Share

บทที่ 7

last update Tanggal publikasi: 2026-01-07 19:46:22

วันแล้ววันเล่าที่ดวงอาทิตย์ยังคงแผ่รัศมีในตอนเช้า แล้วจึงค่อยๆ ลับเหลี่ยมอัสดงลงในตอนเย็นเพื่อหลบทางให้บรรดาเหล่าเดือนดาราขึ้นมาทำหน้าที่แทน เฉกเช่นดั่งดอกแก้วที่ยังคงมีวิถีชีวิตตามเดิม

โดยในแต่ละวันนั้นหญิงสาวจะต้องรีบเก็บผักบุ้งเพื่อเอาไปขายยังตลาด บางวันก็ขายดี บางวันก็เหลือ ความอดอยากแร้นแค้นเป็นสิ่งที่คุ้นชินอยู่ทุกวัน แต่เธอก็ไม่เคยคิดจะรังเกียจวิถีชีวิตแบบนี้ เพราะอย่างน้อยก็มีป้านวลที่รักเสมือนแม่คอยดูแลอยู่เสมอ

เย็นนั้นท้องฟ้ามืดครึ้ม มีเมฆก้อนใหญ่ตระหง่านกำลังเกาะกลุ่มกัน ก่อนจะค่อยๆ ลอยต่ำลงมาและแปรเปลี่ยนเป็นสีดำทะมึน สักพักเม็ดฝนก็เทกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา ผักบุ้งของดอกแก้วยังคงกองอยู่ในจำนวนที่ไม่ต่างจากเดิมมากนัก เพราะผู้คนที่มาจับจ่ายซื้อของในตลาดวันนี้ดูจะบางตากว่ายามปกติ

“กลับเถอะแก้ว มืดค่ำแล้ว” ป้านวลหันมาบอกหลานสาวที่ตั้งหน้าตั้งตารอคนมาซื้อผักบุ้งของตัวเอง

“แต่เรายังขายไม่หมดเลยนะจ๊ะป้า”

“ไม่มีคนซื้อแล้วล่ะ วันหลังค่อยมากันใหม่”

จากนั้นสองป้าหลานก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือเก็บข้าวของให้เข้าที่เข้าทาง แล้วเดินตากฝนที่ยังคงตกพรำไปตามถนนขรุขระเล็กๆ ซึ่งเป็นทางกลับกระท่อมน้อย

แต่ทว่าเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อจู่ๆ ป้านวลก็หวีดร้องออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

“โอ๊ยยย!!!”

ร่างของหญิงสูงวัยทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นเหมือนต้นไม้ถูกโค่น ทำเอาดอกแก้วตกใจก่อนจะละล่ำละลักถามผู้เป็นป้าด้วยน้ำเสียงตื่นๆ

“ป้าเป็นอะไรจ๊ะ???”

“เจ็บ...สงสัยงูจะกัดขา...”

คำบอกเล่าดังกล่าวยิ่งทำให้ดอกแก้วหน้าซีดเผือดไปกว่าเดิม หญิงสาวรีบนั่งลงใกล้ๆ ผู้เป็นป้า พลางพยายามเพ่งสายตาไปยังบริเวณขาซึ่งถูกมือเหี่ยวย่นกุมเอาไว้อย่างเจ็บปวด แสงฟ้าที่แลบเป็นระยะทำให้ดอกแก้วพอมองเห็นรอยเขี้ยวของสัตว์มีพิษชนิดนั้นได้ถนัด มือเรียวเล็กรีบฉีกชายเสื้อของตัวเองออกแล้วรัดรึงไว้เหนือบริเวณปากแผลอย่างที่ป้านวลเคยพร่ำสอน...

