LOGINแซมขับรถไปจอดตรงที่จอดรถประจำ จากนั้นร่างสูงก็ก้าวยาวขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่เป็นแฟลตที่พัก ชายหนุ่มยังไม่ทันรูดคีย์การ์ด ประตูห้องก็ถูกดึงเปิดผางออก เหตุผลนั้นไม่ต้องสงสัยเพราะตรงหน้าห้องมีกล้องวงจรปิดที่ส่งภาพไปยังเครื่องรับภายในห้อง ชายหนุ่มสงสัยว่าเจ้าหล่อนคงนั่งจ้องเจ้าจอนั่นตาไม่กระพริบเลยทีเดียว
ร่างโปร่งระหงสวมเสื้อยืดสีแดงกางเกงยีนส์รัดรูปสีซีดยืนเท้าสะเอวอยู่ตรงหน้า ใบหน้างามของหล่อนงอง้ำ ผมหยักศกสลวยสีน้ำตาลทองถูกปล่อยฟูรอบใบหน้าเรียวแก้มขาวเนียนละเอียดทำท่าป่องเวลาหล่อนงอน
“ทำไมช้า หกโมงครึ่งแล้ว” เสียงบ่นดังขึ้น แซมยักไหล่ก่อนจะแกล้งเดินชนหล่อนจนเซถอยหลัง
“ถ้าเร็วกว่านี้ ก็อาจจะถึงที่อื่นที่ไม่ใช่บ้าน...โอ๊ย”
ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับร้องโอ๊ยในตอนท้าย เพราะหล่อนทุบหลังเขาทีหนึ่งในฐานะที่เดินชนหล่อน
“มานี่เลย เร็วๆ เข้าไปอาบน้ำด่วน โซวเตรียมเสื้อผ้าไว้ที่ปลายเตียงแล้ว” เสียงสั่งพร้อมกับรุนหลังเขาให้เข้าไปยังห้องนอนส่วนตัว
“เฮ้ย แม่คุณ ขอพักหายใจหายคอหน่อยจะได้ไหม แซมเพิ่งออกเวรนะ” เสียงห้าวหันมาต่อว่า แต่มีหรือหล่อนจะฟัง มือบางดึงร่างเขาให้หยุดแล้วหมุนไปเผชิญหน้ากับหล่อน จัดการแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวเท่ออกให้จนหมดแถว
“ถอดเสื้อออก” หล่อนสั่งเมื่อเห็นเขายืนเฉย จ้องมองหล่อนนิ่งๆ ด้วยสายตาระอาเหลือจะกล่าว
“ถามจริงเถอะ คราวนี้ยายซีซ่าอะไรนั่นให้อะไรฮึ” เสียงห้าวเอ่ยถามอย่างอยากรู้ขึ้นมา
“ยายธัญญ่าย่ะ นี่ตอนไปเจอเขาอย่าเรียกชื่อผิดล่ะ”
เจ้าหล่อนสั่งกำชับทันควัน จากนั้นก็เอื้อมไปปลดเข็มขัดหนังให้ แซมยืนเฉยมองดูหล่อนเจ้ากี้เจ้าการกับเสื้อผ้าของเขาอย่างไม่มีความเกรงอกเกรงใจกันแม้แต่น้อยนิด นี่ไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ระหว่างเขากับโซเฟีย
แต่ที่เจ้าหล่อนไม่รู้นั่นก็คือ การที่หล่อนยุ่มย่ามวุ่นวายและเจ้ากี้เจ้าการกับร่างกายเนื้อตัวของเขานั้น เขาเองจะต้องกัดฟันกรอดๆ อดทนกับอารมณ์และอาการแปลกประหลาดที่ก่อเกิดขึ้นภายในใจเพียงใด... แซมรีบสลัดความคิดบ้าๆ นั้นออกอย่างรวดเร็ว และนับครั้งไม่ถ้วน
