Se connecterบรรยากาศภายในห้องพักสุดหรูของโรงแรมใจกลางเมืองตกอยู่ในความเงียบสงัด มีแค่เพียงเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานดังคลอเบา ๆ ในระหว่างที่หญิงสาวกำลังยืนนิ่งมองชมวิวผ่านทางกระจกใสที่ทอดตัวเรียงยาวตลอดแนวผนัง สายตาทอดมองแสงไฟจากอาคารด้านนอกที่ส่องประกายระยิบระยับทว่าในหัวของเธอกลับมีเพียงเรื่องเดียวที่วนเวียนซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุด นึกคิดถึงบทสนทนาที่สิงหาพูดกับเธอในระหว่างที่กำลังนั่งรับประทานอาหาร
เมื่อหลายชั่วโมงก่อน "อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ เรื่องระหว่างตรีกับภูผามันไม่สามารถกลับเป็นเหมือนเดิมได้อีกจริง ๆ เหรอ" "..." "ไอ้ภูผามันยังรักตรีอยู่นะ รักไม่เคยเปลี่ยน ตลอดเวลาที่ผ่านมามันไม่เคยสนใจผู้หญิงคนอื่นที่พ่อของมันพยายามหามาให้เลย"ช้อนที่อยู่ในมือของราตรีชะงักไปเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับมาเคลื่อนไหวตามเดิมราวกับประโยคเมื่อครู่ไม่ได้ส่งผลอะไรกับเธอ "ไอ้ภูผามันยังรอตรีอยู่เสมอ ไม่เคยคิดที่จะเริ่มต้นใหม่กับใครเลย ถึงเวลาจะผ่านมาหลายปีมันก็ยังเชื่อว่าสักวันหนึ่งตรีก็จะต้องกลับมาหามัน"ราตรีนั่งฟังอยู่อย่างเงียบ ๆ เธอเพียงก้มหน้าตักอาหารเข้าปากอย่างช้า ๆ ด้วยสีหน้าเรียบนิ่งจนแทบจะอ่านความรู้สึกของเธอไม่ออก แต่ทว่าความเงียบนั้น หัวใจของเธอกลับเต้นแรงขึ้นอย่างน่าแปลกประหลาด เมื่อชื่อของภูผาที่ไม่ได้ยินมานานยังคงมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเธอมากกว่าที่คิดไว้ แม้เวลาจะผ่านมาหลายปีแล้วก็ตาม "ฉันกับคุณสิงหารู้ดีว่าเพราะอะไรเธอกับภูผาถึงได้เลิกกัน เพียงแค่เราสองคนอยากเห็นเธอกับคุณภูผากลับมามีความสุขอีกครั้ง" "..." "ฉันไม่รู้หรอกนะว่าตอนนี้เธอยังรักคุณภูผาอยู่ไหม แต่ว่าฉันกับคุณสิงหาแค่คิดว่าอย่างน้อยตรีก็ควรจะได้รู้เอาไว้ว่าตลอดที่ผ่านมาคุณภูผายังรอตรีอยู่และไม่คิดที่จะมีใคร" "มันจะเป็นไปได้เหรอที่คนคนหนึ่งจะคิดรอใครได้นานมากขนาดนี้"ในความรู้สึกของราตรียังคงเต็มไปด้วยความสับสน ห้าปีที่ผ่านมาเขายังไม่เคยลืมเธอเลยอย่างนั้นหรือ ริมฝีปากสวยของราตรีเม้มเข้าหาแน่น พยายามสลัดความคิดเหล่านั้นออกจากหัวแต่ไม่ว่าจะพยายามสักเท่าไหร่ภาพความทรงจำของชายหนุ่มยิ่งชัดเจนมากยิ่งขึ้นเท่านั้น "มันจะเป็นไปได้จริง ๆ เหรอ"ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นเมื่อครู่หลุดพึมพำออกมาเบา