Beranda / โรแมนติก / เล่ห์โอบรัก / บทที่ 2 สัมผัสพิเศษ - 70%

Share

บทที่ 2 สัมผัสพิเศษ - 70%

last update Tanggal publikasi: 2025-03-16 11:00:40

เสียงพยาบาลขานชื่อของมัลลิกาเพื่อเข้าห้องตรวจ การสนทนาของทุกคนจึงหยุดลงแค่นั้น ภาวินลุกขึ้นเข็นรถให้หญิงสาวแล้วเดินตามพยาบาลไปยังห้องตรวจโดยภคินีกับพราวนภานั่งรออยู่ที่เดิม

ทั้งสี่คนใช้เวลาอยู่ในโรงพยาบาลร่วมชั่วโมงเพราะต้องเอกซเรย์หัวเข่าของมัลลิกาด้วยว่าร้าวหรือไม่ ซึ่งผลที่ออกมาก็ทำให้ทุกคนโล่งใจ เพราะหญิงสาวเพียงฟกช้ำจนกล้ามเนื้ออักเสบจากแรงกระแทก และมีบาดแผลที่ครูดไถลกับต้นไม้เท่านั้น ส่วนกระดูกไม่มีรอยร้าวจึงไม่จำเป็นต้องใส่เฝือก

หลังจากจ่ายเงินค่ารักษาและรับยาเสร็จเรียบร้อยทุกคนก็กลับบ้าน ตอนขากลับโทรศัพท์ของมัลลิกามีสายเรียกเข้าจากมารดาเข้ามาพอดี ทุกคนจึงรู้ว่าบิดามารดาของเธอกลับมาถึงบ้านแล้วเรียบร้อย และเวลานี้ต่างก็นั่งรอบุตรสาวด้วยความเป็นห่วง

ภาวินขับรถมาถึงหน้าบ้านของมัลลิกา เขาเห็นชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานคนหนึ่งกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาเปิดประตูรั้วออกกว้างทั้งสองด้าน ชายหนุ่มจึงเข้าใจทันทีว่าอีกฝ่ายต้องการให้ตนขับเข้าไปจอดด้านใน เขาจึงเคลื่อนรถไปหยุดตรงบริเวณที่ใกล้กับประตูบ้านมากที่สุดเพื่อไม่ให้คนเจ็บต้องเดินมากนัก

เมื่อรถจอดสนิท มัลลิกาก็เปิดประตูฝั่งที่นั่งอยู่แล้วทำท่าจะก้าวลงมา แต่คนที่ยืนรออยู่ก่อนแล้วรีบเข้ามาโอบประคองอย่างเป็นห่วง

"ค่อย ๆ นะลูก ให้พ่ออุ้มไปดีกว่าไหม"

"หนูเดินได้ค่ะ ไม่ค่อยเจ็บเท่าไรแล้ว มันแค่จี๊ด ๆ เป็นบางทีเท่านั้น"

มัลลิกายิ้มกว้างจนตาหยี ก่อนจะหันไปยกมือไหว้ภคินีกับภาวินพร้อมพูดเสียงแผ่ว

"ขอบคุณคุณป้ากับพี่วินมากนะคะ แล้วก็...หนูขอโทษด้วยค่ะที่ทำให้เดือดร้อนกันไปหมดเลย"

"ผมต้องขอบคุณคุณนีกับลูกชายด้วยนะครับที่เป็นธุระพายายหนูไปโรงพยาบาล" นฤเบศร์ยิ้มให้ทั้งคู่อย่างจริงใจ เป็นเวลาเดียวกับที่มัญชุดามารดาของมัลลิกาเดินออกมาจากบ้านพอดี

ขณะที่ผู้ใหญ่ทั้งสามคนยืนคุยกัน ภาวินก็มองหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของบิดาพลางยิ้มอ่อน มัลลิกาเองก็เงยหน้ามาสบตากับเขาเช่นกัน เธอยิ้มให้เหมือนยิ้มตามมารยาท แต่ใบหน้ากลับขึ้นสีระเรื่ออย่างน่าเอ็นดู

