เล่ห์ลวงห้วงรัก

เล่ห์ลวงห้วงรัก

last updateآخر تحديث : 2026-01-09
بواسطة:  หรงเย่า / นาย่าتم تحديثه الآن
لغة: Thai
goodnovel16goodnovel
لا يكفي التصنيفات
9فصول
12وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

เพราะสูญเสียบิดามารดาตั้งแต่ยังเด็ก ‘เสียนเฉิงเยว่’ จึงซ่อนตัวตนที่แท้จริงเอาไว้ภายใต้ฉากหน้าการเป็น ‘กระต่ายน้อยขี้ตกใจ’ ที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตา นางไหนเลยคาดคิดว่าวันหนึ่งจะมีอันต้องเพลี่ยงพล้ำ การได้พบกับ ‘โหลวตงอวี้’ กำลังปลี่ยนชีวิตของนางไปโดยสิ้นเชิง ปีนั้นพบเขาที่เมืองเสียนหยาง ทั้งยังเผลอสร้างความแค้นอันแสบสันให้แก่ ปีนี้พบเขาที่เมืองฉางอัน ด้วยรู้ตัวว่าไม่อาจหนีรอดจึงได้เเต่ยอมจำนนโดยดี ฉากหน้าที่นางเพียรรักษาถูกเขามองจนทะลุปรุโปร่ง ตัวตนของนางไม่อาจซ่อนจากสายตาคมคู่นั้น คราเเรกหวาดกลัวหวั่นวิตก นานวันเข้ากลับพบว่า ‘เขา’ คือหนึ่งเดียวที่เข้าใจนาง คือผู้ที่มอบความกล้าทำให้นางกล้าที่จะลุกขึ้นสู้เพื่อตัวเอง ทำให้นางพยายามสู้เพื่อให้ตนสามารถเป็นสตรีที่คู่ควรยืนเคียงข้างประมุขโหลว หนึ่งในผู้นำของตระกูลทั้งห้าเเห่งเมืองฉางอัน

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1

เรือขนาดใหญ่ซึ่งถูกตบแต่งอย่างหรูหรากำลังล่องอยู่กลางแม่น้ำฉืออัน แม่น้ำสายหลังของเมืองฉางอัน แคว้นเทียนเฉา ท่ามกลางทิวทัศน์อันงดงามสองฟากฝั่งแม่น้ำ ดอกเหมยบานสะพรั่งและอากาศหนาวเย็นซึ่งเริ่มคลายตัว เป็นสัญญาณบอกว่ากำลังจะล่วงเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ

เหล่าคุณชายจากห้าตระกูลอันทรงอิทธิพลทางการค้า กำลังนั่งจิบสุราชมบุปผาด้วยความสำราญใจ ทั้งนี้ก็เพื่อหารือเกี่ยวกับงานฉลองอันยิ่งใหญ่ของเมืองฉางอันที่กำลังใกล้เข้ามา

เป็นเวลานับร้อยปีที่แคว้นเทียนเฉามีประเพณีหนึ่งสืบทอดต่อกันมา ประเพณีซึ่งตระกูลโหลว ตระกูลเหอ ตระกูลเสียน ตระกูลเหลียน และตระกูลอวี่ ห้าตระกูลใหญ่อันทรงอิทธิพลร่วมมือกันจัดขึ้น

งานโปรยบุปผา...

งานโปรยบุปผาเป็นงานที่ชาวเมืองฉางอันต่างก็รอคอย เนื่องจากหนึ่งปีจะถูกจัดขึ้นครั้งหนึ่ง และในทุกปีจะมีการนำกระดาษมาตัดเป็นรูปร่างของดอกไม้ชนิดต่าง ๆ โดยสอดเงินหรือหยกชิ้นเล็กๆ ปะปนลงไปในดอกไม้กระดาษเหล่านั้น ก่อนจะโปรยลงมาจากหอสุราตระกูลอวี่ให้ผู้คนเข้ามาแย่งชิงอย่างสนุกสนาน ซึ่งแต่ละตระกูลจะมีรางวัลใหญ่ที่มีมูลค่าสูงอยู่หนึ่งชิ้น อาจจะเป็นตั๋วเงินหรือหยกประดับเนื้อดีราคาสูง

