INICIAR SESIÓN
ปึก ปึก ปึก
"อ๊าส์"เสียงเนื้อกระทบเนื้อจากแรงกระแทกดังปะปนกับเสียงครวญครางท่ามกลางความเงียบงัน แสงไฟสีวอร์มไวต์สาดส่องลงบนห้องนอนหรูภายในเพนต์เฮาส์อันกว้างใหญ่ที่กินพื้นที่ไปทั่วทั้งชั้นบนสุดของตึกแห่งนี้ "อือ ภูผา" "อ๊าส์ ราตรี ฉันเสียว ซี๊ด"ฝ่ามือใหญ่ทั้งสองข้างบีบบั้นท้ายของหญิงสาวทั้งสองข้างจนแดงเป็นรอยนิ้วมือของเขาตามแรงอารมณ์ที่กำลังปะทุร้อนระอุอยู่ในตอนนี้ ดวงตาคมหรี่มองร่างสวยของแฟนสาวที่กำลังโยกขยับร่างกายจนกลีบสวยของเธอกลืนกินแก่นกายของเขาหายเข้าไปหมดทั้งลำอย่างง่ายดายด้วยน้ำเมือกใส่ที่เป็นเครื่องช่วยหล่อลื่นทำให้การขยับมันง่าย ปึก! ปึก! ปึก! เต้าอวบใหญ่ขนาดพอดีมือขยับสายไปมาขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะแรงกระแทก ความเสียวซ่านแพร่กระจายในขณะที่ ราตรี แฟนสาวของเขาเปลี่ยนจากการโยกขยับมาเป็นการบดขยี้ทำให้แก่นกายของเขาเสียดสีเข้ากับโพรงอ่อนนุ่มด้านในของเธอ "อือ เบาหน่อย จะแตก" "จะรีบไปไหนล่ะ อ๊าส์ ของนายใหญ่เป็นบ้าเลยภูผา" "แล้วเธอ อ๊าส์ ชอบไหมล่ะใหญ่ ๆ แบบนี้"ดวงตาที่มีเสน่ห์จ้องมองใบหน้าเย้ายวนของแฟนสาว ริมฝีปากสวยคลี่ยิ้มก่อนราตรีจะใช้ปลายลิ้นเล็ก ๆ ของเธอออกมาเลียริมฝีปาก "ใหญ่ ๆ แบบนี้แหละดี เต็มร่องของฉันดี" "ฉันคิดไม่ผิดเลยจริง ๆ ที่วันนั้นตามจีบเธอ อ๊าส์ " "นายรักฉันไหมภูผา"เธอขยี้ร่องสวยจนสัมผัสได้ถึงแรงกระตุกที่กำลังส่งผลอยู่ภายใน ชายหนุ่มใช้ฝ่ามือใหญ่บีบขยำเต้าอวบของหญิงสาว พลางหยัดกายลุกขึ้นให้อยู่ในท่านั่งหันหน้าเข้าหา ดวงตาที่เขามองเธอยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักไม่มีเปลี่ยนแปลง "รักสิ ฉันรักเธอมากเลยราตรี รักแบบที่ไม่เคยรักผู้หญิงคนไหนมาก่อน"ชายหนุ่มจับมือซ้ายของเธอขึ้นมากุม จ้องมองแหวนทองคำขาวที่มีแหวนเพชรเม็ดเล็กประดับอยู่ด้วยความดีใจเมื่อได้มองมันทุกครั้ง "ฉันยังยืนยันคำเดิมนะ ถ้าหาเรียนจบเราสองคนจะแต่งงานกัน" "ฉันรักนายนะภูผา"ราตรีโน้มตัวเข้าหา ใช้แขนทั้งสองข้างโอบกอดร่างเปลือยเปล่าของชายหนุ่ม พลางซบใบหน้าลงบนไหล่หนาหลบซ่อนสายตาเจ็บปวดในตอนนี้ "ขยับให้หน่อยสิ ฉันเมื่อยขาแล้ว" "อะไรกัน ไหนตอนแรกว่าจะทำให้ฉันเสร็จด้วยตัวของเธอเองไง" "ไม่ล่ะ นอนอยู่เฉย ๆ ให้นายกระแทกแรง ๆ ยังเสียวกว่า"เธอรีบปรับสีหน้า ดันตัวออกมาส่งยิ้มยั่วให้ชายหนุ่ม "นะคะภูผา ตรีอยากให้ภูผากระแทกตรีแรง ๆ " "ได้เลยครับทูนหัว" ชายหนุ่มจัดให้คนรักตามคำขออย่างเต็มใจ เขาจับพลิกให้เธออยู่ใต้ร่างในท่าคลานเข่า ดวงตาของเขาหลุบต่ำมองช่องทางรักสีแดงที่เคลือบน้ำเมือกใส