Share

บทที่ 8

last update Last Updated: 2026-01-07 19:46:43

ร่างแน่งน้อยค่อยๆ ย่อตัวลง มือเรียวเล็กที่สกปรกมอมแมมทั้งสองข้างพนมไว้ ก่อนจะก้มกราบลงใกล้ๆ กับปลายเท้าของหญิงสูงศักดิ์ตรงหน้าอย่างเทิดทูนระคนซาบซึ้ง

“ขอบพระคุณหม่อมท่านมากเลยเจ้าค่ะ”

“ไม่เป็นไรจ้ะหนูแก้ว” น้ำเสียงอันอ่อนโยนและมืออุ่นๆ ของหญิงสูงศักดิ์กดลงบนศีรษะได้รูปด้วยความเอ็นดูแกมสงสาร จากนั้นจึงขอตัวกลับโดยมีดอกแก้วเดินออกไปส่งถึงรถ

วันรุ่งขึ้น หม่อมสร้อยฟ้าให้นายสมขับรถพามายังโรงพยาบาลแต่เช้า เพื่อเยี่ยมอาการของคนที่ตนได้ช่วยเอาไว้เมื่อคืนนี้ หากทว่าภาพที่นางเห็นคือป้านวลยังนอนไม่ได้สติ โดยมีดอกแก้วนอนเฝ้าอยู่ข้างๆ เตียง และทันทีที่หญิงสูงศักดิ์เดินเข้ามาในห้อง ดอกแก้วก็ขยับตัวตื่นอย่างงัวเงีย แล้วยกมือขึ้นไหว้ผู้มีพระคุณด้วยกิริยาเรียบร้อย

“นอนต่อก็ได้นะหนูแก้ว” สีหน้าของหม่อมสร้อยฟ้าระบายยิ้มน้อยๆ “เมื่อคืนก็เพลียมาทั้งคืนแล้วมิใช่รึ”

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะหม่อมท่าน”

“แล้วนี่ป้านวลเป็นยังไงบ้าง” หญิงสูงศักดิ์เอ่ยถามพลางหันไปมองคนที่นอนอยู่บนเตียง

“ยังไม่ฟื้นเลยเจ้าค่ะ” ดอกแก้วพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“อย่าคิดมากไปเลยหนูแก้ว ประเดี๋ยวสายๆ ป้านวลก็คงฟื้น” นางยกมือขึ้นลูบเรือนผมดำสลวยของหญิงสาวอย่างปรานี “แล้วก็ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายนะ เดี๋ยวฉันจะจัดการให้ทั้งหมดเอง”

ดอกแก้วได้แต่เงยหน้าขึ้นมองหญิงสูงศักดิ์ตรงหน้าด้วยความสำนึกในบุญคุณอันล้นเหลือ

“แก้วขอบพระคุณหม่อมท่านมากนะเจ้าคะ” น้ำตาหยดใสๆ เอ่อขึ้นมาคลอรอบดวงตากลมแป๋ว

“ไม่เอาๆ อย่าร้องไห้สิจ๊ะหนูแก้ว เดี๋ยวป้านวลฟื้นขึ้นมาจะตกใจเสียเปล่าๆ” หม่อมสร้อยฟ้าบอกเพื่อให้อีกฝ่ายคลายความกังวล

จากนั้นในตอนสายๆ ป้านวลก็ฟื้นขึ้นมา แล้วเอ่ยถามหลานสาวอย่างงงๆ

“ข้ายังไม่ตายใช่ไหมนังแก้ว...”

ดอกแก้วยิ้มแก้มปริ และรีบปรี่เข้าไปสวมกอดผู้เป็นป้าด้วยความรักที่เปี่ยมล้น “ยังจ้ะ ป้าต้องอยู่กับแก้วไปอีกนาน”

ป้านวลระบายยิ้มบางๆ ก่อนจะกระชับอ้อมแขนอันอบอุ่นของตนกอดตอบหลานสาวด้วยความรักเช่นกัน...

