Beranda / โรแมนติก / เล่ห์โอบรัก / บทที่ 1 มักกะลีผล - 75%

Share

บทที่ 1 มักกะลีผล - 75%

last update Tanggal publikasi: 2024-11-01 16:14:22

"จะออกเป็นอะไรได้อีกล่ะนอกจากมะม่วง ถ้าออกเป็นอย่างอื่นได้ ป่านนี้แม่แป้นคงจะเอาแป้งไปโรยแล้วขูดหาหวยทุกวันแล้ว"

ภคินีพูดกลั้วหัวเราะเมื่อนึกถึงแป้น แม่บ้านที่ตนจ้างไว้แบบเช้ามาเย็นกลับ ซึ่งแป้นเป็นภรรยาของหัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยในหมู่บ้าน จึงรับจ้างทำงานบ้านให้กับลูกบ้านในหมู่บ้านด้วย

"ก็..." เขาจงใจเว้นช่วงเอาไว้ไม่พูดออกมา ก่อนจะคลี่ยิ้มมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อเห็นใบหน้าของสาวน้อยเปลี่ยนจากซีดเผือดเป็นสีชมพูระเรื่อราวกับรู้ว่าเขาจะพูดอะไรต่อไป

"มักกะลีผลไงครับคุณแม่" ทันทีที่เขาพูดจบ หน้าของมัลลิกาก็มีสีเข้มขึ้นอย่างที่คาดไว้

"มัก...มักอะไรนะคะคุณพ่อ มันคืออะไรคะ" พราวนภาหันไปถามบิดาด้วยความสนใจ ขณะที่ผู้อาวุโสสุดในที่นั้นหันไปมองค้อนบุตรชายด้วยความหมั่นไส้

"มักกะลีผลค่ะหนูพราว เป็นต้นไม้ในนิทานโบราณน่ะ ออกผลมาเป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารัก ใครอยากมีลูกก็จะเด็ดเอาไปเลี้ยงที่บ้าน" ชายหนุ่มเล่าบิดเบือนตำนานไปเล็กน้อยพลางมองใบหน้าแดงก่ำของหญิงสาวอย่างเอ็นดู

"บ้านเรามีต้นนั้นด้วยหรือคะ อยู่ตรงไหนหนูพราวไม่เคยเห็น" พราวนภาถามอย่างตื่นเต้นก่อนจะหันไปมองหน้าเพื่อนต่างวัยอย่างมัลลิการาวกับต้องการหาพวกเพื่อไปตามหาต้นไม้ที่ว่า

"ไม่มีหรอกค่ะ คุณพ่อเข้าใจผิดน่ะ เพราะมักกะลีผลคงไม่ชอบเลี้ยงแมว"

ภาวินยิ้มกว้างเมื่อเห็นหญิงสาวหน้าแดงจนถึงลำคอ คิดแล้วก็แปลกใจตัวเองเหมือนกัน ทั้งที่เพิ่งเจอหน้ามัลลิกาครั้งแรก แต่เขากลับรู้สึกถูกชะตาด้วยอย่างบอกไม่ถูก และที่เขามั่นใจคือตนไม่ได้เอ็นดูเธออย่างลูกหลาน แต่เป็นความรู้สึกของผู้ชายคนหนึ่งยามเจอหญิงสาวที่ถูกใจแล้วอยากทำความรู้จักให้มากขึ้น

"อะไรของเราน่ะตาวิน" ภคินีหรี่ตามองบุตรชายอย่างจับผิดแต่อีกฝ่ายกลับแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ จึงได้แต่หันหน้ากลับมามองสาวน้อยข้างบ้าน ซึ่งเมื่อมองแล้วก็รู้สึกสะดุดใจขึ้นมา

"เอ...ป้าว่าวันนี้หนูมีอะไรแปลกไปนะหนูมะลิ" พูดพลางเอียงศีรษะมองมัลลิกาด้วยความสงสัย ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับดีดนิ้วดังเปาะเมื่อนึกออก

"รู้แล้ว! แว่นตาหนูหายไปไหนลูก ปกติหนูใส่แว่นด้วยนี่นามะลิ"

