LOGINปริญ หลงเสน่ห์เพียงเธอมาช้านาน พยายามพูดคุยและเข้าหา แต่แม่ดอก เอื้องฟ้า กลับเมินเฉยและถอยห่าง เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อฉุดรั้งให้เธอเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว “กรี๊ด! คุณนัย” คนถูกลอกคราบร้องไห้โฮ ปริญดันร่างบางชิดกำแพงใต้ฟักบัว สายน้ำราดรดเขาและเธอ “ปล่อยฟ้านะ ปล่อย” น้ำเสียงแหบแห้งเว้าวอนขณะที่ริมฝีปากร้อนระอุจูบไซ้ต้นคอระหง “ทำไมต้องต่อต้านฉันด้วยเอื้องฟ้า หรือเธอคิดจะไปนอนทอดกายให้ไอ้สารวัตรหน้าโง่นั่น!” น้ำเสียงเหี้ยมห้าวดุดัน ร่างบางสั่นสะท้านเพราะตอนนี้ไม่มีอะไรขวางกั้นเรือนกายกำยำที่พยายามบดเบียดเป็นเนื้อเดียวกับเธอ “ไม่ใช่นะคะ ฮึก ฟ้าไม่เคยคิดแบบนั้น” เสียงหวานสั่นเครือขั้นสุด น้ำตาไหลรินจนนับครั้งไม่ถ้วน อยู่กับเขามีแต่ความเจ็บปวด ต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับมากมายที่เธอไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ “ก็ดี! ไม่คิดก็ดีไป” รอยยิ้มพึงพอใจติดชิดแก้มนวล มือหนาจับกรอบหน้าสวยบังคับให้เธอหันมาสบตา “เพราะถ้าคิดเมื่อไร ทั้งเธอและมันได้ตายแพ็คคู่แน่!!!” ประกาศกร้าวอย่างโอหังพร้อมร่ายบทลงโทษแสนหวามเพื่อสั่งสอนให้เธอรู้ว่าเรือนร่างงดงามนี้เป็นของเขา ห้ามให้ใครหน้าไหนมาแตะต้อง!
View More“ไปไหนมา!”
เปิดประตูเข้าห้องไม่ทันไรเสียงเข้มทรงอำนาจก็ดังขึ้นท่ามกลางความตกใจของหญิงสาว ริมฝีปากอวบอิ่มซีดเผือด เนื้อตัวสั่นเทาขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ หล่อนวางกระเป๋าสะพายลงบนโต๊ะทานข้าวในท่าทีระแวดระวัง เปลือกตากลมโตหลุบมองพื้นตลอดเวลา
“ถามว่าไปไหนมา”
ถามย้ำเมื่อหล่อนเงียบ นำพาร่างกายแข็งแกร่งเข้าใกล้คนตัวเล็ก สัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวแต่หาสนใจไม่ กลับยิ่งชอบเพราะมันทำให้เขารู้สึกถึงความได้เปรียบ มุมปากแสยะยิ้มร้ายกาจ แววตาเสือร้ายกระหายหิวทุกครั้งยามมองแม่ดอกเอื้องฟ้าที่เขาปรารถนาตั้งแต่แรกพบ
“ไปงานเลี้ยงวันเกิดเพื่อนมาค่ะ” ตอบเสียงอ้อมแอ้มและไม่กล้ามองหน้า ปริญเชยปลายคางมนขึ้นสบตา
“เพื่อนผู้หญิงหรือผู้ชาย” แน่นอนว่าเขาต้องถาม
“ผะ ผู้ชายค่ะ”
และหล่อนก็ใสซื่อเกินกว่าจะกล้าโกหก มันไม่คุ้มหากเขามารู้ทีหลัง เธอไม่อยากเจอกับพายุอารมณ์เกรี้ยวกราดของเขา มันน่ากลัวเกินไป
“งั้นหรือ?” นัยน์ตาสีเหล็กกล้าเยาะหยัน เลือดในกายร้อนวูบวาบ
“เขาเป็นเพื่อนสมัยเรียนค่ะ เราสนิทกันมากฟ้าก็เลย…”
“หุบปาก!” ปริญตวาดกร้าว เอื้องฟ้าสะดุ้งโหยง “ฉันไม่อยากรับรู้ว่าเธอกับมันจะสนิทสนมกันยังไง ไม่อยากฟัง!”
