Masuk“พรีม ๆ หยุดก่อน” เขาร้องเรียกหญิงสาวเอาไว้ เสียงดังฟังชัดทำเอาเด็กน้อยถึงกับหันมามองคนเรียก “คุณลุง” น้องพอวาเห็นหน้าก็จำได้ว่า เขาคือคนที่ได้เจอที่หน้าห้องน้ำเมื่อตอนมาถึงที่ร้าน พริมาภาตกใจไม่น้อยที่ได้ยินบุตรสาวร้องทักเขาขึ้น จริงอยู่ว่าหญิงสาวต้องการให้เขารับรู้ว่าเด็กที่เธอจับมือเอาไว้อยู่นี้คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา หากแต่ไม่ใช่ตอนนี้ “น้องพอวา” “คุณลุงจำชื่อน้องพอวาได้ด้วย” เด็กน้อยบอกเสียงแจ๋วด้วยดีใจที่มีคนจำชื่อตัวเองได้ “จำได้สิคะ” “น้องพอวา หนูรู้จักคุณ ... เอ่อ คุณลุงด้วยเหรอคะ” “คุณลุงช่วยน้องพอวากดสบู่ให้ตอนน้องพอวาล้างมือค่ะ” เด็กน้อยบอกเสียงใสเลยทีเดียว “พรีม เด็กคนนี้ ...” “น้องพอวาเป็นลูกสาวพรีมค่ะ” เธอไม่รีรอที่จะบอกออกไปเช่นนั้น เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องปิดไม่ให้เขารู้ว่าเธอมีลูกแล้ว คำตอบนั้นทำให้ใบหน้าหล่อคมเข้มถึงกับร้อนวูบขึ้นมา พร้อม ๆ กับหลากหลายความรู้สึกที่วิ่งแทรกเข้ามา ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นความรู้สึกอะไรกันแน่
Lihat lebih banyakบรรยากาศภายในงานประกาศผลรางวัล โครงการ ‘ส่งเสริมให้เด็กได้โชว์ศักยภาพ และความสามารถ เพื่อชิงทุนการศึกษา’ ของบริษัทผลิตนมผงคุณภาพระดับพรีเมียมของประเทศ
ซึ่งได้มีการประกวดและตัดสินในบางส่วนไปบ้างแล้ว สำหรับวันนี้เป็นวันที่ประกาศผลว่าเด็กคนไหนจะคว้าทุนการศึกษาหนึ่งล้านบาทไปได้
เสียงที่ดังเจื้อยแจ้วของผู้คนที่มาร่วมงานค่อย ๆ เบาลง และเงียบในที่สุด เมื่อพิธีกรบนเวทีทำการประกาศผลรางวัลที่ทั้งเด็กและผู้ปกครองกำลังรอคอย
“ขอแสดงความยินดีกับ ...”