หลังจากร่ำลาและกล่าวขอบคุณกันเสร็จแล้ว ภาวินก็ขับรถออกจากบ้านของหญิงสาวโดยมีมารดาของมัลลิกาเป็นคนเดินมาปิดรั้ว ส่วนคนเจ็บนั้นถูกผู้เป็นบิดาประคองเข้าไปในบ้าน

"ท่าทางคุณพ่อจะหวงลูกสาวเหมือนกันนะครับ ทั้งหวงทั้งห่วงเลย แต่ดูแล้วก็อบอุ่นดีจัง"

ภาวินเปรยขึ้นทั้งรอยยิ้ม ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมัลลิกาถึงดูซุกซนเหมือนเด็กไม่โต อีกทั้งยังดูไร้เดียงสาอย่างที่หาได้ยากสำหรับหญิงสาววัยเท่านี้ นั่นก็เพราะมีบิดามารดาที่ทะนุถนอมราวกับไข่ในหินนั่นเอง

"แม่ได้ยินมาว่าคุณเบศร์น่ะไม่ใช่พ่อแท้ ๆ ของหนูมะลิหรอกนะ เขาเป็นพ่อเลี้ยงน่ะ สามีเก่าของคุณดา หรือพ่อของหนูมะลิเขาเสียไปตั้งแต่หนูมะลิเพิ่งได้แปดเก้าขวบเองมั้ง คุณดาถึงได้แต่งงานใหม่ และคุณเบศร์ก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลนะ เห็นว่าเป็นเพื่อนสนิทของพ่อหนูมะลินั่นแหละ"

ภคินีพูดถึงครอบครัวของเพื่อนบ้านตามที่ตนได้ยินมา ซึ่งคนที่ฟังอยู่ถึงกับขมวดคิ้วทันทีด้วยความแปลกใจ

"พ่อเลี้ยงงั้นหรือครับ" ชายหนุ่มมีสีหน้าไม่เชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน ก่อนจะถามมารดาอีกครั้ง

"แล้วคุณแม่รู้ได้ยังไง"

"ก็แม่แป้นน่ะสิมาเล่าให้แม่ฟัง แม่แป้นเขาก็รับจ้างทำงานบ้านให้บ้านนี้เหมือนกัน เราก็รู้อยู่ว่าแม่คนนี้กว้างขวางจะตายไป มีเรื่องไหนที่รอดหูรอดตานางไปบ้าง"

ภคินีถอนหายใจแผ่ว แม่บ้านชั่วคราวที่รับจ้างทำความสะอาดให้ลูกบ้านในหมู่บ้านนั้นเป็นคนซอกแซก และช่างสอดรู้สอดเห็นเรื่องคนอื่นเป็นที่สุด บ้านไหนผัวเมียทะเลาะกัน บ้านไหนเป็นเมียน้อยเสี่ย หรือแม้กระทั่งลูกสาวลูกชายของบ้านไหนพาแฟนมาค้างด้วยในวันที่พ่อแม่ไม่อยู่ แม่แป้นผู้กว้างขวางก็ยังอุตส่าห์ไปรู้เรื่องของเขามาจนได้ หากวันไหนได้มีโอกาสคุยกันยาว ๆ วันนั้นเธอจะได้รับรู้เรื่องลับ ๆ ของเพื่อนบ้านแทบทุกหลังคาเรือน

ทางด้านคนที่เป็นหัวข้อสนทนานั้น เวลานี้กำลังนั่งล้อมวงดูแผลที่หัวเข่าของมัลลิกาอยู่ในห้องรับแขก หัวคิ้วของนฤเบศร์ขมวดมุ่นเมื่อเห็นแผลขนาดเกือบสองนิ้วที่ผิวหนังชั้นนอกถูกครูดหายไปบนหัวเข่าทั้งสองข้าง ใจนึกอยากจะดุลูกเลี้ยงที่ไม่ระวังตัว แต่พอเห็นอีกฝ่ายก้มหน้างุดท่าทางราวกับสำนึกผิดแล้วก็ทำให้เขาดุไม่ลง

"มะลิ" มัญชุดาเรียกบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก่อนจะถอนหายใจแผ่ว

"ขา...คุณแม่" มัลลิกาขานรับพลางเงยหน้ามองคนทั้งคู่ด้วยสายตาออดอ้อน

"หนูโตแล้วนะลูก ทำไมยังเล่นอะไรเป็นเด็ก ๆ อีก อีกไม่นานหนูก็จะเรียนจบและต้องหางานทำแล้วนะ ถ้าหนูยังทำตัวเป็นเด็กแบบนี้แล้วจะให้แม่กับพ่อวางใจได้ยังไงลูก"

มัญชุดาให้รู้สึกอ่อนใจกับบุตรสาวคนโต แม้อีกฝ่ายจะเรียนดีเป็นที่น่าภาคภูมิใจ แต่อุปนิสัยและความคิดความอ่านกลับไร้เดียงสาจนน่าเป็นห่วง ในอนาคตหากมัลลิกาต้องไปอยู่ในสังคมคนทำงาน เธอไม่แน่ใจว่าบุตรสาวของตนคนนี้จะเอาตัวรอดในสังคมปัจจุบันได้หรือไม่

"หนูแค่ตกต้นไม้เองนะคะ ไม่ได้ทำอะไรร้ายแรงสักหน่อย แล้วมันก็เป็นเหตุสุดวิสัยด้วย" คนพูดทำหน้าง้ำ เข้าใจอยู่ว่าพวกท่านเป็นห่วง และเธอก็รู้ตัวเองดีว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่พวกท่านกลับมองเธอเป็นเด็กอยู่ตลอดเวลาทั้งที่เธอก็แค่ทำในสิ่งที่ตนอยากทำเท่านั้นเอง

"แล้วถ้าแข้งขาหักขึ้นมาจะทำยังไง รู้ไหมว่าแค่กระดูกร้าวก็ต้องใส่เฝือกเป็นเดือนเชียวนะ แล้วเทอมนี้หนูต้องฝึกงานไม่ใช่หรือลูก ถ้าต้องใส่เฝือกขึ้นมาจริง ๆ หนูก็ต้องไปทำงานทั้งที่มีเฝือกติดขาไปอย่างนั้นหรือ"

ผู้เป็นมารดาเห็นบุตรสาวก้มหน้างุดอีกครั้งจึงอดหันไปมองสามีไม่ได้ เขาส่ายหน้าให้ช้า ๆ เป็นเชิงบอกให้เธอหยุดดุลูก จึงได้แต่กลอกตาไปทางอื่นอย่างเหนื่อยใจ เขาก็เป็นเสียแบบนี้ ให้ท้ายมัลลิกาและตามใจอีกฝ่ายจนแทบจะประเคนให้ทุกอย่าง บุตรสาวของเธอถึงได้ไม่รู้จักโตสักที

"มะลิ หนูไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดเถอะลูก จะได้ลงมากินข้าวเย็นกัน ขากลับตอนผ่านอยุธยาพ่อแวะซื้อกุ้งเผาของโปรดของหนูมาด้วยนะ"

นฤเบศร์ลูบศีรษะลูกเลี้ยงอย่างอ่อนโยนก่อนจะหันไปพูดกับภรรยา

"ดา คุณไปเฝ้าลูกอาบน้ำหน่อยละกัน ยายหนูขาเจ็บอยู่ ผมกลัวจะหกล้มในห้องน้ำอีก"

เขามองสองแม่ลูกที่ประคองกันขึ้นบันไดไปด้วยแววตาอ่อนโยน จากนั้นจึงเดินเข้าห้องครัวเพื่อลงมือเตรียมมื้อเย็นที่ตนซื้อแบบสำเร็จรูปมาจากข้างนอก

