Masukนอกใจพอทน วางแผนฆ่ากัน ฉันพอเลย ในเมื่อคนเก่ามันเลว คนสวยคนแซ่บแบบสวีซูเยี่ยนจึงปักธงในใจ ‘ผัวใหม่ใกล้ฉัน’และผัวใหม่ที่ดี ต้องใหญ่กว่าผัวสารเลวแซ่เสิ่น!
Lihat lebih banyakปลายฤดูร้อนของปี 2026 เมืองชายฝั่งทางตอนใต้กำลังอบอ้าวด้วยอากาศร้อนชื้น ถนนสายเก่าเลียบชายทะเลของเมืองรอง เมืองเย่เฉิง ประเทศเว่ยที่ทอดยาวออกนอกเขตชุมชนขึ้นทุกขณะ
บนถนนเต็มไปด้วยรถยนต์หลายคันซึ่งกำลังไล่กวดกันอย่างบ้าคลั่ง เสียงเครื่องยนต์ดังกลบทุกสิ่ง บรรยากาศตึงเครียดราวกับการล่านักโทษอุกฉกรรจ์
ทั้งที่รถสปอร์ตสีขาวที่กำลังพุ่งฝ่าทางคดเคี้ยวด้วยความเร็วสูงหลบหนีการไล่ล่านั้น ผู้ขับเป็นหญิงสาวอยู่หลังพวงมาลัยเธอสวมชุดแต่งงานสีขาวหรูหรา ชุดราคาแพงที่ควรอยู่ในโบสถ์ไม่เหมือนนักโทษหนีคดีแม้แต่น้อย
ใช่แล้วเธอกำลังหนีการตามล่าสุดชีวิต!
หากไม่ใช่หนีผู้พิทักษ์กฎหมายหนีศัตรูอื่นใด หากแต่คนที่ไล่ล่าหญิงสาวอย่างเอาเป็นเอาตายไม่มีลดละเป็นระยะทางเกินร้อยกิโลเมตรนี้กลับเป็น ‘คนกันเอง’ทั้งนั้น
ด้านหลังคือรถเอสยูวีสีดำหลายคันของหนึ่งตระกูลที่เธอเคยเรียกว่าครอบครัวกับอีกหนึ่งคือคนของอนาคตครอบครัวใหม่ที่ตนจะแต่งงานด้วย พวกเขาล้วนเป็นชายฉกรรจ์ในสูทสีเข้มพร้อมอาวุธครบมือไล่ตามอย่างไม่ลดละ เธอกำลังถูกไล่ต้อนเข้าสู่ถนนเส้นเก่าที่คล้ายถูกปิดตายเข้าไปเรื่อยๆ
ทุกขณะห่างไกลจากตำรวจ สองข้างทางไม่มีพยาน พวกมันกำลังต้องการไม่ให้มีใครเข้ามาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ ยิ่งถูกไล่ล่าเข้าสู่หน้าผาติดชายทะเลเธอยิ่งรู้ว่านี่คืออาณาเขตที่กฎหมายเข้าไม่ถึงไปทุกนาทีแต่เธอไม่มีทางให้ย้อนกลับ!
เธอคือ เจิ้งซูเหยา หญิงสาววัยยี่สิบเอ็ดปี เพิ่งจบการศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์ ยังไม่ทันได้ใช้ชีวิตให้คุ้มเธอก็กำลังจะถูกฆ่าให้ตายจากครอบครัวและว่าที่สามีเสียแล้ว
นี่มันต่ำช้าเกินไปแล้วนะ!
