เสพติดอ้อมกอดพี่เขย

เสพติดอ้อมกอดพี่เขย

작가:  ลังกิต ปรมา연재 중
언어: Thai
goodnovel18goodnovel
순위 평가에 충분하지 않습니다.
30챕터
1.1K조회수
읽기
보관함에 추가

공유:  

보고서
개요
장르
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.

การเป็นสะใภ้คนเล็กของตระกูลมหาเศรษฐีไม่ใช่ความสุข แต่เป็นเหมือนคุก ดนัยถูกแม่สามีปฏิบัติราวกับเป็นคนรับใช้ ถูกคาดหวังให้สมบูรณ์แบบ ขณะที่สามีของเธอกลับเอาแต่นิ่งเงียบ ไม่เคยปกป้องเธอเลย ในบ้านหลังใหญ่หลังนั้น ทุกสายตาต่างจับจ้องเธอ แต่กลับเป็นสายตาของอิทธิพล—พี่ชายสามีคนโตผู้เย็นชา ทั้งยังมีอำนาจและน่าเกรงขาม ที่ทำให้ดนัยไม่อาจสงบใจได้ ชายคนนั้นก้าวเข้ามาท่ามกลางความสิ้นหวังของดนัยในการใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังใหญ่ จุดไฟปรารถนาที่ไม่ควรมีอยู่เลยให้ลุกโชนขึ้น ทั้งหมดนี้มันผิด ความรักครั้งนี้เป็นสิ่งต้องห้าม ทั้งหมดนี้คือบาป แต่เมื่ออิทธิพลสัมผัสเธอ ดนัยก็รู้ว่าตัวเองได้ติดอยู่ในบาปที่แสนหวานที่สุด และไม่มีทางหวนกลับไปได้อีกแล้ว

더 보기

1화

บทที่ 1

“ไปหาผู้ชายคนอื่นมาทำให้เธอท้องซะ ดนัย”

คำพูดของมนูในเช้าวันนั้น ราวกับค้อนหนัก ๆ ที่ฟาดลงกลางอกของดนัย หญิงสาวที่ยังคงบริสุทธิ์ถึงกับเบิกตากว้างในทันที

เป็นไปได้ยังไง สามีของเธอเองถึงได้พูดอย่างใจเย็นว่าให้เธอไปตั้งท้องกับผู้ชายคนอื่น?

“พะ-พี่... พูดจริงเหรอคะ?” ดนัยกระซิบถามอย่างไม่อยากเชื่อ เสียงของเธอติดอยู่ในลำคอ “พี่ไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหมคะ? ทำไมดนัยต้องท้องกับผู้ชายคนอื่นด้วย?”

มนูถอนหายใจหนัก ๆ “ฉันเบื่อเต็มทีแล้ว! คุณแม่เอาแต่กดดันเรื่องทายาทไม่หยุด ฉันเบื่อแรงกดดันพวกนั้นเต็มทน แล้วท่านก็เอาแต่ถามว่าเมื่อไหร่เธอจะท้อง”

ดนัยกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก “ถ้าอย่างนั้น... ทำไมไม่เป็นลูกของพี่ล่ะคะ? ดนัยมีสามีทำไมดนัยต้องไปท้องกับผู้ชายคนอื่นด้วย?” เธอถามด้วยความสับสน

“เธอน่ะเหรอ? อย่ามาล้อเล่น! ฉันไม่มีวันเอาค่ำคืนของฉันไปเสี่ยงกับเธอหรอก!”

คำพูดของมนูครั้งนี้กรีดหัวใจของดนัยอย่างแท้จริง ริมฝีปากของดนัยเผยอออก แต่กลับไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา

“ถ้าเป็นไปได้ก็หาผู้ชายที่มีหน้ามีตาหน่อย ถ้าหาไม่ได้ ฉันจะหาให้เธอเอง”มนูพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาเหมือนทุกอย่างที่เขาพูดคือคำตัดสินสุดท้าย “ฉันไม่ได้กำลังต่อรองกับเธอ”

อกของดนัยอึดอัดแน่น ราวกับถูกบีบจากข้างใน มือทั้งสองข้างกำแน่นอยู่ข้างลำตัว จนข้อนิ้วซีดขาว

ปากของเธออ้าออก เตรียมจะคัดค้าน แต่มนูกลับเร็วกว่า เสียงของเขาฟาดอากาศขึ้นมาก่อน

“เธอต้องท้อง ฉันไม่สน! แค่แต่งงานกับเธอก็ทำให้ฉันอับอายต่อหน้าพี่ชายทั้งสองคนมากพอแล้ว นี่ยังจะทำให้ฉันขายหน้าด้วยการไม่มีทายาทให้อีกเหรอ?”

มนูกอดอก สายตาราบเรียบแต่กดดัน “เพราะฉะนั้นก็ทำซะ—ไม่งั้นฉันจะตัดค่ารักษาพยาบาลของปู่เธอ!”

