Mag-log in“เธอไม่ควรมายุ่งกับเฮียหรอกเป้ย มันไม่คุ้ม” “เรื่องนี้มีแค่หนูไม่ใช่เหรอคะที่รู้...ว่ามันคุ้มค่าหรือว่าไม่คุ้ม” .............. เสี่ยเจ้าของคลับวัย 35 ปี ตกเป็นเป้าหมายของเน็ตไอดอลชื่อดังซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาว เสี่ยตี๋พยายามถอยห่างเพราะไม่อยากทำร้ายเธอให้เสียความรู้สึก ทั้งเตือน ทั้งบอกว่าเด็ก ๆ อย่างเธอไม่ใช่ สเปก แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ยิ่งเขาห้าม เธอก็ยิ่งท้าทาย โดยมีน้องสาวเพียงคนเดียวของเขาคอยให้ท้ายอยู่ตลอด ระดับเน็ตไอดอลชื่อดัง ที่มีหนุ่ม ๆ เปย์ของขวัญราคาแพงให้ทุกครั้งที่ขึ้นไลฟ์สด แค่วิธีการปราบเสือน่ะ มันไม่ยากเกินไปหรอก! ..... “ถึงเฮียเอาเธอตอนนี้ เฮียก็ไม่ได้คิดจะหยุดที่เธอหรอกนะเป้ย ยังมีผู้หญิงอีกหลายคนที่เฮียดูแลอยู่” “หนูไม่เคยบอกให้เฮียหยุดที่หนูนี่คะ หนูรอได้ จะรอจนกว่าเฮียจะชอบหนูแค่คนเดียว” หากเปรียบเขาเป็นเสือ เธอก็เปรียบเหมือนกระต่ายป่าที่ดื้อรั้นและชอบลองดี งานนี้ระหว่างเสือร้ายกับกระต่ายตัวน้อย ใครจะเป็นคนคุมเกม! ......
view more“ขอบคุณนะคะพี่กรที่มาส่ง แถมยังช่วยยกกระเป๋าลงจากรถให้อีกค่ะ”
เป่าเป้ยยกมือไหว้ขอบคุณชายหนุ่มตรงหน้าที่อุตส่าห์ขับรถมาส่งตามคำบอกของเพื่อนรักอย่างกีรติ ซึ่งตอนนี้นั่งยิ้มหน้าบานอยู่บนเบาะข้างคนขับ
“ไม่เป็นไรครับ ไม่ได้ลำบากอะไร” ภัทรกรรีบเอ่ยบอก
“เป้ย ให้เรากับพี่กรช่วยแกขนกระเป๋าขึ้นไปคอนโดดีกว่าไหม ตั้งหลายใบแกคนเดียวจะขนยังไง”
กีรติเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง กระเป๋าแต่ละใบก็ไม่ใช่เล็ก ๆ ถ้าจะให้เพื่อนซี้ที่แสนบอบบางขนคนเดียว ดูท่าคงต้องขนหลายรอบ
“ไม่เป็นไรหรอกหมวย ตรงล็อบบี้คอนโดมีรถเข็นให้ยืมใช้ได้น่ะ เดี๋ยวเราเอามาขนกระเป๋าขึ้นไปบนห้องเอง แกกับพี่กรกลับไปพักผ่อนเถอะ นี่ก็ดึกแล้ว”
ไม่อยากจะรั้งเวลาเพื่อนไว้นานกว่านี้ เพราะรู้ดีว่าเพื่อนคงอยากใช้เวลากับคนที่อาสามารับในวันนี้ให้มากที่สุด กีรติพยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วเธอกับเพื่อนก็โบกมือลา
รถยนต์คันหรูแล่นไปจนลับสายตา เป่าเป้ยจึงเดินเข้าไปด้านในตึกเพื่อขอยืมรถเข็นตามที่พูดเอาไว้เมื่อครู่ จะว่าไป...ถึงมีรถเข็นมันก็ยังหนักมากอยู่ดี แต่ชีวิตสาวโสดอย่างเธอจะให้ทำอย่างไรได้ มันก็ต้องช่วยเหลือตัวเองแบบนี้แหละ
ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน แต่ถ้าหากมีใครสักคนมาช่วยเวลาต้องการก็คงจะดีไม่น้อย...
กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่สี่ใบถูกขนเข้ามาไว้ในห้องแล้วเรียบร้อย นัยน์ตาสีน้ำตาลมีเสน่ห์กวาดมองรอบบริเวณที่พักของตนเองที่ไม่ได้กลับมาหนึ่งปีเต็ม แต่ระหว่างที่ไปเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศจีน เป่าเป้ยก็จ้างแม่บ้านให้มาทำความสะอาดเดือนละครั้ง เพื่อไม่ให้คอนโดสกปรกเกินไป
คอนโดขนาดสองห้องนอนที่ตั้งอยู่ย่านใจกลางเมือง ติดรถไฟฟ้า ใกล้ห้างสรรพสินค้าและมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพรียบพร้อม แน่นอนว่าราคาก็ไม่ใช่ถูกนัก กว่าจะทำงานเก็บเงินซื้อได้ก็เล่นเอาเหนื่อยมากเหมือนกัน
แต่มันคงเป็นโชคดีของเธอ งานที่ทำไปได้ดีและมีคนคอยติดตามมากมาย ทำให้แต่ละเดือนมีเงินมาใช้จ่ายอย่างไม่ขัดสนและสามารถจ่ายค่าคอนโดหมดภายในหนึ่งปี
“รีบเก็บของดีกว่า จะได้ขึ้นไลฟ์” เป่าเป้ยพึมพำกับตัวเองก่อนจะเก็บกระเป๋าให้เข้าที่ แล้วหยิบแล็ปท็อปออกมาจากกระเป๋าสะพาย
เธอนั่งลงยังโต๊ะตรงที่ใช้สำหรับทำงานและเปิดแล็ปท็อปเครื่องโปรด แล้วหน้าจอก็แสดงภาพของเธอสะท้อนกลับมา รอยยิ้มสดใสระบายขึ้นบนใบหน้าด้วยความมั่นใจ กล้องถูกวางไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสมแล้วจึงกดปุ่มเริ่มไลฟ์สด
“สวัสดีค่ะทุกคน!” เป่าเป้ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใส “วันนี้เป้ยตื่นเต้นมาก ๆ เลยที่จะได้บอกกับทุกคนว่า ตอนนี้เป้ยได้กลับมาอยู่ประเทศไทยแล้วค่า!”
ในขณะที่เธอกำลังพูด บรรดาแฟนคลับก็เริ่มเข้ามาในห้องไลฟ์สดมากขึ้นเรื่อย ๆ คอมเมนต์และอีโมติคอนถูกส่งมารัว ๆ อย่างไม่ขาดสายจนแทบจะอ่านไม่ทัน
‘มาถึงกี่โมงครับ เหนื่อยไหมเอ่ย’
‘จะไม่ไปไหนแล้วใช่ไหมครับ’
‘จะมีการจัดมีตติ้งหรือเปล่า จากเจอน้องเป้ยจังเลย’
เป่าเป้ยไล่สายตาอ่านคอมเมนต์ที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอพร้อมกับรอยยิ้ม ของขวัญราคาแพงมากมายถูกกดส่งมาให้จนแทบคำนวณไม่ได้ว่าคืนนี้เธอจะมีรายได้เท่าไหร่
“เป้ยเพิ่งมาถึงเมื่อชั่วโมงก่อนนี่เองค่ะ เหนื่อยเหมือนกันแต่คิดถึงทุกคนมากกว่า เป้ยเลยขึ้นไลฟ์ก่อน”
คำพูดคำจากออดอ้อนทำให้บนหน้าจอตอนนี้มีสติ๊กเกอร์รูปหัวใจถูกส่งมาให้จนมองไม่ทัน แถมเหล่าบรรดาหนุ่ม ๆ ที่เป็นแฟนคลับยังกดส่งของขวัญเพื่อเป็นการต้อนรับเธอกลับประเทศแบบไม่หยุดพัก
การไลฟ์สดมันคืองานของเธอ และเป็นงานที่ทำรายได้หลักหลายแสนบาทต่อเดือน อาจจะเป็นโชคดีที่พ่อแม่ซึ่งจากโลกนี้ไปแล้วมอบหน้าตาอันมีเสน่ห์มาให้ ใครเห็นก็เอ็นดู
เป่าเป้ยไลฟ์สดพูดคุยอยู่ครู่ใหญ่ เมื่อมองดูเวลาตอนนี้ก็เกือบจะตีหนึ่งเข้าไปแล้ว หากเป็นช่วงปกติเธอสามารถนั่งคุยกับแฟนคลับต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงเช้าก็ยังไหว แต่ตอนนี้ร่างกายที่อ่อนล้าจากการเดินทางกำลังประท้วงให้ไปพักผ่อน
“ทุกคนขา...ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว เป้ยว่าเราไปนอนกันดีกว่าเนอะ ไว้พรุ่งนี้เป้ยจัดของเสร็จจะรีบมาไลฟ์คุยกับทุกคนอีก แบบนี้ดีไหมเอ่ย”
แน่นอนว่าไม่มีคอมเมนต์ไหนที่ขัดใจหญิงสาวแม้แต่คอมเมนต์เดียว แม้ว่าหนุ่ม ๆ หลายคนจะอิดออดเพราะอยากเห็นหน้าสวย ๆ ต่ออีกสักหน่อย แต่ทุกคนก็เข้าใจและยอมให้เธอลงไลฟ์โดยไม่ต่อว่าอะไร....
