Se connecterนาธาเนียลในความทรงจำของฉันจากไปนานแล้ว ฉันเสียใจที่พรากทุกอย่างที่ควรเป็นของเธอมา โดยเฉพาะความรักจากคุณ ขอโทษจริง ๆ และต่อจากนี้ไป ขอให้คุณและเธอมีความสุข - เซซิเลีย เลอรอยซ์ - ป.ล. อ่านข้ามตอนอาจทำให้พลาดรายละเอียดนะคะ
Voir plusจักรวรรดิไลซีเทียปีที่ 933
หญิงสาวผู้มีดวงตาสีม่วงลาเวนเดอร์ เรือนผมเกล้ามวยสีดำขลับประดับเพชรกำลังเหม่อมองออกไปนอกระเบียงชั้นสองของคฤหาสน์อาเบอร์ลีน ชื่นชมภาพหิมะโปรยปรายในฤดูหนาวของเมืองหลวงดวาลินน์ ไม่เคยคิดฝันเลยว่าจะมีโอกาสได้ออกมาจากพัลเลเน่ เมืองชนบทเล็ก ๆ ทางทิศใต้ของจักรวรรดิ
“คุณหนู ถึงเวลาต้องลงไปที่โถงชั้นล่างแล้วค่ะ” สาวใช้กล่าวกับเธอพลางช่วยจัดชุดเดรสยาวสีขาวฟูฟ่องประดับลูกไม้ไล่ระดับ
ภาพของหญิงสาวสวมชุดแต่งงานสะท้อนจากกระจกบานใหญ่ตรงผนังห้อง เธอตรวจดูความเรียบร้อยอีกครั้งพลันรอยยิ้มแห่งความสุขปรากฏบนใบหน้างามที่ทำให้ใครหลายคนต้องมนต์สะกดก่อนจะออกไปข้างนอกเพื่อร่วมงานเลี้ยงค่ำคืนนี้
“เอเลนอร์” บุรุษตรงหน้าเรียกเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ยื่นมือมาข้างหน้าเพื่อให้เธอจับแล้วกล่าวชมเจ้าสาวของตัวเองว่า “คุณสวยมากเลยครับ”
นาธาเนียล อาเบอร์ลีน บุตรชายคนที่สามตระกูลดยุกแห่งอาเบอร์ลีนคือชายหนุ่มที่ใครต่อใครต่างอิจฉาเพราะเขาได้กลายเป็นคู่ชีวิตของเอเลนอร์ เอเวอร์เลต ผู้สวยสง่าราวกับนางฟ้าในสรวงสวรรค์ที่เหล่าบุรุษในดวาลินน์ต่างหมายปองตั้งแต่งานเดบูตองต์ครั้งนั้น
หากแต่ใจของเอเลนอร์กลับมีเพียงแค่นาธาเนียลจึงรอเขาอย่างแน่วแน่มาโดยตลอด
บรรดาแขกเหรื่อชั้นสูงที่มาร่วมงานต่างยินดีในวันสำคัญของคนทั้งคู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตระกูลดยุกอาเบอร์ลีนและตระกูลเคานต์เอเวอร์เลตผู้เป็นบิดามารดาของพวกเขา
“เอเลนอร์ เธอยังตื่นเต้นอยู่อีกหรือ” ดัชเชสอาเบอร์ลีนเอ่ยถามว่าที่สะใภ้พลางจับมืออีกฝ่ายให้คลายความกังวล สายตาห่วงใยคู่นั้นทำให้เอเลนอร์รู้สึกได้ว่าชีวิตของเธอต่อจากนี้คงเต็มไปด้วยความสุข
นาธาเนียลไม่ปล่อยให้เจ้าสาวของเขากังวลอย่างนั้นจึงเอ่ยกระซิบว่า “คุณไม่ต้องกลัวนะ มีผมอยู่ด้วยทั้งคน ทุกอย่างต้องผ่านไปได้ด้วยดี”
“ค่ะ นาธาเนียล” เธอยิ้มให้คนตรงหน้า เชื่ออย่างสุดใจว่าหากมีเขาอยู่เคียงข้าง ไม่ว่าพบเจอเรื่องเลวร้ายใด เธอจะสามารถอดทนผ่านมันไปได้อย่างแน่นอน