หัวใจของชายหนุ่มเต้นกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้ ภูผาขยับถอยร่างกายห่างออกไป ก่อนเขาจะโน้มร่างกายจนใบหน้านั้นใกล้กับบั้นท้ายของราตรี แผล็บ แผล็บ แผล็บ "อือ ผา"ราตรีร้องครางออกมาเมื่อร่องสวยของเธอกำลังถูกปลายลิ้นสากของภูผาตวัดเลียจนเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลายจนร่างกายของเธอเริ่มอ่อนปวกเปียกจนต้องโน้มตัวลงฟุบใบหน้าที่เปียกชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อลงบนหมอนใบหนา "อือ"เสียงครางในลำคอดังเล็ดลอดออกมายามเมื่อปลายลิ้นตวัดเลียถี่ขยี้เม็ดเสียวจนร่างกายของราตรีขยับส่ายไปมา แต่ก็โดนฝ่ามือใหญ่ของภูผาจับล็อกขาทั้งสองข้างเอาไว้ไม่ให้เธอขยับไปไหนได้ "ผา ไม่นะ ตรีเสียวจะตายอยู่แล้ว อือ" "ทนหน่อยที่รัก ร่องของเธอหวานเป็นบ้า"ชายหนุ่มเอ่ยชม ริมฝีปากของเขามีทั้งคราบน้ำคาวและคราบน้ำลายติดปะปนกันอยู่ เมื่อครู่เขาได้ใช้ปลายลิ้นห่อเข้าหาก่อนจะกดแทรกเข้าไปด้านใน ทำให้มีน้ำหวานไหลออกมาให้เขาได้ดื่มกินเป็นบางส่วน "โดนไปไม่รู้กี่ที รูยังแดงและฟิตดีเหมือนเดิม" "ยังตอดเอ็นของนายดีเหมือนเดิมด้วยนะผา"ราตรีเอี้ยวตัวหันหน้ากลับมา พร้อมส่งสายตาท้าทายให้ชายหนุ่ม หญิงสาวส่ายบั้นท้ายไปมาเชิญชวนให้เขาขยับเข้ามามอบความสุขที่เสียวซ่านให้กับเธอ "ยั่วเก่งแบบนี้แล้วผาจะหนีตรีไปไหนได้"ชายหนุ่มใช้มือจับประคองแก่นกายกดแทรกเข้าไปในร่องสวยที่ชื้นแฉะ สวบ! "อือ แน่นไปหมดเลยผา อ๊าส์" "ตอดดีที่สุดเลยเมียจ๋า" "ทำแรง ๆ เลยนะ ตรีอยากให้ผามีความสุข" "ได้ตามคำขอเลยครับเมีย" คบกันมาตั้งแต่ปีหนึ่งจนถึงปีสี่ และตอนนี้ทั้งสองก็ได้เรียนจบเป็นที่เรียบร้อย ไม่มีอะไรที่จะต้องมานั่งอายในเมื่อความต้องการทั้งสองฝ่ายตรงกัน ปึก! ปึก! ปึก! บั้นท้ายกลมของราตรีเริ่มแดงเมื่อโดนแรงกระแทกจากท่อนขาของชายหนุ่ม ฝ่ามือใหญ่สอดเข้ามากุมเต้าอวบทั้งสองข้างพลางบีบขยำอย่างมันมือ ความรู้สึกของราตรีในตอนนี้น่ะหรือ เธอเสียวซ่านแทบจะขาดใจตายเสียให้ได้ ร่างกายร้อนรุ่มกระสับกระส่าย ริมฝีปากเผยอ้าเปล่งเสียงครวญครางออกมาไม่หยุด "ฮึก ผา" "อ๊าส์ ตรี" เสียงครางเรียกชื่อของทั้งสองดังขึ้นท่ามกลางเสียงอันน่าอัศจรรย์ที่ดังกระแทกไม่ยอมหยุดตลอดทั้งคืนไปเกือบจนฟ้าสาง ไม่ว่าพวกเขาจะเดินทางไปถึงจุดแห่งความสุขครั้งแล้วครั้งเล่าสักเท่าไหร่ แต่ความต้องการนั้นก็ไม่มีวันที่จะเลือนรางจากไปได้ กว่าภูผาจะปล่อยให้ราตรีได้มีเวลาพักเวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่มาหลายชั่วโมง "ผา"ร่างบอบบางอ่อนแรงนอนหันหน้ามองคนรัก