Share

บทที่ 2

Penulis: ลังกิต ปรมา
หลังจากมื้อเช้าวันนั้นจบลงท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด ตอนนี้ดนัยก็หันมาล้างจานที่ทุกคนในบ้านใช้กินข้าวกันเมื่อครู่

ดนัยกดฟองน้ำลงบนจานแรงเกินไป ราวกับว่าการขัดคราบบนจานให้หายไป จะช่วยลบเสียงเยาะเย้ยของแม่สามีออกจากหูของเธอได้

น้ำตาที่ไหลลงมาหยดปนไปกับฟองสบู่ เธอสะอื้นเบา ๆ ไหล่สั่นตามแรงกดดันและคำขาดเรื่องกำหนดเวลาสามเดือนให้เธอตั้งท้อง

จู่ ๆ ก็มีสัมผัสอ่อนโยนแตะลงบนแผ่นหลังของเธอ ดนัยสะดุ้ง แล้วรีบใช้แขนเช็ดน้ำตาออก

“คุณหนูดนัย...” เสียงของป้านิธา—แม่บ้านของครอบครัวนี้ดังขึ้น—มันฟังดูอบอุ่นและเวทนา ขณะลูบแขนดนัยเบา ๆ

“พอเถอะค่ะ คุณหนู อย่าร้องไห้เลย น้ำตาของคุณหนูดนัยมีค่าเกินกว่าจะร้องไห้ให้กับคำพูดของพวกเขาทุกคน รวมถึงคุณผู้หญิงด้วย” ป้านิธากระซิบ พร้อมดึงจานออกจากมือดนัย

“มาเถอะค่ะ เดี๋ยวป้าทำต่อเอง” ป้านิธาขอพลางรับงานไปทำแทน

แต่ดนัยกลับดึงจานใบนั้นคืน “ไม่เป็นไรค่ะป้า เดี๋ยวดนัยทำให้เสร็จเอง”

“พอแล้วค่ะ คุณหนู ให้ป้าทำเถอะ” ป้านิธาพูดแทรก “วางไว้ก่อนนะคะ เดี๋ยวป้าทำต่อเอง คุณหนูไปพักก่อนดีกว่า คงเหนื่อยมากแล้ว” เธอพูดเสียงเบา

สุดท้ายดนัยก็วางจานที่ล้างค้างไว้ลงที่เดิม แล้วล้างมือทั้งสองข้างให้สะอาดที่ก๊อกน้ำอ่างล้างจาน

ป้านิธาเดินเข้ามาใกล้ ช่วยเช็ดมือให้ดนัยด้วยผ้าสะอาด จากนั้นก็ดึงหญิงสาวเข้ามากอด ราวกับเธอเป็นลูกของตัวเอง

ดนัยยังคงยิ้มหวานเหมือนปกติ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ป้านิธารู้ดีว่าเมื่อกี้ที่โต๊ะอาหารเกิดอะไรขึ้นบ้าง

“อดทนนะคะ คุณหนู อย่าเก็บคำพูดของพวกเขามาใส่ใจเลย” ป้านิธาเป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อน

หญิงสาวยังคงพยายามเข้มแข็ง พร้อมรอยยิ้มหวานที่ปรากฏบนใบหน้าสวยของเธอ “ค่ะป้า ไม่ต้องห่วงนะคะ ดนัยไม่เป็นไรจริง ๆ”

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ป้านิธาเห็นดนัยถูกดูถูก ถูกต้อนให้จนมุม หรือแม้แต่ถูกปฏิบัติเหมือนคนรับใช้ในคฤหาสน์หลังใหญ่แห่งนี้

ทั้งที่ไม่ว่าอย่างไร ดนัยก็ยังเป็นสะใภ้ของตระกูลเกียรติ—แม้ฐานะของเธอจะไม่เคยถูกมองว่าเท่าเทียมกับสะใภ้อีกสองคนก็ตาม