อารมณ์หึงหวงมากล้นเกินกว่าจะทนฟังได้ เพียงรู้ว่าเธอมีเพื่อนผู้ชาย ใจของเขาก็ร้อนรุ่มราวกับมีเปลวเพลิงสุมกองอยู่ข้างใน ผลักใบหน้าหวานออกเบาๆ แต่เอื้องฟ้ากลับรู้สึกเจ็บร้าวไปถึงขั้วหัวใจ
“คุณนัยมานานแล้วหรือคะ” เอื้องฟ้าพยายามใจดีสู้เสือ เอ่ยถามเสียงหวานพลางมอบรอยยิ้มอ่อนโยนให้เขา
ถึงไม่ชอบการถูกคุกคามแต่ก็ต้องรู้จักเอาอกเอาใจเพื่อสร้างเกาะคุ้มกันให้ตัวเองปลอดภัย ปริญทิ้งตัวนั่งไขว่ห้างบนเตียงนอนขนาดกะทัดรัด เขาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกทุกเม็ดแล้วแหวกสาปเสื้อแยกเป็นสองฝั่ง เผยแผงอกกำยำอันเต็มไปด้วยมัดกล้ามเรียงรายเป็นลอนเงาสวยงาม เขาใช้สายตาพิฆาตนารีจ้องมองเธออย่างมีเลศนัย กระดิกนิ้วเรียกให้ร่างบางเข้ามาใกล้ เอื้องฟ้ากัดริมฝีปากจนห้อเลือด สืบเท้าเข้าไปหาเขาช้าๆ ยังไม่ทันถึงตัวดีปริญก็คว้าเอวบางรั้งเจ้าหล่อนให้นั่งลงบนตัก เขาทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ หงุดหงิดกับกิริยาเชื่องช้าไม่ได้ดั่งใจ
“ทำไมชอบกัดปากตัวเองนัก… หืม”
เอ่ยถามพลางลูบไล้กลีบปากนุ่ม มอบจูบเร่าร้อนจนคนในอ้อมกอดเสียสติไปชั่วขณะ เอื้องฟ้าดันอกกว้างออกห่าง รีบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สายตาฉ่ำแววพิศวาสยิ่งทำให้กายสาวสั่นสะท้าน กลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ
“อย่าค่ะ”
“ทำไม!?”
ตวัดหางเสียงไม่พอใจ เกลียดนักท่าทีต่อต้านในยามที่เขาต้องการ ทำราวกับไม่เคยไปได้ ไม่มีส่วนไหนบนเรือนร่างอรชรที่เขาไม่เคยเห็น เขาสัมผัสความงามมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ตักตวงความหอมหวานอย่างเอาแต่ใจ เอื้องฟ้าเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่มาทำงานในเมืองใหญ่ ตรากตรำต่อสู้เพื่ออนาคต ไม่เคยคิดว่าจะถูกใครรังแก จนกระทั่งได้พบกับเขา ผู้ชายที่มาพร้อมความผิดพลาดเพียงชั่วข้ามคืน เขาใช้อำนาจกดดันให้เธอตกเป็นเบี้ยล่างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ชีวิตที่เป็นอยู่ไม่ต่างอะไรกับลูกไก่ในกำมือ จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด
“หรือว่าพอไปเจอไอ้เพื่อนชายคนนั้นก็เริ่มเบื่อผัวอย่างฉัน” เขากล่าวหาทั้งๆ ที่ไม่รู้ความจริงว่าใจของเธอคิดเช่นไร
“คุณนัย” เอื้องฟ้าน้ำตาคลอ เจ็บลึกกับถ้อยคำดูถูก “ทำไมพูดแบบนี้คะ”
“แล้วจะให้ฉันพูดยังไง เธอมีอาการขัดขืนหลังไปงานเลี้ยงวันเกิดไอ้เวรนั่น” ซึ่งผู้ชายคนนั้นเป็นใครปริญไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยรู้จัก แต่ในเมื่อมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเอื้องฟ้า หลังจากนี้คงต้องมีการสืบประวัติกันเสียหน่อย
เขาจำเป็นต้องสแกนทุกคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเธอ
“ฟ้าไม่พร้อมค่ะ” เอื้องฟ้าหลบสายตา มือหนาบีบกำแขนเรียวจนสาวเจ้านิ่วหน้า
“ฟ้าเจ็บ” หล่อนร้องบอกทั้งน้ำตา และนั่นยิ่งทำให้ปริญไม่พอใจ
“เธอจะร้องไห้เอาโล่หรือไง อยู่กับฉันมันทุกข์ใจมากใช่ไหม!”
