Masukนาธาเนียลในความทรงจำของฉันจากไปนานแล้ว ฉันเสียใจที่พรากทุกอย่างที่ควรเป็นของเธอมา โดยเฉพาะความรักจากคุณ ขอโทษจริง ๆ และต่อจากนี้ไป ขอให้คุณและเธอมีความสุข - เซซิเลีย เลอรอยซ์ - ป.ล. อ่านข้ามตอนอาจทำให้พลาดรายละเอียดนะคะ
Lihat lebih banyakจักรวรรดิไลซีเทียปีที่ 933
หญิงสาวผู้มีดวงตาสีม่วงลาเวนเดอร์ เรือนผมเกล้ามวยสีดำขลับประดับเพชรกำลังเหม่อมองออกไปนอกระเบียงชั้นสองของคฤหาสน์อาเบอร์ลีน ชื่นชมภาพหิมะโปรยปรายในฤดูหนาวของเมืองหลวงดวาลินน์ ไม่เคยคิดฝันเลยว่าจะมีโอกาสได้ออกมาจากพัลเลเน่ เมืองชนบทเล็ก ๆ ทางทิศใต้ของจักรวรรดิ
“คุณหนู ถึงเวลาต้องลงไปที่โถงชั้นล่างแล้วค่ะ” สาวใช้กล่าวกับเธอพลางช่วยจัดชุดเดรสยาวสีขาวฟูฟ่องประดับลูกไม้ไล่ระดับ
ภาพของหญิงสาวสวมชุดแต่งงานสะท้อนจากกระจกบานใหญ่ตรงผนังห้อง เธอตรวจดูความเรียบร้อยอีกครั้งพลันรอยยิ้มแห่งความสุขปรากฏบนใบหน้างามที่ทำให้ใครหลายคนต้องมนต์สะกดก่อนจะออกไปข้างนอกเพื่อร่วมงานเลี้ยงค่ำคืนนี้
“เอเลนอร์” บุรุษตรงหน้าเรียกเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ยื่นมือมาข้างหน้าเพื่อให้เธอจับแล้วกล่าวชมเจ้าสาวของตัวเองว่า “คุณสวยมากเลยครับ”
นาธาเนียล อาเบอร์ลีน บุตรชายคนที่สามตระกูลดยุกแห่งอาเบอร์ลีนคือชายหนุ่มที่ใครต่อใครต่างอิจฉาเพราะเขาได้กลายเป็นคู่ชีวิตของเอเลนอร์ เอเวอร์เลต ผู้สวยสง่าราวกับนางฟ้าในสรวงสวรรค์ที่เหล่าบุรุษในดวาลินน์ต่างหมายปองตั้งแต่งานเดบูตองต์ครั้งนั้น
หากแต่ใจของเอเลนอร์กลับมีเพียงแค่นาธาเนียลจึงรอเขาอย่างแน่วแน่มาโดยตลอด
บรรดาแขกเหรื่อชั้นสูงที่มาร่วมงานต่างยินดีในวันสำคัญของคนทั้งคู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตระกูลดยุกอาเบอร์ลีนและตระกูลเคานต์เอเวอร์เลตผู้เป็นบิดามารดาของพวกเขา
“เอเลนอร์ เธอยังตื่นเต้นอยู่อีกหรือ” ดัชเชสอาเบอร์ลีนเอ่ยถามว่าที่สะใภ้พลางจับมืออีกฝ่ายให้คลายความกังวล สายตาห่วงใยคู่นั้นทำให้เอเลนอร์รู้สึกได้ว่าชีวิตของเธอต่อจากนี้คงเต็มไปด้วยความสุข
นาธาเนียลไม่ปล่อยให้เจ้าสาวของเขากังวลอย่างนั้นจึงเอ่ยกระซิบว่า “คุณไม่ต้องกลัวนะ มีผมอยู่ด้วยทั้งคน ทุกอย่างต้องผ่านไปได้ด้วยดี”
“ค่ะ นาธาเนียล” เธอยิ้มให้คนตรงหน้า เชื่ออย่างสุดใจว่าหากมีเขาอยู่เคียงข้าง ไม่ว่าพบเจอเรื่องเลวร้ายใด เธอจะสามารถอดทนผ่านมันไปได้อย่างแน่นอน