“คุณผู้หญิงน่ะ ปากร้ายจริง ๆ ค่ะ คุณหนู เดี๋ยวสักวันก็คงโดนกรรมตามสนองเอง” ป้านิธากระซิบ “คุณหนูดนัยอย่ารู้สึกว่าอยู่คนเดียวนะคะ ที่นี่ยังมีป้าอยู่”

ดนัยพยักหน้าเบา ๆ ขณะที่ป้านิธาจับมือเธอไว้แน่น ราวกับจะส่งแรงใจให้เธออดทนใช้ชีวิตในบ้านหลังนี้ต่อไป

“คุณหนูดนัยต้องอดทนนะคะ” เธอพูดต่อเบา ๆ “ป้าเชื่อว่า ถ้าสักวันคุณหนูคลอดลูกชายให้ตระกูลนี้ได้ คุณผู้หญิงจะต้องมองคุณหนูดนัยว่าเป็นสะใภ้ที่คู่ควรมากขึ้นแน่ ๆ”

เมื่อได้รับการปลอบโยนจากแม่บ้านที่ไม่มีอะไรนอกจากความดี ดนัยก็ยิ้มกว้างขึ้น

แต่ไม่รู้ทำไม คำพูดของป้านิธาเรื่องทายาทผู้ชายกลับไม่ได้ทำให้ดนัยรู้สึกมีกำลังใจขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว

เธอรู้ดีว่าป้านิธาแค่ต้องการปลอบใจเธอ—ไม่ได้ตั้งใจจะกดดันให้เธอคลอดลูกชายเพื่อเป็นทายาทของตระกูลจริง ๆ

แต่ถึงอย่างนั้น หน้าอกของดนัยก็ยังรู้สึกแน่นอึดอัด เพราะจนถึงตอนนี้ เธอเองก็ยังไม่รู้เลยว่าจะมีลูกได้อย่างไร

ในเมื่อสามีของเธอไม่เคยยอมแตะต้องเธอเลย

“เอาเถอะค่ะ คุณหนู เดี๋ยวป้าล้างจานต่อเอง คุณหนูดนัยไปพักเถอะค่ะ ตอนนี้สิ่งที่คุณหนูต้องการคือพักผ่อนแล้วก็ทำใจให้สงบ” ป้านิธาพูด

ดนัยก้มหน้าลงเล็กน้อย เสียงของเธอเบาลง “ขอโทษนะคะ...ที่ดนัยทำให้ป้าลำบาก”

“อ้าว จะขอโทษทำไมคะ?” ป้านิธามองเธออย่างอ่อนโยน “นี่มันงานของป้าอยู่แล้วค่ะ คุณหนู ไปเถอะค่ะ ไปพัก ถ้ามัวแต่คุยกันแบบนี้ แล้วคุณหนูดนัยจะได้พักตอนไหนล่ะคะ?”

ดนัยยิ้ม—เป็นรอยยิ้มที่จริงใจจริง ๆ หลังจากทั้งวันในอกของเธออึดอัดมานาน

“งั้นดนัยไปก่อนนะคะป้า ขอบคุณมากนะคะที่ช่วย”

“ค่ะ คุณหนู ไม่เป็นไรเลย พักให้สบายนะคะ”

หญิงสาวเพียงพยักหน้าเบา ๆ แล้วค่อย ๆ เดินออกจากครัวสกปรกมุ่งหน้าไปยังห้องของตัวเอง ผ่านห้องโถงกลางบ้าน

ที่นั่น ดนัยเห็นอินทิราและลูกสาวคนโตของเธออยู่ด้วย

“แม่คะ...” เสียงเรียกนั้นมาจากลลิตา เด็กน้อยที่กำลังวิ่งมาพร้อมถุงเท้าและรองเท้าไปหาอินทิราแม่ของเธอ— “ใส่ถุงเท้าให้หน่อยค่ะ แม่”

อินทิราที่นั่งอยู่บนโซฟาในห้องโถงกลางบ้าน ขณะจ้องหน้าจอแท็บเล็ตที่มีภาพแบบชุดที่เธอออกแบบอยู่ เหลือบมองลลิตาแวบหนึ่ง