ดนัยรีบส่ายหน้า ไม่อาจยอมรับคำขู่นั้นได้ “ไม่ค่ะ พี่ อย่าทำแบบนั้นกับคุณปู่เลย ดนัยขอร้อง! คุณปู่ต้องใช้เงินรักษาตัวจำนวนมากจนกว่าจะหายนะคะ”

เสียงถอนหายใจของมนูหนักขึ้น แต่ไม่ใช่เพราะลังเล “ถ้าอย่างนั้น วันนี้เธอต้องตัดสินใจ เพื่อที่ฉันจะได้ไม่ตัดค่ารักษาพยาบาลของปู่เธอ”

ตกลงหรือปฏิเสธ นั่นคือทางเลือกที่ยากที่สุดสำหรับดนัย โดยเฉพาะเมื่อมันเกี่ยวข้องกับชีวิตของคุณปู่

ทั้งที่การแต่งงานของพวกเขาเพิ่งครบหนึ่งปีเท่านั้น และตลอดเวลานั้น ดนัยเพิ่งได้รู้ว่าสามีของเธอไม่เคยรักเธอเลย

จำใจ ใช่แล้วมนูจำใจต้องแต่งงานกับเธอเพราะพินัยกรรมของคุณปู่ เนื่องจากปู่ของเขาเคยเป็นเพื่อนสนิทกับปู่ของดนัย และตัดสินใจหมั้นหมายหลานของทั้งสองฝ่ายไว้ด้วยกัน

ถ้าดนัยรู้เรื่องนี้ตั้งแต่แรก สาบานได้เลยว่า ไม่ว่าจะยังไงดนัยก็ไม่มีวันยอมแต่งงานกับมนูเด็ดขาด ทั้งที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอพยายามรักสามีของตัวเองมาโดยตลอด

แต่ผู้ชายคนนั้นไม่เคยตอบรับความพยายามของเธอเลยแม้แต่น้อย

“ว่าไง?”มนูเลิกคิ้วข้างหนึ่ง รอคำตอบจากภรรยา

ดนัยกลืนน้ำลายอย่างหนัก “ดนัย...ดนัยขอคิดดูก่อนนะคะ”

สายตาของมนูยังคงเย็นชา “ก็ได้ ฉันให้เวลาเธอสามวันนับจากวันนี้” พูดจบมนูก็เดินออกจากห้องของพวกเขาไป

ส่วนดนัยยังคงยืนนิ่งอยู่กลางห้องนั้น ขาของเธออ่อนแรงลงทันทีหลังจากได้รับรู้ความจริงที่น่าตกใจนี้

ไม่ใช่แค่นั้น แต่ยังรวมถึงคำขอที่ไร้เหตุผลของสามีอีกด้วย

ดนัยถอนหายใจเบา ๆ

“แล้วฉันจะไปหาผู้ชายดี ๆ จากที่ไหน... แถมเด็กคนนั้นยังต้องกลายเป็นทายาทของตระกูลเกียรติอีก” เธอพึมพำอย่างสับสนและสิ้นหวัง

ดนัยสะดุ้งเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นนาฬิกาบนผนัง ตอนนี้หกโมงครึ่งแล้ว อีกไม่นานก็ถึงเวลาอาหารเช้า

“พระเจ้า!”

ความตื่นตระหนกเล็กๆ แทงขึ้นในอกดนัยรีบออกจากห้อง แทบจะวิ่งไปยังห้องครัว

กิจวัตรประจำวันของเธอกำลังรออยู่ นั่นคือการเตรียมอาหารเช้าให้ครอบครัวใหญ่ตระกูลเกียรติ ซึ่งประกอบด้วยแม่สามี พี่เขย พี่สะใภ้ และหลาน ๆ

ตระกูลเกียรติ เป็นตระกูลมหาเศรษฐีที่ยึดถือธรรมเนียมสายสกุลฝ่ายชายอย่างเคร่งครัด ทุกคนอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน ทั้งแม่สามี ลูกชาย ลูกสะใภ้ ลำดับชั้นที่อาจมองไม่เห็นชัดเจน แต่กลับกดทับอยู่เสมอ

และดนัยในฐานะลูกสะใภ้คนเล็กที่ไม่ได้ทำงานเหมือนลูกสะใภ้อีกสองคน จึงกลายเป็นคนหลักของบ้านโดยอัตโนมัติ ทำอาหาร เก็บกวาด ตรวจดูให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างสมบูรณ์แบบ

เธอไม่ได้อยู่คนเดียว ยังมีคนรับใช้อีกหลายคนคอยช่วย การดูแลบ้านหรูหราและกว้างใหญ่แบบนี้อาจง่ายขึ้นเมื่อมีคนช่วย แต่สำหรับดนัยที่ถูกคาดหวังให้ทำทุกอย่างโดยไม่มีข้อผิดพลาด มันไม่ง่ายเลย

ห้องแล้วห้องเล่าราวกับไม่มีที่สิ้นสุด และทุกมุมล้วนเรียกร้องความสมบูรณ์แบบ

ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมาดนัยกับคนรับใช้อีกสองคนก็เตรียมอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย และตอนนี้หน้าที่ของดนัยคือคอยดูแลรับใช้แม่สามีและมนูสามีของเธอ