เคานต์เอเวอร์เลตเดินมาหาลูกสาวคนรองสีหน้ายิ้มแย้มกว่าใคร ความสุขล้นปรี่ปิดไม่มิดเพราะเธอได้แต่งเข้าตระกูลดยุก อาเบอร์ลีนผู้นำทหารสูงสุดของกองกำลังอารักขาจักรวรรดิ ต่อจากนี้ตระกูลเอเวอร์เลตย่อมมีหน้ามีตาในแวดวงชนชั้นสูงไปด้วย
เสียงเพลงขับขานคลอไปกับบรรยากาศชื่นมื่นค่ำคืนนี้ ชายหนุ่มหญิงสาวต่างเต้นรำอยู่กลางลานห้องโถงใหญ่ด้วยความสนุกสนาน
“เต้นรำกับผมได้ไหมครับ” นาธาเนียลเอ่ยถามหญิงสาว รอยยิ้มละมุนทำให้ใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะพลางจับมืออีกฝ่ายแล้วเต้นรำด้วยกัน
ภาพของทั้งคู่อยู่ในสายตาขององค์ชายมาเวอริค เลทีอัส โอรสองค์รองของจักรพรรดิองค์ปัจจุบันที่เวลานี้ถูกปลดเพราะเรื่องอื้อฉาวหลายอย่าง
เขาจ้องมองเอเลนอร์ไม่วางตา ความคิดหลายอย่างผุดขึ้นมาเป็นระยะก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย
ครั้นสบจังหวะที่คู่บ่าวสาวแยกกันครู่หนึ่ง องค์ชายมาเวอริคจึงเข้าประชิดตัวเอเลนอร์ ทำทีเข้าไปแสดงความยินดีกับเธอด้วยใจบริสุทธิ์แต่กลับฉวยโอกาสฉุดอีกฝ่ายไปพูดคุยกันในมุมลับตาคน
“ปล่อยค่ะ” เอเลนอร์ตะโกนลั่น ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำกับเธอเช่นนี้
สายตาของเธอที่มองมาราวกับไม่รู้ว่าเขาเป็นใครทำให้องค์ชายมาเวอริคแสยะยิ้ม
“ทำเหมือนไม่รู้จักกันไปได้ ฉันเสียใจมากเลยรู้ไหม” เขาขยับเข้าใกล้เธอจนติดฝาผนัง มือสองข้างกันไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้
“ฉันไม่รู้จักคุณจริง ๆ นะคะ” เอเลนอร์ยังคงยืนยันคำเดิม ตัวสั่นระริกหวาดกลัวคนแปลกหน้า มองซ้ายทีขวาทีหวังว่าจะมีใครสักคนเดินผ่านมา
“เธอนี่จริง ๆ เลย คิดจะตบตาคนอย่างฉันหรือไง” ชายหนุ่มส่ายหน้ารู้ดีว่านิสัยใจคอคนตรงหน้าเป็นอย่างไร ต่อให้หลอกคนอื่นได้ใช่ว่าจะหลอกเขาได้เสียเมื่อไหร่
“…” แววตาใสซื่อที่มองมายิ่งทำให้เขาไม่สบอารมณ์มากกว่าเดิมคิดว่าหญิงสาวช่างเจ้าเล่ห์เพทุบายยิ่งนัก กล้าดีอย่างไรทำหน้าตาไร้เดียงสากับเขา
เสียงฝีเท้าใครบางคนเดินใกล้เข้ามา ชายคนนั้นตะโกนเรียกหาเจ้าสาวของตัวเองด้วยความเป็นห่วง
“โอ้… นั่นเสียงของเจ้าบ่าวที่เธอเลือกใช่ไหม” เขาเลิกคิ้วจ้องดวงตาสีม่วงลาเวนเดอร์ รอยยิ้มมีเลศนัยปรากฏ “ฉันควรจะบอกเขาดีไหมว่าเราเป็นอะไรกัน เอเลนอร์”
เธอยังคงงุนงงไม่เข้าใจว่าเขาพูดถึงเรื่องอะไร ใจร้อนรนอยากหนีไปจากตรงนี้คิดตะโกนให้นาธาเนียลเข้ามาช่วยแต่ถูกห้ามเอาไว้ก่อนเพราะคนตรงหน้าเกิดความคิดดี ๆ ขึ้นมากะทันหัน