“เดี๋ยวแก้วจะพาป้าไปหาหมอนะจ๊ะ” หลานสาวพยายามประคองร่างอวบท้วมของป้านวลให้ลุกขึ้น แต่ความปวดร้าวและมึนชาจากพิษงูที่เริ่มวิ่งไปตามกระแสเลือด ทำให้ป้านวลไม่สามารถจะขยับตัวได้อย่างถนัดนัก

“ป้าเจ็บมากเลยแก้ว...ป้าขยับขาไม่ได้...” เสียงของหญิงวัยชราที่เคยหนักแน่นบัดนี้เริ่มแผ่วเบาพร้อมกับดวงตาเริ่มพร่าเลือน

“ป้าจ๋า...ทำใจดีๆ ไว้นะจ๊ะ เดี๋ยวแก้วจะไปตามคนมาช่วย”

ร่างบอบบางดีดตัวลุกขึ้นยืนหันรีหันขวางอย่างทำอะไรไม่ถูก ในขณะที่ปากยังคงตะโกนร้องเรียกขอความช่วยเหลือออกไปอยู่ตลอดเวลา

“ช่วยด้วยจ้ะ! ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยที!”

น้ำตาของดอกแก้วแตกพรูออกมาแทบจะหมดหวัง แต่แล้วก็เหมือนฟ้ามาโปรด เมื่อมีชาวบ้านสองคนในละแวกนั้นเดินผ่านมาพอดี

“ช่วยด้วยจ้า! ช่วยด้วย! มีคนถูกงูกัด!” หญิงสาวรีบส่งเสียงเรียกทันที

“ป้าของเอ็งเป็นอะไรหรือวะนังแก้ว” ลุงมรซึ่งเป็นพ่อค้าขายปลาในตลาดเอ่ยถามขึ้น ขณะย่อกายลงดูอาการของป้านวล

“ป้าของแก้วถูกงูกัดจ้ะลุง”

“หาาา!” ชายสูงวัยอุทานด้วยความตกใจ “ไอ้โข่ง เอ็งไปดูซิมันเลื้อยไปไกลหรือยัง ถ้าเจอ... เอ็งตีมันให้ตายแล้วเอาไปโรงหมอดูด้วยนะเว้ย!” ลุงมรหันไปสั่งหลานชาย

เด็กหนุ่มพยักหน้า แล้วรีบเดินสวบๆ ใช้ไม้ยาวๆ เขี่ยที่พงหญ้าข้างทางแถวนั้น สักพักงูตัวเขื่องสีดำเมี่ยมก็ค่อยๆ เลื้อยหนีออกไปจากพงหญ้าเมื่อได้ยินเสียงของผู้บุกรุก โข่งจึงไม่รีรอที่จะใช้ไม้ฟาดตุบตับระรัวใส่เจ้าอสรพิษร้าย จนมันดิ้นตายคาที่

“ฮือๆ ป้าจ๋า...ป้าทำใจดีๆ ไว้นะ...” ดอกแก้วทั้งปลอบผู้เป็นป้าและปลอบตัวเอง

แล้วหญิงสาวก็รู้สึกขอบคุณสวรรค์อีกครั้ง เมื่อแลเห็นแสงไฟจากหน้ารถคันหนึ่งสาดส่องมาแต่ไกล ร่างแน่งน้อยจึงรีบวิ่งไปโบกไม้โบกมือทำสัญญาณเพื่อขอความช่วยเหลืออย่างว่องไว รถคันนั้นค่อยๆ ชะลอความเร็วลงก่อนจะจอดสนิท

“ลงไปดูซิสม ใครเป็นอะไร?” หม่อมสร้อยฟ้าซึ่งนั่งอยู่เบาะหลังสั่งคนขับรถ

“ขอรับหม่อม” นายสมรับคำแล้วรีบก้าวลงมาดูทันที

“ช่วยด้วยจ้ะ! ช่วยด้วย!” ดอกแก้วพูดไปด้วยหอบหายใจไปด้วย

“เป็นอะไรเหรอจ๊ะแม่หนู”

“ป้าหนูโดนงูกัด ช่วยด้วยค่ะ”