“นี่ชาเขียวของคุณแม่ค่ะ” ดนัยวางชาร้อนของแม่สามีลงตรงหน้าเธอ

“ขอบใจ” ชมพูนุทพูดเสียงเรียบโดยไม่หันมามอง

คราวนี้ถึงตาของดนัยที่ต้องดูแลสามี แต่ตอนที่เธอกำลังจะวางขนมปังปิ้งให้มนู ชายหนุ่มกลับดึงจานของตัวเองออกทันที

“ฉันทำเองได้ เธอไปนั่งเถอะ” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ดนัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ด้านซ้ายของสามี

มือของเธอเพิ่งจะเอื้อมไปหยิบขนมปังปิ้ง เสียงแหลมคมของแม่สามีก็ทำลายความเงียบบนโต๊ะอาหารขึ้นมา

“หนึ่งปี ครบหนึ่งปีแล้วที่ดนัยมาเป็นลูกสะใภ้ตระกูลเกียรติ” ชมพูนุทหันมามอง สายตาพุ่งตรงไปยังลูกสะใภ้คนเล็ก “แต่เธอก็ยังไม่ท้องสักที”

มือของดนัยที่ยื่นออกไปค่อย ๆ ค้างอยู่กลางอากาศ ก่อนจะลดลงกลับมาวางบนตัก

เธอก้มหน้าลงลึก นิ้วมือประสานกันแน่น ไม่กล้าสบตาใคร โดยเฉพาะแม่สามี

แม้แต่สายตาเยาะเย้ยของพี่สะใภ้ทั้งสองจากสองฝั่งโต๊ะอาหาร เธอก็ยังรู้สึกได้ จนทำให้หน้าอกอึดอัด

อายไหม? แน่นอนอยู่แล้ว ครอบครัวของสามีเธอเป็นครอบครัวผู้ดีมีเกียรติจากชนชั้นสูง มีสายเลือดชวา และ เนเธอร์แลนด์อย่างแท้จริง

ชมพูนุทมีเชื้อสายชวา ส่วนสามีผู้ล่วงลับของเธอ เอกวิทย์ เป็นมหาเศรษฐีเชื้อสาเนเธอร์แลนด์

เขาเป็นเจ้าของ บริษัทเมอลาตี ซึ่งดำเนินธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังมีบริษัทลูกมากมาย ตั้งแต่อุตสาหกรรม โรงแรม ไปจนถึงโรงพยาบาล

ความมั่งคั่งเหล่านั้นถูกส่งต่อให้ลูกๆ ทั้งสามคน อิทธิพล ลูกชายคนโต กมล ลูกชายคนที่สอง และมนูลูกชายคนเล็ก

“ฉันนัดหมอสูตินรีเวชที่ดีที่สุดไว้ให้แล้ว” ชมพูนุทพูดต่อ พร้อมผลักนามบัตรไปทางมนูที่นั่งอยู่ข้างซ้ายของเธอ เพื่อให้เขาส่งต่อให้ดนัย

ชายหนุ่มหยิบนามบัตรนั้นขึ้นมาอย่างเกียจคร้าน ก่อนจะส่งให้ภรรยาโดยไม่หันมามอง ท่าทางของเขาเฉื่อยชาอย่างมาก ราวกับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย

แล้วชมพูนุทก็พูดเพิ่มเติม “ฉันไม่สนว่าเธอจะคิดยังไง! เธอต้องไปตรวจเดี๋ยวนี้”

“บางทีดนัยอาจจะเป็นหมันก็ได้นะคะ คุณแม่!” อินทิรา ภรรยาของอิทธิพล ลูกชายคนโต พูดแทรกขึ้นมา ทำให้ทุกคนบนโต๊ะอาหารหันไปมองเธอ ส่วนอิทธิพลผู้เป็นสามี เพียงแค่ปรายตามองเธอเล็กน้อย

“อาจจะใช่ก็ได้นะคะ พี่อินทิรา จริง ๆ แล้วดนัยอาจจะเป็นหมัน แต่ตั้งใจไม่บอกคุณแม่กับพี่มนูเพราะกลัวถูกหย่า!” กนก ภรรยาของกมล ลูกชายคนที่สอง รีบเสริมเพื่อเติมไฟ

ภรรยาของพี่ชายสามีทั้งสองคนของดนัยมักจะดูถูกเธอเสมอ เพราะความแตกต่างทางฐานะของพวกเธอราวฟ้ากับเหว

อินทิราจบปริญญาโทสาขาออกแบบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในอเมริกา ไม่เพียงเท่านั้น อินทิรายังเป็นลูกสาวของนักธุรกิจร่ำรวย และตอนนี้เธอก็บริหารบูติกขนาดใหญ่

ส่วนภรรยาของกมลอย่างกนก จบปริญญาโทด้านกฎหมาย และตอนนี้ทำงานเป็นทนายความ อีกทั้งยังเป็นลูกสาวของเจ้าของสำนักงานกฎหมายขนาดใหญ่ที่สุด

แล้วดนัยล่ะ? ก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่บังเอิญโชคดีได้เป็นตัวเลือกของลูกสะใภ้ตระกูลนี้ เพราะปู่ของเธอเป็นเพื่อนเก่าของพ่อของชมพูนุทซึ่งก็คือปู่ของมนู