ปีนี้พิเศษและคึกคักกว่าทุกปีเนื่องจากฮ่องเต้แคว้นเทียนเฉาทรงพระราชทานหยกล้ำค่า เพื่อให้เป็นหนึ่งในสมบัติชิ้นที่มีค่าที่สุดในงานโปรยบุปผา ดังนั้นแน่นอนว่าทั้งห้าตระกูลย่อมต้องกระทำการอย่างรอบคอบ เพื่อให้งานในครั้งนี้เป็นไปอย่างยุติธรรม

“ข้าขอเสนอให้เปลี่ยนกติกาเล็กน้อย เราไม่ต้องกำหนดว่าดอกไม้ชนิดใดมาจากตระกูลใดในห้าตระกูลเป็นอย่างไร” เสียนซีหลิวเสนอขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม ในทุก ๆ ปี แต่ละตระกูลจะกำหนดดอกไม้มาหนึ่งชนิด เพื่อตัดเป็นรูปร่างและแบ่งแยกประเภทบุปผาประจำแต่ละตระกูลอย่างชัดเจน แต่ในปีนี้ชายหนุ่มอยากให้ต่างออกไปเล็กน้อย

“ท่านหมายความว่าอย่างไร” เหอหลี่คุนเอ่ยถามด้วยท่าทีที่ไม่ใคร่จะเข้าใจนัก

“ก็หมายความว่าแทนที่จะกำหนดดอกไม้ชนิดหนึ่งชนิดใดให้แต่ละตระกูล พวกเราก็เปลี่ยนมาลองใช้บุปผาทั้งห้าคละแบบคละสี โดยซ่อนหยกเอาไว้ในนั้นแทน” เสียนซีหลิวจิบสุราด้วยท่าทีสง่างามก่อนเอ่ยออกมากลั้วหัวเราะ

“นั่นสินะ หากเจาะจงสีและชนิดของบุปผา ชาวบ้านที่เข้ามาร่วมงานก็จะเล็งเฉพาะที่ตนหมายตา หากเราใช้บุปผาหลากหลายขึ้น ทั้งยังไม่อาจแยกแยะว่ามาจากตระกูลใดดูแล้วคงสนุกขึ้นมาก อีกอย่างปีนี้มีหยกพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้ หากจะให้งานครึกครื้นย่อมมีเพียงวิธีนี้ ข้าเห็นด้วย” โหลวตงอวี้พยักหน้าก่อนยิ้มที่มุมปาก

เขาเห็นด้วยกับวิธีอันชาญฉลาดนี้ของเสียนซีหลิว มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นจึงจะป้องกันการ ‘เล่นไม่ซื่อ’ ของผู้ใดก็ตามที่พยายามหมายปองหยกพระราชทาน โดยเฉพาะขุนนางที่สามารถติดสินบนคนในวังหลวง เพื่อให้รู้ชนิดและสีของบุปผาซึ่งห่อหุ้มหยกพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้

“พวกเจ้าสงสัยหรือไม่ว่าเหตุใดปีนี้องค์ฮ่องเต้จึงทรงพระราชทานหยก ทั้งที่ตลอดมางานนี้คนในวังหลวงไม่เคยให้ความสำคัญ” อวี่ซินหยางรินสุราก่อนยกจอกขึ้นมาคลึงไม่ดื่มเข้าไป ดวงตาคมจ้องมองจอกสุราในมือ ก่อนเหลือบสายตาออกไปมองทิวทัศน์นอกเรือ

“เจ้าจะพูดอะไรกันแน่” เหลียนชิงเหวินขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาที่ไม่ใคร่จะสบายใจนัก

“ห้าตระกูลแห่งฉางอันจัดงานโปรยบุปผามานาน ฮ่องเต้ทุกพระองค์ไม่เคยให้ความสนพระทัย แล้วเหตุใดครั้งนี้ฮ่องเต้จึงทรงมีพระประสงค์จะเข้าร่วมเล่า” อวี่ซินหยางดึงสายตากลับมาก่อนสบตากับสหายซึ่งร่วมทำการค้าอีกสี่ตระกูล