ได้ยินเช่นนั้นนายสมก็รีบเข้าไปประคองร่างของป้านวลมาขึ้นรถ โดยมีลุงมรช่วยอีกแรง ดอกแก้ววิ่งตาม ริมฝีปากสั่นระริก ดวงตาแสบแสนและแดงก่ำไปด้วยหยาดน้ำตาที่ร่วงเผาะๆ

“ออกรถเลยสม” หม่อมสร้อยฟ้าบอกก่อนจะดึงร่างของดอกแก้วมากอดปลอบอย่างไม่นึกรังเกียจ

รถยนต์คันหรูแล่นไปถึงโรงพยาบาล ป้านวลถูกส่งถึงมือหมอและถูกพาไปรักษาในห้องฉุกเฉินทันที ร่างบางของดอกแก้วเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยความเป็นกังวล ในใจเฝ้าภาวนาให้คุณพระคุณเจ้าช่วยคุ้มครอง เพราะป้านวลเปรียบเสมือนทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต

“ใจเย็นๆ นะหนูแก้ว ป้าของหนูต้องไม่เป็นอะไร” เสียงเอื้ออาทรของหม่อมสร้อยฟ้าเอ่ยปลอบเป็นระยะ

“แก้วเป็นห่วงป้าเจ้าค่ะหม่อมท่าน ถ้าป้าเป็นอะไรไปแก้วไม่รู้จะอยู่ยังไง...” ดอกแก้วพูดด้วยน้ำเสียงขึ้นจมูก สักพักก็ร้องไห้โฮออกมาอีกครั้ง

“มานี่มะหนูแก้ว” หม่อมสร้อยฟ้าเรียกพลางอ้าแขนรับ

ดอกแก้วเข้าไปซุกในอ้อมอกของหญิงผู้สูงศักดิ์อย่างเสียขวัญ แขนทั้งสองกระชับแน่นแล้วพิงหน้าซบลงเพื่อบรรเทาอาการร้องไห้

หม่อมสร้อยฟ้าได้แต่มองดวงตาที่แสนเศร้าสร้อยเหมือนลูกแมวป่วยของคนที่อยู่ในอ้อมกอดด้วยความเวทนา

เวลาผ่านไปนานเกือบชั่วโมง หมอก็เดินออกมาจากห้องรักษา...

“อาการของป้าหนูเป็นอย่างไรบ้างคะคุณหมอ” ดอกแก้วปรี่เข้าไปสอบถามอย่างร้อนใจ

“ปลอดภัยแล้วนะครับ โชคดีที่มาโรงพยาบาลทันและได้ตัวงูมาด้วยไม่งั้นคงแย่แน่ๆ”

“ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ ขอบคุณจริงๆ” เสียงหวานพูดระคนสะอื้น

“คืนนี้หมอคงต้องให้คนไข้นอนที่โรงพยาบาลก่อน” หมอแจ้งอาการผู้ป่วย

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะมาเยี่ยมใหม่นะหนูแก้ว”

หม่อมสร้อยฟ้าหันมาบอกพร้อมกับยื่นมือเข้าไปกระชับดวงหน้านวลแฉล้มด้วยท่าทีอ่อนโยน สัมผัสนั้นทำให้ดอกแก้วตื้นตันใจจนสุดจะพรรณนา...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 82 จบบริบูรณ์