เมื่อได้ยินอย่างนั้น มัลลิกาก็ยกมือแตะหัวตาของตนแล้วก็นึกขึ้นได้เช่นกัน

"สงสัยคงจะหล่นอยู่ในสวนตอนตกต้นไม้ค่ะคุณป้า หนูมัวแต่เจ็บขา คุณอา...เอ่อ...คุณพ่อหนูพราวอุ้มมาทำแผลก็เลยลืมสนิท"

"ใส่แว่นด้วยหรือเรา สายตาสั้นเท่าไร" ภาวินถามแทรกขึ้นมา

"สองร้อยค่ะ" หญิงสาวตอบเสียงแผ่วแต่ชายหนุ่มก็ยังได้ยิน

"แล้วทำไมเรียกแม่พี่ว่าคุณป้า แต่ดันเรียกพี่ว่าคุณอาล่ะ" จู่ ๆ ภาวินก็เปลี่ยนเรื่องพูดเอาดื้อ ๆ

"ก็พี่มะลิเป็นเพื่อนหนูพราว พี่มะลิก็ต้องเรียกคุณพ่อว่าคุณอาสิคะ"

พราวนภาตอบแทนเพื่อนต่างวัย

"แต่คุณพ่อไม่อยากเป็นคุณอานี่นา" ชายหนุ่มทำเสียงออดอ้อนบุตรสาวแต่สายตาลอบมองไปอีกทางอย่างแนบเนียน

"ยังไม่อยากแก่ว่างั้นเถอะ" ภคินีค่อนบุตรชายอย่างอดไม่ได้ แค่เห็นสายตาและคำพูดหยอกเย้าของภาวิน คนอาบน้ำร้อนมาก่อนอย่างเธอก็เข้าใจดีว่าบุตรชายของตนถูกใจสาวน้อยข้างบ้านเข้าให้แล้ว

"ก็ผมยังไม่แก่จริง ๆ นี่ครับคุณแม่ อายุเพิ่งจะสามสิบนิด ๆ แถมยังโสดสนิทแฟนก็ไม่มีสักคน มีแต่ลูกสาวสุดที่รักอย่างหนูพราวเท่านั้นเอง"

ภคินียิ้มอย่างอ่อนใจกับการประกาศสถานะโสดแบบโต้ง ๆ ของบุตรชายคนโต แต่คร้านจะเบรกความคิดของอีกฝ่ายเพราะคิดว่าจะปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามพรหมลิขิต

"เอาละเสร็จแล้วจ้ะ ป้าว่าให้อาวินเขาพาหนูไปหาหมอที่โรงพยาบาลหน่อยดีกว่า ไปเช็กดูหน่อยว่ามีกระดูกร้าวบ้างไหม อย่าปล่อยเอาไว้มันอันตราย หนูอย่าลืมโทร. ไปบอกคุณพ่อคุณแม่ด้วยล่ะ ท่านจะได้ไม่เป็นห่วง"

มัลลิกาอึกอักครู่หนึ่งก่อนจะพูดเสียงแผ่ว

"หนูว่ารอให้คุณพ่อคุณแม่กลับมาก่อนก็ได้ค่ะ แล้วค่อยให้ท่านพาไปหาหมอ คือ...หนูเกรงใจค่ะ"

"ไม่ต้องเกรงใจหรอก เดี๋ยวพาหนูพราวไปด้วยกันนี่แหละ"

ภาวินพูดเสียงอ่อนเพราะรู้ว่าหญิงสาวคงประหม่าและอาจจะกลัวเขาอยู่บ้างเพราะอย่างไรเสียก็เพิ่งเจอหน้ากันวันแรก

"ไปกันเลยดีกว่า พอเดินไหวไหมเรา หรือให้พี่อุ้มไปขึ้นรถดี"

ชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ พลางมองเวลาจากนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนัง ก่อนจะหันมาทางเดิมแล้วเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามหญิงสาวตรงหน้า

ภคินีเห็นมัลลิกาลังเลไม่กล้าตอบรับหรือปฏิเสธจึงพยักหน้าอย่างเข้าใจ เพราะอีกฝ่ายยังไม่คุ้นเคยกับภาวินจึงไม่กล้านั่งรถไปไหนด้วยกันสองต่อสอง ถึงแม้ว่าจะมีพราวนภานั่งไปด้วยก็ตาม

"เอาอย่างนี้ละกัน ป้าจะไปด้วย ไปกันทั้งบ้านนี่แหละจะได้ช่วยกันดูแล ว่าแต่หนูปิดบ้านดีแล้วรึยัง"

"หนูคล้องกุญแจบ้านไว้แล้วก่อนจะมาหาหนูพราวที่นี่ค่ะ กระเป๋าสะพายหนูวางเอาไว้ใต้ต้นไม้ รองเท้าก็ถอดไว้แถวนั้น" หญิงสาวชี้ไปทางต้นไม้ที่ตนตกลงมาจนบาดเจ็บ

"แล้วคุณพ่อคุณแม่จะกลับมากี่โมงหรือจ๊ะ มีกุญแจเข้าบ้านกันรึเปล่า"

ภคินีถามอย่างรอบคอบเพราะไม่อยากให้เกิดปัญหาหากผู้ปกครองของมัลลิกากลับมาแล้วไม่เจอบุตรสาว

"วันนี้คงกลับค่ำค่ะเพราะพวกท่านไปทำธุระที่ต่างจังหวัด ส่วนน้องชายหนูก็ไปเข้าค่ายลูกเสือตั้งแต่เมื่อวาน กลับมาพรุ่งนี้ค่ะ" มัลลิกาตอบไปตามความจริง

"ถ้าอย่างนั้นหนูโทรศัพท์ไปบอกคุณแม่ก่อนดีกว่า หรือไม่ก็ให้ป้าคุยกับคุณแม่เอง ท่านจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง" พูดจบภคินีก็หันไปทางบุตรชายแล้วบอก

"ตาวิน ไปหยิบกระเป๋าหนูมะลิมาหน่อยสิ โทรศัพท์หนูอยู่ในกระเป๋าใช่ไหม" ประโยคหลังหันไปถามเจ้าตัว มัลลิกาจึงพยักหน้าพร้อมกับรับคำเสียงแผ่ว

ภาวินยิ้มแล้วลุกออกไปหยิบกระเป๋าตามคำสั่งของมารดา เขาเดินไปยืนใต้ต้นมะม่วงแต่ไม่เห็นกระเป๋าใด ๆ ทั้งสิ้นนอกจากตะกร้าที่พราวนภาถือมาทิ้งเอาไว้ จึงลองเดินไปอีกด้านก็เห็นกระเป๋าสะพายใบเล็กวางแอบอยู่โคนต้นพร้อมกับรองเท้าแตะแบบคีบ ชายหนุ่มก้มลงเก็บแล้วก็ต้องนิ่วหน้าเมื่อรู้สึกเจ็บแปลบที่กล้ามเนื้อจุดเดิม

"สงสัยจะกล้ามเนื้ออักเสบแล้วแน่ ๆ" ภาวินพึมพำเบา ๆ พลางเอี้ยวตัวซ้ายขวา อาการปวดแปลบที่หลังก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้น เขาจึงมั่นใจแล้วว่าตนก็บาดเจ็บเช่นกัน และต้องรีบไปพบแพทย์ด้วยก่อนที่จะปวดไปมากกว่านี้

พลันนั้นชายหนุ่มก็เหลือบตาไปเห็นแว่นตากรอบดำตกอยู่ไม่ไกลจากที่ตนยืนอยู่จึงเดินไปเก็บ คราวนี้เขาไม่ก้มตัวแต่ใช้วิธีย่อขาลงเพราะเกรงว่าจะยิ่งทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นบาดเจ็บยิ่งกว่าเดิม

"เด็กสมัยนี้สายตาสั้นกันเยอะจังแฮะ"