“ใส่เองสิ ลลิตา!” น้ำเสียงของเธอฟังดูเย็นชา

“หนูใส่ไม่ได้ค่ะ แม่...” เด็กหญิงวัยห้าขวบบ่นอุบ

จิ๊

อินทิราเดาะลิ้นอย่างหงุดหงิด มองลูกสาวด้วยสายตาเย็นชา จากนั้นสายตาของเธอก็เห็นร่างของดนัยที่เพิ่งเดินออกมาจากทางครัว

“ดนัย” เธอเรียกเสียงแข็ง ทำให้ดนัยหยุดเดินแล้วหันมามอง “มานี่” มือของเธอโบกเรียก

“มีอะไรคะ พี่?” ดนัยถามเมื่อมายืนอยู่ตรงหน้าอินทิรา

ผู้หญิงคนนั้นเหลือบมองไปทางลูกสาวของตัวเอง “ใส่ถุงเท้ากับรองเท้าให้ลลิตาหน่อย” เธอพูดเสียงเย็นชา ราวกับกำลังสั่งคนรับใช้

ดนัยอึ้งไป เมื่อกี้ตอนโต๊ะอาหารผู้หญิงคนนี้เพิ่งกล่าวหาว่าเธอเป็นหมัน แต่ตอนนี้กลับสั่งให้เธอช่วยลูกของตัวเองอย่างหน้าตาเฉย

ผู้หญิงคนนี้ไม่รู้จักอายบ้างเลยหรือไง?

ดนัยไม่อยากมีปากเสียง—หรือพูดให้ถูกกว่านั้น เธอขี้กลัวเกินกว่าจะต่อต้านคนในครอบครัวนี้ เพราะรู้ดีว่าฐานะของตัวเองต่ำกว่า—สุดท้ายเธอจึงไม่ประท้วงหรือปฏิเสธ

“ค่ะ พี่” เธอตอบในที่สุด ขณะที่อินทิรายังคงจดจ่ออยู่กับหน้าจอแท็บเล็ต “มานี่จ้ะเด็กดี เดี๋ยวน้าช่วยใส่ถุงเท้ากับรองเท้าให้นะ”

ดนัยยิ้มหวาน ยื่นมือขวาไปจับแขนลลิตาแล้วพาไปที่โซฟา เธอให้เด็กหญิงนั่งลงตรงนั้น ก่อนจะย่อตัวคุกเข่าลงตรงหน้าลลิตา

ภาพนั้นทำให้อินทิราที่แอบมองอยู่แวบหนึ่งยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ เพราะรู้สึกว่าหญิงสาวคนนี้ใช้งานเป็นคนรับใช้ได้ง่ายเหลือเกิน

อินทิรากระแอมเบา ๆ สายตาเยาะเย้ยมองดนัย “อย่าช้านักสิ ดนัย ทำไมเธอทำงานอืดอาดยืดยาดแบบนี้นะ!” เธอพูดอย่างห้วน ๆ

“เสร็จแล้วจ้ะเด็กดี” ดนัยพูดกับลลิตาหลังจากใส่รองเท้าให้เสร็จ แล้วลุกขึ้นยืน

ลลิตาก้มมองเท้าตัวเองแวบหนึ่ง “ขอบคุณมากนะคะ น้าดนัย” เธอพูดอย่างสุภาพ

ดนัยยิ้มบาง ๆ แล้วยื่นมือไปลูบศีรษะเด็กหญิง “ไม่เป็นไรจ้ะ เด็กดี”

“เธอนี่มีทักษะเยอะจริง ๆ นะดนัย” อินทิราพูดเยาะ “เป็นคนรับใช้ก็เหมาะ เป็นพี่เลี้ยงเด็กก็เหมาะ แล้วมีอะไรบ้างล่ะที่เธอทำไม่ได้?”