ๆ "ที่คนคนหนึ่งจะรอใครสักคนได้นานขนาดนั้น"ฝ่ามือเรียวยกขึ้นมากุมหน้าอกของตัวเองด้วยความรู้สึกบางอย่างกำลังบีบรัดหัวใจจนเธอเริ่มจะหายใจไม่ทั่วท้องขึ้นมา ตลอดระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมา เธอเคยคิดว่าภูผาคงจะลืมเธอไปแล้วเสียอีก เพราะผู้หญิงธรรมดา ๆ อย่างเธอที่เป็นเพียงลูกสาวชาวสวนจน ๆ ไม่มีอะไรที่น่าให้จดจำคงจะใช้เวลาไม่นานในการลืม และเขาก็คงจะใช้ชีวิตของเขาต่อไปในแบบที่มันควรจะเป็น ยืนเคียงคู่กับผู้หญิงที่เหมาะสมที่มีฐานะเท่าเทียมดีกว่าผู้หญิงธรรมดา ๆ อย่างเธอ แต่ความจริง กับสิ่งที่เธอคิดมาตลอดมันช่างตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ภูผาเขายังรอเธอมาตลอด เปลือกตาบางค่อย ๆ ปิดลงด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนที่หญิงสาวจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ "แล้วทำไมนายต้องรอฉันด้วย"ราตรีอดไม่ได้ที่จะบ่นกับตัวเอง ร่างสวยยืนนิ่งอยู่ตรงจุดเดิมอยู่เนิ่นนาน ปล่อยให้ความเงียบภายในห้องพักของโรงแรมล้อมรอบตัวเอง ในใจของเธอมันยังคงเต็มไปด้วยความสับสน ทั้งดีใจ ทั้งเจ็บปวดและหวั่นใจจนไม่รู้ว่าควรจะจัดการกับความรู้สึกเหล่านี้อย่างไรดี เพราะสิ่งที่น่ากลัวมากที่สุดไม่ใช่การที่รู้ว่าภูผายังรักเธอแต่มันเป็นการที่เธอเองเพิ่งจะค้นพบว่า ตลอดระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมา หัวใจของเธอก็ไม่อาจที่จะลืมเขาได้เลยเช่นเดียวกัน ตกดึก "อะไรมันจะไวขนาดนั้น แล้วเรื่องงาน" "ให้เลขาอยู่จัดการ" "กูเชื่อมึงเลยจริง ๆ "สิงหามองหน้าเพื่อนสนิทพลางส่ายหน้า ตอนนี้เป็นเวลาที่เขาควรจะได้นอนพักผ่อนกอดลูกเมียอย่างสบายใจ แต่กลับต้องพาร่างกายมมายืนรอรับเพื่อนรักอยู่ที่สนามบินเวลาตีหนึ่งตรง "ตอนนี้ตรีอยู่ที่ไหน" "เดี๋ยว มึงใจเย็นก่อนภูผา"สิงหาเอ่ยปรามหลังจากที่ทั้งสองเดินมานั้งบนรถคันหรูที่ลูกน้องจอดรออยู่ด้านหน้าประตูทางออกของสนามบิน ทั้งสองรีบก้าวขาขึ้นไปนั่งยังเบาะหลัง ก่อนลูกของสิงหาจะรีบขับรถออกมาจากตัวอาคารของสนามบินมุ่งหน้าสุ่ถนนหลัก "ราตรีพักอยู่ที่ไหน" "นี่มึงจะบ้าหรือเปล่า นี่มันตีหนึ่งนะ รอให้ฟ้าสว่างก่อนก็ได้ ถึงยังไงพรุ่งนี้ตรีก็ต้องไปหาเมียกับลูกกูที่บ้านอยู่แล้ว" "แต่กู..." "กูรู้ว่ามึงคิดถึงเธอมาก แต่ถ้าขืนมึงบุกไปเจอเธอตอนนี้มีหวังเธอได้หนีหน้ามึงไปอีกแน่ แล้วคราวนี้นี่แหละที่เธอจะไม่ออกมาให้ใครเจอหน้าอีกเลย"สิงหาเอ่ยเตือนเพื่อนสนิทที่ร้อนใจจนเจ้าตัวต้องหันหน้ามองออกไปยังนอกหน้าต่าง มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่นก่อนจะเริ่มคลายออกเมื่ออารมณ์ภายในใจเริ่มเย็นลง "กูรู้ว่ามึงเฝ้ารอวันที่จะได้เจอเธอมานาน แต่มึงช่วยอดใจรออีกไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นจะได้ไหม ดีกว่าที่จะไม่ได้เจอหน้าเธออีกต่อไป" "อืม เอาอย่างที่มึงว่าก็ได้"สิงหาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจเมื่อสามรถพูดโน้มน้าวให้เพื่อนสนิทเชื่อฟังในคำตักเตือนของตัวเองได้ "แล้วนี่มึงจะให้กูไปส่งที่ไหน" "ไปบ้านมึง" "นี่มึง เอาจริง" "อืม กูเอาจริง แล้วมึงก็ห้ามให้เมียของมึงโทรไปบอกเมียกูด้วย"ภูผาเอ่ยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเข้มงวด คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหาด้วยความจริงจัง "แหม เรียกเมียได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยนะ ไม่รู้ว่าราตรีจะกลับมาคืนดีกับคนอย่างมมึงหรือเปล่าเถอะ" "มีเหตุผลอะไรทำไมเธฮถึงจะไม่กลับ" "หึ ถ้าเธอคิดจะกลับก็คงไม่หนีมึงไปถึงห้าปีหรอกนะ"สิงหาอดหมั่นใสกับความมั่นใจเกินร้อยของเพื่อนไม่ได้ เขายังจำได้ไม่เคยลืมว่าตอนที่ราตรีทิ้งภูผาไปใหม่ ๆ มันอาลวาดหนักขนาดไหน ไม่มีใครกล้าที่จะเข้าใกล้ แม้แต่พ่อแม่ของมันก็ไม่มีใครเอาอยู่ เสร็จจากการตามหาเมียก็มานั่งเมาหัวราน้ำแทบจะไม่เป็นผู้เป็นคน ไม่เอาอะไรและไม่ยอมไปเรียนต่อปริญญาโทที่เมืองนอกตามคำขอร้องของบิดา สภาพในตอนนั้นภูผาแทบไม่ต่างอะไรจากคนที่กำลังใกล้ตายงานการไม่ยอมทำ เริ่มขังตัวเองอยู่แต่ในห้องไม่ยอมออกไปไหนและไม่ยอมให้ใครติดต่อได้ จนผู้เป็นพ่อทนไม่ไหวต้องสารภาพความจริงว่าเป็นคนขอร้องให้ราตรีเดินออกไปจากชีวิตของลูกชาย เพื่อที่จะให้ภูผาไปเรียนต่อปริญญาโทในตอนนั้น ภูผาโกรธพ่อของมันมากที่เป็นต้นเหตุทำให้ราตรีหนีไป และนับตั้งแต่วันนั้นมันก็ไม่คิดจะกลับเข้าไปหลังใหญ่ที่พ่อกับแม่ของภูผาอยู่อาศัย แม้ว่าท่านทั้งสองจะพยายามติดต่อเข้าหาลูกชายแต่ก็ได้รับการปฏิเสธมาตลอดเวลาหลายปีภูผากับราตรีถึงกับต้องหันมองหน้ากันอย่างไม่ได้นัดหมาย ก่อนทั้งสองจะหันมองไปยังร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคนอีกครั้ง คำพูดเมื่อครู่ของบิดาชายหนุ่มทำให้ทั้งสองต้องขมวดคิ้วเข้าหา"ไม่ต้องมามองหน้าพ่อแบบนั้น นั่งกันก่อนสิ พ่อก็มีเรื่องสำคัญที่จะต้องคุยกับลูกทั้งสองคนเหมือนกัน"เดิมทีภูผาคิดว่าจะพาราตรีมาบอกเรื่องที่ทั้งสองจดทะเบียนสมรสให้พ่อกับแม่ของเขาได้รับรู้แล้วก็กลับไป ชายหนุ่มหันไปมองหน้าของราตรีอย่างชั่งใจ แต่เมื่อเห็นเธอพยักหน้าให้เขาก็จำยอมพาเธอไปนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่ที่ว่างฝั่งตรงข้ามกับบิดามารดา"พ่อมีเรื่องอะไรจะคุยกับเราสองคนอย่างนั้นเหรอ"ศิลาหันไปมองหน้าผู้เป็นภรรยาพลางถอนหายใจออกมา คนเป็นพ่อเองก็รู้สึกอัดอั้นกับความรู้สึกที่ยังคงฝังลึกอยู่ในใจมาตลอดเวลาหลายปีไม่ต่างกัน"พ่ออยากขอโทษแกกับหนูราตรีเกี่ยวกับเรื่องที่พ่อทำไว้เมื่อหลายปีก่อน"คุณศิลาเงยหน้ามองราตรีด้วยแววตาที่แสดงถึงความรู้สึกผิด"พ่อขอโทษนะหนูราตรีที่ตอนนั้นพ่อไปพูดกดดันหนูทำให้หนูต้องจำใจทิ้งลูกชายของพ่อไป""...""ตอนนั้นพ่อคิดน้อย คิดว่าการที่แกเป็นลูกของพ่อก็ควรจะต้องได้รับในสิ่งที่ดี ๆ อนาคตที่ดี มีคู่ชีวิตที่ดี"ศิ
ดวงตากลมโตของราตรีก้มมองใบทะเบียนสมรสที่เธอถืออยู่ในมือทั้งของตัวเธอและของสามีหมาด ๆ ที่กำลังนั่งอยู่ประจำตำแหน่งคนขับ ริมฝีปากของภูผายิ้มกว้าง ความรู้สึกดีใจส่งผ่านแววตา ราตรีซ้อนทับใบทะเบียนก่อนจะวางลงบนหน้าขา เธอหันหน้าไปมองชายหนุ่มซึ่งกำลังนั่งขับรถอย่างอารมณ์ดี"ไม่เมื่อยปากบ้างหรือไงคะ ยิ้มมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว"ราตรีอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซวสามีหมาด ๆ ของเธอ เพราะตั้งแต่ที่ทั้งสองได้จดทะเบียนสมรสกันตั้งแต่เมื่อวานนั้น ภูผาก็เอาแต่ยิ้มไม่หุบ ไม่ใช่แค่เพียงเท่านั้นเขายังขอเบอร์โทรติดต่อพ่อแม่ของเธอไปอีก ทีแรกเธอคิดว่าจะรอให้บอกเรื่องนี้กับพ่อแม่ของเขาก่อน แต่ภูผาก็ไม่ยอม หลังจากที่เขาได้เบอร์โทรพ่อแม่ของเธอไปเขาก็ไม่รอช้ารีบต่อสายหาพ่อแม่ของเธอทันทีเพื่อบอกเรื่องที่น่ายินดีนี้ให้ท่านทั้งสองได้รับรู้ทีแรกเธอก็คิดว่าพ่อกับแม่ของเธอจะดุเรื่องที่ทำอะไรโดยไม่ปรึกษา แต่ทว่าเมื่อท่านทั้งสองรู้ว่าเธอกับภูผาจดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยากันแล้ว สิ่งที่พ่อของราตรีเอ่ยขึ้นมาประโยคแรกนั่นก็คือ'เรื่องสินสอด ผาไม่ต้องเป็นห่วงนะ พ่อกับแม่ไม่ยอมให้ลูกเขยของพ่อต้องน้อยหน้าแน่ จะจัดงานแต่งวันไหนเดี๋ยวพ่อก