“แล้วโซวล่ะ ให้แซมไปดินเนอร์หรู โซวกินข้าวคนเดียวนะ” เขาแกล้งถาม โซเฟียยักไหล่ไม่แคร์
“ไม่เป็นไร เดตนี้แค่มื้อเดียว” หล่อนตอบพร้อมกับเงยหน้าขึ้นหลิ่วตาเจ้าเล่ห์ให้
“ทำไมมื้อเดียว”
แซมเลิกคิ้วถาม เพราะเข้าใจว่าระบบการทำงานเป็นแมชเม็คเกอร์ของโซเฟียนั้น ต้องอย่างน้อยสองนัด เจ้าหล่อนจึงจะกำจัดผู้หญิงเหล่านั้น เรียกว่าเป็นการ ปิดการขาย หรือ ปิดโปรโมชั่น
“ไม่ต้องถามมากน่า เอาแค่กินข้าวให้อร่อยและสุภาพ ครับผมๆ...มากๆ และที่สำคัญห้ามจูบ ห้ามหอม ห้ามจับมือ เข้าใจไหม”
หล่อนไม่ยอมเปิดเผยว่าได้อะไรในครั้งนี้ แต่ก็สั่งกำชับโค้ทลับของการนัดเดตแต่ละนัดอย่างมืออาชีพ แซมเลิกคิ้วขึ้นสูง
“ทำไม” เขาถามอีก เพราะบางครั้งหล่อนจะบอกว่าถ้าผู้หญิงหอมแก้มก็ยอมๆ ไป แต่ห้ามจูบและห้ามหอมตอบ
หล่อนเงยหน้าขึ้นส่งสายตารำคาญให้ทันที แซมรูดซิปกางเกงลง โซเฟียเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาโยนโปะไปตรงเป้าแรงๆ อย่างแกล้งๆ แซมรีบรับมาพันท่อนล่างพร้อมกับแสร้งส่ายหน้าให้
“เหอะน่า ไม่ต้องถาม” โซเฟียบอกปัด โบกมือไล่ให้เขาเข้าไปอาบน้ำ ไม่อยากบอกว่า คนนี้หล่อนได้ของกำนัลมาเรียบร้อยแล้ว เป็นนาฬิกาแบรนด์ดังรุ่นหายากที่โซเฟียกำลังสะสมอยู่ แต่ปัญหาก็คือโซเฟียทำมันหล่นหาย
ธัญญ่าเป็นเพื่อนของเพื่อนอีกที หล่อนบังเอิญเห็นแซมในงานเลี้ยงสังสรรค์แห่งหนึ่งก็กรี๊ดกร๊าดอยากรู้จัก โซเฟียบอกว่าแซมยุ่งมาก และไม่สนใจเดตใคร แต่เจ้าหล่อนพยายามตื๊อโซเฟีย เพื่อนของโซเฟียก็คะยั้นคะยอบอกว่าทำบุญให้ยายนี่เถอะ โซเฟียจึงยอม หล่อนชอบนาฬิกาแต่ไม่ค่อยชอบยายธัญญ่าเวลาพูดถึงแซมเท่าไรนัก จึงคิดว่าจะอนุญาตให้หล่อนควงแซมแค่ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว แต่ต่อมาโซเฟียรู้สึกไม่ชอบธัญญ่ามากขึ้นอยากเปลี่ยนใจแต่หล่อนทำนาฬิกาหายไปเสียก่อน จึงจำต้องยอมให้ยายธัญญ่าควงแซมไปทานข้าวตามสัญญา
“แก้ผ้าให้แซมขนาดนี้ คิดว่าจะอาบน้ำให้ด้วย” เขาเอ่ยประชดก่อนจะหันหลังเดินเข้าไปในห้องน้ำ