หม่อมสร้อยฟ้ายังคงแวะเวียนมาเยี่ยมป้านวลเหมือนเช่นสามวันที่ผ่านมา และในตอนเช้าของวันที่สี่ เมื่อนางมาถึงก็เห็นดอกแก้วกำลังค่อยๆ ประคองคนเป็นป้าลงจากเตียง

“อ้าวจะไปไหนล่ะป้านวล หายดีแล้วเหรอนั่น” หญิงสูงศักดิ์เอ่ยถามอย่างแปลกใจ

“อิฉันจะกลับบ้านแล้วเจ้าค่ะ ขอบพระคุณมากๆ เลยนะเจ้าคะที่ช่วยอิฉันไว้” ป้านวลตอบเสียงอ่อยๆ ขณะยกมือขึ้นไหว้

“ทำไมรีบกลับล่ะ ไม่รอให้หายดีก่อนรึ”

หญิงชรายิ้มแห้งๆ “ค่ายาหมอแพง อิฉันเกรงใจหม่อมเจ้าค่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอก เรื่องแค่นี้เอง”

“อิฉันพอไหวแล้วเจ้าค่ะหม่อม แค่นี้อิฉันก็ไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณที่ช่วยชีวิตยังไงแล้วเจ้าค่ะ”

คำพูดนั้นทำเอาหม่อมสร้อยฟ้ามองสองป้าหลานอย่างครุ่นคิด ถึงแม้ทั้งสองคนนั้นจะยากจนเพียงใด แต่ก็ไม่ได้คิดจะโลภมากเอาของคนอื่นและรู้จักเกรงใจ แถมยังถ่อมเนื้อถ่อมตัวอีกต่างหาก

“ก็ได้จ้ะ งั้นเดี๋ยวฉันไปส่งนะ”

จากนั้นสองป้าหลานก็เดินตามหม่อมสร้อยฟ้ามาขึ้นรถซึ่งจอดรอไว้อยู่หน้าโรงพยาบาล ก่อนที่นายสมซึ่งเป็นคนขับรถของวังแสงจันทร์จะบังคับให้พาหนะคันหรูทรงยุโรปแล่นออกจากโรงพยาบาลทันที

รถคันนั้นค่อยๆ แล่นไปตามถนนเล็กๆ ที่เป็นทางไปยังกระท่อมน้อยของป้านวลกับดอกแก้ว และเมื่อไปถึงหม่อมสร้อยฟ้าก็ได้แต่ทอดถอนหายใจออกมาด้วยความเวทนา หลังเห็นสภาพความเป็นอยู่ที่อัตคัดข้นแค้นของสองป้าหลาน

คิ้วเรียวของหญิงสูงศักดิ์ขมวดมุ่นเป็นเชิงประเมินสถานการณ์อยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจชวนทั้งคู่เข้าไปอยู่ในใต้ชายคาของวังแสงจันทร์ด้วยกัน โดยจะให้ป้านวลทำงานเป็นผู้ช่วยแม่ครัว และจะรับอุปการะส่งเสียดอกแก้วให้เรียนการบ้านการเรือน ทั้งป้านวลและดอกแก้วต่างรู้สึกซาบซึ้งในความมีน้ำใจของหม่อมสร้อยฟ้ายิ่งนัก

“ขอบพระคุณมากเจ้าค่ะหม่อมท่าน แก้วไม่รู้จะหาคำใดมาพูดอีกแล้ว ชีวิตนี้แก้วเป็นหนี้บุญคุณของหม่อมท่านมากเหลือเกิน” ดอกแก้วพูดทั้งน้ำตา ริมฝีปากจิ้มลิ้มสั่นระริก

“ฉันทำในสิ่งที่ควรจะทำต่างหากล่ะหนูแก้ว” หม่อมสร้อยฟ้ายิ้มละไม พลางใช้มือกระชับประคองใบหน้านวลของคนตรงหน้าให้เงยขึ้น