เมื่อได้เข้ามาอยู่ในห้องน้ำตามลำพัง มัลลิกาก็ถอนหายใจยาวก่อนจะยิ้มบาง ๆ พ่อเลี้ยงกับมารดาของเธอนั้นดูกังวลเหลือเกินว่าเธอจะใช้ชีวิตอย่างประมาทเพราะประสบการณ์น้อย กลัวว่าเธอจะถูกคนอื่นหลอก และคิดอยู่เสมอว่าบุตรสาวของตนนั้นใสซื่อไม่ทันคน เธออยากบอกพวกท่านเหลือเกินว่า...คิดผิดแล้ว

ท่านทั้งสองไม่เคยรู้เลยว่าบุตรสาวของตนนั้นรอดปากเหยี่ยวปากกามาได้ก็เพราะความสามารถพิเศษที่ติดตัวมานี่เอง สังคมมหาวิทยาลัยก็ไม่ต่างอะไรกับสังคมของการทำงาน การชิงดีชิงเด่น การหักหลังหลอกลวง ความอิจฉาริษยา หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือความรู้สึกในแง่ลบหรือด้านมืดในใจคนทั้งหลายเหล่านั้น เธอล้วนสัมผัสมาหมดแล้ว แม้กระทั่งคนที่เธอเคยคิดว่าเป็นเพื่อนสนิทก็ยังก่นด่าเธออย่างสาดเสียเทเสียอยู่ในใจ ทั้งที่เบื้องหน้าที่ตนเห็นนั้นคือรอยยิ้มสดใสอย่างเป็นกันเอง

เพราะเหตุนี้มัลลิกาจึงชอบเล่นกับเด็กเล็ก เพราะเด็กก็เหมือนผ้าขาว ไม่มีความคิดซับซ้อน อยู่กับเด็กน้อยทำให้เธอไม่ต้องเปลืองสมองในการรับมือ อีกทั้งการเล่นกับเด็ก ๆ ก็ทำให้ตนรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก

แต่ถ้าอยู่กับคนอื่นหญิงสาวจะทำตัวเองให้เหมือนคนที่วิ่งเล่นอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ มองโลกในแง่ดี มองทุกอย่างเป็นสีพาสเทล และทำในสิ่งที่ใจปรารถนา ก็ในเมื่อทุกคนล้วนใส่หน้ากากเข้าหากันแล้วทำไมเธอจะทำบ้างไม่ได้เล่า ดังนั้นผู้คนรอบตัวของหญิงสาวจึงถูกมัลลิกาจัดกลุ่มอยู่ในใจเงียบ ๆ ไว้แค่สองกลุ่ม คือคบได้กับคบไม่ได้

ใครดีกับเธอทั้งต่อหน้าและลับหลังเธอก็ดีตอบ แต่ถ้าใครตีสองหน้าใส่ เธอก็มีวิธีดัดหลังอีกฝ่ายเช่นกัน

"มะลิ แม่ลืมโทรศัพท์ไว้ข้างล่าง เดี๋ยวแม่ขึ้นมานะลูก"

เสียงของมารดาตะโกนมาจากหน้าห้องน้ำ ปลุกให้หญิงสาวที่นอนแช่อยู่ในอ่างตื่นจากภวังค์ของตน

"ค่ะคุณแม่" หญิงสาวตะโกนตอบกลับไป จากนั้นจึงแหงนศีรษะเอาท้ายทอยรองไว้กับขอบอ่าง ความคิดล่องลอยไปหาชายหนุ่มข้างบ้าน ผู้ที่ตนเคยแอบมองเขาจากทางหน้าต่างเพราะชอบความสดใสและเสียงหัวเราะของสองพ่อลูกเวลาที่เล่นด้วยกัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 24 พ่อตากับลูกเขย - บทส่งท้าย

