Partager

บทที่ 13

last update Date de publication: 2026-01-11 07:35:32

ได้ยินหญิงสาวเอ่ยเช่นนั้นชายหนุ่มก็เกร็งไปทั้งร่าง เขาหรี่ดวงตาลงมองเพราะคิดว่าหญิงสาวทั้งสองมาเพื่อสังหารเขา แต่ทุกอย่างกลับผิดคาด พวกนางไม่เพียงไม่ก้าวเข้ามาใกล้เตียงนอนแต่ยังถึงกับเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่หลังฉากกั้น และชุดที่นางเปลี่ยนนั้นเป็นชุดสีขาวที่มีเลือดสีแดงเปรอะเปื้อน อีกทั้งเส้นผมยาวสลวยยังยุ่งเหยิงจนบดบังใบหน้าของพวกนางเอาไว้กว่าครึ่ง มองไม่ชัดว่าใบหน้านั้นมีลักษณะเช่นไร

“ท่านว่าเอาเลือดไก่นี่ทาลงบนใบหน้าด้วยดีหรือไม่เจ้าคะ”

“ดี ๆ” เสียงสนทนากันของหญิงสาวทั้งสองยิ่งทำให้เขาใคร่รู้ แต่ถึงจะพยายามเหลือบสายตามองก็ยากจะเข้าใจในการกระทำ ที่รับรู้คือร่างเล็กเดินหายเข้าไปยังกำแพง

โหลวตงอวี้ไม่อาจพลิกร่างจึงได้แต่กลอกดวงตามองตามหญิงสาวที่ยุ่งง่วนอยู่กับการพยายามแกล้งหลอกผู้อื่นว่าเป็นภูตผีวิญญาณ

ความวุ่นวายด้านนอกได้ยินแว่วเข้ามา เสียงตะโกนแหกปากด้วยความหวาดกลัว พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวน จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงวิ่ง เสียงหอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อยกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง เสียงหัวเราะแผ่วเบาของพวกนาง พร้อมกับเสียงก่นด่าว่าบุรุษล้วนมักมากทั้งสิ้น ทำให้เขาที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงอดสงสัยไม่ได้

หากให้เขาฟังจากการสนทนาของพวกนางทั้งสอง ตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่าหญิงสาวหาใช่สตรีในหอนางโลม ความรู้สึกยินดีวูบขึ้นมา กระนั้นชายหนุ่มกลับปัดมันออกไปอย่างรวดเร็ว เขายังมีเรื่องราวมากมายให้ต้องจัดการ ดังนั้นเขายังไม่อาจคิดถึงเรื่องนี้

“ท่านจะทำอะไรเจ้าคะ”

“แก้แค้นน่ะสิ ไหน ๆ ข้าก็จะทำตัวล่องหนหายตัวแล้ว”

น้ำเสียงขุ่นเคืองของหญิงสาวทำให้เขาเย็นวาบไปทั้งกาย เมื่อลืมตาขึ้นก็พบว่าหญิงสาวยืนมองเขาอยู่เช่นกัน เขายังทันได้มองเห็นว่านางสะดุ้งวาบ เพราะไม่คิดว่าเขาจะลืมตาขึ้นกะทันหันเช่นนี้ “ท่าน...” นางอ้าปากจะพูดแต่ก็หรี่ตาลงแล้วเอื้อมมือมาใช้นิ้วแหย่ลงไปยังหัวไหล่เขาครั้งหนึ่งเป็นการหยั่งเชิง

“เจ้ากล้าหรือ” เขาจ้องนางเขม็ง

“มีอะไรไม่กล้ากัน” นางยังแข็งใจ

“ดี” เขากล่าวด้วยดวงตาวาบวับ “หนีได้หนีไป แต่หากข้าหาเจ้าพบนั่นย่อมหมายถึงชีวิตเจ้าเป็นของข้า ข้าจะค่อย ๆ กรีดเนื้อหนังของเจ้าออกมาทีละชิ้น แล้วค่อย ๆ กินเนื้อของเจ้า ในขณะที่เจ้านั่งมองเนื้อของตนถูกข้าละเลียดชิมทีละน้อย ๆ”