เขาเป็นคนที่มีสายตาดีมากเนื่องจากดูแลเอาใจใส่ดวงตาของตัวเองเป็นพิเศษมาตั้งแต่รู้ตัวว่าอยากเป็นนักบิน อะไรที่เสี่ยงต่อการทำให้สายตามีปัญหาเขาจะหลีกเลี่ยงทั้งหมด แม้กระทั่งการเล่มเกมเขาก็แทบไม่แตะต้อง ส่วนการเล่นโซเชียลผ่านโทรศัพท์มือถือนั้น เขาจะเล่นเฉพาะเวลาที่จำเป็นจริง ๆ หากวันไหนที่รู้ตัวว่าดวงตาอ่อนล้าเป็นพิเศษ เขาจะนวดเบา ๆ แล้วใช้ผ้าชุบน้ำเย็นมาวางโปะไว้สักหนึ่งนาทีเพื่อผ่อนคลาย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 24 พ่อตากับลูกเขย - บทส่งท้าย

    มัลลิกานั่งแช่อยู่ในสระว่ายน้ำส่วนตัว หญิงสาวยกแขนขึ้นวางบนขอบสระแล้วเอาคางเกยไว้ สองตาทอดมองผืนน้ำสีฟ้าสุดลูกหูลูกตาอย่างผ่อนคลาย มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเมื่อได้ยินเสียงใครบางคนกำลังก้าวลงน้ำมาเช่นกัน จากนั้นแผ่นหลังของเธอก็ถูกทาบทับด้วยแผงอกหนั่นแน่นตามมาด้วยอ้อมแขนที่กอดรัดเอวไว้ และมีริมฝีปากอุ่นร้อนตามมาพรมจูบไปทั่วลาดไหล่"ชอบที่นี่ไหม" เสียงทุ้มเอ่ยถามชิดริมหู หญิงสาวห่อไหล่ตามสัญชาตญาณเพราะรู้สึกจั๊กจี้"ชอบค่ะ น้ำสีสวยมากเลย อากาศดีด้วยไม่ร้อนอย่างที่คิด" ทั้งที่ตอนนี้เธออยู่กลางแจ้งท่ามกลางแสงแดดอ่อน แต่กลับไม่ร้อนเหมือนแดดเมืองไทย"ชอบก็ดีแล้ว พี่นวดให้นะ เดินทางมาถึงเหนื่อย ๆ"ภาวินขันอาสาอย่างเอาใจ เขานั่งซ้อนอยู่ด้านหลังแล้วค่อย ๆ บีบนวดต้นแขน หัวไหล่ แต่ไป ๆ มา ๆ กลับนวดวนเวียนอยู่แต่ก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นสองก้อนที่อยู่ด้านหน้า บั้นท้ายก็ถูกสิ่งนั้นของเขาบดเบียดอย่างเป็นจังหวะ"ฮื้อ...พี่วินเนี่ยมือซนตลอดเลย" หญิงสาวครางเบา ๆ เมื่อเขาล้วงเข้าไปในชุดว่ายน้ำชิ้นบนแล้วใช้นิ้วหมุนวนปลายยอดอย่างปลุกเร้าภาวินมองไปรอบด้

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 23 ฝึกรัก - 100%

    ภาวินมองคนที่นั่งหลับมาตลอดทางด้วยสายตารักใคร่ วันนี้เขาได้ใช้เวลาอยู่กับเธอทั้งวัน ได้นอนกกกอดเธอไว้ในอ้อมแขนจนเขาแทบสำลักความสุข เขารู้ว่าตนยังไม่อิ่มแต่ก็ต้องรีบพาหญิงสาวกลับกรุงเทพฯ เพราะไม่อยากให้ค่ำเกินไปชายหนุ่มจอดรถหน้าบ้านมัลลิกาในตอนหัวค่ำ ก่อนหน้านี้เขาโทรศัพท์บอกมารดาของเธอแล้วว่าจะพาหญิงสาวแวะกินมื้อเย็นแล้วค่อยกลับเข้าบ้าน จึงไม่ห่วงว่าเธอจะถูกบิดามารดาดุ"มะลิ ถึงบ้านแล้วครับ" เขาสะกิดมัลลิกาเบา ๆ หญิงสาวตื่นขึ้นแล้วมองซ้ายมองขวาอย่างงัวเงีย"ถึงบ้านหนูแล้ว หรือจะไปนอนบ้านพี่ดี" เจ้าตัวหันมาค้อนใส่เขาทันทีก่อนจะเปิดประตูลงไปยืนข้างรถแล้วโบกมือให้ แต่สภาพของเธอเหมือนคนยังไม่ตื่นดี เขาจึงอดไม่ไหวอีกต่อไป หัวเราะออกมาในที่สุด"ตื่นได้แล้ว หลับมาตลอดทางยังไม่พออีกหรือแม่คุณ" เขาถามกลั้วหัวเราะ เธอยู่หน้าใส่เขาแล้วพูดว่า"เพราะใครล่ะ" จากนั้นหญิงสาวก็หันหลังเดินจากไป เขามองจนเธอเข้าบ้านแล้วจึงขับเลยไปที่บ้านของตัวเองบ้างบิดามารดาของภาวินนั่งดูข่าวภาคค่ำอยู่ในห้องนั่งเล่น ชายหนุ่มเดินเข้าไปหาแล้วนั่งบนโซฟาอีกตัว อ