“บ้า” โซเฟียบ่นอุบอิบตามหลัง หญิงสาวเก็บเสื้อผ้าของเขาไปใส่ตะกร้าผ้าใช้แล้ว จากนั้นก็กดโทรศัพท์หาธัญญ่า
“ไฮ ธัญญ่า แซมเพิ่งออกเวร เขาฝากบอกว่าอาจจะเลทนิดหนึ่งนะ เอ่อ ว่าแต่จำได้มั้ยที่โซวแอบกระซิบความลับไปน่ะ” แม่สื่อทำเสียงกระซิบกระซาบเหมือนเป็นความลับสุดยอดในตอนท้าย
“จำได้...ห้ามหอม ห้ามจูบ ห้ามแตะต้องตัว เพราะหมอแซมไม่ชอบผู้หญิงแสดงออกจนเกินงาม ฉันจำได้น่า เธอพูดกรอกหูไม่รู้กี่รอบแล้วโซเฟีย แต่ครั้งต่อไป ฉันคงไม่ต้องพึ่งเธอแล้วล่ะ”
ธัญญ่าเอ่ยเสียงสะบัดไม่พอใจนิดหนึ่ง น้ำเสียงเหมือนมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเองเหลือเกิน
โซเฟียวางสายพร้อมกับทำหน้าเเชิดฝากสายลมถึงธัญญ่า
“อย่าหวังว่าจะมีครั้งต่อไปนะยะ... ต้องขอโทษอย่างแรง สำหรับหล่อน โปรสิ้นสุดแล้วย่ะ เชอะ!”
<br/>
******************************************* **
<strong>เปิดเรื่องอย่างเป็นทางการแล้วค่าสำหรับคู่หมอแซมสุดหล่อกับหนูโซเฟีย ใครที่รอคู่นี้อยู่ เตรียมลุ้นความน่ารักและความฟินแบบกุ๊กกิ๊ก อบอุ่นและวาบหวามจนรู้สึกหวั่นไหวไปกับความรักแบบเพื่อนรักเพื่อน รักซึมลึกของเขาทั้งคู่ไปด้วยกัน กดถูกใจนิยายเป็นการต้อนรับหนุ่มแซมกับหนูโซวให้ไรท์ด้วย ก็จะขอบคุณยิ่งค่า ม้วฟๆๆๆ</strong>
“อืม...แต่ซ่าร์รู้ไหมว่าเวลามีสัตว์เลี้ยงเราจะต้องดูแลมันเป็นนะ ต้องดูแลเหมือนพี่เจฟี่ พี่ดีนดูแลซัมเมอร์”แซมอุ้มลูกแล้วโอบไหล่โซเฟียซึ่งจูงซีลอีกข้างเดินเข้าไปในบ้าน“พี่ลีย์สัญญาว่าจะช่วยซ่าร์ดูแล จริงมั้ยซีล” ซารีน่ารีบกล่าวพร้อมกับเอ่ยถามพี่ชายคนรอง“จริงฮะ พี่ลีย์จะช่วยชีลด้วยเหมือนกัน ซีลจะเอาอัลเซเซียนเหมือนเจ้าไทเกอร์ของลุงฟาน”พูดราวกับรู้จักเจ้าไทเกอร์อย่างนั้นแหละ ความจริงที่รู้จักเพราะเจ้าไทเกอร์เป็นสุนัขในตำนานของครอบครัวแม็คเคนซี่ที่พวกผู้ใหญ่มักพูดถึงตลอดเวลาคุยกันเรื่องสุนัข เจ้าซัมเมอร์ของเจฟิโอยังคงมีชีวิตอยู่ มันอายุแก่กว่าเจฟิโอสองปีจึงมีศักดิ์เป็นพี่“เอาเป็นว่าวันหยุดนี้พ่อจะดูว่าใครเป็นเด็กดี ช่วยคุณย่าที่เรือนกุหลาบช่วยคุณปู่ที่คอกม้าบ้าง ถ้าเป็นแบบนั้นก็อาจจะได้สิ่งที่ตัวเองอยากได้”แซมเอ่ย เด็กๆ รีบส่งเสียงว่าพวกเขาจะไปช่วยคุณปู่คุณย่าเอง แซมยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ยื่นหน้าไปหอมเด็กน้อยในอ้อมแขน และหันไปหอมแก้มนวลของคนที่เดินเคียงข้าง“รักโซวที่สุด ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างนะคนดี”เขากระซิบข้างหู โซเฟียยิ้มให้สามีอย่างอ่อนหวานและยื่นหน้าไปหอมแก้มสากบ้าง“ข
เสียงห้าวเอ่ยกับแซม ชายหนุ่มหันมายิ้มให้พี่ชายอย่างขอบคุณ“แซมขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างนะครับพี่ฟาน”ตั้งแต่เกิดและจำความได้ก็มีพี่ชายใหญ่คอยรักและปกป้องมาโดยตลอด ให้เขาได้เลือกวิถีทางของตัวเองโดยพี่ชายยอมรับบทชีวิตที่หนักกว่า สเตฟานตบบ่าแซมอีกครั้ง“ขอบคุณอะไรมากมาย ฉันเป็นพี่นายนะ เอ้านี่ ของขวัญพิเศษเอาไปฉลองซะ”สเตฟานเอ่ยตัดบทไม่อยากทำซึ้งกับน้องชายจนต้องเสียน้ำตา ยื่นขวดไวน์รสเลิศสูตรพิเศษให้ แซมรับไปถือไว้ใบหน้าหล่อเหลาละม้ายคล้ายกันยิ้มพราย“พิเศษแน่นะพี่ชาย” มีการถามเพื่อความแน่ใจ สูตรของเชฟนิคที่ทุกคนรอคอย“พิเศษหรือไม่ แกก็เอาไปลองเองละกัน โน่นพวกผู้หญิงมากันแล้วมากันแล้ว”สเตฟานกล่าวพยักพเยิดให้ดูทางระเบียงที่เหล่าสุภาพสตรีกำลังเดินมาทางนี้ แซมส่งมือไปให้โซเฟีย หญิงสาวยื่นมือมาจับส่งยิ้มแห่งปีติสุขให้แก่กัน“ขอให้แซมกับโซวมีความสุขมากๆ ไวน์ดีใจจริงๆ ที่ได้เห็นวันนี้ของเพื่อนรักทั้งสอง”วีรตาพูดเสร็จก็เข้าไปกอดทั้งแซมและโซเฟีย ทั้งสามกอดกันครู่หนึ่งด้วยความรักซาบซึ้งใจที่มีต่อกัน แซมมีความสุขมากที่เพื่อนรักคนหนึ่งของเขาได้กลายมาเป็นพี่สะใภ้ ส่วนอีกคนกลายมาเป็นผู้หญิงที่เขา
“หมดเวลา ทุกคนโปรดหยุดและอยู่ในความสงบ”เสียงประกาศดังขึ้นจากหัวหน้าแก๊งราวกับตำรวจประกาศจับคนร้าย ทุกคนหยุดแล้วหันไปมองรอบตัว หน้าตาของสุภาพบุรุษแต่ละคนเต็มไปด้วยลิปสติกสีสันได้อารมณ์มากจนต้องพากันหัวเราะเสียงดังออกมาด้วยความขบขันกันถ้วนหน้า“ไอ้ฟี่ มึงมาช่วยนับหน่อย จีน่าด้วยครับ” สเตฟานร้องเรียกหาผู้ช่วยจำเป็น จากนั้นก็ช่วยกันนับรอยจูบอย่างเอาจริงเอาจัง กรรมการจำเป็นทำท่าจดขยุกขยิกลงแผ่นกระดาษ จากนั้นก็เอามาส่งให้สเตฟาน หน้าตาแซมนั้นก็เหมือนคนอื่นๆ คือเต็มไปด้วยลิปสติกสีชมพู“เอาละ ได้ผู้ชนะแล้ว เกมแรก คู่ที่ชนะมีรอยคิสส์ที่นับได้มากที่สุดคือ คู่ของ....