Beranda / โรแมนติก / เสน่หาผีเสื้อราตรี / บทที่ 7 เหยื่อรายที่สอง...สำส่อน - 25%

Share

บทที่ 7 เหยื่อรายที่สอง...สำส่อน - 25%

last update Tanggal publikasi: 2024-11-10 11:30:36

“กรี๊ดด!”

ช่อมาลีกรีดร้องสุดเสียงด้วยความตระหนก หญิงสาวเผลอก้มหน้าลงซุกกับต้นแขนของพชรอย่างลืมตัวพลางหลับตาแน่น ไม่กล้าลืมตาขึ้นมอง ร่างสั่นเทิ้มราวกับคนจับไข้

ในขณะที่ชายหนุ่มถึงกับยืนอึ้งตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า สาบานได้ว่าไม่เคยพบเจออะไรที่น่าสยดสยองเช่นนี้มาก่อน แม้จะมองไม่ค่อยชัดนักเพราะเงารถบดบังอยู่ แต่ร่างโชกเลือดและผมยาว ๆ ที่ปิดหน้าปิดตา มีเพียงดวงตาเบิกโพลงค้างเติ่งที่เล็ดลอดออกมาระหว่างเส้นผม เพียงเท่านั้น เขาก็รู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าร่างตรงหน้าไร้ลมหายใจแล้ว

“เกิดอะไรขึ้น!”

สารวัตรจุมพลวิ่งเข้ามาพร้อมกับภีมพลตรงที่พชรกับช่อมาลียืนอยู่ ภีมพลมองตามสายตาของเพื่อนแล้วเห็นศพตรงหน้าก็เบิกตาค้างด้วยความตกตะลึงทันทีเช่นกัน

พชรหลับตาลงพร้อมกับเบือนหน้าหนีเพราะไม่อยากให้ภาพติดตา แขนข้างหนึ่งยกขึ้นโอบหญิงสาวไว้หลวม ๆ ราวกับปลุกปลอบและปกป้องอยู่ในที เขาหันไปมองผู้จัดการแมทที่กำลังช็อกนั่งนิ่งทำตาโตปากคอสั่นอยู่กับพื้น คงให้คำตอบอะไรตอนนี้ไม่ได้แน่นอน จึงตัดสินใจตอบสารวัตรหนุ่มด้วยเสียงแผ่วสั่น

“ผมก็ไม่รู้ครับพี่ กำลังยืนคุยกับม็อทอยู่ สักพักก็ได้ยินเสียงแมทเขาร้องเสียงดัง พอหันไปมองก็เห็นเขาล้มลงนั่งกับพื้น ผมเลยวิ่งมาดู แล้วก็เจออย่างที่เห็นนี่แหละครับ”

“มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นวะเนี่ย”

ภีมพลสบถออกมาอย่างหัวเสีย สองครั้งติด ๆ กันที่มีคนตายที่คลับของเขา นี่ไม่น่าจะใช่เรื่องธรรมดาเสียแล้ว ชายหนุ่มทำใจกล้าเดินเข้าไปด้านหลังรถเพื่อต้องการดูศพใกล้ ๆ แล้วก็ต้องร้องเสียงดังออกมา

“เฮ้ย!” ภีมพลผงะถอยหลังออกมาจนชนเข้ากับสารวัตรหนุ่มที่เดินเข้าไปหาพอดี

“มีอะไรไอ้ภีม” จุมพลขมวดคิ้วสงสัยเมื่อเห็นน้องชายทำหน้าเหมือนปลาสำลักน้ำพร้อมกับชี้ไปที่ตัวศพ

“นะ...แนนนี่ พี่พล...ผู้หญิงคนนี้คือแนนนี่!”

ภีมพลกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความสงสารเห็นใจแล่นขึ้นมาจุกอยู่ตรงอกจนรู้สึกหายใจลำบาก ถึงแม้เธอจะเป็นแค่คู่นอนชั่วคราว แต่ความสนิทสนม เพราะเคยเจอหน้ากันบ่อย ๆ ก็ทำให้เขาอดรู้สึกใจหายไม่ได้ที่มีคนรู้จักใกล้ตัวต้องมาจบชีวิตลงอย่างน่าสยดสยองอย่างนี้

ร่างอันน่าสยดสยองนอนหงายกึ่งเปลือยท่อนบนแผ่อยู่บนพื้นด้านหลังรถคันหนึ่ง ที่ลำคอมีร่องรอยของการถูกรัดอย่างแรงจนเป็นจ้ำห้อเลือด รอยนั้นลึกเข้าไปในเนื้อ ใบหน้าเขียวคล้ำ ดวงตาเบิกโพลง ลิ้นจุกปาก บ่งบอกสถานะก่อนตายได้ดีว่าทรมานแค่ไหน นิ้วมือทั้งสิบนิ้วถลอกปอกเปิกจนเห็นรอยเลือดอยู่ที่ปลายนิ้วทุกนิ้ว ทำให้รู้ทันทีว่าก่อนตาย หญิงสาวคงนอนอยู่บนพื้นแล้วกระเสือกกระสนดิ้นรนยื้อยุดชีวิตของตนเองอย่างสุดกำลัง

สารวัตรหนุ่มนั่งยอง ๆ ใกล้กับศพโดยมีภีมพลเดินเข้ามายืนใกล้ ๆ ด้วย ทั้งสองหันหลังให้กับทุกคนที่ยืนอยู่ด้านหน้ารถพลางกวาดตามองไปที่มือขวาของศพ มีคราบสีเขียวของอะไรบางอย่างครูดติดอยู่ที่มือนั้น จุมพลจึงเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดไฟฉายเพื่อส่องดูให้ชัดกว่าเดิม

สารวัตรหนุ่มหยิบวัตถุสีเขียวขึ้นมาจากมือของศพแล้วเอามาส่องดูใกล้ ๆ ถึงได้รู้ว่ามันคือเศษใบไม้ จุมพลหันมองไปรอบ ๆ แต่ไม่พบว่ามีตรงไหนเลยที่มีต้นไม้ หรือต้นหญ้าอยู่จึงขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ

“แถวนี้มีต้นไม้ หรือหญ้าบ้างไหม” จุมพลเปิดปากถามขึ้นลอย ๆ ขณะที่สายตายังคงสำรวจร่างไร้วิญญาณตรงหน้า

“ตรงด้านหลังฝั่งนู้นครับพี่ ตรงนั้นมันจะเป็นที่ดูดบุหรี่ของพนักงาน มันจะเป็นลานหญ้าไม่กว้างเท่าไร”

พชรเป็นคนตอบคำถามนั้นพลางก้มลงมองคนหน้าซีดในอ้อมแขนด้วยความเป็นห่วง เขาลูบแขนช่อมาลีแล้วบีบเบา ๆ อย่างปลุกปลอบเมื่อเห็นว่าหญิงสาวตัวสั่นเล็กน้อย

สารวัตรหนุ่มพยักหน้าแล้วก้มลงสำรวจต่อ ตั้งแต่ลำคอลงมาจนถึงช่วงท้องมีรอยกรีดเป็นทางยาวราวกับเป็นลูกศรชี้นำสายตา รอยกรีดนั้นลากยาวลงไปจนผลุบหายเข้าไปในชุดเดรสที่คลุมปกปิดช่วงหน้าท้องเอาไว้ น่าแปลกที่ชุดถูกกรีดขาดออกมาตลอดแนวยาว แต่คนร้ายกลับเอาชุดนั้นมาคลุมทับลำตัวช่วงล่างเอาไว้ราวกับจงใจบอกตำแหน่งของอะไรบางอย่าง จุมพลไม่รอช้า เขาจัดการเลิกเดรสที่ถูกกรีดนั้นให้แบะออกไปด้านข้าง แล้วก็ต้องผงะกับข้อความที่ถูกเขียนด้วยปากกาเคมีสีน้ำเงินตรงท้องน้อย

...สำส่อน...