    มัลลิกานั่งแช่อยู่ในสระว่ายน้ำส่วนตัว หญิงสาวยกแขนขึ้นวางบนขอบสระแล้วเอาคางเกยไว้ สองตาทอดมองผืนน้ำสีฟ้าสุดลูกหูลูกตาอย่างผ่อนคลาย มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเมื่อได้ยินเสียงใครบางคนกำลังก้าวลงน้ำมาเช่นกัน จากนั้นแผ่นหลังของเธอก็ถูกทาบทับด้วยแผงอกหนั่นแน่นตามมาด้วยอ้อมแขนที่กอดรัดเอวไว้ และมีริมฝีปากอุ่นร้อนตามมาพรมจูบไปทั่วลาดไหล่"ชอบที่นี่ไหม" เสียงทุ้มเอ่ยถามชิดริมหู หญิงสาวห่อไหล่ตามสัญชาตญาณเพราะรู้สึกจั๊กจี้"ชอบค่ะ น้ำสีสวยมากเลย อากาศดีด้วยไม่ร้อนอย่างที่คิด" ทั้งที่ตอนนี้เธออยู่กลางแจ้งท่ามกลางแสงแดดอ่อน แต่กลับไม่ร้อนเหมือนแดดเมืองไทย"ชอบก็ดีแล้ว พี่นวดให้นะ เดินทางมาถึงเหนื่อย ๆ"ภาวินขันอาสาอย่างเอาใจ เขานั่งซ้อนอยู่ด้านหลังแล้วค่อย ๆ บีบนวดต้นแขน หัวไหล่ แต่ไป ๆ มา ๆ กลับนวดวนเวียนอยู่แต่ก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นสองก้อนที่อยู่ด้านหน้า บั้นท้ายก็ถูกสิ่งนั้นของเขาบดเบียดอย่างเป็นจังหวะ"ฮื้อ...พี่วินเนี่ยมือซนตลอดเลย" หญิงสาวครางเบา ๆ เมื่อเขาล้วงเข้าไปในชุดว่ายน้ำชิ้นบนแล้วใช้นิ้วหมุนวนปลายยอดอย่างปลุกเร้าภาวินมองไปรอบด้

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 23 ฝึกรัก - 100%

    ภาวินมองคนที่นั่งหลับมาตลอดทางด้วยสายตารักใคร่ วันนี้เขาได้ใช้เวลาอยู่กับเธอทั้งวัน ได้นอนกกกอดเธอไว้ในอ้อมแขนจนเขาแทบสำลักความสุข เขารู้ว่าตนยังไม่อิ่มแต่ก็ต้องรีบพาหญิงสาวกลับกรุงเทพฯ เพราะไม่อยากให้ค่ำเกินไปชายหนุ่มจอดรถหน้าบ้านมัลลิกาในตอนหัวค่ำ ก่อนหน้านี้เขาโทรศัพท์บอกมารดาของเธอแล้วว่าจะพาหญิงสาวแวะกินมื้อเย็นแล้วค่อยกลับเข้าบ้าน จึงไม่ห่วงว่าเธอจะถูกบิดามารดาดุ"มะลิ ถึงบ้านแล้วครับ" เขาสะกิดมัลลิกาเบา ๆ หญิงสาวตื่นขึ้นแล้วมองซ้ายมองขวาอย่างงัวเงีย"ถึงบ้านหนูแล้ว หรือจะไปนอนบ้านพี่ดี" เจ้าตัวหันมาค้อนใส่เขาทันทีก่อนจะเปิดประตูลงไปยืนข้างรถแล้วโบกมือให้ แต่สภาพของเธอเหมือนคนยังไม่ตื่นดี เขาจึงอดไม่ไหวอีกต่อไป หัวเราะออกมาในที่สุด"ตื่นได้แล้ว หลับมาตลอดทางยังไม่พออีกหรือแม่คุณ" เขาถามกลั้วหัวเราะ เธอยู่หน้าใส่เขาแล้วพูดว่า"เพราะใครล่ะ" จากนั้นหญิงสาวก็หันหลังเดินจากไป เขามองจนเธอเข้าบ้านแล้วจึงขับเลยไปที่บ้านของตัวเองบ้างบิดามารดาของภาวินนั่งดูข่าวภาคค่ำอยู่ในห้องนั่งเล่น ชายหนุ่มเดินเข้าไปหาแล้วนั่งบนโซฟาอีกตัว อ

