Share

บทที่ 7

last update Last Updated: 2026-01-07 19:46:22

วันแล้ววันเล่าที่ดวงอาทิตย์ยังคงแผ่รัศมีในตอนเช้า แล้วจึงค่อยๆ ลับเหลี่ยมอัสดงลงในตอนเย็นเพื่อหลบทางให้บรรดาเหล่าเดือนดาราขึ้นมาทำหน้าที่แทน เฉกเช่นดั่งดอกแก้วที่ยังคงมีวิถีชีวิตตามเดิม

โดยในแต่ละวันนั้นหญิงสาวจะต้องรีบเก็บผักบุ้งเพื่อเอาไปขายยังตลาด บางวันก็ขายดี บางวันก็เหลือ ความอดอยากแร้นแค้นเป็นสิ่งที่คุ้นชินอยู่ทุกวัน แต่เธอก็ไม่เคยคิดจะรังเกียจวิถีชีวิตแบบนี้ เพราะอย่างน้อยก็มีป้านวลที่รักเสมือนแม่คอยดูแลอยู่เสมอ

เย็นนั้นท้องฟ้ามืดครึ้ม มีเมฆก้อนใหญ่ตระหง่านกำลังเกาะกลุ่มกัน ก่อนจะค่อยๆ ลอยต่ำลงมาและแปรเปลี่ยนเป็นสีดำทะมึน สักพักเม็ดฝนก็เทกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา ผักบุ้งของดอกแก้วยังคงกองอยู่ในจำนวนที่ไม่ต่างจากเดิมมากนัก เพราะผู้คนที่มาจับจ่ายซื้อของในตลาดวันนี้ดูจะบางตากว่ายามปกติ

“กลับเถอะแก้ว มืดค่ำแล้ว” ป้านวลหันมาบอกหลานสาวที่ตั้งหน้าตั้งตารอคนมาซื้อผักบุ้งของตัวเอง

“แต่เรายังขายไม่หมดเลยนะจ๊ะป้า”

“ไม่มีคนซื้อแล้วล่ะ วันหลังค่อยมากันใหม่”

จากนั้นสองป้าหลานก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือเก็บข้าวของให้เข้าที่เข้าทาง แล้วเดินตากฝนที่ยังคงตกพรำไปตามถนนขรุขระเล็กๆ ซึ่งเป็นทางกลับกระท่อมน้อย

แต่ทว่าเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อจู่ๆ ป้านวลก็หวีดร้องออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

“โอ๊ยยย!!!”

ร่างของหญิงสูงวัยทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นเหมือนต้นไม้ถูกโค่น ทำเอาดอกแก้วตกใจก่อนจะละล่ำละลักถามผู้เป็นป้าด้วยน้ำเสียงตื่นๆ

“ป้าเป็นอะไรจ๊ะ???”

“เจ็บ...สงสัยงูจะกัดขา...”

คำบอกเล่าดังกล่าวยิ่งทำให้ดอกแก้วหน้าซีดเผือดไปกว่าเดิม หญิงสาวรีบนั่งลงใกล้ๆ ผู้เป็นป้า พลางพยายามเพ่งสายตาไปยังบริเวณขาซึ่งถูกมือเหี่ยวย่นกุมเอาไว้อย่างเจ็บปวด แสงฟ้าที่แลบเป็นระยะทำให้ดอกแก้วพอมองเห็นรอยเขี้ยวของสัตว์มีพิษชนิดนั้นได้ถนัด มือเรียวเล็กรีบฉีกชายเสื้อของตัวเองออกแล้วรัดรึงไว้เหนือบริเวณปากแผลอย่างที่ป้านวลเคยพร่ำสอน...

