LOGINจากพนักงานบัญชีตัวเล็กๆ ต้องกลายมาเป็นเลขาฯ ส่วนตัวแบบฟูลไทม์ เขาหวงก้าง ขี้หึงขั้นสุด และมักจะลงทัณฑ์ความดื้อรั้นของเธอด้วยบทรักที่แสนเร่าร้อนจนแทบหลอมละลาย
View More“น้องสาจ๊ะ พี่ฝากงานนิดนึงได้ไหม พอดีที่โรงเรียนเพิ่งโทรมาบอกว่าลูกสาวพี่ไม่สบาย ไข้ขึ้นสูงมากเลยจ้ะ พี่ต้องรีบไปรับลูกไปหาหมอด่วนเลย” เสียงร้อนรนของหัวหน้าแผนกดังขึ้นข้างโต๊ะทำงาน มาริสาละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยตารางตัวเลขบัญชีเงินเดือนนับพันบรรทัด เธอหันไปมองใบหน้าเคร่งเครียดของรุ่นพี่ในแผนกแล้วยิ้มรับอย่างเข้าใจสถานการณ์คนเป็นแม่
“ได้ค่ะพี่ รีบไปเถอะค่ะ งานที่เหลือเดี๋ยวสาจัดการเคลียร์ให้เอง พี่ไม่ต้องห่วงทางนี้เลยนะคะ”
“ขอบใจมากนะจ๊ะสา พี่ฝากด้วยนะ”
หัวหน้าแผนกเอ่ยขอบคุณอย่างซาบซึ้ง รวบเอกสารบนโต๊ะอย่างลวกๆ ก่อนจะรีบคว้ากระเป๋าสะพายแล้วพุ่งตัวออกจากแผนกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้บรรยากาศในออฟฟิศกว้างใหญ่เริ่มเงียบเหงาลงไปอีกระดับ
มาริสา หรือที่เพื่อนร่วมงานเรียกสั้นๆ ว่า ‘สา’ เป็นพนักงานบัญชีและการเงินของบริษัทโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ระดับประเทศ บริษัทแห่งนี้มีชื่อเสียงและมีความมั่นคงสูง โดยมีประธานบริหารเป็นนักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งรูปหล่อไฟแรง ทว่าสำหรับพนักงานระดับปฏิบัติการตัวเล็กๆ อย่างเธอ โอกาสที่จะได้เห็นหน้าบอสใหญ่ตัวเป็นๆ นั้น
แทบจะเป็นศูนย์ ตำแหน่งหน้าที่การงานของเธออยู่ห่างไกลจากชั้นผู้บริหารระดับสูงชนิดที่เรียกว่าอยู่กันคนละโลก สิ่งเดียวที่มาริสาคุ้นเคยเกี่ยวกับเจ้านายก็คือลายเซ็นบนเอกสารอนุมัติและรูปถ่ายบนบอร์ดวิสัยทัศน์ขององค์กรเท่านั้น
วันนี้เป็นวันที่ยี่สิบเอ็ดของเดือน ซึ่งหมายความว่าเป็นช่วงเวลาที่วุ่นวายและสูบพลังชีวิตที่สุดสำหรับแผนกบัญชี เพราะทุกคนต้องรีบสรุปรายการเงินเดือนของพนักงานทั้งหมดให้เสร็จสิ้นทันรอบตัดจ่าย แม้ว่าระบบการเงินของบริษัทจะทันสมัยและเป็นระบบอัตโนมัติเสียส่วนใหญ่ แต่ในความเป็นจริงก็ยังต้องอาศัยคนมานั่งตรวจสอบการขาด ลา มาสาย และยอดชั่วโมงการทำโอทีของพนักงานแต่ละคนอย่างละเอียดอยู่ดี
ความผิดพลาดแม้แต่สลึงเดียวก็อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ ขั้นตอนชวนปวดหัวเหล่านี้ต้องทำใหม่แบบเดือนชนเดือน เวลาล่วงเลยผ่านไป แสงสว่างจากภายนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่เปลี่ยนจากสีส้มของยามเย็น กลายเป็นสีดำสนิทของยามค่ำคืน ไฟในออฟฟิศบางโซนถูกปิดลงเพื่อประหยัดพลังงาน เหลือเพียงแสงสว่างตรงโต๊ะทำงานของมาริสาและไฟทางเดิน นิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์ตัวเลขอย่างคล่องแคล่ว สายตาจดจ่ออยู่กับหน้าจอสลับกับกองเอกสาร จนกระทั่งตัวเลขในช่องสุดท้ายถูกกรอกและระบบขึ้นสถานะเสร็จสมบูรณ์ หญิงสาวจึงพรูลมหายใจยาวออกมา
