“ไอ้นิล! ไอ้นิล!”
เสียงร้องเรียกของเพื่อนสนิทไม่ได้ทำให้ ‘จันทร์นิล’ หยุดมือจากการจัดดอกไม้ใส่แจกันใบงาม หญิงสาวทำเพียงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วส่งยิ้มหวานๆ ให้อย่างเคย
เธอชินแล้วกับพฤติกรรมชอบเล่นใหญ่ของ ‘กิรณา หรือ กันต์’ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียว
“ฉันมีอะไรจะมาบอก... แต่แกดูไม่ค่อยอยากรู้เท่าไหร่ จะบอกหรือไม่บอกดีน้าาา”
กิรณายืนทิ้งสะโพกพิงกับเคาว์เตอร์ในห้องครัว ที่จันทร์นิลใช้เป็นพื้นที่สำหรับจัดดอกไม้ แล้วยกแขนขึ้นกอดอกเชิดหน้าเล็กน้อย กลอกตาไปมาทำทีราวกับคนกำลังคิดไม่ตก
แต่มีหรือที่จันทร์นิลจะมองเพื่อนสนิทของตัวเองไม่ออก
“มีอะไรก็รีบๆ พูดมาเถอะ เดี๋ยวก็อกแตกตายกันพอดี”
คราวนี้คนมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟังยิ้มแป้น กิรณามองซ้ายทีขวาทีอย่างระแวดระวัง เมื่อเห็นว่าปลอดคนนอกเธอจึงค่อยๆ ขยับเข้าไปหาเพื่อน เอามือป้องปากแล้วกระซิบกระซาบเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน
“ฉันได้ยินมาว่าคุณจอมพลจะกลับจากจีนวันนี้”
คำบอกเล่าจากเพื่อนสนิททำจันทร์นิลตาลุกวาว ก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายพลันพากันเต้นกระหน่ำยามได้ยินชื่อของเขา
ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของหัวใจ...
“กี่โมง”
จันทร์นิลละมือจากกรรไกรตัดแต่งก้านดอกไม้ แล้วหันมาทางกิรณาเพื่อจดจ่อรอฟังคำตอบ
“ได้ยินมาว่าตอนเย็นๆ แต่ไม่รู้ว่าเย็นกี่โมง”
พอเห็นแววตาของอีกฝ่าย กิรณาก็นึกอยากเอ่ยปากแซวเสียเหลือเกิน อะไรจะเป็นประกายขนาดนั้น!
“งั้นแกจัดดอกไม้ที่เหลือแทนฉันหน่อยนะ ฉันจะไปเตรียมของทำมื้อเย็น”
“ตอนนี้เนี่ยนะ?”
กิรณาเหลือบมองนาฬิกาบนฝาผนังแล้วร้องถามเสียงหลง ก็ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงตรง ยังเหลืออีกตั้งหลายชั่วโมงกว่าจะถึงมื้อค่ำของบรรดาเจ้าขุนมูลนาย หรือเรียกง่ายๆ ว่าเจ้าของคฤหาสน์ที่พวกเธอพึ่งพาใบบุญอยู่ในขณะนี้
“ฉันแค่จะไปเตรียมของไว้เฉยๆ จะได้รู้ด้วยไงว่ายังขาดเหลืออะไรบ้าง”
ชี้แจงจบจันทร์นิลก็เดินตัวปลิวหายเข้าไปในห้องเก็บวัตถุดิบด้านหลังครัว ปล่อยเพื่อนสาวทิ้งไว้กับกองดอกไม้ช่อโตหลากสีที่ยังจัดใส่แจกันไม่แล้วเสร็จ
หญิงสาวจึงไม่ทันเห็นว่าคนข้างหลังมองตามด้วยแววตาสุดแสนจะเป็นห่วงมากแค่ไหน ก่อนกิรณาถอนลมหายใจออกมายาวพรืดแล้วบ่นพึมพำกับตังเอง
“ไอ้นิลเอ๊ยยย... ฉันละกลัวแกจะพลัดตกสวรรค์ลงมาจริงๆ ขออย่าให้เป็นแบบที่คิดเล๊ยยย สาธุ!”
