Beranda / โรแมนติก / เศรษฐีสาวขอเอาคืน / บทที่ 16 เป็นทั้งเลขาและภรรยา

Share

บทที่ 16 เป็นทั้งเลขาและภรรยา

Penulis: เกาลัดไม่หวาน
ภายในห้องโดยสารเฟิร์สคลาสของเครื่องบิน

ฮั่วจิ้นเฉิงหยิบแหวนสองวงนั้นที่เขาเอ่ยปากให้ ‘โยนทิ้ง’ ออกมา

ลังเลอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเลือกแหวนวงที่หนากว่าสวมลงบนนิ้วมือ เขาไม่เคยลองสวมมาก่อนและไม่คาดคิดว่าขนาดจะพอดีราวกับวัดมาอย่างไรอย่างนั้น

แต่ช่วงตลอดสามปีมานี้เขาปฏิเสธที่จะสวมแหวนแต่งงาน โดยใช้เรื่องงานมาอ้างเสมอ

หากเป็นคู่สามีภรรยาทั่วไปคงต้องทะเลาะกันแน่นอน

ทว่าหลี่เกอกลับไม่โวยวาย ทั้งยังโอนอ่อนตามและมีเหตุผล คอยตามใจเขาสารพัด

แต่เขาไม่คาดคิดว่าสามปีต่อมา หลังหย่ากัน เธอจะจากไปอย่างไร้เยื่อใย ไม่ต้องการกระทั่งแหวนแต่งงานด้วยซ้ำ

ฮั่วจิ้นเฉิงหมุนแหวนเงียบ ๆ หัวคิ้วขมวดมุ่น

อ่อนโยนว่าง่าย เด็ดขาดมุทะลุ

เธอเป็นแบบไหนกันแน่…

……

เครื่องบินเดินทางมาถึงดูไบ

ฮั่วจิ้นเฉิงตรงไปชั้นบนสุดของตึกระฟ้าตระกูลฉี ซึ่งเป็นห้องทำงานของซีอีโอ

ฉีอวิ๋นเทียนหรี่ตาดอกท้ออันงดงามลงมองบนคอมพิวเตอร์ครั้งหนึ่ง แล้วหยิบข้อเสนอโครงการมาตรวจตราให้มั่นใจอีกรอบ จากนั้นก็วางเอกสารลงพลางกล่าวอย่างจริงจัง “เพื่อน ฉันดูแล้วนะ ฮั่วกรุ๊ปของนายตรงตามเงื่อนไขการเข้าร่วมแน่นอน”

คิ้วเข้มของฉั่วจิ้นเฉิงกระตุก

เป็นทางตี้จิงกรุ๊ปขัดขวางดังคาด

ฉีอวิ๋นเทียนถาม “นายไปล่วงเกินอะไรหลี่หาน ประธานฝ่ายปฏิบัติการของตี้จิงกรุ๊ปมารึเปล่า? ฉันอ่านตามบันทึก ถึงได้เห็นว่าเขาใช้อำนาจขัดขวางไม่ให้ฮั่วกรุ๊ปเข้าร่วมโครงการ”

นัยน์ตาของฮั่วจิ้นเฉิงดำมืด ยากที่ใครจะเดาใจเขาออก

“ฉันไม่เคยเจอเขาเลย เลขาฉันเป็นคนเตรียมการเรื่องการเข้าร่วมนิทรรศการครั้งนี้มาตลอด ก่อนหน้านี้ในข้อเสนอก็ระบุว่าเงื่อนไขเหมาะสมมาตลอด เหลือแค่ขั้นตอนเซ็นสัญญาเท่านั้นเอง”

“แล้วเลขานายไปไหนแล้วล่ะ? ให้เธอจัดการต่อเลยสิ” ฉีอวิ๋นเทียนหมุนปากกาที่ปลายนิ้วด้วยหน้าเย้ยหยัน

ฮั่วจิ้นเฉิงหลุบตาลงโดยไม่รู้ตัว พูดด้วยความหงุดหงิดว่า “เธอลาออกแล้ว”

สีหน้าฉีอวิ๋นเทียนรู้แจ้งทันที “เลขาคนนั้นต้องเล่นสกปรกลับหลังแน่ พอลาออกก็เอาทรัพยากรไปด้วย นายเลยเสียงานใหญ่ไปแบบนี้”