แซมกับโซเฟีย” เสียงห้าวประกาศทำให้ทุกคนต่างทำเสียงอื้ออึงทันที“กูว่าของกูเยอะก็นะ” เสียงเบอร์นาโดแกล้งตะโกนขึ้น“ของมึงเยอะแบบเละเทะมากไอ้เบอร์ดี้ มันนับรอยไม่ได้ชัดเท่าของแซม” กรรมการทำเสียงชี้ขาด แซมยิ้มแฉ่งอุ้มโซเฟียหมุนไปโดยรอบทำเสียงร้องไชโยด้วยความดีใจ“เห็นมั้ย แซมว่าเรากวาดรางวัลแน่คืนนี้” ทำเสียงกระซิบตอบ“แต่เพื่อไม่ใช่เป็นการเสียน้ำใจ เพราะมีอีกหนึ่งคู่ที่ค่อนข้างสูสี นั่นก็คือ คู่ของ...”สเตฟานทำเสียงประกาศอีกครั้งและเว้
“สีอะไรก็ไม่ต่างกัน ไม่มีความหมายอะไรกับผมอยู่แล้ว”เสียงเข้มเอ่ยออกมาทำให้แทมมิร่าสะอึกอึ้งไป ไม่เคยมีใครแสดงกิริยาเช่นนี้กับแทมมิร่า ฮิลล์ นอกจากไทสัน มาร์กอส ไอ้ผู้ชายที่แทมมิร่าเห็นหน้าแล้วอยากจะเอาเล็บข่วนให้หน้านิ่งๆ นั้นเกิดรอยเลือดซิกๆ ให้หายแค้นและให้สาสะใจ แทมมิร่าได้แต่กำมือแน่นบีบแท่งลิปสติกจนมือเจ็บ“เหมือนกัน!”หล่อนคิดออกเพียงเท่านั้นเพราะไม่รู้จะสรรหาคำพูดอะไรมาด่าเขาดี ตลอดสองสามปีมานี้ก็คิดว่าขุดคำมาด่าเขาจนหมดกรุแล้วทั้งคำที่มีในพจนานุกรมและคำที่สร้างสรรค์ขึ้นเองตามอารมณ์และความรู้สึกหญิงสาวเชิดหน้าส่งสายตาเหยียดปนรำคาญให้แทน เพราะรู้ว่าทำเช่นนี้มันทำให้เขารู้สึกจี๊ดได้ดีทีเดียว ทำเก็กหน้าไม่แยแส แต่แทมมิร่ารู้ว่าเขาเกลียดเวลาหล่อนทำสายตาเหยียดและยกมุมปากเยาะหยันใส่ ไทสันปรายตามองท่าทางเย่อหยิ่งที่หล่อนทำแล้วขยับมายืนชิดก้มหน้ามาใกล้อย่างจงใจแกล้ง“เห็นท่าแบบนี้ของคุณแล้วผมชักอยากได้แชมป์คืนนี้แล้วล่ะสิ จูบให้ดีล่ะ ถ้าผมคิดว่าไม่จุใจ ผมจะเป็นคนจูบคุณเอง”เสียงเรียบหากดวงตาเข้มบนใบหน้านิ่งของเขาวาววามส่งประกายบางอย่างที่ทำให้แทมมิร่าหน้าแดงและขนลุกซู่ไปทั่วร่าง หญิง