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 23 ฝึกรัก - 70%

    "ใส่ทำไม พี่อยากอ่อยคนแถวนี้นี่นา" ไม่พูดเปล่า แต่เขายังแบมือมาทางเธอราวกับต้องการให้วางมือลงไปบนมือของเขามัลลิกายื่นมือไปวางลงบนมืออุ่นข้างนั้น ชายหนุ่มกระตุกเบา ๆ หญิงสาวจึงทรุดนั่งข้างกายเขาแต่โดยดี"เย็น ๆ ค่อยกลับเนอะ หรือจะค้างดี" ภาวินถามพลางนวดมือให้เธอไปด้วย จึงทำให้มัลลิการับรู้ความในใจของชายหนุ่มอีกจนได้...พี่แค่อยากพาหนูมาผ่อนคลาย เห็นอุดอู้อยู่ในบ้านเป็นเดือน ๆ..."พี่ก็โทร. ไปขอคุณพ่อให้หนูสิคะ" เธอแกล้งหยอกเขาเล่น แต่ภาวินกลับคิดจะทำจริง ๆ"ก็ได้นะ พี่มีเบอร์คุณพ่อของหนูอยู่"ชายหนุ่มทำท่าจะยืนขึ้น หญิงสาวจึงรีบกอดแขนเขาไว้ทันทีเพราะกลัวว่าเขาจะโทรศัพท์ไปขออนุญาตกับบิดาของตนจริง ๆ"ไม่เอา! พี่ก็รู้อยู่ว่าคุณพ่อไม่อนุญาตหรอก ขืนโทร. ไปมีหวังโดนจี้ให้กลับบ้านตอนนี้แน่" พูดจบเธอก็ถูกเขากอดไว้แล้วเอนตัวลงนอนไปด้วยกัน โดยที่หญิงสาวนอนเอาหูแนบอกฟังเสียงหัวใจของเขาที่เต้นอยู่ข้างใน"บ้านก็ติดกันอย่างนั้น ยังไงก็หนีพี่ไม่พ้นหรอก"เขาปัดผมของเธอออกจากลาดไหล่แล้วใช้มือลูบต้นแขนเปลือยเปล่าของหญิงสาวไปมา ผิ