กิรณายกมือขึ้นพนมท่วมหัว แล้ววอนขอต่อดินฟ้าอากาศแถวนั้นลอยๆ เมื่อไม่อยากให้สิ่งที่ตนคิดและแอบกังวลเกิดขึ้นจริงกับเพื่อนสาวของเธอ
‘ความสัมพันธ์ลับ’ ระหว่างจันทร์นิลกับคุณจอมพลผู้เป็นเจ้านาย เกิดขึ้นเมื่อราวๆ สองปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่พวกเธอทั้งสองเรียนจบจากมหาวิทยาลัยคณะคหกรรมศาสตร์และย้ายเข้ามาทำงานในห้องครัวที่คฤหาสน์หลังนี้
ไม่รู้เป็นเพราะบุพเพสันนิวาสหรือโชคชะตาที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง จึงนำพาจันทร์นิลมาเจอความสัมพันธ์ที่ยากจะคาดเดาแบบนี้ เมื่อเดิมทีความตั้งใจของจันทร์นิลหลังเรียนจบคือการกลับบ้านเกิดเพื่อไปดูแลยาย แต่ในระหว่างที่หญิงสาวใกล้จะถึงฝั่งฝันนั้น ผู้เป็นยายดันมาด่วนจากไปเสียก่อน
นั่นจึงทำให้จันทร์นิลเคว้งคว้างไปพักใหญ่ เพราะนอกจากยายที่เลี้ยงมา หญิงสาวก็เหลือตัวคนเดียว ไม่มีเครือญาติที่ไหนอีก เลยเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กิรณาชวนเพื่อนสนิทเข้ามาทำงานในบ้านหลังนี้ ซึ่งมีแม่บังเกิดเกล้าของเธอทำงานเป็นหัวหน้าแม่บ้านอยู่ก่อนแล้ว
กว่ากิรณาจะรู้เรื่องราวของเพื่อนสนิทและเจ้าของบ้าน ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ก็เลยเถิดไปไกลจนเกินจะกู่กลับ
กิรณาจะเป็นไม่กังวลเลยสักนิด ถ้าหากสถานะของคนทั้งคู่ไม่ห่างไกลราวฟ้ากับเหวเช่นนี้ เธอกลัวเหลือเกิน... กลัวว่าสักวันหนึ่งเพื่อนสนิทของเธอจะถูกหักปีก จนล่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าแล้วบาดเจ็บปางตาย
มื้อค่ำในบ้าน ‘พณิชพัทร์’ วันนี้มีสีสันและเสียงหัวเราะมากกว่าหลายวันที่ผ่านมา เนื่องจาก ‘จอมพล’ ลูกชายเพียงคนเดียวของ ‘คุณหญิงสโรชา’ กับ ‘คุณท่านอติรุจ’ บินกลับมาทันเวลาได้นั่งร่วมโต๊ะรับประทานอาหารมื้อค่ำกับคนในครอบครัว หลังต้องห่างหายไปทำงานไกลถึงประเทศจีนนานเกือบหนึ่งสัปดาห์เต็ม
“แม่ไม่คิดว่าลูกจะกลับมาไวขนาดนี้”
คุณหญิงสโรชาชวนคุย พร้อมทั้งตักกับข้าวกับปลาเติมใส่จานให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไม่ขาด
“งานเสร็จไวน่ะครับก็เลยรีบกลับ คุณแม่ก็รู้นี่ครับ ว่าผมอยู่ห่างจากคุณแม่นานๆ ไม่ได้ ไม่งั้นความคิดถึงคงทำงานหนักแย่...”