ราตรียิ้มออกมาเมื่อเรือของสิงหาซึ่งมีลูกน้องของชายหนุ่มเป็นคนขับเข้ามาจอดเทียบท่า เธอหันหน้าไปมองภูผาซึ่งกำลังสิ่งยิ้มมองมาที่เธอ เขารีบลุกขึ้นยืนเมื่อเรือจอดทรงตัวอยู่กับที่ ท่อนแขนแข็งแกร่งไม่ว่าจะผ่านการอุ้มร่างของเธอมากี่ทีราตรีก็รับประกันได้ว่าชายหนุ่มจะไม่มีทางปล่อยให้เธอตกลงไปชายหนุ่มอุ้มร่างของเธอเดินขึ้นบันได โดยมีบอดี้การ์ดของสิงหาเดินหิ้วกระเป๋าสัมภาระเดินตามขึ้นมาก่อนจะมีเสียงเรียกชื่อของราตรีขึ้นมาพร้อมกับร่างสวยของใครบางคนที่เปิดประตูรถเดินลงมาหาเธอ"ราตรี""มิน"ภูผารีบวางร่างของราตรีก่อนเธอจะรีบเดินปรี่เข้าหาไปมินตราที่กำลังเดินส่งยิ้มมาด้วยความดีใจสายตาของสิงหาและภูผามองร่างของหญิงสาวยืนกอดกันด้วยความคิดถึง ทั้งสองยืนสบตากันโดยไม่พูดอะไร แค่เพียงได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของทั้งสองที่ได้ไปปรับความเข้าใจกันบนเกาะส่วนตัว เพียงเท่านี้สิงหาและมินตราก็รู้ได้ทันทีถึงความสัมพันธ์ที่ดีงามของทั้งคู่ที่กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง"เป็นยังไงบ้าง เดินทางเหนื่อยไหม""ไม่ต้องมาพูดเลย เพราะใครกันล่ะ ตอนนั้นฉันตกใจแทบแย่""แฮ่ ก็คนมันอยากให้เธอได้ปรับความเข้าใจกันนี่ ขอโทษนะที่ทำอะไรแบ
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาตลอดหนึ่งอาทิตย์เต็มที่ภูผาและราตรีได้ใช้ชีวิตอยู่บนเกาะส่วนตัวของสิงหา นับว่าเป็นเรื่องที่ดีเมื่อทั้งสองได้กลับมาเริ่มความสัมพันธ์รักครั้งใหม่อีกครั้งหลังจากที่ทั้งคู่ได้ปรับความเข้าใจกัน แม้ตลอดเวลาห้าปีที่ทั้งคู่ไม่ได้เจอกัน แต่เวลาเหล่านั้นก็ไม่อาจที่จะลบเลือนความรักออกจากหัวใจของทั้งสองคนได้คลื่น ซ่าร่างสวยในชุดว่ายน้ำสีดำดูเซ็กซี่เดินเลียบชายหาด ฟังเสียงคลื่นซัดเข้าหาชายฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่า สายลมเย็นหอบพัดผ่านเอากลิ่นอายของความเค็มจากน้ำทะเลพัดเข้าหาปะทะผิวกาย สายตาของราตรีจ้องมองดวงตะวันที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า แสงสีนวลทองที่อยู่ตรงหน้าตัดกับผิวน้ำทะเลสีครามมันช่างดูสวยงามทำให้เธอหลุดเผยรอยยิ้มออกมา ร่างสูงใหญ่ของภูผาที่พึ่งตื่นจากนอน ตอนนี้บนร่างกายของเขาสวมแค่เพียงกางเกงขาสั้นตัวเดียวแผ่นอกเปลือยเดินตรงดิ่งมาหาหญิงสาวที่กำลังยืนจ้องมองวิวทะเลตรงหน้า พร้อมอ้าแขนทั้งสองข้างที่กอดรัดร่างสวยในชุดว่ายน้ำมาจากทางด้านหลัง คำถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอบอุ่นนั้นมันกลับทำให้หัวใจของราตรีกระเพื่อมไหวขึ้นมาพรึ่บ"ตื่นก่อนแล้วทำไมไม่ปลุกผาล่ะ""ตรีเห็นว่าผากำลังนอนหลับส