“เฮ้อ... เสร็จซะที”
เธอบิดขี้เกียจไปมาเพื่อไล่ความเมื่อยขบที่เกาะกินบริเวณบ่าและหลังมาตลอดทั้งวัน หลังจากชัตดาวน์คอมพิวเตอร์และจัดการเก็บแฟ้มเอกสารเข้าตู้เรียบร้อย มาริสาตรวจดูข้าวของบนโต๊ะให้แน่ใจว่าไม่ได้ลืมอะไรไว้ ก่อนจะหยิบกระเป๋าสะพายใบเก่งขึ้นมาคล้องไหล่ เธอเดินออกจากแผนกไปเงียบๆ ยิ้มทักทายและบอกลาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่นั่งประจำการอยู่หน้าประตูทางเข้าออก
เมื่อกดลิฟต์ลงมาถึงชั้นล็อบบี้ ความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศภายในตึกถูกแทนที่ด้วยลมร้อนชื้นของกรุงเทพมหานคร ออฟฟิศที่เธอทำงานตั้งอยู่บนตึกสูงระฟ้าใจกลางย่านพระรามเก้า หญิงสาวเดินเท้าไปตามทางเท้าอย่างไม่เร่งรีบนัก ปล่อยให้ความวุ่นวายของการจราจรบนท้องถนนเป็นเพื่อนร่วมทาง จุดหมายปลายทางของเธอในคืนนี้ไม่ใช่ที่ไหนไกล แต่เป็นร้านโจ๊กเจ้าประจำที่ตั้งอยู่ในซอยถัดไป
ร้านนี้เป็นร้านตึกแถวคูหาเดียวที่เปิดขายช่วงเย็นไปจนถึงดึก รสชาติกลมกล่อมและราคาไม่แพงทำให้มีลูกค้าประจำแวะเวียนมาไม่ขาดสาย ที่สำคัญ... ร้านนี้คือสถานที่แห่งความทรงจำระหว่างเธอกับ ‘นพ’ แฟนหนุ่มที่คบหากันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยปีสอง ย้อนกลับไปตอนนั้น พวกเธอพักอยู่หอพักแถวรามคำแหง
การเดินทางมานั่งกินโจ๊กร้านนี้ถือเป็นการออกเดทแบบประหยัดที่เต็มไปด้วยความสุขตามประสาวัยรุ่น แม้ตอนนี้ทั้งคู่จะเรียนจบและแยกย้ายกันไปทำงานแล้ว แต่มาริสาก็ยังคงแวะมากินโจ๊กร้านนี้อยู่เสมอหากวันไหนต้องเลิกงานดึก เมื่อเดินมาถึงหน้าร้าน กลิ่นหอมของน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวจนได้ที่ก็ลอยมาเตะจมูก มาริสาสั่งโจ๊กหมูใส่ไข่ทุกอย่างกลับบ้านหนึ่งที่ ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักทำให้เธอหมดอารมณ์จะนั่งกินที่ร้าน เธอแค่อยากรีบกลับไปอาบน้ำ ทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มๆ ที่หอพัก และพักผ่อนให้เต็มอิ่ม
ระหว่างที่ยืนรอคิวอยู่นั้น สายตาของหญิงสาวก็กวาดมองเข้าไปภายในร้าน อย่างเคยชิน ทว่าจังหวะนั้นเอง สายตาของเธอกลับไปสะดุดเข้ากับแผ่นหลังของใครบางคนที่คุ้นเคย คุ้นเคยเสียจนหัวใจดวงน้อยกระตุกวาบ ผู้ชายสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าพับแขนถึงศอก นั่งอยู่ที่โต๊ะมุมลึกสุดของร้าน ท่าทางและการขยับตัวแบบนั้น ต่อให้เห็นแค่ข้างหลังเธอก็จำได้แม่นยำว่าเป็นใคร
“นพ.!” ..