เคานต์เอเวอร์เลตเดินมาหาลูกสาวคนรองสีหน้ายิ้มแย้มกว่าใคร ความสุขล้นปรี่ปิดไม่มิดเพราะเธอได้แต่งเข้าตระกูลดยุก อาเบอร์ลีนผู้นำทหารสูงสุดของกองกำลังอารักขาจักรวรรดิ ต่อจากนี้ตระกูลเอเวอร์เลตย่อมมีหน้ามีตาในแวดวงชนชั้นสูงไปด้วย
เสียงเพลงขับขานคลอไปกับบรรยากาศชื่นมื่นค่ำคืนนี้ ชายหนุ่มหญิงสาวต่างเต้นรำอยู่กลางลานห้องโถงใหญ่ด้วยความสนุกสนาน
“เต้นรำกับผมได้ไหมครับ” นาธาเนียลเอ่ยถามหญิงสาว รอยยิ้มละมุนทำให้ใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะพลางจับมืออีกฝ่ายแล้วเต้นรำด้วยกัน
ภาพของทั้งคู่อยู่ในสายตาขององค์ชายมาเวอริค เลทีอัส โอรสองค์รองของจักรพรรดิองค์ปัจจุบันที่เวลานี้ถูกปลดเพราะเรื่องอื้อฉาวหลายอย่าง
เขาจ้องมองเอเลนอร์ไม่วางตา ความคิดหลายอย่างผุดขึ้นมาเป็นระยะก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย
ครั้นสบจังหวะที่คู่บ่าวสาวแยกกันครู่หนึ่ง องค์ชายมาเวอริคจึงเข้าประชิดตัวเอเลนอร์ ทำทีเข้าไปแสดงความยินดีกับเธอด้วยใจบริสุทธิ์แต่กลับฉวยโอกาสฉุดอีกฝ่ายไปพูดคุยกันในมุมลับตาคน
“ปล่อยค่ะ” เอเลนอร์ตะโกนลั่น ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำกับเธอเช่นนี้
สายตาของเธอที่มองมาราวกับไม่รู้ว่าเขาเป็นใครทำให้องค์ชายมาเวอริคแสยะยิ้ม
“ทำเหมือนไม่รู้จักกันไปได้ ฉันเสียใจมากเลยรู้ไหม” เขาขยับเข้าใกล้เธอจนติดฝาผนัง มือสองข้างกันไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้
“ฉันไม่รู้จักคุณจริง ๆ นะคะ” เอเลนอร์ยังคงยืนยันคำเดิม ตัวสั่นระริกหวาดกลัวคนแปลกหน้า มองซ้ายทีขวาทีหวังว่าจะมีใครสักคนเดินผ่านมา
“เธอนี่จริง ๆ เลย คิดจะตบตาคนอย่างฉันหรือไง” ชายหนุ่มส่ายหน้ารู้ดีว่านิสัยใจคอคนตรงหน้าเป็นอย่างไร ต่อให้หลอกคนอื่นได้ใช่ว่าจะหลอกเขาได้เสียเมื่อไหร่
“…” แววตาใสซื่อที่มองมายิ่งทำให้เขาไม่สบอารมณ์มากกว่าเดิมคิดว่าหญิงสาวช่างเจ้าเล่ห์เพทุบายยิ่งนัก กล้าดีอย่างไรทำหน้าตาไร้เดียงสากับเขา
เสียงฝีเท้าใครบางคนเดินใกล้เข้ามา ชายคนนั้นตะโกนเรียกหาเจ้าสาวของตัวเองด้วยความเป็นห่วง
“โอ้… นั่นเสียงของเจ้าบ่าวที่เธอเลือกใช่ไหม” เขาเลิกคิ้วจ้องดวงตาสีม่วงลาเวนเดอร์ รอยยิ้มมีเลศนัยปรากฏ “ฉันควรจะบอกเขาดีไหมว่าเราเป็นอะไรกัน เอเลนอร์”