เขายอมปล่อยเธอไปในจังหวะที่นาธาเนียลโผล่มาตรงมุมนั้นพอดี สายตาเจ้าบ่าวมองด้วยความสงสัยว่าเหตุใดองค์ชายคู่อริจึงลอยหน้าลอยตาอยู่กับเจ้าสาวของเขาเพียงลำพัง
เมื่อเห็นสีหน้าหวาดกลัวของเอเลนอร์ เขาจึงโอบกอดเธอเอาไว้แล้วพาไปพักที่ห้องในทันที
“เกิดอะไรขึ้น เล่าให้ผมฟังได้ไหมครับ”
หญิงสาวถอนหายใจเรียกสติกลับมาแล้วบอกเขาไปตามตรงว่า “ผู้ชายคนนั้นเข้าหาฉันเหมือนเรารู้จักกันมาก่อน แต่ฉันเพิ่งเคยเห็นเขาครั้งแรก ฉันไม่รู้จักเขาจริง ๆ นะคะ” เอเลนอร์ยืนยันหนักแน่น สีหน้าของเธอไม่มีปิดบังและต่อให้เกิดเรื่องอะไรขึ้น เขาจะยังคงเชื่อคำพูดของเธอเสมอ
“ไม่เป็นไรนะ คุณพักผ่อนรอผมอยู่ที่ห้อง ถ้าผมจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้วจะรีบมาหา” รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าชายหนุ่ม ในใจของเขาไม่อยากทิ้งเธอไว้เพียงลำพังแต่เพราะยังมีหลายอย่างต้องทำจึงจำต้องไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อลงมาที่ห้องโถงใหญ่แล้ว นาธาเนียลจึงทำอย่างที่บอกเอเลนอร์ไว้ เขาสั่งงานลูกน้องให้จัดการส่วนที่เหลือช่วงท้ายของงานไม่ให้มีอะไรขาดตกบกพร่อง
ระหว่างนั้นมีโอกาสได้พบกับองค์ชายมาเวอริคอีกครั้ง ราวกับคนคนนั้นรอเขาเพื่อทำอะไรบางอย่าง
สีหน้าเจ้าเล่ห์ฉายชัดทำให้นาธาเนียลลอบถอนหายใจ ตัวเขาเองไม่รู้ว่าอีกฝ่ายโกรธเกลียดเขาทำไมนักหนาจึงตามจองล้างจองผลาญไม่เว้นวัน
“ยินดีด้วยกับการแต่งงาน” องค์ชายมาเวอริคกล่าวสีหน้ายิ้มแย้ม “ยินดีกับบรรดาศักดิ์ที่ท่านพ่อประทานให้ด้วยนะ เคานต์ เดอ ลีแวร์”
นาธาเนียล อาเบอร์ลีนได้รับตำแหน่งเคานต์ เดอ ลีแวร์เพราะชนะสงครามปราบกบฏธาลัสซาร์ชายแดนจักรวรรดิ บุตรชายคนที่สามของดยุกอาเบอร์ลีนจึงกลายเป็นบุคคลที่มีผู้คนนับถือและสร้างชื่อเสียงให้ตระกูลดยุกมีอำนาจในจักรวรรดิมากยิ่งขึ้น
ถึงอย่างนั้นแล้ว จักรพรรดิเลทีอัสกลับต้องแยกบุตรชายแต่ละคนของดยุกอาเบอร์ลีนไปยังที่ห่างไกลเพื่อจำกัดฐานกำลังพลใต้บัญชาของตระกูลนี้เพราะเชื้อพระวงศ์คนอื่น ๆ เกรงกลัวว่าวันหนึ่งพวกเขาจะมีอำนาจมากกว่า
แม้ว่าไม่อยากทำอย่างนั้นกับบุตรชายของสหายคนสำคัญแต่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ยังดีที่ดยุกอาเบอร์ลีนเข้าใจ เรื่องราวจึงจบลงได้อย่างง่ายดาย