การแต่งงานของพวกเขาเกิดขึ้นเพราะพินัยกรรมของผู้ใหญ่ที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อประมาณหนึ่งปีก่อน ก่อนที่ดนัยและมนูจะจดทะเบียนแต่งงานกันอย่างเป็นทางการ

คำว่า ‘เป็นหมัน’ เหมือนฝ่ามือที่ตบลงบนแก้มของดนัยอย่างแรง ข้อกล่าวหานั้นทิ่มแทงศักดิ์ศรีของเธอที่เปราะบางอยู่แล้ว เพราะมนูไม่เคยแตะต้องเธอเลย

ดนัยรู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองซีดเผือด เธอเหลือบมองมนูที่อยู่ข้างกาย แต่ชายหนุ่มกลับจ้องจานอาหารของตัวเองด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย ราวกับกำลังฟังคำพูดที่เขาท่องจำได้อยู่แล้ว

เหมือนเช่นเคยมนูไม่มีทางปกป้องเธอต่อหน้าแม่สามี เขาไม่พูดอะไรเลย ปล่อยให้ดนัยถูกต่อว่าและดูถูกต่อหน้าครอบครัวของเขา

ดนัยเงยหน้าขึ้นมองแม่สามี “คุณแม่คะ ดนัย... มดลูกของดนัยปกติดีค่ะ” เธอพยายามปกป้องตัวเอง เสียงสั่นเครือ

ปัง!

ชมพูนุทกระแทกโต๊ะด้วยปลายมีดทาแยมในมือ ทำให้ทุกคนบนโต๊ะอาหารสะดุ้งตกใจ ส่วนสายตาของชมพูนุทเย็นชาและคมกริบ

“ไม่มีคำว่า ‘ปกติดี’ หรอกดนัย! ทำตามที่ฉันสั่ง แล้วส่งผลตรวจมาให้ฉัน ฉันต้องการตรวจดูด้วยตัวเอง!”

“ทำไปเถอะ... ตามที่คุณแม่บอก” ในที่สุดมนูก็เปิดปากพูด หลังจากเงียบมานานตั้งแต่เมื่อกี้ แต่ไม่ใช่เพื่อปกป้องเธอ กลับเป็นการร่วมกดดันภรรยาของตัวเอง

ดนัยกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ดวงตาที่แดงก่ำอยู่แล้วเริ่มมีน้ำตาคลอ หลังจากผู้ชายที่ควรจะปกป้องเธอ กลับช่วยกันผลักเธอเข้ามุม

“อีกอย่าง”มนูพูดต่อ “ฉันมั่นใจว่าคนที่มีปัญหาคือเธอ ตรวจหมอมันเสียหายตรงไหน จะได้รู้ไงว่าเธอเป็นหมันหรือไม่เป็นหมัน”

มือของดนัยที่วางอยู่บนตักเริ่มสั่นเพราะพยายามกลั้นอารมณ์ เธอกำแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว

สามีของเธอพูดแบบนั้นบนโต๊ะอาหาร ต่อหน้าคนทั้งครอบครัวได้ยังไง?

“ฟังให้ดี” ชมพูนุทเปิดปากอีกครั้ง น้ำเสียงหนักแน่นเต็มไปด้วยคำสั่ง “ฉันให้เวลาเธอสามเดือนนับจากวันนี้ เธอต้องท้อง”

ทุกคำพูดเต็มไปด้วยแรงกดดันและการบังคับ ทำให้ดนัยหายใจได้ลำบาก แต่ยังไม่จบเพียงเท่านั้น ชมพูนุทยังพูดต่อด้วยน้ำเสียงห้วนจัด

“ถ้าไม่อย่างนั้น ฉันจะเป็นคนสั่งให้มนูหย่ากับเธอเอง” น้ำเสียงของชมพูนุทกดต่ำอย่างดูแคลน ทิ่มแทงอย่างไร้ความปรานี “หลังจากนั้นเธอก็กลับไปอยู่กระต๊อบของเธอ แล้วใช้ชีวิตที่เหลือดูแลปู่ขี้โรคของเธอไปซะ”

펼치기
다음 화 보기
다운로드

최신 챕터

더보기
댓글 없음
30 챕터
บทที่ 1
“ไปหาผู้ชายคนอื่นมาทำให้เธอท้องซะ ดนัย”คำพูดของมนูในเช้าวันนั้น ราวกับค้อนหนัก ๆ ที่ฟาดลงกลางอกของดนัย หญิงสาวที่ยังคงบริสุทธิ์ถึงกับเบิกตากว้างในทันทีเป็นไปได้ยังไง สามีของเธอเองถึงได้พูดอย่างใจเย็นว่าให้เธอไปตั้งท้องกับผู้ชายคนอื่น?“พะ-พี่... พูดจริงเหรอคะ?” ดนัยกระซิบถามอย่างไม่อยากเชื่อ เสียงของเธอติดอยู่ในลำคอ “พี่ไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหมคะ? ทำไมดนัยต้องท้องกับผู้ชายคนอื่นด้วย?”มนูถอนหายใจหนัก ๆ “ฉันเบื่อเต็มทีแล้ว! คุณแม่เอาแต่กดดันเรื่องทายาทไม่หยุด ฉันเบื่อแรงกดดันพวกนั้นเต็มทน แล้วท่านก็เอาแต่ถามว่าเมื่อไหร่เธอจะท้อง”ดนัยกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก “ถ้าอย่างนั้น... ทำไมไม่เป็นลูกของพี่ล่ะคะ? ดนัยมีสามีทำไมดนัยต้องไปท้องกับผู้ชายคนอื่นด้วย?” เธอถามด้วยความสับสน“เธอน่ะเหรอ? อย่ามาล้อเล่น! ฉันไม่มีวันเอาค่ำคืนของฉันไปเสี่ยงกับเธอหรอก!”คำพูดของมนูครั้งนี้กรีดหัวใจของดนัยอย่างแท้จริง ริมฝีปากของดนัยเผยอออก แต่กลับไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา“ถ้าเป็นไปได้ก็หาผู้ชายที่มีหน้ามีตาหน่อย ถ้าหาไม่ได้ ฉันจะหาให้เธอเอง”มนูพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาเหมือนทุกอย่างที่เขาพูดค
더 보기
บทที่ 2
หลังจากมื้อเช้าวันนั้นจบลงท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด ตอนนี้ดนัยก็หันมาล้างจานที่ทุกคนในบ้านใช้กินข้าวกันเมื่อครู่ดนัยกดฟองน้ำลงบนจานแรงเกินไป ราวกับว่าการขัดคราบบนจานให้หายไป จะช่วยลบเสียงเยาะเย้ยของแม่สามีออกจากหูของเธอได้น้ำตาที่ไหลลงมาหยดปนไปกับฟองสบู่ เธอสะอื้นเบา ๆ ไหล่สั่นตามแรงกดดันและคำขาดเรื่องกำหนดเวลาสามเดือนให้เธอตั้งท้องจู่ ๆ ก็มีสัมผัสอ่อนโยนแตะลงบนแผ่นหลังของเธอ ดนัยสะดุ้ง แล้วรีบใช้แขนเช็ดน้ำตาออก“คุณหนูดนัย...” เสียงของป้านิธา—แม่บ้านของครอบครัวนี้ดังขึ้น—มันฟังดูอบอุ่นและเวทนา ขณะลูบแขนดนัยเบา ๆ“พอเถอะค่ะ คุณหนู อย่าร้องไห้เลย น้ำตาของคุณหนูดนัยมีค่าเกินกว่าจะร้องไห้ให้กับคำพูดของพวกเขาทุกคน รวมถึงคุณผู้หญิงด้วย” ป้านิธากระซิบ พร้อมดึงจานออกจากมือดนัย“มาเถอะค่ะ เดี๋ยวป้าทำต่อเอง” ป้านิธาขอพลางรับงานไปทำแทนแต่ดนัยกลับดึงจานใบนั้นคืน “ไม่เป็นไรค่ะป้า เดี๋ยวดนัยทำให้เสร็จเอง”“พอแล้วค่ะ คุณหนู ให้ป้าทำเถอะ” ป้านิธาพูดแทรก “วางไว้ก่อนนะคะ เดี๋ยวป้าทำต่อเอง คุณหนูไปพักก่อนดีกว่า คงเหนื่อยมากแล้ว” เธอพูดเสียงเบาสุดท้ายดนัยก็วางจานท
더 보기
บทที่ 3
ดนัยเงยหน้าขึ้นมองสบตาอิทธิพล แปลกใจเล็กน้อย—เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่อิทธิพลพูดอะไรบางอย่างที่เหมือนจะเข้าข้างเธอแต่ก่อนที่เธอจะทันเข้าใจความหมายของเขา อิทธิพลก็ก้าวเข้ามาใกล้อีก สีหน้าเย็นชายังคงไม่เปลี่ยน“อย่าปล่อยให้ตัวเองถูกใช้งานเหมือนคนรับใช้ ตำแหน่งของเธอในบ้านหลังนี้คือสะใภ้ตระกูลเกียรติ”ดนัยรีบก้มหน้าลง นิ้วมือทั้งสองข้างบีบเข้าหากันแน่น “คะ...