เธอยังคงงุนงงไม่เข้าใจว่าเขาพูดถึงเรื่องอะไร ใจร้อนรนอยากหนีไปจากตรงนี้คิดตะโกนให้นาธาเนียลเข้ามาช่วยแต่ถูกห้ามเอาไว้ก่อนเพราะคนตรงหน้าเกิดความคิดดี ๆ ขึ้นมากะทันหัน
เขายอมปล่อยเธอไปในจังหวะที่นาธาเนียลโผล่มาตรงมุมนั้นพอดี สายตาเจ้าบ่าวมองด้วยความสงสัยว่าเหตุใดองค์ชายคู่อริจึงลอยหน้าลอยตาอยู่กับเจ้าสาวของเขาเพียงลำพัง
เมื่อเห็นสีหน้าหวาดกลัวของเอเลนอร์ เขาจึงโอบกอดเธอเอาไว้แล้วพาไปพักที่ห้องในทันที
“เกิดอะไรขึ้น เล่าให้ผมฟังได้ไหมครับ”
หญิงสาวถอนหายใจเรียกสติกลับมาแล้วบอกเขาไปตามตรงว่า “ผู้ชายคนนั้นเข้าหาฉันเหมือนเรารู้จักกันมาก่อน แต่ฉันเพิ่งเคยเห็นเขาครั้งแรก ฉันไม่รู้จักเขาจริง ๆ นะคะ” เอเลนอร์ยืนยันหนักแน่น สีหน้าของเธอไม่มีปิดบังและต่อให้เกิดเรื่องอะไรขึ้น เขาจะยังคงเชื่อคำพูดของเธอเสมอ
“ไม่เป็นไรนะ คุณพักผ่อนรอผมอยู่ที่ห้อง ถ้าผมจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้วจะรีบมาหา” รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าชายหนุ่ม ในใจของเขาไม่อยากทิ้งเธอไว้เพียงลำพังแต่เพราะยังมีหลายอย่างต้องทำจึงจำต้องไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อลงมาที่ห้องโถงใหญ่แล้ว นาธาเนียลจึงทำอย่างที่บอกเอเลนอร์ไว้ เขาสั่งงานลูกน้องให้จัดการส่วนที่เหลือช่วงท้ายของงานไม่ให้มีอะไรขาดตกบกพร่อง
ระหว่างนั้นมีโอกาสได้พบกับองค์ชายมาเวอริคอีกครั้ง ราวกับคนคนนั้นรอเขาเพื่อทำอะไรบางอย่าง
สีหน้าเจ้าเล่ห์ฉายชัดทำให้นาธาเนียลลอบถอนหายใจ ตัวเขาเองไม่รู้ว่าอีกฝ่ายโกรธเกลียดเขาทำไมนักหนาจึงตามจองล้างจองผลาญไม่เว้นวัน
“ยินดีด้วยกับการแต่งงาน” องค์ชายมาเวอริคกล่าวสีหน้ายิ้มแย้ม “ยินดีกับบรรดาศักดิ์ที่ท่านพ่อประทานให้ด้วยนะ เคานต์ เดอ ลีแวร์”
นาธาเนียล อาเบอร์ลีนได้รับตำแหน่งเคานต์ เดอ ลีแวร์เพราะชนะสงครามปราบกบฏธาลัสซาร์ชายแดนจักรวรรดิ บุตรชายคนที่สามของดยุกอาเบอร์ลีนจึงกลายเป็นบุคคลที่มีผู้คนนับถือและสร้างชื่อเสียงให้ตระกูลดยุกมีอำนาจในจักรวรรดิมากยิ่งขึ้น
ถึงอย่างนั้นแล้ว จักรพรรดิเลทีอัสกลับต้องแยกบุตรชายแต่ละคนของดยุกอาเบอร์ลีนไปยังที่ห่างไกลเพื่อจำกัดฐานกำลังพลใต้บัญชาของตระกูลนี้เพราะเชื้อพระวงศ์คนอื่น ๆ เกรงกลัวว่าวันหนึ่งพวกเขาจะมีอำนาจมากกว่า
แม้ว่าไม่อยากทำอย่างนั้นกับบุตรชายของสหายคนสำคัญแต่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ยังดีที่ดยุกอาเบอร์ลีนเข้าใจ เรื่องราวจึงจบลงได้อย่างง่ายดาย