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ” นาธาเนียลกล่าวกับคนตรงหน้า คิดหนีจากอริไปหาเจ้าสาวของตนเองแต่ได้ยินเสียงไม่เข้าหูโพล่งออกมาก่อน
“ค่ำคืนนี้ขอให้สนุกกับเคาน์เตส เดอ ลีแวร์แล้วกันนะ ลีลาของเธอใช่ย่อยเลยล่ะ จะว่าไปแล้วคิดถึงเสียงครางกระเส่าของเธอไม่น้อย สีหน้าตอนที่เธอกำลังถึงจุดนั้นมันทำให้แก่นกายของฉันแข็งขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่า นึกเสียใจจริง ๆ ที่ปล่อยให้นกน้อยตัวนี้หลุดมือ หวังว่าคืนนี้เคานต์ เดอ ลีแวร์จะพอใจเพราะฉันอุตส่าห์ฝึกเธอมากับมือ” องค์ชายมาเวอริคแสยะยิ้มยียวนเพราะคิดว่าตัวเองคือคนแรกที่ได้ลิ้มลองความบริสุทธิ์ของเอเลนอร์ แถมยังสะใจที่ได้ทำอะไรหักหน้าคู่อริอีกด้วย
“องค์ชายตรัสถึงเรื่องใดหรือพ่ะย่ะค่ะ” นาธาเนียลพยายามเก็บสีหน้าของตัวเองเอาไว้
แม้ในอดีตจะถูกอีกฝ่ายรังควานแต่ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่จะทำให้เขาอารมณ์ขุ่นมัวได้เท่าเรื่องนี้
“พูดไปเปล่า ๆ คงไม่เชื่อสินะ ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ลองพิสูจน์ด้วยตัวเองสิ เธอมีไฝสีแดงสองจุดตรงเนินหน้าอกข้างซ้ายกับท้องน้อย ค่อย ๆ สัมผัสล่ะ ถ้าอยากได้ยินเสียงสุขสมของเธออย่างที่ฉันได้ยิน” องค์ชายผู้อื้อฉาวเรื่องทำตัวเสเพลหัวเราะเบา ๆ หลังจากทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ในใจของนาธาเนียล อาเบอร์ลีน
ทว่า ชายหนุ่มยังเชื่อมั่นในตัวเอเลนอร์เช่นเคย เขามั่นใจว่าเธอไม่ได้ทำเรื่องเสื่อมเสียอย่างการเป็นหญิงบำเรอให้องค์ชายมากราคะคนนั้น
คิ้วของเขาขมวดชนกันจนเธอเอ่ยถาม “คิดอะไรอยู่เหรอคะ”
คำพูดของเธอทำให้เขาได้สติ สีหน้าไร้เดียงสาแบบนี้จะทำเรื่องอย่างว่ากับใครที่ไหนได้ เขาไม่สนใจคำพูดของชายคนนั้นแล้วเข้าหาภรรยาที่อยู่ตรงหน้า
สายตากวาดมองเรือนร่างใต้ชุดนอนแล้วอุ้มเธอขึ้นเตียงนุ่มก่อนจะไล้มือสัมผัสใบหน้าหวานละมุน บรรจงพรมจุมพิตด้วยความรักใคร่ มือข้างที่ว่างค่อย ๆ ปลดเชือกที่ผูกตรงหน้าอกทีละนิด
ทว่า คำพูดนั้นกลับวนเวียน เขาหลับตาถอนหายใจอยู่ครู่หนึ่งแล้วมองดูเนินหน้าอกหญิงสาวที่ค่อย ๆ เผยออกมาทีละนิด
เอเลนอร์แก้มแดงระเรื่อเขินอายราวกับเพิ่งเคยถูกชายหนุ่มสัมผัสเป็นครั้งแรก เมื่อเห็นว่าที่ตรงนั้นไม่มีอะไร เขาจึงเลื่อนมือลงไปข้างล่าง ถอดเสื้อผ้าที่ค้างคาไว้จนหมดพลันยิ้มกว้างเพราะเธอไม่ได้เป็นอย่างที่องค์ชายมาเวอริคพูดแม้แต่น้อย