ริมฝีปากแห้งเปล่งเสียงแหบเรียกชื่อของชายหนุ่ม ดวงตาสังเกตมองจังหวะลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของอีกฝ่าย เมื่อเห็นว่าคนรักได้หลับเข้าสู่ห้วงภวังค์แห่งความฝันเป็นที่เรียบร้อยเธอจึงค่อย ๆ ดึงท่อนแขนใหญ่ที่โอบกอดร่างของเธอออกไป "ฮึก"น้ำตาที่อัดอั้นมานานหลายวันค่อย ๆ ไหลออกมา ราตรีกลับมานั่งบนเตียงใหญ่หลังจากที่เธอพาร่างกายไปใส่เสื้อผ้าจนเสร็จ "ตรีไปก่อนนะผา"ตอนนี้เธอไม่กล้าแม้แต่ที่จะยื่นฝ่ามือไปสัมผัสเนื้อตัวของคนรัก น้ำตาแห่งความเสียใจยังคงไหลออกมาไม่หยุด ยิ่งมองใบหน้าของภูผานานเท่าไหร่ หอกแหลมที่เสียบอยู่กลางใจยิ่งกดลึกลงไปอีก 'ลูกชายของฉันควรจะมีอนาคตที่ดีกว่านี้'เสียงของชายวัยกลางคนดูทรงอำนาจพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในร้านกาแฟในโซนที่ให้ความเป็นส่วนตัว 'เธอรู้ไหมว่าภูผาปฏิเสธการไปเรียนต่อปริญญาโทที่เมืองนอกก็เพราะเธอ'ปลายเล็บจิกเข้าที่หลังฝ่ามือจนมีเลือดซึมออกมา แต่ทว่า ณ ตอนนั้น ราตรีเธอกลับไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย ความเจ็บปวดจากแผลที่หลังฝ่ามือมันเทียบไม่ได้กับบาดแผลที่อยู่ในใจของเธอในตอนนี้ 'ถ้าเธอรักภูผาลูกชายของฉันจริง ก็ช่วยออกไปจากชีวิตของลูกชายฉันจะได้ไหม หวังว่าเธอจะเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นพ่ออย่างฉันนะ' 'ค่ะ หนูเข้าใจ'ราตรีตกปากรับคำพลางน้ำตาไหล คนรักเป็นถึงทายาทของนักธุรกิจใหญ่ ต่างจากเธอที่เป็นเพียงแค่ลูกสาวชาวสวนธรรมดา 'ค่ะ หนูจะไปจากภูผาตามความต้องการของคุณ' อนาคตของเขามันดีกว่าความรักที่ไร้ราคาจากเธอ แหวนหมั้นที่เขาเคยสวมให้ด้วยมือของตัวเองถูกเธอถอดวางไว้พร้อมกับจดหมายขอลา ถึงภูผา ถ้านายได้อ่านจดหมายฉบับนี้ นั่นก็แปลว่าสิ่งที่ฉันเขียนต่อไปจากนี้ ฉันตัดสินใจมาดีแล้ว เราจบความสัมพันธ์กันแค่เพียงเท่านี้เถอะนะภูผา โลกของฉันกับนายมันต่างกันจนเกินไป ต่างกันจนฉันไม่สามารถที่จะพาตัวเองเข้าไปอยู่ในโลกของนายได้ การจากลาครั้งนี้มันไม่ได้เกิดจากความโกรธหรือความเกลียด ต่อจากนี้ไปฉันอยากให้นายใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยที่ไม่มีฉัน ถ้าหากมีโอกาสเราคงจะได้พบเจอกัน ลาก่อน รัก ภูผา เพล้ง เพล้ง เพล้ง "มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะราตรี"ดวงตาของชายหนุ่มแสดงถึงความเกรี้ยวโกรธปนเสียใจออกมา ฝ่ามือใหญ่สั่นเทาบีบกำกระดาษที่อยู่ในมือจนยับ "กูไม่เลิก ให้ตายยังไงมึงก็ไม่มีทางหนีกูพ้น" "..." "ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหามึง กูก็จะทำ"ภูผากับราตรีถึงกับต้องหันมองหน้ากันอย่างไม่ได้นัดหมาย ก่อนทั้งสองจะหันมองไปยังร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคนอีกครั้ง คำพูดเมื่อครู่ของบิดาชายหนุ่มทำให้ทั้งสองต้องขมวดคิ้วเข้าหา"ไม่ต้องมามองหน้าพ่อแบบนั้น นั่งกันก่อนสิ พ่อก็มีเรื่องสำคัญที่จะต้องคุยกับลูกทั้งสองคนเหมือนกัน"เดิมทีภูผาคิดว่าจะพาราตรีมาบอกเรื่องที่ทั้งสองจดทะเบียนสมรสให้พ่อกับแม่ของเขาได้รับรู้แล้วก็กลับไป ชายหนุ่มหันไปมองหน้าของราตรีอย่างชั่งใจ แต่เมื่อเห็นเธอพยักหน้าให้เขาก็จำยอมพาเธอไปนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่ที่ว่างฝั่งตรงข้ามกับบิดามารดา"พ่อมีเรื่องอะไรจะคุยกับเราสองคนอย่างนั้นเหรอ"ศิลาหันไปมองหน้าผู้เป็นภรรยาพลางถอนหายใจออกมา คนเป็นพ่อเองก็รู้สึกอัดอั้นกับความรู้สึกที่ยังคงฝังลึกอยู่ในใจมาตลอดเวลาหลายปีไม่ต่างกัน"พ่ออยากขอโทษแกกับหนูราตรีเกี่ยวกับเรื่องที่พ่อทำไว้เมื่อหลายปีก่อน"คุณศิลาเงยหน้ามองราตรีด้วยแววตาที่แสดงถึงความรู้สึกผิด"พ่อขอโทษนะหนูราตรีที่ตอนนั้นพ่อไปพูดกดดันหนูทำให้หนูต้องจำใจทิ้งลูกชายของพ่อไป""...""ตอนนั้นพ่อคิดน้อย คิดว่าการที่แกเป็นลูกของพ่อก็ควรจะต้องได้รับในสิ่งที่ดี ๆ อนาคตที่ดี มีคู่ชีวิตที่ดี"ศิ
ดวงตากลมโตของราตรีก้มมองใบทะเบียนสมรสที่เธอถืออยู่ในมือทั้งของตัวเธอและของสามีหมาด ๆ ที่กำลังนั่งอยู่ประจำตำแหน่งคนขับ ริมฝีปากของภูผายิ้มกว้าง ความรู้สึกดีใจส่งผ่านแววตา ราตรีซ้อนทับใบทะเบียนก่อนจะวางลงบนหน้าขา เธอหันหน้าไปมองชายหนุ่มซึ่งกำลังนั่งขับรถอย่างอารมณ์ดี"ไม่เมื่อยปากบ้างหรือไงคะ ยิ้มมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว"ราตรีอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซวสามีหมาด ๆ ของเธอ เพราะตั้งแต่ที่ทั้งสองได้จดทะเบียนสมรสกันตั้งแต่เมื่อวานนั้น ภูผาก็เอาแต่ยิ้มไม่หุบ ไม่ใช่แค่เพียงเท่านั้นเขายังขอเบอร์โทรติดต่อพ่อแม่ของเธอไปอีก ทีแรกเธอคิดว่าจะรอให้บอกเรื่องนี้กับพ่อแม่ของเขาก่อน แต่ภูผาก็ไม่ยอม หลังจากที่เขาได้เบอร์โทรพ่อแม่ของเธอไปเขาก็ไม่รอช้ารีบต่อสายหาพ่อแม่ของเธอทันทีเพื่อบอกเรื่องที่น่ายินดีนี้ให้ท่านทั้งสองได้รับรู้ทีแรกเธอก็คิดว่าพ่อกับแม่ของเธอจะดุเรื่องที่ทำอะไรโดยไม่ปรึกษา แต่ทว่าเมื่อท่านทั้งสองรู้ว่าเธอกับภูผาจดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยากันแล้ว สิ่งที่พ่อของราตรีเอ่ยขึ้นมาประโยคแรกนั่นก็คือ'เรื่องสินสอด ผาไม่ต้องเป็นห่วงนะ พ่อกับแม่ไม่ยอมให้ลูกเขยของพ่อต้องน้อยหน้าแน่ จะจัดงานแต่งวันไหนเดี๋ยวพ่อก