“ซินหยาง” เหอหลี่คุนขมวดคิ้ว “จะพูดอะไรก็ระมัดระวังหน่อยเถิด” เขากังวลเพราะคนทั้งหมดบนเรืออาจไม่ใช่คนของห้าตระกูล เช่นกันกับตอนนี้ที่มีสาวงามจากหอจื่อจิงกำลังเตรียมการร่ายรำ หากปล่อยให้เรื่องนี้ถูกพูดต่อไปจนล่วงเกินเบื้องสูง พวกเขาไหนเลยจะรับไหว

“คงมิใช่ว่าเจ้าเองก็สงสัยเช่นกันกับข้า?” อวี่ซินหยางเลิกคิ้วมองเหอหลี่คุน ก่อนจะหันไปมองเสียนซีหลิวซึ่งตอนนี้ถอนหายใจออกมาเมื่อมองเห็นท่าทีราวคุณชายเจ้าสำราญของผู้เป็นสหาย

“มีขอบเขตบ้างเถิด เรื่องเช่นนี้เจ้าจะไม่รู้เลยหรือว่าสมควรหรือไม่สมควรเอามาล้อเล่น” เสียนซีหลิวยังคงใบหน้าเรียบเฉย แต่คำพูดนั้นกลับยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าคนบนเรือล้วนแล้วแต่เป็นคนที่เขาควบคุมเอาไว้ในมือทั้งสิ้น เนื่องจากเขาเป็นผู้จัดการจ้างเรือเพื่อหารือ “จะว่าไป” เอ่ยด้วยท่าทีลังเลก่อนเงยหน้าขึ้นสบตากับโหลวตงอวี้ “ข้าได้ยินมาว่าเรื่องนี้เป็นพระประสงค์ขององค์หญิงหมิงเยี่ยน”

คุณชายทั้งสี่ตระกูลต่างก็มองไปยังเสียนซีหลิว สีหน้าของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันออกไป ทั้งกลัดกลุ้ม เคร่งขรึม ตกตะลึง

และสุดท้ายคนที่คาดเดาไม่ได้ว่าคิดอะไรอยู่ย่อมหนีไม่พ้นโหลวตงอวี้ เพราะชายหนุ่มเพียงเลิกคิ้วก่อนยกจอกสุราขึ้นจิบ

“ตงอวี้ น้องสาวของเจ้ายังไม่มีคู่หมายกระมัง” อยู่ๆ อวี่ซินหยางก็ถามถึงโหลวฟางอี๋ราวกำลังนึกสนุก และคำถามนั้นก็ทำให้เขารู้สึกรื่นรมย์ขึ้นไม่น้อย เขาคล้ายเห็นหางคิ้วของอีกฝ่ายกระตุกสองสามครั้งก่อนกล่าว

“คุณชายอวี่เมาแล้วกระมัง” โหลวตงอวี้ยังคงมีท่าทีเฉยเมย แต่ดวงตาวาววับนั้นไหนเลยสามารถซุกซ่อนความโกรธเกรี้ยวเอาไว้ได้

อวี่ซินหยางหัวเราะออกมาเสียงดัง พร้อมกับจ้องตากับโหลวตงอวี้อย่างท้าทาย “ข้าเป็นถึงว่าที่ผู้นำตระกูลอวี่ซึ่งเป็นถึงเจ้าของหอสุราที่ใหญ่ที่สุดในเมืองฉางอัน สุราแค่นี้หาทำอันใดข้าได้ไม่ ข้าถามเพราะอยากรู้จริงๆ”

คุณชายจากสามตระกูลมองท่าทีของทั้งสองแล้วได้แต่ถอนหายใจ อวี่ซินหยางผู้นี้ก็ช่างเหลือเกินจริงๆ รู้ทั้งรู้ว่าโหลวตงอวี้รักและเอ็นดูน้องสาวอย่างโหลวฟางอี๋เป็นที่สุดก็ยังกล้ากระเซ้าเย้าแหย่ เช่นนี้ไม่เป็นการรนหาที่ตายและจะเรียกเป็นอย่างอื่นได้อย่างไร

มีอย่างหรือ...กล้าเอ่ยถามถึงคู่หมายของน้องสาวอีกฝ่าย ในยามที่บุรุษจากห้าตระกูลกำลังตกเป็นเป้าหมายขององค์หญิงหมิงเยี่ยน หากนี่ไม่ใช่การบอกเป็นนัยว่าต้องการหมั้นหมายโหลวฟางอี๋แล้ว จะยังหมายถึงเรื่องใดได้อีกเล่า!!