“นาธาเนียล อย่าจ้องแบบนั้นสิคะ ฉันก็อายเหมือนกันนะ” เธอไม่กล้าสบตากับเขาพลันถูกมือหนาโอบใบหน้าให้เอียงกลับมามองเขา
“เดี๋ยวทำบ่อย ๆ ก็ชินแล้ว ผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวังเลย ภรรยาของผม เอเลนอร์ อาเบอร์ลีน” เจ้าตัวหยอกล้ออีกฝ่ายไร้ความกังวลใจพลางสัมผัสทุกส่วนอย่างที่ตั้งใจไว้เพราะอดทนมาทั้งวันแล้ว
ค่ำคืนนั้นจึงเต็มไปด้วยความสุขหฤหรรษ์จนเหมือนเวลากำลังหยุดนิ่งเพื่อพวกเขาทั้งสองคน
คำพูดของเธอทำให้เขาแสยะยิ้ม ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลไม่เป็นมิตรเลยแม้แต่น้อยราวกับถูกกระตุ้น ความคิดในใจถาโถมเข้าหานาธาเนียล เธอกล้าดียังไงจะหย่ากับฉัน เคยบอกแล้วไม่ใช่หรือไงว่าเธอต้องทุกข์ทรมานข้าง ๆ ฉันไปตลอดชีวิตเมื่อเห็นเขาไม่ตอบจึงพูดออกมาอีกครั้ง “ฉันจะหย่ากับคุณค่ะ”“เธอไม่มีสิทธิ์และฉันก็ไม่อนุญาตให้เธอไปไหนทั้งนั้น” เขาพูดข่มขู่ด้วยน้ำเสียงเย็นชา “อยากอยู่กับฉันไม่ใช่หรือไง ทำไมตอนนี้ถึงคิดหนีไปอย่างนั้นล่ะ”“นาธาเนียล” เซซิเลียเรียกเขาเสียงแข็งเพื่ออีกฝ่ายจะได้สติบ้าง “ฉันอยู่ที่นี่ต่อไป คนที่ทรมานก็คือคุณ ฉันไม่อยากให้เป็นแบบนั้นค่ะ เพราะฉะนั้น หย่ากับฉันเถอะนะคะ แล้วฉันจะไม่มาให้คุณเห็นหน้าอีก”เธอพูดไปแบบนั้นเพราะทุกครั้งที่เจอหน้ากัน เขามักจะหงุดหงิดอารมณ์เสียอยู่เสมอ เมื่อเห็นแบบนั้นบ่อย ๆ เข้าเซซิเลียจึงนึกสงสารเพราะคิดว่าต้นเหตุล้วนมาจากเธอ“เสแสร้งทำเป็นห่วงกันอย่างนั้นเหรอ เธอมันร้ายกาจ จำใส่ใจเอาไว้ว่าฉันไม่มีทางหย่ากับเธอ ต่อให้ฉันต้อ
เช้าวันต่อมาสาวใช้ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่าหญิงสารเลวคนนี้จะต้องได้รับความทุกข์ทรมานให้สาสมกับสิ่งที่เธอทำกับเจ้านายและคนรักของเขาเซซิเลีย คือชื่อที่ถูกเรียกขานอีกครั้งนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปในเมื่อเคานต์ เดอ ลีแวร์ไม่ว่ากล่าวอะไร พวกเธอจึงกลั่นแกล้งหญิงสาวให้ประสบความลำบากทีละนิด คอยระวังยั้งมือไม่ให้มากจนเกินไปเพราะกลัวว่าเธอจะตายจากไปเสียก่อนที่จะชดใช้ความผิด“นาธาเนียล” เซซิเลียยังคงเรียกคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงดังเดิมราวกับว่าเรื่องเมื่อคืนไม่ได้เกิดขึ้น แต่อีกฝ่ายกลับแสยะยิ้มให้ด้วยสายตาเย็นชา“เรียกทำไมนักหนา คิดว่าฉันเป็นสามีของเธอจริง ๆ หรือไง” ชายหนุ่มสบถน้ำเสียงไม่สบอารมณ์แต่เช้า“คุณฟังฉันก่อนได้ไหมคะ ฉันไม่รู้ว่าคุณเข้าใจผิดไปตั้งแต่ตอนไหน แต่ว่าฉันไม่เคยพูดโกหกอะไรกับคุณเลยนะ” เซซิเลียพยายามโน้มน้าวใจให้เขายอมหยุดฟังเธอบ้าง อย่างน้อยให้เธอได้แก้ไขความเข้าใจผิดสักเล็กน้อยก็ยังดี“กล้าพูดมาได้ว่าไม่เคยโกหก เธอแกล้งเป็นเอเลนอร์อยู่นี่ไง คิดว่าฉันไม่รู้เ