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 23 ฝึกรัก - 70%

    "ใส่ทำไม พี่อยากอ่อยคนแถวนี้นี่นา" ไม่พูดเปล่า แต่เขายังแบมือมาทางเธอราวกับต้องการให้วางมือลงไปบนมือของเขามัลลิกายื่นมือไปวางลงบนมืออุ่นข้างนั้น ชายหนุ่มกระตุกเบา ๆ หญิงสาวจึงทรุดนั่งข้างกายเขาแต่โดยดี"เย็น ๆ ค่อยกลับเนอะ หรือจะค้างดี" ภาวินถามพลางนวดมือให้เธอไปด้วย จึงทำให้มัลลิการับรู้ความในใจของชายหนุ่มอีกจนได้...พี่แค่อยากพาหนูมาผ่อนคลาย เห็นอุดอู้อยู่ในบ้านเป็นเดือน ๆ..."พี่ก็โทร. ไปขอคุณพ่อให้หนูสิคะ" เธอแกล้งหยอกเขาเล่น แต่ภาวินกลับคิดจะทำจริง ๆ"ก็ได้นะ พี่มีเบอร์คุณพ่อของหนูอยู่"ชายหนุ่มทำท่าจะยืนขึ้น หญิงสาวจึงรีบกอดแขนเขาไว้ทันทีเพราะกลัวว่าเขาจะโทรศัพท์ไปขออนุญาตกับบิดาของตนจริง ๆ"ไม่เอา! พี่ก็รู้อยู่ว่าคุณพ่อไม่อนุญาตหรอก ขืนโทร. ไปมีหวังโดนจี้ให้กลับบ้านตอนนี้แน่" พูดจบเธอก็ถูกเขากอดไว้แล้วเอนตัวลงนอนไปด้วยกัน โดยที่หญิงสาวนอนเอาหูแนบอกฟังเสียงหัวใจของเขาที่เต้นอยู่ข้างใน"บ้านก็ติดกันอย่างนั้น ยังไงก็หนีพี่ไม่พ้นหรอก"เขาปัดผมของเธอออกจากลาดไหล่แล้วใช้มือลูบต้นแขนเปลือยเปล่าของหญิงสาวไปมา ผิ

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 23 ฝึกรัก - 35%

    มัลลิการักษาตัวอยู่โรงพยาบาลอีกสองอาทิตย์ก็ได้กลับบ้าน แผลที่แก้มเริ่มไม่เจ็บเท่าไรแล้ว แต่แผลที่ถูกกระจกบาดและแผลถลอกพอตกสะเก็ดกลับดูน่ากลัวจนมัลลิกาไม่กล้าส่องกระจกดูหน้าตัวเอง หญิงสาวยังเดินด้วยตัวเองไม่ได้ ต้องอาศัยไม้ค้ำช่วยพยุง ในแต่ละวันเธอจึงได้แต่นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ในบ้าน ภาวินจึงนึกสนุกด้วยการนำเครื่องสำอางมาให้หญิงสาวได้ลองหัดแต่งหน้าโดยแนะนำให้เธอเริ่มศึกษาจากยูทูบช่วงอาทิตย์แรกมัลลิกายังใช้แปรงและอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างเก้กังเพราะไม่เคยใช้ แต่พออาทิตย์ถัดมาหญิงสาวก็เริ่มคล่องขึ้น และเริ่มสนุกกับการแปลงโฉมใบหน้าของตัวเองในรูปแบบต่าง ๆ เธอเริ่มเข้าเว็บไซต์ และติดตามแฟนเพจที่เกี่ยวกับความสวยความงาม ครีมหรือโลชั่นยี่ห้อไหนที่โด่งดังเรื่องช่วยลบรอยแผลเป็น เธอก็คลิกสั่งออนไลน์เพื่อเอามาลองใช้หลายยี่ห้อมัญชุดานั่งมองบุตรสาวที่กำลังทดลองสีลิปสติกกับข้อมือของตัวเองแล้วก็ได้แต่ยิ้ม เมื่อก่อนมัลลิกาไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้เพราะชอบคิดว่าตนไม่สวย แต่งไปก็ไม่มีใครดู แต่พอแม่สาวน้อยของเธอเริ่มมีความรักก็เริ่มหัดดูแลตัวเองมากขึ้น หนำซ้ำยังดูมีความสุขดีด้วย