จุมพลนึกถึงเหตุฆาตกรรมคราวที่แล้วซึ่งมีปากกาเคมีเขียนประจานไว้ที่ตัวศพเหมือนกัน เพียงแต่ครั้งนี้ใช้คำที่ต่างออกไป ไม่ต้องสงสัยเลยว่าฆาตกรน่าจะเป็นคนเดียวกันแน่นอน

หลังจากตรวจสอบสภาพศพคร่าว ๆ แล้ว สารวัตรจุมพลจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปศพเอาไว้ทุกมุม แล้วจัดการดึงชุดที่ถูกกรีดขาดมาคลุมร่างให้ศพเพื่อไม่ให้ดูอุจาดตาเกินไปนัก จากนั้นจึงโทร. เรียกตำรวจที่อยู่เวรช่วงนั้นมาที่คลับโดยด่วน เมื่อสั่งงานเสร็จแล้วเขาก็เพ่งมองไปที่สภาพของศพอีกครั้ง ก่อนจะส่ายหน้าช้า ๆ

ฆาตกรรายนี้โหดเหี้ยมผิดมนุษย์...และที่สำคัญ มันเหยียบจมูกเขาถึงที่ แถมยังกล้าเอาศพมาไว้ตรงลานจอดรถของคลับทั้งที่มีความเสี่ยงสูงว่าจะมีคนมาพบ ถ้าให้เดา เขาว่าสถานที่ลงมือฆ่าจะต้องเป็นบริเวณที่พชรบอกว่าเป็นที่สูบบุหรี่ของพนักงานอย่างแน่นอน

“ขอผมแตะศพได้ไหมครับพี่พล ผมแค่...อยากจะปิดตาให้เขา”

ภีมพลพูดเสียงแผ่วพร้อมกับย่อตัวลงนั่งบนปลายเท้า พอจุมพลอนุญาต ชายหนุ่มจึงเอื้อมไปปิดดวงตาที่เบิกโพลงทั้งสองข้างให้ปิดสนิทลง

“คราวนี้ก็มีเขียนไว้อีกแล้ว”

ภีมพลเปรยขึ้นเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วถอยห่างออกมารวมกลุ่มกับคนอื่น ระหว่างนั้นว่านกับจิลสมาชิกในวงเดียวกับช่อมาลีเดินออกมาจากประตูด้านหลังของฝั่งพนักงานพอดี ทั้งสองคนทำหน้างุนงงเมื่อเห็นเจ้านายอยู่กันครบ และหนึ่งในนั้นก็โอบกอดนักร้องนำสาวของตนเองที่ยืนหน้าซีดตัวสั่นอยู่

“เฮ้ย! ม็อทเป็นอะไรวะ”

ว่านปรี่เข้ามาหาเพื่อนทันทีเพราะคิดว่าเพื่อนสาวถูกเจ้านายบังคับลวนลามเหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับที่ทำงานเก่า ทว่าพอมาถึงแล้วมองตามสายตาของทุกคนไปยังร่างไร้วิญญาณที่นอนอยู่บนพื้นก็ถึงกับร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ

“เหวอ! ใครวะเนี่ย เกิดอะไรขึ้นครับ”

ว่านหันไปถามผู้จัดการรูปหล่อที่ยืนนิ่งราวกับถูกสาป แต่ฝ่ายนั้นก็ได้แต่ส่ายหน้าซีดขาวไปมาราวกับไม่อยากรับรู้อะไรทั้งสิ้น

“คริสล่ะจิล” ช่อมาลีผละออกจากพชรแล้วเดินเข้าไปหาเพื่อนทั้งสองคนที่เดินเข้ามา จิลผงะไปเช่นกันเมื่อเห็นศพ ก่อนจะรีบหันมาตอบเพื่อน

“อ้าว...คริสมันไม่ได้อยู่กับแกหรือ นึกว่ามันเดินออกมาแล้วเสียอีก” พูดยังไม่ทันขาดคำ ร่างสูงใหญ่ของคนที่ถูกถามถึงก็เดินหิ้วกระเป๋ากีตาร์ออกมาจากประตูเดียวกันกับที่ว่านและจิลเพิ่งออกมา

“ผมรบกวนพวกคุณอย่าเพิ่งไปไหนนะครับ ขอผมคุยอะไรด้วยหน่อย”

สารวัตรจุมพลพูดขัดขึ้นเมื่อมองเห็นรถตำรวจ และรถของเจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานที่ตนโทร. เรียกกำลังเลี้ยวเข้ามาจอดพอดี เขาเดินตรงไปหาผู้ใต้บังคับบัญชาที่ลงจากรถมาแล้วพูดอะไรบางอย่าง พลางชี้ไปยังจุดที่บอกว่าเป็นโซนสำหรับสูบบุหรี่ของพนักงาน จากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ประมาณสี่คนเดินหิ้วอุปกรณ์ไปยังจุดที่สารวัตรชี้บอก ส่วนที่เหลือก็กระจายกำลังกันค้นหาหลักฐานที่คาดว่าน่าจะเกี่ยวกับรูปคดีโดยรอบ