“เดี๋ยวแก้วจะพาป้าไปหาหมอนะจ๊ะ” หลานสาวพยายามประคองร่างอวบท้วมของป้านวลให้ลุกขึ้น แต่ความปวดร้าวและมึนชาจากพิษงูที่เริ่มวิ่งไปตามกระแสเลือด ทำให้ป้านวลไม่สามารถจะขยับตัวได้อย่างถนัดนัก

“ป้าเจ็บมากเลยแก้ว...ป้าขยับขาไม่ได้...” เสียงของหญิงวัยชราที่เคยหนักแน่นบัดนี้เริ่มแผ่วเบาพร้อมกับดวงตาเริ่มพร่าเลือน

“ป้าจ๋า...ทำใจดีๆ ไว้นะจ๊ะ เดี๋ยวแก้วจะไปตามคนมาช่วย”

ร่างบอบบางดีดตัวลุกขึ้นยืนหันรีหันขวางอย่างทำอะไรไม่ถูก ในขณะที่ปากยังคงตะโกนร้องเรียกขอความช่วยเหลือออกไปอยู่ตลอดเวลา

“ช่วยด้วยจ้ะ! ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยที!”

น้ำตาของดอกแก้วแตกพรูออกมาแทบจะหมดหวัง แต่แล้วก็เหมือนฟ้ามาโปรด เมื่อมีชาวบ้านสองคนในละแวกนั้นเดินผ่านมาพอดี

“ช่วยด้วยจ้า! ช่วยด้วย! มีคนถูกงูกัด!” หญิงสาวรีบส่งเสียงเรียกทันที

“ป้าของเอ็งเป็นอะไรหรือวะนังแก้ว” ลุงมรซึ่งเป็นพ่อค้าขายปลาในตลาดเอ่ยถามขึ้น ขณะย่อกายลงดูอาการของป้านวล

“ป้าของแก้วถูกงูกัดจ้ะลุง”

“หาาา!” ชายสูงวัยอุทานด้วยความตกใจ “ไอ้โข่ง เอ็งไปดูซิมันเลื้อยไปไกลหรือยัง ถ้าเจอ... เอ็งตีมันให้ตายแล้วเอาไปโรงหมอดูด้วยนะเว้ย!” ลุงมรหันไปสั่งหลานชาย

เด็กหนุ่มพยักหน้า แล้วรีบเดินสวบๆ ใช้ไม้ยาวๆ เขี่ยที่พงหญ้าข้างทางแถวนั้น สักพักงูตัวเขื่องสีดำเมี่ยมก็ค่อยๆ เลื้อยหนีออกไปจากพงหญ้าเมื่อได้ยินเสียงของผู้บุกรุก โข่งจึงไม่รีรอที่จะใช้ไม้ฟาดตุบตับระรัวใส่เจ้าอสรพิษร้าย จนมันดิ้นตายคาที่

“ฮือๆ ป้าจ๋า...ป้าทำใจดีๆ ไว้นะ...” ดอกแก้วทั้งปลอบผู้เป็นป้าและปลอบตัวเอง

แล้วหญิงสาวก็รู้สึกขอบคุณสวรรค์อีกครั้ง เมื่อแลเห็นแสงไฟจากหน้ารถคันหนึ่งสาดส่องมาแต่ไกล ร่างแน่งน้อยจึงรีบวิ่งไปโบกไม้โบกมือทำสัญญาณเพื่อขอความช่วยเหลืออย่างว่องไว รถคันนั้นค่อยๆ ชะลอความเร็วลงก่อนจะจอดสนิท

“ลงไปดูซิสม ใครเป็นอะไร?” หม่อมสร้อยฟ้าซึ่งนั่งอยู่เบาะหลังสั่งคนขับรถ

“ขอรับหม่อม” นายสมรับคำแล้วรีบก้าวลงมาดูทันที

“ช่วยด้วยจ้ะ! ช่วยด้วย!” ดอกแก้วพูดไปด้วยหอบหายใจไปด้วย

“เป็นอะไรเหรอจ๊ะแม่หนู”

“ป้าหนูโดนงูกัด ช่วยด้วยค่ะ”

ได้ยินเช่นนั้นนายสมก็รีบเข้าไปประคองร่างของป้านวลมาขึ้นรถ โดยมีลุงมรช่วยอีกแรง ดอกแก้ววิ่งตาม ริมฝีปากสั่นระริก ดวงตาแสบแสนและแดงก่ำไปด้วยหยาดน้ำตาที่ร่วงเผาะๆ