    “คุณชายถามตรงๆ แบบนี้ จะให้เรไรตอบว่าอย่างไรดีล่ะคะ” เรไรพูดเขินๆ“ผมมาที่นี่ในวันนี้ก็เพราะเรื่องนี้ล่ะครับพี่ชายวัชร ผมกับคุณเรไรมีเรื่องจะมาปรึกษาหม่อมป้า”“เรื่องอะไรเหรอชายรุจ” พลวัชรเอ่ยถาม แต่ดูจากสีหน้ายิ้มแย้มของหม่อมราชวงศ์หนุ่มผู้น้องก็พอจะเดาอะไรต่อมิอะไรออก“ผมกับคุณเรไรตกลงว่าจะแต่งงานกันน่ะครับ” พันธวุธเป็นฝ่ายบอก เพราะเรไรนั้นเอาแต่ยิ้มอายๆ บิดตัวไปมาจนม้วนอยู่คนเดียว“จริงหรือคะพี่เรไร!” ดอกแก้วอุทานขึ้น แล้วรีบขยับเข้าไปจับมือของพี่สาวเอาไว้มั่น“จริงจ้ะแก้ว” เรไรตอบยิ้มๆ“แก้วดีใจด้วยนะคะ”“พี่เองก็ดีใจกับแก้วด้วยที่กำลังจะมีหลานตัวน้อยให้พี่” เรไรคลี่ยิ้มสดใสก่อนจะหันไปทางพลวัชรและพันธวุธ “คุณชายทั้งสองคุยกันไปก่อนนะคะ เรไรขอตัวไปคุยกับแก้วตามประสาผู้หญิงสักครู่”“เชิญตามสบายเลยครับ” พลวัชรเอ่ยปากอนุญาต จากนั้นเรไรจึงจูงมือดอกแก้วไปทางสวนดอกไม้ของวังแสงจันทร์ ซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยต้นดอกแก้วที่พลวัชรสั่งให้ปลูกเพิ่มเติมจนพิศไปทางไหนก็เห็นแต่ใบสีเขียวขจีและดอกสีขาวนวลตายิ่งนัก“คุณชายคงจะรักแก้วมากนะถึงได้ปลูกต้นดอกแก้วไว้ทั่ววังแบบนี้” เรไรหันมาคุยกับน้องสาวตัวเองหลั

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 81

    “ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเด็กน้อยลิงทโมนจะสวยได้ถึงขนาดนี้”“แน่ะ” ดอกแก้วอมยิ้มจนแก้มเต็มย้วย “แก้วไม่ได้เป็นลิงทโมนสักหน่อย”“ตอนนั้นน่ะใช่เลยล่ะ ลิงทโมนแสนดื้อชัดๆ แต่ตอนนี้โตเป็นสาวแล้ว แถมยังสวยอีกต่างหาก และที่สำคัญเป็นเมียฉันด้วย”คำพูดดังกล่าวทำเอาคนเป็นเจ้าสาวช้อนตามองอย่างอายๆ“ผ่านไปไม่เท่าไหร่เองนะคะ”“มันเหมือนผ่านมานานมากเลย อาจจะเป็นเพราะเธออยู่ในหัวใจของฉันตั้งแต่ตอนนั้นเลยกระมัง ฉันจึงรู้สึกว่าเราเป็นของกันและกันมานานแล้ว”“คุณชายพูดแบบลิเกกับเขาก็เป็นด้วย” หญิงสาวเอ่ยปากล้อเลียนเจ้าบ่าวของตัวเอง“ใครว่าล่ะ ฉันพูดจริงต่างหาก” น้ำเสียงของพลวัชรเต็มไปด้วยความนุ่มนวล ก่อนจะใช้สายตาตัวเองตอกตรึงคนร่างเล็กเอาไว้ “แก้วจ๊ะ...”“คะ...”“ฉันรักเธอนะ” หม่อมราชวงศ์หนุ่มเอ่ยเสียงอ่อนโยนพาฝัน “แล้วเธอล่ะรักฉันหรือเปล่า”“แก้วก็รักคุณชายค่ะ”คราวนี้ดอกแก้วบอกอย่างไม่อาย เพราะไม่มีอุปสรรคหรือข้อห้ามใดๆ ที่เธอจะต้องปิดกั้นความรู้สึกของตัวเองอีกต่อไปแล้ว“ถ้าอย่างนั้นเป็นของฉันนะแก้ว...”“คุณชายบ้า...พูดอะไรก็ไม่รู้...” ใบหน้าสวยหวานแดงแปร๊ดขึ้นทันที“บ้าตรงไหนกัน” พลวัชรยั่วเย้าด้วยรอ