สารวัตรหนุ่มเดินกลับเข้ามาอีกครั้ง เขาหันมองคนที่ยืนอยู่แล้วพยักหน้าให้ทุกคนเดินตามมาเพราะไม่อยากให้ไปรบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากทุกคนเป็นอย่างดี และเมื่อทุกคนเดินมาไกลจากจุดเกิดเหตุพอสมควรแล้ว จุมพลก็เริ่มทำงานของตนทันทีเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เสน่หาผีเสื้อราตรี   ตอนพิเศษ - 100%

    “ตอนนี้ที่คลับลูกค้าเยอะมากขึ้นกว่าแต่ก่อน เพราะระบบรักษาความปลอดภัย และการคัดกรองพนักงานที่เข้มงวดมากขึ้น ผู้จัดการคลับก็มีสองคน คนหนึ่งดูแล และแก้ปัญหาเกี่ยวกับลูกค้า อีกคนหนึ่งดูแลพนักงานทั้งหมด ฝ่ายบัญชี และจัดซื้อก็ยังใช้พนักงานชุดเก่า มีวงดนตรีที่มาเล่นประจำให้ที่คลับสามวงต่อสัปดาห์ ซึ่งวงบัตเตอร์ฟลายจะเล่นศุกร์เสาร์อาทิตย์เหมือนเดิม แต่เล่นแค่รอบเดียวคือรอบปิดท้าย ส่วนอีกรอบเราจะใช้นักดนตรีจากอีกวงหนึ่งมาเล่นให้ เท่ากับว่าในวันศุกร์เสาร์อาทิตย์จะมีวงดนตรีมาเล่นให้วันละสองวง”“ผมคิดว่าเราน่าจะเพิ่มบาร์ค็อกเทลนะพี่ จัดสักมุมหนึ่งของฮอลล์ มีบาร์เทนเดอร์หนุ่มหล่อสาวสวยเป็นคนผสมเครื่องดื่มให้ตามแต่ที่ลูกค้าต้องการเหมือนตามโรงแรมน่ะ”รชตเสนอความเห็นให้พี่ชาย เขาเคยไปที่คลับหลายครั้งแล้ว และเขาคิดว่าที่คลับควรจะต้องมีบาร์ค็อกเทลเหมือนเมืองนอก หรือตามโรงแรมใหญ่ ๆ เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับลูกค้า“อืม...ก็น่าสนใจนะ พี่ก็เคยคุยเรื่องการขยายพื้นที่ของซุสกับภีมมันเหมือนกัน เพราะได้ข่าวมาว่าผับที่อยู่ถัดไปจากซุสกำชังจะหมดสัญญาเช่าที่ พี่กับเจ้าภีมเลยคิดว่าจะไปเทก

  • เสน่หาผีเสื้อราตรี   ตอนพิเศษ - 50%

    สองปีต่อมาพชรนั่งคิ้วขมวดเป็นปมอยู่หน้าคอมพิวเตอร์พร้อมกับนิ้วมือที่กำลังคีย์ข้อความลงไปอย่างรัวเร็ว สลับกับการรื้อกองเอกสารที่ไร้ระเบียบตรงหน้าอย่างวุ่นวาย เขาจำไม่ได้แล้วว่านั่งอยู่ตรงนี้นานเท่าไรแล้ว รู้แต่ว่าเขาต้องจัดการเอกสารกองนี้ให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วสรุปทุกอย่างใส่ลงในเอ็กเซล เพื่อที่จะได้เอากลับไปทำต่อที่บ้านเขาไม่อยากแบกเอกสารหนาหนักพวกนี้กลับไปด้วย เพราะนอกจากเสี่ยงที่จะสูญหายแล้ว ช่อมาลีก็อาจทนไม่ได้จนต้องลงมือเข้ามาช่วยเขาจัดการกับพวกมันทั้งหมด ซึ่งเขาไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้น เธอเพิ่งคลอดบุตรชายคนแรกให้เขาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาอยากให้หญิงสาวพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูร่างกาย มากกว่าที่จะต้องมาทำงานให้เขาทั้งคู่เข้าพิธีแต่งงานด้วยกันเมื่อปีที่แล้ว และเลิกคุมกำเนิดด้วยการกินยาแต่หันมาใช้วิธีคุมกำเนิดแบบธรรมชาติแทน ตอนที่คุยกัน ช่อมาลียังไม่พร้อมจะตั้งครรภ์ เพราะอยากใช้ชีวิตอยู่กันสองคนแบบนี้ไปก่อน ซึ่งเขาเองก็เห็นด้วย ทั้งที่ตอนแรกเขาอยากมีลูกเร็ว ๆ ให้พ่อกับแม่ได้อุ้มหลานทว่าไม่นานนักความต้องการของเขาก็สัมฤทธิ์