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ” นาธาเนียลกล่าวกับคนตรงหน้า คิดหนีจากอริไปหาเจ้าสาวของตนเองแต่ได้ยินเสียงไม่เข้าหูโพล่งออกมาก่อน
“ค่ำคืนนี้ขอให้สนุกกับเคาน์เตส เดอ ลีแวร์แล้วกันนะ ลีลาของเธอใช่ย่อยเลยล่ะ จะว่าไปแล้วคิดถึงเสียงครางกระเส่าของเธอไม่น้อย สีหน้าตอนที่เธอกำลังถึงจุดนั้นมันทำให้แก่นกายของฉันแข็งขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่า นึกเสียใจจริง ๆ ที่ปล่อยให้นกน้อยตัวนี้หลุดมือ หวังว่าคืนนี้เคานต์ เดอ ลีแวร์จะพอใจเพราะฉันอุตส่าห์ฝึกเธอมากับมือ” องค์ชายมาเวอริคแสยะยิ้มยียวนเพราะคิดว่าตัวเองคือคนแรกที่ได้ลิ้มลองความบริสุทธิ์ของเอเลนอร์ แถมยังสะใจที่ได้ทำอะไรหักหน้าคู่อริอีกด้วย
“องค์ชายตรัสถึงเรื่องใดหรือพ่ะย่ะค่ะ” นาธาเนียลพยายามเก็บสีหน้าของตัวเองเอาไว้
แม้ในอดีตจะถูกอีกฝ่ายรังควานแต่ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่จะทำให้เขาอารมณ์ขุ่นมัวได้เท่าเรื่องนี้
“พูดไปเปล่า ๆ คงไม่เชื่อสินะ ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ลองพิสูจน์ด้วยตัวเองสิ เธอมีไฝสีแดงสองจุดตรงเนินหน้าอกข้างซ้ายกับท้องน้อย ค่อย ๆ สัมผัสล่ะ ถ้าอยากได้ยินเสียงสุขสมของเธออย่างที่ฉันได้ยิน” องค์ชายผู้อื้อฉาวเรื่องทำตัวเสเพลหัวเราะเบา ๆ หลังจากทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ในใจของนาธาเนียล อาเบอร์ลีน
ทว่า ชายหนุ่มยังเชื่อมั่นในตัวเอเลนอร์เช่นเคย เขามั่นใจว่าเธอไม่ได้ทำเรื่องเสื่อมเสียอย่างการเป็นหญิงบำเรอให้องค์ชายมากราคะคนนั้น
คิ้วของเขาขมวดชนกันจนเธอเอ่ยถาม “คิดอะไรอยู่เหรอคะ”
คำพูดของเธอทำให้เขาได้สติ สีหน้าไร้เดียงสาแบบนี้จะทำเรื่องอย่างว่ากับใครที่ไหนได้ เขาไม่สนใจคำพูดของชายคนนั้นแล้วเข้าหาภรรยาที่อยู่ตรงหน้า
สายตากวาดมองเรือนร่างใต้ชุดนอนแล้วอุ้มเธอขึ้นเตียงนุ่มก่อนจะไล้มือสัมผัสใบหน้าหวานละมุน บรรจงพรมจุมพิตด้วยความรักใคร่ มือข้างที่ว่างค่อย ๆ ปลดเชือกที่ผูกตรงหน้าอกทีละนิด
ทว่า คำพูดนั้นกลับวนเวียน เขาหลับตาถอนหายใจอยู่ครู่หนึ่งแล้วมองดูเนินหน้าอกหญิงสาวที่ค่อย ๆ เผยออกมาทีละนิด
เอเลนอร์แก้มแดงระเรื่อเขินอายราวกับเพิ่งเคยถูกชายหนุ่มสัมผัสเป็นครั้งแรก เมื่อเห็นว่าที่ตรงนั้นไม่มีอะไร เขาจึงเลื่อนมือลงไปข้างล่าง ถอดเสื้อผ้าที่ค้างคาไว้จนหมดพลันยิ้มกว้างเพราะเธอไม่ได้เป็นอย่างที่องค์ชายมาเวอริคพูดแม้แต่น้อย
