Se connecterเช้าของวันใหม่
แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดลอดผ่านผ้าม่านสีขาวเข้ามาเป็นริ้วบาง ๆ ทาบลงบนพื้นห้องพักของทางโรงแรม บรรยากาศโดยรอบภายในห้องพักดูเงียบสงบไม่ได้ยินแม้แต่เสียงของรถที่กำลังวิ่งผ่านไปมาอยู่บนถนน จะมีก็เพียงแต่เสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังแผ่วเบาอยู่เป็นระยะ "อืม"เสียงครางดังขึ้นในลำคอ ก่อนราตรีขยับตัวเล็กน้อยอยู่บนเตียง เปลือกตาที่ปิดสนิทมาตลอดทั้งคืนค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า ดวงตากลมโตสีน้ำตาลคู่สวยกะพริบถี่เพื่อปรับให้เข้ากับแสงสว่างด้านนอกที่ลอดผ่านเข้ามา 'กี่โมงแล้วนะ'เธอคิดทวนประโยคนี้อยู่ในใจ แต่ท้ายที่สุดก็ได้แต่นอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งพลางเงยหน้ามองเหนือศีรษะด้วยความรู้สึกที่ยังตื่นไม่เต็มที่ แต่ทันทีเมื่อเธอทรงตัวลุกขึ้นนั่ง หัวใจที่เพิ่งสงบนิ่งกลับวูบไหวขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อความทรงจำของเรื่องราวย้อนกลับเข้ามาในความคิดของเธอทีละอย่าง ราตรีก้มหน้าลง ฝ่ามือทั้งสองข้างกุมผ้าห่มแน่น ความรู้สึกสับสนยังคงวนเวียนอยู่ในใจไม่จางหายแม้ว่าเวลาจะผ่านไปถึงห้าปีแล้วก็ตามแต่ดูเหมือนว่าชื่อของภูผาจะยังคงมีอิทธิพลต่อความรู้สึกขอวงเธอมากกว่าที่คิด "ทำไมนะ" "..." "ทำไมฉันยังลืมนายไม่ได้สักทีภูผา"หญิงสาวตั้งคำถามกับตัวเองวนซ้ำไปมา เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ แล้วพยายามสลัดความคิดเหล่านั้นออกไป "ฉันจะต้องไม่คิดถึงนาย ฉันจะต้องลืมนายไปให้ได้ภูผา"แม้ว่ามันจะยากมากสักแค่ไหน แต่เธอก็จะต้องพยายามทำมันให้ได้ เพราะถ้าเธอยังตัดใจลืมเขาไม่ได้ คนที่จะเจ็บปวดมันคงจะไม่ใช่ใครถ้าไม่ใช่ตัวเธอเอง ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูห้องนอนที่ดังขึ้นทำให้คนที่กำลังยืนแต่งตัวอยู่ตรงหน้ากระจกหันไปมอง ร่างสูงใหญ่ของภูผาเดินย้ำก้าวไปเปิดประตูให้กับผู้มาใหม่ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน สิงหา ผู้เป็นเจ้าของบ้านหลังใหญ่แห่งนี้ "มีอะไร" "เปล่า แค่จะมาดูว่ามึงตื่นแล้วหรือยัง แต่พอเห็นแบบนี้แล้วกูคงตั้งคำถามกับมึงใหม่ ว่าเมื่อคืนมึงได้นอนพักผ่อนไหม"เจ็ดโมงเช้าเพื่อนของเขาอาบน้ำแต่งตัวชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว ในขณะที่เจ้าของบ้านอย่างเขายังคงอยู่ในชุดนอน "นอนสิ ใครบ้างที่จะไม่นอน แล้วนี่มึงไม่ไปทำงานหรือไง" "วันนี้กูไม่เข้าบริษัท มินให้อยู่บ้านช่วยเลี้ยงลูก" "อ้าว แล้วเมียมึงจะไปไหน" "ได้ยินมาว่านัดจะไปทำอะไรกับเมียมึงไม่รู้ นี่ก็อาบน้ำแต่งตัวให้ลูกอยู่ อีกสักพักราตรีก็คงจะมา" "ว่าไงนะ"สิงหาถึงกับต้องยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดหู ด้วยเสียงอันทรงพลังของภูผาที่ตะโกนออกมาแทบจะทำให้เขาหูชาได้ ต่างจากคนที่ตะโกนออกมาอย่างสุดเสียงเมื่อครู่หน้าซีดปากสั่นเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว "มึงว่าอะไรนะไอ้สิงหา เมียมึงจะพาเมียกูไปไหน" "ไอ้เวร ตะโกนออกมาได้กูหูหนวกไปแล้วมั้ง" "ฟันของมึงจะหักด้วย ถ้ามึงยังไม่บอกว่าสองคนนั้นนัดไปที่ไหนกัน" "ให้มันน้อย ๆ หน่อยเถอะไอ้ภูผา ตรีกับมึงยังไม่ได้กลับมาคบกันเหมือนเดิมเลยนะ มึงจะรีบหึงเธอไปไหน" "แล้วทำไมกูจะหึงเมียกูไม่ได้ ในเมื่อกูไม่เคยยอมตกลงที่จะเลิกกับเธอ"ภูผาพูดสวนกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ฝ่ามือแกร่งทั้งสองข้างวางลงบนไหลหนาของเพื่อนพลางออกแรงกดน้ำหนัก "มึงบอกกูมานะ ว่าเมียมึงกับเมียกูนัดกันจะไปที่ไหน" "กูไม่รู้" "..." "กูได้ยินเมียกูพูดก่อนราตรีจะกลับว่า พรุ่งนี้อย่าลืมนัดที่สัญญากันไว้นะ ก็แค่นั้น ส่วนเรื่องที่จะไปเที่ยวหรือไปทำอะไรที่ไหนก็ไม่รู้เลยจริง ๆ "สิงหาอธิบายพลางถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อยกับความหึงเมียหลงเมียของเพื่อนที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปแม้ว่าทั้งสองจะไม่ได้เจอหน้ากันมานาน ภูผายืนเงียบไปนาน ริมฝีปากของเขาเม้มเข้าหาด้วยความประหม่า ก่อนสายตาคมดุจะตวัดหันไปมองใบหน้าของเพื่อนสนิทก่อนที่เขาจะเปล่งน้ำเสียงจริงจังออกมา "ถ้ามึงไม่รู้ก็ไปสืบมาว่าเมียมึงจะพาเมียกูไปที่ไหน ถ้าสืบไม่ได้กูจะเผาบริษัทของมึงทิ้ง" "ไอ้" ปึง ประตูบานใหญ่ถูกปิดตามแรงอารมณ์คุกรุ่นของเพื่อนสนิทที่คบหากันมานาน จนสิงหาถึงกับยืนอ้าปากค้างไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเป็นเอาหนักมากถึงขนาดนี้ 'นี่เขาคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่นะที่โทรไปบอกมันเรื่องของราตรี' สิงหามองประตูบานใหญ่ที่ถูกปิดลงด้วยฝีมือของเพื่อนสนิทพลางถอนหายใจออกมา สองเท้าแกร่งก้าวขาเดินกลับเข้าไปในห้องนอนของตัวเองที่อยู่ถัดออกไปไม่ไกล ในแววตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนมองเห็นภรรยาสาวที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการเช็ดตัวให้กับลูกชายตัวน้อยที่พึ่งจะอาบน้ำเสร็จ "ลูกชายของพ่ออาบน้ำตัวหอบเชียวนะวันนี้" "แล้วเมื่อไหร่คุณพ่อจะไปอาบน้ำแต่งตัวล่ะคะ นี่ก็จะแปดโมงแล้วนะ" "เดี๋ยวให้คุณแม่อาบน้ำแต่งตัวให้เสร็จก่อนครับ ว่าแต่คุณแม่มีอะไรให้คุณพ่อช่วยไหม" "ช่วยไปเลือกชุดให้ลูกชายหน่อยค่ะคุณพ่อ" "โอเคครับ"สิงหาตกปากรับคำอย่างว่าง่าย ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าสำหรับของลูกชาย เลือกชุดที่ถูกใจแล้วหยิบมาให้กับผู้เป็นภรรยา "นี่ครับได้แล้ว" "ขอบคุณค่ะ"มินตราหยิบชุดสำหรับลูกน้อยมาสวมใส่ให้กับลูกชาย ในขณะที่มีสายตาของสิงหาคอยเฝ้ายืนดูอยู่ไม่ห่างไปไหน "วันนี้มีนัดกับราตรีจะไปเที่ยวที่ไหนกันเหรอ"มือที่กำลังจัดเสื้อผ้าของลูกน้อยให้เข้าที่หยุดชะงักแค่เพียงเสี้ยววินาที มินตราเงยหน้ามองผู้เป็นสามีที่กำลังยืนจ้องหน้าเธออย่างเฝ้ารอคำตอบ "คุณภูผาให้มาสืบเหรอคะ"ริมฝีปากของคนที่ถูกเมียจับได้ยิ้มบาง ๆ ก่อนจะใช้แขนทั้งสองข้างโอบกอดร่างสวย ใช้คางหนาวางไว้บนไหล่ของเธอ สายตาของทั้งสองจ้องมองไปยังลูกชายซึ่งกำลังนอนตาแป๋วมองมาที่ผู้เป็นพ่อและแม่ ริมฝีปากบางสีชมพูคลี่ยิ้มจนเห็นเหงือก "ผมก็อยากให้มันได้มีความสุขเหมือนกับเราสองคนนี่ครับ" "มินก็ยังไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย"หญิงสาวเอนกายใช้ศีรษะพิงแผ่นอกใหญ่ของผู้เป็นสามี "มินแค่จะพาราตรีไปทำสวยนิด ๆ หน่อย ๆ ค่ะ ไม่ได้ชวนกันออกไปเที่ยวที่ไหนไกลหรอก" "แค่ไปห้างเท่านั้นใช่ไหม" "ค่ะ แต่คงจะใช้เวลานานอยู่สักสี่ห้าชั่วโมง ฝากคุณเลี้ยงลูกด้วยนะคะ" "ได้ครับ"ชายหนุ่มพยักหน้า คลายอ้อมแขนออกก่อนจะเดินไปเปิดกระเป๋าสตางค์หยิบบัตรแบล็คการ์ดสีดำไม่จำกัดวงเงินยื่นให้กับผู้เป็นภรรยา "อยากได้อะไรก็รูดได้ตามสบายเลยนะครับ เงินของผัวก็เหมือนกับของเมีย" "ขอบคุณนะคะ สามีของใครน่ารักจัง" "สามีของมินตรา เพียงแค่คนเดียวครับ"ทั้งสองยิ้มมองหน้าก่อน สิงหาจะรับหน้าที่ดูแลลูกชายต่อ ปล่อยให้ผู้เป็นภรรยาได้ไปอาบน้ำแต่งตัวเพราะใกล้จะถึงเวลาที่ผู้เป็นภรรยานัดกับเพื่อนเอาไว้แล้วภูผากับราตรีถึงกับต้องหันมองหน้ากันอย่างไม่ได้นัดหมาย ก่อนทั้งสองจะหันมองไปยังร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคนอีกครั้ง คำพูดเมื่อครู่ของบิดาชายหนุ่มทำให้ทั้งสองต้องขมวดคิ้วเข้าหา"ไม่ต้องมามองหน้าพ่อแบบนั้น นั่งกันก่อนสิ พ่อก็มีเรื่องสำคัญที่จะต้องคุยกับลูกทั้งสองคนเหมือนกัน"เดิมทีภูผาคิดว่าจะพาราตรีมาบอกเรื่องที่ทั้งสองจดทะเบียนสมรสให้พ่อกับแม่ของเขาได้รับรู้แล้วก็กลับไป ชายหนุ่มหันไปมองหน้าของราตรีอย่างชั่งใจ แต่เมื่อเห็นเธอพยักหน้าให้เขาก็จำยอมพาเธอไปนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่ที่ว่างฝั่งตรงข้ามกับบิดามารดา"พ่อมีเรื่องอะไรจะคุยกับเราสองคนอย่างนั้นเหรอ"ศิลาหันไปมองหน้าผู้เป็นภรรยาพลางถอนหายใจออกมา คนเป็นพ่อเองก็รู้สึกอัดอั้นกับความรู้สึกที่ยังคงฝังลึกอยู่ในใจมาตลอดเวลาหลายปีไม่ต่างกัน"พ่ออยากขอโทษแกกับหนูราตรีเกี่ยวกับเรื่องที่พ่อทำไว้เมื่อหลายปีก่อน"คุณศิลาเงยหน้ามองราตรีด้วยแววตาที่แสดงถึงความรู้สึกผิด"พ่อขอโทษนะหนูราตรีที่ตอนนั้นพ่อไปพูดกดดันหนูทำให้หนูต้องจำใจทิ้งลูกชายของพ่อไป""...""ตอนนั้นพ่อคิดน้อย คิดว่าการที่แกเป็นลูกของพ่อก็ควรจะต้องได้รับในสิ่งที่ดี ๆ อนาคตที่ดี มีคู่ชีวิตที่ดี"ศิ
ดวงตากลมโตของราตรีก้มมองใบทะเบียนสมรสที่เธอถืออยู่ในมือทั้งของตัวเธอและของสามีหมาด ๆ ที่กำลังนั่งอยู่ประจำตำแหน่งคนขับ ริมฝีปากของภูผายิ้มกว้าง ความรู้สึกดีใจส่งผ่านแววตา ราตรีซ้อนทับใบทะเบียนก่อนจะวางลงบนหน้าขา เธอหันหน้าไปมองชายหนุ่มซึ่งกำลังนั่งขับรถอย่างอารมณ์ดี"ไม่เมื่อยปากบ้างหรือไงคะ ยิ้มมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว"ราตรีอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซวสามีหมาด ๆ ของเธอ เพราะตั้งแต่ที่ทั้งสองได้จดทะเบียนสมรสกันตั้งแต่เมื่อวานนั้น ภูผาก็เอาแต่ยิ้มไม่หุบ ไม่ใช่แค่เพียงเท่านั้นเขายังขอเบอร์โทรติดต่อพ่อแม่ของเธอไปอีก ทีแรกเธอคิดว่าจะรอให้บอกเรื่องนี้กับพ่อแม่ของเขาก่อน แต่ภูผาก็ไม่ยอม หลังจากที่เขาได้เบอร์โทรพ่อแม่ของเธอไปเขาก็ไม่รอช้ารีบต่อสายหาพ่อแม่ของเธอทันทีเพื่อบอกเรื่องที่น่ายินดีนี้ให้ท่านทั้งสองได้รับรู้ทีแรกเธอก็คิดว่าพ่อกับแม่ของเธอจะดุเรื่องที่ทำอะไรโดยไม่ปรึกษา แต่ทว่าเมื่อท่านทั้งสองรู้ว่าเธอกับภูผาจดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยากันแล้ว สิ่งที่พ่อของราตรีเอ่ยขึ้นมาประโยคแรกนั่นก็คือ'เรื่องสินสอด ผาไม่ต้องเป็นห่วงนะ พ่อกับแม่ไม่ยอมให้ลูกเขยของพ่อต้องน้อยหน้าแน่ จะจัดงานแต่งวันไหนเดี๋ยวพ่อก