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 80

    “ป้าเต็มใจและยินดีที่จะรับหนูแก้วเป็นลูกสะใภ้จ้ะ” หม่อมสร้อยฟ้าเอ่ยขึ้นบ้าง“เพราะฉะนั้นห้ามหนีไปไหน ยังไงวันนี้เธอก็ต้องแต่งงานกับฉัน”พลวัชรพูดเป็นเชิงข่มขู่ แต่น้ำเสียงและแววตาที่มองมายังเจ้าสาวนั้นเต็มไปด้วยความนุ่มนวลลึกซึ้ง จนพวงแก้มของดอกแก้วแดงซ่านราวกับลูกตะขบที่สุกงอมเต็มที่“คนเจ้าเล่ห์...” หญิงสาวพึมพำเบาๆ “...คุณชายหลอกแก้ว”“ถ้าไม่ทำแบบนี้มีหรือคนแสนดื้ออย่างเธอจะยอมง่ายๆ” มือใหญ่หนาเอื้อมมาจับมือเรียวบางของดอกแก้วเข้าไปกระชับไว้แล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกอีกครั้ง “แต่งงานกับฉันนะดอกแก้ว ฉันรักเธอนะ”ดอกแก้วมองบุรุษตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ ว่าตอนนี้เธอกำลังนั่งเคียงข้างคนที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาโดยตลอดในฐานะเจ้าสาว และที่สำคัญเขาประกาศต่อหน้าทุกคนว่า ‘เขารักเธอ’ หญิงสาวบอกตัวเองว่า ตอนนี้คงจะไม่สามารถปฏิเสธหรือหนีพ้นจากสถานการณ์นี้ไปได้อีกแล้ว เพราะฉะนั้นเธอคงจะตอบอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจาก...“แต่งก็แต่งสิคะ แก้วไม่ได้ห้ามคุณชายเสียหน่อย”เสียงเฮดังขึ้นเมื่อดอกแก้วพูดประโยคดังกล่าวจบ จากนั้นพิธีการในตอนเช้าก็เริ่มขึ้นอย่างชื่นมื่นจนกระทั่งจบลงด้วยพิธีเรียกขวัญและผูกข้อม

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 79

    อีกสองวันต่อมาพลวัชรก็ได้รับอนุญาตจากหมอให้กลับไปพักฟื้นต่อที่วังได้ คนงานและบ่าวไพร่ในวังแสงจันทร์ทั้งหลายต่างยิ้มแย้มอย่างดีใจที่เห็นคุณชายของพวกเขามีอาการดีขึ้นตามลำดับ ทุกคนจึงช่วยกันตระเตรียมงานมงคลซึ่งจะมีขึ้นในเร็ววันนี้ด้วยความขยันขันแข็ง และในขณะเดียวกันกำหนดวันลาพักร้อนของพันธวุธก็ใกล้จะหมดลง เขาจึงไปที่คุ้มเดือนดาราเพื่อลาดอกแก้วและเรไรก่อนจะเดินทางกลับพระนคร“ผมมาลากลับน่ะครับแก้ว...คุณเรไร...”“แล้วจะมาอีกเมื่อไหร่คะคุณชายรุจ” ดอกแก้วเอ่ยถามพันธวุธจึงได้แต่ทำหน้าเศร้าๆ เหมือนเด็กน้อยขาดความรัก“คงจะมาตอนงานแต่งพี่ชายวัชรกับคุณเรไรน่ะครับ กลับไปคราวนี้คงคิดถึงที่นี่น่าดู”“เอาไว้เจอกันใหม่นะคะคุณชายรุจ...” สองสาวเอ่ยลาหม่อมราชวงศ์หนุ่ม“แน่นอนครับ ผมต้องกลับมาที่นี่อยู่แล้ว ถ้าเช่นนั้นผมขอตัวลากลับพระนครเลยนะครับ”หลังจากเอ่ยลาสองสาวแสนสวยแห่งคุ้มเดือนดาราเสร็จ พันธวุธก็เดินไปที่รถเก๋งคันหรูของตัวเองโดยมีเรไรเดินไปส่ง ทั้งสองยืนคุยกันต่อครู่หนึ่งก่อนที่พันธวุธจะขึ้นรถและขับออกจากคุ้มเดือนดารามุ่งหน้าสู่พระนคร“คุณชายรุจกลับไปแล้วหรือคะพี่เรไร” ดอกแก้วเอ่ยถามหลังจากที่เห็น

