Share

บทที่ 3

Penulis: ลังกิต ปรมา
ดนัยเงยหน้าขึ้นมองสบตาอิทธิพล แปลกใจเล็กน้อย—เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่อิทธิพลพูดอะไรบางอย่างที่เหมือนจะเข้าข้างเธอ

แต่ก่อนที่เธอจะทันเข้าใจความหมายของเขา อิทธิพลก็ก้าวเข้ามาใกล้อีก สีหน้าเย็นชายังคงไม่เปลี่ยน

“อย่าปล่อยให้ตัวเองถูกใช้งานเหมือนคนรับใช้ ตำแหน่งของเธอในบ้านหลังนี้คือสะใภ้ตระกูลเกียรติ”

ดนัยรีบก้มหน้าลง นิ้วมือทั้งสองข้างบีบเข้าหากันแน่น “คะ...ค่ะ พี่” เสียงของเธอเบาจนแทบไม่ได้ยินเพราะความประหม่า

อิทธิพลก้าวเข้ามาใกล้อีกหนึ่งก้าว ใกล้พอที่จะทำให้หัวใจของดนัยเหมือนกระดอนขึ้นมาถึงลำคอ—ลมหายใจของเธอสะดุดไปทันที

สายตาของพี่เขยเย็นชาเหลือเกิน ราวกับกำลังมองทะลุเธอไปถึงข้างในทีละชั้น เหมือนเขาสามารถอ่านทุกอย่างที่หญิงสาวพยายามซ่อนไว้ได้ทั้งหมด

“เธอไม่เป็นไรใช่ไหม?” อิทธิพลถามสั้น ๆ น้ำเสียงไม่ได้อ่อนหวาน แต่เพราะแบบนั้นเอง คำถามนี้กลับยิ่งแทงใจมากกว่าเดิม

ดนัยรีบส่ายหน้า แต่ดวงตาที่บวมเล็กน้อยของเธอไม่อาจโกหกผู้ชายตรงหน้าได้

อิทธิพลหรี่ตาลง สีหน้าของเขาแทบอ่านไม่ออก “เธอเพิ่งร้องไห้มา”

นั่นไม่ใช่คำถาม แต่เป็นคำยืนยัน เพราะความจริงแล้ว ดนัยเพิ่งร้องไห้มาจริง ๆ

ดนัยนิ่งแข็งไปทั้งตัว กลั้นหายใจไว้ กลัวว่าตัวเองจะตอบผิด ขณะที่อิทธิพลยังคงมองเธอด้วยสายตาเย็นชา คมกริบ—แต่กลับเหมือนมีความห่วงใยเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ข้างใน

อิทธิพลยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ เสียงของอินทิราที่อยู่นอกบ้านก็ดังขึ้น ทำลายบรรยากาศตึงเครียดนั้น

“พี่อิทธิพล ไปกันเถอะค่ะ! เดี๋ยวลลิตาสาย!”

เสียงนั้นดังชัด และในวินาทีนั้นเอง ดนัยก็เห็นกรามแข็งแรงของอิทธิพลขบแน่น—ราวกับคำพูดที่เขากำลังจะพูดเมื่อครู่ถูกบังคับให้กลืนกลับลงไป

ชายคนนั้นก็หันหลังแล้วเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ ทิ้งห้องโถงกลางบ้านไว้ เพื่อออกไปตามภรรยาและลูกสาวของเขา

เมื่อเงาของอิทธิพลหายลับไปจากสายตาจริง ๆ ดนัยถึงค่อยถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก—ราวกับเพิ่งหลุดพ้นจากแรงบีบรัดบางอย่างที่กดทับหน้าอกของเธอมาตลอด

_____

คืนนั้น ทั้งครอบครัวกลับมารวมตัวกันที่โต๊ะอาหารดั่งเช่นทุกวัน แต่ครั้งนี้มีบางอย่างต่างออกไป—เก้าอี้ของดนัยว่างเปล่า และการไม่ปรากฏตัวของเธอก็ดูเด่นชัดท่ามกลางเสียงช้อนส้อมที่ดังเบา ๆ

คนทั้งครอบครัวต่างมีนิสัยเย็นชาและไม่ค่อยสนใจใคร ไม่มีใครมีท่าทีสดใสร่าเริงเลยสักคน ยกเว้นดนัย แต่น่าเสียดายที่หญิงสาวไม่ค่อยมีโอกาสได้พูดมากเท่าสมาชิกคนอื่น ๆ ในบ้าน