ราตรียิ้มออกมาเมื่อเรือของสิงหาซึ่งมีลูกน้องของชายหนุ่มเป็นคนขับเข้ามาจอดเทียบท่า เธอหันหน้าไปมองภูผาซึ่งกำลังสิ่งยิ้มมองมาที่เธอ เขารีบลุกขึ้นยืนเมื่อเรือจอดทรงตัวอยู่กับที่ ท่อนแขนแข็งแกร่งไม่ว่าจะผ่านการอุ้มร่างของเธอมากี่ทีราตรีก็รับประกันได้ว่าชายหนุ่มจะไม่มีทางปล่อยให้เธอตกลงไปชายหนุ่มอุ้มร่างของเธอเดินขึ้นบันได โดยมีบอดี้การ์ดของสิงหาเดินหิ้วกระเป๋าสัมภาระเดินตามขึ้นมาก่อนจะมีเสียงเรียกชื่อของราตรีขึ้นมาพร้อมกับร่างสวยของใครบางคนที่เปิดประตูรถเดินลงมาหาเธอ"ราตรี""มิน"ภูผารีบวางร่างของราตรีก่อนเธอจะรีบเดินปรี่เข้าหาไปมินตราที่กำลังเดินส่งยิ้มมาด้วยความดีใจสายตาของสิงหาและภูผามองร่างของหญิงสาวยืนกอดกันด้วยความคิดถึง ทั้งสองยืนสบตากันโดยไม่พูดอะไร แค่เพียงได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของทั้งสองที่ได้ไปปรับความเข้าใจกันบนเกาะส่วนตัว เพียงเท่านี้สิงหาและมินตราก็รู้ได้ทันทีถึงความสัมพันธ์ที่ดีงามของทั้งคู่ที่กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง"เป็นยังไงบ้าง เดินทางเหนื่อยไหม""ไม่ต้องมาพูดเลย เพราะใครกันล่ะ ตอนนั้นฉันตกใจแทบแย่""แฮ่ ก็คนมันอยากให้เธอได้ปรับความเข้าใจกันนี่ ขอโทษนะที่ทำอะไรแบ
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาตลอดหนึ่งอาทิตย์เต็มที่ภูผาและราตรีได้ใช้ชีวิตอยู่บนเกาะส่วนตัวของสิงหา นับว่าเป็นเรื่องที่ดีเมื่อทั้งสองได้กลับมาเริ่มความสัมพันธ์รักครั้งใหม่อีกครั้งหลังจากที่ทั้งคู่ได้ปรับความเข้าใจกัน แม้ตลอดเวลาห้าปีที่ทั้งคู่ไม่ได้เจอกัน แต่เวลาเหล่านั้นก็ไม่อาจที่จะลบเลือนความรักออกจากหัวใจของทั้งสองคนได้คลื่น ซ่าร่างสวยในชุดว่ายน้ำสีดำดูเซ็กซี่เดินเลียบชายหาด ฟังเสียงคลื่นซัดเข้าหาชายฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่า สายลมเย็นหอบพัดผ่านเอากลิ่นอายของความเค็มจากน้ำทะเลพัดเข้าหาปะทะผิวกาย สายตาของราตรีจ้องมองดวงตะวันที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า แสงสีนวลทองที่อยู่ตรงหน้าตัดกับผิวน้ำทะเลสีครามมันช่างดูสวยงามทำให้เธอหลุดเผยรอยยิ้มออกมา ร่างสูงใหญ่ของภูผาที่พึ่งตื่นจากนอน ตอนนี้บนร่างกายของเขาสวมแค่เพียงกางเกงขาสั้นตัวเดียวแผ่นอกเปลือยเดินตรงดิ่งมาหาหญิงสาวที่กำลังยืนจ้องมองวิวทะเลตรงหน้า พร้อมอ้าแขนทั้งสองข้างที่กอดรัดร่างสวยในชุดว่ายน้ำมาจากทางด้านหลัง คำถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอบอุ่นนั้นมันกลับทำให้หัวใจของราตรีกระเพื่อมไหวขึ้นมาพรึ่บ"ตื่นก่อนแล้วทำไมไม่ปลุกผาล่ะ""ตรีเห็นว่าผากำลังนอนหลับส