เช้าวันต่อมาเอเลนอร์เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าร่างกายเริ่มดีขึ้นเล็กน้อยจึงค่อย ๆ ลืมตามองดูรอบห้องที่ยังไร้เงาของนาธาเนียล คิดไปเองว่าสิ่งที่เธอได้ยินตอนไม่ได้สตินั้นเป็นเพียงฝันร้ายทว่า เอมี่กลับยืนยันว่าเขากลับมาแล้วตั้งแต่เมื่อวาน“นายท่านมีงานด่วนต้องตรวจตราเลยรีบออกไปตั้งแต่เช้าตรู่ค่ะ แต่นายท่านบอกว่าจะรีบกลับมาถ้าเสร็จธุระแล้ว” เธอพยายามบอกคนตรงหน้าที่ใจไม่ดีสักเท่าไหร่ แววตาอีกฝ่ายสลดลงเพราะคิดว่าอย่างน้อยควรจะปลุกเธอแล้วบอกให้รู้สักนิดก็ยังดีคำปลอบประโลมเล็กน้อยหรือการอยู่เคียงข้างกันในเวลานี้ดูเป็นคำขอที่มากเกินไปอย่างนั้นเหรอ“ฉันคงจัดการทุกอย่างเองไม่ได้ ฝากด้วยนะเอมี่” เธอฝากเรื่องอาหารมื้อเย็นให้สาวใช้รับผิดชอบ สายตาเหม่อมองไปนอกห้องก่อนลุกเดินไปยังห้องนอนของนาธาเนียลกลิ่นสบู่หอมอ่อน ๆ ที่เขาชอบใช้ยังคงอบอวล เธอคิดถึงเขามากเหลือเกินจนคิดไปว่า “เขาโกรธที่ฉันแท้งเหรอ เอมี่”สาวใช้ตกใจรีบปฏิเสธทันควัน “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ อย่าได้คิดโทษตัวเองเลย
ก่อนเดินทางออกจากดวาลินน์ นาธาเนียลเข้าไปเยี่ยมหลุมฝังศพของเอเลนอร์ในสุสาน วางดอกกุหลาบช่อใหญ่ที่เธอชอบข้างป้ายชื่อที่เขียนไว้ว่าREST IN PEACECECILIA EVERLET911 - 932ชายหนุ่มเศร้าใจยิ่งนักที่เวลานี้ไม่อาจทำอะไรให้เธอได้เลย แม้แต่ป้ายยังเป็นชื่อของคนอื่น เขาจึงให้สัญญาว่าจะไม่ยอมให้หญิงคนนั้นถูกโทษประหารแล้วตายจากไปอย่างง่ายดายเพราะเธอจะต้องได้สัมผัสกับความทุกข์แสนสาหัสตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ให้สาสมคฤหาสน์ตระกูลอาเบอร์ลีนดัชเชสอาเบอร์ลีนและเลดี้เมเบลเข้ามาช่วยเอเลนอร์เตรียมสัมภาระตั้งแต่เช้าตรู่ จัดหาข้าวของจำเป็น สมุนไพร ยารักษาอาการของเธอไว้ให้พร้อมเพราะกลัวว่าเธอจะลำบาก“ท่านแม่ ทำไมจู่ ๆ นาธาเนียลถึงได้เปลี่ยนใจเร็วขนาดนี้คะ หรือว่ามีการเคลื่อนไหวของพวกเชื้อพระวงศ์ที่เราไม่รู้” เลดี้เมเบลเอ่ยถามเธอด้วยความสงสัยเพราะก่อนหน้านี้ยังพูดกันเสียดิบดีว่าจะอยู่ดวาลินน์ต่อเพราะเป็นห่วงสุขภาพของภรรยา“&hellip