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 78

    เช้าวันรุ่งขึ้นเรไรชวนดอกแก้วมาเยี่ยมคุณชายพลวัชรแต่เช้า โดยที่เรไรขับรถมาเอง เมื่อมาถึงโรงพยาบาลคนเป็นพี่ก็เอ่ยขอตัวไปเข้าห้องน้ำและบอกให้ดอกแก้วล่วงหน้าไปก่อน หญิงสาวจึงมายืนเก้ๆ กังๆ ตรงหน้าห้องที่พลวัชรพักฟื้นอยู่เพียงลำพัง ครั้นจะผลักประตูเข้าไปก็ไม่กล้า เลยตัดสินใจยืนรอเรไรอยู่ที่หน้าห้อง ขณะนั้นเองประตูห้องก็ถูกเปิดออกมาจากข้างใน คนที่เปิดออกมาคือจ้อน เมื่อจ้อนเจอหญิงสาวจึงเอ่ยทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ถึงแม้จะยังดูสะลึมสะลือเพราะเพิ่งจะตื่นนอนใหม่ๆ อยู่บ้างก็ตาม“อ้าว...คุณแก้วมาเยี่ยมคุณชายหรือครับ”“พี่จ้อนบอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าให้เรียกแก้วเฉยๆ” ดอกแก้วมองค้อนๆ ทำให้จ้อนฉีกยิ้มแฉ่งและยกมือขึ้นเกาหัวแบบเขินๆ“ให้พี่เรียกแบบนี้เถอะนะครับ สบายใจกว่ากันตั้งเยอะ ว่าแต่จะเข้าไปเยี่ยมคุณชายเลยไหมครับ”“แก้วว่าจะรอพี่เรไรก่อนน่ะจ้ะ”“เข้าเลยครับคุณแก้ว คุณชายยังไม่ตื่นหรอก ไปนั่งรอข้างในดีกว่า พี่จะได้ฝากคุณแก้วให้ดูคุณชายแทนครู่หนึ่ง พอดีพี่จะไปเข้าห้องน้ำนะครับ รู้สึกปวดท้อง” จ้อนพูดพร้อมกับยิ้มแห้งๆ ขณะเอามือกุมไว้ที่ท้องและก้นของตัวเอง“อย่างนั้นก็ได้จ้ะ พี่จ้อนไปห้องน้ำเถอะ แก้

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 77

    “อย่าทำอะไรฉันนะไอ้บ้า!”“อย่านะ!”ทั้งดอกแก้วและหม่อมสร้อยฟ้าต่างก็ร้องระงม แต่ไอ้เชิดกลับไม่ฟัง มันยังคงตั้งหน้าตั้งตาแก้มัดเชือกต่อไป ในขณะที่วิรัญญาและมะขามต่างยืนกอดอกมองด้วยความพอใจทันทีที่ดอกแก้วเป็นอิสระ ไอ้เชิดก็ขยับเข้าไปจะช้อนอุ้มเอาร่างอรชร หากทว่าดอกแก้วอาศัยความว่องไวและวิชาป้องกันตัวที่มีอยู่บ้าง แย่งเอาปืนที่เหน็บอยู่ในขอบกางเกงของไอ้เชิดมาไว้ในมือได้ เธอเล็งปลายกระบอกปืนไปที่โจรชั่ว ดวงตาจ้องมองเขม็ง“ถ้าแกเข้ามาฉันยิงแกแน่” ดอกแก้วขู่เสียงแข็ง“ไม่เอาน่าคนสวย” ไอ้เชิดยังยิ้มกว้างและไม่มีทีท่าว่าจะกลัวดอกแก้วแต่อย่างใด มันทำท่าจะย่างสามขุมเข้าหา หญิงสาวจึงยิงปืนขึ้นด้านบนหนึ่งนัดปัง!เสียงปืนและท่าทางที่เอาจริงของดอกแก้วทำให้ไอ้เชิดและลูกน้องของมันรีบถอยร่นไป“ปล่อยหม่อมท่านเดี๋ยวนี้” ดอกแก้วหันไปทางวิรัญญา แต่สาวสวยโสภายังคงยิ้มเยือนก่อนจะล้วงเอาปืนออกจากกระเป๋าถือแล้วจ่อไปที่ขมับของหม่อมสร้อยฟ้า“เธอนั่นแหละที่ต้องวางปืน ไม่อย่างนั้นฉันจะฆ่าหม่อมสร้อยฟ้าเดี๋ยวนี้”คำขู่ของวิรัญญาทำให้ดอกแก้วมีท่าทีละล้าละลังขึ้นมาทันที“ฉันบอกให้วางปืนลง!” วิรัญญาตะคอกลั่น พลางเหน

