登入“แต่ลูกเราก็เข้ากับลูกนายวิชญ์เป็นปี่เป็นขลุ่ยนะคะ นายวิชญ์ไม่แต่งงานแน่ถ้าผู้หญิงคนนั้นเข้ากับลูกตัวเองไม่ได้ เลยมาทำเนียน” นิดาย่นจมูกในแผนการของเพื่อน
“จะให้ลูกเราไปเลี้ยงลูกให้มันน่ะสิ” กีรติทำเสียงขึงขัง
นิดาหัวเราะสามีเสียงดัง ไม่ค่อยเห็นอารมณ์นี้ของกีรติบ่อยนัก
“นิว่านายวิชญ์อาจจะได้ลูกสาวเพิ่มไปอีกคน เอาน่ากี วิชญ์เป็นคนดีคงจะเลี้ยงทั้งลูกเราและลูกตัวเหมือนลูกอีกคน” นิดาพูดติดตลก
“ฉวยโอกาสมาก หน็อย... ดันมาหอมแก้มยัยจิ๊ต่อหน้าเรา” กีรติทำเสียงฮึดฮัด
“ที่ไหนกันคะ เราไปแอบดูต่างหาก ไม่ใช่ต่อหน้าเราซะหน่อย” นิดาแก้แล้วยิ้มขำสามี
“แถมยังแอบย่องเข้าไปในห้องลูกเราอีก” กีรติทำเสียงขึงขัง
“ก็หนูวินอนกับลูกเรา พ่อเขาก็เข้าไปดูลูก”
“ดึกๆ ดื่นๆ มันไม่เหมาะ”
“แล้วแต่ลูกเถอะค่ะกี เราคอยดูก็พอ”
“คอยดูอย่างเดียวไม่ได้ นิคนดีของกี คิดแผนหน่อยสิ อยากแกล้งนายวิชญ์นัก ทำเป็นเก๊ก ถ้าบอกเราตรงๆ มันจะตายไหม”
“บอกเราน่ะได้ แล้วถ้ายัยจิ๊ไม่เล่นด้วยล่ะ นายวิชญ์คงให้มั่นใจก่อนค่อยบอกเรา”
“ตกลงนิเข้าข้างนายวิชญ์เหรอ”
“แล้วกีล่ะ อยากได้นายวิชญ์เป็นเขยหรือเปล่า”
“หึ! ถ้าหมอนั่นทำให้ยัยจิ๊เสียใจล่ะก็ กีไม่ปล่อยไว้แน่”
“นายวิชญ์ไม่ได้เล่นๆ หรอก ดูท่าทีสิ เวลามองลูกเราก็อืม... แทบจะกลืนกิน” นิดาวิจารณ์ตรงๆ
“ชีกอใส่ยัยจิ๊หรือเปล่าไม่รู้”
“โสดเป็นพ่อหม้ายมานาน ถ้าชอบสาวคนไหนสักคนก็คงชอบไปแล้ว”
“ตกลงนิเข้าข้างนายวิชญ์ทั้งขึ้นทั้งล่อง”
“เปล่าหรอกค่ะ กำลังคิดแผนการอยู่ แต่ตอนนี้คิดไม่ออกเลยค่ะ” เสียงหวานเซ็กซี่ออดอ้อน
“ให้กีช่วยคิดเหรอ” กีรติพลิกร่างขึ้นเหนือร่างภรรยา มองสบตาอย่างร้อนแรง
“ถ้าช่วยคิดก็ดีสิคะ สองหัวดีกว่าหัวเดียว”
“งั้นกีจะช่วยคิดทั้งคืนเลยดีไหม คิดไปออกกำลังกายไป”
นิดาหัวเราะคิกคัก มองสบตาสามีอย่างยั่วเย้า
“นิตามใจกีค่ะ”
“นิไม่อยากเลี้ยงลูกเล็กๆ อีกสักคนเหรอ” กีรติออดอ้อนภรรยาอยู่ข้างหู ขณะขบเม้มใบหูหอมสะอาดของเธออย่างแสนรัก