คิดไปเท้าก็กดลงบนคันเร่งเพิ่มความเร็ว ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอถูกเลี้ยงดูด้วยคำโกหก ถูกปิดตาด้วยความรักจากคนที่เรียกตัวเองว่าพ่อแท้ๆ และถูกหลอกใช้ด้วยภาพฝันของชีวิตที่ปลอดภัยทั้งจากพี่ชายบุญธรรมกับแม่เลี้ยงและพี่สาว แม้แต่ผู้ชายที่เธอรักและเชื่อใจเขาที่สุดจนยอมแต่งงานด้วยทั้งที่หญิงสาวมีเป้าหมายชีวิตว่าจะเรียนให้จบปริญญาเอกเสียก่อนจึงจะคิดเรื่องแต่งงานก็ยังหลอกลวง
เจิ้งซูเหยาคิดอย่างเจ็บปวด น้ำตาไหลเต็มแก้ม งานแต่งงานวันนี้เธอควรเป็นเจ้าสาวที่มีความสุขที่สุดแต่เธอกลับได้รู้ความจริงว่าตนกลายเป็นเหยื่อของพวกเขานานแล้ว อาจนานก่อนที่คุณแม่กับคุณตาของเธอจะจากไปด้วยซ้ำ
แผนการทั้งหมดถูกวางไว้ล่วงหน้าอย่างแนบเนียน การแต่งงานเป็นเพียงฉากหน้า วันที่เธอควรมีความสุขที่สุดกลับถูกกำหนดให้เป็นวันตาย หากไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุเล็กน้อยในห้องแต่งตัวของโรงแรม เธอคงไม่มีวันรู้ว่าสิ่งที่ถูกเตรียมไว้ให้เธอดื่มนั้นคือน้ำซุปผสมยากล่อมประสาทสำหรับผู้ป่วยซึมเศร้าที่หากกินเข้าไปจะง่วงซึมไม่เป็นตัวของตัวเอง และผู้ที่อยู่เบื้องหลังไม่ใช่คนนอก
หากแต่เป็นแม่เลี้ยงกับพี่สาวและพี่ชายต่างมารดาของเธอเอง โดยมีผู้ชายที่เธอมอบหัวใจให้เป็นคนวางแผนการทั้งหมด เสิ่นอวี้หรงแกมันไอ้สารเลวเป็นสวะชั้นต่ำ ไอ้สัตว์นรกส่งมาเกิด!
แต่ที่เลวร้ายกว่านั้นคือการที่พ่อแท้ๆ นิ่งเฉยไม่ยื่นมือมาช่วยเหลือเธอการไม่เลือกข้างคือการเลือกแล้ว และแก่แก่แซ่เจิ้งคนนั้นเลือกให้เธอตายในคราวนี้!
ถนนเบื้องหน้าเริ่มแคบลง หน้าผาสูงชันทอดตัวขวางสุดเส้นทาง ด้านล่างคือทะเลลึกสีเขียวมรกต เสียงคลื่นกระแทกโขดหินดังขึ้นเรื่อย ๆ คล้ายเสียงเรียกจากความว่างเปล่า
เจิ้งซูเหยารู้ดีว่าหากย้อนกลับไป เธอจะไม่มีโอกาสรอดหลังพวกมันได้สมหวังเธอเซ็นชื่อบนทะเบียนสมรส ทรัพย์สินของหงเย่กรุปจะกลายเป็นของเสิ่นอวี้หรงทันทีหากเธอตาย แต่หากเดินหน้าต่อไป อย่างน้อยเธอยังได้เลือกด้วยตนเอง