  • เสน่หาผีเสื้อราตรี   บทส่งท้าย - 100%

    “ต้องยังงี้สิ ไปกันเถอะ” พชรโอบไหล่พาช่อมาลีเข้าไปในงาน ซึ่งการจัดงานนั้นเป็นแบบเปิดโล่งริมชายหาด รถสปอร์ต และยนตรกรรมสุดหรูจอดเรียงรายกันบนหาดทราย โดยมีพริตตี้สาวสวยในชุดบิกินีคาดช่วงล่างด้วยผ้าบาติกมัดย้อมคลุมจนถึงเข่าโดยมัดปมไว้ที่สะโพกอีกข้างหนึ่งเพื่ออวดเรียวขาวับแวมยืนให้คำอธิบายเกี่ยวกับสมรรถนะต่าง ๆ อยู่ข้างรถตลอดทั้งวันจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติแห่กันเข้ามาดูรถหรูไม่ขาดสาย บ้างก็มาเพื่อถ่ายรูปสาวสวยที่ยืนข้างตัวรถ บ้างก็มาเพื่อขอทดลองนั่งด้านใน และก็เป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งจบงานในวันสุดท้าย หรือวันที่สามของการจัดงาน ซึ่งสิ่งที่ทำให้ท่านประธานยิ้มไม่หุบเลยนั่นก็คือยอดจองรถที่ทะลุเป้าหมายจากที่วางเอาไว้ถึงสองร้อยเปอร์เซ็นต์ ถือเป็นการตอบรับจากลูกค้าที่ดีมาก“ผมขอดื่มให้กับทุกคนสำหรับงานมินิมอเตอร์โชว์ในครั้งนี้ และขอขอบคุณพวกคุณทุก ๆ คนที่ทำให้งานในครั้งนี้ผ่านไปได้ด้วยดี แทบจะเรียกว่าดีมากจนเกินเป้าหมายที่ผมวางไว้ด้วยซ้ำ ขอบคุณมากครับ”พชรลุกขึ้นยืนตอนที่พูด คนอื่น ๆ จึงลุกขึ้นตามไปด้วยพร้อมกับยกแก้

  • เสน่หาผีเสื้อราตรี   บทส่งท้าย - 70%

    “เฮ้ย! อะไรเนี่ย แปลว่าที่พูดไปเมื่อกี้นี่ฟังไม่รู้เรื่องใช่ไหมคุณ”ช่อมาลีวางช้อนและส้อมลงทันที สองตาตวัดมองไปยังคนหน้าไม่อายตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง แต่คนถูกมองหาได้เกรงกลัวไม่ เขากลับหัวเราะคิกคักพลางจ้องคนสวยหน้าบึ้งด้วยแววตาเป็นประกายราวกับถูกอกถูกใจนักหนา“โอเค...ไม่ลุกใช่ไหม...ได้”ช่อมาลีคลี่ยิ้มเยือกเย็นส่งให้พร้อมกับทำท่าจะคว้าเอาแก้วน้ำส้มที่วางอยู่ตรงหน้า แต่ทว่าไม่ไวพอเท่าชายหนุ่มที่เอื้อมมาคว้าไปได้ก่อนพร้อมกับดื่มน้ำส้มแก้วนั้นเสียเองจนหมดแก้วไปต่อหน้าต่อตาช่อมาลีลุกพรวดขึ้นทันที ตั้งใจไว้ว่าจะไปแจ้งเจ้าหน้าที่ของทางโรงแรมให้มาลากเขาออกไป พอดีกับที่พชรรีบเดินเร็ว ๆ กลับมาที่โต๊ะด้วยท่าทางเอาเรื่องเพราะเห็นแฟนสาวกำลังถูกคุกคาม“มีอะไรรึเปล่าม็อท” พชรถามหญิงสาวแต่สายตาจ้องเขม็งไปยังแผ่นหลังของชายหนุ่มที่มาก้อร่อก้อติกแฟนสาว จนเมื่อเดินมาถึงโต๊ะ และได้มองหน้าของผู้ชายคนนั้นชัด ๆ จากสายตากรุ่นโกรธก็เปลี่ยนเป็นเบิกกว้างขึ้นทันที“อ้าวเฮ้ย! เจ้าอาร์ต นี่แกกลับมาตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย”พชรพูดเสียงไม่เบานักเพราะความประหลาดใจที่เห็นน