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
9 فصول
บทที่ 1
เรือขนาดใหญ่ซึ่งถูกตบแต่งอย่างหรูหรากำลังล่องอยู่กลางแม่น้ำฉืออัน แม่น้ำสายหลังของเมืองฉางอัน แคว้นเทียนเฉา ท่ามกลางทิวทัศน์อันงดงามสองฟากฝั่งแม่น้ำ ดอกเหมยบานสะพรั่งและอากาศหนาวเย็นซึ่งเริ่มคลายตัว เป็นสัญญาณบอกว่ากำลังจะล่วงเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิเหล่าคุณชายจากห้าตระกูลอันทรงอิทธิพลทางการค้า กำลังนั่งจิบสุราชมบุปผาด้วยความสำราญใจ ทั้งนี้ก็เพื่อหารือเกี่ยวกับงานฉลองอันยิ่งใหญ่ของเมืองฉางอันที่กำลังใกล้เข้ามาเป็นเวลานับร้อยปีที่แคว้นเทียนเฉามีประเพณีหนึ่งสืบทอดต่อกันมา ประเพณีซึ่งตระกูลโหลว ตระกูลเหอ ตระกูลเสียน ตระกูลเหลียน และตระกูลอวี่ ห้าตระกูลใหญ่อันทรงอิทธิพลร่วมมือกันจัดขึ้นงานโปรยบุปผา...งานโปรยบุปผาเป็นงานที่ชาวเมืองฉางอันต่างก็รอคอย เนื่องจากหนึ่งปีจะถูกจัดขึ้นครั้งหนึ่ง และในทุกปีจะมีการนำกระดาษมาตัดเป็นรูปร่างของดอกไม้ชนิดต่าง ๆ โดยสอดเงินหรือหยกชิ้นเล็กๆ ปะปนลงไปในดอกไม้กระดาษเหล่านั้น ก่อนจะโปรยลงมาจากหอสุราตระกูลอวี่ให้ผู้คนเข้ามาแย่งชิงอย่างสนุกสนาน ซึ่งแต่ละตระกูลจะมีรางวัลใหญ่ที่มีมูลค่าสูงอยู่หนึ่งชิ้น อาจจะเป็นตั๋วเงินหรือหยกประดับเนื้อดีราคาสูงปีนี้พิเศษและคึกคักก
last updateآخر تحديث : 2026-01-04
اقرأ المزيد
บทที่ 2
“อย่าล้อเล่นอีกเลยซินหยาง เจ้าก็เหลือเกินจริงๆ” เสียนซีหลิวขมวดคิ้วก่อนมองไปยังโหลวตงอวี้ “เจ้าคิดเช่นไรกับเรื่องนี้”“องค์หญิงหมิงเยี่ยนไม่เคยพบพวกเราทั้งห้า เรื่องนี้อาจมีบางอย่างซ่อนอยู่ก็เป็นได้ แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นพวกเราสมควรรอดูไปก่อนเถิด ไม่แน่ว่าเรื่องนี้อาจไม่มีอะไรเลย หรือหากจะมีพวกเจ้าคิดว่าเรื่องภายในของราชสำนัก คนนอกอย่างพวกเราสามารถยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้หรือ”ทั้งห้าต่างก็สบตากันไปมาด้วยท่าทีเครียดขรึม ผิดกับทิวทัศน์อันงดงามเบื้องหน้าและเหล่าโฉมสะคราญที่ต่างก็ก้าวออกมาพร้อมกับเสียงเพลงพิณที่เริ่มบรรเลงร่ำสุรา ชมบุปผา เคล้าคลอโฉมสะคราญ คือภาพบรรยากาศที่คนนอกมองมายังเรือหรูหราที่ล่องไปยังแม่น้ำฉืออัน กระนั้นความเคร่งเครียดของบทสนทนากลับหาได้อยู่ในความคาดหมายไม่ไม่นานนักเรือก็แล่นมาจนถึงท่าเรือตระกูลเสียนซึ่งอยู่อีกฟากของเมือง การร่ำสุรา ชมบุปผาจบลงเพียงเท่านี้ เพราะเวลาในยามนี้ก็ล่วงเข้ามาจนถึงบ่ายคล้อย และดูเหมือนว่าการหารือจะเป็นไปได้ด้วยดี เว้นเพียงเรื่องเดียวคือการที่หนึ่งในห้าตระกูลกำลังตกเป็นเป้าหมายขององค์หญิงหมิงเยี่ยน“มีคนตกน้ำ!!!”เสียงตะโกนและความวุ่นวายท
