Mag-log in
ก้องทวีป ศิรชัช จิตรกรหนุ่ม ผู้รักชีวิตอิสระวัย 27 ปี ขับรถไปยังร้านขายภาพของตัวเองซึ่งลงทุนกับเพื่อน... เจ้าของใบหน้าหวานจนผู้หญิงบางคนยังต้องอิจฉาหันไปมองภาพวาดที่วางอยู่บนเบาะข้างตัวด้วยความภาคภูมิใจ งานชิ้นนี้เขาใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะรังสรรค์ขึ้นมาได้ หลังจากไปต่างจังหวัดมาหลายวัน
เนื่องจากมัวแต่หันไปมองภาพเขียนของตัวเองจึงไม่ทันเห็นว่ามีรถคันหนึ่งเลี้ยวขึ้นมาปาดหน้า หันมาอีกทีก็ต้องเหยียบเบรกกะทันหัน ล้อเบียดกับถนนเสียงดังสนั่น รถคันหลังที่ขับตามมาต่างเหยียบเบรกตามๆ กันเสียงลั่นไปทั่วบริเวณ พร้อมคำสบถด้วยความหงุดหงิดใจตามมาเป็นทิวแถว
“ขับรถยังไงนี่”
ชายหนุ่มหัวเสีย... โมโหอย่างที่สุด ร่างสูง 187 เซนติเมตร สวมเสื้อเชิ้ตเนื้อดี กางเกงยีนส์สีซีดยี่ห้อดัง และรองเท้าบูทหนังราคาแพงรีบเปิดประตูรถแล้วก้าวลงมาจากรถ ผมยาวถึงกลางแผ่นหลังปลิวไปตามสายลมที่พัดมาปะทะ จนต้องเสยขึ้นไปเป็นระยะ
“เฮ้ย! เกือบชน ซวยแล้ว...”
อันดามัน อ่าวสุดเขต หญิงสาววัย 24 ปี ผู้มีส่วนสูง 167 เซนติเมตร เจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้ม ปากนิดจมูกหน่อย รูปร่างอรชรกลมกลึง แต่ใครเลยจะรู้ว่าเธอเป็นทายาทเจ้าของโรงเรียนสอนเทควันโดชื่อดัง ภายใต้รูปร่างที่บอบบางคือศิลปะการป้องกันตัวที่ยอดเยี่ยมจนผู้ชายบางคนยังสู้ไม่ได้
หญิงสาวใช้มือปิดปากด้วยความตกใจที่เกือบเกิดอุบัติเหตุ แต่ลอบผ่อนลมหายใจโล่งอก ที่แค่ “เกือบชน” เท่านั้น
เธอรีบกลับบ้าน เนื่องจากพี่สะใภ้โทร. มาบอกว่าบิดาเป็นลมหมดสติไป ตอนนี้หมอกำลังตรวจอาการอยู่ ด้วยความร้อนใจเธอจึงขับรถเร็วกว่าปกติมาก
เมื่อตั้งสติได้จึงรีบก้าวลงจากรถ
ก้องทวีปหรี่ตามองเรือนร่างบอบบางที่สวมเสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบคู่สวย ดูจากการแต่งตัวแม้ดูจะห้าวๆ ไปหน่อยในความคิดของเขา ท่าทางทะมัดทะแมงนี้ทำให้เขานึกกระหวัดไปว่าหญิงสาวคงเป็นพวกผิดเพศ
“นี่คุณ ขับรถยังไง ไม่รู้หรือไงว่าทางเลี้ยวแบบนี้ต้องดูรถก่อนเลี้ยว ไม่ใช่อยู่ดีๆ เลี้ยวออกมาแบบนี้ ใช้สมองส่วนไหนคิดนี่”
อันดามันอ้าปากค้างทันทีที่ลงจากรถ ยังไม่ทันพูดอะไร คู่กรณีใส่เธอไม่ยั้ง ตอนแรกนึกว่าเป็นผู้หญิง แต่พอมองอีกทีเป็นผู้ชาย หน้าหวานซะไม่มี เวลากะพริบตาที ขนตางอนยาวชวนมองขยับขึ้นลงตามไปด้วย ผู้ชายอะไรนอกจากหน้าหวานแล้ว ยังขนตางอนอย่างกับผู้หญิง สงสัยเป็นพวกผิดเพศ เธอคิดเองออเองมองอีกฝ่ายตาขวาง
“อ้าว... นี่คุณ ทำไมต้องขึ้นเสียงด้วย เป็นสุภาพบุรุษหรือเปล่า พูดกันดีๆ ก็ได้”
อันดามันเท้าสะเอวอย่างไม่เกรงกลัว ยิ่งรีบๆ อยู่ ไม่น่ามาเจอเหตุการณ์แบบนี้เลย