ค่ะ พี่” เสียงของเธอเบาจนแทบไม่ได้ยินเพราะความประหม่าอิทธิพลก้าวเข้ามาใกล้อีกหนึ่งก้าว ใกล้พอที่จะทำให้หัวใจของดนัยเหมือนกระดอนขึ้นมาถึงลำคอ—ลมหายใจของเธอสะดุดไปทันทีสายตาของพี่เขยเย็นชาเหลือเกิน ราวกับกำลังมองทะลุเธอไปถึงข้างในทีละชั้น เหมือนเขาสามารถอ่านทุกอย่างที่หญิงสาวพยายามซ่อนไว้ได้ทั้งหมด“เธอไม่เป็นไรใช่ไหม?” อิทธิพลถามสั้น ๆ น้ำเสียงไม่ได้อ่อนหวาน แต่เพราะแบบนั้นเอง คำถามนี้กลับยิ่งแทงใจมากกว่าเดิมดนัยรีบส่ายหน้า แต่ดวงตาที่บวมเล็กน้อยของเธอไม่อาจโกหกผู้ชายตรงหน้าได้อิทธิพลหรี่ตาลง สีหน้าของเขาแทบอ่านไม่ออก “เธอเพิ่งร้องไห้มา”นั่นไม่ใช่คำถาม แต่เป็นคำยืนยัน เพราะความจริงแล้ว ดนัยเพิ่งร
더 보기
บทที่ 4
“พี่...” ดนัยพึมพำเบา ๆ พลางลุกขึ้นจากที่นั่ง มือที่สั่นเทาเอื้อมไปหยิบนามบัตรใบนั้น “ทำไมต้องพูดเรื่องนี้อีกล่ะคะพี่?”“ทำไมงั้นเหรอ?” สายตาของมนูยิ่งคมขึ้น “อ้อ...นี่เธอคิดว่าที่ฉันพูดเมื่อเช้าแค่ล้อเล่นงั้นสิ? เธอคิดว่าฉันแค่ขู่เรื่องค่ารักษาพยาบาลของตาเธอหรือไง หืม?”ดนัยก้มหน้าลง นิ้วมือของเธอกำบัตรใบนั้นแน่นจนแทบยับ“พี่คะ แต่ว่า...ดนัยทำไม่ไหว” เสียงของเธอสั่นเครือ แทบไม่ได้ยิน “ดนัยทำเรื่องแบบนั้นไม่ได้จริง ๆ”มนูขยับเข้ามาใกล้ ฝีเท้าของเขานิ่งสงบ แต่กลับกดดันจนน่ากลัว จนแทบไม่มีระยะห่างระหว่างทั้งสองคน“เธอต้องทำให้ไหว” เขาพูดเสียงเย็น “เพราะเธอไม่มีทางเลือก”ดนัยเงยหน้าขึ้น ดวงตาคลอไปด้วยน้ำตา “พี่...ขอร้องล่ะค่ะ อย่าบังคับดนัยแบบนี้เลย ถ้าเรื่องค่ารักษาพยาบาล ดนัย—”“หยุด”คำเดียว แต่ก็มากพอที่จะทำให้เธอเงียบลงมนูจ้องเธออยู่นาน สายตาคมกริบราวกับจะทะลุเข้าไปในอกของดนัยที่อึดอัดมาตั้งแต่เมื่อครู่“เธออยากรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงพูดเรื่องนี้ไม่เลิก?” น้ำเสียงของเขาต่ำลง เย็นชากว่าเดิม“เธอคิดว่ามันเป็นความผิดของใคร ที
더 보기
บทที่ 5
“เธอนี่มัน?!”ชมพูนุทแผดเสียงอย่างแหลมคม ชี้หน้าเธอราวกับว่าเธอเพิ่งก่ออาชญากรรมใหญ่โต ทั้งที่ดนัยทำอย่างระมัดระวังมากแล้ว “ตัดเล็บให้ฉันยังทำไม่ดีอีก!”ทั้งห้องเงียบกริบลงทันที เหลือเพียงเสียงหัวใจของดนัยที่เต้นกระแทกอกอยู่ข้างในอิทธิพลหันมามองแวบหนึ่ง แค่พอเห็นว่าดนัยนั่งกองอยู่กับพื้น และชมพูนุทกำลังจับนิ้วมือตัวเองอย่างเล่นใหญ่สีหน้าของอิทธิพลยังคงเรียบเฉย ไม่มีอารมณ์ใด ๆ ให้คาดเดาได้ขณะที่อินทิรายิ้มมุมปาก สายตาของเธอชัดเจนมาก เธอรู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นแม่สามีของเธอที่จงใจสร้างเรื่องขึ้นมาลลิตา เด็กหญิงวัยห้าขวบคนนั้น ลุกขึ้นจากพรมทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวลเมื่อเห็นดนัยล้มลง เธอกำลังจะวิ่งเข้าไปหา แต่เสียงของแม่เธอก็ตัดขึ้นมาอย่างเฉียบขาด“ลลิตา นั่งลง” เสียงของอินทิราเย็นชาและหนักแน่น ไม่เปิดช่องให้โต้แย้งเด็กน้อยชะงัก มองแม่ของตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับไปนั่งและแกล้งเล่นต่อ แม้สายตาของเธอยังคงเหลือบมองดนัยด้วยความเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด“ขอโทษค่ะ คุณแม่...” ดนัยพูดเสียงเบาพร้อมรีบลุกขึ้นยืนและก
더 보기
บทที่ 6