.....
“เสี่ย...จะกลับแล้วเหรอคะ ไม่ค้างกับพราวเหรอคะ ไหนเสี่ยบอกว่าคืนนี้จะค้างกับพราวไง”
หญิงสาวร่างกายเปลือยเปล่าโอบกอดชายหนุ่มตรงหน้าด้วยท่าทีออดอ้อน ริมฝีปากที่แต่งแต้มสีพีชเอาไว้ไล้จุมพิตไปตามกล้ามเนื้อกำยำอย่างเคยชิน
“พอดีน้องสาวเพิ่งกลับมาจากจีนน่ะ ฉันจะแวะไปหาหน่อย คงค้างกับเธอไม่ได้หรอก”
กิตติภพตอบกลับพลางแกะมือของอีกฝ่ายออกจากการกอดรัดตัวเอง เจ้าของร่างกำยำลุกจากเตียงนอนแล้วเดินไปหยิบกระเป๋าตังที่วางอยู่บนโต๊ะ เขานับเงินจำนวนหนึ่งแล้วยื่นให้กับหญิงสาวที่เพิ่งช่วยปลดปล่อยอารมณ์เมื่อครู่
“วันนี้ฉันให้พิเศษก็แล้วกัน” แบงค์สีเทาปึกหนึ่งยื่นไปให้หญิงสาวที่ทำท่าทางเง้างอน และอาการของเธอก็ทำให้เขาไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่
“จะไปหาน้องสาวหรือนัดกับผู้หญิงคนอื่นไว้คะเสี่ย” พราวถามทีเล่นทีจริงขณะยื่นมือมารับเงินที่เขาส่งให้
“แล้วมันมีปัญหาตรงไหนหากฉันจะไปหาผู้หญิงคนอื่น เธอมีสิทธิ์ที่จะห้ามงั้นเหรอ” น้ำเสียงทุ้มเข้มเปรยถาม พร้อมกับแววตาที่สะท้อนความไม่พอใจออกมาให้เห็น
“อย่า...ล้ำ...เส้น” กิตติภพเอ่ยย้ำทีละค้ำอย่างช้า ๆ “ฉันให้เธอเป็นได้แค่ไหนก็แค่นั้น อย่าคิดว่าการได้นอนกับฉันแล้วเธอจะสามารถทำตัวเป็นเจ้าของฉันได้”
สายตาคมกริบจ้องมองอีกฝ่ายราวกับต้องการเชือดเฉือนเนื้อ ทำให้พราวต้องรีบก้มหน้าหลบในทันที เขาเป็นบ่อเงิน การทำให้ผู้ชายตรงหน้าโกรธคงไม่ใช่เรื่องดีนัก
“พราวขอโทษค่ะเสี่ย ทีหลังพราวจะไม่พูด จะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วค่ะ เสี่ยไม่โกรธพราวนะคะ”
หญิงสาวรีบก้าวลุกจากเตียงนอน สองแขนโอบกอดร่างกายของชายหนุ่มตรงหน้าเอาไว้ ใบหน้าซบลงที่อกแกร่งเอ่ยพูดผ่านน้ำเสียงออดอ้อนหวังให้ความขุ่นข้องในความรู้สึกของเขานั้นลดลง แต่ว่า...ดูเหมือนทุกอย่างมันจะไม่เป็นไปตามที่เธอคิดสักเท่าไหร่
“ฉันว่ามันคงไม่มีทีหลังแล้วล่ะ”
“ทะ ทำไมคะเสี่ย เสี่ยจะไม่มาหาพราวแล้วเหรอคะ”
มุมปากหยักกระตุกยิ้มหยัน แม้ตัวเขาจะใช้เงินซื้อผู้หญิงมาเพื่อบำเรอเรื่องบนเตียงในเวลาที่อยากได้ แต่ว่าก็ไม่เคยเอารัดเอาเปรียบแม้สักครั้งเดียว หลังเสร็จงาน เงินที่ยื่นให้นั้นมากกว่าเวลาที่พวกเธอออกไปรับงานข้างนอกเองตั้งหลายเท่า
แต่บางคนก็หลงระเริงจนเกินไป...ทำดีด้วยหน่อยก็คิดว่าสามารถทำตัวเป็นเจ้าของเขาได้