ยังไม่ทันสิ้นประโยคออดอ้อนออเซาะของจอมพลดี เสียงกระแอมไอจากคนที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
“กลับมาเหนื่อยๆ แกควรรีบไปพักผ่อนนะ ไม่ใช่มานั่งจีบเมียชาวบ้านเขาแบบนี้”
“แบบนี้เรียกว่าอิจฉาหรือเปล่าครับคุณพ่อ”
เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาซึ่งถอดแบบมาจากผู้เป็นบิดาหันกลับไปยอกย้อนกวนประสาทอย่างไม่เกรงกลัว
หน้าเหมือนแล้วไง... จอมพลไม่คิดหวั่น ในเมื่อพ่อเริ่มเปิดศึกก่อน เขาก็หาได้กลัวไม่ ในเมื่อมีแม่อยู่ทั้งคน
“มีอะไรให้ต้องอิจฉาคนมาทีหลังอย่างแก”
“คุณพ่อเคยถามคุณแม่บ้างหรือเปล่าครับ ว่าท่านรักใครมากกว่ากัน”
“ไม่จำเป็น! เพราะสุดท้ายแม่แกก็ต้องนอนเตียงเดียวกับฉันอยู่ดี”
อติรุจสาดประโยคเด็ดชนะน็อกใส่เจ้าลูกชายตัวดี เขาไม่เคยแพ้ใครอยู่แล้ว นอกจาก ‘เมีย’
“หู้ววว แรงมาก คุณแม่ดูคุณพ่อพูดจาสิครับ”
ในเมื่อสู้ไม่ไหวจอมพลจึงต้องหันไปหาตัวช่วย ทว่าครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่ได้ผล แม่ดันคลุมกำเนิดเขาเสียได้ แถมยังออกโรงปกป้องสามีอีกต่างหาก
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าแม่เขาจะเลือกใครระหว่างลูกกับสามี แน่นอนว่าแม่เลือก สามี! จอมพลกล้าเอาหัวเป็นประกัน
“พอได้แล้วทั้งคู่เลย ทะเลาะกันเป็นเด็กๆ ไปได้ ลูกนี่ตัวดีเลยนะจอมพลชอบไปก่อกวนพ่อเขานักละ”
สิ่งที่ได้ยินกลายเป็นเหตุการณ์ปกติสำหรับคนเป็นแม่และเมียอย่างสโรชาไปแล้ว นางต้องเจอทุกครั้งยามสองพ่อลูกคู่นี้เผชิญหน้ากัน
และเป็นทุกครั้งที่สโรชาต้องเป็นฝ่ายห้ามทัพสองพ่อลูกคู่นี้อยู่ร่ำไป สงสัยนางคงต้องหาลูกสะใภ้เข้าบ้านแล้วจริงๆ เผื่อจะจบปัญหายื้อแย้งไร้สาระนี้ได้
อันที่จริงก็ไม่จำเป็นต้องหา... ในเมื่อคู่หมั้นคู่หมายของลูกชายมีตัวตนอยู่แล้ว เหลือเพียงแต่ป่าวประกาศและทำทุกอย่างให้ถูกต้อง
“ปกป้องกันเก่ง งั้นผมไปดีกว่าเหม็นกลิ่นความรักแถวนี้”
ฟังเหมือนคนพูดต้องการจะพูดกระทบ ทว่าบนใบหน้าเจ้าของประโยคกลับมีแต่รอยยิ้มแต่งแต้ม
จอมพลไม่ได้จริงจังกับสงครามนี้นัก ด้วยรู้ดีว่าทั้งพ่อและแม่รักตนมากแค่ไหน เขาแค่ต้องการจะหยอกล้อสร้างสีสันให้คนในครัวครัวตามประสาลูกชายคนเดียว
“ไม่เอาของหวานหรือผลไม้หน่อยเหรอลูก”
“ไม่ครับ แม่ก็รู้ว่าผมไม่ชอบของหวาน แต่อีกสักหนึ่งชั่วโมงผมขอเป็นชาร้อนๆ สักแก้ว... รบกวนนิลช่วยเอาขึ้นไปให้ผมบนห้องทำงานทีนะครับ”
ประโยคแรกจอมพลตอบคำถามของผู้เป็นแม่ แต่ประโยคหลังเขาหันกลับไปพูดกับใครอีกคน... ที่ยกของหวานเข้ามาเสิร์ฟข้างกายเขาพอดี
“อีกหนึ่งชั่วโมงนิลจะยกชาขึ้นไปให้ค่ะ”
จันทร์นิลรับคำสั่ง พร้อมทั้งค่อยๆ จัดแจงลำเลียงอาหารหวานขึ้นโต๊ะให้คุณหญิงกับคุณท่านอย่างตั้งใจ
ส่วนสำนึกอีกเสี้ยวหนึ่งก็พยายามเก็บอาการเต็มที่ เธอทำทีราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับปลายนิ้วมือหยาบกร้านของจอมพล ที่กำลังฉวยโอกาสแอบล้วงมือเข้าไปลูบไล้อยู่เหนือหน้าขาเรียวสวยของเธออย่างจาบจ้วง ภายใต้กระโปรงผ้าพลิ้วไหวตัวงาม
สัมผัสเรียกร้องของเขาปลุกเอาความรู้สึกวาบหวามในส่วนลึกของจันทร์นิลให้ตื่นเตลิด อีกทั้งยังพลันพาหัวใจดวงน้อยเต้นแรงกระหน่ำ เพราะไม่คาดคิดว่าจอมพลจะกล้าทำเรื่องน่าอายแบบนี้ต่อหน้าบุพการีของเขาเอง
จันทร์นิลรู้ดีว่าชายหนุ่มต้องการอะไรจากเธอ... เพราะขณะนี้เธอเองก็ ‘คิดถึง’ เขาไม่แพ้กัน
reviews