ริมฝีปากสั่นระริกของภูผาเปล่งเสียงแหบพร่าออกมา เปลือกตาทั้งสองข้างหลับพริ้มเมื่อริมฝีปากของราตรีอ้าออกกว้างครอบครองลำกายของเขาเข้าไปเกือบถึงครึ่งลำ มือเล็กของเธอขยับขึ้นลงเป็นจังหวะพร้อมกับริมฝีปาก ปลายลิ้นเล็กสัมผัสผิวหนังห่อหุ้มลำกายทำให้ชายหนุ่มถึงกับหายใจติดขัดแผล็บ แผล็บ แผล็บ"อืม"ราตรีเหลือบสายตาเงยมองพลางยกยิ้มตรงมุมปาก ปลายลิ้นของเธอวนเลียส่วนหัววนไปมาก่อนจะลากลงต่ำไปถึงลำโคน ริมฝีปากที่มีคราบน้ำลายติดอยู่ดูดเลยพวกไข่ทั้งสองข้างสลับกันไปมาจนมันกดเกร็งลำกายที่ขายใหญ่อยู่ในอุ้มมืออุ่นร้อนกระตุกหงึกเป็นจังหวะ"ไอติมแท่งนี้ อร่อยจัง"ลำกายที่เต็มไปด้วยคราบน้ำลายถูกส่งเข้าไปในโพรงปากของราตรีอีกครั้ง พลางขยับศีรษะขึ้นลงเป็นจังหวะดูดเลียจนโพรงแก้มทั้งสองข้างตอบเข้าหา จนชายหนุ่มต้องยื่นฝ่ามือมาจับศีรษะออกแรงใช้มือขยุมเส้นผมของราตรีที่กำลังดูเลียแก่นกายของชายหนุ่มอย่างเมามันอ๊อก อ๊อก อ๊อก"ฮ๊าส์ เมียจ๋า โอ้ว"ชายหนุ่มเปล่งเสียงครางออกมา ความเสียวซ่านที่ได้รับทำให้ภูผาเผลอขยับสะโพกกระแทกแก่นกายเข้าใส่ในโพรงปากของหญิงสาวอย่างลืมตัว ทำให้ส่วนหัวบานหยักกระแทกเข้าไปจนเกือบจะถึงลิ้นไก่ แต่ก
ลมหายใจหอบถี่ถูกปล่อยออกมาผ่านทางริมฝีปากของราตรี ทันทีเมื่อแก่นกายของชายหนุ่มกดแทรกเข้ามาในช่องทางรักของเธอนั้นจนสุดโคนความยาวใหญ่ มือเรียวทั้งสองข้างจับท่อนแขนแกร่งของชายหนุ่มเอาไว้ เธอพยายามผ่อนคลายร่างกายของตัวเองแม้ว่าตรงจุดเชื่อมต่อมันจะยังคับแน่นมากอยู่ก็ตาม"ตอดดีเป็นบ้า กว่าผาจะเข้าไปได้หมด"ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมาสายตามองแก่นกายของตัวเองที่แทรกเข้าไปในช่องทางรักของหญิงสาวจนสุดความยาว เขาเอื้อมมือไปปิดก๊อกน้ำให้หยุดไหล สายตาคมมองเรือนกายเย้ายวนของหญิงสาวที่มีหยดน้ำเกาะอยู่พลางกลืนน้ำลายหอบหายใจถี่ "ไหวไหม เจ็บหรือเปล่า""อือ ไหว ไม่เจ็บแต่มันแน่นไปหมด"ราตรีตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่ว สายตาซุกซนกวาดมองร่างกายสูงใหญ่ของอีกฝ่าย บริเวณหน้าท้องมีลอนงามหกลูกเรียงรายเป็นลอนสวย ร่างกายบึกบึนของคนที่ชอบออกกำลังกายทำให้ใบหน้าของราตรีแดงซ่านขึ้นมาภูผาไล่สายตามองตามสายตาของเธอ ก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มตรงมุมปากออกมา เขาปล่อยท่อนขาวางเท้าของเธอที่เกี่ยวไว้ลงยืนกับพื้น ราตรีที่รู้ดีรีบเอนแผ่นหลังส่วนด้านบนพิงกับกำแพง แอ่นท่อนล่างด้านหน้าเข้าหาชายหนุ่มที่เริ่มจะขยับเอวสอบกระแทกเข้าหาเป็นจังหวะ ฝ่า