“เมียแกอยู่ไหน มนู?” ชมพูนุทถามลูกชายคนเล็ก พลางเหลือบมองมนูอย่างมีความหมาย

มนูสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อแม่ถามเขาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “คงกินไปก่อนแล้วมั้งครับ แม่”

“งั้นเหรอ?” ชมพูนุทพูดอย่างไม่ค่อยเชื่อ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ

“อืมครับ” มนูตอบสั้น ๆ ก่อนจะกินมื้อเย็นต่ออย่างนิ่ง ๆ

“แกเป็นสามีแท้ ๆ แต่ทำไมถึงอ่อนแบบนี้นะ มนู?” ชมพูนุทพูดเหน็บ น้ำเสียงนุ่มนวล แต่คำพูดกลับแสบคม

ช่วงเวลาแบบนี้เป็นสิ่งที่มนูเกลียดที่สุด ทุกครั้งที่แม่เริ่มพูดแบบนั้น ท้องของเขาจะรู้สึกเกร็งขึ้นมาทันที

ไม่ใช่แค่เพราะคำพูดที่แทงใจ แต่เพราะพี่ชายทั้งสองคนที่นั่งอยู่ไม่ไกล ราวกับเป็นพยานเงียบ ๆ ว่าเขามักจะเป็นลูกที่บกพร่องในสายตาแม่เสมอ

ความสนใจของแม่มักเทไปให้พี่ชายของเขามากกว่า และน่าเศร้าที่ชีวิตแต่งงานของเขาก็ถูกมองว่าเป็นความล้มเหลวที่เป็นความผิดของเขาทั้งหมด

รวมถึงการมีภรรยาอย่างดนัยด้วย

ภรรยาที่ในสายตาแม่ของเขา เกิดมาจากครอบครัวยากจน การศึกษาต่ำ จนมักถูกภรรยาของพี่ชายทั้งสองปฏิบัติราวกับเป็นคนรับใช้

หญิงสาวคนนั้นมักจะเชื่อฟังเสมอ เงียบเสมอ ทำให้เขาดูน่าอับอายยิ่งกว่าเดิมเมื่อเทียบกับพี่ชายทั้งสองคนที่มีภรรยามาจากครอบครัวมีฐานะ

มือของมนูกำแน่นอยู่บนโต๊ะจนข้อนิ้วซีดขาว สีหน้าหงุดหงิดนั้นเขาพยายามซ่อนไว้ แต่ก็ยากเหลือเกินเมื่อชมพูนุทยังพูดไม่จบ

“แกเป็นหัวหน้าครอบครัวในชีวิตแต่งงานของแกนะ” ชมพูนุทพูดต่ออย่างใจเย็น “แค่ดูแลเมียคนเดียวก็ยังทำไม่ได้ หัดดูพี่ ๆ ของแกไว้บ้าง”

พี่ชายทั้งสองคนที่ถูกเอ่ยถึง—อิทธิพลและกมล—เพียงเหลือบมองน้องชายแวบหนึ่ง ก่อนจะกินมื้อเย็นของตัวเองต่อไป

ส่วนพี่สะใภ้ทั้งสองคน—อินทิราและกนก—ก็นิ่งเงียบ ไม่ตอบอะไร เห็นได้ชัดว่าพวกเธอกลั้นหายใจทุกครั้งเมื่อบทสนทนาอ่อนไหวแบบนี้เริ่มขึ้น

มนูก้มหน้าลงเล็กน้อย กรามขบแน่น

“ครับ แม่” เขาตอบสั้น ๆ น้ำเสียงเรียบนิ่ง

สิบห้านาทีต่อมา มื้อเย็นก็จบลง

สมาชิกครอบครัวทยอยกลับไปที่ห้องของตัวเอง เพื่อพักผ่อนต่อหลังจากเหนื่อยจากการทำงานมาตลอดครึ่งวัน—รวมถึงมนูด้วย

ตอนที่ชายหนุ่มผลักประตูห้องเข้าไป สายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับร่างของดนัยที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟา จ้องโทรศัพท์มือถือพลางพยายามปลอบใจตัวเองให้สงบลง

เสียงฝีเท้าของมนูดังหนักแน่นและกดดัน โดยไม่พูดอะไรสักคำ เขาคว้าโทรศัพท์มือถือออกจากมือดนัย แล้วขว้างลงพื้น เสียงแตกกระจายดังไปทั่วห้อง

เพล้ง!