ดนัยได้แต่นิ่งเงียบ ขณะที่อินทิราพูดต่อ “อ้อ ใช่สิ งั้นเดี๋ยวเธอช่วยป้านิธาดูมณิชด้วยแล้วกันนะดนัย”

ผู้หญิงคนนั้นเก็บแท็บเล็ตใส่กระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงของตัวเอง พลางยกยิ้มมุมปาก “เธอชอบเด็กนี่นา ถือว่าได้เรียนรู้วิธีเลี้ยงลูกจากคนอื่นไปด้วย”

ดนัยยังไม่ทันได้ตอบ อินทิราก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงแหลมคมกว่าเดิม “ก็...ถ้าเธอไม่ได้เป็นหมันจริง ๆ น่ะนะ แต่ถ้าเธอเป็นหมันจริง ๆ ก็...ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน เธอก็คงได้แค่เลี้ยงลูกคนอื่น ลูกฉัน ลูกกนก”

ดนัยนิ่งเงียบ ไม่ตอบอะไรเลย ใบหน้าของเธอยังคงก้มต่ำ มองเท้าเล็ก ๆ ของลลิตา—เป็นวิธีเล็ก ๆ ที่เธอใช้กลั้นตัวเองไม่ให้พังทลายต่อหน้าพวกเขา

อินทิราเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง พอใจที่เห็นดนัยไม่โต้ตอบ “ตอนกลางวันชงนมให้มณิช ป้อนข้าว แล้วก็เปลี่ยนแพมเพิร์สให้ด้วยนะ” เธอพูดต่ออย่างสบาย ๆ

มณิชเป็นลูกคนที่สองของอินทิราและอิทธิพล อายุหกเดือน ซึ่งการเกิดของเด็กคนนี้เป็นสิ่งที่ตระกูลเกียรติรอคอยอย่างมาก

ตอนนั้นพวกเขาคิดว่าอินทิราจะคลอดลูกชายออกมาเป็นทายาทของตระกูล แต่สุดท้าย ลูกคนที่สองก็ยังเป็นผู้หญิงอีก

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ชมพูนุทเร่งเร้าดนัยให้ตั้งท้อง และหวังว่าเธอจะคลอดลูกชายออกมาได้ เพราะเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะไปกดดันให้อินทิราท้องอีก หากสุดท้ายจะได้ลูกสาวอีกคน

“เรื่องงานแบบนี้เธอเรียนรู้ไวอยู่แล้วนี่ จริง ๆ แล้วน่ะ ฉันไม่ชอบเลยนะ... ถ้าต้องให้คนอื่นดูแลลูกฉัน แต่สำหรับเธอ ฉันอนุญาตเป็นพิเศษ” เธอพูดเสริม

ดนัยพยักหน้าเบา ๆ ตอบกลับ “ค่ะ พี่”

อินทิรายิ้มกว้าง “ต้องแบบนี้สิ! ฉันชอบคำตอบของเธอมากเลยนะ เชื่อฟังจริง ๆ เหมือนลูกหมา—”

“อินทิรา”

เสียงทุ้ม ลึก และหนักแน่นดังขึ้นตัดคำพูดของอินทิรา เสียงผู้ชายนั้นดังมา เป็นเสียงของอิทธิพลที่กำลังเดินเข้ามาหาภรรยาของตัวเอง

แวบหนึ่ง สายตาของชายคนนั้นเหลือบไปมองดนัยและลลิตาลูกสาวของเขา—แล้วกลับมาจ้องอินทิราอย่างคมกริบ “เมื่อกี้เธอพูดอะไร?” เขาถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

อินทิรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อได้รับสายตาคมกริบจากสามีของเธอ

“พูด...พูดอะไรคะ พี่?” เธอถามตะกุกตะกัก มือทั้งสองข้างกำสายกระเป๋าแน่น

“ไม่ต้องแกล้งโง่” อิทธิพลตอบเสียงเย็น น้ำเสียงของเขาทิ่มแทง “เมื่อกี้เธอพูดหยาบคายชัด ๆ ใช่ไหม?” กรามแข็งแรงของชายหนุ่มขบแน่น