เสียงดนตรีดังขึ้นเป็นการกระตุ้นความตื่นเต้นให้กับทุกคนที่อยู่บริเวณลานกว้างของห้างสรรพสินค้าใหญ่ใจกลางเมือง
“คนเก่งของเราวันนี้คือ ... น้องพอวา ด.ญ.พอวา เมธานนท์ รับทุนการศึกษาหนึ่งล้านบาท ยินดีด้วยครับ”
สิ้นเสียงพิธีกร เสียงปรบมือดังสนั่นขึ้นแทรกในทันที
“กรี๊ดดดด!!! น้องพอวาชนะแล้ว กรี๊ดดดด”
พลอยณิศาส่งเสียงร้องดีใจแข่งกับเสียงปรบมือ และคำชื่นชมในตัวผู้ได้รับรางวัลทันที
‘เด็กหญิงพอวา เมธานนท์’ อายุหกขวบเศษเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่ง ณ โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง บุตรสาวคนเดียวของ ‘พริมาภา’ หรือ ‘พรีม’ ซึ่งเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว โดยมีพิมพ์รดาน้องสาว กับพลอยณิศาเพื่อนเป็นคนช่วยดูแลตั้งแต่เกิด ร่างเล็กมองหน้าบุตรสาวที่นั่งยิ้มกริ่มอยู่กับเพื่อนรักอย่างปลื้มปิติ ด้วยไม่คิดว่าบุตรสาวตัวเองจะเก่งขนาดนี้
แต่ก็ใช่ว่าเด็กน้อยจะไม่เคยผ่านเวทีการประกวดอะไรมาก่อนเลย ด้วยความฉลาด ความสามารถของเด็กที่พลอยณิศามองเห็น ทำให้หล่อนผลักดัน และแสวงหาโอกาสให้กับหลานสาวในทุก ๆ ด้าน ที่คิดว่าเจ้าตัวเล็กสามารถทำได้
และเมื่อเห็นว่าเวทีนี้เปิดให้เด็กได้มาโชว์ศักยภาพ ความสามารถ หล่อนจึงไม่รีรอที่จะยื่นใบสมัครให้ ซึ่งน้องพอวาได้แสดงความสามารถด้วยการเล่านิทานภาษาอังกฤษ จีน และไทย โดยถ่ายทอดจินตนาการออกมาจนผู้ชม และผู้ฟังในงานต่างพากันชื่นชมในความสามารถ จนคว้ารางวัลชนะเลิศรับทุนการศึกษาหนึ่งล้านบาทมาในที่สุด
และนอกจากทุนการศึกษาแล้ว ยังได้เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับผลิตภัณฑ์ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีด้วย
“เชิญน้องพอวาบนเวทีครับ”
เสียงพิธีกรหนุ่มดังขึ้นอีกครั้ง
“แกพาน้องพอวาขึ้นไปรับรางวัลเร็ว”
พลอยณิศารีบหันมาบอกเพื่อนรัก
“แม่จ๋าไปรับรางวัลกับน้องพอวานะคะ”
เด็กน้อยผู้ได้รับรางวัลรีบอ้อนมารดาขึ้นมาทันที
โดยปกติแล้วพริมาภาไม่ค่อยแสดงตัวอยู่แล้ว ส่วนมากจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพลอยณิศาหรือไม่ก็พิมพ์รดา เพราะทั้งสองคนมักเป็นคนจัดการมาตั้งแต่ต้น
การประกวดครั้งนี้ในตอนแรกเธอก็ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไร เพราะกลัวว่าจะเป็นการกดดันลูกสาวมากเกินไป ทว่าก็ต้องใจอ่อนเมื่อเจ้าตัวเล็กเป็นคนเอ่ยปากเองว่า อยากไปประกวด