“ออกรถเลยสม” หม่อมสร้อยฟ้าบอกก่อนจะดึงร่างของดอกแก้วมากอดปลอบอย่างไม่นึกรังเกียจ

รถยนต์คันหรูแล่นไปถึงโรงพยาบาล ป้านวลถูกส่งถึงมือหมอและถูกพาไปรักษาในห้องฉุกเฉินทันที ร่างบางของดอกแก้วเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยความเป็นกังวล ในใจเฝ้าภาวนาให้คุณพระคุณเจ้าช่วยคุ้มครอง เพราะป้านวลเปรียบเสมือนทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต

“ใจเย็นๆ นะหนูแก้ว ป้าของหนูต้องไม่เป็นอะไร” เสียงเอื้ออาทรของหม่อมสร้อยฟ้าเอ่ยปลอบเป็นระยะ

“แก้วเป็นห่วงป้าเจ้าค่ะหม่อมท่าน ถ้าป้าเป็นอะไรไปแก้วไม่รู้จะอยู่ยังไง...” ดอกแก้วพูดด้วยน้ำเสียงขึ้นจมูก สักพักก็ร้องไห้โฮออกมาอีกครั้ง

“มานี่มะหนูแก้ว” หม่อมสร้อยฟ้าเรียกพลางอ้าแขนรับ

ดอกแก้วเข้าไปซุกในอ้อมอกของหญิงผู้สูงศักดิ์อย่างเสียขวัญ แขนทั้งสองกระชับแน่นแล้วพิงหน้าซบลงเพื่อบรรเทาอาการร้องไห้

หม่อมสร้อยฟ้าได้แต่มองดวงตาที่แสนเศร้าสร้อยเหมือนลูกแมวป่วยของคนที่อยู่ในอ้อมกอดด้วยความเวทนา

เวลาผ่านไปนานเกือบชั่วโมง หมอก็เดินออกมาจากห้องรักษา...

“อาการของป้าหนูเป็นอย่างไรบ้างคะคุณหมอ” ดอกแก้วปรี่เข้าไปสอบถามอย่างร้อนใจ

“ปลอดภัยแล้วนะครับ โชคดีที่มาโรงพยาบาลทันและได้ตัวงูมาด้วยไม่งั้นคงแย่แน่ๆ”

“ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ ขอบคุณจริงๆ” เสียงหวานพูดระคนสะอื้น

“คืนนี้หมอคงต้องให้คนไข้นอนที่โรงพยาบาลก่อน” หมอแจ้งอาการผู้ป่วย

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะมาเยี่ยมใหม่นะหนูแก้ว”

หม่อมสร้อยฟ้าหันมาบอกพร้อมกับยื่นมือเข้าไปกระชับดวงหน้านวลแฉล้มด้วยท่าทีอ่อนโยน สัมผัสนั้นทำให้ดอกแก้วตื้นตันใจจนสุดจะพรรณนา...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 82 จบบริบูรณ์

    “คุณชายถามตรงๆ แบบนี้ จะให้เรไรตอบว่าอย่างไรดีล่ะคะ” เรไรพูดเขินๆ“ผมมาที่นี่ในวันนี้ก็เพราะเรื่องนี้ล่ะครับพี่ชายวัชร ผมกับคุณเรไรมีเรื่องจะมาปรึกษาหม่อมป้า”“เรื่องอะไรเหรอชายรุจ” พลวัชรเอ่ยถาม แต่ดูจากสีหน้ายิ้มแย้มของหม่อมราชวงศ์หนุ่มผู้น้องก็พอจะเดาอะไรต่อมิอะไรออก“ผมกับคุณเรไรตกลงว่าจะแต่งงานกันน่ะครับ” พันธวุธเป็นฝ่ายบอก เพราะเรไรนั้นเอาแต่ยิ้มอายๆ บิดตัวไปมาจนม้วนอยู่คนเดียว“จริงหรือคะพี่เรไร!” ดอกแก้วอุทานขึ้น แล้วรีบขยับเข้าไปจับมือของพี่สาวเอาไว้มั่น“จริงจ้ะแก้ว” เรไรตอบยิ้มๆ“แก้วดีใจด้วยนะคะ”“พี่เองก็ดีใจกับแก้วด้วยที่กำลังจะมีหลานตัวน้อยให้พี่” เรไรคลี่ยิ้มสดใสก่อนจะหันไปทางพลวัชรและพันธวุธ “คุณชายทั้งสองคุยกันไปก่อนนะคะ เรไรขอตัวไปคุยกับแก้วตามประสาผู้หญิงสักครู่”“เชิญตามสบายเลยครับ” พลวัชรเอ่ยปากอนุญาต จากนั้นเรไรจึงจูงมือดอกแก้วไปทางสวนดอกไม้ของวังแสงจันทร์ ซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยต้นดอกแก้วที่พลวัชรสั่งให้ปลูกเพิ่มเติมจนพิศไปทางไหนก็เห็นแต่ใบสีเขียวขจีและดอกสีขาวนวลตายิ่งนัก“คุณชายคงจะรักแก้วมากนะถึงได้ปลูกต้นดอกแก้วไว้ทั่ววังแบบนี้” เรไรหันมาคุยกับน้องสาวตัวเองหลั