last updateآخر تحديث : 2026-01-04
اقرأ المزيد
บทที่ 3
เรื่องนี้เสียนจวินเป็นผู้ที่ส่งสาส์นไปยังเมืองเสียนหยาง เพื่อให้น้องชายของตนอนุญาตให้หลานสาวของเขาทั้งสี่คนมาพำนักยังเมืองฉางอันสักหลายๆ เดือน หากว่าบุตรชายของเขาคนใดคนหนึ่ง แต่งบุตรสาวของน้องชายเป็นฮูหยินคงดีไม่น้อย เพราะตระกูลเสียนแห่งฉางอันและตระกูลเสียนแห่งเสียนหยางแม้จะแยกจากกันมานาน ถึงอย่างนั้นความสัมพันธ์ก็ยังคงแน่นแฟ้นเช่นเดิม“นอกจากฮูหยินใหญ่กับคุณหนูทั้งสี่คน พวกเจ้าออกไปให้หมด ไม่มีคำสั่งข้าห้ามใครเข้าใกล้ห้องโถงเป็นอันขาด” เสียนจวินสั่งเสียงเครียดก่อนหันไปสบตากับบุตรชายทั้งสอง “พวกเจ้าสองคนก็รั้งอยู่ก่อน”“ขอรับท่านพ่อ” เสียนซีหลิวและเสียนเหวินรับคำก่อนเดินไปยืนด้านข้าง ทั้งสองมองดูญาติผู้น้องสามคนที่ตอนนี้ยืนก้มหน้าอย่างสงบเสงี่ยมแล้วได้แต่ลอบถอนใจ เพิ่งเดินทางมาถึงเมืองฉางอันเพียงสามวันก็เกิดเรื่อง เช่นนี้แล้วข่าวลือคงแพร่ออกไปอย่างไม่ต้องสงสัย“เอาล่ะพวกเจ้าทั้งสามบอกข้า เหตุใดซวงเอ๋อร์จึงตกลงไปในน้ำได้ แล้วเหตุใดสาวใช้ของซวงเอ๋อร์จึงบอกว่านางถูกคนผลักตกลงไปในน้ำ ความจริงเป็นอย่างไรกันแน่!” น้ำเสียงของเสียนจวินทำให้หญิงสาวทั้งสามคนสะดุ้งสุดตัวเมื่อตอนเที่ยงเป็นเสียนห
last updateآخر تحديث : 2026-01-04
اقرأ المزيد
บทที่ 4
“เรียนท่านลุง ท่านป้า เรื่องที่เกิดเป็นเพียงอุบัติเหตุเท่านั้น หาได้มีผู้ใดตั้งใจผลักข้าไม่ เสี่ยวหลิ่วเพียงตาฝาดไปเท่านั้น ในตอนนั้นผู้คนมากมายข้าจึงไม่ทันระวังตัวพลัดตกลงไปจากสะพาน ขอท่านลุงอย่าได้กล่าวโทษน้อง ๆ ทั้งสามคนเลย หากจะโทษเช่นนั้นคงเป็นความผิดของข้าผู้ซึ่งเป็นพี่ใหญ่ที่ชักชวนพวกนางออกไปเดินเล่นเปิดหูเปิดตา” เสียนหรูซวงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้งราวคนที่กำลังจะหมดแรง“ท่านพี่” เสียนฮูหยินเอ่ยขึ้นเสียงเบา“เจ้ามีความคิดเห็นเช่นไรหรือ” เสียนจวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเมื่อเห็นฮูหยินของตนหันมาหา“ความจริงแล้วหากเรื่องนี้แพร่ออกไปแน่นอนว่าย่อมกระเทือนถึงชื่อเสียงตระกูลเสียน