ก้องทวีปเงยหน้าขึ้นฟ้า กลอกตาไปมาเพื่อระงับอารมณ์ มือเสยผมยาวสลวยไปด้านหลัง ขับรถไม่ดูตาม้าตาเรือแล้วยังมาเรียกหาความเป็นสุภาพบุรุษเอากับเขาอีก แม่คุณ... ไม่เคยพบเคยเจอมาก่อนผู้หญิงแบบนี้
“นี่คุณ มีใบขับขี่หรือเปล่า ขับรถไม่รู้จักกฎจราจร”
เขากอดอกมองหญิงสาวอย่างเหลืออด จ้องมองด้วยดวงตาวาววับ ยิ่งอารมณ์ไม่ดีเรื่องบิดาอยู่ ยังมาเจอผู้หญิงปัญญาอ่อนแบบนี้อีก
“ใบขับขี่ฉันมี นี่ไง”
เธอรีบควักใบขับขี่จากกระเป๋าสตางค์ออกมาโชว์ให้เขาดู
ชายหนุ่มเสยผมบนศีรษะด้วยความโมโห หงุดหงิดใจยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นกิริยาที่เขาชอบทำเวลามีเรื่องอะไรขัดใจ ไม่คิดว่าแค่เขาพูดประชด คุณเธอจะดันควักออกมาโชว์จริงๆ ซะงั้นให้ตายเถอะ! นอกจากจะปัญญาอ่อนแล้วยังงี่เง่าอีกด้วย
“นี่แม่คุณ ซื้อมาหรือเปล่าใบขับขี่ นี่ถ้ารถผมเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง คุณมีปัญญาจ่ายไหม” ในเมื่อเธอกวนมาก่อน เขากวนกลับบ้างจะเป็นไรไป
“รถคุณไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย แต่ที่พูดมากโยกโย้นี่จะเอาเงินใช่ไหม” เธอเดินไปสำรวจรถเขาอย่างถี่ถ้วนก่อนเบะปาก
“โธ่... เอาไป แค่นี้คงพอสำหรับคนแบบคุณ บอกกันดีๆ ก็ได้ ทำมาพูดมาก ชักช้า ชิ!”
หญิงสาวควักธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทออกมาสองใบแล้วเดินอาจหาญเข้าไปยัดใส่มือเขา
ก้องทวีปได้แต่อ้าปากค้าง ไม่คิดว่าแม่คุณจะบ้าดีเดือด แถมดูถูกคนอื่นขนาดนี้ เอากับเธอสิ... ผู้หญิงเป็นแบบนี้ทุกคนหรือเปล่านะ
“นี่ๆๆ แม่คุณ จะเอาเงินฟาดหัวหรือไง แค่นี้ไม่พอ ไหนจะค่าทำขวัญทำให้ตกใจ ไหนจะค่ารถที่ไม่รู้ถลอกตรงไหนอีกบ้าง”
ในเมื่ออวดร่ำอวดรวยนัก จะเรียกให้หมดตัวเลย ร่างสูงเดินไปลูบรถคันหรูที่หาซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงจากการวาดภาพของตัวเองเหมือนว่ามันจะถลอกตามที่กล่าว แต่ความจริงมันไม่ได้เป็นอะไรด้วยซ้ำ
อันดามันอ้าปากค้างอีกรอบ นอกจากจะงกแล้ว ยังเล่นละคร... ปั้นน้ำเป็นตัวได้ทุเรศที่สุด เห็นอยู่ว่ารถไม่ได้เป็นอะไร ก็เธอเข้าไปตรวจสภาพแล้ว
“นี่ๆๆ รถคุณไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย อย่าเว่อร์ไปหน่อยเลย แต่ถ้าเป็นจริงก็ช่วยไม่ได้ ขับรถเร็วอย่างกับพายุ ใครจะไปมองเห็น”
เธอรวน ก้องทวีปมองหญิงสาวนิ่ง ดวงตาคมเข้มวาวโรจน์
“ผมนี่นะ ขับรถอย่างกับพายุ ยัยปากกรรไกรเอ๊ย เอาสมองส่วนไหนคิดนี่” เขาชี้ตัวเองอย่างเหลืออดในคำกล่าวหาของเธอ
เสียงแตรรถที่บีบไล่หลังมาทำให้ชายหนุ่มหันไปมองอย่างหัวเสียกว่าเดิม
“ผมว่าไปโรงพักดีกว่า”
เขาตัดบท... อยากจะดัดนิสัยเธอ เดี๋ยวจะให้เพื่อนที่เป็นตำรวจจัดการเสียให้เข็ด
“เชิญไปคนเดียวเถอะ ฉันรีบ ไปก่อนล่ะ”
อีตาบ้า ประโยคหลังต่อในใจ...