จริง ๆ แล้ววันนี้หญิงสาวไม่สามารถมาร่วมงานได้ด้วยซ้ำ ดีที่ทางบริษัทเลื่อนการประชุมออกไป เธอจึงรีบตามมาส่งกำลังใจให้บุตรสาวทันที
“น้องพอวาไปกับน้าพลอยนะคะ”
“แกน่าจะขึ้นไปด้วยนะ เดี๋ยวฉันถ่ายรูปให้”
“ไม่ละ แกจัดการไปเถอะ ... น้องพอวาไปกับน้าพลอยนะคะ”
“ก็ได้ค่ะ”
น้ำเสียงตอบรับฟังดูติดจะเศร้าไปหน่อย ทว่าเมื่อมารดาอุ้มร่างเล็กขึ้น แล้วหอมเข้าที่แก้มฟอดใหญ่ ริมฝีปากจิ้มลิ้มก็ยิ้มออกทันที
“แม่จ๋ารออยู่ข้างล่างนะคะคนเก่ง”
เธอบอกพร้อมกับอุ้มร่างเล็กขึ้นมาด้วย
“ค่ะ”
คราวนี้เสียงใสแจ๋วเลยทีเดียว
“งั้นฉันพาน้องพอวาไปรับรางวัลก่อน”
“โอเค ๆ ฉันไปรอหลังเวทีนะ”
หญิงสาวรับคำแล้วก็หยิบโทรศัพท์มาดู เพราะมีเสียงเรียกเข้ามาพอดี ว่าแล้วหญิงสาวก็หอมแก้มบุตรสาวเป็นการให้กำลังใจอีกครั้ง ก่อนส่งร่างเล็กให้เพื่อนรัก แล้วก็ปลีกตัวไปทางด้านหลังเวที
ขณะที่หญิงสาวเดินแยกตัวออกมา ได้ยินแต่คนชื่นชมบุตรสาวตัวเอง ยิ่งได้ยินหัวใจยิ่งพองโตรู้สึกภูมิใจตัวเองที่สามารถเลี้ยงดูลูกมาให้เก่ง และกล้าแสดงออกขนาดนี้ และต้องขอบใจเจ้าตัวเล็กด้วยที่ไม่ดื้อ แถมยังยอมรับในสิ่งที่เธอและน้า ๆ ป้อนให้ทุกอย่าง
“เด็กคนนี้เก่ง ๆ มาก ๆ เลยนะคะคุณกิ่ง”
คำชื่นชมของหญิงคนหนึ่งทำเอาพริมาภาที่กำลังเดินอ้อมไปทางด้านหลังเวทีต้องหยุดเท้าแล้วหันมองที่ต้นเสียงนิดหนึ่งแล้วสายตาก็พลันเห็นใครคนหนึ่งในงาน
“คุณกิ่งกาญจน์”
พริมาภาอุทานเรียกชื่อหญิงสูงวัยซึ่งนั่งอยู่ที่ชุดโซฟาของประธานในการจัดงานโดยอัตโนมัติ แล้วก็รีบพาตัวเองหลบไปทางหลังเวทีทันที หัวใจเต้นแรงเร็วอย่างลุ้น ๆ ด้วยกลัวว่าเจ้าของชื่อที่อุทานเรียกเมื่อครู่จะได้ยินแล้วหันมามอง ด้วยตกใจทำให้ลืมไปเสียสนิทว่า ต้องมารับสายโทรศัพท์ที่ดังเรียกเข้ามาเมื่อครู่ พอมาดูอีกทีสายก็ถูกตัดไปแล้ว
“คุณลุงช่วยกดให้เอาไหมคะ”เด็กน้อยพยักหน้าให้อีกครั้ง พร้อมกับยื่นมือไปรองรับเจลล้างมือ แล้วจัดการถูกับมือตัวเอง จากนั้นก็กดน้ำทำความสะอาดมือด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง“กระดาษทิชชูค่ะ”“ขอบคุณค่ะ”เจ้าตัวเล็กรับกระดาษชำระจากมือชายแปลกหน้า แล้วจัดการเช็ดมือตัวเองจนแห้ง เรียบร้อยแล้วก็นำกระดาษในมือทิ้งลงถังขยะ การกระทำของเจ้าตัวเล็กดูก็รู้ว่ามีผู้ใหญ่สอน และการชี้แนะมาเป็นอย่างดี“หนูชื่ออะไรคะ แล้วทำไมถึงมาล้างมือคนเดียวคะ”ชายหนุ่มถามต่อ เขารู้สึกถูกชะตาเด็กพูดน้อยคนนี้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น“พอวาค่ะ น้าพลอยเข้าห้องน้ำอยู่ค่ะ”“พอวา ๆ ... และน้องพอวามากับคุณน้าเหรอคะ”เขาทวนชื่อเด็กน้อย พลางคิดไปด้วยว่า รู้สึกคุ้น ๆ กับชื่อนี้ และเหมือนเพิ่งได้ยินมาเมื่อไม่นาน แต่นึกไม่ออก“คุณแม่ด้วยค่ะ”“น้องพอวา ล้างมือเสร็จแล้วใช่ไหมคะ”พลอยณิศารีบเรียกหาหลานสาวเป็นอันดับแรกที่ทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว“ล้างเสร็จแล้วค่ะ และก็เช็ดมือแล้วด้วยค่ะ”เด็กน้อยรีบตอบกลับทันที เพียงแค่ได้ยินเสียงหลานสาวตอบกลับผู้หล่อนก็โล่งใจแล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ครั้งแรกที่ปล่อยให้เด็กรออยู่ข้างนอกแบบนี้ แต่ก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้
บรรยากาศภายในร้านอาหาร วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ร้านอาหารทะเลร้านนี้ค่อนข้างมีชื่อ และอยู่ใกล้กรุงเทพฯทำให้ลูกค้าค่อนข้างเยอะพอสมควร“ไม่ทราบว่าจองโต๊ะไว้หรือเปล่าคะ”เด็กในร้านรีบเดินมาให้การต้อนรับ เมื่อเห็นลูกค้ากำลังมองหาโต๊ะที่วางอยู่“โต๊ะคุณกฤตธนัชค่ะ”กฤตธนัช ชายหนุ่มเจ้าของแบรนด์เครื่องหนังชื่อดัง ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่ผู้ชายคนเดียวที่พริมาภาพูดคุยคบหาด้วยตั้งแต่เรียนปริญญาเอกด้วยหลังเรียนจบเขาก็มารับหน้าที่บริหารงานแทนพี่สาว และก็ดึงพริมาภามาเป็นผู้ช่วยดูแลเรื่องการตลาดเครื่องหนังให้ แต่ในความเป็นจริงแล้วใคร ๆ ก็ดูออกว่าฝ่ายชายนั้นคิดอะไรกับหญิงสาว แต่ดูเหมือนฝ่ายหญิงจะไม่เปิดใจให้เอาเสียเลย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาย่อท้อและก่อนที่น้องพอวาจะกลับบ้านเขาโทร.เข้ามาหาหญิงสาว“วันนี้เราไปเลี้ยงฉลองให้น้องพอวาคนเก่งกันนะครับ”เรื่องเดียวที่สามารถทำให้หญิงสาวยอมพูดคุยด้วยได้อย่างเป็นกันเองที่สุดคือเรื่องบุตรสาว ข้อนี้เขารู้ดีและมักดึงมาเป็นหัวข้อแรกในการเปิดการสนทนาด้วยทุกครั้ง“จะดีเหรอคะ”“ดีสิครับ คุณไม่ได้พาน้องพอวาออกมาทานข้าวนอกบ้านนานแล้วไม่ใช่เหรอครับ”“ค่ะ”“ถ้าอย่างนั้
พริมาภานั่งอ่านข่าว และดูคลิปการประกวดของบุตรสาวตัวเองที่ผ่านมา ยิ่งได้อ่านข่าว ได้อ่านคอมเมนต์ต่าง ๆ แล้วก็อดปลื้มใจในความสามารถของบุตรสาวตัวเองไม่ได้“แม่จ๋า”เสียงแจ๋วของเด็กน้อยที่กำลังแอบชื่นชมอยู่คนเดียวเมื่อครู่ดังมาแต่ไกล ก่อนจะวิ่งมาพร้อมกับตุ๊กตากระต่ายหูยาวตัวโปรดเรียกสติเธอให้กลับมา“กลับมาแล้วเหรอคะคนเก่งของแม่จ๋า วันนี้ไปเรียนรำไทยมาสนุกไหมคะ”ทุกวันหยุด