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 81

    “ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเด็กน้อยลิงทโมนจะสวยได้ถึงขนาดนี้”“แน่ะ” ดอกแก้วอมยิ้มจนแก้มเต็มย้วย “แก้วไม่ได้เป็นลิงทโมนสักหน่อย”“ตอนนั้นน่ะใช่เลยล่ะ ลิงทโมนแสนดื้อชัดๆ แต่ตอนนี้โตเป็นสาวแล้ว แถมยังสวยอีกต่างหาก และที่สำคัญเป็นเมียฉันด้วย”คำพูดดังกล่าวทำเอาคนเป็นเจ้าสาวช้อนตามองอย่างอายๆ“ผ่านไปไม่เท่าไหร่เองนะคะ”“มันเหมือนผ่านมานานมากเลย อาจจะเป็นเพราะเธออยู่ในหัวใจของฉันตั้งแต่ตอนนั้นเลยกระมัง ฉันจึงรู้สึกว่าเราเป็นของกันและกันมานานแล้ว”“คุณชายพูดแบบลิเกกับเขาก็เป็นด้วย” หญิงสาวเอ่ยปากล้อเลียนเจ้าบ่าวของตัวเอง“ใครว่าล่ะ ฉันพูดจริงต่างหาก” น้ำเสียงของพลวัชรเต็มไปด้วยความนุ่มนวล ก่อนจะใช้สายตาตัวเองตอกตรึงคนร่างเล็กเอาไว้ “แก้วจ๊ะ...”“คะ...”“ฉันรักเธอนะ” หม่อมราชวงศ์หนุ่มเอ่ยเสียงอ่อนโยนพาฝัน “แล้วเธอล่ะรักฉันหรือเปล่า”“แก้วก็รักคุณชายค่ะ”คราวนี้ดอกแก้วบอกอย่างไม่อาย เพราะไม่มีอุปสรรคหรือข้อห้ามใดๆ ที่เธอจะต้องปิดกั้นความรู้สึกของตัวเองอีกต่อไปแล้ว“ถ้าอย่างนั้นเป็นของฉันนะแก้ว...”“คุณชายบ้า...พูดอะไรก็ไม่รู้...” ใบหน้าสวยหวานแดงแปร๊ดขึ้นทันที“บ้าตรงไหนกัน” พลวัชรยั่วเย้าด้วยรอ