“ข้า...ขะคิดว่าข้ากลัว?” นางกล่าวด้วยท่าทีลังเลจากนั้นจึงยิ้มกว้าง “นับจากวันนี้ท่านกับข้าไม่มีทางได้พบกันอีกตลอดทั้งชาติ” นางหัวเราะอย่างย่ามใจ

เขามองดูอย่างเหม่อลอย รอยยิ้มของนางค่อย ๆ ซึมซับเข้าไปในกำแพงสูงใหญ่เพื่อไม่ให้สตรีใดก้าวเข้าไปได้ นางไม่ใช่สตรีที่งดงามเหนือโฉมสะคราญมากมายที่เขาพบเจอ แต่เขาชอบรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งการเสแสร้งนั้น อีกทั้งยังเป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความซุกซน เป็นรอยยิ้มที่ทำให้เขาหัวใจสั่นระรัว

หากมิใช่ว่า...

“ลาก่อน ชาตินี้ทั้งชาติอย่าได้พบเจอกันอีก” หญิงสาวเอ่ยจบสติของเขาก็พลันพร่าเลือน

...ให้ตายนางวางยาเขาอีกแล้ว!!!

กว่าเขาจะรู้สึกตัวขึ้นมาก็เป็นยามอู่[1]ของวันถัดมา ที่สำคัญสภาพของเขา

...นางถึงกับจับเขาถอดเสื้อผ้าเหลือเพียงกางเกงตัวเดียว ผูกแขนขาของเขากางออกแล้วขึงเอาไว้กับเตียงสี่ด้าน ทั้งยังเขียนคำว่าเจ้าลูกเต่ามักมากในตัณหาเอาไว้ที่หน้าผากและบนหน้าอก!!!

เพียงเท่านั้นยังไม่พอ อาการด้านชาที่ปลายนิ้วมือและร่างกายบางครั้งก็ยังส่งผลกับเขา กว่าจะรักษาให้หายขาดก็ใช้เวลาเกือบเดือน ที่น่าแค้นใจไปกว่านั้นซึ่งทำให้เขาต้องให้คนออกพลิกแผ่นดินตามล่านางไปทั่วนั้น ก็เพราะ...ส่วนนั้นของเขาถึงกับใช้การไม่ได้ถึงหกเดือน!!!

โหลวตงอวี้มองดูเจ้าจิ้งจอกน้อยค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้อย่างรอคอย เขาหวนนึกถึงความโกรธแค้นของตัวเองที่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความร้อนใจ ในยามที่ไม่สามารถสืบหาตัวตนของอีกฝ่ายพบ

หลังจากวันนั้นไม่ว่าจะตามสืบ คอยสะกดรอย หรือแม้กระทั่งซื้อข่าวสารจากหอข่าว หญิงสาวก็ราวกับล่องหนหายตัวไป ร่องรอยของนางหายวับไร้ซึ่งผู้คนที่สามารถชี้ตัว อีกทั้งไม่เคยมีใครรู้จักนางมาก่อน กระทั่งหลงจู๊ลู่ผู้ดูแลร้านใบชาบอกว่านางเดินทางลงใต้ไปแล้ว ทั้งยังขายร้านใบชานั้นต่อให้เขาในราคาถูก

เขาให้คนเฝ้าดูความเคลื่อนไหวอยู่นานเกือบปี ในที่สุดก็เลิกล้มความตั้งใจเพราะนางไม่เคยปรากฏตัวที่ไหนในเมืองเสียนหยางอีกเลย กระทั่งความวุ่นวายและเรื่องราวมากมายในตระกูลทำให้เขาไม่มีเวลาสนใจเรื่องนี้อีก ถึงอย่างนั้นตอนนี้นางกลับพาตัวเข้ามาหาเขาเองโดยที่เขาไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย

นางต้องเก่งกาจเจ้าเล่ห์และมีความอดทนเป็นเลิศเพียงใด จึงสามารถเล็ดลอดจากสายตาคนของเขามากมาย ลบร่องรอยของตัวเอง ปิดปากคนในร้านใบชา กระทั่งตอนนี้เขากระจ่างแล้ว...นางไม่ได้อาศัยอิทธิพลใด ๆ เลย แต่นางอาศัยความเจ้าเล่ห์แสนกลพยายามปกปิดตัวเอง เสแสร้งแกล้งทำเป็นไร้ตัวตน ทำตัวล่องหนให้ผู้อื่นไม่เห็นความสำคัญ เช่นนี้แล้วย่อมไม่มีผู้ใดสงสัยในตัวนางอย่างแน่นอน