สันกรามแกร่งบดแน่น หงุดหงิดทุกครั้งที่เอื้องฟ้าทำเหมือนขลาดกลัวยามอยู่ใกล้ชิดกับเขา เพราะหล่อนชอบตีตัวออกห่างแบบนี้ไงเล่า เขาถึงต้องร้ายเพื่อให้ได้อยู่ใกล้
“แล้วไม่พร้อมที่ว่าหมายความว่ายังไง”
“ฟ้ามีรอบเดือนค่ะ” ช่างเป็นคำตอบที่น่าอายเหลือเกิน
“จริงหรือเปล่า?” ปริญหรี่ตามองราวกับจ้องจับผิด เอื้องฟ้าพยักหน้าถี่ๆ
“ไหนดูสิ” ไม่รอให้ได้รับอนุญาตจากร่างบาง เขาสอดมือเข้าไปสำรวจจุดซ่อนเร้นด้วยตนเอง
“คุณนัย!” เอื้องฟ้าเบิกตากว้าง ตกใจในความห่ามดิบของผู้ชายตรงหน้า
“โอเค” อาวุธคู่กายของผู้หญิงในยามแดงเดือดเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด
“ไม่โกหกผัว ดีมากเมียรัก”
เขาประกบกลีบปากนุ่มเพื่อมอบจูบดุดันระบายอารมณ์เบื้องลึกแทนการหลอมกายเป็นหนึ่งเดียวกับเธอ
......................................
สามเดือนที่แล้ว…
เอื้องฟ้าชะเง้อหากลุ่มเพื่อนหลังถึงที่นัดหมาย หญิงสาวไม่ค่อยอยากเข้าไปเท่าใดนัก สถานที่อโคจรเต็มไปด้วยแสงสีเสียงและกลิ่นควันบุหรี่ที่สำลักทุกครั้งยามได้กลิ่น เธอยกมือปิดจมูกแต่สายตากวาดมองไปรอบๆ บริเวณ ความสวยงามของเครื่องหน้าหวานสะดุดสายตานักท่องเที่ยวชายหลายคน แม้หญิงสาวจะอยู่ในชุดยูนิฟอร์มของบริษัทฯ ไม่ได้สวมเสื้อผ้าอวดเนื้อหนังมังสาเฉกเช่นสตรีนางอื่น แต่ดอกเอื้องฟ้าดอกนี้กลับส่งกลิ่นหอมและงดงามจนเรียกสายตาของใครหลายๆ คนให้หยุดมองเธอได้ไม่ยาก
“สวัสดีครับคนสวย ให้เกียรติดื่มกับผมสักแก้วได้ไหมครับ”
หนุ่มหน้าตี๋คนหนึ่งขวางทางร่างบางเอาไว้ เอื้องฟ้าใจเต้นระส่ำเพราะไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงเช่นนี้
“มาคนเดียวหรือครับ”
ถามต่อแต่แววตากลับจ้องมองอกอวบอิ่มที่เด่นรัดเสื้อเชิ้ตสีครีมอย่างจาบจ้วง เอื้องฟ้ากระชับสูทสีน้ำเงินเข้มให้ปกปิดทรวดทรงน่ามอง
“มากับเพื่อนค่ะ”
“ไหนเพื่อนครับ ผมไม่เห็นเลย” ว่าแล้วก็ทำทีมองหา
“เพื่อน… อยู่ตรงนู้นค่ะ” เอื้องฟ้ายิ้มกว้างหลังเห็นกลุ่มเพื่อนโบกมือบอกตำแหน่ง “ขอตัวก่อนนะคะ” เธอรีบจ้ำอ้าวเดินหนีแทบไม่ทัน
“ตายแล้วๆ ยัยฟ้าน้อยของเรามีหนุ่มมาจีบจ้า” น้ำฝนเอ่ยแซวทันทีที่ร่างบางนั่งลงบนโซฟา
“หล่อซะด้วยนะแก น่ากินมาก!” มิรินด้ารีบกล่าวสมทบ
“เอาหน่อยไหมยัยฟ้า พวกเราอยากเห็นแกมีแฟน”
ชมพู่คะยั้นคะยอ เอื้องฟ้าส่ายหน้าทันควัน เล่นเอาบทสนทนาก่อนหน้าเจื่อนลงถนัดตา
“โหย! ไรวะ” ชมพู่เบ้ปากใส่
“แล้วมาผับแต่งตัวอะไรของแกเนี่ย” น้ำฝนจับร่างบางลุกยืนแล้วหมุนรอบๆ “อย่าบอกนะว่าทำงานเสร็จก็มาเลย”