  • เสน่หาผีเสื้อราตรี   บทส่งท้าย - 35%

    ช่อมาลีค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาทีละนิด แล้วก็ปิดตาลงไปเมื่อภาพตรงหน้าปรากฏเป็นแผงอกหนั่นแน่นของใครบางคน เธอตั้งสติแล้วลืมตาขึ้นมามองใหม่อย่างไม่ค่อยแน่ใจในสายตาของตนเองเท่าไรนัก ตาคู่สวยเบิกกว้าง ใบหน้าเริ่มเห่อร้อนขึ้นมาเป็นริ้ว ๆ เมื่อความทรงจำแสนวาบหวามเมื่อคืนย้อนกลับเข้ามาสู่ความทรงจำอีกครั้งช่อมาลีค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองคนตัวโตที่กำลังหลับตาพริ้มอย่างสบายใจ วางท่อนแขนหนัก ๆ พาดไว้ที่เอวของเธอพร้อมกับเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ หญิงสาวผงกศีรษะขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อมองใบหน้าของเขาให้เต็มสองตา เพราะในเวลาปกติ เธอไม่อาจมองเขานาน ๆ ได้ตั้งแต่รู้ตัวว่าคิดกับเขาไม่เหมือนเดิมใบหน้ายามหลับของพชรแลดูอ่อนโยนไม่มีพิษมีภัย เครื่องหน้าลงตัว อย่างผู้ชายที่จัดว่าหน้าตาดี เขาไม่ใช่คนหล่อชนิดที่ว่าเห็นครั้งแรกแล้วต้องตะลึงมองเหมือนคริส เพื่อนในวงดนตรี แต่เขาก็จัดว่าเป็นผู้ชายที่ดูดีมีเสน่ห์อย่างหาตัวจับได้ยาก โดยเฉพาะนัยน์ตาเจ้าเล่ห์คู่นี้ที่ตวัดมองมาแต่ละครั้งก็สามารถทำให้ใจแทบละลายได้ แล้วไหนจะรอยยิ้มมุมปากแสนกระชากใจนั่นอีกเล่าที่สะกดสาว ๆ มานักต่อนักแล้ว ไม่เว้นแม้กระท