ด้านโจซิเฟียกับแทมมิร่าก็วางสีหน้าไม่ถูก จะโวยวายก็เกรงใจเจ้าพ่อผู้เป็นหัวหน้าแก๊ง โจซิเฟียคิดว่าทำเพื่อแซมกับโซเฟียก็แล้วกัน และวันนี้ทุกคนก็ตั้งใจที่จะสนุกสนานกันอย่างเต็มที่ หล่อนจึงไม่ควรทำตัวให้คนอื่นหมดสนุก หญิงสาวคิดได้ดังนั้นก็ยักไหล่แล้วพยักหน้าหงึกๆ ยอมรับ แทมมิร่าก็คิดคล้ายๆ กัน“ดีมาก เอาล่ะ ต่อไปจะเป็นเกมแรก ชื่อเกมว่า Kiss me พลีสสสสสส” ทำเสียงลากเสียยาวเสียงฮือฮาดังขึ้นทันที เบอร์นาโดกระดิกนิ้วส่งสัญญาณให้เมอร์ฟีหยิบกล่องอุปกรณ์ประกอบการเล่นมาวางตรงโต๊ะข้างสนาม“เรามีกันกี่คู่นะ ไหนทุกคนกรุณายืนขึ้นและกอดคู่ของตัวเอง ไวน์จ๋ามาช่วยพี่ดีกว่า”เจ้าของเวทีส่งเสียงเรียกเมียรัก วีรตายิ้มแล้วมายืนใกล้ๆ กล่องที่วางบนโต๊ะ“ไอ้เบอร์ดี้มึงไปเล่นด้วย”มีการหันไปสั่งเพื่อนคู่หู เบอร์นาโดส่งสายตาเข้มไปให้ เพราะมันเอาแต่สั่งเขาเสียจริงวันนี้ แต่เห็นไอ้เพื่อนรักมันทำทุกอย่างเพื่อน้องชายสุดที่รัก เบอร์นาโดจึงยอมหยวนๆ ให้วันนี้เป็นวันที่สเตฟานจะชี้นิ้วสั่งเขาไปหนึ่งวันก็แล้วกัน ชายหนุ่มหันไปมองเมียเห็นทำหน้าอยากร่วมเล่นกับเพื่อนๆ ด้วย จึงเดินไปหาแล้วโอบแขนไปรอบเอว อมิยายื่นหน้ามาหอมแก้ม
วีรตาจะทำเอง แต่เขาก็ดื้อดึงจะทำให้ วีรตาเถียงและค้านเขามาบ่อยแล้วแต่เขาไม่ยอมหัวชนฝา บอกว่าหล่อนเหนื่อยกับการเลี้ยงลูกมาทั้งวัน เขาจะขอช่วยแบ่งเบาภาระตรงส่วนนี้เอง ส่วนเสื้อผ้าทั่วไปจึงจะยอมให้คนรับใช้ทำให้ แซมมองพี่ชายด้วยความรู้สึกรักและศรัทธาเต็มเปี่ยมในหัวใจ ลูกผู้ชายแท้ที่เขาถือเป็นไอดอลแบบอย่างมาตลอดชีวิต“โซวจ๋า หิวหรือยัง แซมเอาน้ำผลไม้เพิ่มให้นะ”หันไปถามโซเฟียที่กำลังนั่งฟังสเตฟานด้วยใบหน้าเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มสนุกเต็มที่“โซวยังไม่หิว เดี๋ยวรอเล่นเกมกันก่อน เผื่อมีเกมอะไรที่ต้องอาศัยตัวเบาๆ แซมเองก็เถอะอย่าเพิ่งกิน เราต้องเป็นแชมป์อะไรสักอย่างหนึ่งให้ได้นะงานนี้ เพราะมันเป็นงานของเรา”โซเฟียทำกระซิบกระซาบให้ได้ยินกันสองคน แซมจึงยิ้มกริ่มเอ็นดูคนในอ้อมกอด“ได้สิ แซมจะพาโซวเป็นแชมป์ให้ได้มากที่สุดคืนนี้ แต่ที่สำคัญที่สุดคือแชมป์หลังจากเลิกปาร์ตี้นะ”เขากระซิบตอบพร้อมทำตาพราววาววับ โซเฟียหน้าเป็นสีสุกทันตาเห็นพร้อมกับค้อนให้ก่อนจะหันไปฟังสเตฟานต่อ“ในกล่องนี้มีใบแดงกับใบดำ จะเป็นการจับคู่กันระหว่างคุณสี่คน เพราะจะให้จับกันเองพวกคุณคงจะบ่ายเบี่ยงแน่ จริงไหม” มีการถามแต่ไม่ได้ต้