“เธอต้องเซ็นสัญญาห้ามทำการค้าแข่งกับนายจ้างเดิมไว้แน่ รีบฟ้องร้องเธอซะสิ”

คำก็เล่นสกปรก สองคำก็บอกให้ฟ้องร้อง

สีหน้าฮั่วจิ้นเฉิงดำจนเหมือนหยดหมึก

ขณะนี้หลานหนีสังเกตุเห็นเจ้านายแปลกไปจากเดิมพลางหัวเราะกระอักกระอ่วน แทรกขึ้นอย่างถูกเวลา “ประธานฉี เลขาท่านนี้คือภรรยาของประธานฮั่วครับ”

นิ้วยาวของฉีอวิ๋นเทียนป้องปากไว้ นัยน์ตาดอกท้อเปี่ยมความแปลกใจ “เอาล่ะ เพื่อน นายแต่งงานกับยอดมนุษย์หญิงที่ไหนมา ใครจะสามารถเป็นทั้งเลขาทั้งภรรยาให้นายได้?”

“…”

ฮั่วจิ้นเฮิงคร้านจะเถียงกับฉีอวิ๋นเทียน เพื่อนเขาคนนี้พูดจาไม่รู้จักคิดอยู่เสมอ จนเขารู้สึกชินชาเสียแล้ว

ฉีอวิ๋นเทียนพูดไม่ผิดเลย

หลี่เกอยอดเยี่ยมจริง ๆ ยอดเยี่ยมอย่างกับหุ่นยนต์

หัวใจเขาดิ่งลง

ตระหนักได้ว่าตนมักไปเรียกร้องความสมบูรณ์แบบจากหลี่เกอให้เป็นเลขาในอุดมคติของเขาเสมอ จนลืมว่าเธอมีสถานะเป็นภรรยาของเขาด้วย

ฉีอวิ๋นเทียนลุกขึ้นตบบ่าฮั่วจิ้นเฉิงด้วยร้อยยิ้มเยาะบนหน้า “นายตั้งแต่งงานตั้งแต่เมื่อไหร่? ทำไมฉันไม่รู้? ไม่แนะนำพี่สะใภ้ให้รู้จักบ้างเลย”

แม้ทั้งสองจะเป็นเพื่อนซี้กัน แต่เจอกันไม่บ่อยเพราะเรื่องต่างฝ่ายต่างก็ต้องพัฒนาธุรกิจของวงศ์ตระกูล

เดิมทีฮั่วจิ้นเฉิงแต่งงานกับหลี่เกออย่างลับ ๆ ไม่ได้จัดงานแต่งใหญ่โต

มีแค่โม่อี้เฟยกับเพื่อนไม่กี่คนในประเทศที่รู้ แต่คนไม่กี่คนเหล่านั้นดูถูกที่ฮั่วจิ้นเฉิงแต่งกับคนธรรมดาไม่มีชาติตระกูลต่างรู้สึกว่าฮั่วจิ้นเฉิงเสียเปรียบมาก เวลาออกไปข้างนอกจึงไม่เคยบอกเพื่อนว่าแต่งงานแล้ว จนทุกคนคิดว่าเขายังโสด

“เพิ่งจะหย่าไปครับ”

หลานหนีปากไวไปชั่วขณะ ก่อนจะรู้ตัวว่ามันสายไปแล้วที่จะตอบโต้

เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาดุดันของฮั่วจิ้นเฉิงที่มองมาที่ตน เขาก็ก้มหน้าลงทันควัน แอบด่าตัวเองในใจที่ปากเปราะเกินไป

ฉีอวิ๋นเทียนที่คิดจะพูดหยอก ละล่ำละลักพูดทันควัน

“ไม่เป็นไรนะเพื่อนยาก การแต่งงานเป็นสุสานแห่งรัก นายหย่าก็เป็นทางเลือกที่ถูกแล้ว”

ย้อนคิดถึงเรื่องตัวเอง ก้ได้แต่ทอดถอนใจ

“นายเป็นไงบ้าง?” ฮั่วจิ้นเฉิงถามอย่างสบาย ๆ

พูดตามความสัมพันธ์ฉันเพื่อน ฉีอวิ๋นเทียนระบายความในใจต่ออีก “ฉันไม่อยากแต่งงาน!”