ในคราที่พบนางที่ท่าเรือตระกูลเสียน เขาเห็นชัดแล้วว่านางทำได้ดี เพราะตอนนั้นแม้แต่เขาเองก็คิดว่าจำคนผิด จิ้งจอกน้อยของเขา ช่าง...เจ้าเล่ห์ยิ่งนัก!!!

“ทะ...ท่านประมุข” เสียนฉิงเยว่ชะงักเมื่อมองเห็นรอยยิ้มที่กดลึกยังมุมปาก ชายหนุ่มผู้นี้ช่างทำให้นางหวั่นเกรงเพียงแค่เขาจ้องมองนิ่งตรงมา เขาไม่ต้องพูดอะไรอาศัยเพียงดวงตาดุดันคู่นั้นกดดัน นางก็แทบจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว ยิ่งในยามที่เขายิ้มที่มุมปาก ก็ยิ่งทำให้นางรู้สึกว่ากำลังถูกคุกคาม

[1]   ยามอู่ คือเวลาสิบเอ็ดโมงถึงเวลาบ่ายโมง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 144 จบ

    เสียนซีหลิวยืนอยู่รั้งท้ายมองผ่านความมืดที่มีแสงจากด้านนอกรำไรสาดเข้าไป แม้มองไม่ชัดกระนั้นเขากลับสามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวภายในห้องหอ บัดนี้ร่างอรชรได้เดินเข้ามายืนอยู่เคียงข้างโหลวตงอวี้“ข้ากลับก่อน อีกเจ็ดวันค่อยพบกันที่คฤหาสน์ตระกูลเสียน”“ค่อยพบกัน” โหลวตงอวี้ตอบก่อนจะมองเสียนซีหลิวหมุนตัวเดินจากไป ความเงียบที่มาเยือนหลังจากความวุ่นวายทำให้โหลวตงอวี้ถอนหายใจ “การก่อกวนนี้ก็ไม่นับว่าเลวร้าย” เขาเอ่ยจบก็ก้มลงมองหญิงสาวที่เข้ามายืนเคียงข้างเขาในความมืด“พวกเขาเล่นสนุกกันพอแล้วหรือ” นางเอ่ยถามกลั้วหัวเราะ “ก็ไม่นับว่าเลวร้าย ข้ายังกังวลว่าคนอย่างคุณชายอวี่จะมาแอบอยู่ใต้เตียงจริงๆ เสียอีก”“ไม่คิดว่าพบเขาไม่กี่ครั้งเจ้ากลับรู้จักซินหยางดีถึงเพียงนี้”ทั้งสองคนหัวเราะออกมาเสียงเบา “เช่นนั้นก็ถึงเวลาแล้ว” โหลวตงอวี้อุ้มเสียนฉิงเยว่ขึ้นแล้วเดินตรงไปที่เตียง“เดี๋ยว เวลาอะไรกัน” นางถามเขาด้วยความงุนงง“ก็เวลาแก้ปัญหาอย่างไรเล่า มิใช่กังวลเรื่องขยายตระกูลโหลวหรอกหรือ ข้ากำลังช่วยแก้ปัญหาอย่างไรเล่า”“อย่างไรเล่า” นางยังคงไม่เข้าใจ“ก็คลอดบุตรชายบุตรสาวให้ข้าอย่างละสองคน เช่นนี้ก็นับว่าจ