อันดามันรีบวิ่งไปเปิดประตูรถ ขับออกไปทันที ปล่อยให้ชายหนุ่มยืนหัวเสียอยู่คนเดียว ร่างสูงของก้องทวีปได้แต่อ้าปากค้างเมื่อเรียกคู่กรณีไม่ทันเสียแล้ว มัวแต่มึน... ไม่คิดว่าเธอจะหนีไปทั้งที่ยังพูดกันไม่รู้เรื่องแบบนี้
“เร็วอย่างกับปรอท นี่คุณกลับมาเดี๋ยวนี้นะ จะหนีไปทั้งที่ยังคุยไม่รู้เรื่องแบบนี้ได้ยังไง”
ก้องทวีปวิ่งตามด้วยความโมโหสุดกำลัง กรามกัดกันแน่นเป็นสันนูน
“โธ่โว้ย ฝากไว้ก่อน ยัยตัวแสบ เจอเมื่อไหร่จะจูบให้หายแค้นเลย” ชายหนุ่มเดินไปเปิดประตูรถอย่างแรง หันไปขอโทษขอโพยรถคันหลังยกใหญ่โดยการพยักหน้าให้ด้วยใบหน้าเหยๆ แต่ในใจอยากด่ามากกว่า เห็นอยู่ว่าเกือบเกิดอุบัติเหตุ บีบแตรเร่งอยู่ได้
“ยัยปากกรรไกร เจอเมื่อไหร่ฉันจะจัดการให้หายซ่าเลย ไอ้รถบ้านี่... บีบแตรอยู่ได้”
ชายหนุ่มขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับหันไปสบถรถคันหลังที่เอาแต่บีบแตรไล่สนั่นถนน แต่หากหันไปด่าตอนยังไม่ขึ้นรถ ไม่อยากคิดว่าจะโดนกระทืบกี่เท้ากัน แล้วไม่ต้องหวังว่าจะรอดชีวิตขึ้นรถมาแบบนี้
“เป็นอะไรวะเพื่อน หน้าบอกบุญไม่รับมาเชียว”
ฐานทัพ มหาละลวย จิตรกรหนุ่ม... ทักเพื่อนที่เดินหน้ายุ่งเข้ามาในร้าน
“เจอผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ หน้าตาพอไปวัดไปวาได้ แต่ปากเหมือนกรรไกร เถียงคำไม่ตกฟาก ทั้งๆ ที่คุณเธอขับรถเลี้ยวไม่ดูตาม้าตาเรือ ทำเอาฉันเกือบชน แถมแม่คุณยังชิ่งหนีไปหน้าตาเฉย ก่อนไปยัดเงินค่าทำขวัญให้ฉันสองพัน”
ก้องทวีปกระแทกตัวนั่งบนโซฟาในร้านด้วยความหงุดหงิดจนฐานทัพมองโซฟาด้วยความสงสาร
พอเล่าจบ เพื่อนรักกลับหัวเราะท้องแข็ง ชายหนุ่มหน้ายุ่งกว่าเก่า
“หัวเราะบ้าอะไรของนาย”
ก้องทวีปถามเพื่อนด้วยความหงุดหงิด
“เปล่าๆ ใจเย็นเพื่อน นายอย่าหงุดหงิดไปเลย ยังไงเธอก็เป็นผู้หญิง แต่คิดไปคิดมา ฉันว่าอาจจะเป็นเนื้อคู่นายก็ได้ เคยได้ยินไหมบุพเพสันนิวาส”
วันนี้เป็นวันสำคัญของอันดามันเนื่องในวันคล้ายวันเกิด ชายหนุ่มที่นอนอยู่ในห้องรับแขกของบ้าน “อ่าวสุดเขต” หลายวันตามประกาศิตของเมียก็ลงมือลุกขึ้นทำกับข้าวเพื่อใส่บาตรกับภรรยา ดูเธอไม่ไล่เขาเท่าที่ควร ชายหนุ่มทำอาหารและทำเค้กให้เธอโดยการช่วยเหลือจากพลอยไพลินและทางบ้าน “อ่าวสุดเขต” จัดงานวันเกิดให้หญิงสาวในตอนกลางคืนอันดามันยิ้มแย้มมีความสุขมาก