“พ่อกดดันให้ฉันแต่งงานกับคุณหนูสี่แห่งตี้จิงกรุ๊ป ยัยอัปลักษณ์หน้าสิวนั่นน่ะสิ เมื่อก่อนคุณหนูสี่อยู่ต่างประเทศ ฉันยังมีข้ออ้างบ่ายเบี่ยงได้ ช่วงนี้ได้ยินว่าเจ้าเธอกลับประเทศแล้ว พ่อเลยเริ่มกดดันฉัน!”

“แม้แต่วันจัดงานยังหาให้ฉันแล้ว บอกให้ฉันรีบกลับบ้านไปแต่งกับยัยหน้าสิว”

“ฉันเครียดจนหงอกขึ้นหัวแล้ว!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เศรษฐีสาวขอเอาคืน   บทที่ 340 กุหลาบมีหนาม

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นร่างกายของผู้หญิงกลุ่มนี้ก็สั่นเทาอย่างไม่รู้ตัว เห็นได้ชัดว่าพวกเธอเคยลิ้มรสความโหดเหี้ยมของแส้มาก่อนในเวลานี้ เฉวียนเย๋ หัวหน้ากลุ่มก็เดินออกมาดวงตาไร้ความรู้สึกจ้องมองหลีเกอ "ไม่น่าเชื่อเลยว่าเธอจะเก่งขนาดนี้… ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีก็หนีออกมาได้แล้ว"หลีเกอมองเขาอย่างเย็นชา น้ำเสียงไร้ความอบอุ่น"ปล่อยเราไป ไม่งั้นฉันจะถล่มที่นี่ให้ราบเป็นหน้ากลอง"ชายคนนั้นกลับหัวเราะราวกับได้ยินเรื่องตลก แล้วก็ตบมือ เดินเข้ามาหาหลีเกอต้องยอมรับว่าหลีเกอมีเครื่องหน้าที่สวยมาก แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมสมบุกสมบันแบบนี้ แต่ก็ยังคงมีความสวยที่แตกต่างออกไป นางฟ้านางสวรรค์แบบนี้ ถ้าพาไปขายในตลาดมืดคงจะได้ราคาดีไม่น้อยแต่ก็เท่านั้นแหละ สวยก็ส่วนสวย แต่กลับเป็นกุหลาบมีหนาม"ปล่อยพวกเธอไปเหรอ ฝันไปเถอะ"พูดจบ เขาก็โบกมือให้บอดี้การ์ดสองสามคนเดินเข้าไปแต่ในเวลานี้ลูกน้องอีกคนก็รีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา "พี่เฉวียน ไม่ดีแล้ว บาร์ของเราถูกปิดล้อมแล้ว"สีหน้าของพี่เฉวียนเปลี่ยนไปทันที ตะโกนด้วยความโกรธ “ได้ยังไงวะ?!""คำสั่งของตระกูลหลี ตระกูลหลีมหาเศรษฐีครับ"พี่เฉวียนคว้าค

  • เศรษฐีสาวขอเอาคืน   บทที่ 339 เอาชีวิตมาทิ้งหรือไง

    "จะทำยังไงดี พรุ่งนี้เช้าพวกเราจะถูกส่งตัวออกไปแล้ว… จะไม่มีวันได้เจอครอบครัวอีกแล้วใช่ไหม?""ฮือฮือฮือ ฉันไม่อยากตาย ใครก็ได้ช่วยเราที""..."พูดจบก็มีเสียงสะอื้นดังระงมหลีเกอเห็นภาพตรงหน้าแล้วรู้สึกเจ็บปวดใจอย่างมาก ไม่เคยคิดมาก่อนว่าท่ามกลางสังคมที่เจริญแล้วเช่นนี้ จะยังมีเรื่องราวมืดดำแบบนี้ซุกซ่อนอยู่สายตาของเธอเหลือบมองไปตามเสียงสะอื้นแต่ในวินาทีถัดมา เธอกลับสบเข้ากับดวงตาคู่หนึ่งที่เย็นชาอย่างมาก ซึ่งขัดกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าหญิงสาวดังกล่าวดูอายุประมาณสิบเจ็ดหรือสิบแปดปี แต่กลับมีความเยือกเย็นและเฉลียวฉลาดเหมือนผู้ใหญ่ใบหน้าของเธอไร้อารมณ์ แต่ดวงตากลับจ้องมองหลีเกอราวกับต้องการจะมองให้ทะลุปรุโปร่งทั้งสองฝ่ายต่างเงียบ ไม่พูดอะไรผ่านไปครึ่งชั่วโมงหญิงสาวจึงเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจนัก "คุณจะช่วยเราออกไปได้จริง ๆ เหรอ?"หลีเกอตอบอย่างมั่นใจ "เชื่อฉันสิ เราต้องออกไปได้แน่นอน"ประโยคนี้เปรียบเสมือนผู้ไถ่บาปที่ทำให้บรรดาหญิงสาวมีความหวัง แต่ในวินาทีถัดมา หญิงสาวก็เห็นว่าหลีเกอถูกมัดมือมัดเท้าอยู่ความหวังที่เพิ่งผุดขึ้นดับวูบลงไปหลีเกอลดสายตาลง