“เธอก็รู้ดีไม่ใช่เหรอพราว ข้อตกลงทุกอย่างที่ฉันเคยบอกก่อนที่เธอจะรับงานน่ะ ในเมื่อเธอทำไม่ได้ ทุกอย่างก็จบ”
“ พะ พราวไม่ได้ตั้งใจค่ะเสี่ย พราวแค่อยากจะหยอกเสี่ยเล่นเฉย ๆ ค่ะ ไม่ได้คิดจะทำตัวเป็นเจ้าของเลยนะคะ”
“ฉันเป็นเพื่อนเล่นเธอตั้งแต่เมื่อไหร่”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นชายิ่งกว่าเก่า นัยน์ตาสีเข้มปรายมองคนที่ยังไร้เสื้อผ้าห่อหุ้มร่างกาย พลางหยิบเสื้อผ้าของตัวเองที่เกลื่อนอยู่บนพื้นขึ้นมาสวม
“หมดหน้าที่ของเธอแล้ว จากนี้ก็ถือว่าเราไม่เคยรู้จักกัน เห็นหน้าก็ไม่ต้องทัก หวังว่าเธอคงเข้าใจ”
แม้ไม่อยากยอมรับกับข้อเสนอ ไม่อยากปล่อยให้ผู้ชายตรงหน้าออกไปตอนนี้ แต่ว่า...เธอเองก็บริการให้เขามาเกือบปีย่อมรู้ดีว่าอีกฝ่ายนิสัยเป็นเช่นไร
เจ้าของ Just Play Club...เขามันเป็นคนไร้หัวใจ
///////////////////////////////////////////////////////
กล่องของใช้สำหรับเด็กและกล่องของเล่นอีกหลายกล่องถูกทยอยขนใส่ท้ายรถเพื่อจะเอาไปฝากลูกชายของธีร์ธวัช กิตติภพเช็กดูของทุกอย่างอีกครั้ง เมื่อแน่ใจแล้วว่าครบถ้วนก็ปิดกระโปรงท้ายรถลง “หนูว่า...เด็กห้าเดือนจะเล่นของที่พวกเราซื้อให้ได้หรือยังคะ” กิตติภพถามขึ้นด้วยความไม่แน่ใจนัก เพราะตัวเองกับเป่าเป้ยก็เพิ่งแต่งงานกันได้แค่สองเดือน แน่นอนว่าคนตัวเล็กยังไม่ได้ตั้งครรภ์ “ตอนนี้ยังเล่นไม่ได้ แต่อีกเดือน หรือสองเดือนก็เล่นได้แล้วค่ะ เด็ก ๆ สมัยนี้โตวัย พัฒนาการเร็ว” เป่าเป้ยตอบกลับ แล้วก็เปิดโทรศัพท์เลื่อนหน้าจอให้คนถามดูว่าเด็กวัยห้าเดือนส่วนมากมีพัฒนาอย่างไร พอได้อ่าน กิตติภพก็ค่อยสบายใจ ว่าของที่ซื้อไปฝากลูกชายของเพื่อนรักนั้นจะมีประโยชน์ รถยนต์แล่นไปตามถนนที่การจราจรคับคั่ง กว่าที่เขาจะฝ่าฟันรถติดมาถึงบ้านเพื่อนได้ก็กินเวลาไปเกือบ 2 ชั่วโมง ตั้งแต่สายขิมตั้งครรภ์ ธีร์ธวัชก็ซื้อบ้านหลังใหม่แล้วย้ายเข้ามาอยู่ตั้งแต่เมียยังไม่คลอด ด้วยเหตุผลที่ว่าคอนโดนั้นคับแคบเกินไป ไม่มีที่ให้ลูกวิ่งเล่น จะว่าไปก็ไม่น่าเชื่อว่าเพื่อนของเขาจะเปลี่ยนแปลงตัวเองไปได้ขนา