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 23 ฝึกรัก - 35%

    มัลลิการักษาตัวอยู่โรงพยาบาลอีกสองอาทิตย์ก็ได้กลับบ้าน แผลที่แก้มเริ่มไม่เจ็บเท่าไรแล้ว แต่แผลที่ถูกกระจกบาดและแผลถลอกพอตกสะเก็ดกลับดูน่ากลัวจนมัลลิกาไม่กล้าส่องกระจกดูหน้าตัวเอง หญิงสาวยังเดินด้วยตัวเองไม่ได้ ต้องอาศัยไม้ค้ำช่วยพยุง ในแต่ละวันเธอจึงได้แต่นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ในบ้าน ภาวินจึงนึกสนุกด้วยการนำเครื่องสำอางมาให้หญิงสาวได้ลองหัดแต่งหน้าโดยแนะนำให้เธอเริ่มศึกษาจากยูทูบช่วงอาทิตย์แรกมัลลิกายังใช้แปรงและอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างเก้กังเพราะไม่เคยใช้ แต่พออาทิตย์ถัดมาหญิงสาวก็เริ่มคล่องขึ้น และเริ่มสนุกกับการแปลงโฉมใบหน้าของตัวเองในรูปแบบต่าง ๆ เธอเริ่มเข้าเว็บไซต์ และติดตามแฟนเพจที่เกี่ยวกับความสวยความงาม ครีมหรือโลชั่นยี่ห้อไหนที่โด่งดังเรื่องช่วยลบรอยแผลเป็น เธอก็คลิกสั่งออนไลน์เพื่อเอามาลองใช้หลายยี่ห้อมัญชุดานั่งมองบุตรสาวที่กำลังทดลองสีลิปสติกกับข้อมือของตัวเองแล้วก็ได้แต่ยิ้ม เมื่อก่อนมัลลิกาไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้เพราะชอบคิดว่าตนไม่สวย แต่งไปก็ไม่มีใครดู แต่พอแม่สาวน้อยของเธอเริ่มมีความรักก็เริ่มหัดดูแลตัวเองมากขึ้น หนำซ้ำยังดูมีความสุขดีด้วย

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 22 ตื่นจากฝัน - 100%

    มัลลิกายังคงไม่ยอมออกจากผ้าห่ม แต่เสียงสะอื้นนั้นไม่มีแล้ว ราวกับเจ้าตัวกำลังชั่งใจว่าจะโผล่หน้าออกมาคุยกับเขาดีหรือไม่"ถ้าอย่างนั้น พี่ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม" ชายหนุ่มเอื้อมมือไปวางบนศีรษะของเธอเบา ๆ ก่อนพูดต่อ"ถ้าหากว่าคนที่ถูกรถชนเป็นพี่ คนที่ต้องนอนอยู่ตรงนี้เป็นพี่ และพี่ต้องมีแผลเป็นบนหน้าบ้าง หนูจะบอกเลิกพี่รึเปล่า หนูจะเลิกรักพี่แล้วหันไปคบคนอื่นไหม"คนนอนคลุมโปงส่ายหน้าไปมาแล้วตอบ "ไม่ ทำไมหนูต้องทำอย่างนั้น"ภาวินยิ้มออกทันที "ใช่ไหมล่ะ แล้วทำไมพี่ต้องทำอย่างนั้นล่ะครับ"ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วก้มลงไปจูบบริเวณที่คาดว่าน่าจะเป็นหน้าผากของหญิงสาวผ่านทางผ้าห่ม"หนูพราวถามหาพี่มะลิทุกวันเลย ไว้วันเสาร์นี้พี่จะพาหนูพราวมาเยี่ยมด้วยนะ"พอพูดถึงพราวนภา คนในผ้าห่มก็เลิกผ้าออก เผยให้เห็นใบหน้าแดงก่ำและเปลือกตาบวมจากการร้องไห้เมื่อครู่ เจ้าตัวสูดน้ำมูกทีหนึ่งแล้วถาม"หนูพราวเป็นยังไงบ้างคะ หนูผลักแรงขนาดนั้นไม่รู้หัวเข่ากระแทกพื้นจนเป็นแผลรึเปล่า"ภาวินมองหญิงสาวด้วยสายตาอ่อนเชื่อม ตัวเองเป็นอย่างนี้ยังอุตส่าห์ถามถึงคนอื่