ข่าวลือเช่นนี้ย่อมปล่อยให้ลือกันไปไม่ได้ หากมีคนพูดไปว่าพวกนางสี่คนคนใดคนหนึ่งผลักพี่สาวของตนลงไปในแม่น้ำ ย่อมเป็นที่หัวร่อของชาวบ้าน ซวงเอ๋อร์เองก็บอกแล้วว่านางพลัดตกลงไป เช่นนี้ก็ให้จบลงตรงนี้เถิดเจ้าค่ะ”เสียนฮูหยินปรายตามองสตรีทั้งสี่ที่ยืนก้มหน้านิ่ง นางมองทั้งสี่ด้วยดวงตาพิจารณา ก่อนจะละสายตาไปมองบุตรชายคนโตที่ยังคงช่วยพยุงเสียนหรูซวง“เช่นนั้นก็ทำเช่นที่เจ้าว่า” เสียนจวินเองก็ไม่อยากปวดหัวกับเรื่องไร้สาระ
last updateآخر تحديث : 2026-01-04
اقرأ المزيد
บทที่ 5
นับตั้งแต่บิดาและมารดาของนางจากไป นางเหลือตัวคนเดียวในคฤหาสน์ตระกูลเสียนที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดี บรรดาฮูหยินใหญ่ฮูหยินรองของเสียนฮั่ว ต่างก็ผลักนางไปทางโน้นทีทางนี้ที ราวกับนางเป็นตัวอัปมงคลที่หามีผู้ใดต้องการไม่โชคยังดีที่ฮูหยินสามของเสียนฮั่วไม่มีบุตรจึงรับนางเอาไว้นางจึงไม่ถูกรังแกจนเกินไป ถึงอย่างนั้นฐานะของนางในตระกูลเสียนกลับไร้ซึ่งความสำคัญโดยสิ้นเชิงตลอดมานางเอาแต่อยู่ในที่ของตน ไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่แสดงตน พยายามทำตัวราวกับไร้ตัวตนมาโดยตลอด ไม่ว่าคนในตระกูลจะเหยียดหยามหรือดูหมิ่น นางก็ได้แต่ทำเป็นโง่งมไม่สนใจ เนื่องจากเกรงว่าจะถูกขับไสไล่ส่งไม่เพียงเท่านั้นนางยังต้องดูแลฮูหยินสามที่เป็นดังเกราะคุ้มภัยในยามที่อีกฝ่ายล้มป่วยกระเสาะกระแสะ ถึงอย่างนั้นทันทีที่ฮูหยินสามจากไป นางจึงเริ่มรู้ซึ้งว่าคนในตระกูลเสียนยังโหดร้ายได้มากกว่าที่เคยตระหนักยิ่งนางแสร้งทำเป็นอ่อนแอและขลาดเขลา พวกเขาก็ยิ่งได้ใจหาเรื่องรังแกนางอยู่ร่ำไปปีก่อนถึงขนาดมีความคิดจะยกนางให้ไปเป็นอนุของบุตรชายของคหบดีตระกูลหวัง ทั้งที่มีข่าวลือไม่ใคร่จะสู้ดีว่าเขาลุ่มหลงสุรานารี ทั้งยังชอบตบตีทำร้ายฮูหยินและอนุของตน
last updateآخر تحديث : 2026-01-08
اقرأ المزيد
บทที่ 6
“จินเอ๋อร์เจ้าวางใจได้ ข้าอยู่ที่ไหน ก็ต้องมีเจ้าอยู่ที่นั่นด้วย”“แต่...เงินไถ่ตัวข้าสูงมาก”“ข้ามั่นใจว่าร้านขายใบชาของข้าสามารถทำให้ข้าซื้อตัวเจ้าออกมาจากตระกูลเสียน”“แต่...เงินนั่น”“นอกจากว่าเจ้าไม่อยากไปกับข้าด้วย”“ไปเจ้าค่ะ! ข้าขอไปทุกที่!...ไปกับท่าน” จินเอ๋อร์ละล่ำละลักบอกออกมาด้วยน้ำตารื้น “ข้าเพียงเกรงว่านายท่านกับฮูหยินจะโก่งราคา ...