ดอกแก้วมองหญิงสูงศักดิ์ประดุจดั่งเป็นนางฟ้าหรือเทพีที่ลงมาโปรดจากสวรรค์ก็ไม่ปาน มือเรียวเล็กพนมเข้าหากันและจรดลงกราบแทบเท้าของผู้มีพระคุณ เส้นผมยาวสลวยพลิ้วสยายลงไปคลุกฝุ่นจนเปรอะเปื้อน ในใจนั้นเต้นตุบๆ ด้วยความปลาบปลื้มอย่างล้นเหลือ

“ฉันน่ะอิจฉาป้านวลจังเลยที่ได้หลานกตัญญูรู้คุณอย่างหนูแก้วแบบนี้” หม่อมสร้อยฟ้าหันไปส่งยิ้มหวานให้กับหญิงชรา แล้วจึงหันกลับมาหาดอกแก้ว “รักษาความกตัญญูและความดีเช่นนี้ไว้นะหนูแก้ว ชีวิตในภายหน้าจะได้เจริญยิ่งขึ้น”

ดอกแก้วยิ้มรับในคำสอน “แก้วสัญญาเจ้าค่ะหม่อมท่าน...”

จากนั้นหม่อมสร้อยฟ้าก็ขอตัวกลับ โดยก่อนไปได้บอกสองป้าหลานไว้ว่าพรุ่งนี้จะให้คนของวังแสงจันทร์มารับ ทั้งป้านวลและดอกแก้วต่างตื่นเต้นและดีใจ ที่จะได้เข้าไปอยู่ในสถานที่อันยิ่งใหญ่อย่างวังแสงจันทร์ของราชสกุลเทพวรกานต์

ณ ห้องโถงของวังแสงจันทร์ในตอนเย็น...

“หม่อมแม่ว่าอะไรนะครับ!!??”

พลวัชรเลิกคิ้วสูงพร้อมกับอุทานเสียงดังสะท้าน เมื่อรู้ความประสงค์ของผู้เป็นมารดาที่จะรับป้านวลและดอกแก้วเข้ามาอยู่ในวัง

“เสียงดังไปได้ชายวัชรนี่” นางเอ็ดบุตรชายเบาๆ

“แล้วมันใช่เรื่องไหมล่ะครับที่หม่อมแม่จะต้องไปรับอุปการะสองคนนั่น” หม่อมราชวงศ์หนุ่มทำสีหน้าตึงเครียด

“แม่สงสารเขาน่ะชายวัชร ผู้หญิงแก่ๆ กับเด็กสาวคนหนึ่งอยู่ด้วยกันในกระท่อมผุๆ ถ้าชายไปเห็นชายก็ต้องทำเหมือนแม่”

ประโยคนั้นเหมือนดั่งท่อนเหล็กที่หนักหลายกิโลร่วงหล่นลงมากระแทกศีรษะของเขาเต็มแรง!

“ชายไม่ว่านะครับถ้าหม่อมแม่จะมีเมตตาหรือช่วยเหลือคนยากคนจน แต่ต้องดูด้วยว่าใครเป็นอะไรและมีนิสัยยังไงบ้าง ไม่ใช่จะรับเข้ามาอยู่ในวังง่ายๆ แบบนี้” คนที่พยายามค้านหัวชนฝาได้แต่ถอนหายใจออกมาแรงๆ

“แม่ดูดีแล้ว...” หม่อมสร้อยฟ้าพยายามพูดอย่างใจเย็น และก็รู้ดีว่าพลวัชรคงต้องไม่เห็นด้วยแน่ๆ

“ดูดียังไงครับ” พลวัชรหรี่ตาลงแคบๆ เหยียดปากหยันๆ “ผู้หญิงคนนั้นพิษสงเยอะจะตาย หม่อมแม่ยังไม่รู้อะไรต่างหาก”

“ดอกแก้วเขาเป็นเด็กดี รู้จักกตัญญูรู้คุณ ช่วยป้าทำมาหากินตั้งแต่เล็กจนโต ไม่เหมือนคนวัยเดียวกันที่เอาแต่เที่ยวเล่น แต่งเนื้อแต่งตัวฉาบฉวยสวยงามไปวันๆ”

