เข้าสู่ระบบสิบนาทีต่อมาร่างสูงมีเพียงผ้าเช็ดตัวพันท่อนล่าง หยดน้ำเกาะพราวตามร่างกายท่อนบน แผงอกกว้างผิวสีแทนเนียนเสมอกัน กล้ามเนื้อท้องเป็นซิกส์แพ็คสวยอย่างไม่น่าเชื่อว่าคุณหมอจะมีได้ โซเฟียหยิบผ้าเช็ดตัวผืนเล็กเดินมาหา จากนั้นก็เช็ดตัวให้เขาแบบแรงและเร็ว
“โอ้ย...เช็ดแบบนี้หนังแซมถลอกหมด”
ชายหนุ่มแสร้งโวยวายก่อนจะกางแขนออกให้หล่อนเช็ดใต้แขนและรักแร้ให้ ในเมื่ออยากทำดีนักเขาก็ปล่อยให้หล่อนเช็ดเอาตามสบายเลย
“เช็ดซอกขาด้วยไหม” เสียงห้าวเอ่ยถามประชด โซเฟียค้อนให้ก่อนจะใช้ผ้าเช็ดตัวฟาดไปบนหน้าอกของเขาทีหนึ่ง
“ทะลึ่ง เอ้า แห้งแล้ว รีบใส่เสื้อผ้าเร็ว”
หล่อนเร่งยิกๆ พร้อมกับหยิบเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินแบรนด์หรูมายกชูให้แซมสอดแขนเข้าไป โซเฟียติดกระดุมให้อย่างคล่องแคล่ว
“ทำอย่างกับจะฝึกเป็นมนุษย์เมีย”
แซมแกล้งแหย่คนตัวบางที่ยืนอยู่ตรงหน้า กลิ่นหอมเฉพาะตัวของหล่อนกร่นจมูกเป็นกลิ่นที่คุ้นชินใจ แซมแกล้งจรดจมูกไปบนหน้าผากเกลี้ยงเกลานั้น หล่อนทำส่ายหน้าแต่ไม่พูดต่อปากต่อคำเพราะเกรงว่าเขาจะเลท
“แซมให้รางวัล”
เขากล่าวยิ้มกริ่มพร้อมกับหลิ่วตาให้ โซเฟียค้อนขวับอย่างไม่จริงจังอะไรนัก เพราะการกอดหอมกันระหว่างเขากับหล่อนเป็นเรื่องปกติเวลาต่างคนต่างอารมณ์ดี
ทุกวันนี้นอนเตียงเดียวกันมากกว่านอนตัวคนเดียวเสียอีก เรียกว่ามิตรภาพระหว่างคนทั้งคู่นั้นมั่นคงแน่นแฟ้นหยั่งรากลึกและไม่แน่ใจว่าอนาคตหากต้องแยกกัน แต่ละฝ่ายจะรู้สึกเช่นไร
ชายหนุ่มสวมกางเกงเสร็จก็หวีผมลวกๆ โซเฟียเดินนำเขาออกไปยังห้องรับแขกด้านนอก เจ้าหล่อนหยิบกุญแจรถเบนซ์ของหล่อนให้
“แซมจะขับรถตัวเอง”
“ไม่ได้ รถนายมันแคบ แค่สองที่นั่ง”
เจ้าหล่อนบอกเหตุผลที่แซมต้องเลิกคิ้วไม่เข้าใจ แต่โซเฟียก็รุนหลังเขาไปยังประตู รถสปอร์ตคันหรูของแซมนั้น ไม่เคยมีใครได้นั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถ นอกจาก โซเฟีย แบรดดี้... และหล่อนก็จะรักษาตำแหน่งนั้นต่อไป
โซเฟียไม่ต้องการให้เหล่าผู้หญิงจะเอาไปคุยโม้ได้ว่าพวกหล่อนได้นั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถของแซม แม็คเคนซี่ มันจะเป็นการเสียผลประโยชน์ทางธุรกิจของหล่อนโดยตรงซึ่งโซเฟียยอมไม่ได้จริงๆ ภาพลักษณ์ของแซมต้องเป็นคุณหมอหนุ่มหล่อเนื้อหอมหวนและยังไม่มีเจ้าของหัวใจ แม่สื่อมือโปรคิดในใจ