หากทั้งสองรู้ว่าท่านมีร้านขายใบชาในเมืองเสียนหยาง”“แล้วจะให้รู้ไปทำไมเล่า หากอยากเห็นคนกระอักเลือดเพราะคับแค้นใจ มิสู้ให้พวกเขาเห็นและรับรู้หลังจากที่ปล่อยเราออกมาและไม่เกี่ยวข้องกันอีกต่อไปไม่ดีกว่าหรือ”“หากทำเช่นนั้น แล้วสินเดิมของนายหญิงเล่าเจ้าคะ” จินเอ๋อร์เอ่ยถามเสียงเบา เพราะรู้ดีว่าสิ่งที่ทำให้เสียนฉิงเยว่คับแค้นใจที่สุด เห็นจะหนีไม่พ้นเรื่องที่สินเดิมของมารดาถูกเสียนฮั่วและฮูหยินฮุบเอาไว้ทั้งหมด“นั่นสินะ”แม้แต่รายละเอียดว่าของทั้งหมดมีอะไรบ้างนางยังไม่รู้ แล้วนางจะทวงถามคืนมาได้อย่างไร อีกทั้งนางจะให้ผู้ใดเล่าทวงถามให้นางก็เป็นแค่คุณหนูเสียนผู้ไร้ตัวตน ทั้งยังไม่มีใครให้ความสำคัญ ทุกวันนี้แม้จะใช้แซ่เสียนแต่ดูนางสิ ยังนับว่าเหมือ
last updateآخر تحديث : 2026-01-08
اقرأ المزيد
บทที่ 7
“เจ้าคิดว่าชุดสองชุดนั้นจะมาถึงมือข้าเลยทันทีหรือ แน่นอนว่าพวกนางทั้งสามคนย่อมได้เลือกก่อนอยู่แล้ว” นางยักไหล่คล้ายไม่ใส่ใจ“แต่...เหตุใดเป็นเช่นนี้เล่าเจ้าคะ”เสียนฉิงเยว่ได้ยินเช่นนั้นพลันมองเข้าไปยังห้องโถง แม้ว่าจะมองไม่เห็นเสียนฮูหยินแต่นางกลับนึกไปถึงสายตาพิจารณาของอีกฝ่ายในยามที่มองมา เห็นชัดว่านี่เป็นการหยั่งเชิง ถึงความสำคัญในฐานะของนางต่อผู้เป็นพี่สาวทั้งสามคนเมื่อเช้าสาวใช้ทั้งสี่คนมาที่ห้องของนางพร้อมกันหมด เห็นชัดว่าทั้งสี่ถือของมาด้วยกัน ดังนั้นก่อนมาถึงห้องของนางเสื้อผ้าข้าวของล้วนผ่านการเลือกของผู้อื่นมาก่อนแล้ว เสื้อผ้าสองชุดดูก็รู้ว่าเป็นของเหลือจากที่พี่สาวทั้งสามคนได้เลือกแล้ว ดูท่าเสียนฮูหยินคงสงสัยอะไรขึ้นมาแล้วกระมัง“เราคงต้องระวังตัวกันให้มากขึ้น” หาไม่คงถูกเสียนฮูหยินจับได้เป็นแน่... นางต่อประโยคนั้นในใจอย่างไม่ใคร่จะสบายใจนักทันทีที่คนของคฤหาสน์มาแจ้งว่ารถม้าพร้อมแล้ว เสียนเหวินที่ข้างกายมีเสียนชิงหรูและเสียนชิงเซียง ผายมือไปยังรถม้าที่จอดหน้าคฤหาสน์ เขาช่วยพยุงพวกนางทั้งสามขึ้นบนรถม้า จากนั้นจึงก้าวตามขึ้นไปทีหลัง คิ้วเข้มขมวดมุ่นที่หญิงสาวทั้งสองเกาะติดซ
last updateآخر تحديث : 2026-01-09
اقرأ المزيد
บทที่ 8
นางแนะนำตัวเองเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทจนเกินไป หลังจากที่ได้ยินนางแนะนำตัว ด้านหลังก็มีคนเดินเข้ามาแนะนำชื่อของตัวเองจนหญิงสาวตาลาย ความจริงนับจากชื่อที่สองสามไปนางล้วนลืมไปจนสิ้นว่าสตรีเหล่านั้นมีนามว่าอย่างไร และมาจากตระกูลใดบ้าง“เอ๋ นั่นมิใช่คุณชายอวี่หรอกหรือ”เสียงเอ่ยขึ้นหน้าร้านเครื่องประดับ เรียกความสนใจของสตรีทุกนางที่เข้ามายืนล้อมรอบเสียนฉิงเยว่ จินเอ๋อร์ขยับเข้ามาชิดเสียนฉิงเยว่ก่อนกระซิบเสียงเบา “คุณหนูข้าน้อยว่าเราตามคุณชายรองไปไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ...”