“ไม่กลัวแพ้ท้องแทนนิเหรอคะกี” คนเอ่ยถามสามีอมยิ้มแก้มปริ กีรติเคยเป็นอย่างไรก็ยังเป็นเช่นนั้น เคยหวานยังไงก็หวานเหมือนเดิม หรือบางทีเธอคิดว่ามากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ แต่เธอก็ไม่เคยนึกลำพองตัวเองและไม่เคยตกอยู่ในความประมาท ในเมื่อสามีรัก เธอจึงตอบแทนเขาด้วยความรักเช่นกัน
ความรักของเธอ นอกจากการดูแลเขาอย่างดี เอาอกเอาใจตามที่ภรรยาพึงกระทำไม่ให้ขาดตกบกพร่องแล้ว เธอยังดูแลตัวเอง ไม่ให้เป็นยัยเพิ้ง อ้วนเป็นตุ่ม หรือดูแก่กว่าวัย ถึงแม้เขาจะไม่เคยพูด เพราะความรักที่มีให้กันมันมากกว่ารูปกายภายนอก แต่เธอก็อยากให้เขาภูมิใจที่ได้เดินเคียงข้างเธอไปไหนๆ ก็ไม่อายใคร
หลายคนอาจจะคิดว่า ..ถ้าเขารักเราจริงเขาก็ต้องรับสภาพเราได้ แล้วทำไมเราจะต้องให้เขามารับสภาพเราด้วยเล่า เธอคิดไม่เหมือนคนอื่น
เธอคิดว่าควรดูแลตัวเองให้ดี ทั้งออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ไม่ใช่เรื่องไม่อยากให้สามีอายเวลาพาไปไหนมาไหนหรือให้เขารักเขาหลงเหมือนเดิม เธอคิดเรื่องสุขภาพมากกว่าเป็นอันดับแรก คนเราไม่ปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนแผละ อ้วน เป็นไขมันอุดตัน สุขภาพก็สมบูรณ์แข็งแรง ทำอะไรก็คล่องแคล่ว นั่นคือเหตุผลอันดับแรกในการดูแลตัวเอง ผลพลอยได้คือสามีที่ชื่นชมเราไปด้วย
นิดาเชื่อมั่นในตัวเองตั้งแต่เด็ก ครอบครัวสอนให้เธอได้เรียนรู้ชีวิต ดังนั้นไม่ว่าจะทำอะไรเธอจึงตั้งใจ แต่ไม่ตึงเครียด ทำงานแต่รู้จักหาเวลาพักผ่อน คนบางคนทำแต่งาน เอาแต่ทำงาน ได้เงินมามากขึ้นเรื่อยๆ แต่สุขภาพแย่ลงเรื่อยๆ พอผ่านไปเพิ่งรู้ตัวว่าทำงานหนักเกิน สุขภาพก็ทรุดโทรมล้มป่วย มีเงินก็รักษาสุขภาพไม่ได้ ถ้าไม่หัดรู้จักดูแลรักษาสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ การรักษาด้วยยาเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นสามีหรือลูก เธอมักจะดูแลเอาใจใส่พวกเขาเสมอๆ ไม่ให้สามีทำงานดึกเกิน ถ้าเขาเครียด เธอก็จะชวนเขาออกมาจากความเครียด หากิจกรรมคลายเครียด เพราะยิ่งเครียด งานก็ยิ่งไม่เดิน บางคนพอเครียดก็หมกมุ่นเอาแต่จะทำให้สำเร็จให้ได้ โดยไม่ดูสังขารตัวเอง