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 75

    หม่อมราชวงศ์หนุ่มชวนเรไรออกไปจากที่กำบังหลังฝนหยุดตกแล้ว จากนั้นเขาก็หาฟืนและใบไม้แห้งที่มีหลงเหลืออยู่ตามซอกหินต่างๆ มาจัดการก่อไฟ“หนาวมากไหมครับ”“ก็นิดหน่อยค่ะ” หญิงสาวคลี่ยิ้มบางๆ“มาผิงไฟกันครับ คุณเรไรจะได้ไม่หนาว”เรไรพยักหน้าหงึกๆ พลางขยับเข้าไปใกล้กับกองไฟ ส่วนพันธวุธนั้นถอดเสื้อของตัวเอง

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 74

    ที่กระท่อมร้างแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่กลางป่า หม่อมสร้อยฟ้ากับดอกแก้วถูกจับมัดมือมัดเท้าแล้วมัดติดกับเก้าอี้ไม้เก่าๆ อีกที ทั้งสองถูกกลุ่มคนร้ายที่ดักอยู่กลางทางพามาที่นี่โดยใช้กระสอบคลุมหน้าเอาไว้ จึงทำให้ทั้งหม่อมสร้อยฟ้าและดอกแก้วไม่รู้เลยว่าตอนนี้ตนเองอยู่ที่ไหน“ที่นี่ที่ไหน? แล้วพวกคุณเป็นใคร? ม

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 71

    “เรื่องอะไรมาว่าแก้วแบบนั้นคะ แก้วโตแล้วนะ”“โตแต่ตัวน่ะสิ ชอบคิดอะไรวุ่นวายไม่เข้าเรื่อง ฉันจะบอกอะไรให้นะเด็กดื้อ ความรักน่ะมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมหรือชนชั้นวรรณะหรอก แต่มันขึ้นอยู่กับคนสองคนต่างหาก” หม่อมราชวงศ์หนุ่มพูดเหมือนผู้ใหญ่ที่กำลังสอนเด็ก ก่อนจะวกเข้าเรื่องเดิมที่ตนเองอยากรู้นัก

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 69

    “คุณชายใกล้จะกลับพระนครหรือยังคะ” หญิงสาวเอ่ยถามขณะทั้งสองเดินเคียงข้างกันไปตามพื้นหญ้า ซึ่งรายล้อมด้วยต้นดอกแก้วหลายต้นที่กำลังออกดอกขาวสะพรั่งงามตายิ่งนัก“ทำไมครับแก้ว เบื่อผมแล้วหรือ?”ศีรษะเล็กๆ ได้รูปรีบส่ายดิกไปมาทันที “เปล่านะคะ แก้วไม่กล้าคิดแบบนั้นหรอกค่ะ เพียงแต่แก้วเกรงว่าพระนครจะเงียบเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status