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 143

    เสียนฉิงเยว่รับจอกสุรามาก่อนจะคล้องแขนดื่มสุรากับเจ้าบ่าวของตนตามประเพณี สุรารสแรงแผดเผาทำให้คิ้วเรียวขมวดมุ่น โหลวตงอวี้ยกนิ้วขึ้นคลึงหน้าผากนาง “นี่นับว่าเป็นการแสดงออกอะไรกัน สุรารสเลิศเจ้ากลับเอาแต่ขมวดคิ้ว”“แรงมาก”“นารีแดง...ส่งมาจากเสียนหยาง ใต้เท้ามู่ให้คนไปขุดมาจากเรือนเล็กของคฤหาสน์ตระกูลเสียน เสียนฮั่วลุงของเจ้าบอกว่ามารดาและบิดาของเจ้าฝังเอาไว้เพราะตั้งใจจะใช้ในงานมงคลของเจ้า” โหลวตงอวี้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้จึงขอร้องใต้เท้ามู่ให้ส่งม้าเร็วมาที่ฉางอัน”เสียนฉิงเยว่สบตาของโหลวตงอวี้ ดวงตาของนางเริ่มเอ่อคลอ “ข้าไม่เคยรู้เลย”“แน่ละเพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นตอนที่เจ้าเพิ่งจะเกิด ลุงของเจ้าเองก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ กว่าจะจดจำได้ว่าฝังเอาไว้ที่ไหนเขาต้องวาดแผนผังขึ้นมาถึงห้าครั้ง”เสียนฉิงเยว่ซบใบหน้าลงไปกับซอกคอของเขา ซับน้ำตาเข้ากับคอเสื้อของเขาไม่ยอมปล่อยให้หลั่งรินออกมา “ข้าจะร้องไห้ไม่ได้นี่เป็นวันมงคล ท่านพ่อกับท่านแม่คงไม่อยากให้ข้าร้องไห้”โหลวตงอวี้ลูบหลังลูบไหล่ของหญิงสาว ก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมา “หิวแล้วกระมังให้ข้าปรนนิบัติฮูหยินกินข้าว” เขาอมยิ้

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 142

    พิธีไหว้ฟ้าดินตามฤกษ์มงคลเริ่มต้นขึ้น แม่สื่อส่งเสียงบอกขั้นตอนต่างให้เจ้าบ่าวเข้ามารับแพรแดงซึ่งอีกฟากมีเจ้าสาวถืออยู่กระทั่งคนทั้งสองต่างก็เดินเข้าไปยังโถงประธานของงาน ซึ่งยามนี้มีประมุขตระกูลเหลียน ตระกูลเหอ และตระกูลอวี่ทำหน้าที่อยู่ เนื่องจากญาติฝ่ายเจ้าบ่าวนั้นไม่มีผู้อาวุโส โหลวตงอวี้จึงขอร้องให้บิดาของสหายทั้งสามคนทำหน้าที่เป็นผู้ใหญ่ของฝ่ายชายแทน ส่วนเสียนจวินและเสียนฮูหยินนั้นรับหน้าที่ผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวเสียนฉิงเยว่มองไม่เห็นสิ่งใด เว้นก็เพียงแต่ชายชุดสีแดงของตัวเองและผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว นางได้ยินเสียงตะโกนของแม่สื่อและสาวใช้ที่พยุงข้างกายกระซิบบอกให้นางหันซ้ายขวา หมุนตัวหน้าหลัง กระทั่งก้มลงคำนับฟ้าดิน ต่อมาก็คำนับญาติผู้ใหญ่ ไม่นานก็มีเสียงตะโกนบ่าวสาวคำนับกันเอง“ส่งตัวเจ้าสาวเข้าห้องหอ!!”ที่ไหนกันเล่า...เสียงตะโกนนั้นเพียงบอกให้นางมารอที่ห้องซึ่งอยู่ในเรือนหอต่างหาก เพราะในเวลานี้เสียนฉิงเยว่ได้แต่นั่งนิ่งอยู่ในห้องเพียงคนเดียว เนื่องจากเจ้าบ่าวยังคงต้องต้อนรับแขกเหรื่อมากมายด้านนอก อีกทั้งในตอนนี้ยังไม่ถึงฤกษ์ยามที่กำหนดเอาไว้เพื่อส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอ ดังนั้นโหลวต