ราตรียิ้มออกมาเมื่อเรือของสิงหาซึ่งมีลูกน้องของชายหนุ่มเป็นคนขับเข้ามาจอดเทียบท่า เธอหันหน้าไปมองภูผาซึ่งกำลังสิ่งยิ้มมองมาที่เธอ เขารีบลุกขึ้นยืนเมื่อเรือจอดทรงตัวอยู่กับที่ ท่อนแขนแข็งแกร่งไม่ว่าจะผ่านการอุ้มร่างของเธอมากี่ทีราตรีก็รับประกันได้ว่าชายหนุ่มจะไม่มีทางปล่อยให้เธอตกลงไปชายหนุ่มอุ้มร่างของเธอเดินขึ้นบันได โดยมีบอดี้การ์ดของสิงหาเดินหิ้วกระเป๋าสัมภาระเดินตามขึ้นมาก่อนจะมีเสียงเรียกชื่อของราตรีขึ้นมาพร้อมกับร่างสวยของใครบางคนที่เปิดประตูรถเดินลงมาหาเธอ"ราตรี""มิน"ภูผารีบวางร่างของราตรีก่อนเธอจะรีบเดินปรี่เข้าหาไปมินตราที่กำลังเดินส่งยิ้มมาด้วยความดีใจสายตาของสิงหาและภูผามองร่างของหญิงสาวยืนกอดกันด้วยความคิดถึง ทั้งสองยืนสบตากันโดยไม่พูดอะไร แค่เพียงได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของทั้งสองที่ได้ไปปรับความเข้าใจกันบนเกาะส่วนตัว เพียงเท่านี้สิงหาและมินตราก็รู้ได้ทันทีถึงความสัมพันธ์ที่ดีงามของทั้งคู่ที่กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง"เป็นยังไงบ้าง เดินทางเหนื่อยไหม""ไม่ต้องมาพูดเลย เพราะใครกันล่ะ ตอนนั้นฉันตกใจแทบแย่""แฮ่ ก็คนมันอยากให้เธอได้ปรับความเข้าใจกันนี่ ขอโทษนะที่ทำอะไรแบ
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาตลอดหนึ่งอาทิตย์เต็มที่ภูผาและราตรีได้ใช้ชีวิตอยู่บนเกาะส่วนตัวของสิงหา นับว่าเป็นเรื่องที่ดีเมื่อทั้งสองได้กลับมาเริ่มความสัมพันธ์รักครั้งใหม่อีกครั้งหลังจากที่ทั้งคู่ได้ปรับความเข้าใจกัน แม้ตลอดเวลาห้าปีที่ทั้งคู่ไม่ได้เจอกัน แต่เวลาเหล่านั้นก็ไม่อาจที่จะลบเลือนความรักออกจากหัวใจของทั้งสองคนได้คลื่น ซ่าร่างสวยในชุดว่ายน้ำสีดำดูเซ็กซี่เดินเลียบชายหาด ฟังเสียงคลื่นซัดเข้าหาชายฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่า สายลมเย็นหอบพัดผ่านเอากลิ่นอายของความเค็มจากน้ำทะเลพัดเข้าหาปะทะผิวกาย สายตาของราตรีจ้องมองดวงตะวันที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า แสงสีนวลทองที่อยู่ตรงหน้าตัดกับผิวน้ำทะเลสีครามมันช่างดูสวยงามทำให้เธอหลุดเผยรอยยิ้มออกมา ร่างสูงใหญ่ของภูผาที่พึ่งตื่นจากนอน ตอนนี้บนร่างกายของเขาสวมแค่เพียงกางเกงขาสั้นตัวเดียวแผ่นอกเปลือยเดินตรงดิ่งมาหาหญิงสาวที่กำลังยืนจ้องมองวิวทะเลตรงหน้า พร้อมอ้าแขนทั้งสองข้างที่กอดรัดร่างสวยในชุดว่ายน้ำมาจากทางด้านหลัง คำถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอบอุ่นนั้นมันกลับทำให้หัวใจของราตรีกระเพื่อมไหวขึ้นมาพรึ่บ"ตื่นก่อนแล้วทำไมไม่ปลุกผาล่ะ""ตรีเห็นว่าผากำลังนอนหลับส