หม่อมราชวงศ์หนุ่มขบกรามแน่นด้วยกิริยาฮึดฮัดราวกับถูกไฟสุมไหม้ในอก โดยเฉพาะยามที่ผู้เป็นมารดาเอ่ยชมดอกแก้วให้ได้ยิน ก็ยิ่งระคายหูและเพิ่มความเกลียดขี้หน้ายัยเด็กสุดแสบนั่นมากขึ้นเป็นทวีคูณ

“ยังไงพรุ่งนี้ฝากชายวัชรเป็นธุระไปรับสองคนนั้นให้แม่หน่อยนะ”

คำไหว้วานของผู้เป็นแม่ยิ่งทำให้พลวัชรหน้าคว่ำไปกันใหญ่

“ทำไมต้องเป็นชายที่ไปรับสองคนนั้นด้วยครับ” เขาสบถออกมาด้วยความหงุดหงิด

“เฮ้อ...ชายวัชรนี่ก็นะ จะมีอคติอะไรกับหนูแก้วเขานักหนา”

หม่อมสร้อยฟ้าได้แต่ส่ายหน้าระอาใจกับคำพูดของคนเป็นลูก ซึ่งในหัวนั้นมีแต่เรื่องจงเกลียดจงชังดอกแก้วไม่มีที่สิ้นสุด

“ชายเปล่าครับ” คิ้วดกเป็นปื้นขมวดเข้าหากันจนชิดแน่น “แต่สักวันหม่อมแม่จะได้เห็นความร้ายกาจของยัยเด็กนั่นเอง” ว่าแล้วร่างสง่างามก็สะบัดไหล่พรืด เดินลงส้นหนักๆ ไปยังศาลาไม้ที่อยู่หน้าวังทันที สักพักก็มีเสียงตะโกนร้องเรียกหาจ้อนให้เอาไปป์และเครื่องดื่มออกไปบริการ

พลวัชรนั่งไขว่ห้างดูดไปป์ที่ม้าหินอ่อนควันโขมง พลางครุ่นคิดถึงวิธีการที่จะกลั่นแกล้งดอกแก้วเพื่อไม่ให้หญิงสาวทนอยู่ในวังนี้ได้นานนัก

“แล้วฉันจะคอยดูว่าเธอกับฉันใครมันจะอดทนได้มากกว่ากัน”

หม่อมราชวงศ์หนุ่มมีรอยยิ้มเยาะหยันตรงมุมปาก เมื่อพอจะคิดแผนการบางอย่างเอาไว้ต้อนรับหญิงสาวเต็มอัตราศึก!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 82 จบบริบูรณ์

    “คุณชายถามตรงๆ แบบนี้ จะให้เรไรตอบว่าอย่างไรดีล่ะคะ” เรไรพูดเขินๆ“ผมมาที่นี่ในวันนี้ก็เพราะเรื่องนี้ล่ะครับพี่ชายวัชร ผมกับคุณเรไรมีเรื่องจะมาปรึกษาหม่อมป้า”“เรื่องอะไรเหรอชายรุจ” พลวัชรเอ่ยถาม แต่ดูจากสีหน้ายิ้มแย้มของหม่อมราชวงศ์หนุ่มผู้น้องก็พอจะเดาอะไรต่อมิอะไรออก“ผมกับคุณเรไรตกลงว่าจะแต่งงานกันน่ะครับ” พันธวุธเป็นฝ่ายบอก เพราะเรไรนั้นเอาแต่ยิ้มอายๆ บิดตัวไปมาจนม้วนอยู่คนเดียว“จริงหรือคะพี่เรไร!” ดอกแก้วอุทานขึ้น แล้วรีบขยับเข้าไปจับมือของพี่สาวเอาไว้มั่น“จริงจ้ะแก้ว” เรไรตอบยิ้มๆ“แก้วดีใจด้วยนะคะ”“พี่เองก็ดีใจกับแก้วด้วยที่กำลังจะมีหลานตัวน้อยให้พี่” เรไรคลี่ยิ้มสดใสก่อนจะหันไปทางพลวัชรและพันธวุธ “คุณชายทั้งสองคุยกันไปก่อนนะคะ เรไรขอตัวไปคุยกับแก้วตามประสาผู้หญิงสักครู่”“เชิญตามสบายเลยครับ” พลวัชรเอ่ยปากอนุญาต จากนั้นเรไรจึงจูงมือดอกแก้วไปทางสวนดอกไม้ของวังแสงจันทร์ ซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยต้นดอกแก้วที่พลวัชรสั่งให้ปลูกเพิ่มเติมจนพิศไปทางไหนก็เห็นแต่ใบสีเขียวขจีและดอกสีขาวนวลตายิ่งนัก“คุณชายคงจะรักแก้วมากนะถึงได้ปลูกต้นดอกแก้วไว้ทั่ววังแบบนี้” เรไรหันมาคุยกับน้องสาวตัวเองหลั