ที่ได้อยู่กับครอบครัวและคนรัก เธอให้อภัยเขาตั้งหลายวันแล้ว แต่ยังไม่ยอมบอก กะว่าคืนนี้ทำให้เขาประหลาดใจที่ไม่ต้องนอนนอกห้องอีก“อธิษฐานสิครับน้องหวาน”ก้องทวีปเป็นคนถือเค้กช็อกโกแลตของโปรดของหญิงสาวมาเซอร์ไพรส์หญิงสาวยิ้มกว้างเพราะพลอยไพลินแอบกระซิบว่าเป็นฝีมือของก้องทวีปทุกอย่างรวมถึงอาหารคืนนี้ด้วย ทุกคนเริ่มร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ ก่อนหญิงสาวจะอธิษฐาน... เป่าเค้กในมือชายหนุ่มงานวันเกิดเป็นกันเองสำหรับคนในครอบครัว แต่มีบรรดาแขกไม่รับเชิญสำหรับเขาคือบรรดาเพื่อนชายของภรรยามามากมาย ก็พอรู้ว่าตอนเรียนมีแต่เพื่อนผู้ชาย แต่มันขัดสายตาจนเขาต้องขัดขวางทุกทางไม่ให้หนุ่มๆ พวกนั้นใกล้ชิดภรรยาได้ แต่ยิ่งขัดขวาง ก็ยิ่งเหมือนทำให้พวกเขาเข้าถึงตัวภรรยาได้
เอเชียพูดไม่ออก ยิ่งเห็นบุตรสาวคาดคั้นหนักขึ้นก็รู้สึกผิด“หวาน อย่าพูดเสียงดังใส่พ่อแบบนั้น พ่อไม่สบายอยู่”“ไม่สบายเหรอคะ พี่พลอยก็เป็นพวกเดียวกับคุณพ่อ หลอกลวงหวาน เรื่องแต่งงานไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ถ้าหวานอยู่กับพี่ก้อง ใช้ชีวิตคู่ไปไม่รอด พ่อคิดไหมคะว่าหวานจะเป็นยังไง หวานต้องหย่าขาดเป็นม่าย คุณพ่อต้องการแบบนั้นใช่ไหมคะ” อันดามันพูดทั้งน้ำตา ต่อมน้ำตาที่เหือดหายไปเริ่มทะลักออกมาอีกครั้ง“หวาน”เอเชียไม่คิดว่าบุตรสาวจะเสียใจขนาดนี้ ก็ไหนก้องภพบอกว่าทั้งสองคนรักกันดีแล้วไง ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้“แต่หวานกับพี่เขาก็รักกันดีนี่ลูก”คำพูดของบิดาทำให้อันดามันชะงัก ก่อนจะเม้มปากแน่น“ใครบอกล่ะคะ หวานกำลังจะหย่ากับพี่ก้องต่างหาก แต่ที่ทุกคนเห็นเพราะเราสองคนแค่เป็นห่วงอาการป่วยที่จะกำเริบของพ่อ ทั้งหัวใจ ทั้งความดันโลหิตสูง เราสองคนก็เลยต้องเล่นละครว่ารักกันหวานหยด ให้พ่อไม่เครียดต่างหาก ที่จริงหวานกับพี่ก้องเราไปกันไม่รอด”คำพูดของอันดามันทำให้ทุกคนยกมือทาบอก“ต่อไปนี้หวานจะกลับมาอยู่บ้าน แล้วไม่ต้องมีใครคิดมาบังคับหวานอีก หวานจะกลับไปทำงานเหมือนเดิม ปล่อยให้พี่ฝาดดูแลอยู่คนเดียวตั้งนานแล้