“นาธาเนียล อย่าจ้องแบบนั้นสิคะ ฉันก็อายเหมือนกันนะ” เธอไม่กล้าสบตากับเขาพลันถูกมือหนาโอบใบหน้าให้เอียงกลับมามองเขา
“เดี๋ยวทำบ่อย ๆ ก็ชินแล้ว ผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวังเลย ภรรยาของผม เอเลนอร์ อาเบอร์ลีน” เจ้าตัวหยอกล้ออีกฝ่ายไร้ความกังวลใจพลางสัมผัสทุกส่วนอย่างที่ตั้งใจไว้เพราะอดทนมาทั้งวันแล้ว
ค่ำคืนนั้นจึงเต็มไปด้วยความสุขหฤหรรษ์จนเหมือนเวลากำลังหยุดนิ่งเพื่อพวกเขาทั้งสองคน
แคชตันเลิกคิ้วแล้วเอื้อมไปจับมือเธอ “รีบกลับกันเถอะ”หญิงสาวยิ้มร่าเริงเพราะอีกฝ่ายไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนแล้วจับมือคนข้างกายไว้แน่น พูดพึมพำว่า “วันนี้มีความสุขจังเลย สงสัยคืนนี้คงนอนหลับฝันดี” แล้วคว้าแขนเขามากอดพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย“เธอนี่นะ…” แคชตันไม่รู้จะพูดว่าอย่างไรได้แต่ยอมปล่อยให้เธอทำอย่างที่ใจต้องการคฤหาสน์ เดอ ลีแวร์นาธาเนียลนั่งจิบน้ำชายามบ่ายสบาย ๆ อยู่ในสวนดอกไม้พลางมองดูบุตรชายทั้งสองคนวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน ข้างกายเขามีเด็กหญิงตัวน้อยผมสีเทายาวสยายกำลังทานเค้กช็อกโกแลตด้วยความเอร็ดอร่อย แก้มจ้ำม่ำ ผมม้าเต่อและดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลทำให้เธอดูเหมือนเทพธิดาตัวน้อย ๆ แสนน่ารักมือข้างหนึ่งที่ว่างอยู่เอื้อมไปจับคนที่นั่งข้าง ๆ อีกคนอย่างมีความนัย สะกิดต้นขาของเธอราวกับส่งสัญญาณจนถูกตีเพียะที่หลังมือเบา ๆ เพื่อเตือนสตินาธาเนียลยิ้มยียวนเหมือนอย่างเคย วันนี้ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษเพราะแคชตันและเอเลนอร์จะมาช่วยเลี้ยงลูก ๆ ให้เพื่อที่เขาและเธอจะได้มีเวลาออกเดตในวันครบรอบแต่งงานท่าทางตื่นเต้นของนาธาเนียลทำให้เธอแอบอมยิ้มพลันรู้สึกได้ว่าเขายังเหมือนคนเดิมในวันวาน “คุณคงไม่ได้วางแผนทำอะ