ริมฝีปากสั่นระริกของภูผาเปล่งเสียงแหบพร่าออกมา เปลือกตาทั้งสองข้างหลับพริ้มเมื่อริมฝีปากของราตรีอ้าออกกว้างครอบครองลำกายของเขาเข้าไปเกือบถึงครึ่งลำ มือเล็กของเธอขยับขึ้นลงเป็นจังหวะพร้อมกับริมฝีปาก ปลายลิ้นเล็กสัมผัสผิวหนังห่อหุ้มลำกายทำให้ชายหนุ่มถึงกับหายใจติดขัดแผล็บ แผล็บ แผล็บ"อืม"ราตรีเหลือบสายตาเงยมองพลางยกยิ้มตรงมุมปาก ปลายลิ้นของเธอวนเลียส่วนหัววนไปมาก่อนจะลากลงต่ำไปถึงลำโคน ริมฝีปากที่มีคราบน้ำลายติดอยู่ดูดเลยพวกไข่ทั้งสองข้างสลับกันไปมาจนมันกดเกร็งลำกายที่ขายใหญ่อยู่ในอุ้มมืออุ่นร้อนกระตุกหงึกเป็นจังหวะ"ไอติมแท่งนี้ อร่อยจัง"ลำกายที่เต็มไปด้วยคราบน้ำลายถูกส่งเข้าไปในโพรงปากของราตรีอีกครั้ง พลางขยับศีรษะขึ้นลงเป็นจังหวะดูดเลียจนโพรงแก้มทั้งสองข้างตอบเข้าหา จนชายหนุ่มต้องยื่นฝ่ามือมาจับศีรษะออกแรงใช้มือขยุมเส้นผมของราตรีที่กำลังดูเลียแก่นกายของชายหนุ่มอย่างเมามันอ๊อก อ๊อก อ๊อก"ฮ๊าส์ เมียจ๋า โอ้ว"ชายหนุ่มเปล่งเสียงครางออกมา ความเสียวซ่านที่ได้รับทำให้ภูผาเผลอขยับสะโพกกระแทกแก่นกายเข้าใส่ในโพรงปากของหญิงสาวอย่างลืมตัว ทำให้ส่วนหัวบานหยักกระแทกเข้าไปจนเกือบจะถึงลิ้นไก่ แต่ก
ลมหายใจหอบถี่ถูกปล่อยออกมาผ่านทางริมฝีปากของราตรี ทันทีเมื่อแก่นกายของชายหนุ่มกดแทรกเข้ามาในช่องทางรักของเธอนั้นจนสุดโคนความยาวใหญ่ มือเรียวทั้งสองข้างจับท่อนแขนแกร่งของชายหนุ่มเอาไว้ เธอพยายามผ่อนคลายร่างกายของตัวเองแม้ว่าตรงจุดเชื่อมต่อมันจะยังคับแน่นมากอยู่ก็ตาม"ตอดดีเป็นบ้า กว่าผาจะเข้าไปได้หมด"ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมาสายตามองแก่นกายของตัวเองที่แทรกเข้าไปในช่องทางรักของหญิงสาวจนสุดความยาว เขาเอื้อมมือไปปิดก๊อกน้ำให้หยุดไหล สายตาคมมองเรือนกายเย้ายวนของหญิงสาวที่มีหยดน้ำเกาะอยู่พลางกลืนน้ำลายหอบหายใจถี่ "ไหวไหม เจ็บหรือเปล่า""อือ ไหว ไม่เจ็บแต่มันแน่นไปหมด"ราตรีตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่ว สายตาซุกซนกวาดมองร่างกายสูงใหญ่ของอีกฝ่าย บริเวณหน้าท้องมีลอนงามหกลูกเรียงรายเป็นลอนสวย ร่างกายบึกบึนของคนที่ชอบออกกำลังกายทำให้ใบหน้าของราตรีแดงซ่านขึ้นมาภูผาไล่สายตามองตามสายตาของเธอ ก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มตรงมุมปากออกมา เขาปล่อยท่อนขาวางเท้าของเธอที่เกี่ยวไว้ลงยืนกับพื้น ราตรีที่รู้ดีรีบเอนแผ่นหลังส่วนด้านบนพิงกับกำแพง แอ่นท่อนล่างด้านหน้าเข้าหาชายหนุ่มที่เริ่มจะขยับเอวสอบกระแทกเข้าหาเป็นจังหวะ ฝ่า