“ไม่ใช่นะคะ พี่!” อินทิราแก้ตัว พยายามปกป้องตัวเอง “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะพูดแรงสักหน่อย พี่อ่อนไหวเกินไปเองหรือเปล่า”

“อ่อนไหว?” คิ้วหนาทั้งสองของอิทธิพลขมวดเข้าหากัน “อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่านิสัยเธอเป็นยังไง อินทิรา รู้ตัวซะบ้าง เธอขอความช่วยเหลือจากดนัย แต่กลับดูถูกดนัยด้วยคำพูดไม่มีมารยาทแบบนั้น”

อินทิราอึ้งไป เพราะสามีตำหนิเธอแบบนั้นต่อหน้าดนัย ต่อหน้าผู้หญิงที่เมื่อกี้เธอเพิ่งเยาะเย้ย แต่ตอนนี้กลับเป็นเธอเองที่โดนสามีซัดกลับ

“พ่อคะ...แม่คะ...” ลลิตาพึมพำเบา ๆ หลังจากยืนเงียบมองพ่อต่อว่าแม่ของตัวเองด้วยสายตาใสซื่อมาตลอด

อิทธิพลเหลือบมองลูกสาวแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองภรรยาด้วยสายตาเย็นชา

“ขอโทษดนัยซะ” อิทธิพลสั่งเสียงหนักแน่น น้ำเสียงของเขาราวกับไม่เปิดช่องให้โต้แย้ง

แต่อินทิราก็ยังเป็นอินทิรา ผู้หญิงหน้าหนาอย่างเธอไม่มีทางยอมทำแบบนั้น

ด้วยความโมโห อินทิราจึงดึงแขนลลิตาเดินออกไปก่อน ทิ้งห้องโถงกลางบ้านไปโดยไม่มีคำขอโทษอย่างที่สามีของเธอสั่งไว้

ทันทีที่ประตูหน้าปิดลง และเสียงฝีเท้าของอินทิรากับลลิตาค่อย ๆ ห่างออกไป ห้องโถงกลางบ้านก็เงียบลงทันที ได้ยินเพียงเสียงหายใจเบา ๆ ของดนัย

อิทธิพลยืนอยู่ไม่ไกลจากเธอ แผ่นหลังตั้งตรง แววตาเย็นชาที่ปกติมักยากจะคาดเดา ตอนนี้กลับจ้องมาที่เธอตรง ๆ ดนัยแทบไม่กล้าขยับตัว

จากนั้นเสียงทุ้ม ต่ำ เรียบนิ่งเสียงนั้นดังขึ้น แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้หัวใจของเธอหยุดเต้นไปเสี้ยววินาที

“เธอไม่ควรเอาแต่ทำตามคำพูดของคนอื่นตลอดแบบนั้น”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เสพติดอ้อมกอดพี่เขย   บทที่ 30