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 81

    “ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเด็กน้อยลิงทโมนจะสวยได้ถึงขนาดนี้”“แน่ะ” ดอกแก้วอมยิ้มจนแก้มเต็มย้วย “แก้วไม่ได้เป็นลิงทโมนสักหน่อย”“ตอนนั้นน่ะใช่เลยล่ะ ลิงทโมนแสนดื้อชัดๆ แต่ตอนนี้โตเป็นสาวแล้ว แถมยังสวยอีกต่างหาก และที่สำคัญเป็นเมียฉันด้วย”คำพูดดังกล่าวทำเอาคนเป็นเจ้าสาวช้อนตามองอย่างอายๆ“ผ่านไปไม่เท่าไหร่เองนะคะ”“มันเหมือนผ่านมานานมากเลย อาจจะเป็นเพราะเธออยู่ในหัวใจของฉันตั้งแต่ตอนนั้นเลยกระมัง ฉันจึงรู้สึกว่าเราเป็นของกันและกันมานานแล้ว”“คุณชายพูดแบบลิเกกับเขาก็เป็นด้วย” หญิงสาวเอ่ยปากล้อเลียนเจ้าบ่าวของตัวเอง“ใครว่าล่ะ ฉันพูดจริงต่างหาก” น้ำเสียงของพลวัชรเต็มไปด้วยความนุ่มนวล ก่อนจะใช้สายตาตัวเองตอกตรึงคนร่างเล็กเอาไว้ “แก้วจ๊ะ...”“คะ...”“ฉันรักเธอนะ” หม่อมราชวงศ์หนุ่มเอ่ยเสียงอ่อนโยนพาฝัน “แล้วเธอล่ะรักฉันหรือเปล่า”“แก้วก็รักคุณชายค่ะ”คราวนี้ดอกแก้วบอกอย่างไม่อาย เพราะไม่มีอุปสรรคหรือข้อห้ามใดๆ ที่เธอจะต้องปิดกั้นความรู้สึกของตัวเองอีกต่อไปแล้ว“ถ้าอย่างนั้นเป็นของฉันนะแก้ว...”“คุณชายบ้า...พูดอะไรก็ไม่รู้...” ใบหน้าสวยหวานแดงแปร๊ดขึ้นทันที“บ้าตรงไหนกัน” พลวัชรยั่วเย้าด้วยรอ