สามเดือนต่อมา หลังรับปริญญาสามเดือน งานแต่งงานของภัทรกรและกีรติก็ถูกจัดขึ้นในห้องบอลรูมหรูหราที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงามแสงไปส่องสว่างลงกลางเวที ที่ตอนนี้มีเจ้าบ่าวและเจ้าสาวยืนอยู่คู่กัน กีรติยืนหันหลังให้หน้าเวที ตอนนี้เสียงโห่ร้องด้วยความตื่นเต้นจากคนที่อยู่ด้านล่าง พิธีกรนับหนึ่งจนถึงสาม แล้วช่อดอกคาเมลเลียสีชมพูอ่อนก็ถูกโยนจากมือของเจ้าสาว เสียงกรี๊ดกร๊าดดังขึ้นเมื่อหญิงสาวหลายคนต่างพากันอยากจะเป็นผู้รับช่อดอกไม้นั้น ด้วยความเชื่อที่ว่าตนเองจะได้แต่งงานเป็นลำดับต่อไป ช่อดอกไม้ลอยเคว้งอยู่บนอากาศครู่หนึ่ง ก่อนจะตกลงสู่มือของหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านล่าง แต่แทนที่เธอจะดีใจที่ได้รับมัน กลับรีบหันหลังแล้วเดินไปหาเป่าเป้ยที่ยืนอยู่ไม่ไกล “อะ อะไรเหรอคะ” เป่าเป้ยเอ่ยถามตะกุกตะกัก เมื่อคนตรงหน้ายื่นช่อดอกคาเมลเลียมาให้ “ช่อดอกไม้เจ้าสาวช่อนี้ เป็นของคุณเป้ยค่ะ” “ของเป้ยเหรอคะ” เป่าเป้ยถามกลับอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่เมื่อเห็นหญิงสาวพยักหน้าจริงจังเธอเลยยื่นมือไปรับมาไว้กับตัวเอง พึ่บ! จู่ ๆ ไฟทุกดวงก็ดับสนิท เสียงเพ
แวะพาคนตัวเล็กไปทานข้าวแล้วกิตติภพก็รีบพาเธอกลับมายังคอนโดของเขาเพื่ออาบน้ำแต่งตัว คืนนี้นัดกับภัทรกรและกีรติเอาไว้น่าจะเลี้ยงฉลองที่พวกเธอรับปริญญา เป่าเป้ยในชุดเสื้อกระดุมหน้าน่ารักคู่กับกระโปรงสั้นตัวเก่ง ซึ่งตอนนี้เขาก็ชินกับการแต่งตัวของเธอไปแล้ว จะสั้น จะโป๊อย่างไรก็ไม่ว่า เพราะยังไงเธอก็เป็นของเขาแค่คนเดียว คนอื่นนั้นได้แค่มองแต่หมดสิทธิ์ครอบครอง “เสร็จแล้วรีบไปกันเถอะค่ะเฮียตี๋ เดี๋ยวรถติด” “ไปค่ะ” ไม่ถึงห้านาที ทั้งเขาและเธอก็เข้ามานั่งอยู่ในรถแล้ว “อุ๊ย...หนูลืมฉีดน้ำหอม” เป่าเป้ยอุทานออกมาแล้วก้มหน้าก้มตาควานหาอะไรบางอย่างในกระเป๋าสะพายใบเล็ก “หนูหาอะไรคะ” ใบหน้าคมชะโงกเข้าไปใกล้อย่างสนใจ เพียงไม่นานเธอก็ชูขวดแก้วสีใสขนาดพกพาออกมา “หาน้ำหอมค่ะ นี่ไง” พูดเสร็จก็เริ่มฉีดพรมไปตามจุดต่าง ๆ ในร่างกายอย่างเคยชิน เพียงแค่น้ำหอมขวดเล็กถูกเธอฉีดพรม กิตติภพก็รู้สึกได้ถึงบางอย่างที่เกิดขึ้นกับร่างกายที่จะมีปฏิกิริยากับน้ำหอมกลิ่นพิเศษของเธอเพียงเท่านั้น “เป้ย...ทำไมหนูฉีดกลิ่นนี้คะ” “ก็มันม