ลูกๆ ก็เหมือนกัน นิดาใช้เหตุและผลคุยกัน อยู่กันแบบเพื่อน แบบครอบครัวและไม่เคยยัดเยียดให้ลูกๆ ต้องไปเรียนพิเศษโน่นนั่นนี่มากมายจนไม่ได้พักสมอง เธอและกีรติสอนการบ้านลูกตั้งแต่เด็ก มีบ้างตอนโตที่เห็นลูกมีความสนใจด้านไหน ก็จะส่งไปเรียน เช่นดนตรี กีฬา เธอไม่เคยคาดคั้นต้องให้ลูกเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่เคยวาดหวังอนาคตแทนลูก ลูกชอบอะไรเธอกับสามีก็สนับสนุนและชอบตามไปด้วย คอยมองดูความสำเร็จของพวกเขา
มีคนมากมายพูดว่าเด็กเดี๋ยวนี้สอนยากเพราะเกเร จริงๆ เธอคิดว่าไม่ใช่หรอก ความเข้าใจในครอบครัวสำคัญที่สุด จะเด็กรุ่นไหนก็เกเร แต่คนเป็นพ่อแม่ตามทันและมีวิธีรับมืออย่างชาญฉลาดเช่นไรต่างหาก
“กลัวอะไร ถ้าแพ้ท้องแทนนิ นิก็จะได้ไม่เหนื่อยยังไง เวลานิท้อง เห็นเหนื่อยๆ กีเป็นห่วง”
“ตอนที่ท้องยัยจิ๊ กีดูตลกจะตาย” นิดาเอ่ยถึงเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ตอนนั้นเธอกับกีรติพลาดพลั้งได้เสียกันก่อนวัยอันควร แต่ดีที่ครอบครัวเข้าใจ
“ยังไงเหรอ” เขากอดรัด พาเธอมานอนหนุนแขนแทน
“เราเหมือนคนแก่คุยเรื่องอดีตเลย” นิดาหัวเราะคิก
“บอกมาก่อน กีตลกยังไง” เขาบีบจมูกเล็กๆ ของภรรยา
“กีชอบทำตัวเป็นกระต่ายตื่นตูมน่ะค่ะ ตั้งแต่นิท้อง ก็คอยหากับข้าวของอร่อยๆ มาให้ แล้วตัวเองกินอะไรไม่ได้เลย ตอนนิเจ็บท้องคลอดก็วิ่งไปวิ่งมา หน้าตาซีดเผือด เหงื่อไหลโชกยังกะตัวเองคลอดเอง”
“ก็คนเป็นห่วงนี่นา” เขาพูดอ้อนๆ อยู่ที่ริมหูเล็กๆ มือนิ่มของนิดาเลื่อนลูบไปทั่วหน้าอกแกร่ง
“รู้แล้วว่าเป็นห่วง แต่รอเลี้ยงหลานไม่ดีกว่าเหรอ”
“ยัยจิ๊นะเหรอ ผมหวงนะ”
“วิชญ์เป็นคนดี”
“เขาจ้างนิมาเท่าไหร่” สามีหน้าตูม
“คบกันมานานแล้ว กีก็รู้ ทำเป็นหวงลูก”
“หวงสิ ลูกสาวคนเดียว ถ้านิไม่หาวิธีแกล้งมันนะ กีไม่ยอมนะ มันอยากปากแข็งดีนัก ถ้ามันมาปรึกษาเราแต่แรก จะได้ช่วย หึ!” คุณพ่อจอมหวงแต่อยากได้ลูกเขยชื่อวิชญ์ ทำเสียงขึ้นจมูก จนภรรยาหัวเราะตาม
“ตอนนี้ยังคิดไม่ออกน่ะค่ะ”
“ลูบจังเลย ลูบแล้วจะคิดออกเหรอ” กีรติพลิกขึ้นนอนทาบทับภรรยาอย่างเอ็นดู
“คิดออกสิคะ สมองอาจจะแล่นเลยละค่ะ” เธอลูบมือที่เสื้อนอนของเขา แล้วปลดกระดุมเสื้อของเขาออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น สายตายั่วยวนทำให้กีรติหายใจติดขัด ภรรยาของเขาน่ารักเสมอ