  • เศรษฐีสาวขอเอาคืน   บทที่ 338 ธุรกิจมืด

    ชายในห้องเดินออกมาหลังจากนั้น เมื่อเห็นหลีเกอก็ตาเป็นประกาย "โอ้โห นี่มันของดีจากไหนกัน..."บางคนจำหลีเกอได้ว่าเป็นคนที่เข้ามาพร้อมกับฉีอวิ๋นเทียน จึงกระซิบบอกชายคนนั้นว่า "พี่เฉวียน คนนี้เป็นแขกที่คุณชายฉีพามาครับ"เมื่อชายคนนั้นได้ยินชื่อฉีอวิ๋นเทียน สีหน้าก็เปลี่ยนไปแล้วก็เดินเข้ามาหาหลีเกอ "เมื่อกี้เธอเห็นอะไร ได้ยินอะไรบ้าง?"หลีเกอจ้องเขม็งมองเขา ไม่มีแววความกลัวในดวงตา "พวกคุณทำธุรกิจอย่างเปิดเผย แต่ที่ไหนได้ กลับมีธุรกิจมืดอีกอย่างหนึ่งซ่อนอยู่ ผู้หญิงในห้องนั้น พวกคุณลักพาตัวมาใช่ไหม?"ชายคนนั้นยิ้ม แววตาแฝงไปด้วยความโหดเหี้ยม "ดูเหมือนวันนี้เธอคงไม่อยากออกไปจากที่นี่แล้ว...แต่ก็ดี ของดีแบบเธอน่ะหายาก"พูดจบก็โบกมือให้ลูกน้องเดินเข้ามาหลีเกอหัวเราะเยาะ "อยากจับฉัน ก็ลองดูสิว่าพวกนายมีปัญญาหรือเปล่า"ทันทีที่พูดจบ ชายร่างกำยำหลายคนก็กรูเข้ามา หลีเกอมีสีหน้าเคร่งขรึม ลงมือสวนกลับอย่างรวดเร็วและแม่นยำ เตะตัดขาของคู่ต่อสู้ทุกการออกแรงไม่มีความลังเลเลย เตะจนคู่ต่อสู้ถอยหลังไปหลายก้าวชายที่ถูกเรียกว่าพี่เฉวียนรู้สึกสนใจขึ้นมาทันที "ดูเหมือนตั้งใจมาหาเรื่องสินะ"พูดจบ

  • เศรษฐีสาวขอเอาคืน   บทที่ 337 ค้นพบห้องลับ

    ฉีอวิ๋นเทียนพยักหน้ารัวเร็ว "แหงสิ นอกเหนือจากเรื่องนี้แล้ว เรื่องอื่นไม่สำคัญ""แต่ฉันสังหรณ์ใจว่าคุณน่าจะได้เจอกับเนื้อคู่ของคุณเร็ว ๆ นี้"เมื่อได้ยินแบบนั้น ฉีอวิ๋นเทียนก็ตกใจ "เทพธิดา ล้อกันเล่นหรือเปล่า?"หลีเกอขมวดคิ้ว "ทำไม ไม่เชื่อเหรอ?""ไม่ใช่ไม่เชื่อ แต่ในโลกนี้ นอกจากคุณแล้ว หายากมากที่จะมีใครทำให้หัวใจผมสั่นไหวอีก"ฉีอวิ๋นเทียนพูดจบก็ถอนหายใจ "แต่เมื่อเทียบกับตัวผมแล้ว ความสุขของเทพธิดาสำคัญกว่า..."เพราะอย่างนั้นเขาถึงได้ตัดสินใจลาออกจากตี้เซิ่งโดยไม่ลังเล เพื่อให้เธอมีความสุขส่วนความสุขของตัวเขาเองนั้นไม่สำคัญเลย"คืนนี้มีงานเลี้ยง คุณก็อยู่ร่วมด้วยสิ"หลีเกอเพิ่งจะปฏิเสธ ฉีอวิ๋นเทียนกลับทำหน้าตาอ้อนวอน "เทพธิดา มาเถอะนะ ไม่งั้นปู่ผมไม่ยอมปล่อยผมไปแน่ ๆ เลย..."หลีเกอหัวเราะคิกคัก เมื่อนึกว่าฉีอวิ๋นเทียนผู้ไม่เคยหวาดกลัวอะไรเลย กลับมีลาสบอสที่ทำให้เขากลัวหัวหดนับว่าเป็นเรื่องที่แปลกใหม่ดี ในที่สุดเธอก็ตอบตกลง "ได้"ฉีอวิ๋นเทียนดีใจมาก "ตกลงตามนั้นนะ ไว้เจอกันตอนเย็น"...ตกเย็นหลีเกอเปลี่ยนไปสวมชุดลำลองสบาย ๆ แล้วก็ออกจากบ้าน สถานที่ที่ฉีอวิ๋นเทียนจั

