญิงสาวอีกครั้ง“อย่ากังวลไปเลยพ่อเธอไม่เป็นอะไรหรอก เธอก็ต้องดูแลตัวเองป่วยไปอีกคนจะทำยังไง ต่อให้ไม่หิวเธอก็ต้องฝืนกิน…เข้าใจมั้ย”“ฉันถือว่าเป็นคำปลอบใจแล้วกันนะคะ ขอบคุณมากนะคะสำหรับเรื่องรถ เสียดายที่พรุ่งนี้ฉันต้องบินกลับอเมริกาแล้วไม่งั้นคงได้เลี้ยงข้าวตอบแทนพี่สักมื้อ”“จะกลับแล้วเหรอ”“ค่ะ อีกเทอมก็จะจบแล้วทิ้งไปตอนนี้ก็เสียดาย”“งั้นก็เดินทางปลอดภัยนะ เธอไปหาพ่อเถอะฉันจะกลับแล้ว” ชายหนุ่มบอกลาอีกครั้งก่อนจะเดินจากไปไพลินเผยยิ้มมองแผ่นหลังอารันที่เดินจากไปก็ได้แต่สงสัย ทำไมอารันตอนนี้ถึงได้ดูอบอุ่นมีน้ำใจซึ่งต่างจากอาร
“คุณมาทำไม” ว่านดาวกลั้นยิ้มมองไปทางอื่นไม่ให้ศิลาจับได้ว่าเธอกำลังดีใจที่ได้เจอเขา“เห็นเธอยิ้มนึกว่าดีใจซะอีกที่ฉันมา"“ฉันยิ้มตอนไหนกัน”"ไม่ยิ้มก็ไม่ยิ้ม ฉันเข้าไปหน่อยได้มั้ยมีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ”“ก็เข้ามาสิมาได้มัดขาไว้สักหน่อย”ว่านดาวเดินไปหยิบน้ำที่ตู้เย็นเอามาให้กับศิลาที่นั่งรออยู่ที่โซฟา เธอเริ่มสังเกตเห็นว่าใบหน้าของชายหนุ่มมีความอึดอัดซ่อนอยู่ หรือจะมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้น“ฉันไม่ได้ทำงานที่Accessories Designแล้วนะ ฉันขายหุ้นให้เพื่อนไปแล้วเดี๋ยวพี่พอลล่าก็คงจะบอก ฉันเองก็ไม่เข้าใจเรื่องดีไซน์ออกแบบอยู่แล้วฝืนทำไปก็เป็นตัวถ่วงบริษัทเปล่าๆ ให้คนที่เขาเก่งเรื่องนี้มาทำต่อดีกว่า”“ถ้ารู้ว่าไม่มีใจรักตั้งแต่แรกจะฝืนทำไม”“นี่เธอบ่นให้ฉันอยู่เหรอ” ศิลาเผยยิ้มมองไปที่ว่านดาวด้วยความเอ็นดู เห็นชัดๆ ว่าหญิงสาวกำลังตำหนิเขาอยู่“ฉันก็พูดรวมๆ ถ้าคุณไม่ใช่คนแบบนั้นก็อย่าใส่ใจสิ”“แต่ที่ฉันซื้อหุ้นAccessories Designก็เพราะใจรักนี่แหละ ฉันยอมรับว่าเอาเรื่องงานมาอ้างเพื่อจะได้เจอเธอทุกวัน ที่ยอมซื้อหุ้นทั้งๆ ที่ตัวเองทำงานไม่เป็นก็เพราะอยากอยู่กับเธอไง”“เพราะฉันเหรอคะ?” ว่านดาวไม่อยา
“ทำไมเขามาอยู่นี่” ศิลาถามว่านดาวด้วยความเคลือบแคลง อารันเองก็ไม่อยากให้ศิลาเข้าใจผิดจึงรีบตอบคำถามนั้นแทนหญิงสาว“ผมแค่มาส่งว่าน…"“ฉันไม่ได้ถามนาย ว่าไงว่านดาวบอกได้หรือยังว่าทำไมเขามาอยู่ที่ห้องเธอ” ศิลาตวาดไปที่อารันก่อนจะหันมาย้ำถามว่านดาวอีกครั้ง“พี่รันจะมาอยู่ที่ห้องฉันได้ยังไง เราจะทำอะไรกันก็ไม่เห็นเกี่ยวกับคุณสักหน่อย” หญิงสาวตวาดกลับ แม้ในใจจะกังวลว่าศิลาจะเข้าใจผิด แต่เธอก็ไม่เข้าใจตัวเองอยู่ดีว่าทำไมต้องประชดชายหนุ่มด้วย“ฉันคงมาผิดเวลาสินะ งั้นเชิญพวกเธอตามสบายเลย” ศิลาแสยะยิ้มให้คนทั้งคู่ก่อนจะเดินจากไปว่านดาวเห็นสีหน้าที่ไม่พอใจของศิลาก็ถอนหายใจออกมาด้วยความสับสน ในเมื่อเธอเองที่ต้องการให้มันเป็นแบบนี้แล้วทำไมถึงกลับรู้สึกแย่นัก“ว่านไม่ไปอธิบายกับคุณศิลาหน่อยเหรอว่าพี่แค่มาส่ง” อารันเสนอความเห็น เมื่อสักครู่คำพูดของหญิงสาวอาจทำศิลาเข้าใจผิดได้“ไม่ต้องหรอกค่ะเขาจะคิดยังไงก็ช่าง”“แล้วประชดแบบนี้มีความสุขมั้ย คำพูดของว่านเมื่อกี๊มันชวนเข้าใจผิดได้เลยนะ”“จะเข้าใจยังไงว่านไม่เห็นสนใจเลย ถ้าเห็นแค่นี้คิดไปเองเป็นตุเป็นตะก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว”“ว่านอย่าลืมสิว่าคุณศิลาต