แฟนหนุ่มที่คบหากันมาเกือบสี่ปี คนที่เธอกำลังคิดถึงเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วกำลังนั่งอยู่ที่นี่ แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของมาริสาสะดุดคือ เขาไม่ได้นั่งอยู่คนเดียว ฝั่งตรงข้ามของนพมีหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ผิวขาวจัด แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีสันสดใสกำลังนั่งหัวร่อต่อกระซิกอยู่ ทั้งคู่ดูสนิทสนมกลมเกลียวเกินกว่าจะเป็นแค่เพื่อนร่วมงานหรือคนรู้จักทั่วไป ภาพที่หญิงสาวคนนั้นใช้ทิชชูซับมุมปากให้นพอย่างเบามือ และนพก็ส่งยิ้มหวานกลับไป เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ลึกซึ้งแค่ไหน
ตลอดเวลาที่คบกันมา มาริสามักจะได้ยินเสียงนกเสียงกาหรือคำเตือนจากเพื่อนฝูงเรื่องความเจ้าชู้ประตูดินของนพมาโดยตลอด เพื่อนหลายคนเคยเตือนว่าเห็นนพไปเดินควงผู้หญิงคนอื่น แต่เธอก็เลือกที่จะหลับตาข้างหนึ่ง เชื่อใจเขาและหาเหตุผลมาแก้ต่างให้เขาเสมอ เธอคิดมาตลอดว่าความรักและความซื่อสัตย์ที่เธอมอบให้ จะทำให้เขาหยุดอยู่ที่เธอแค่คนเดียว
แต่วันนี้... ตอนนี้... เธอได้มาเห็นความจริงอันแสนสกปรกด้วยตาของตัวเองแล้ว ความรู้สึกชาวาบแล่นริ้วไปทั่วเรือนร่างตั้งแต่หัวจรดเท้า หยาดน้ำตาแห่งความผิดหวังเอ่อคลอขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ แต่เพียงชั่วอึดใจ ความเสียใจเหล่านั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธจัดที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนหน้าชา มือบางกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ มาริสาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามข่มอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เธอจะไม่ยอมเป็นคนโง่ให้เขาหลอกอีกต่อไป หญิงสาวตัดสินใจสาวเท้าเดินตรงเข้าไปหาคนทั้งคู่ที่โต๊ะมุมสุดทันที เธอต้องการเผชิญหน้าและเคลียร์ทุกอย่างให้จบสิ้นเสียที จะได้ไม่มีข้อแก้ตัวหรือคำโกหกใดๆ หลุดออกจากปากผู้ชายคนนี้อีก
“โจ๊กอร่อยไหมคะ... นพ”
น้ำเสียงเรียบเย็นแต่แฝงไปด้วยความเชือดเฉือนของมาริสาดังขึ้นด้านหลัง ทำให้ชาย หนุ่มที่กำลังตักโจ๊กป้อนหญิงสาวตรงหน้าถึงกับชะงักมือกลางอากาศ ช้อนสเตนเลสในมือร่วงหล่นลงกระทบชามเซรามิกเสียงดังเคร้ง นพหันขวับมามอง รอยยิ้มที่เคยมีบนใบหน้าจางหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด “สา!!” เขาครางชื่อเธอออกมาเสียงหลง หน้าถอดสีจนซีดเผือด
“ไม่ต้องตกใจขนาดนั้นหรอกค่ะ” มาริสาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามบังคับร่างกายไม่ให้สั่น ทั้งที่ในใจกำลังแตกสลายไม่มีชิ้นดี “
"นี่คงจะเป็น ‘คนใหม่’ ของคุณสินะคะ... หน้าตาก็ดูดี ไม่น่าเชื่อว่าจะชอบกินของเหลือเดนจากคนอื่น ขอให้มีความสุขมากๆ ก็แล้วกันค่ะ”ประโยคตอกหน้าเจ็บๆ ของมาริสาทำเอาหญิงสาวแปลกหน้าที่นั่งอยู่ตรงข้ามนพหน้าตึงขึ้นมาทันที เธอตวัดสายตามองมาริสาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมิน ก่อนจะเหยียดยิ้มเยาะที่มุมปากอย่างไม่รู้สึกผิดสักนิด