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 22 ตื่นจากฝัน - 70%

    มัลลิกาเบิกตากว้างเมื่อได้ยินอย่างนั้น แม้จะคาดเดาไว้อยู่แล้วแต่ก็อดใจหายและเศร้าอยู่ลึก ๆ ไม่ได้ ถึงปรีชญาจะทำไม่ดีกับเธอไว้มากมาย แต่อย่างไรเสียก็ยังเคยคบหากันอย่างสนิทสนมมาก่อน"ทำไมตาลเขาต้องทำอย่างนั้นคะคุณพ่อ""เขาป่วยเป็นโรคหลายบุคลิกน่ะ ตอนนี้ถึงจะจับตัวได้แล้วแต่ก็ยังดำเนินคดีอะไรไม่ได้ เพราะต้องให้เขารักษาจนอาการดีขึ้นก่อน""อ้าว เขาไม่ติดคุกหรือ แล้วถ้าเขาออกมาขับรถไล่ชนหนูอีกล่ะคะ" มัลลิกาถามหน้าตื่น คิดในใจว่าถ้าโดนชนอีกครั้งคงไม่มีชีวิตรอดแน่นอน"พ่อก็ห่วงเรื่องนี้อยู่ เพราะไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่จะกักตัวเขาไว้รักษาอาการแบบไหน พ่อกลัวว่าเขาจะปล่อยให้มันไปรักษาที่บ้านแล้วมันก็จะออกมาก่อเรื่องอีก""แย่จัง...แล้วตกลงเจอแพตที่ไหนคะ"เธออยากรู้ว่าตติยะลงมือกับปรีชญาแบบไหน และทำอย่างไรจึงสามารถซ่อนศพไว้ได้นานขนาดนั้นโดยที่ไม่มีใครหาเจอ"ศพลอยมาติดกับกอผักตบข้างวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยาน่ะ แต่ผลการชันสูตรบอกว่าตายเพราะถูกบีบคอจนขาดอากาศหายใจ"นฤเบศร์เล่าให้บุตรสาวฟังไปตามความจริงโดยไม่คิดปิดบัง เพราะคนที่เป็นทั้งเหยื่อและฆาตกรก

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 22 ตื่นจากฝัน - 35%

    ความเจ็บปวดรวดร้าวที่แผ่ลามไปทั่วร่างราวกับทุกชิ้นส่วนของร่างกายกำลังถูกจับแยกออกจากกันทำให้คนที่หลับใหลไปหลายวันในห้องผู้ป่วยวิกฤติค่อย ๆ รู้สึกตัวตื่น เปลือกตาหนักอึ้งเปิดปรือขึ้นอย่างยากลำบาก กลิ่นอันเป็นลักษณะเฉพาะของโรงพยาบาลทำให้คนที่เพิ่งตื่นจากฝันรู้ว่าตอนนี้ตนอยู่ที่ไหน

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 20 ถ้าครอบครองไม่ได้ก็ต้องทำลายทิ้ง - 100%

    "จะดูกล้องวงจรปิดก็ได้นะครับ กล้องจับภาพเอาไว้อยู่" พนักงานอีกคนรีบเสนอ ภาวินจังพยักหน้ารับ"ครับ ขอผมดูหน่อย" เขาคิดว่าคนทำเรื่องนี้น่าจะเป็นตติยะ ดูจากการใช้ใบขับขี่ของคนอื่นและปลอมตัวเข้ามาในหมู่บ้าน ยิ่งดูภาพจากกล้องวงจรปิดเขาก็ยิ่งมั่นใจ แม้จะเคยเจอหน้ากันระยะใกล้แค่ครั้งเดียวตอนอีกฝ่

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 19 แค่หมดไฟหรืออยากทำลายกันแน่ - 35%

    เอกสารปึกหนึ่งถูกโยนมาตรงหน้านันทวรรณ จากนั้นคนโยนก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ นันทวรรณมีสีหน้างุนงงไม่น้อย แต่พอพลิกเปิดเอกสารเหล่านั้นอ่านดูเท่านั้น สีหน้าก็ซีดเผือดลงทันที"นี่...มันคืออะไรหรือคะคุณวิน พี่ไม่ค่อยเข้าใจเลยค่ะ" เจ้าตัวยังทำเหมือนไม่รู้เรื่อง

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 18 ลูกชู้ - 100%

    บุญญาพรชี้หน้ามัญชุดากับนฤเบศร์อย่างไม่เกรงใจใคร นฤเบศร์จึงหันไปหาทนายกรณ์แล้วพูดว่า"แบบนี้ผมฟ้องหมิ่นประมาทได้เลยใช่ไหมครับคุณกรณ์ พยานมีเยอะแยะเลย""อยากจะฟ้องก็ฟ้องไปเลย ฉันก็จะฟ้องพวกแกหมือนกันที่ปลอมแปลงพินัยกรรม พวกแก แล้วก็แก รวมหัวกันหลอกเอาทรัพย์สินของคุณแม่และตระกูลไตรยาน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status