    อิทธิพลเพิ่งมาถึงห้องทำงานของเขา พร้อมกับถือบันทึกสัดส่วนร่างกายของดนัยมาอย่างครบถ้วนฝีเท้าของเขาเชื่องช้า แต่ยังคงหนักแน่นขณะเดินไปยังโต๊ะทำงาน วางบันทึกนั้นลงบนโต๊ะ ก่อนจะเปิดไอแพดของตัวเองเขาเปิดแอปดูกล้องวงจรปิดทุกมุมในคฤหาสน์ รวมถึงห้องที่ก่อนหน้านี้เขาใช้ร่วมกับดนัยด้วยจุดประสงค์ของเขาคือการลบภาพบันทึกในนั้น ลบสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาสองคนแม้ความจริงแล้ว จะมีเพียงเขาคนเดียวที่เข้าดูกล้องวงจรปิดพวกนั้นได้ สมาชิกครอบครัวคนอื่นก็ไม่ได้สนใจภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดเท่าไรนัก รวมถึงตัวเขาเองด้วยภาพจากกล้องวงจรปิดอาจถูกเปิดดูในกรณีที่มีขโมย หรือมีเรื่องเร่งด่วนอื่น ๆ แต่ครั้งนั้นที่เขาเปิดดู ก็เพียงเพราะอยากจับตาดูดนัยเท่านั้นครืดดโทรศัพท์ของอิทธิพลสั่น มีสายเรียกเข้า ชายหนุ่มรีบหยิบของบาง ๆ นั้นออกจากกระเป๋ากางเกง และเห็นชื่อ ‘จูเลียน’ ปรากฏอยู่บนหน้าจอในฐานะคนโทรเข้าโดยไม่รอนาน เขาก็เลื่อนไอคอนสีเขียวบนหน้าจอ ก่อนจะแนบโทรศัพท์เข้ากับข้างหู“เมื่อกี้นายส่งอะไรมาให้ฉัน อิทธิพล?” จูเลียนถามจากปลายสาย“นายอ่านหนังสือไม่ออกหรือไง?” อิทธิพล

  • เสพติดอ้อมกอดพี่เขย   บทที่ 29

    “พี่มาทำอะไรที่นี่คะ?” เสียงของดนัยแผ่วเบาอิทธิพลไม่พูดอะไร ตรงกันข้าม ชายหนุ่มก้าวเข้าไปหาหญิงสาว แล้วยืนอยู่ตรงหน้าเธอพอดี“ถ้าต้องการให้ช่วยก็บอกมา” ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปที่โต๊ะแล้วหยิบของบางอย่างจากตรงนั้น ของของเขาเอง เป็นแหวนแต่งงานที่ลืมไว้ตั้งใจลืมไว้เหรอ? ใช่ เพราะเขาคาดไว้แล้วว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นพอเขาหันกลับมาอีกครั้ง สายตาของเขาก็สบเข้ากับดวงตากลมโตของดนัย“พี่ทำได้เหรอคะ?” หญิงสาวถามอย่างไม่อยากเชื่ออิทธิพลยิ้มมุมปาก “เธอดูถูกฉันเหรอ?”นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อิทธิพลตัดเย็บเสื้อผ้าเอง และก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเห็นคนในครอบครัวถูกภรรยาของเขาวัดตัว รวมถึงตัวเขาเองด้วยเพราะงั้น อิทธิพลจึงพอรู้ไม่มากก็น้อยว่าต้องทำยังไงเขาก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่พูดอะไร ท่าทางของเขาสงบนิ่ง แต่วิธีที่เขามองกลับทำให้อากาศในห้องเหมือนบางลงมือของอิทธิพลยื่นออกไป คว้าสายวัดจากมือดนัย“พี่... จะทำอะไรคะ?” ดนัยถามเสียงเบา ฟังดูกังวล“วัดตัว” อิทธิพลตอบสบาย ๆ ราวกับมันเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดในโลกเขาเอียงศีรษะเล็กน้อย มองดนัยลึก ๆ ก่อนจะพูดต่อ “เธอบอกว่าทำไม่ได้ใช่ไหม? งั้นให