แซมเคยขึ้นปกนิตยสารทางการแพทย์เมื่อไม่นานมานี้ และได้เดินแบบการกุศลเพื่อระดมเงินทุนบริจาคแก่สถาบันวิจัยทางการแพทย์ต่างๆ ทำให้เขาเป็นชายหนุ่มเนื้อหอมคนหนึ่งในวงสังคมไฮโซอังกฤษ
“ไปถึงแล้วให้โทรมารายงานโซวด้วย และอยู่ได้ไม่เกินสองชั่วโมง” หล่อนยังคงบงการชีวิตการเดตของเขาต่อไปอย่างไม่มีเกรงใจ แซมเลิกคิ้วสูง
“พรุ่งนี้แซมหยุด อยู่ดึกได้ เผื่อแซมเกิดคุยกันถูกคอกับคุณซีซ่าอะไรนี่ล่ะ”
“ธัญญ่า...ไม่ได้... สองชั่วโมงพอ บอกยายนั่นว่าแซมต้องตื่นเช้าขึ้นเวร เอาตามนี้ห้ามเถียง เอ้า ไปได้แล้ว”
หล่อนกล่าวสั่งเสียงเข้มพร้อมกับตบหน้าอกเขา แซมทำท่าระอา หล่อนจึงยกมือไปตบแก้มเขาแปะๆ เป็นการเอาใจ
“น่า...อย่าทำหน้าเหมือนถ่ายไม่ออก โซวสัญญาว่าหลังจากคนนี้แล้วจะให้แซมพักเบรก”
หล่อนกล่าวเสร็จก็ยื่นหน้าไปจุ๊บแก้มสากของเขาทั้งซ้ายและขวาแล้วยิ้มแฉ่งประจบประแจง แซมใช้นิ้วชี้จิ้มหน้าผากหล่อนแรงๆ
“ให้มันแน่เถอะ จำคำพูดของตัวเองไว้ด้วยนะ”
ชายหนุ่มเอ่ยตอกย้ำ เพราะรู้ดีว่าเจ้าหล่อนพูดไปอย่างนั้นเอง เดี๋ยวมีใครเอาของมาล่อก็ต้องวุ่นวายกับเขาอีกจนได้
“แต่ถ้าแซมเกิดคุยถูกคอกับคนนี้ขึ้นมาจริงๆ ล่ะ” เขาแกล้งถาม โซเฟียทำหน้านิ่งคิดอยู่ครึ่งนาที
“เป็นไปไม่ได้ เพราะโซวไม่ชอบ” หล่อนตอบเสียงเข้มใส่
“เฮ้ย อะไรกัน โซวไม่ชอบ แต่แซมอาจจะชอบก็ได้นี่ อย่าเอามาตรฐานของตัวเองมาใช้กับคนอื่นด้วย แซมกับโซวคนละคนกัน” ชายหนุ่มทำเสียงโวยวายเอ่ยท้วง
“คนนี้ไม่ผ่านมาตรฐานที่โซวตั้งเอาไว้เข้าใจไหม ไหนเราเคยสัญญากันไว้ไงเล่า ว่าถ้าอีกฝ่ายจะคบใครสักคนน่ะ จะให้อีกฝ่ายช่วยเลือกให้” หล่อนเอ่ยทวงสัญญาที่เคยตกลงกันไว้
“ทีแบบนี้ล่ะจำได้ดีนะ”
แซมเอ่ยประชดคนที่ชอบจำอะไรที่เป็นผลประโยชน์ของตัวเองได้เสมอ แต่ถ้าเป็นผลประโยชน์ของเขาล่ะก็เจ้าหล่อนมักจะทำเป็นลืมเป็นประจำ
“ไม่ต้องพูดมาก ไปได้แล้ว ขับรถดีๆ ล่ะ” หล่อนพูดเสร็จก็ผลักเขาออกไปจากห้อง
“จะกินอะไรไหม แซมจะซื้อมาฝาก”
เขาหันมาถาม ใบหน้าหล่อคมเข้มนั้นฉายแววอาทรลึกซึ้ง โซเฟียจึงเขย่งตัวขึ้นไปหมายจะจูบแก้มสากของเขาเป็นการให้รางวัล หากเขากลับหันหน้ามาหาทำให้ปากอิ่มแตะสัมผัสไปบนปากหยักได้รูป โซเฟียรีบดึงหน้ากลับทันควัน