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 80

    “ป้าเต็มใจและยินดีที่จะรับหนูแก้วเป็นลูกสะใภ้จ้ะ” หม่อมสร้อยฟ้าเอ่ยขึ้นบ้าง“เพราะฉะนั้นห้ามหนีไปไหน ยังไงวันนี้เธอก็ต้องแต่งงานกับฉัน”พลวัชรพูดเป็นเชิงข่มขู่ แต่น้ำเสียงและแววตาที่มองมายังเจ้าสาวนั้นเต็มไปด้วยความนุ่มนวลลึกซึ้ง จนพวงแก้มของดอกแก้วแดงซ่านราวกับลูกตะขบที่สุกงอมเต็มที่“คนเจ้าเล่ห์...” หญิงสาวพึมพำเบาๆ “...คุณชายหลอกแก้ว”“ถ้าไม่ทำแบบนี้มีหรือคนแสนดื้ออย่างเธอจะยอมง่ายๆ” มือใหญ่หนาเอื้อมมาจับมือเรียวบางของดอกแก้วเข้าไปกระชับไว้แล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกอีกครั้ง “แต่งงานกับฉันนะดอกแก้ว ฉันรักเธอนะ”ดอกแก้วมองบุรุษตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ ว่าตอนนี้เธอกำลังนั่งเคียงข้างคนที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาโดยตลอดในฐานะเจ้าสาว และที่สำคัญเขาประกาศต่อหน้าทุกคนว่า ‘เขารักเธอ’ หญิงสาวบอกตัวเองว่า ตอนนี้คงจะไม่สามารถปฏิเสธหรือหนีพ้นจากสถานการณ์นี้ไปได้อีกแล้ว เพราะฉะนั้นเธอคงจะตอบอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจาก...“แต่งก็แต่งสิคะ แก้วไม่ได้ห้ามคุณชายเสียหน่อย”เสียงเฮดังขึ้นเมื่อดอกแก้วพูดประโยคดังกล่าวจบ จากนั้นพิธีการในตอนเช้าก็เริ่มขึ้นอย่างชื่นมื่นจนกระทั่งจบลงด้วยพิธีเรียกขวัญและผูกข้อม

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 79

    อีกสองวันต่อมาพลวัชรก็ได้รับอนุญาตจากหมอให้กลับไปพักฟื้นต่อที่วังได้ คนงานและบ่าวไพร่ในวังแสงจันทร์ทั้งหลายต่างยิ้มแย้มอย่างดีใจที่เห็นคุณชายของพวกเขามีอาการดีขึ้นตามลำดับ ทุกคนจึงช่วยกันตระเตรียมงานมงคลซึ่งจะมีขึ้นในเร็ววันนี้ด้วยความขยันขันแข็ง และในขณะเดียวกันกำหนดวันลาพักร้อนของพันธวุธก็ใกล้จะหมดลง เขาจึงไปที่คุ้มเดือนดาราเพื่อลาดอกแก้วและเรไรก่อนจะเดินทางกลับพระนคร“ผมมาลากลับน่ะครับแก้ว...คุณเรไร...”“แล้วจะมาอีกเมื่อไหร่คะคุณชายรุจ” ดอกแก้วเอ่ยถามพันธวุธจึงได้แต่ทำหน้าเศร้าๆ เหมือนเด็กน้อยขาดความรัก“คงจะมาตอนงานแต่งพี่ชายวัชรกับคุณเรไรน่ะครับ กลับไปคราวนี้คงคิดถึงที่นี่น่าดู”“เอาไว้เจอกันใหม่นะคะคุณชายรุจ...” สองสาวเอ่ยลาหม่อมราชวงศ์หนุ่ม“แน่นอนครับ ผมต้องกลับมาที่นี่อยู่แล้ว ถ้าเช่นนั้นผมขอตัวลากลับพระนครเลยนะครับ”หลังจากเอ่ยลาสองสาวแสนสวยแห่งคุ้มเดือนดาราเสร็จ พันธวุธก็เดินไปที่รถเก๋งคันหรูของตัวเองโดยมีเรไรเดินไปส่ง ทั้งสองยืนคุยกันต่อครู่หนึ่งก่อนที่พันธวุธจะขึ้นรถและขับออกจากคุ้มเดือนดารามุ่งหน้าสู่พระนคร“คุณชายรุจกลับไปแล้วหรือคะพี่เรไร” ดอกแก้วเอ่ยถามหลังจากที่เห็น