“กลัวว่าถ้ากลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องแล้วจะมาดึกน่ะ” เอื้องฟ้าตอบซื่อๆ
“โอ๊ยยัยฟ้า! มาผับก็ต้องมาดึกๆ นั่นแหละ หล่อนนี่กลัวอะไรไม่เข้าเรื่อง” มิรินด้าส่ายหัวให้กับความเฉิ่มเชยของเพื่อนสาว
“พรุ่งนี้ฉันมีประชุมเช้า ยังไงก็ขอกลับเร็วหน่อยนะ”
อีกครั้งที่เขาต้องขับรถมาดักรอร่างบางอยู่ที่หน้าตึกบริษัทของเพื่อนรักอย่างภูเบศ ดวงตาคมภายใต้แว่นตากันแดดสีชาพยายามมองหาหญิงสาวหน้าหวานที่มักจะเดินปะปนมากับกลุ่มพนักงาน เขาจำได้ว่าหล่อนจะออกมาช่วงเวลานี้เป็นประจำ แต่ทำไมวันนี้ถึงไม่เจอ หรือว่าจะกลับบ้านไปแล้ว น่าเสียดาย วันนี้เขาพลาดสินะ นักธุรกิจชื่อดังออกอาการเซ็งเล็กน้อยที่ไม่เจอเป้าหมาย เขากำลังจะก้าวขึ้นรถอยู่แล้วเชียว ทว่าสายตาดันเหลือบไปเห็นชายหญิงคู่หนึ่งที่เดินยิ้มหัวเราะกระหนุงกระหนิงหยอกล้อกันมาแต่ไกล สองมือกำพวงมาลัยรถแน่น สันกรามกระตุกชันเพราะความโกรธ มือหนากระชากประตูรถเปิดออกสุดแรง ปรี่เข้าไปขวางหน้าคนทั้งสอง “คุณปริญ” เอื้องฟ้าหุบยิ้มลงฉับพลัน มือไม้เย็นเฉียบขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ เพียงร่างปรากฏกายอยู่ตรงหน้าเรี่ยวแรงจะทรงตัวก็แทบไม่เหลือ ปริญปรายหางตามองชายหนุ่มหน้าละอ่อนที่ยืนข้างๆ เธอ เขาดุนลิ้นดันกระพุ้งแก้มหลังประเมิน ‘คู่แข่ง’ ด้วยสายตาเปล่า กระจอก! ไม่มีอะไรที่หมอนี่จะเทียบเขาได้เลย “คุณจะทำอะไรครับ ปล่อยพี่ฟ้าเดี๋ยวนี้นะ”
“ทำอะไรอยู่คะ” ปริญกลับถึงบ้านเห็นเอื้องฟ้ากำลังใจจดใจจ่อกับการดูทีวีที่ห้องนั่งเล่น เขานั่งลงเคียงข้างเธอ แล้วก็เป็นเหมือนทุกครั้ง เจ้าหล่อนเขยิบหนี เขาก็เขยิบตาม “โอ๊ยพี่นัย! ถอยไปห่างๆ ฟ้าได้ไหม ฟ้าเหม็น” ว่าแล้วก็ผลักเขาออกสุดแรง “เหม็นอะไรฟ้า กลิ่นน้ำหอมพี่ก็ยังติดกายอยู่เลย หรือว่าฟ้าไม่ชอบน้ำหอมกลิ่นนี้” เขายกแขนพิสูจน์กลิ่นตัวของตัวเอง “ฟ้าเหม็นหน้าพี่ ไม่อยากมอง แล้วก็รำคาญที่พี่เอาตัวเข้ามาใกล้ๆ ด้วย” วาจาโหดร้ายไม่ถนอมน้ำใจคนฟังแม้แต่น้อย ปริญหน้าเจื่อนลงทันใด “ฟ้าเบื่อพี่เหรอ” เขาถามเสียงเครือ เอื้องฟ้าหันมองก็เห็นหยาดน้ำตาคลอเจืออยู่ในดวงตาคู่นั้น “พี่นัย คือฟ้า…” “โอเคฟ้า พี่เข้าใจแล้ว” เขายิ้มสมเพชตัวเองก่อนเดินขึ้นชั้นสองไปอย่างเลื่อนลอย เอื้องฟ้ากัดริมฝีปากสุดฤทธิ์ ทำไมจู่ๆ ถึงรู้สึกเบื่อและรำคาญเขาได้นะ นี่เธอเป็นบ้าอะไรเนี่ย บรรยกาศภายในบ้านอึมครึมไร้เสียงหัวเราะ ปริญไม่กล้าเอาตัวเข้าไปเฉียดใกล้เอื้องฟ้าเพราะเกรงว่าจะทำให้เธอรู้สึกอึดอั