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 80

    “ป้าเต็มใจและยินดีที่จะรับหนูแก้วเป็นลูกสะใภ้จ้ะ” หม่อมสร้อยฟ้าเอ่ยขึ้นบ้าง“เพราะฉะนั้นห้ามหนีไปไหน ยังไงวันนี้เธอก็ต้องแต่งงานกับฉัน”พลวัชรพูดเป็นเชิงข่มขู่ แต่น้ำเสียงและแววตาที่มองมายังเจ้าสาวนั้นเต็มไปด้วยความนุ่มนวลลึกซึ้ง จนพวงแก้มของดอกแก้วแดงซ่านราวกับลูกตะขบที่สุกงอมเต็มที่“คนเจ้าเล่ห์...” หญิงสาวพึมพำเบาๆ “...คุณชายหลอกแก้ว”“ถ้าไม่ทำแบบนี้มีหรือคนแสนดื้ออย่างเธอจะยอมง่ายๆ” มือใหญ่หนาเอื้อมมาจับมือเรียวบางของดอกแก้วเข้าไปกระชับไว้แล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกอีกครั้ง “แต่งงานกับฉันนะดอกแก้ว ฉันรักเธอนะ”ดอกแก้วมองบุรุษตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ ว่าตอนนี้เธอกำลังนั่งเคียงข้างคนที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาโดยตลอดในฐานะเจ้าสาว และที่สำคัญเขาประกาศต่อหน้าทุกคนว่า ‘เขารักเธอ’ หญิงสาวบอกตัวเองว่า ตอนนี้คงจะไม่สามารถปฏิเสธหรือหนีพ้นจากสถานการณ์นี้ไปได้อีกแล้ว เพราะฉะนั้นเธอคงจะตอบอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจาก...“แต่งก็แต่งสิคะ แก้วไม่ได้ห้ามคุณชายเสียหน่อย”เสียงเฮดังขึ้นเมื่อดอกแก้วพูดประโยคดังกล่าวจบ จากนั้นพิธีการในตอนเช้าก็เริ่มขึ้นอย่างชื่นมื่นจนกระทั่งจบลงด้วยพิธีเรียกขวัญและผูกข้อม

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 79

    อีกสองวันต่อมาพลวัชรก็ได้รับอนุญาตจากหมอให้กลับไปพักฟื้นต่อที่วังได้ คนงานและบ่าวไพร่ในวังแสงจันทร์ทั้งหลายต่างยิ้มแย้มอย่างดีใจที่เห็นคุณชายของพวกเขามีอาการดีขึ้นตามลำดับ ทุกคนจึงช่วยกันตระเตรียมงานมงคลซึ่งจะมีขึ้นในเร็ววันนี้ด้วยความขยันขันแข็ง และในขณะเดียวกันกำหนดวันลาพักร้อนของพันธวุธก็ใกล้จะหมดลง เขาจึงไปที่คุ้มเดือนดาราเพื่อลาดอกแก้วและเรไรก่อนจะเดินทางกลับพระนคร“ผมมาลากลับน่ะครับแก้ว...คุณเรไร...”“แล้วจะมาอีกเมื่อไหร่คะคุณชายรุจ” ดอกแก้วเอ่ยถามพันธวุธจึงได้แต่ทำหน้าเศร้าๆ เหมือนเด็กน้อยขาดความรัก“คงจะมาตอนงานแต่งพี่ชายวัชรกับคุณเรไรน่ะครับ กลับไปคราวนี้คงคิดถึงที่นี่น่าดู”“เอาไว้เจอกันใหม่นะคะคุณชายรุจ...” สองสาวเอ่ยลาหม่อมราชวงศ์หนุ่ม“แน่นอนครับ ผมต้องกลับมาที่นี่อยู่แล้ว ถ้าเช่นนั้นผมขอตัวลากลับพระนครเลยนะครับ”หลังจากเอ่ยลาสองสาวแสนสวยแห่งคุ้มเดือนดาราเสร็จ พันธวุธก็เดินไปที่รถเก๋งคันหรูของตัวเองโดยมีเรไรเดินไปส่ง ทั้งสองยืนคุยกันต่อครู่หนึ่งก่อนที่พันธวุธจะขึ้นรถและขับออกจากคุ้มเดือนดารามุ่งหน้าสู่พระนคร“คุณชายรุจกลับไปแล้วหรือคะพี่เรไร” ดอกแก้วเอ่ยถามหลังจากที่เห็น