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 141

    “คำพูดเช่นนี้ได้มาจากว่าที่พี่สะใภ้ของเจ้าหรือ นางสอนสิ่งใดเจ้าบ้างเล่า”โหลวฟางอี๋ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ความลังเลฉายออกมาจากแววตาคู่งาม ก่อนที่เสียนเหวินจะทันได้ตั้งตัวหญิงสาวก็ใช้มือสองข้างจับมือของเขา รั้งให้เขาเอียงตัวลงก่อนที่นางจะเขย่งปลายเท้าขึ้น ยื่นหน้าเข้าไปกดจุมพิตที่ข้างแก้มของเสียนเหวินดูเหมือนเขาจะไม่คาดคิดจริงๆ จึงยังมีท่าทีตกตะลึงและมองหญิงสาวตรงหน้าเขม็งราวกับไม่เคยเห็นโหลวฟางอี๋กัดปากแน่น มองดูใบหน้าเหม่อลอยของชายหนุ่มนางพลันรู้สึกเคอะเขิน นางยื่นหน้าเข้าไปหาเขาอีกครั้ง ครั้งนี้ในยามที่ริมฝีปากของนางกำลังจะแตะแก้มอีกข้างของเขา เสียนเหวินกลับขยับและเอียงใบหน้าเข้าหานางแทนจุมพิตที่สมควรประทับลงยังข้างแก้ม กลับเบนเป้าหมายไปยังริมฝีปากที่จงใจหันมา“ทะ...ท่าน!” นางเบิกตามองเขาอย่างตื่นตระหนก ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น พอจะถอยห่างเสียนเหวินกลับคว้านางเอาไว้ได้ทั้งตัว“อย่าทำเช่นนี้อีก” เขากระซิบแต่กลับกดจุมพิตลงมายังริมฝีปากอิ่มที่ยังคงถูกเม้มแน่น ลมหายใจของหญิงสาวถูกเสียนเหวินดูดกลืนด้วยสัมผัสแสนอ่อนโยน มือน้อยที่คว้าจับสาบเสื้อของเขาเอาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวสั่นเทา

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 140

    “ใช่ ไม่ได้หรือ” เสียนเหวินเดินเข้ามานั่งลงยังเก้าอี้ฝั่งตรงกันข้าม “ข้างนอกมีงานเลี้ยงครึกครื้นเหตุใดจึงหลบเข้ามาเล่า เมื่อครู่ข้ายังคิดว่าเจ้าเหนื่อยจึงแอบหนีเข้ามางีบหลับ”“ข้า...” จะให้นางบอกว่าอึดอัดกับสายตาผู้คนมากมายได้อย่างไร“นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมงานใหญ่ในฐานะคนตระกูลโหลวดังนั้นจึงรู้สึกอึดอัด?”“เจ้าค่ะ” นางยอมรับออกมาโดยดีเพราะหลายต่อหลายครั้งมองเห็นสายตาของเหล่าบุรุษที่มาร่วมแสดงความยินดีแล้ว นางให้รู้สึกไม่สบายใจยิ่งนั่งอยู่ในงานนานเท่าไร นางก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตกเป็นเป้าการสนทนามากขึ้นเท่านั้น ที่สำคัญบทสนทนาเหล่านั้นแม้จะสุภาพ แต่กลับเอาแต่พูดเรื่องงานมงคลครั้งต่อไปของตระกูลโหลว ก่อนจะยกเอาเรื่องความสัมพันธ์ทางการค้าต่าง ๆ มาเป็นเหตุผลหลัก ให้อย่างไรนางก็ไม่อาจปั้นหน้ายิ้มต่อไปได้“เจ้าเป็นคนตระกูลโหลว เป็นน้องสาวของบุรุษเก่งกาจที่สร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยมือของเขา แม้หลายๆ อย่างนายท่านโหลวเป็นคนริเริ่ม ถึงอย่างนั้นพี่ตงอวี้ก็คือผู้ที่ทำให้มันชัดเจน” เสียนเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้ารู้ว่าเจ้าอาจไม่คุ้นเคยกับการเสแสร้งเหล่านั้นแต่เจ้าก็ไม่อาจหลีกเลี่ยง”“เจ้า