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 78

    เช้าวันรุ่งขึ้นเรไรชวนดอกแก้วมาเยี่ยมคุณชายพลวัชรแต่เช้า โดยที่เรไรขับรถมาเอง เมื่อมาถึงโรงพยาบาลคนเป็นพี่ก็เอ่ยขอตัวไปเข้าห้องน้ำและบอกให้ดอกแก้วล่วงหน้าไปก่อน หญิงสาวจึงมายืนเก้ๆ กังๆ ตรงหน้าห้องที่พลวัชรพักฟื้นอยู่เพียงลำพัง ครั้นจะผลักประตูเข้าไปก็ไม่กล้า เลยตัดสินใจยืนรอเรไรอยู่ที่หน้าห้อง ขณะนั้นเองประตูห้องก็ถูกเปิดออกมาจากข้างใน คนที่เปิดออกมาคือจ้อน เมื่อจ้อนเจอหญิงสาวจึงเอ่ยทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ถึงแม้จะยังดูสะลึมสะลือเพราะเพิ่งจะตื่นนอนใหม่ๆ อยู่บ้างก็ตาม“อ้าว...คุณแก้วมาเยี่ยมคุณชายหรือครับ”“พี่จ้อนบอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าให้เรียกแก้วเฉยๆ” ดอกแก้วมองค้อนๆ ทำให้จ้อนฉีกยิ้มแฉ่งและยกมือขึ้นเกาหัวแบบเขินๆ“ให้พี่เรียกแบบนี้เถอะนะครับ สบายใจกว่ากันตั้งเยอะ ว่าแต่จะเข้าไปเยี่ยมคุณชายเลยไหมครับ”“แก้วว่าจะรอพี่เรไรก่อนน่ะจ้ะ”“เข้าเลยครับคุณแก้ว คุณชายยังไม่ตื่นหรอก ไปนั่งรอข้างในดีกว่า พี่จะได้ฝากคุณแก้วให้ดูคุณชายแทนครู่หนึ่ง พอดีพี่จะไปเข้าห้องน้ำนะครับ รู้สึกปวดท้อง” จ้อนพูดพร้อมกับยิ้มแห้งๆ ขณะเอามือกุมไว้ที่ท้องและก้นของตัวเอง“อย่างนั้นก็ได้จ้ะ พี่จ้อนไปห้องน้ำเถอะ แก้

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 77

    “อย่าทำอะไรฉันนะไอ้บ้า!”“อย่านะ!”ทั้งดอกแก้วและหม่อมสร้อยฟ้าต่างก็ร้องระงม แต่ไอ้เชิดกลับไม่ฟัง มันยังคงตั้งหน้าตั้งตาแก้มัดเชือกต่อไป ในขณะที่วิรัญญาและมะขามต่างยืนกอดอกมองด้วยความพอใจทันทีที่ดอกแก้วเป็นอิสระ ไอ้เชิดก็ขยับเข้าไปจะช้อนอุ้มเอาร่างอรชร หากทว่าดอกแก้วอาศัยความว่องไวและวิชาป้องกันตัวที่มีอยู่บ้าง แย่งเอาปืนที่เหน็บอยู่ในขอบกางเกงของไอ้เชิดมาไว้ในมือได้ เธอเล็งปลายกระบอกปืนไปที่โจรชั่ว ดวงตาจ้องมองเขม็ง“ถ้าแกเข้ามาฉันยิงแกแน่” ดอกแก้วขู่เสียงแข็ง“ไม่เอาน่าคนสวย” ไอ้เชิดยังยิ้มกว้างและไม่มีทีท่าว่าจะกลัวดอกแก้วแต่อย่างใด มันทำท่าจะย่างสามขุมเข้าหา หญิงสาวจึงยิงปืนขึ้นด้านบนหนึ่งนัดปัง!เสียงปืนและท่าทางที่เอาจริงของดอกแก้วทำให้ไอ้เชิดและลูกน้องของมันรีบถอยร่นไป“ปล่อยหม่อมท่านเดี๋ยวนี้” ดอกแก้วหันไปทางวิรัญญา แต่สาวสวยโสภายังคงยิ้มเยือนก่อนจะล้วงเอาปืนออกจากกระเป๋าถือแล้วจ่อไปที่ขมับของหม่อมสร้อยฟ้า“เธอนั่นแหละที่ต้องวางปืน ไม่อย่างนั้นฉันจะฆ่าหม่อมสร้อยฟ้าเดี๋ยวนี้”คำขู่ของวิรัญญาทำให้ดอกแก้วมีท่าทีละล้าละลังขึ้นมาทันที“ฉันบอกให้วางปืนลง!” วิรัญญาตะคอกลั่น พลางเหน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status