“พี่...!” ดนัยสะดุ้งโหยง ร่างกายลุกขึ้นนั่งโดยอัตโนมัติ ดวงตาเบิกกว้าง ลมหายใจติดขัด

“ตายแล้ว พี่เป็นอะไรไปคะ?” เสียงของเธอเบา แทบเป็นแค่เสียงกระซิบ

มนูไม่ตอบ ใบหน้าของเขาเรียบเฉย แต่ดวงตากลับมืดสนิท เต็มไปด้วยความโกรธเย็นเยียบจนทำให้อากาศในห้องอึดอัดขึ้นมา

เขาหยิบนามบัตรใบหนึ่งออกจากกระเป๋ากางเกง แล้วโยนลงบนตักของดนัย

“ไปพบผู้ชายคนนี้” เขาพูด น้ำเสียงต่ำแต่คมกริบ “แล้วนอนกับเขาจนกว่าเธอจะท้อง”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เสพติดอ้อมกอดพี่เขย   บทที่ 30

    อิทธิพลเพิ่งมาถึงห้องทำงานของเขา พร้อมกับถือบันทึกสัดส่วนร่างกายของดนัยมาอย่างครบถ้วนฝีเท้าของเขาเชื่องช้า แต่ยังคงหนักแน่นขณะเดินไปยังโต๊ะทำงาน วางบันทึกนั้นลงบนโต๊ะ ก่อนจะเปิดไอแพดของตัวเองเขาเปิดแอปดูกล้องวงจรปิดทุกมุมในคฤหาสน์ รวมถึงห้องที่ก่อนหน้านี้เขาใช้ร่วมกับดนัยด้วยจุดประสงค์ของเขาคือการลบภาพบันทึกในนั้น ลบสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาสองคนแม้ความจริงแล้ว จะมีเพียงเขาคนเดียวที่เข้าดูกล้องวงจรปิดพวกนั้นได้ สมาชิกครอบครัวคนอื่นก็ไม่ได้สนใจภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดเท่าไรนัก รวมถึงตัวเขาเองด้วยภาพจากกล้องวงจรปิดอาจถูกเปิดดูในกรณีที่มีขโมย หรือมีเรื่องเร่งด่วนอื่น ๆ แต่ครั้งนั้นที่เขาเปิดดู ก็เพียงเพราะอยากจับตาดูดนัยเท่านั้นครืดดโทรศัพท์ของอิทธิพลสั่น มีสายเรียกเข้า ชายหนุ่มรีบหยิบของบาง ๆ นั้นออกจากกระเป๋ากางเกง และเห็นชื่อ ‘จูเลียน’ ปรากฏอยู่บนหน้าจอในฐานะคนโทรเข้าโดยไม่รอนาน เขาก็เลื่อนไอคอนสีเขียวบนหน้าจอ ก่อนจะแนบโทรศัพท์เข้ากับข้างหู“เมื่อกี้นายส่งอะไรมาให้ฉัน อิทธิพล?” จูเลียนถามจากปลายสาย“นายอ่านหนังสือไม่ออกหรือไง?” อิทธิพล

  • เสพติดอ้อมกอดพี่เขย   บทที่ 29

    “พี่มาทำอะไรที่นี่คะ?” เสียงของดนัยแผ่วเบาอิทธิพลไม่พูดอะไร ตรงกันข้าม ชายหนุ่มก้าวเข้าไปหาหญิงสาว แล้วยืนอยู่ตรงหน้าเธอพอดี“ถ้าต้องการให้ช่วยก็บอกมา” ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปที่โต๊ะแล้วหยิบของบางอย่างจากตรงนั้น ของของเขาเอง เป็นแหวนแต่งงานที่ลืมไว้ตั้งใจลืมไว้เหรอ? ใช่ เพราะเขาคาดไว้แล้วว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นพอเขาหันกลับมาอีกครั้ง สายตาของเขาก็สบเข้ากับดวงตากลมโตของดนัย“พี่ทำได้เหรอคะ?” หญิงสาวถามอย่างไม่อยากเชื่ออิทธิพลยิ้มมุมปาก “เธอดูถูกฉันเหรอ?”นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อิทธิพลตัดเย็บเสื้อผ้าเอง และก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเห็นคนในครอบครัวถูกภรรยาของเขาวัดตัว รวมถึงตัวเขาเองด้วยเพราะงั้น อิทธิพลจึงพอรู้ไม่มากก็น้อยว่าต้องทำยังไงเขาก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่พูดอะไร ท่าทางของเขาสงบนิ่ง แต่วิธีที่เขามองกลับทำให้อากาศในห้องเหมือนบางลงมือของอิทธิพลยื่นออกไป คว้าสายวัดจากมือดนัย“พี่... จะทำอะไรคะ?” ดนัยถามเสียงเบา ฟังดูกังวล“วัดตัว” อิทธิพลตอบสบาย ๆ ราวกับมันเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดในโลกเขาเอียงศีรษะเล็กน้อย มองดนัยลึก ๆ ก่อนจะพูดต่อ “เธอบอกว่าทำไม่ได้ใช่ไหม? งั้นให