“พี่คะ” ดนัยเรียกเสียงแผ่ว ตอนที่เธอกับสามีเดินเข้าห้องหลังมื้อค่ำมนูหันกลับมาทันที มองดนัยด้วยสายตาเย็นชาและคมกริบมุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะ “ตอนนี้เก่งขึ้นนี่เธอน่ะ เธอรู้ว่าพี่อิทธิพลเป็นคนที่ทุกคนในบ้านนี้กลัวที่สุด ก็เลยไปขอให้เขาช่วยสินะ”ดนัยขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจคำพูดของสามี “พะ-พี่หมายความว่ายังไงคะ?”“ไม่ต้องแกล้งโง่!” มนูตวาดเสียงดัง น้ำเสียงสูงขึ้นอีกระดับเขายกมือขึ้น ชี้หน้าดนัยอย่างคมกริบ “เธอไปฟ้องพี่อิทธิพลมาใช่ไหม? เธอต้องไปบ่นกับเขาแน่ ๆ ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอเหนื่อยที่ถูกใช้เหมือนคนรับใช้”เพราะมนูเองก็รู้ดี ถึงแม้นิสัยของพี่ชายจะเข้มงวด แต่อิทธิพลเป็นคนใจอ่อนไม่ลงกับคนที่มาหาเขาพร้อมคำฟ้องและน้ำตาจริงๆมนูมั่นใจว่าดนัยทำแบบนั้น ตามที่เขาคิดไปเอง“เพราะแบบนั้น เธอก็เลยไปอ้อนวอนขอทำงานกับพี่อิทธิพล เพื่อจะได้หลุดพ้นจากงานบ้านใช่ไหม?” มนูพูดต่อ ดวงตาจ้องภรรยาอย่างดุดัน กรามของเขาขบแน่นดนัยรีบส่ายหน้า “ไม่ใช่ค่ะพี่ ดนัยไม่ได้ทำแบบนั้น ดนัย—”“ดนัย” มนูตัดบทเสียงเย็น “ใครๆ ก็เดาออก เพราะเป็นไปไม่ได้ที่พี่อิทธิพลจะเสนองานให้เธอ ถ้
더 보기
บทที่ 7
อิทธิพลเพิ่งมาถึงบริษัทเมอลาตี บริษัทใหญ่ของครอบครัวที่ดำเนินธุรกิจทั้งในและต่างประเทศฝีเท้าของเขาหนักแน่นและน่าเกรงขาม ขณะเดินเข้าไปในอาคารหรูสูงตระหง่านห้าสิบชั้นตรงหน้าทันทีที่ชายหนุ่มวัยสามสิบสามปีผู้ดูเป็นผู้ใหญ่คนนั้นก้าวเข้าไป บรรยากาศในล็อบบี้ก็เปลี่ยนไปทันทีพนักงานที่ก่อนหน้านี้กำลังคุยเล่นกันอย่างสบาย ๆ รีบจัดท่าทางของตัวเองทันที ยืนตัวตรงขึ้น และหลีกทางให้เขาเดินผ่านออร่าแห่งอำนาจของอิทธิพลบังคับให้ทั้งห้องเงียบลงได้โดยที่เขาไม่ต้องเอ่ยคำใดเลยขาของเขาก้าวไปยังลิฟต์เฉพาะผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ลิฟต์ที่สามารถเข้าใช้ได้ด้วยบัตรประจำตัวผู้บริหารเท่านั้นไม่ถึงหนึ่งนาที กล่องโลหะทรงสี่เหลี่ยมนั้นก็มาถึงชั้นสี่สิบเก้า ชั้นที่ห้องทำงานของเขาตั้งอยู่มือของเขายื่นออกไปจะเปิดประตูห้อง แต่สายตากลับตกลงไปที่โต๊ะทำงานของเลขาที่ตั้งอยู่หน้าประตูก่อน ตำแหน่งมาตรฐานของเลขาผู้บริหารวินาทีต่อมา เขาเดินเข้าไปในห้องพร้อมกดเบอร์หนึ่งในโทรศัพท์มือถือของตัวเอง“สวัสดีครับท่าน มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ?” เสียงของรัตน์ผู้ช่วยของเขาดังมาจากปลายสาย“ย้ายโต๊ะเลขาหน้
더 보기
บทที่ 8
‘คืนนี้ ฉันนัดกับผู้ชายที่ฉันให้นามบัตรเขากับเธอไว้แล้ว’คำพูดของมนูเมื่อคืน ทำให้เช้านี้ท้องของดนัยปั่นป่วนไปหมด คืนนี้ดนัยหนีไม่ได้อีกแล้ว เธอต้องไปเจอกับผู้ชายที่จะทำให้เธอท้องดนัยลูบหน้าตัวเองอย่างหงุดหงิด “ถ้าสมมติว่าแม่รู้ ท่านจะไม่โกรธเหรอ? ยิ่งถ้า...