  • เศรษฐีสาวขอเอาคืน   บทที่ 336 คนที่ทำให้ขายหน้า

    เมื่อได้ยินคำพูดของคุณนายคนนั้น นิ้วของซ่งเซียงเซียงก็จิกเข้าไปในเนื้ออย่างเงียบ ๆ แต่กลับไม่รู้สึกเจ็บปวดเอาซะเลยในเวลานี้ ซ่งฟู่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน เดินตรงมาหาซ่งเซียงเซียงได้ยินเสียงตบดัง ‘เผียะ’ ซ่งเซียงเซียงเอามือปิดหน้าตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตา ปากก็พูดด้วยความน้อยใจ "พ่อ ตบฉันทำไมคะ!"ซ่งฟู่โกรธมากเมื่อครู่หลี่หานได้ส่งคนมาเตือนเขาแล้ว ว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพราะซ่งเซียงเซียงพยายามกลั่นแกล้งหลีเกอ"ซ่งเซียงเซียง แกนี่ชักจะเอาใหญ่แล้วนะ ก่อนมาฉันเคยเตือนแกว่ายังไง? กล้าดียังไงถึงกล้าไปยุ่งกับคุณหนูหลี!"ซ่งเซียงเซียงปิดหน้าไม่น่าเชื่อว่าพ่อที่รักเธออย่างสุดหัวใจ กลับลงมือตบหน้าเธอต่อหน้าคนอื่นเพราะหลีเกอคนเดียวเธอหลุบตาลง ไม่พูดอะไร แต่ในใจกลับโทษทุกอย่างว่าเป็นความผิดของหลีเกอซ่งฟู่จ้องเธอด้วยสายตาโกรธเกรี้ยวสุดขีด แล้วพูดต่อว่า "ถ้าแกทำให้คุณหนูหลีขุ่นเคือง บริษัทเหม่ยห่าวอิเล็กทริคของเราต้องล่มสลายแน่ รู้ตัวไหมว่าแกทำอะไรลงไป!"ซ่งเซียงเซียงกัดริมฝีปากแน่น ไม่ยอมพูดอะไรซ่งฟู่เห็นว่าเธอยังไม่สำนึก จึงพูดตรง ๆ "อย่ามาทำให้ฉันขายหน้าอยู่ที่นี่ รีบกลับไปเดี๋ยวน