  • เสพติดอ้อมกอดพี่เขย   บทที่ 28

    “ขอบคุณที่ต้อนรับผมอย่างดีนะครับ คุณอิทธิพล” ตรัยพูดอย่างจริงใจ พลางจับมืออิทธิพล ก่อนจะขอตัวกลับหลังจากคุยเรื่องโปรเจกต์งานของพวกเขาเสร็จ“ยินดีครับ ผมดีใจมากที่ได้ร่วมงานกับคุณ” อิทธิพลตอบ จากนั้นเขาก็ดึงมือขวากลับมา แล้วสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงทั้งสองคนหันกลับไปมองผู้หญิงสองคนที่ถูกย้ายไปนั่งโซฟาอีกตัว เพื่อให้คุยกันสองคนได้สบายขึ้น“เธอเป็นเลขาส่วนตัวของคุณเหรอครับ?” ตรัยถามอย่างสงสัยอิทธิพลพยักหน้าเร็ว ๆ “ใช่ เธอยังใหม่อยู่ ทำงานมาเกือบสามสัปดาห์เอง”“ว้าว ดีมากเลยนะครับ เธอเพิ่งเป็นเลขาได้สามสัปดาห์ แต่ดูเป็นมืออาชีพมาก เป็นไปได้ไหมว่าเธอจบจากมหาวิทยาลัยดัง หรือก่อนหน้านี้มีประสบการณ์ในสายงานนี้อยู่แล้ว?” ตรัยถามต่ออิทธิพลยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหน้าเล็กน้อย “ไม่ใช่ เธอเพิ่งทำงานครั้งแรก และได้ตำแหน่งเลขาเลย บังเอิญด้วยว่าเธอจบแค่ระดับ D3”ดวงตาของตรัยเบิกกว้างด้วยความตกใจ “ว้าว ผมนึกว่าพื้นฐานการศึกษาและประสบการณ์ของเธอสูงมากซะอีก สำหรับเลขาใหม่ เธอถือว่าทำได้ดีมากจริง ๆ”“จริงครับ” อิทธิพลตอบ ยิ้มบาง ๆ โดยไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม “ผมเองก็ยอมรับเรื่องนั้น”

  • เสพติดอ้อมกอดพี่เขย   บทที่ 27

    บ่ายวันนั้น ช่วงพักกลางวัน อิทธิพลอยู่ในห้องทำงานเพียงลำพัง ดนัยออกไปก่อนแล้ว เพื่อไปกินมื้อกลางวันที่โรงอาหารของออฟฟิศตั้งแต่เหตุการณ์บนถนนเมื่อเช้า ความคิดของเขาก็ไม่สงบเลย คำพูดของดนัยที่ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเธอรักสามีของตัวเอง ยังคงก้องอยู่ในหัวของอิทธิพลไม่หยุดมีบางอย่างทิ่มแทงอีโก้ของเขา ทรมานเสียด้วยซ้ำเป็นไปได้ยังไง หลังจากคืนเร่าร้อนที่พวกเขาใช้ร่วมกัน ดนัยยังพูดได้อีกว่าเธอรักมนู?ผู้ชายที่ไม่เคยรักเธอเลย ผู้ชายที่ถูกบังคับให้แต่งงานกับเธอและที่แย่ยิ่งกว่านั้น คำขอไร้เหตุผลของมนูที่ให้ดนัยตั้งท้องกับผู้ชายคนอื่น ควรจะมากพอที่จะทำให้ใครก็ตามตาสว่าง แต่ไม่ใช่กับดนัยความรักของเธอมันลึกซึ้งขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงทำให้เธอตาบอด? หรือผู้หญิงคนนั้นชินกับการเจ็บปวดมากเกินไป จนลืมวิธีเลือกตัวเองไปแล้ว?ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูจากด้านนอกทำให้ภวังค์ของอิทธิพลสะดุดลงชั่วขณะเมื่อประตูเปิดออก เขาก็เห็นรัตน์ปรากฏตัวพร้อมไอแพดในมือ เพื่อรายงานตารางงานล่าสุดของอิทธิพลในวันนี้ที่แน่นเอี๊ยด“วันนี้มีนัดประชุมกับผู้อำนวยการเลนฟอร์ดครับ ท่านจะมาถึงตอนบ่ายสาม และผมเตรียมห้องรับรองไว้