  • เสน่หาผีเสื้อราตรี   บทที่ 24 แรงดึงดูด - 100%

    ชายหนุ่มรัดร่างหญิงสาวไว้จากด้านหลัง แล้วดันให้เธอเดินหน้าไปยังเตียงนอนหลังใหญ่ที่อยู่กลางห้อง แต่เจ้าหล่อนกลับพยศรั้งตัวเองไว้ไม่ยอมเดินไปตามเขา พชรจึงตัดสินใจช้อนตัวขึ้นอุ้มเสียเลย“คุณโอมขา ม็อทขอโทษที่โกหก ก็ม็อทอยากว่ายน้ำนี่นา”หญิงสาวกระถดตัวหนีเมื่อพชรวางเธอลงบนเตียง จนเสื้อคลุมหลุดลุ่ยอวดผิวขาวนวลเนียนตัดกับสีแดงของบิกินี่ตัวจิ๋ว“อยากว่ายก็ว่ายไปสิครับ ผมไม่ได้หวงสักหน่อยนี่นา สระว่ายน้ำที่นี่จะคุณหรือผมใช้ได้ก็เหมือนกันนั่นแหละ” ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อมองเห็นหยดน้ำจากเส้นผมที่เปียกลู่ของเธอกำลังไหลผ่านซอกแคบระหว่างภูเขาย่อม ๆ สองลูกให้ตายเถอะ! เขาอยากใช้ปากและลิ้นเช็ดตัวเธอให้แห้งจริง ๆ“ถ้าม็อทว่ายตอนคุณโอมอยู่ อย่างกับว่าม็อทจะได้ว่ายสบาย ๆ งั้นแหละ ก็คุณน่ะชอบมาหาเศษหาเลยกับม็อทเรื่อยเลย”ช่อมาลีบ่นงอดแงดพลางเอาหมอนมากอดไว้เพื่อบังร่างเกือบเปลือยของตนเองเมื่อเห็นสายตาราวกับจะกลืนกินของเขาพชรหลุดขำหัวเราะร่า ก่อนจะอาศัยจังหวะที่เธอเผลอกระโดดเข้าตะครุบตัวหญิงสาวแล้วกอดเอาไว้แน่น ช่อมาลีดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอ

  • เสน่หาผีเสื้อราตรี   บทที่ 13 สามวันสองคืนที่ภูเก็ต - 100%

    แต่ทว่าเสียงจ้วงน้ำอย่างเป็นจังหวะก็ทำให้หญิงสาวต้องหยุดคิด เพราะเสียงนั้นกำลังดึงดูดสองเท้าของเธอให้ต้องก้าวตามไปยังทิศทางที่มาของเสียงภาพของเงือกหนุ่มที่กำลังดำผุดดำว่ายอยู่ในสระว่ายน้ำส่วนตัวท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่ใกล้ลาลับขอบฟ้า โดยมีฉากหลังเป็นดวงอาทิตย์สีส้มที่ทอประกายสาดแสงไปบนท้องทะเ

  • เสน่หาผีเสื้อราตรี   บทที่ 13 สามวันสองคืนที่ภูเก็ต - 35%

    หลังจากจ่ายเงินค่าแท็กซี่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ช่อมาลีก็เดินลากกระเป๋าเดินทางใบไม่ใหญ่นักเข้าไปในสนามบิน หญิงสาวสอดส่ายสายตามองหาบริเวณที่เจ้านายหนุ่มนัดให้ไปเจอกัน เมื่อเห็นจุดนัดหมายจึงรีบลากกระเป๋าไปยังจุดนั้นทันที และพอไปถึงก็เห็นพชรยืนรออยู่ก่อนแล้ว กำลังจะอ้าปากขอโทษที่ตนเองมา

  • เสน่หาผีเสื้อราตรี   บทที่ 12 ว่าที่คู่หมั้น อภินันทนาการจากคุณแม่ - 70%

    “แต่เมื่อวานคุณป้าก็ไม่ขัดข้องไม่ใช่หรือคะ หนูรินว่าถ้าหากคุณป้าเอ่ยปากคำเดียว พี่โอมต้องตามใจคุณป้าแน่นอนค่ะ” รินลดาพูดโดยไม่คิดจะปิดบังความรู้สึกของตนจนทำให้คนสูงวัยอดที่ถามออกไปไม่ได้“หนูรินชอบพี่เขาหรือลูก” ถามแล้วก็มองใบหน้าที่ตกแต่งไว้อย่างปราณีตของหญิงสาว รินลดาแสร้งทำสีหน้าเอียงอาย

  • เสน่หาผีเสื้อราตรี   บทที่ 11 เจ้านายจอมเฮี้ยบ -100%

    “อุ๊ย! ที่ไหนคะเนี่ย”ช่อมาลีสะดุ้งตื่นขึ้นแล้วก็ยิ่งตกใจมากกว่าเดิมเมื่อเห็นใบหน้าของพชรอยู่ไม่ห่างจากเธอเท่าไร หญิงสาวดันตัวเองไปข้างหลังจนแทบจะจมไปกับเบาะ มองเขาด้วยดวงตาแดงก่ำอย่างคนเพิ่งตื่นนอน“พารากอน” พชรตอบ ก่อนจะขยับตัวกลับไปพิงเบาะตามเดิม“หืม...พารากอน ท่านประธานมาที

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status