หลายเดือนผ่านไป ความวุ่นวายของสงครามอาณาเขตได้สิ้นสุดลงด้วยชัยชนะของจักรวรรดิ นาธาเนียลเป็นหนึ่งในคนที่ได้รับความดีความชอบสำหรับผลงานในครั้งนี้สร้างชื่อเสียงให้กับตระกูลมากยิ่งขึ้นจนฝ่ายเชื้อพระวงศ์หวาดระแวงว่าพวกเขาจะแว้งกัดในสักวันหนึ่งทว่า บุตรชายแต่ละคนของดยุกอาเบอร์ลีนยังคงยืนยันหนักแน่นว่าจะจงรักภักดีต่อราชวงศ์เลทีอัสเหมือนเมื่อครั้งในอดีต หากพวกเขาตั้งอยู่ในครรลองของความดีงามบรรดาศักดิ์ของเคานต์ เดอ ลีแวร์ยังคงเป็นของนาธาเนียลเหมือนอย่างอดีต เขามองหน้าคู่ชีวิตแล้วกอดเธอไว้ด้วยความหนักใจเล็กน้อยเซซิเลียยิ้มให้เขาเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ “ครั้งนี้ร่างกายฉันสบายดีค่ะ แล้วก็ฉันชอบอยู่ในที่สงบเงียบ ถ้ามีคุณอยู่ด้วยแล้วต่อให้ต้องนอนในถ้ำ ฉันก็จะไม่ปล่อยมือจากคุณค่ะ”“นอนในถ้ำอย่างนั้นเหรอครับ” รอยยิ้มมุมปากดูน่าสงสัยไม่น้อย “คุณอยากเปลี่ยนบรรยากาศเหรอครับ”“ใจเย็นก่อนนะคะ ทำใจให้สงบเข้าไว้เพราะฉันแค่เปรียบเทียบให้คุณเข้าใจ ไม่ได้จะไปทำอะไรในถ้ำเสียหน่อย” หญิงสาวส่ายหน้ารีบห้ามปรามคนที่กำลังคิดจินตนาการไปไกล“แต่ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ” นาธาเนียลยิ้มยียวนแล้วพูดอีกว่า “ถ้
หลังจากพักรักษาตัวอยู่นานเกือบสองเดือน บาดแผลบนร่างกายของนาธาเนียลจึงค่อย ๆ สมานจนหายดี เวลานี้ข้างกายเขามีหญิงสาวที่รักคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง แม้บาดแผลพวกนั้นทิ้งร่องรอยของสงครามเอาไว้แต่หากมีโอกาสเมื่อใดเขามักจะทำตัวน่าสงสารประหนึ่งเด็กน้อยที่ต้องรับการปลอบโยนจากใครสักคน“นาธาเนียล ยังเจ็บอยู่เหรอคะ” เซซิเลียตามเขาไม่ทันเหมือนอย่างเคย ดวงตาคู่นั้นมองเขาด้วยความเป็นห่วง นิ้วมือเรียวสัมผัสรอยแผลเป็นแผ่วเบา“ผมอยากกอดคุณครับ” เมื่อรู้ว่าคนตรงหน้ายังรักเขาอยู่ ทั้งยังอนุญาตให้เขารักเธอได้อีกครั้ง นับตั้งแต่วันนั้นมาจึงพูดออกไปอย่างที่คิดโดยไม่มีปิดบังครั้นสวมกอดกันอย่างที่ใจเขาต้องการ แต่การกระทำแค่นี้ไม่เคยเพียงพอเพราะเขารอมาเนิ่นนานเหลือเกินและอยากสัมผัสคนที่เขารักมากกว่านี้“ผมขอจูบคุณได้ไหมครับ” แม้ว่าจะถามออกไปอย่างนั้นราวขออนุญาตแต่เซซิเลียจะปฏิเสธได้อย่างไร ในเมื่อมือข้างหนึ่งของเขาจับท้ายทอยเธอไว้ อีกค้างประคองใบหน้าเข้าใกล้ ริมฝีปากแทบจะบดเบียดกันอยู่แล้วหญิงสาวอมยิ้มกับสิ่งที่เขาทำ