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 140

    “ใช่ ไม่ได้หรือ” เสียนเหวินเดินเข้ามานั่งลงยังเก้าอี้ฝั่งตรงกันข้าม “ข้างนอกมีงานเลี้ยงครึกครื้นเหตุใดจึงหลบเข้ามาเล่า เมื่อครู่ข้ายังคิดว่าเจ้าเหนื่อยจึงแอบหนีเข้ามางีบหลับ”“ข้า...” จะให้นางบอกว่าอึดอัดกับสายตาผู้คนมากมายได้อย่างไร“นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมงานใหญ่ในฐานะคนตระกูลโหลวดังนั้นจึงรู้สึกอึดอัด?”“เจ้าค่ะ” นางยอมรับออกมาโดยดีเพราะหลายต่อหลายครั้งมองเห็นสายตาของเหล่าบุรุษที่มาร่วมแสดงความยินดีแล้ว นางให้รู้สึกไม่สบายใจยิ่งนั่งอยู่ในงานนานเท่าไร นางก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตกเป็นเป้าการสนทนามากขึ้นเท่านั้น ที่สำคัญบทสนทนาเหล่านั้นแม้จะสุภาพ แต่กลับเอาแต่พูดเรื่องงานมงคลครั้งต่อไปของตระกูลโหลว ก่อนจะยกเอาเรื่องความสัมพันธ์ทางการค้าต่าง ๆ มาเป็นเหตุผลหลัก ให้อย่างไรนางก็ไม่อาจปั้นหน้ายิ้มต่อไปได้“เจ้าเป็นคนตระกูลโหลว เป็นน้องสาวของบุรุษเก่งกาจที่สร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยมือของเขา แม้หลายๆ อย่างนายท่านโหลวเป็นคนริเริ่ม ถึงอย่างนั้นพี่ตงอวี้ก็คือผู้ที่ทำให้มันชัดเจน” เสียนเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้ารู้ว่าเจ้าอาจไม่คุ้นเคยกับการเสแสร้งเหล่านั้นแต่เจ้าก็ไม่อาจหลีกเลี่ยง”“เจ้า

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 139

    ครั้งก่อนเจรจาทางการค้าจบลงตรงที่เขาปฏิเสธที่จะให้ทายาทตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่ง ผูกตั๋วเงินของร้านแลกเงินสาขาฉางชุน สาเหตุก็เพราะอีกฝ่ายยืนยันจะพบนางให้ได้ พอโหลวตงอวี้ปฏิเสธคนผู้นั้นถึงกับมาดักพบนางกลางทางระหว่างที่นางนั่งรถมาออกมาจากคฤหาสน์ โชคยังดีที่ตอนนั้นเสียนฮูหยินออกมากับนางด้วย จึงมีผู้อาวุโส

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 136

    แม้แต่เสียนเหวินเองยังรู้จักเสียนฉิงเยว่ เขาเล่า...มัวทำอะไรอยู่ กระทั่งตัวตนของเสียนหรูซวงเขาเองยังไม่อาจมองทะลุ ฉากหน้าอันงดงามปิดบังเขาเอาไว้จนมองไม่ออกถึงความเป็นจริง มองไม่ออกถึงกลลวงและเล่ห์กลของอิสตรี ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังอยากอภัยให้เสียนหรูซวง อย่างน้อยครั้งหนึ่งเขาก็ยังเคยรู้สึกอย่างปกป้องใ

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 133

    เมื่อลงจากรถม้าเสียนฉิงเยว่เงยหน้าขึ้นมองป้ายร้านใบชาส่างเล่อด้วยความรู้สึกคุ้นเคย จินเอ๋อร์และหวนเอ๋อร์กระซิบบอกนางเมื่อเห็นโหลวตงอวี้ชายหนุ่มกำลังเดินเข้ามาทักทายสหาย จากนั้นถามไถ่เสียนเหวินเกี่ยวกับการเดินทาง เพียงแต่กับนางเขากลับยิ้มให้โดยที่ไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกมาสักประโยคเสียนฉิงเยว่หน้าบึ้ง

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 132

    เสียนฉิงเยว่พยักหน้าเร็วๆ นางรู้สึกเช่นนั้นทันทีที่เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ความรู้สึกที่นางมีต่อเขาแตกต่างจากที่นางรู้สึกต่อเสียนซีหลิว หญิงสาวรับรู้ได้ในทันทีว่าเสียนเหวินมีเพียงความเปิดเผยจริงใจ อีกทั้งรอยยิ้มของอีกฝ่ายยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนไร้ซึ่งความรู้สึกอื่นแอบแฝง“ท่านป้าเคยเล่าว่าท่า

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status