พลอยณิศาจะพาเด็กน้อยไปทำงาน หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งเรียนเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นรำไทย เต้น ร้องเพลง หรือแม้แต่กีฬา หรือการประกวดต่าง ๆสำหรับเรื่องเรียนเสริมพริมาภาจะอนุญาตให้เลือกเรียนทีละอย่าง และให้เรียนวันละไม่เกินสอง-สามชั่วโมงเท่านั้น เพราะไม่อยากให้ลูกสาวต้องเครียดมาก และเธอกับเพื่อนรักไม่ได้บังคับให้เรียน มีแต่เด็กน้อยที่ร้องขอไปเรียนเองอย่างรำไทยนี้เจ้าตัวเล็กก็เป็นคนเอ่ยปากขอเรียนเองเลย“สนุกมาก ๆ เลย น้องพอวาชอบค่ะ”เด็กน้อยบอกเสียงใสก่อนขึ้นมานั่งบนตักมารดาอย่างประจบประแจง“แล้วเมื่อไรแม่จ๋าจะได้เห็นลูกสาวคนสวยของแม่รำนะ”“น้องพอวา รำให้ดูเลยก็ได้นะคะ”ว่าแล้วเจ้าตัวเล็กก็วางตุ๊กตากระต่ายหูยาวไว้บนโต๊ะ แล้ว
หญิงสาวจำหญิงสูงวัยผู้นี้ได้ไม่เคยลืม เพราะท่านเป็นทั้งผู้ให้ที่พักพิง ให้ทั้งเงิน เพื่อให้เธอกับน้องสาวได้เรียนต่อ และก็ยังเป็นคนที่ทำให้ต้องกลายเป็นนกไร้รังอีกครั้งแต่หากให้มาคิดอีกทีต้องของคุณด้วยซ้ำที่ทำให้ชีวิตเธอมีคุณภาพ และมีคุณค่ามากขึ้น เพราะหากไม่ใช่เพราะนาง ดีไม่ดีเธออาจจะยังคงเป็นแค่เด็กรับใช้ และคงไม่มี ดร.พริมาภา กับ เด็กหญิงพอวาในวันนี้ก็ได้เธอมองหญิงสูงวัยที่ยังคงภูมิฐานเฉกเช่นเดิม แม้เวลาจะล่วงเลยมานานหลายปี ทว่าดูเหมือนว่านางยังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง สายตาคู่สวยมองผ่านไปยังเจ้าตัวเล็กบนเวทีแล้วพลอยให้ยิ้มออกมาอีกครั้ง“เด็กคนนั้นคือสายเลือดของคุณผู้หญิงนะคะ”ริมฝีปากสวยได้รูปขยับเอ่ยขึ้นเบา ๆ ให้ได้ยินเพียงตัวเองเท่านั้นณ บ้านหลังใหญ่ คุณกิ่งกาญจน์เดินควงคู่กับกัญญ์ หรือ ‘กัญญ์ณรัณ’ ซึ่งเป็นบุตรสาว เข้าบ้านมาใบหน้ายิ้มแย้ม“เดินยิ้มหน้าบานกันมาเชียวนะสองแม่ลูก”คุณคะนึงนิตที่นั่งคุยกับบุตรชายเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น“คุณก็ช่างแซวนะคะ”“ก็นาน ๆ จะเห็นคุณยิ้มหน้าบานแบบนี้”“นั่นสิ ต้องมีเรื่องอะไรดี ๆ แน่ ๆ เลย”‘คนาธิป’ ที่นั่งฟังอยู่เอ่ยขึ้น เพราะรู้สึกได้ไม่ต่างจากผู้บิดา
บรรยากาศภายในงานประกาศผลรางวัล โครงการ ‘ส่งเสริมให้เด็กได้โชว์ศักยภาพ และความสามารถ เพื่อชิงทุนการศึกษา’ ของบริษัทผลิตนมผงคุณภาพระดับพรีเมียมของประเทศซึ่งได้มีการประกวดและตัดสินในบางส่วนไปบ้างแล้ว สำหรับวันนี้เป็นวันที่ประกาศผลว่าเด็กคนไหนจะคว้าทุนการศึกษาหนึ่งล้านบาทไปได้เสียงที่ดังเจื้อยแจ้วขอ