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 22 ตื่นจากฝัน - 100%

    มัลลิกายังคงไม่ยอมออกจากผ้าห่ม แต่เสียงสะอื้นนั้นไม่มีแล้ว ราวกับเจ้าตัวกำลังชั่งใจว่าจะโผล่หน้าออกมาคุยกับเขาดีหรือไม่"ถ้าอย่างนั้น พี่ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม" ชายหนุ่มเอื้อมมือไปวางบนศีรษะของเธอเบา ๆ ก่อนพูดต่อ"ถ้าหากว่าคนที่ถูกรถชนเป็นพี่ คนที่ต้องนอนอยู่ตรงนี้เป็นพี่ และพี่ต้องมีแผลเป็นบนหน้าบ้าง หนูจะบอกเลิกพี่รึเปล่า หนูจะเลิกรักพี่แล้วหันไปคบคนอื่นไหม"คนนอนคลุมโปงส่ายหน้าไปมาแล้วตอบ "ไม่ ทำไมหนูต้องทำอย่างนั้น"ภาวินยิ้มออกทันที "ใช่ไหมล่ะ แล้วทำไมพี่ต้องทำอย่างนั้นล่ะครับ"ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วก้มลงไปจูบบริเวณที่คาดว่าน่าจะเป็นหน้าผากของหญิงสาวผ่านทางผ้าห่ม"หนูพราวถามหาพี่มะลิทุกวันเลย ไว้วันเสาร์นี้พี่จะพาหนูพราวมาเยี่ยมด้วยนะ"พอพูดถึงพราวนภา คนในผ้าห่มก็เลิกผ้าออก เผยให้เห็นใบหน้าแดงก่ำและเปลือกตาบวมจากการร้องไห้เมื่อครู่ เจ้าตัวสูดน้ำมูกทีหนึ่งแล้วถาม"หนูพราวเป็นยังไงบ้างคะ หนูผลักแรงขนาดนั้นไม่รู้หัวเข่ากระแทกพื้นจนเป็นแผลรึเปล่า"ภาวินมองหญิงสาวด้วยสายตาอ่อนเชื่อม ตัวเองเป็นอย่างนี้ยังอุตส่าห์ถามถึงคนอื่