ยังไม่ทันได้จบประโยคก็จำต้องขยับหลบ เมื่อกวนหนิงเหอหันมาสนใจผู้เป็นนายอีกครั้ง“คุณหนูเสียนจะไม่เข้าไปยังหอน้ำชาหน่อยหรือ”ดวงตาคาดหวังของสตรีเหล่านั้นทำเอาหญิงสาวสะอึกอึ้งอยู่กับที่ แท้จริงแล้วพวกนางก็อยากให้ตนสร้างโอกาสที่จะได้พบและแนะนำตัวกับเหล่าคุณชายทายาทตระกูลใหญ่ในหอน้ำชาฝั่งตรงข้ามนั่นเอง หญิงสาวแทบจะถอนฉุนออกมาด้วยความรำคาญ กระนั้นนางกลับเพียงแย้มยิ้ม ก่อนก้มหน้าลงแล้วเอ่ยเสียงเบา“ต้องขออภัยเมื่อครู่พี่เหวินกำชับไว้แล้วว่าให้รอที่นี่ ดังนั้น...”เสียงซุบซิบดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้จงใจให้นางได้ยินอย่างแน่นอ
last updateآخر تحديث : 2026-01-09
اقرأ المزيد
บทที่ 9
เขาหมุนกายเดินเข้าไปในร้านเครื่องประดับ ทันทีที่เดินไปถึงประตูก็มีคนเปิดให้อย่างรู้งาน “ไปแจ้งที่หอน้ำชาว่าข้าทีเรื่องด่วนไปไม่ได้แล้ว อ้อ อีกสักครู่คงมีคนตระกูลเสียนออกตามหาคุณหนูเสียน พวกเจ้าบอกไปว่านางเดินออกไปจากร้าน เอาเป็น...นับตั้งแต่สาวใช้ของนางเดินออกไปก็แล้วกัน”“ขอรับท่านประมุข”ท่าน...ท่านประมุข!!เสียนฉิงเยว่ลอบตื่นตระหนก เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นมาตามไรผมและกลางฝ่ามือ เมื่อครู่เขาให้คนไปแจ้งที่หอน้ำชาซึ่งเป็นที่นัดหมายของคุณชายห้าตระกูล อีกทั้งเมื่อครู่คนของเขาเรียกเขาว่าท่านประมุขเช่นนั้นคนผู้นี้ยังจะเป็นใครไปได้เล่านอกจากโหลวตงอวี้ ประมุขตระกูลโหลว!!!อายุเพียงยี่สิบห้าปีแต่กลับใช้ความสามารถที่มี ต่อสู้ฟาดฟันกับบรรดาญาติผู้ใหญ่ตระกูลโหลวและพี่ชายต่างมารดาจนกระทั่งสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูล ปกป้องมารดาและน้องสาวไม่ให้ผู้คนในตระกูลรังแกพวกนาง ทั้งยังสามารถเปิดร้านแลกเงินที่ใหญ่ที่สุดในเมืองฉางอันได้สำเร็จเพียงลำพังคนผู้นี้ใช่บุรุษปวกเปียกป้อแป้คนเดียวกันซึ่งนอนอยู่บนเตียงให้นางรังแกเล่น เอ้ย! ไม่ใช่! นางหมายถึงเขานอนนิ่งให้นางวางยาเพื่อยึดครองห้อง เขา...ก็คือคนคนเดียวกั
last updateآخر تحديث : 2026-01-09
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status