“ยั่วกีให้ตบะแตกอีกแล้ว” เขามองภรรยาแตะลิ้นลามเลียริมฝีปากอิ่มสวยแล้วก่อเกิดความรู้สึกกระหายอย่างปัจจุบันทันด่วน
“กีจะถอดเองหรือให้นิถอดให้” เสียงยั่วของภรรยาทำให้กีรติถึงกับคราง
“ถ้านิถอดเอง มันทำให้กีใจเต้นแรง” เขาหมายถึงความตื่นเต้น
“แล้วถ้ากีถอดเองล่ะคะ”
“มันไม่ลุ้นครับ กีจะดึงออกอย่างไม่สนใจอะไรเลย”
“ร้ายกาจ” เธอกัดริมฝีปากยั่วเขา
“แต่กีอยากให้นิถอดให้กี”
“ได้สิคะ” นิดาพลิกร่างสามีลงด้านล่างก่อนจะจัดการประกบริมฝีปากรุกเขาก่อน กีรตินอนหงายให้ภรรยาซุกไซ้ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาถูกริมฝีปากร้อนสัมผัสอย่างถ้วนทั่ว
“น้ำลายนิเต็มหน้ากีแล้ว”
“กี ยั่วนิอีกแล้วนะ เดี๋ยวไม่ทำให้เลย”
“โอ๋ๆๆ กีแค่ล้อเล่น อย่างอนนะ กีรู้ว่านิทำให้กีครางลั่นห้องได้และน้ำลายของนิก็หวานที่สุด” เขาพูดเอาใจเมื่อได้ยั่วภรรยาได้
ปรับความเข้าใจกันได้ วิชญ์ก็พาภรรยากลับบ้าน พร้อมกับการต้อนรับที่ดีของครอบครัว จิรดายิ้มเขินอยู่ได้ไม่นาน ไม่กี่เดือนหลังจากนั้นก็ท้องลูกคนที่สองสมใจวิชญ์ที่ตั้งใจมากๆ ในช่วงฮันนีมูนสิบวันสิบคืน......ตอนพิเศษ 1...เสียงหัวเราะจากริมหาดทรายสีขาวของบ้านพักหลังใหญ่อบอวลไปด้วยความสุข เพื่อนซี้ทั้งห้าคน พร้อมด้วยภรรยาเดินทางมาสังสรรค์กันที่บ้านพักของวิชญ์ที่ภูเก็ต กลิ่นอาหารทะเลหอมอบอวลพร้อมกับเสียงพูดคุยที่ดังอย่างต่อเนื่อง“นี่ถ้าแกไม่พูดออกมาเอง ฉันไม่รู้นะโว้ยว่าแกอยากกินตับยัยจิ๊ตั้งแต่เด็ก” ภัทรศักดิ์พูดขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะครื้นเครงของเพื่อนๆ ตอนนี้ทุกคนมีภรรยาและลูกกันแล้ว ไม่มีใครโสดสักคน“ที่สำคัญแกแน่มากเลยว่ะไอ้วิชญ์ ขนาดไอ้กีกับนิส่งผู้หญิงไปยั่ว แกไม่ยอมตบะแตก” กรวิกเอ่ยชมเพื่อนจากใจจริง“ถ้าเป็นแก แกตบะแตกเหรอไงวะ ที่นิเลือกมาเนื้อนมไข่ทั้งนั้นเลย” ภัทรศักดิ์แซวกรวิกวิชญ์เองก็เพิ่งรู้เรื่องที่กีรติและนิดาส่งผู้หญิงมาทดสอบใจเขาหลังจากแต่งงานไม่ได้เท่าไหร่ แต่เรื่องนี้ทำให้จิรดายิ่งมั่นใจในตัวเขามากขึ้น แต่ตอนนั้นแผนของเพื่อนมันแนบเนียนมาก เขาไม่รู้เลยว่าลูกค้าผู้หญิงของโ