ร่างกลมกลึงหยัดยกกายให้เขาเข้าประสานล้ำลึกยิ่งขึ้นทุกลำนำสวาท มือนุ่มจิกแผ่นหลังแกร่งด้วยความเสียวกระสันแล้วลูบคลึงตามจังหวะที่เขาชำแรกเข้าหา มือของจิตรกรหนุ่มช้อนสะโพกผายให้ยกสูงขึ้น แล้วจับขาข้างหนึ่งพาดบนบ่ากว้าง เร่งห่มสะโพกหนักหน่วงแม่นยำบุกกดกระทั้นกระแทกโจนจ้วงก้องทวีปกระแทกสะโพกสอบอยู่นานก่อนรับรู้ถึงอาการเกร็งและตอดรัดรุนแรง เขาเร่งประชิดยกขาลงจากบ่า กดเรียวขาแนบถึงอกจนบั้นท้ายงอนงามลอยสูงขึ้นรับแรงหนักเน้นเต็มที่เร่งปลดปล่อยตามติด ก่อนพลิกกายนอนเคียงข้างหอบสะท้านไปพร้อมกันก้องทวีปพาภรรยาเดินทางมาถึงบ้านบิดาก็ได้รับประทานอาหารกลางวันพอดี“สวัสดีครับคุณพ่อ”“สวัสดีค่ะคุณพ่อ”ทั้งสองไหว้คุณก้องภพ ก่อนหันไปสวัสดีนมทิพย์ที่ยืนยิ้มอยู่อีกด้าน เหมือนผู้ใหญ่สองคนกำลังรอคอยการมาของเขาและภรรยาอย่างใจจดจ่อ“ซื้ออะไรมาเยอะแยะลูก แค่มาพ่อก็ดีใจแล้ว ได้เวลาอาหารพอดี เดี๋ยวให้นมทิพย์บอกเด็กให้จัดการตั้งโต๊ะเลยนะลูก”ก้องภพบอกลูกชายและลูกสะใภ้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เห็นลูกๆ มีความสุขก็อดยิ้มไม่ได้ ภรรยาที่ตายไปคงตายตาหลับหลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จก็นั่งคุยกันที่ห้องนั่งเล่น“เมื่อไหร่
เอ๊ย! ไม่ใช่ โดนเธอจัดการแน่นอนจึงรีบเผ่นขึ้นห้องไปก่อน ไหนๆ ก็จะอาบน้ำ ออกกำลังกายสักรอบสองรอบจะเป็นไรไป“หยุดเลยพี่ก้อง”ก้องทวีปหัวเราะเจ้าเล่ห์หนีเข้าห้องนอนตัวเอง เวลาเมียวิ่งตามด้วยความโมโหจะปลอบใจเมียต้องหนีเข้าห้องนอนถึงจะสำเร็จ แล้วก็ได้ปลอบกันจนหมดแรงจนหยุดโมโหเลยก็ว่าได้อันดามันวิ่งขึ้นบันไดไล่หลังมา ชายหนุ่มแกล้งหยุดอยู่ข้างเตียงว่ายอมแพ้ แต่มีแผนในใจเธอเห็นสามีหนุ่มหยุดยืน ได้ทีวิ่งเข้าหาแบบไม่ทันตั้งตัวแล้วคนที่ยืนนิ่งก็หลบวูบ ร่างน้อยกระโจนลงบนเตียงไม่เป็นท่า ที่ร้ายไปกว่านั้นร่างสูงขึ้นทาบทับแทบจะทันทียังไม่ทันให้คนเสียท่าได้หายใจหายคอ ขาแกร่งรัดร่างบางไม่ให้ดิ้นหนี“อือ... พี่ก้องแกล้งหวานอีกแล้ว”ปากว่าแต่มือลูบ พักหลังไม่อยากใช้วิชาป้องกันตัวเพราะอยากให้เขากลั่นแกล้ง โดยเฉพาะกลั่นแกล้งอย่างเสน่หา คิดเองแล้วก็หน้าแดงเอง “ปล่อย” แกล้งผลักไม่จริงจังนัก“อยากให้ปล่อยจริงเหรอ อย่าดิ้นดีกว่า วันนี้ขอแบบนิ่มนวลเหมือนเดิม ยอมง่ายๆ จะได้ไปบ้านคุณพ่อกัน ไม่งั้นลุกไม่ไหว”คำพูดนั้นทำให้โดนหยิกแก้มไปหนึ่งที“หยิกทำไมนี่ อ๋อ... ให้รีบๆ เหรอจ๊ะ”“ไม่ใช่เสียหน่อย หยิกคนบ้า พูดอะ