“อึ๋ย...” หล่อนร้องอุทานเพียงเท่านั้น จากนั้นก็รีบดึงประตูปิดใส่หน้าเขาทันที
แซมเลิกคิ้วกับท่าทางของหล่อน ปากได้รูปค่อยจุดยิ้มออกมา เขาเคยแกล้งจูบหล่อนเมื่อสี่ปีก่อน เพราะหล่อนชอบจู้จี้ขี้บ่น ไม่ได้ตั้งใจจะจูบแบบพิศวาสหล่อนหรืออะไรทั้งนั้น แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นก็ทำเอาหล่อนไม่พูดกับเขาไปหลายวันเลยทีเดียว และทำให้เขาเองรู้สึกแปลกประหลาดอยู่ภายใน
ตั้งแต่นั้นแซมจึงไม่เคยแกล้งอะไรหล่อนแบบนั้นอีกเลย แต่เมื่อครู่นี้อดไม่ได้ที่จะลองแกล้งแหย่คนจุ้นจ้านเล่นดู เรียวปากนุ่มชื้นของหล่อนสร้างความรู้สึกแปลกประหลาดอย่างเดิมอีกแล้ว เขารีบสลัดศีรษะแรงๆ สองสามครั้งก่อนจะหันหลังเดินไปยังลิฟต์
โซเฟียอาบน้ำนอนดูทีวีและอ่านหนังสือเล่น หากก็ไม่ค่อยมีสมาธิ เพราะรอให้แซมโทรมาตามที่หล่อนได้สั่งกำชับเขาไว้ หญิงสาวนอนแผ่หลาไปกลางเตียงกว้างของตัวเอง ในใจกำลังคิดถึงว่าเขาไปถึงหรือยัง หวังว่ายายธัญญ่าคงจะไม่จีบเขาแบบโจ่งแจ้งโจ๋งครึ่มออกนอกหน้าเกินไปนักนะ โซเฟียคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยเมื่อโทรศัพท์ดังขึ้น
รับปากเสมอ โซเฟียนอนเล่นและเผลอหลับไปจริงๆ จนกระทั่งมีคนมาผลักไหล่ปลุกให้ตื่น
“พวกมึงอย่าเสือกชะล่าใจ ถึงแม้มันจะเป็นแค่เศรษฐีเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ แต่มันก็วางเพลิงตึกไอ้เบอร์ดี้ได้ถึงสามแห่ง แบบนี้มันเป็นพวกใช้สมองไม่ใช่ใช้แรงเหมือนพวกมึง ณ จุดนี้ พวกมึงจึงจำเป็นต้องพึ่งกู กูจะเป็นสมองให้พวกมึงเอง”เจ้านายกล่าวเสียงเข้มใบหน้าขึงขังจริงจัง เบนกับเจมส์สบตากันแล้วมองบนตามเคย“มึงหยุดโฆษณาขายตัวสักครู่ได้ไหมไอ้ฟาน ที่กูนั่งฟังมึงตั้งแต่ขึ้นเครื่องมานี่ มันยังไม่มีอะไรที่แตะอารมณ์ให้กูร้องจ๊ากเลย มึงโม้ห้าประโยคสลับกับไอเดียขี้ๆ ครึ่งประโยค” เบอร์นาโดกล่าวพลางยกวิสกี้ขึ้นจิบ“หน็อย ไอ้เวรเบอร์ดี้ บังอาจว่าไอเดียกูขี้ๆ เหรอมึง การที่กูลงทุนใช้เครื่องขนพวกมึงไปถึงอังกฤษนี่มันขี้ตรงไหน เมียๆ ก็ไม่รู้ พ่อแม่ก็ไม่รู้ ศัตรูก็ยังไม่รู้ แบบนี้มึงยังจะว่าขี้อีกเหรอหา! ไหนจะไอเดียที่ว่าเราจะปลอมตัวเข้าไปงานเลี้ยงวันเกิดของมันอีก”“แม่งไปทั้งโขยงเนี่ยนะ” เบอร์นาโดท้วง“เออสิวะ มึงไม่รู้ว่าพวกมันมีเยอะขนาดไหน มึงก็ต้องเตรียมตัวให้เยอะให้พร้อมเอาไว้ก่อน”สเตฟานหาเหตุผลมางัดค้างในทุกข้ออย่างไม่มีติดขัด ลูกน้องชักเริ่มพยักหน้ารู้สึกนับถือที่เจ้านายไม่เคยจนคำพูดเลย แผนการจะเป็นอย่างไ
“อ๊า...”เสียงครางพลิ้วดังออกมา แซมดูดเลียทรวงอกอวบอิ่มอย่างหนักหน่วง จับเอวหล่อนหมุนคว้านวนจนโซเฟียดิ้นเร่าด้วยอารมณ์ปรารถนา หญิงสาวไม่อาจทนเล่นเกมทรมานเขาได้อีกต่อไป มือบางจับตรงไหล่กว้างของแซมแล้วเริ่มยกสะโพกขย่มโยกขึ้นลงทันทีตามสัญชาตญาณเพื่อบรรเทาอาการทรมานและเพิ่มความกระสันเสียวให้ทั้งเขาและหล่อน แซมล้มตัวไปนอนหงายแผ่กลางเตียง“โอวว...เอาเลยคนเก่ง ขย่มรัวเลย แซมเสียวสุดจนจะไม่ไหวแล้ว โซวเล่นทรมานแซมเหลือเกิน...อ่าส์ ซี้ด”เขาเอ่ยเสียงพร่าเต็มไปด้วยอารมณ์แห่งพิศวาสปรารถนา โซเฟียวางมือไปบนหน้าท้องราบแบนเต็มไปด้วยกล้ามเป็นลอนสวยแล้วเริ่มขย่มขี่ควบร่างสูงใหญ่จนกระทั่งเขาครางกระหึ่มไม่ขาดระยะแซมส่งนิ้วมาขยี้ตรงปลายเกสรรักอันอ่อนบาง อีกมือขยี้กลึงปลายถันสีกุหลาบ โซเฟียเงยหน้าขึ้นคราง แซมมองภาพงามสุดเซ็กซี่ตรงหน้าด้วยสายตาไม่กระพริบ“โอว สวยที่สุดเมียแซม...อ่าส์ เร็วอีกนิด...เยส โอว”เขากระซิบเสียงสั่น เมื่อโซเฟียขย่มรัวถี่ยิบเต็มที่เขาก็ขยี้ปุ่มกระสันเป็นจังหวะรัวเช่นเดียวกัน จนนาทีต่อมาหญิงสาวก็เกร็งร่างเงยหน้าขึ้นปลดปล่อยทั้งเสียงร้องกรี๊ดและน้ำรักใสไหลล้นออกมา แซมรีบจับสะโพกกลมกลึ
โซเฟียดึงกางเกงนอนของเขาออกทางปลายเท้า เวลานี้ร่างสูงเปลือยล่อนจ้อนนั่งตาค้างอ้าปากหวอน้ำลายแทบจะหยดแหมะ โซเฟียต้องแอบกลั้นยิ้มเอาไว้อย่างเต็มที่ หญิงสาวชม้ายตายั่วเขา“พระเจ้า...ผีเข้าเมียแซมหรือยังไงนี่ อ่าส์ อูวย์...โอวว”เขาเอ่ยพร้อมกับร้องครางเมื่อโซเฟียเอื้อมมือไปกอบกุมอาวุธด้ามหนายาวที่แข็งขันตั้งชี้โด่อย่างพร้อมรบ ปลายปืนสีชมพูสวย โซเฟียลูบไล้อย่างอ่อนโยนตั้งแต่โคนจรดปลาย มือข้างหนึ่งลูบกำลูกบอลแฝดอีกมือวนไล้ตรงปลายที่มีน้ำเมือกใสไหลเยิ้มออกมา“พี่ฟานมาทำไมคะ”หล่อนถามอีกครั้งแล้วทำก้มหน้าไปใกล้เจ้าท่อนเนื้ออุ่น แซมกลั้นหายใจรอทันทีด้วยความตื่นเต้น โซเฟียแกล้งแลบลิ้นออกมาแล้วตวัดไปบนปลายบานสวย แผลบ แผลบ แผลบ...