เด็กไม่เหมือนพี่มนูอีก”ดนัยรู้สึกไม่สบายใจ หากต้องให้กำเนิดทายาทที่ไม่ได้ตรงตามสายเลือดของครอบครัวมนู เธอรู้สึกเหมือนแบกภาระหนักเอาไว้ แต่ก็ไม่อยากทำให้ใครผิดหวังเช่นกัน“ดนัย”หญิงสาวสะดุ้ง เมื่อชื่อของเธอถูกเรียกโดยเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาแต่เย็นชาราวกับน้ำแข็ง พร้อมน้ำเสียงทุ้มต่ำหนักแน่นที่ทำให้ใครก็ตามต้องรีบยืดหลังตรงโดยอัตโนมัติเจ้านายและพี่เขยของเธอ อิทธิพลชายหนุ่มมองเธอด้วยสายตาคมกริบ พลางยื่นเอกสารชุดหนึ่งให้ดนัย หญิงสาวรีบลุกจากที่นั่ง แล้วก้าวเร็ว ๆ เข้าไปหาอิทธิพล“สแกนอันนี้ แล้วส่งเป็นไฟล์ PDF ให้ผมทางแชตส่วนตัว” อิทธิพลพูดเสียงเย็น โดยไม่แม้แต่จะหันมอง สายตาของชายหนุ่มยังคงจดจ่ออยู่กับหน้าจอแล็ปท็อปตรงหน้า“ค่ะ ท่านประธาน” ดนัยตอบอย่างสุภาพใช้เวลาเพียงประมาณห้านาที โทรศัพท์ของอิทธิพลก็มีเสียงแจ้งเตือนข้อค
더 보기
บทที่ 9
“พี่คะ...?” อินทิราเพิ่งออกมาจากห้องน้ำหลังจากถ่ายหนักเสร็จ ก็พบว่าเตียงว่างเปล่าคิ้วของเธอเลิกขึ้นอย่างหงุดหงิดทันที เธอหันมองซ้ายขวา เห็นผ้าห่มยับยุ่ง แต่กลับไร้เงาของสามี“ต้องอยู่ในห้องทำงานแน่ ๆ” เธอบ่นพึมพำพร้อมทำปากยื่น “ทำไมไม่แต่งงานกับแล็ปท็อปไปเลยล่ะเนี่ย?”เธอทิ้งตัวลงบนเตียงพร้อมถอนหายใจยาว มองเพดานนิ่ง“คืนนี้ฉันต้องนอนคนเดียวอีกแล้วสินะ”อีกด้านหนึ่ง ในห้องพักโรงแรมที่สว่างไสวด้วยไฟหลักที่เปิดจ้า อิทธิพลยืนอยู่ห่างจากดนัยไม่กี่เมตรหญิงสาวนั่งอยู่ริมเตียง ร่างกายแข็งทื่อ มือทั้งสองข้างขยุ้มผ้าปูที่นอนแน่น ดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อ เมื่อเห็นร่างของชายหนุ่มที่ปรากฏตัวขึ้นหลังจากไฟสว่างขึ้น“ปู่ของเธอถูกย้ายมาอยู่โรงแรมตั้งแต่เมื่อไหร่?” น้ำเสียงของอิทธิพลเย็นเยียบ มุมปากยกขึ้นอย่างเย้ยหยัน สายตาคมกริบแทงทะลุเหมือนคมมีดบางๆ“พะ...พี่อิทธิพล”ดนัยก้มมองร่างของตัวเองที่มีเพียงชุดชั้นในบางเบาห่อหุ้ม เผยให้เห็นผิวเนียนและสัดส่วนเย้ายวนราวกับกีตาร์สเปนเธอรีบลุกขึ้นจากเตียงเพื่อคว้าเสื้อโค้ตของตัวเอง แล้วใช้มันคลุมร่างกายเอาไว้ จากนั้นจึงเงยหน้ามองอิทธิพลอีกครั้
더 보기
บทที่ 10
ดนัยไม่สามารถตอบสนองได้ ขยับไม่ได้ และแทบจะหายใจไม่ออกด้วยซ้ำสิ่งเดียวที่เธอได้ยิน มีเพียงเสียงของอิทธิพลที่ยังคงก้องค้างอยู่ในอากาศ สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งหัวของเธอท้องกับอิทธิพลอย่างนั้นเหรอ? นั่นไม่ใช่แค่บ้า แต่มันเท่ากับเธอกำลังฆ่าตัวตายชัด ๆจะไม่ให้เป็นแบบนั้นได้ยังไง? ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอมีภรรยาแล้ว อีกทั้งยังมีลูกสาวสองคน ที่สำคัญ เขายังเป็นพี่เขยของเธอเองขณะที่อิทธิพลยังคงยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ร่างสูงแข็งแกร่งของเขาราวกับเงามืดที่บดบังแสงไฟทั้งหมดในห้องพักโรงแรมดวงตาสีดำสนิทของเขาไม่ไหวติง ไม่ลังเล ราวกับสิ่งที่เขาเพิ่งพูดออกมาไม่ใช่เรื่องที่จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของใครคนหนึ่งได้เลย“ทำไมหน้าเธอซีดขนาดนั้น?” ในที่สุดเสียงของอิทธิพลก็ดังขึ้นอีกครั้ง ต่ำและเย็นชา“เธอเป็นคนมาที่นี่เอง ด้วยความตั้งใจจะทำตามคำขอของสามีเธอ แต่พอผมเสนอทางออกที่สมเหตุสมผลกว่า เธอกลับมองผมเหมือนผมเป็นปีศาจ”ลำคอของดนัยแสบร้อน เธอพยายามบังคับให้ริมฝีปากขยับ แต่เสียงที่หลุดออกมากลับเป็นเพียงเสียงกระซิบแผ่วเบา“พี่อิทธิพล...พูดจริงเหรอคะ?”อิทธิพลไม่ตอบเขาเพียงยืดแผ่นหลังขึ้นอีกครั้ง สอดมือทั
더 보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status