“หมวย แล้วเป้ยล่ะ” กิตติภพถามขึ้น เมื่อเขาพยายามกวาดสายตามองรอบ ๆ แล้วก็ยังไม่เห็นเด็กในปกครองของตอนแม้แต่เงา วันนี้เป็นวันรับปริญญาของเป่าเป้ยและกีรติ ทุกคนก็นัดกันเอาไว้แล้วว่าจะมาเจอที่ด้านหน้าหอประชุม แต่ตอนนี้มีแค่น้องสาวของเขา แล้วเป่าเป้ยหายไปไหน “เฮียตี๋คงต้องรอหน่อยนะคะ เป้ยน่ะมี FC มารอแสดงความยินดีอยู่ทางนู้นเยอะเลยล่ะค่ะ กว่าจะมาหาเฮียได้น่าจะอีกนานเลยล่ะ อ้าว...เฮียตี๋” กิตติภพไม่ได้หยุดฟังเสียงเรียกของน้องสาว ขายาวก้าวดุ่ม ๆ ไปตามเป้าหมายที่กีรติบอก แต่พอมาถึง ก็เห็นเป่าเป้ยกำลังถูกห้อมล้อมไปด้วยเหล่าบรรดาแฟนคลับที่มาแสดงความยินดี ไม่มีแม้กระทั่งช่องว่างจะให้เขาแทรกเข้าไปได้เลย สายตาคมหลุบมองช่อดอกคาร์เนชันสีขาวที่อยู่ในมือ วันนี้เขาตื่นแต่เช้าแล้วเข้าไปยังร้านดอกไม้ สอบถามกับพนักงานว่าหากอยากได้ไปแสดงความยินดีต้องใช้ดอกอะไร แล้วทางพนักงานก็แนะนำให้เป็นดอกคาร์เนชันสีขาวเพราะมีความหมายว่า ‘ขอให้โชคดี’ ตอนนี้เป่าเป้ยเรียนจบแล้ว เธออาจจะอยากทำงานที่ตัวเองชอบ แม้ตัวเขาไม่อยากให้เธอออกไปทำงานที่อื่น แต่หากว่าคนตัวเ
แสงไฟบนโต๊ะส่องสว่าง หน้าจอแล็ปท็อปถูกเปิดขึ้น เป่าเป้ยเช็กความเรียบร้อยของอุปกรณ์ทุกอย่างอีกครั้ง แล้วจึงกดปุ่มเริ่มไลฟ์สด เธอนั่งนิ่ง ๆ อยู่บนเก้าอี้ ใบหน้าจิ้มลิ้มยังแต้มรอยยิ้มเหมือนกับทุกครั้งที่เธอจะได้เริ่มพูดคุยกับเหล่าแฟนคลับวันนี้คนตัวเล็กสวมชุดเดรสสั้นฟูฟ่องสีฟ้าสดใส บนศีรษะมีกิ๊
ซื้อต่างหูให้เธอเสร็จแล้วจากนั้นก็แวะทานข้าวเย็น ก่อนที่คนตัวโตจะออดอ้อนขอตามมานอนคอนโดของเธอด้วย แน่นอนว่าเป่าเป้ยย่อมไม่ขัดใจ ตอนนี้เฮียตี๋จึงมายืนอยู่ในห้องนอนของเธอเรียบร้อยแล้ว “เฮียตี๋มองหาอะไรเหรอคะ” ถามออกไปด้วยความสงสัย เพราะตั้งแต่มาถึงเขาก็เอาแต่มองซ้าย มองขวา กวา
แม้จะบอกไปแล้วว่าไม่อยากได้อะไรเป็นของขวัญ แต่แน่นอนว่าเธอไม่สามารถคัดค้านความอยาก ‘ให้’ ของผู้ชายเอาแต่ใจได้เลย ในตอนนี้ ทั้งเธอและเฮียตี๋จึงได้มาอยู่ในห้างดังใจกลางเมือง “เอาล่ะ บอกมาได้เลยว่าหนูอยากได้อะไร เฮียจะซื้อให้ทุกอย่างเลยค่ะ” ฝ่ามือหนากุมมือเธอพลางจูงเดินไปข้างหน
ภาพสะท้อนในกระจกบานใหญ่เผยให้เห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผมสีดำสนิทถูกเซตอย่างเรียบร้อย ใบหน้าคมคายดูหล่อเหลาขึ้นเป็นกองด้วยเสื้อยืดสีดำเรียบง่าย ตัดกับความเท่ของแจ็กเกตหนังสีดำสนิทและกางเกงยีนส์สีเข้มเข้ารูป “หล่อไม่เบาเลยนะเรา” กิตติภพยิ้มบาง ๆ ให้ตัวเองที่อยู่ในกระจก สอ