“ค่ะอาวิชญ์ ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น จิ๊อยากอยู่กับอาวิชญ์ ไม่ไปไหน”“อาก็เหมือนกัน แต่งงานกันซะทีนะจิ๊ อาแทบอดใจรอไม่ไหว” เขาลุกขึ้นนั่ง หอมแก้มสาวบางเบา มองสบตาเธออย่างเสน่หา ก่อนจะกักกอดร่างบางเอาไว้แนบอก“อาดีใจที่สุดที่จิ๊ท้อง เรากำลังจะมีลูกด้วยกัน” เขาวางมือที่หน้าท้องของเธอลูบไล้เบาๆ“จิ๊ก็ดีใจมากๆ เลยค่ะ ตอนที่คุณหมอบอกจิ๊กำลังจะเป็นแม่คน” เธอวางมือบนหลังมือของเขาให้เขาลูบไล้เบาๆ ที่หน้าท้องนูน หลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมแขนของเขาอย่างอบอุ่นวิชญ์จุมพิตที่เปลือกตาสองข้างของภรรยา กอดเธอเอาไว้แบบนั้นอย่างเปี่ยมสุข...บทส่งท้ายงานแต่งงานของวิชญ์กับจิรดาจัดขึ้นแบบธรรมเนียมจีน เนื่องจากครอบครัวของจิรดามีเชื้อสายจีนทั้งทางพ่อและทางแม่ แต่นิดาไม่ได้ให้ลูกๆ เรียกว่าป๊าม๊าเหมือนครอบครัวอื่น เพราะมารดาของนิดาและกีรติไม่ได้มีเชื้อสายจีน แต่เป็นลูกผสมไปทางยุโรปที่มีสายเลือดไทยอยู่ด้วยบรรยากาศของงานอบอวลไปด้วยความสุข ญาติๆ ของทั้งสองครอบครัวได้มารวมตัวกันคับคั่ง อีกทั้งเพื่อนๆ ที่สนิทๆ มาช่วยงานอย่างแข็งขัน จนงานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีเหล่าพนักงานต่างกล่าวขอโทษจิรดากันใหญ่หลังจากมาช่วยงานแต่งแ
“พวกคุณเกิดมาเป็นมนุษย์ ซึ่งประเสริฐกว่าสัตว์เดรัจฉาน ผมคิดว่าน่าจะมีวิจารณญาณมากกว่านี้ ไม่ใช่พูดจาพร่ำเพรื่อไร้สาระ ไม่ใช่เรื่องจริงก็เอามาพูดกันเป็นตุเป็นตะ ทำให้คนอื่นเสียหาย ทุกข์ใจ อยู่ในสังคมไม่ได้ พวกคุณไม่มีจิตสำนึกของการคิดก่อนที่จะพูดบ้างหรือยังไงกัน แล้วถ้ากลับกันล่ะ คุณไม่ได้ทำความผิด แล้วมีคนมากล่าวหาคุณ พูดจาเป็นตุเป็นตะน่าเชื่อถือ ให้ข่าวลือแพร่สะบัดไปต่างๆ นานา ทั้งๆ ที่คุณไม่ได้ทำ แต่ทุกคนเชื่อว่าคุณทำความผิดนั้นไปแล้ว โดยที่ไม่มีใครสนใจจะถามคุณสักคำว่าคุณทำจริงหรือเปล่า หรือพอคุณพูดไปก็หาว่าแก้ตัว คุณจะรู้สึกยังไงบ้าง” ทุกคนเงียบกริบ ได้แต่เม้มปากสำนึกผิดจริงๆ“เกิดมาเป็นมนุษย์เขาบอกว่าประเสริฐกว่าสัตว์ ผมอยากจะให้พวกคุณใช้วิจารณญาณให้ดีก่อนรับฟังอะไร เรื่องบางเรื่องอาจจะน่าเชื่อถือ อาจจะน่าเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงก็อย่าเพิ่งเชื่อ เรื่องบางเรื่องโกหกเขาเอามาสร้างให้เป็นเรื่องจริงคนก็เชื่อเป็นตุเป็นตะ แต่นี่เรื่องไร้สาระที่ได้ยินมาผิดๆ เอามาเล่า พูดสาดเสียเทเสีย ใส่สีตีไข่เอามันเอาสนุก ถ้าผมมีพนักงานแบบนี้อยู่ในโรงแรม ผมคงต้องพิจารณาเป็นพิเศษว่า... จะยังจ้างพวกคุณอยู่อ
“ขอบใจมากจ้ะชัย จิ๊ไม่ได้เป็นอะไร แค่วูบๆ หน้ามืดน่ะจ้ะ” จิรดารีบกล่าวขอบใจ เบี่ยงตัวออกจากอ้อมแขนของชายหนุ่มอย่างสุภาพ เขาเป็นนักศึกษาฝึกงานต่างมหาวิทยาลัยคล้ายๆ กับเธอ“แน่ใจนะจิ๊ เราเห็นเธอหน้าซีดมาก หมู่นี้ก็ไม่สบายบ่อยด้วย”“ชัยรู้ได้ยังไงว่าจิ๊ไม่สบายบ่อย” จิรดาถามอย่างแปลกใจ สูดยาดมติดๆ กันเพราะรู้สึกตาลายหนักขึ้นไปอีก“ก็ชัยแอบชอบจิ๊ไง ชัยก็เลยสนใจเรื่องของจิ๊ทุกเรื่อง” ธวัชชัยคิดว่าจวนจะฝึกงานเสร็จแล้ว เขาอยากสานความสัมพันธ์กับหญิงสาวต่อหลังจากนี้ เธอมีผู้ชายมากหน้าหลายตาหมายปอง อันนี้เขารู้เพราะได้ยินหลายคนพูดถึงเธอ แต่หญิงสาวไม่เปิดใจรับใคร หรือให้ความสนิทสนมกับใคร ผู้ชายทุกคนจึงยังมีความหวัง รวมถึงเขาด้วย“คือว่าจิ๊...” จิรดาอึกอักพยายามดึงมือออกจากการเกาะกุมของชายหนุ่ม เธอรู้สึกพะอืดพะอมอยากจะอาเจียนอีกรอบ“จิ๊รับชัยไว้พิจารณาหน่อยนะครับ เฮ้ย!” ธวัชชัยร้องอย่างตกใจเมื่อหญิงสาวอาเจียนใส่เขาเต็มๆ“อุ๊บ แหวะ!” จิรดาอาเจียนออกมาเต็มๆ เลอะเสื้อของชายหนุ่มจนหมด เธอรีบขอโทษขอโพย พอลุกขึ้นก็หน้ามืด เป็นลมไปอีกรอบคราวนี้เรื่องใหญ่เพราะธวัชชัยทั้งตกใจ และมีพนักงานโรงแรมคนอื่นมาเห็
“อืม...” วิชญ์ก้มลงไปบดปากกับริมฝีปากสวยหวาน เขาดูดลิ้นเชยชิมรสชาติคุ้นเคยที่น่าอภิรมย์ด้วยความชำนาญในเพลงรักจิรดาเสียวซ่านทั้งโดนดูดปาก ทั้งแก่นกายใหญ่ที่เสียดสีผลักดันเข้ามาในกายจนถูไถกับเม็ดมณีแดงฉ่ำสั่นระริก เนินสาวเปียกลู่ด้วยหยาดน้ำหวานจนเส้นไหมสีอ่อนหวานแนบชิดกับนวลเนื้อยุ่งเหยิง ปลายถันถูกมือหนาขยำสลับกับริมฝีปากที่ดูดดึงก่อเกิดความเสียวซ่าน