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 22 ตื่นจากฝัน - 70%

    มัลลิกาเบิกตากว้างเมื่อได้ยินอย่างนั้น แม้จะคาดเดาไว้อยู่แล้วแต่ก็อดใจหายและเศร้าอยู่ลึก ๆ ไม่ได้ ถึงปรีชญาจะทำไม่ดีกับเธอไว้มากมาย แต่อย่างไรเสียก็ยังเคยคบหากันอย่างสนิทสนมมาก่อน"ทำไมตาลเขาต้องทำอย่างนั้นคะคุณพ่อ""เขาป่วยเป็นโรคหลายบุคลิกน่ะ ตอนนี้ถึงจะจับตัวได้แล้วแต่ก็ยังดำเนินคดีอะไรไม่ได้ เพราะต้องให้เขารักษาจนอาการดีขึ้นก่อน""อ้าว เขาไม่ติดคุกหรือ แล้วถ้าเขาออกมาขับรถไล่ชนหนูอีกล่ะคะ" มัลลิกาถามหน้าตื่น คิดในใจว่าถ้าโดนชนอีกครั้งคงไม่มีชีวิตรอดแน่นอน"พ่อก็ห่วงเรื่องนี้อยู่ เพราะไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่จะกักตัวเขาไว้รักษาอาการแบบไหน พ่อกลัวว่าเขาจะปล่อยให้มันไปรักษาที่บ้านแล้วมันก็จะออกมาก่อเรื่องอีก""แย่จัง...แล้วตกลงเจอแพตที่ไหนคะ"เธออยากรู้ว่าตติยะลงมือกับปรีชญาแบบไหน และทำอย่างไรจึงสามารถซ่อนศพไว้ได้นานขนาดนั้นโดยที่ไม่มีใครหาเจอ"ศพลอยมาติดกับกอผักตบข้างวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยาน่ะ แต่ผลการชันสูตรบอกว่าตายเพราะถูกบีบคอจนขาดอากาศหายใจ"นฤเบศร์เล่าให้บุตรสาวฟังไปตามความจริงโดยไม่คิดปิดบัง เพราะคนที่เป็นทั้งเหยื่อและฆาตกรก

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 22 ตื่นจากฝัน - 35%

    ความเจ็บปวดรวดร้าวที่แผ่ลามไปทั่วร่างราวกับทุกชิ้นส่วนของร่างกายกำลังถูกจับแยกออกจากกันทำให้คนที่หลับใหลไปหลายวันในห้องผู้ป่วยวิกฤติค่อย ๆ รู้สึกตัวตื่น เปลือกตาหนักอึ้งเปิดปรือขึ้นอย่างยากลำบาก กลิ่นอันเป็นลักษณะเฉพาะของโรงพยาบาลทำให้คนที่เพิ่งตื่นจากฝันรู้ว่าตอนนี้ตนอยู่ที่ไหน

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 20 ถ้าครอบครองไม่ได้ก็ต้องทำลายทิ้ง - 100%

    "จะดูกล้องวงจรปิดก็ได้นะครับ กล้องจับภาพเอาไว้อยู่" พนักงานอีกคนรีบเสนอ ภาวินจังพยักหน้ารับ"ครับ ขอผมดูหน่อย" เขาคิดว่าคนทำเรื่องนี้น่าจะเป็นตติยะ ดูจากการใช้ใบขับขี่ของคนอื่นและปลอมตัวเข้ามาในหมู่บ้าน ยิ่งดูภาพจากกล้องวงจรปิดเขาก็ยิ่งมั่นใจ แม้จะเคยเจอหน้ากันระยะใกล้แค่ครั้งเดียวตอนอีกฝ่

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 19 แค่หมดไฟหรืออยากทำลายกันแน่ - 35%

    เอกสารปึกหนึ่งถูกโยนมาตรงหน้านันทวรรณ จากนั้นคนโยนก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ นันทวรรณมีสีหน้างุนงงไม่น้อย แต่พอพลิกเปิดเอกสารเหล่านั้นอ่านดูเท่านั้น สีหน้าก็ซีดเผือดลงทันที"นี่...มันคืออะไรหรือคะคุณวิน พี่ไม่ค่อยเข้าใจเลยค่ะ" เจ้าตัวยังทำเหมือนไม่รู้เรื่อง

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 18 ลูกชู้ - 100%

    บุญญาพรชี้หน้ามัญชุดากับนฤเบศร์อย่างไม่เกรงใจใคร นฤเบศร์จึงหันไปหาทนายกรณ์แล้วพูดว่า"แบบนี้ผมฟ้องหมิ่นประมาทได้เลยใช่ไหมครับคุณกรณ์ พยานมีเยอะแยะเลย""อยากจะฟ้องก็ฟ้องไปเลย ฉันก็จะฟ้องพวกแกหมือนกันที่ปลอมแปลงพินัยกรรม พวกแก แล้วก็แก รวมหัวกันหลอกเอาทรัพย์สินของคุณแม่และตระกูลไตรยาน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status