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 78

    เช้าวันรุ่งขึ้นเรไรชวนดอกแก้วมาเยี่ยมคุณชายพลวัชรแต่เช้า โดยที่เรไรขับรถมาเอง เมื่อมาถึงโรงพยาบาลคนเป็นพี่ก็เอ่ยขอตัวไปเข้าห้องน้ำและบอกให้ดอกแก้วล่วงหน้าไปก่อน หญิงสาวจึงมายืนเก้ๆ กังๆ ตรงหน้าห้องที่พลวัชรพักฟื้นอยู่เพียงลำพัง ครั้นจะผลักประตูเข้าไปก็ไม่กล้า เลยตัดสินใจยืนรอเรไรอยู่ที่หน้าห้อง ขณะนั้นเองประตูห้องก็ถูกเปิดออกมาจากข้างใน คนที่เปิดออกมาคือจ้อน เมื่อจ้อนเจอหญิงสาวจึงเอ่ยทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ถึงแม้จะยังดูสะลึมสะลือเพราะเพิ่งจะตื่นนอนใหม่ๆ อยู่บ้างก็ตาม“อ้าว...คุณแก้วมาเยี่ยมคุณชายหรือครับ”“พี่จ้อนบอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าให้เรียกแก้วเฉยๆ” ดอกแก้วมองค้อนๆ ทำให้จ้อนฉีกยิ้มแฉ่งและยกมือขึ้นเกาหัวแบบเขินๆ“ให้พี่เรียกแบบนี้เถอะนะครับ สบายใจกว่ากันตั้งเยอะ ว่าแต่จะเข้าไปเยี่ยมคุณชายเลยไหมครับ”“แก้วว่าจะรอพี่เรไรก่อนน่ะจ้ะ”“เข้าเลยครับคุณแก้ว คุณชายยังไม่ตื่นหรอก ไปนั่งรอข้างในดีกว่า พี่จะได้ฝากคุณแก้วให้ดูคุณชายแทนครู่หนึ่ง พอดีพี่จะไปเข้าห้องน้ำนะครับ รู้สึกปวดท้อง” จ้อนพูดพร้อมกับยิ้มแห้งๆ ขณะเอามือกุมไว้ที่ท้องและก้นของตัวเอง“อย่างนั้นก็ได้จ้ะ พี่จ้อนไปห้องน้ำเถอะ แก้

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 77

    “อย่าทำอะไรฉันนะไอ้บ้า!”“อย่านะ!”ทั้งดอกแก้วและหม่อมสร้อยฟ้าต่างก็ร้องระงม แต่ไอ้เชิดกลับไม่ฟัง มันยังคงตั้งหน้าตั้งตาแก้มัดเชือกต่อไป ในขณะที่วิรัญญาและมะขามต่างยืนกอดอกมองด้วยความพอใจทันทีที่ดอกแก้วเป็นอิสระ ไอ้เชิดก็ขยับเข้าไปจะช้อนอุ้มเอาร่างอรชร หากทว่าดอกแก้วอาศัยความว่องไวและวิชาป้องกันตัวที่มีอยู่บ้าง แย่งเอาปืนที่เหน็บอยู่ในขอบกางเกงของไอ้เชิดมาไว้ในมือได้ เธอเล็งปลายกระบอกปืนไปที่โจรชั่ว ดวงตาจ้องมองเขม็ง“ถ้าแกเข้ามาฉันยิงแกแน่” ดอกแก้วขู่เสียงแข็ง“ไม่เอาน่าคนสวย” ไอ้เชิดยังยิ้มกว้างและไม่มีทีท่าว่าจะกลัวดอกแก้วแต่อย่างใด มันทำท่าจะย่างสามขุมเข้าหา หญิงสาวจึงยิงปืนขึ้นด้านบนหนึ่งนัดปัง!เสียงปืนและท่าทางที่เอาจริงของดอกแก้วทำให้ไอ้เชิดและลูกน้องของมันรีบถอยร่นไป“ปล่อยหม่อมท่านเดี๋ยวนี้” ดอกแก้วหันไปทางวิรัญญา แต่สาวสวยโสภายังคงยิ้มเยือนก่อนจะล้วงเอาปืนออกจากกระเป๋าถือแล้วจ่อไปที่ขมับของหม่อมสร้อยฟ้า“เธอนั่นแหละที่ต้องวางปืน ไม่อย่างนั้นฉันจะฆ่าหม่อมสร้อยฟ้าเดี๋ยวนี้”คำขู่ของวิรัญญาทำให้ดอกแก้วมีท่าทีละล้าละลังขึ้นมาทันที“ฉันบอกให้วางปืนลง!” วิรัญญาตะคอกลั่น พลางเหน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status