“ทำไมเพิ่งกลับ!” น้ำเสียงกัมปนาทตวาดกร้าว แสงไฟทุกดวงในบ้านสว่างพรึ่บอย่างพร้อมเพรียง เจ้าของร่างบางในชุดนอนลาตินสีเนื้ออ่อนก้าวลงบันไดด้วยท่วงท่าหนักแน่นมั่นคง ใบหน้าสวยหวานถูกแทนที่ด้วยความถมึงทึง ปริญส่งยิ้มแห้งๆ ไปยังภรรยาสุดที่รัก “ไหนบอกว่าเลิกงานตั้งแต่หกโมงเย็นไงคะ ตีสองเพิ่งถึงบ้านหมายความว่ายังไง” เอื้องฟ้ากอดอกสำรวจเรือนร่างสามี เสื้อเชิ้ตหลุดหลุ่ยออกนอกกางเกง หน้าแดงก่ำถึงใบหู กลิ่นแอลกอฮอล์ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ เพียงเท่านี้ก็พอจะทราบว่าสามีของเธอออกนอกลู่นอกทางไปดื่มสังสรรค์กับเพื่อนมาอีกแล้ว “ดื่มมาใช่ไหมคะ” “จ้ะ” รับสารภาพแต่โดยดี หลักฐานส่งกลิ่นหึ่งใครจะกล้าปฏิเสธ เขาไม่อยากมีคดีความเพิ่ม แค่กลับบ้านช้าก็คงโดนงอนไปหลายวัน “ฟ้าไม่เคยห้ามถ้าพี่นัยจะไปดื่มกับเพื่อน แต่ที่ฟ้าไม่ชอบคือทำไมไม่พูดความจริง อยากไปดื่มก็บอกกันดีๆ ไม่ใช่ปล่อยให้ฟ้ารอแบบนี้” “ขอโทษครับ” ปริญปรี่เข้าไปสวมกอดเมียรัก เอื้องฟ้าขืนตัวเล็กน้อยเพราะยังโกรธเขาอยู่ “ต่อไปพี่จะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว ที่ไปก็ไม่ใช่อะไรเลย ไปป
“อ๊า! คุณนัยขา คุณนัย” เสียงหวานครางรัญจวนชวนฝัน ปริญลุ่มหลงรสชาติเนินสาวหอมกรุ่นที่ไม่ได้ลิ้มเลียมาหลายเดือน เขาสอดนิ้วเข้าไปยังด้านใน กวาดไล้โพรงอุ่นแน่นแล้วขยับปลายนิ้วเป็นจังหวะช้าสลับเร็วเลียนแบบท่วงท่ากิจกรรมรัก ทั้งนิ้วและลิ้นปรนเปรอเต็มที่ ร่างบางส่ายร่อนครวญครางแทบขาดใจ เอื้องฟ้าต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติและเพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะไม่ขาดใจตายไปเสียก่อน “พะ พอแล้ว อ๊า” ปริญไม่ยอมหยุดการเคลื่อนไหวง่ายๆ เขาสะบัดเรียวลิ้นตวัดเลียซ้ายขวาอย่างบ้าคลั่ง ฉกชิมเกสรน้อยที่ซุกซ่อนอยู่ด้านในพลางใช้ปากประกบดูดจนเกิดเสียงดังจ๊วบจ๊าบลั่นห้อง “อื้อ ฟ้า ไม่ไหวแล้ว” เขาเลียและเลียซ้ำๆ เท่านั้นไม่พอยังแหวกกลีบแคมเพื่อกระดกปลายลิ้นเลียติ่งกระสันให้เธอเด้งหยัดลอยเหนือที่นอน ปริญยิ่งสัมผัสก็ยิ่งชอบ เขาดูดดื่มกับน้ำหวานที่ไหลทะลักล้นเอ่อ ปาดเลียทุกหยาดหยดลงสู่ลำคอแข็งแกร่ง รสชาติของหล่อนหอมหวานดุจลูกอมรสคาราเมล ปริญทำความสะอาดจนมั่นใจว่ากลีบรักผุดผ่องจึงปล่อยสะโพกผายวางลงกับเตียง เขาเคลื่อนตัวขึ้นจูบริมฝีปากอวบอิ่ม ดูดกลืนเต้าอวบ