“อ้อ... เธอเองเหรอ แฟนเก่าพี่นพ” หญิงสาวคนนั้นลอยหน้าลอยตาพูด
“แน่นอนค่ะว่าฉันมีความสุขดี คนจืดชืดบ้าแต่งานอย่างเธอ ใครเขาจะไปอยากทนอยู่ด้วยล่ะ ฉันจะบอกอะไรให้เอาบุญนะ... เผื่อเธอจะได้เลิกยุ่งกับผัวชาวบ้านเสียที ตอนนี้ฉันกำลังท้องลูกของพี่นพอยู่”
สติสัมปชัญญะของมาริสาค่อยๆ กลับคืนมาทีละน้อย เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ ขยับเปิดขึ้น แสงสว่างจ้าภายในห้องทำให้เธอต้องกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัส สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออ่อนๆ และความรู้สึกเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศ สรรพสิ่งรอบตัวที่หรูหราและกว้างขวางเกินกว่าจะเป็นโรงพยาบาลรัฐบาล บอกให้เธอรู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งใดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯหญิงสาวพยายามจะขยับตัว แต่ก็ต้องสูดปากด้วยความเจ็บปวดเมื่อความรู้สึกตึงร้าวแล่นปลาบเข้าที่แผ่นหลัง เธอถูกจัดให้นอนอยู่ในท่าตะแคงเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำหนักตัวไปกดทับบาดแผลด้านหลัง ภาพเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวเมื่อคืนไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ แท็กซี่โฉดที่พยายามจะล่วงละเมิด เธอต่อสู้ ดิ้นรนจนเสียหลักล้ม มีดที่พกมาจี้เอวกลับกลายเป็นแทงทะลุชุดยูนิฟอร์มเข้ามาในเนื้อของเธอเอง และวินาทีที่เธอตัดสินใจวิ่งหนีตายขึ้นมาบนถนนจนปะทะเข้ากับรถตู้สีดำคันใหญ่ก๊อก... ก๊อก...เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้น ก่อนที่พยาบาลสาวในชุดเครื่องแบบสีขาวสะอาดตาจะเปิดประตูเดินเข้ามา รอยยิ้มใจดีถูกส่งมาให้คนป่วยที่เพิ่งจะลืมตา
คนร้ายที่ดึงแขนเธอไว้ก็เสียหลักล้มตามลงมาด้วย น้ำหนักตัวของมันกดทับลงบนร่างบาง และในจังหวะที่ชุลมุนนั่นเอง มีดที่จ่ออยู่ด้านหลังก็แทงทะลุเนื้อผ้าเข้าไปในผิวเนื้อขาวผ่องของมาริสาทันทีความเจ็บปวดแล่นปลาบไปทั่วแผ่นหลัง เลือดสีแดงสดซึมเปื้อนยูนิฟอร์ม แม้บาดแผลจะไม่ได้ลึกถึงอวัยวะภายใน แต่มันก็เจ็บจนเธอแทบจะขาดใจ ทั้งคู่ล้มกลิ้งไปคนละทางตามแรงกระแทกนี่คือโอกาสเดียวที่เธอมี มาริสากัดฟันสู้กับความเจ็บปวด เธอรีบยันกายลุกขึ้น ทิ้งรองเท้าส้นสูงที่ทำให้วิ่งลำบาก แล้วออกตัววิ่งเท้าเปล่าขึ้นมาบนถนนฝั่งที่มุ่งหน้าไปสู่เส้นทางหลัก เลือดหยดลงตามพื้นถนนทุกย่างก้าว หญิงสาววิ่งหน้าตั้งโดยไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ขอแค่รอดพ้นจากนรกตรงนี้ก็พอในจังหวะเดียวกันนั้นเอง รถตู้ยุโรปคันหรูสีดำเงากำลังแล่นมาตามเส้นทางด้วยความเร็วคงที่ ภายในรถคือ รังสิมัณ ประธานบริหารหนุ่มลูกครึ่งที่เพิ่งเสร็จสิ้นจากการคุยธุรกิจ เขาใช้เส้นทางนี้เป็นประจำเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านพักย่านเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา โดยมีศิริศักดิ์เป็นคนขับ และนาธานนั่งอยู่เบาะหน้าคู่กันแสงไฟหน้ารถสาดส่องไปข้างหน้า เผยให้เห็นร่างของผู้หญิงคนหนึ่งพุ่งพรวดออกมาจากค