  • เศรษฐีสาวขอเอาคืน   บทที่ 335 ฉายแสงเจิดจ้า

    ในทันใดนั้นเอง หลีเกอก็เริ่มบอกเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์การบริหารของตัวเองอย่างคล่องแคล่วคำพูดของเธอทั้งแฝงอารมณ์ขันและดึงดูดความสนใจ ไม่โอ้อวดมากเกินไปและไม่ถ่อมตัวจนน่ารำคาญ จับจุดได้อย่างเหมาะเจาะการอธิบายง่าย ๆ สิบนาที ทุกคนในที่นั้นกลับพร้อมใจกันตั้งใจฟัง จนกระทั่งจบลง ห้องประชุมก็เงียบไปหลายวินาที ก่อนที่จะปรบมือกันอย่างกึกก้อง"คุณหนูหลีเป็นอัจฉริยะทางธุรกิจจริง ๆ!""มีหลักแนวคิดที่ชัดเจน ผ่อนคลายและเข้มงวดในเวลาเดียวกัน ไม่น่าแปลกใจเลยที่เธอบริหารตี้เซิ่งให้เจริญรุ่งเรืองได้""คุณหนูหลีเป็นคนที่เราควรเรียนรู้เอาเป็นเยี่ยงอย่างจริง ๆ! ถึงเธอจะยังอายุน้อย แต่แนวคิดทางธุรกิจของเธอก็มมมีความเป็นปัจเจกสูงมาก""ถ้ามีโอกาสได้ร่วมงานกับคุณหนูหลี จะถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งเลยล่ะสำหรับพวกเรา!""..."เมื่อได้ยินเสียงสรรเสริญรอบข้าง ซ่งเซียงเซียงก็อึ้งงันไปเดิมทีเธอต้องการหาทางโจมตีหลีเกอแบบไม่ทันตั้งตัว แต่ไม่คาดคิดว่าจะทำให้เธอโด่งดังในครั้งนี้เป็นไปไม่ได้!เป็นไปได้ยังไงเนี่ย?"เดี๋ยวก่อน..."ซ่งเซียงเซียงส่งเสียงเรียกหลีเกอที่กำลังจะลงจากเวทีไว้ตอนนี้เธอไม่สนใจอะไรทั้งน

  • เศรษฐีสาวขอเอาคืน   บทที่ 289 ฟู่ซิวเป่ยนักปกป้อง

    วิเวียนไม่พูดอะไรแต่ในใจก็คิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างฟู่ซิวเป่ยกับหลีเกอเป็นอย่างไรกันแน่"ก๊อก ก๊อก" เสียงดังมาจากหน้าต่างรถ หลีเกอเงยหน้ามอง เห็นฟู่ซิวเป่ยมายืนอยู่นอกรถตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ตอนนี้เกมในมือถือของเธอมาถึงช่วงเวลาสำคัญแล้ว เธอละสายตาจากหน้าต่าง กดปุ่มบนหน้าจออย่างคล่องแคล่วว่องไว เอาช

  • เศรษฐีสาวขอเอาคืน   บทที่ 291 ห้ามยุ่งกับหลีเกอ

    ฟู่ซิวเป่ยลงมืออย่างรวดเร็ว ทั้งตี้เซิ่งและเอฟแอลกรุ๊ปประกาศยกเลิกความร่วมมือกับมีเดียเอเชียในเวลาเดียวกัน ทำให้ธุรกิจของมีเดียเอเชียหยุดชะงักไปเป็นแถววิเวียนมองสถานการณ์ภายในบริษัทที่วุ่นวายไปหมด แทบไม่เชื่อว่าเรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะผู้หญิงคนเดียวอย่างหลีเกอเธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาฉีอวิ๋นเท

  • เศรษฐีสาวขอเอาคืน   บทที่ 177 ท้าทายโดยตรง

    หลีเกอเพิ่งจะรู้สึกตัวช้าไปครึ่งจังหวะ ใบหน้าเต็มไปด้วยความสับสนเมื่อเห็นสายตาของทุกคนหันมาที่ตนเอง หัวใจก็เต้นไม่เป็นจังหวะหลีเกอกล่าวต่อ “ฉันไม่ค่อยมีความรู้เรื่องแฟชั่นโชว์ครั้งนี้มากนัก คิดว่ารุ่นพี่ทุกท่านน่าจะรู้มากกว่าฉันค่ะ”คำพูดเต็มไปด้วยความถ่อมตัวศาสตราจารย์โม่พอใจในท่าทีที่ไม่โอ้อวดของหล

  • เศรษฐีสาวขอเอาคืน   บทที่ 332 ต้องการอะไร

    "คุณหนูหลี ผมทำธุรกิจส่งออก หวังว่าจะมีโอกาสได้ร่วมมือกับคุณในอนาคตนะครับ""บริษัทของเราส่วนใหญ่ดำเนินธุรกิจด้านโลจิสติกส์ ฉันหวังว่าคุณหลีจะให้คำแนะนำแก่ฉันในอนาคต""..."เมื่อเผชิญกับการต้อนรับอย่างอบอุ่นของผู้คน หลีเกอก็ยิ้มตอบอย่างสุภาพ ไม่วางตนโอ้อวดและไม่ดูถูกใคร จึงได้รับความชื่นชมจากผู้คนจำนวนม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status