  • เสพติดอ้อมกอดพี่เขย   บทที่ 28

    “ขอบคุณที่ต้อนรับผมอย่างดีนะครับ คุณอิทธิพล” ตรัยพูดอย่างจริงใจ พลางจับมืออิทธิพล ก่อนจะขอตัวกลับหลังจากคุยเรื่องโปรเจกต์งานของพวกเขาเสร็จ“ยินดีครับ ผมดีใจมากที่ได้ร่วมงานกับคุณ” อิทธิพลตอบ จากนั้นเขาก็ดึงมือขวากลับมา แล้วสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงทั้งสองคนหันกลับไปมองผู้หญิงสองคนที่ถูกย้ายไปนั่งโซฟาอีกตัว เพื่อให้คุยกันสองคนได้สบายขึ้น“เธอเป็นเลขาส่วนตัวของคุณเหรอครับ?” ตรัยถามอย่างสงสัยอิทธิพลพยักหน้าเร็ว ๆ “ใช่ เธอยังใหม่อยู่ ทำงานมาเกือบสามสัปดาห์เอง”“ว้าว ดีมากเลยนะครับ เธอเพิ่งเป็นเลขาได้สามสัปดาห์ แต่ดูเป็นมืออาชีพมาก เป็นไปได้ไหมว่าเธอจบจากมหาวิทยาลัยดัง หรือก่อนหน้านี้มีประสบการณ์ในสายงานนี้อยู่แล้ว?” ตรัยถามต่ออิทธิพลยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหน้าเล็กน้อย “ไม่ใช่ เธอเพิ่งทำงานครั้งแรก และได้ตำแหน่งเลขาเลย บังเอิญด้วยว่าเธอจบแค่ระดับ D3”ดวงตาของตรัยเบิกกว้างด้วยความตกใจ “ว้าว ผมนึกว่าพื้นฐานการศึกษาและประสบการณ์ของเธอสูงมากซะอีก สำหรับเลขาใหม่ เธอถือว่าทำได้ดีมากจริง ๆ”“จริงครับ” อิทธิพลตอบ ยิ้มบาง ๆ โดยไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม “ผมเองก็ยอมรับเรื่องนั้น”

  • เสพติดอ้อมกอดพี่เขย   บทที่ 27

    บ่ายวันนั้น ช่วงพักกลางวัน อิทธิพลอยู่ในห้องทำงานเพียงลำพัง ดนัยออกไปก่อนแล้ว เพื่อไปกินมื้อกลางวันที่โรงอาหารของออฟฟิศตั้งแต่เหตุการณ์บนถนนเมื่อเช้า ความคิดของเขาก็ไม่สงบเลย คำพูดของดนัยที่ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเธอรักสามีของตัวเอง ยังคงก้องอยู่ในหัวของอิทธิพลไม่หยุดมีบางอย่างทิ่มแทงอีโก้ของเขา ทรมานเสียด้วยซ้ำเป็นไปได้ยังไง หลังจากคืนเร่าร้อนที่พวกเขาใช้ร่วมกัน ดนัยยังพูดได้อีกว่าเธอรักมนู?ผู้ชายที่ไม่เคยรักเธอเลย ผู้ชายที่ถูกบังคับให้แต่งงานกับเธอและที่แย่ยิ่งกว่านั้น คำขอไร้เหตุผลของมนูที่ให้ดนัยตั้งท้องกับผู้ชายคนอื่น ควรจะมากพอที่จะทำให้ใครก็ตามตาสว่าง แต่ไม่ใช่กับดนัยความรักของเธอมันลึกซึ้งขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงทำให้เธอตาบอด? หรือผู้หญิงคนนั้นชินกับการเจ็บปวดมากเกินไป จนลืมวิธีเลือกตัวเองไปแล้ว?ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูจากด้านนอกทำให้ภวังค์ของอิทธิพลสะดุดลงชั่วขณะเมื่อประตูเปิดออก เขาก็เห็นรัตน์ปรากฏตัวพร้อมไอแพดในมือ เพื่อรายงานตารางงานล่าสุดของอิทธิพลในวันนี้ที่แน่นเอี๊ยด“วันนี้มีนัดประชุมกับผู้อำนวยการเลนฟอร์ดครับ ท่านจะมาถึงตอนบ่ายสาม และผมเตรียมห้องรับรองไว้

