Masuk"พี่อยากรับผิดชอบนิลกับลูก" "รับผิดชอบ! แบบไหน?" ดวงตากลมโตที่รื้นไปด้วยหยดน้ำตาจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไร้ซึ่งความไว้เนื้อเชื้อใจ ไม่มีแล้วทั้งความรักและความเทิดทูนเหมือนดั่งเก่าก่อน "พี่อยากให้นิลและลูกกลับไปอยู่ที่บ้าน" พอรับรู้ความต้องการของเขา รอยยิ้มสมเพชแกมเวทนาก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเศร้าหมอง "ในฐานะอะไรคะ คนใช้? หรือเมียน้อย?" "พี่ไม่อยากให้นิลคิดแบบนั้น ตอนนี้นิลเป็นแม่ของลูกพี่แล้ว" "อยู่ที่ไหนนิลก็เป็นแม่ของลูกทั้งนั้น" "พี่ไม่อยากให้นิลอยู่คนเดียว คนท้องอยู่คนเดียวมันอันตรายนิลก็รู้" ความดื้อดึงของเธอเริ่มทำให้จอมพลหัวเสีย "ถ้านิลไม่ห่วงตัวเองก็ควรห่วงลูกบ้าง" "แล้วถ้านิลบอกว่าไม่ไปละ" ว่าที่คุณแม่เสียงแข็งขึ้นทันควัน เมื่อโดนกล่าวหาว่าไม่เป็นห่วงลูก "งั้นพี่คงต้องใช้กฎหมายเข้าช่วย" จอมพลสบประสานสายตากับหญิงสาวยามเอื้อนเอ่ยประโยคข่มขู่ออกมาอย่างชัดถ่อยชัดคำ "คุณจะแย่งลูกไปจากนิล?" เธอไม่คิดว่าจอมพลจะใจร้ายได้ขนาดนี้ แล้วถ้าหากเขาทำตามดั่งปากว่าจริงๆ เป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะชนะ แค่คิดก็แพ้แล้ว... "ถ้ามันจำเป็น พี่ก็ต้องทำ"
Lihat lebih banyakหลังจากแวะทำบุญที่วัดเนื่องในโอกาสครบรอบวันตายให้ตากับยายเสร็จ จันทร์นิลก็พาสามีและลูกๆ กลับมาพักผ่อนที่บ้านเกิดในอำเภอปากช่องหลายปีที่ผ่านมาบ้านหลังนี้เปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก จอมพลให้ช่างเข้ามาปรับปรุงและตกแต่งภายในใหม่ทั้งหมด เพื่อความสะดวกสบายของคนในครอบครัวยามต้องแวะเวียนมาทำบุญและค้างคืนที่นี่เป็
5 ปีผ่านไป...หลังเลิกงานจอมพลก็ตรงไปรับลูกที่โรงเรียนตามปกติ ทว่าวันนี้ท่าทีของสองแฝดกลับผิดแปลกไป ทั้งคู่นั่งเงียบปากมาตลอดทางไร้เสียงเจื้อยแจ้วเหมือนอย่างเคยคนเป็นพ่อจึงได้แต่สงสัยเก็บงำความอยากรู้อยากเห็นไว้ในใจ เพราะถามอะไรไปลูกชายก็ไม่ยอมตอบกระทั่งมินิเวนคนหรูแล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าประตูคฤ
“คุณเจ้านาย คุณเจ้าขุน บอกผมมาเดียวนี้นะ ต้องทำยังไงแม่ของพวกคุณถึงจะยอมใจอ่อน”ร่างสูงในชุดสูทพอดีตัวเพราะเพิ่งกลับจากที่ทำงาน จ้องเขม็งมาที่ลูกชายวัยหนึ่งขวบทั้งสองคนอย่างคาดคั้น “ถ้าไม่ยอมบอกผมจะปล่อยให้พวกคุณอด!” ไม่ทำพูดเปล่า จอมพลชักช้อนในมือออกห่างจากปากเล็กๆ ของลูกชาย พร้อมยกถ้วย
‘หิวน้ำจัง’ นั่นเป็นความรู้สึกแรกที่จันทร์นิลรับรู้หลังลืมตาขึ้นมาจากห่วงนิทราอันยาวนาน “นิล! นิลเป็นยังไงบ้าง” หญิงสาวพยายามปรับโฟกัสสายตาแล้วมองหาเจ้าของเสียงเรียก และเมื่อความพร่ามัวนั้นจางหายไป เธอก็มองเห็นใบหน้าหล่อเหลาอันแสนคุ้นเคยลอยเด่นหลาอยู่ห่างจากระดับสายตาเพียงแค่
“ตื่นแล้วเหรอ หิวหรือยัง รอพี่แป๊บนะเหลือผ้าอีกสองสามตัว” ว่าที่คุณพ่อลูกสองหันมาแย้มยิ้มให้เมียสาวที่ยืนมองอยู่ตรงระเบียง ก่อนจะหันกลับมาขะมักเขม้นกับผ้าในตะกร้าต่อจนเสร็จ “คุณซักผ้าเองเหรอ” เธอถามขึ้นเมื่อเขาเดินถือตะกร้าเปล่ากลับเข้ามาข้างใน “เปล่าพี่ใช้เครื่องซัก แต่ตากเอ
“ฉันเข้าใจเพราะฉันเป็นแม่ แต่ฉันจะไม่ยัดเยียดสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกหากมันทำให้ลูกต้องทุกข์ ฉันจะเลือกความสุขให้ลูก แม้มันจะไม่ถูกต้องที่สุดในสายตาของใครก็ตาม” สโรชายอมรับว่าไม่พอใจกับคำพูดของสามีที่ตัดสินนางแบบนั้น มีแม่ที่ไหนบ้างไม่อยากให้ลูกได้ดี แต่ถึงกระนั้นนางก็เข้าใจหัวอกของคนเป็นสา
คิดแล้วก็ได้แต่ส่ายหัวอย่างปลงตก คราแรกตั้งใจว่าจะเรียกมาคุยแล้วไล่กลับ แต่จากสภาพที่เห็นคงทำได้แค่ปล่อยเลยตามเลยว่าทีคุณแม่ถอนลมหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะลงมือจัดแจงท่านอนให้คนเมาเสียใหม่ เพราะหากทิ้งไว้แบบนี้มีหวังคงคอหักตายคาเตียง จากนั้นก็เดินหายเข้าไปในห้องน้ำแล้วกลับมาพร้อมผ้าขนหนูผืนบาง“อื้อออ น
ท่ามกลางความเงียบสงัดยามค่ำคืน จันทร์นิลยังคงลืมตาโพลงในความมืด ซึ่งสาเหตุไม่ใช่เพราะไม่คุ้นชินกับบรรยากาศดั่งคำกล่าวอ้างอย่างเมื่อวาน แต่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนกลางวันต่างหาก ที่ทำให้เธอหยุดครุ่นคิดไม่ได้ คนบ้า! เข้ามาทำให้สับสนแล้วก็เดินหายเงียบไปเฉยๆ มันน่าทุบสักทีดีไหม!และใ






Ulasan-ulasan