ริมฝีปากสั่นระริกของภูผาเปล่งเสียงแหบพร่าออกมา เปลือกตาทั้งสองข้างหลับพริ้มเมื่อริมฝีปากของราตรีอ้าออกกว้างครอบครองลำกายของเขาเข้าไปเกือบถึงครึ่งลำ มือเล็กของเธอขยับขึ้นลงเป็นจังหวะพร้อมกับริมฝีปาก ปลายลิ้นเล็กสัมผัสผิวหนังห่อหุ้มลำกายทำให้ชายหนุ่มถึงกับหายใจติดขัดแผล็บ แผล็บ แผล็บ"อืม"ราตรีเหลือบสายตาเงยมองพลางยกยิ้มตรงมุมปาก ปลายลิ้นของเธอวนเลียส่วนหัววนไปมาก่อนจะลากลงต่ำไปถึงลำโคน ริมฝีปากที่มีคราบน้ำลายติดอยู่ดูดเลยพวกไข่ทั้งสองข้างสลับกันไปมาจนมันกดเกร็งลำกายที่ขายใหญ่อยู่ในอุ้มมืออุ่นร้อนกระตุกหงึกเป็นจังหวะ"ไอติมแท่งนี้ อร่อยจัง"ลำกายที่เต็มไปด้วยคราบน้ำลายถูกส่งเข้าไปในโพรงปากของราตรีอีกครั้ง พลางขยับศีรษะขึ้นลงเป็นจังหวะดูดเลียจนโพรงแก้มทั้งสองข้างตอบเข้าหา จนชายหนุ่มต้องยื่นฝ่ามือมาจับศีรษะออกแรงใช้มือขยุมเส้นผมของราตรีที่กำลังดูเลียแก่นกายของชายหนุ่มอย่างเมามันอ๊อก อ๊อก อ๊อก"ฮ๊าส์ เมียจ๋า โอ้ว"ชายหนุ่มเปล่งเสียงครางออกมา ความเสียวซ่านที่ได้รับทำให้ภูผาเผลอขยับสะโพกกระแทกแก่นกายเข้าใส่ในโพรงปากของหญิงสาวอย่างลืมตัว ทำให้ส่วนหัวบานหยักกระแทกเข้าไปจนเกือบจะถึงลิ้นไก่ แต่ก
ลมหายใจหอบถี่ถูกปล่อยออกมาผ่านทางริมฝีปากของราตรี ทันทีเมื่อแก่นกายของชายหนุ่มกดแทรกเข้ามาในช่องทางรักของเธอนั้นจนสุดโคนความยาวใหญ่ มือเรียวทั้งสองข้างจับท่อนแขนแกร่งของชายหนุ่มเอาไว้ เธอพยายามผ่อนคลายร่างกายของตัวเองแม้ว่าตรงจุดเชื่อมต่อมันจะยังคับแน่นมากอยู่ก็ตาม"ตอดดีเป็นบ้า กว่าผาจะเข้าไปได้หมด"ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมาสายตามองแก่นกายของตัวเองที่แทรกเข้าไปในช่องทางรักของหญิงสาวจนสุดความยาว เขาเอื้อมมือไปปิดก๊อกน้ำให้หยุดไหล สายตาคมมองเรือนกายเย้ายวนของหญิงสาวที่มีหยดน้ำเกาะอยู่พลางกลืนน้ำลายหอบหายใจถี่ "ไหวไหม เจ็บหรือเปล่า""อือ ไหว ไม่เจ็บแต่มันแน่นไปหมด"ราตรีตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่ว สายตาซุกซนกวาดมองร่างกายสูงใหญ่ของอีกฝ่าย บริเวณหน้าท้องมีลอนงามหกลูกเรียงรายเป็นลอนสวย ร่างกายบึกบึนของคนที่ชอบออกกำลังกายทำให้ใบหน้าของราตรีแดงซ่านขึ้นมาภูผาไล่สายตามองตามสายตาของเธอ ก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มตรงมุมปากออกมา เขาปล่อยท่อนขาวางเท้าของเธอที่เกี่ยวไว้ลงยืนกับพื้น ราตรีที่รู้ดีรีบเอนแผ่นหลังส่วนด้านบนพิงกับกำแพง แอ่นท่อนล่างด้านหน้าเข้าหาชายหนุ่มที่เริ่มจะขยับเอวสอบกระแทกเข้าหาเป็นจังหวะ ฝ่า