จนเธอต้องเผยอปากร้องออกมาเพื่อระบายอารมณ์อย่างต่อเนื่องวิชญ์วนเวียนริมฝีปากจากอกขึ้นไปซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นและกวาดตวัดเข้าไปในโพรงปากอุ่มนุ่ม ความเสียวซ่านที่ได้รับทำเอาสาวน้อยโต้ตอบ ตวัดลิ้นนุ่มไปรับกับลิ้นสากร้อนของเขาอย่างไม่รู้ตัว เธอหายใจหอบหนักถี่ขึ้น เนื้อตัวอ่อนแรงแทบทรุดแต่เขาพยุงเอาไว้เพื่อสอดกระแทกกายในร่างเธออย่างต่อเนื่องเสียงเนื้อกายกระทบกันลั่นห้องน้ำพร้อมกับเสียงหยาดน้ำหวานที่ไหลซึมออกมาชโลมแก่นกายชายก้องหูจนกายชายหญิงร้อนผ่าว“อา...” จิรดาร้องไม่เป็นภาษา เต้าอวบอิ่มสั่นไหวไปตามแรงกดบีบเคล้นของอุ้งมือใหญ่ เขาและเธอยังคงบดปากแลกลิ้นไม่หยุดหย่อน เพื่อเร่งเร้าอารมณ์กระสันซ่านให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลายครั้งที่เธอต้องเอียง
จิรดาตะครุบมือเอาไว้ หัวเราะคิกๆ ด้วยความจั๊กจี้ แต่ยังแข็งใจปรามเขาเอาไว้เพราะสายมากแล้ว“พอแล้วค่ะอาวิชญ์ สายแล้วนะคะ”“สายก็ไม่เห็นแปลกนี่ครับ วันนี้วันหยุด”“แต่หนูวิ”“หนูวิเหรอครับ มีคนดูแลแล้ว” เขาไม่ได้บอกว่าอดีตพ่อตามารับไปเล่นที่บ้านเพราะตายายคิดถึงหลานสาว“หือ... เจ้าเล่ห์” เธอเบี่ยงหลบแต่ไม่พ้น เนื่องจากโดนกักเอาไว้ใต้ร่าง“อาหิว” เขากระซิบอ้อนที่ริมหู“จิ๊ก็หิวเหมือนกันค่ะอาวิชญ์ งั้นต้องลุกได้แล้วค่ะ จะได้ไปทำอาหารกินกัน” เธอรีบหาทางเอาตัวรอด แต่สายตาวิบวับนั้นทำให้จิรดาเข่าอ่อน แทบหนีลงจากเตียงไม่ไหว“อากินจิ๊ จิ๊กินอา เราจะได้อิ่มเสมอกัน”“หือ... ไม่เอาแล้วค่ะ เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว” เธอส่ายหน้าไปมาจนผมยุ่ง แต่ในสายตาของเขาช่างแสนเซ็กซี่นัก“งั้นไปอาบน้ำกันครับที่รัก จะได้หายเหนื่อย กลับมากระปรี้กระเปร่าอีกรอบ”“ก็ดีค่ะ งั้นจิ๊ขออาบก่อนนะคะ”“อาบพร้อมกันดีกว่าครับจิ๊ จะได้ประหยัดเวลา”“อือ... อาวิชญ์เจ้าเล่ห์อีกแล้ว ถ้าอาบน้ำพร้อมกันไม่ใช่จะประหยัดเวลาน่ะสิคะ จะยิ่งเสียเวลา”“คิดอะไรอยู่นี่เด็กหื่น อายังไม่ทันได้ทำอะไร ก็คิดไปไกลซะแล้ว เอ... เราจะทำอะไรกันดี”“หือ... ไม่