คำพูดของหญิงสาวคนนั้นเปรียบเสมือนค้อนปอนด์ขนาดใหญ่ที่ทุบลงกลางใจมาริสาเข้าอย่างจัง เธอหูอื้อไปชั่วขณะ รู้สึกเหมือนพื้นกระเบื้องใต้ฝ่าเท้ากำลังยุบตัวลงไป โลกทั้งใบหมุนคว้าง การนอกใจว่าเจ็บปวดแล้ว แต่การที่ผู้หญิงอีกคนมาประกาศว่า กำลังท้องลูกของผู้ชายที่เธอรัก มันเกินกว่าที่หัวใจของผู้หญิงคนหนึ่งจะรับไหว“เงียบไปเลยนะแพท!” นพหันไปตวาดหญิงสาวคนนั้นเสียงเข้ม ท่าทางลุกลี้ลุกลนทำอะไรไม่ถูก“ทำไมแพทต้องเงียบด้วยล่ะคะพี่นพ ในเมื่อแพทพูดความจริง! พี่บอกเองไม่ใช่เหรอว่าจะไปเลิกกับมันเดือนนี้!” ผู้หญิงที่ชื่อแพทเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ แววตาท้าทายมาริสาอย่างเปิดเผย“สา... สาฟังพี่ก่อนนะ พี่มีเรื่องต้องคุยกับสา พี่อธิบายได้ทุกอย่าง เราออกไปคุยกันข้างนอกเถอะนะคนดี” นพหันมาหาคนรักเก่าด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน เขาทำท่าจะลุกขึ้นและเอื้อมมือมาจับแขนเธอเพียะ!!ฝ่ามือบางของมาริสาตวัดตบลงบนใบหน้าของนพเต็มแรง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่นร้าน ท่ามกลางความตกตะลึงของลูกค้าคนอื่นๆ ที่หันมามองเป็นตาเดียว ใบหน้าของนพหันไปตามแรงตบ รอยนิ้วมือทั้งห้าปรากฏชัดบนซีกแก้มขวา“อย่าเอามือสกปรกของแกมาแตะตัวฉัน!” มาริสากัดฟันพูด
“น้องสาจ๊ะ พี่ฝากงานนิดนึงได้ไหม พอดีที่โรงเรียนเพิ่งโทรมาบอกว่าลูกสาวพี่ไม่สบาย ไข้ขึ้นสูงมากเลยจ้ะ พี่ต้องรีบไปรับลูกไปหาหมอด่วนเลย” เสียงร้อนรนของหัวหน้าแผนกดังขึ้นข้างโต๊ะทำงาน มาริสาละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยตารางตัวเลขบัญชีเงินเดือนนับพันบรรทัด เธอหันไปมองใบหน้าเคร่งเครียดของรุ่นพี่ในแผนกแล้วยิ้มรับอย่างเข้าใจสถานการณ์คนเป็นแม่“ได้ค่ะพี่ รีบไปเถอะค่ะ งานที่เหลือเดี๋ยวสาจัดการเคลียร์ให้เอง พี่ไม่ต้องห่วงทางนี้เลยนะคะ”“ขอบใจมากนะจ๊ะสา พี่ฝากด้วยนะ”หัวหน้าแผนกเอ่ยขอบคุณอย่างซาบซึ้ง รวบเอกสารบนโต๊ะอย่างลวกๆ ก่อนจะรีบคว้ากระเป๋าสะพายแล้วพุ่งตัวออกจากแผนกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้บรรยากาศในออฟฟิศกว้างใหญ่เริ่มเงียบเหงาลงไปอีกระดับมาริสา หรือที่เพื่อนร่วมงานเรียกสั้นๆ ว่า ‘สา’ เป็นพนักงานบัญชีและการเงินของบริษัทโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ระดับประเทศ บริษัทแห่งนี้มีชื่อเสียงและมีความมั่นคงสูง โดยมีประธานบริหารเป็นนักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งรูปหล่อไฟแรง ทว่าสำหรับพนักงานระดับปฏิบัติการตัวเล็กๆ อย่างเธอ โอกาสที่จะได้เห็นหน้าบอสใหญ่ตัวเป็นๆ นั้นแทบจะเป็นศูนย์ ตำแหน่งหน้าที่การงานของเธออย
![เมียช่างสัก [PWP] + [BDSM] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