รถสปอร์ตหยุดลงกะทันหันใกล้ขอบผา ล้อหลังปัดฝุ่นกระจาย เจิ้งซูเหยาไม่ได้เปิดประตูรถ หญิงสาวทำเพียงลดกระจกไฟฟ้าลง ท่ามกลางลมแรงที่พัดกระหน่ำ ผ้าคลุมผมเจ้าสาวปลิวไหวอย่างไร้ทิศทางใบหน้าที่เคยงดงามเปื้อนน้ำตาจนน่าสงสาร
คนของทั้งสองตระกูลกรูลงมาจากรถล้อมเธอไว้พร้อมปืนที่เล็งตรงมาอย่างมุ่งร้าย วงล้อมที่คุ้นเคยมาทั้งชีวิตจากบอดี้การ์ดปกป้องภยันตรายกลับกลายเป็นต้องการเอาชีวิตเธอไปเสียแล้ว พวกเขาไม่ได้มองเธอในฐานะคุณหนูสามเจิ้งอีกต่อไป แต่เป็นขยะที่ต้องถูกกำจัดทั้งที่เธอเป็นผู้นำตระกูลคนต่อไปแท้ๆ
ว่าที่เจ้าบ่าวของเธอปรากฏตัวในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าหล่อเหลายังเหมือนเดิม แต่ความจริงที่เธอเห็นในวันนี้ทำให้ทุกอย่างพังทลาย สิ่งที่เธอเคยคิดว่าเป็นความอ่อนโยน แท้จริงคือความใจเย็นของนักล่า
เจิ้งซูเหยามองตรงไปยังหน้าผาสูงชันที่เธอรู้ดีว่าข้างล่างคือทะเลลึกกับโขดหินน้อยใหญ่มากมาย ความกลัวแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่า เธอไม่ร้องไห้อีกแล้วเพราะหัวใจของเธอแตกสลายไปก่อนหน้านี้แล้ว
การตายไม่ได้น่ากลัวเท่าการกลับไปเป็นของเล่นในมือพวกเขาอีก ในวินาทีนั้น เจิ้งซูเหยาเลือกแล้ว
เท้าเรียวในรองเท้าหรูราคาหมื่นหยวนถูกกระทึบลงบนคันเร่งเต็มแรง! รถหรูราคาไม่น้อยพุ่งทะยานชนที่กั้นขอบทางลอยตกลงจากหน้าผาในพริบตา ทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง ทั้งชื่อเสียง ทั้งสายเลือดสูงส่ง ทั้งความรักลวงตา
รถยนต์พร้อมร่างของคุณหนูสามเจิ้งผู้นำตระกูลแท้จริงร่วงหล่นลงสู่ทะเลลึกต่อหน้าสายตาของทุกคน ทั้งชายหนุ่มสองคนกับหนึ่งหญิงสาวสวยเฉิดฉาย
ความโกลาหลเกิดขึ้นทันที การค้นหาถูกสั่งการอย่างเร่งด่วน เพราะไม่มีใครยอมรับได้ว่าผู้หญิงที่ควรถูกควบคุมกลับเลือกหลุดพ้นด้วยวิธีนี้ทั้งที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะสำเร็จอยู่แล้วแท้ๆ
แต่ไม่มีใครรู้ว่า ในวินาทีที่เจิ้งซูเหยาเลือกทางตายนี้ เธอได้วางเดิมพันกับพญายมแล้วว่าหากตนถึงฆาตก็ยินดี แต่ถ้ายังไม่ถึงเวลาต้องไปก็ขอให้เธอรอดจากความตาย หญิงสาวจะกลับมาในฐานะเจ้ากรรมนายเวรของพวกมัน!