“โอวว...เยส...อีก...อย่า เพิ่ง หยุด...โอว อย่า เพิ่งหยุด”เขาอุทธรณ์ในตอนท้ายเมื่อหล่อนทำการสะบัดลิ้นใส่เพียงสามที...สามทีเท่านั้นจริงๆ! ใบหน้าหล่อแดงก่ำเต็มไปด้วยความกระสันเสียวและความปรารถนาอยากให้หล่อนทำอะไรๆ อีกมากมายกับอาวุธประจำตัวของเขา“ตอบโซวมาก่อนสิคะ นอกจากพี่ฟานจะมาเยี่ยมเราแล้ว ยังมาทำอะไรอีก”หล่อนหยอดคำถาม แล้วแลบลิ้นออกมา“ถ้าบอก โซวจะดูดเลียกินจนแซมร้อง
“ได้สิ โซวจะดูให้ ไวน์ไม่ต้องห่วง มีอะไรโซน์จะรีบโทรบอก”โซเฟียกล่าวเสียงหนักแน่น รู้ดีว่าสเตฟาน แม็คเคนซี่นั้น ไม่เคยมีวันไหนที่ชีวิตของเขาจะไร้สีสัน บางครั้งก็เกิดจากการสร้างสีสันเองและหลายครั้งก็เกิดจากคนอื่นสงเคราะห์สร้างให้ เจ้าพ่อเงินตราก็เลยถือโอกาสผสมโรงเพื่อความสนุกและรสชาติของชีวิต ทั้งหมดทั้งสิ้นก็คิดว่าเมียไม่รู้ แต่หารู้ไม่ว่าเมียรู้แทบทุกครั้งเพียงแต่ว่าเจ้าหล่อนจะแสดงออกหรือไม่เท่านั้นเองสองสาวคุยกันเสร็จก็เซย์กู๊ดบาย โซเฟียถือโอกาสนอนหงายแผ่เล่นบนเตียงของตัวเอง นานแล้วที่ยึดห้องนอนของเขาเป็นที่สิงสถิตย์เพราะแซมไม่สบายก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตู โซเฟียต้องยิ้มออกมา แค่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเองเขามาตามหล่อนแล้ว“เปิดประตูให้แซมหน่อย ทำไมต้องล็อกด้วย หายมาตั้งนาน แซมรออยู่ที่ห้องเป็นชาติแล้ว”เสียงห้าวบ่นทันที โซเฟียเดินมาเปิดประตูออกกว้าง“แค่ครึ่งชั่วโมงเนี่ยนะ เกินไปนายแซม” โซเฟียทำเสียงต่อว่าไม่จริงจังอะไร แซมโอบไหล่แล้วเดินมายังเตียง“คิดถึงเตียงตัวเองล่ะสิ นอนที่นี่ก็ได้นี่คืนนี้”เขาเอ่ยทักอย่างเข้าใจ ร่างสูงนั่งลงตรงขอบเตียงดึงร่างโซเฟียมานั่งตัก“ปล่อยโซวก่อน บอกกี่คร
“มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะโซว”วีรตาซึ่งก็นั่งพิงพนักเตียงอยู่บนเตียงใหญ่เอ่ยถามเพื่อนรัก โซเฟียจึงเริ่มเล่าเรื่องของหล่อนกับแซมตั้งแต่เริ่มแรกจนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุให้วีรตาฟังอย่างละเอียด“โซวทำดีแล้วนี่จ๊ะ ไวน์ขอชื่นชมจากใจจริง ไวน์ดีใจที่โซวกับแซมไม่เป็นอะไรมาก