  • เสพติดอ้อมกอดพี่เขย   บทที่ 26

    “ทะ-ทำไมพี่อิทธิพลถึงถามแบบนั้นคะ?” ดนัยกำกระโปรงที่ตัวเองใส่อยู่แน่น“ฉันแค่ถามเฉย ๆ แต่ถ้าเธอไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไร” อิทธิพลตอบอย่างใจเย็น แล้วกลับไปจดจ่อกับถนนตรงหน้าดนัยก้มหน้าลง ถ้าเธอไม่ตอบคำถามของพี่เขย บางทีต่อไปอาจเกิดความเข้าใจผิดก็ได้ เพราะงั้นตอบไปน่าจะดีกว่า“ตอนแรกอาจจะไม่ค่ะ เพราะนี่เป็นการแต่งงานที่เกิดจากการคลุมถุงชน แล้วก็เป็นพินัยกรรมของคุณปู่เกียรติด้วย” หญิงสาวพูดช้า ๆ อย่างควบคุมอารมณ์อิทธิพลฟังโดยไม่ขัดแม้แต่น้อย พอไฟแดงข้างหน้าสว่างขึ้น เขาจึงต้องหยุดรถ ระหว่างรอคำตอบของดนัยและรอไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว“แล้วตอนนี้ล่ะ?” อิทธิพลมองดนัยเต็มตา ขณะที่สายตาของเธอยังคงมองตรงไปข้างหน้า“ตั้งแต่ได้เป็นภรรยาของพี่มนูอย่างถูกต้อง ฉันก็พยายามมาตลอดที่จะรักสามีของตัวเอง จนกระทั่งความรู้สึกนั้นมันเติบโตขึ้นจริง ๆ” ดนัยพูดต่อ ก่อนจะยิ้มอย่างขมขื่น“ฉันเคยจินตนาการด้วยซ้ำค่ะ ถึงขั้นเคยอยากมีลูกกับพี่มนู ฉันเคยคิดไว้แล้วว่าลูกของฉันจะหล่อหรือสวยขนาดไหน”มือของอิทธิพลที่จับพวงมาลัยค่อย ๆ กำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว แต่สายตาของชายหนุ่มยังคงมองตรงไปที่ดนัย รอฟังคำตอบต่อไป“จู่ ๆ

  • เสพติดอ้อมกอดพี่เขย   บทที่ 25

    เช้าวันนั้น อาหารเช้าก็เหมือนเดิม เงียบ และค่อนข้างตึงเครียด มีเก้าอี้ว่างอยู่หนึ่งตัว เป็นที่กมลของลูกชายคนรองของครอบครัวนี้“เมื่อคืนกลับมากี่โมง?” ชมพูนุทมองอิทธิพลลูกชายคนโตของเธอ“สี่ทุ่มครับ” อิทธิพลตอบสั้น ๆ โดยไม่หันไปมองสายตาของชมพูนุทจึงเลื่อนไปที่ดนัย “เธอก็ด้วยเหรอ ดนัย?”หญิงสาวพยักหน้าพร้อมยิ้มบาง ๆ “ค่ะแม่”มนูกับกนกหันไปมองดนัยทันที แปลว่าเมื่อคืนตอนที่เขากำลังมีอะไรกับกนก ภรรยาของเขาก็กลับมาแล้วงั้นเหรอ?แต่ทั้งคู่ก็ยังทำตัวเป็นปกติ เพราะเมื่อคืนไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาทำแบบนั้น และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้“เดือนหน้ามีงานใหญ่ของครอบครัว เพราะงั้นแม่อยากให้พวกเธอทุกคนช่วยกันเตรียมงานนี้เหมือนเดิม ตัดชุดให้เข้ากับเดรสโค้ด” ชมพูนุทพูดกับลูก ๆ และลูกสะใภ้“ให้ทำที่บูติกของเธอนะ อินทิรา” ชมพูนุทพูดต่อ พลางมองลูกสะใภ้คนโตของเธออินทิราสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองแม่สามีด้วยรอยยิ้มบาง ๆ “ค่ะแม่ เดี๋ยวอินทิราจะจัดตารางวัดตัวให้ทีหลังนะคะ”กนกกระแอมเบา ๆ “ทำไมไม่ให้แต่งอิสระไปเลยล่ะคะแม่? นาน ๆ ที ขอแค่ยังใส่เป็นคู่กับแฟนตัวเองก็พอ”“แ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status