“นี่คือ สวีซูเยี่ยน ต่อไปเธอจะเป็นนายหญิงของคฤหาสน์รองหลัวแห่งนี้”น้ำเสียงของหลัวเสวียนเย่ไม่ดังมาก แต่ชัดเจนหนักแน่นจนทุกคนได้ยินกันทั่วสิ้นประโยคของเจ้าของคฟหาสน์ เสียงตอบรับก็ดังขึ้นพร้อมกัน“ยินดีต้อนรับคุณนายรองหลัวครับ” / “ยินดีต้อนรับคุณนายรองหลัวค่ะ”เสียงประสานทั้งชายและหญิงดังขึ้นเป็นจังหวะเดียว ไม่มีใครช้าหรือเร็วกว่าอีกคน เหมือนผ่านการฝึกมาแล้วอย่างดีเยี่ยม สวีซูเยี่ยนกวาดตามองผู้คนตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เธอไม่แสดงความตื่นตระหนก ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มคล้ายมีคล้ายไม่มี“ลำบากทุกคนแล้ว ต่อไปเรียกฉันว่าคุณซูเยี่ยนก็พอ” น้ำเสียงสุภาพก็จริง แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจของผู้เป็นนายหญิงน่าเกรงขามหลัวเสวียนเย่หันไปทางพ่อบ้าน “คนนี้คือพ่อบ้าน จ้าวเว่ย หากเธอต้องการอะไร สั่งเขาได้ทุกอย่าง แม้แต่ฆ่าคน”คำพูดถูกเอ่ยออกมาเรียบเหมือนพูดเรื่องทั่วไป ไม่มีใครแสดงสีหน้าตกใจ สวีซูเยี่ยนหันไปมองชายคนนั้น จ้าวเว่ยก้มศีรษะเล็กน้อย สีหน้ายังคงนิ่ง หลัวเสวียนเย่พูดต่อทันที“ส่วนนาย นี่คือนายหญิง อำนาจของเธอเป็นรองแค่ฉันกับพี่ใหญ่ เธอสั่งอะไร นายมีหน้าที่ทำตาม ห้ามตั้งคำถาม เข้าใจไหมจ้าวเว่ย
ตอนที่ 15 || ย้ายเข้าคฤหาสน์รองประธานหลัวสิบโมงตรง ประตูกระจกอัตโนมัติของโรงพยาบาลเอกชนในเครือไท่หมิงกรุ๊ปเลื่อนเปิดออกอย่างไร้เสียง สวีซูเยี่ยนก้าวออกมายืนใต้แสงแดดยามสายที่ตกกระทบพื้นหินอ่อนด้านหน้า ลมอ่อนพัดผ่าน กลิ่นยาฆ่าเชื้อที่ติดปลายจมูกมานานร่วมสี่เดือนถูกแทนที่ด้วยอากาศสดใหม่ หญิงสาวหยุดนิ่ง สูดลมหายใจเข้าปอดลึกหนึ่งครั้ง สายตายังคงนิ่งและคมกริบ ไม่หลงเหลือเค้าของคนเจ็บป่วยหรือคุณหนูเจิ้งในอดีตแม้แต่น้อยถนนด้านหน้าโรงพยาบาลถูกจัดการอย่างเป็นระเบียบ รถเข้าออกเป็นจังหวะ การ์ดชุดดำยืนประจำจุดอย่างเงียบงัน ทุกอย่างดูปกติ หากมองผิวเผิน แต่ในความปกตินั้นแฝงความเข้มงวดที่ไม่เปิดช่องว่างให้ความผิดพลาด โดยเฉพาะการรักษาความปลอดภัยของรองประธานหลัว“พร้อมไหม”เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นด้านข้าง หลัวเสวียนเย่เดินเข้ามาหยุดในระยะประชิดจนหัวไหล่ของเธอเสียดสีกับต้นแขนของมาเฟียหนุ่ม เงาของเขาทาบลงบนพื้นเดียวกับเธอจนกลายเป็นเงาเดียวยากจะแยกออก สวีซูเยี่ยนหันไปมอง ดวงตาหงส์คู่งามนั้นสงบเกินคนทั่วไปจะอ่านออก มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่อ่อนโยน ซึ่งภาพนี้หญิงสาวเริ่มจนคุ้นเคย“พร้อมมากค่ะ”คำ
ตอนที่14|| เธอพร้อมจะกลับลั่วหยางหรือยัง?จูบนั้นยาวนานจนสวีซูเยี่ยนแทบขาดอากาศหายใจ ปลายลิ้นของเขาไม่ใช่แค่แตะแล้วถอย แต่จงใจไล่ต้อน กดจังหวะให้เธอเสียหลักทีละนิด หลัวเสวียนเย่ผละออกอย่างเชื่องช้าอย่างคนเสียดายเมื่อเห็นว่าหญิงสาวจะหมดลมหายใจสายตาคมกริบไล้ผ่านริมฝีปากของเธออย่างไม่ปิดบังความเสียดายรสจูบดื่มด่ำ ซึ่งหวานล้ำอย่างที่เขาไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน และคนแบบหลัวเสวียนเย่ มาเฟียปีศาจแห่งกระกูลหลัวไม่เคยห้ามใจหากเขาต้องการ ชายหนุ่มจึงก้มลงจูบซ้ำอีกครั้ง คราวนี้หนักแน่นกว่าเดิม เหมือนยึดเอาความหวานมาเก็บไว้จนไม่เหลือ แต่ยิ่งจูบริมฝีปากของหญิงสาวกลับยิ่งหวานราวกับเขากำลังดื่มน้ำผึ้งป่า“แฮ่ก...พอ...พอแล้วค่ะ รองประทานหลัว”สวีซูเยี่ยน รีบร้อนผลักรองประธานหนุ่มออกก่อนเอ่ยห้ามเสียงสั่น พอเห็นเขาจะก้มลงมาอีกเธอเลยมือยกขึ้นปิดปากตนเองแน่น ราวกับต้องกันทั้งเขาและตัวเองไม่ให้ถลำลึกไปกว่านี้ ลมหายใจยังหอบหนัก แต่สายตากลับแข็งขึ้นอย่างไม่ปกปิดความไม่พอใจ“ทำไม?”หลัวเสวียนเย่ถามเสียงต่ำ แฝงความหงุดหงิดชัดเจน เพราะตลอดชีวิตเขาอยากได้สิ่งใดไม่เคยมาใครขัดใจหรือคิดจะห้าม“คุณไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำ
สวีซูเยี่ยนถึงกับหลุดเสียงร้องอุทานเมื่อถูกมาเฟียหนุ่มกัดใบหูของตนแผ่วเบาอีกครั้ง แต่เหมือนแค่นั้นหลัวเสวียนเย่จะยังไม่พอใจเขา เลื่อนริมฝีปากไปตามแก้มปลายคางและสุดท้ายหยุดลงตรงซอกคอขาวผุดผ่องคล้ายจะจงใจให้หญิงสาวรับรู้ถึงความใกล้ชิดระหว่างคนที่กำลังจะแต่งงานเป็นสามีภรรยากันอย่างแท้จริงลมหายใจของสวีซูเยี่ยนเริ่มสะดุดและขาดห้วงเล็กน้อย ความร้อนรุ่มเริ่มลามเลียไปจนทั่วผิวกายของตน ถึงอย่างนั้นหญิงสาวกลับไม่คิดจะผลักชายหนุ่มออก หรือแม้แต่จะตบเขาสักฉาดที่กล้าแตะต้องเธอขนาดนี้กลับกัน เธอเอียงหน้าหนีเพียงเล็กน้อยเปิดทางให้รองประธานหลัวได้ทำตามใจ หลัวเสวียนเย่เห็นกิริยานั้นของว่าที่ภรรยาก็หยุดไปชั่วครู่สายตาของเข้าเข้มขึ้น ไม่ใช่เพลิงพิศสวาทที่กำลังร้อยรุ่มขึ้นมาหลังได้กลิ่นกายหอมหวานของหญิงสาว แต่เข้มขึ้นเพราะเขาพึงใจที่ ‘ของเล่น’ชิ้นนี้สู้มือถูกใจเข้าเหลือเกินเขาได้เห็นแล้วว่าสวีซูเยี่ยนไม่ได้อ่อนแอหรือเป็นพวกดีแค่ปาก พอถึงตอนเขา ‘เอาจริง’กลับร้องไห้ขอร้องให้เขาปล่อยไปมุมปากของรองประธานหลัวยกขึ้นเล็กน้อย มือที่เอวเธอกระชับขึ้นอีกนิดไม่แรงจนทำให้สวีซูเยี่ยนเจ็บเพียงแค่พอให้หญิงสาวรู้ว่า