  • เสพติดอ้อมกอดพี่เขย   บทที่ 26

    “ทะ-ทำไมพี่อิทธิพลถึงถามแบบนั้นคะ?” ดนัยกำกระโปรงที่ตัวเองใส่อยู่แน่น“ฉันแค่ถามเฉย ๆ แต่ถ้าเธอไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไร” อิทธิพลตอบอย่างใจเย็น แล้วกลับไปจดจ่อกับถนนตรงหน้าดนัยก้มหน้าลง ถ้าเธอไม่ตอบคำถามของพี่เขย บางทีต่อไปอาจเกิดความเข้าใจผิดก็ได้ เพราะงั้นตอบไปน่าจะดีกว่า“ตอนแรกอาจจะไม่ค่ะ เพราะนี่เป็นการแต่งงานที่เกิดจากการคลุมถุงชน แล้วก็เป็นพินัยกรรมของคุณปู่เกียรติด้วย” หญิงสาวพูดช้า ๆ อย่างควบคุมอารมณ์อิทธิพลฟังโดยไม่ขัดแม้แต่น้อย พอไฟแดงข้างหน้าสว่างขึ้น เขาจึงต้องหยุดรถ ระหว่างรอคำตอบของดนัยและรอไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว“แล้วตอนนี้ล่ะ?” อิทธิพลมองดนัยเต็มตา ขณะที่สายตาของเธอยังคงมองตรงไปข้างหน้า“ตั้งแต่ได้เป็นภรรยาของพี่มนูอย่างถูกต้อง ฉันก็พยายามมาตลอดที่จะรักสามีของตัวเอง จนกระทั่งความรู้สึกนั้นมันเติบโตขึ้นจริง ๆ” ดนัยพูดต่อ ก่อนจะยิ้มอย่างขมขื่น“ฉันเคยจินตนาการด้วยซ้ำค่ะ ถึงขั้นเคยอยากมีลูกกับพี่มนู ฉันเคยคิดไว้แล้วว่าลูกของฉันจะหล่อหรือสวยขนาดไหน”มือของอิทธิพลที่จับพวงมาลัยค่อย ๆ กำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว แต่สายตาของชายหนุ่มยังคงมองตรงไปที่ดนัย รอฟังคำตอบต่อไป“จู่ ๆ

  • เสพติดอ้อมกอดพี่เขย   บทที่ 25

    เช้าวันนั้น อาหารเช้าก็เหมือนเดิม เงียบ และค่อนข้างตึงเครียด มีเก้าอี้ว่างอยู่หนึ่งตัว เป็นที่กมลของลูกชายคนรองของครอบครัวนี้“เมื่อคืนกลับมากี่โมง?” ชมพูนุทมองอิทธิพลลูกชายคนโตของเธอ“สี่ทุ่มครับ” อิทธิพลตอบสั้น ๆ โดยไม่หันไปมองสายตาของชมพูนุทจึงเลื่อนไปที่ดนัย “เธอก็ด้วยเหรอ ดนัย?”หญิงสาวพยักหน้าพร้อมยิ้มบาง ๆ “ค่ะแม่”มนูกับกนกหันไปมองดนัยทันที แปลว่าเมื่อคืนตอนที่เขากำลังมีอะไรกับกนก ภรรยาของเขาก็กลับมาแล้วงั้นเหรอ?แต่ทั้งคู่ก็ยังทำตัวเป็นปกติ เพราะเมื่อคืนไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาทำแบบนั้น และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้“เดือนหน้ามีงานใหญ่ของครอบครัว เพราะงั้นแม่อยากให้พวกเธอทุกคนช่วยกันเตรียมงานนี้เหมือนเดิม ตัดชุดให้เข้ากับเดรสโค้ด” ชมพูนุทพูดกับลูก ๆ และลูกสะใภ้“ให้ทำที่บูติกของเธอนะ อินทิรา” ชมพูนุทพูดต่อ พลางมองลูกสะใภ้คนโตของเธออินทิราสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองแม่สามีด้วยรอยยิ้มบาง ๆ “ค่ะแม่ เดี๋ยวอินทิราจะจัดตารางวัดตัวให้ทีหลังนะคะ”กนกกระแอมเบา ๆ “ทำไมไม่ให้แต่งอิสระไปเลยล่ะคะแม่? นาน ๆ ที ขอแค่ยังใส่เป็นคู่กับแฟนตัวเองก็พอ”“แ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status