แต่สงสารคุณหมอพริมโรสอะไรนั่น ไม่รู้ว่าเธอจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมหรือเปล่านะ”วีรตาเอ่ยแสดงความคิดเห็น หลังจากอุบัติเหตุเช่นนี้ หมอพริมโรสก็จะต้องไปพบจิตแพทย์ด้วยซึ่งเป็นเรื่องปกติหลังเกิดเหตุร้ายแรง คนทางตะวันตกส่วนใหญ่จะต้องการคำวินิจฉัยรับรองจากจิตแพทย์เพื่อใช้ประกอบการกลับเขาทำงานใหม่ ยิ่งหมอพริมโรสนั้นสมองได้การกระทบกระเทือนอย่างหนักเช่นนั้นด้วย“โซวขอบคุณพระเจ้าทุกวันที่โซวกับแซมไม่เป็นอะไรมาก แต่คุณหมอพริมกลับมารับเคราะห์แทน โซวจะพยายามช่วยเธอต่อไปเท่าที่จะทำได้”“ถ้ามีอะไรให้ไวน์ช่วยก็บอกนะจ๊ะ ไวน์ยินดีเสมอ”“เอ่อ...เรื่องแซมกับโซว ไวน์คิดว่าเป็นไง”ลองเอ่ยถามในหัวข้อที่กวนใจอยู่ วีรตาเป็นเพื่อนสนิทของหล่อนและแซมย่อมมีความคิดเห็นที่เข้าท่าแน่“แซมรักโซวมากและไวน์เคยคิดว่าทำไมความรู้สึกช้ากันจัง”วีรตาเอ่ยกระเซ้าทำให้โซเฟียเ
“แซมอยากจะแต่งเหมือนกัน แต่งเลยดีมั้ยโซว”แซมหันไปถามโซเฟียอย่างกระตือรือร้น รู้สึกมีความสุขที่มีพี่ชายเป็นพวก โซเฟียหน้าแดงยิ่งขึ้น เขาจะใจร้อนไปไหน“ไหนว่าต้องรอเรียนจบก่อนไง” หล่อนทักท้วงนิดหนึ่ง“จริงๆ แซมอยากจะหมั้นโซวเอาไว้ก่อน อยากเรียนให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายทราบอย่างเป็นทางการ พี่ฟานกับไวน์ว่าแซมคิดถูกไหม แซมไม่ถามโซวแล้ว เพราะถามทีไรก็ไม่เคยตอบ จะใจเย็นไปถึงไหนก็ไม่ทราบ ไม่เข้าใจหัวอกของแซมบ้างเลย”คุณหมอสุดหล่อถือโอกาสฟ้องพี่ชายกับวีรตาเสียเลย โซเฟียจึงค้อนให้เขาหนึ่งที“นี่เพิ่งหายเจ็บหายป่วย แซมต้องมีสอบ โซวก็ต้องสอบสัมภาษณ์สำหรับไฟนอล แซมทำให้มันเสร็จทีละเรื่องดีไหม อย่ามาหาความกัน จะทำอะไรก็ให้มันจบไปทีละอย่าง ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็ไม่เสร็จสักอันหรอก”โซเฟียอธิบายเหตุผลและบ่นเขาไปด้วย แซมจึงแกล้งทำปากพะงาบล้อเลียนว่าหล่อนบ่นเป็นคนแก่ โซเฟียทุบไหล่เขาไปตุ๊บหนึ่ง“โอ้ย เจ็บนะ ทุบแซมทำไม” เขาบ่นอุบ“อยากมาทำท่าล้อโซวทำไมล่ะ รู้ว่าโซวพูดถูกใช่ไหมถึงเถียงไม่ได้น่ะ”โซเฟียกล่าว แซมแกล้งยื่นหน้ามาหอมแก้มแรงๆ“แซมแล้วแต่โซวก็แล้วกัน แต่ถ้ามีใครมาแย่งแซมไปก็อย่ามาร้องไห้เสียใจทีหลังก