พระเจ้า! เขาแทบลุกเป็นไฟในการกระทำเร่าร้อนของเธอ“โอ๊ะ!”แล้วชายหนุ่มก็ร้องเสียงหลงเมื่อเธอเม้มปาก ส่งสายตาหยาดเยิ้มเข้มขึ้นเหมือนเปลวเพลิงแผดเผาเขา โอ้... ก้องทวีปรำพันในอก เมื่อร่างสาวเริ่มโยกบนตัวเขามือทั้งสองข้างกดที่หน้าท้องแกร่ง กิริยาเร่าร้อนกระแทกกระทั้นเหมือนเป็นการลงทัณฑ์เขามากกว่าจะปรนเปรอทำให้เขาตระหนักว่าเธอกำลังจัดการเขาอยู่ จัดการให้ตกอยู่ในห้วงเสน่หาโดยไม่มีวันถอนตัวถอนใจได้อีกต่อไปแล้วอันดามันบิดกายเร่าๆ ขณะโยกกายบนตัวเขาล้ำลึก ชายหนุ่มประคองบั้นท้ายงามเอาไว้เมื่อเธอควบขยับบดคลึงพาเขาทะยานสู่หุบเขาแห่งเสน่หา ใบหน้าหวานบิดไปมา เม้มริมฝีปากสลับกับการครวญครางกระเส่า คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันยุ่งเหยิงด้วยความเสียดเสียว“วันหลังหวานจะถามพี่ก้องก่อน จะไม่ปักใจเชื่อฝ่ายเดียวอีกแล้ว” อันดามันพูดเสียงหอบกระเส่า ก้องทวีปครางไม่หยุดแต่ก็รับฟังสิ่งที่ภรรยาพูด ความจริงเขาไม่ได้โกรธอะไรเธอมากมายนัก แค่อยากให้ฟังกันบ้างเท่านั้น ที่สำคัญเขาก็รู้สึกดีที่เธอหึงหวงแบบนี้อันดามันหอบกระเส่ามองหน้าสามีด้วยความหวังว่าเขาจะตอบอะไรกลับมาบ้าง แต่ชายหนุ่มก็ยังเงียบ หญิงสาวจึงจัดการตามวิธีของเธอ
เขาคงน้อยใจที่เธอไม่ไว้ใจเขา แต่ใครจะไปรู้ว่าจะเป็นแบบนั้น ก็คำพูดมันส่อนี่นา“พี่ก้องคะ”อันดามันลองเรียกสามีดู เขาไม่ตอบทำให้เธอใจเสียกว่าเดิม“พี่ก้องคะ หวานขอโทษ”หญิงสาวยังไม่ละความพยายาม แต่เขายังนอนนิ่งเหมือนเดิม ยิ่งเห็นยิ่งอยากเอาชนะ เธอไม่เคยง้อใครขนาดนี้มาก่อน ก็เธอขอโทษแล้วยังไม่ให้อภัยอีก หญิงสาวคว้าไหล่สามีให้หันมา เธอไม่ชอบให้เขาทำเป็นไม่สนใจ ปล่อยให้เธอพูดอยู่คนเดียวแบบนี้“พี่ก้อง อย่าทำแบบนี้กับหวาน”อันดามันมองแผ่นหลังกว้างด้วยความน้อยใจบ้างที่เขาไม่ยอมรับคำขอโทษ หญิงสาวรั้งไหล่กว้างมาอีกครั้งแล้วขึ้นคร่อมทับเพื่อจะได้มองหน้าเขาชัดเจน แต่เขากลับหลับตากอดอกนิ่ง หญิงสาวเบ้หน้าด้วยความน้อยใจบ้าง เธอคว้ามือเขาทั้งสองกดแนบกับที่นอน จ้องเขาไม่วางตา แต่ชายหนุ่มก็ยังหลับตานิ่ง“พี่ก้อง ลืมตามาคุยกับหวานเดี๋ยวนี้ ลุกขึ้นมาคุยกับหวานก่อน”เธอขอร้องแกมบังคับ แต่เขายังนอนนิ่งไม่ไหวติง จนหญิงสาวอยากเอาชนะขึ้นอีกเป็นเท่าตัวอันดามันเงอะงะไปเหมือนกันว่าเธอจะเริ่มตรงไหนก่อนดี แต่ที่รู้ๆ ก็คือในเมื่อเขางอนดีนัก เธอก็จะปล้ำให้หายงอน ทำให้เขาครวญครางสยบแทบเท้าเธอให้ได้ หญิงสาวรวบรวมสต