“อย่าร้องไห้เพราะผมเลยนะ ผมสวดวิงวอนให้คุณมีความสุขแล้วนี่นา มันไม่ได้ผลเหรอ อืม… ทำยังไงดี” สีหน้าของเขาสับสนและมึนงง ดูเหมือนว่าฤทธิ์ของยาแก้ปวดจะยังคงอยู่อีกนาน ชายหนุ่มจึงพร่ำเพ้อได้เรื่อย ๆ จนกว่าจะหมดแรง“ผมขอโทษนะ” เขาพยายามดึงเธอเข้ามากอดแต่บาดแผลทั้งข้างหน้าข้างหลังเจ็บแปลบจนนิ่วหน้า“นาธาเนียล!!!” หญิงสาวร้องลั่นแล้วเป็นฝ่ายขยับเข้าหาเขาแทน เมื่ออยู่ใกล้กันมากพอที่เขาจะเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาเธอได้ นาธาเนียลไม่รอช้าคว้าเธอเข้ามากอดปลอบโยน “ผมขอโทษที่ทำให้คุณร้องไห้อีกแล้ว บอกผมได้ไหมว่าต้องทำยังไง”“นาธาเนียล” เซซิเลียเรียกเขาแผ่วเบา “ฉันเป็นห่วงคุณมากนะคะ เพราะฉะนั้นพักผ่อนให้เต็มที่แล้วตื่นมาเจอฉันนะ”“สัญญาว่าจะไม่ร้องไห้นะ เด็กดี” เขาเปลี่ยนคำเรียกหญิงสาวไปตามอารมณ์ “ทำไมวันนี้ฝันดีจังเลย ได้อยู่กับนางฟ้าที่ผมรักด้วย”“เฮ้อ” เซซิเลียถอนหายใจที่เขายังคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงภาพความฝัน “ผมอยากฝันดีกว่านี้ บอกรักผมหน่อยได้ไหมครับ” นาธาเนียลเปลี่ยนน้ำเสียงออดอ้อนคนตรงหน้า แววตาเป็นประกาย “ไม่ใช่สิ ถ้าคุณไม่ได้รักผมก็คงลำบากใจที่จะพูด แต่ว่าต่อให้คุณพูดโกหกผมก็ยินดีที่จ
ข้าง ๆ กันคือเอเลนอร์ที่ได้รับเชิญไปด้วย สีหน้าเธอไม่ยินดีนักเพราะทะเลาะกับโจเซลีนเรื่องชุดที่สวมใส่ ทั้ง ๆ ที่เธอเลือกแบบที่ต้องการแต่กลับถูกอีกฝ่ายฉกชิงไปอย่างง่ายดายเพียงแค่พูดจาออดอ้อนบิดาว่าอยากได้ชุดที่เอเลนอร์เลือกตอนที่เซซิเลียถือน้ำทับทิมกับของว่างมาให้โจเซลีน เธอไม่ทันได้มองว่ามีขาของใคร
จักรวรรดิไลซีเทีย ปี 935 (ปัจจุบัน)เซซิเลียกลับมาที่คฤหาสน์เลอรอยซ์อีกครั้งในรอบเกือบสองปีพลางนึกถึงวันวานที่ได้อาศัยอยู่ที่นี่ ผู้คนในคฤหาสน์ยังคงต้อนรับเธอเหมือนเคยเพราะถือว่าเธอคือคนสำคัญในตระกูลดาเลียและมิแรนด้าตั้งใจดูแลปรนนิบัติเธอเป็นอย่างดี ทั้งที
ก่อนหน้านั้นไม่นานนักช่วงที่คนในคฤหาสน์เอเวอร์เลตเดินทางไปที่ดวาลินน์ เซซิเลียจึงมีโอกาสอยู่อย่างสงบเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมา ไม่มีการด่าทอ ทุบตี กักขังในห้องเก็บของแคบ ๆ หรือให้อดอาหารจนท้องร้องโครกครากแม้ว่าเธอจะไม่ได้ข่าวคราวของนาธาเนียลแต่พอพิจารณาดูจากจดหมาย
หลายวันต่อมาอากาศช่วงปลายฤดูค่อนข้างแปรปรวน บางวันท้องฟ้าแจ่มใสแต่ไม่กี่วันต่อมากลับครึ้มฟ้าครึ้มฝน เซซิเลียเพิ่งจะสังเกตได้ว่าหลังคากระท่อมมีรูโบ๋อยู่สองสามแห่งจนแสงจากภายนอกทะลุเข้ามาข้างในได้จึงกลัวว่าฝนตกเมื่อไหร่น้ำฝนคงจะรั่วลงมาข้างในช่วงยามบ่ายเธอจึงเดินไปหาคนงานที่หยุดพักผ่อนเพื่อขอความช่











