FAZER LOGINความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในทางเดินลับชั้นบนสุดปะทะเข้ากับผิวเนื้อที่ร้อนผ่าวของปลายฟ้าทันทีที่ร่างของเธอถูกอุ้มผ่านประตูบานทึบเข้าสู่โซนห้องพักส่วนตัว แสงไฟนีออนสลัวสีนวลจากโคมไฟระย้าคริสตัลบนเพดานส่องกระทบกับพื้นพรมหนานุ่มซับเสียงฝีเท้าจนเงียบงัน บรรยากาศรอบตัวในยามนี้ช่างแตกต่างจากความอึกทึกครึกโครมของเลานจ์ด้านล่างอย่างสิ้นเชิง ที่นี่เงียบสงบ ราวกับโลกอีกใบที่ถูกตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก และมีเพียงพวกเขาทั้งสองคนเท่านั้น
ปลายฟ้ารู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองศึก ความตื่นตระหนกผสมผสานกับความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูผิว เมื่อรู้ว่าเธอกำลังก้าวเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวของ "เสี่ยชี" ผู้ชายที่เปรียบเสมือนเสือร้ายผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ เดรสดำซาตินที่ยับย่นเล็กน้อยจากการถูกรั้งดึงทำให้เธอรู้สึกไร้การป้องกันยิ่งกว่าเดิม ชีวางร่างบางลงบนเตียงนอนคิงไซส์ขนาดใหญ่กลางห้องชุดเพนต์เฮาส์หรูอย่างนุ่มนวล แต่ทว่ามั่นคงและไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ขยับหนี ร่างสูงทาบทับลงมาทันทีโดยใช้แขนทั้งสองข้างยันฟูกเตียงไว้ กักขังเธอให้อยู่ใต้ร่างของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องมองลึกลงไปในดวงตากลมโตที่สั่นไหวระริกด้วยความตื่นตระหนก "มองหน้าฉันสิ ปลายฟ้า... กลัวอะไร?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดจะเย้าแหย่เล็กน้อย แต่แววตากลับจริงจังและเต็มไปด้วยความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกเก็บกักไว้ ปลายฟ้าเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง เธอพยายามรวบรวมความกล้าและสติสัมปชัญญะที่กระจัดกระจายให้กลับเข้าที่ แม้ในใจจะหวาดกลัวต่อสถานการณ์ตรงหน้า แต่ภาระหนี้สินก้อนโตและอาการป่วยของน้องชายที่โรงพยาบาลก็ย้ำเตือนเธออยู่ตลอดเวลาว่า... เธอกำลังถอยหลังไม่ได้อีกแล้ว "ปลายไม่ได้กลัวค่ะ..." เธอฝืนเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แม้เสียงจะยังคงสั่นเครือเล็กน้อยก็ตาม "แต่... คุณชีพาปลายขึ้นมาบนนี้ เพื่ออะไรกันแน่คะ? ในเมื่อเวลาที่ซื้อไว้ มันคือการเอ็นเตอร์เทนข้างล่าง..." ชีหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสะท้อนอยู่ในความเงียบงันของห้อง นิ้วเรียวหนายื่นออกไปเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มเนียนทัดหูให้อย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับแววตาอันตรายของเขาอย่างสิ้นเชิง "เงินที่ฉันจ่ายไป มันซื้อเวลาของเธอ... และทุกอย่างที่เป็นของเธอในคืนนี้ ปลายฟ้า" ชีโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่บนพวงแก้ม "เธอคิดว่าฉันเป็นพวกนักธุรกิจหิวกระหายที่พอใจกับการนั่งจิบเหล้าเคล้าคลอเคลียแค่ในเลานจ์เสียงดังอย่างนั้นเหรอ? ผิดแล้วล่ะ... สำหรับฉัน ถ้าเจอสิ่งที่ถูกใจ ฉันชอบที่เงียบๆ และมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า" คำพูดตรงไปตรงมานั้นทำให้ปลายฟ้ารู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า หัวใจเต้นแรงขึ้นจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อตระหนักได้ว่า ตนเองได้ก้าวเข้ามาในกรงข้ามที่ไม่อาจหลีกหนีได้เสียแล้ว "แต่... แต่เราเพิ่งจะรู้จักกันนะคะคุณชี" ปลายฟ้าพยายามหาข้ออ้างเพื่อถ่วงเวลา แม้จะรู้ดีว่ามันแทบไม่มีประโยชน์ "รู้จักกันมากกว่านี้... คืนนี้ยังมีเวลาอีกทั้งคืน" ชีตัดบทอย่างไร้เยื่อใย ก่อนที่ริมฝีปากหยักลึกจะโน้มลงมาทาบทับกลีบปากอิ่มของเธออีกครั้ง คราวนี้ไม่มีการเปิดโอกาสให้เธอได้เอ่ยคำปฏิเสธใดๆ ทั้งสิ้น รสจูบที่ได้รับล้ำลึก เร่าร้อน และหนักหน่วงยิ่งกว่าครั้งแรก ชายหนุ่มบดขยี้เรียวปากเธอด้วยความชำนาญและเรียกร้อง จนปลายฟ้ารู้สึกเคลิบเคลิ้มและสมองขาวโพลนไปชั่วขณะ มือหนาเริ่มทำหน้าที่ของมันอย่างคล่องแคล่ว ฝ่ามือร้อนผ่าวลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนนุ่มภายใต้ชุดเดรสซาติน ก่อนจะปลดซิปด้านหลังลงอย่างช้าๆ เสียงรูดซิปเบาๆ ในความเงียบทำให้ปลายฟ้ารู้สึกสะท้านเฮือก เธอยกมือขึ้นกำปกเสื้อสูทของเขาแน่นโดยอัตโนมัติ ราวกับต้องการหาที่ยึดเหนี่ยวท่ามกลางคลื่นอารมณ์ที่ซัดสาดเข้ามาอย่างรุนแรง "คุณชี... เดี๋ยว... อื้อ..." เสียงท้วงติงถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อชีผละริมฝีปากออกมารดจูบไล่ลงมาตามซอกคอขาวผ่อง ทิ้งรอยสัมผัสอุ่นร้อนและขบเม้มเบาๆ จนเกิดรอยจางบนผิวเนื้อเนียน ปลายฟ้ารู้สึกเสียวซ่านจนต้องแอ่นกายรับสัมผัส ร่างกายที่เคยแข็งขืนค่อยๆ อ่อนปวกเปียกและยอมจำนนต่อความวาบหวามที่เขาเป็นผู้มอบให้ ในโลกของเสี่ยชี... ไม่เคยมีคำว่า 'ไม่ได้' หรือ 'ปฏิเสธ' สำหรับสิ่งที่เขาต้องการ และเมื่อเขาได้เลือกผู้หญิงคนนี้มาเป็นเหยื่อในคืนนี้แล้ว เขาก็ไม่มีวันปล่อยให้เธอหลุดมือไปได้ง่ายๆ แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามาภายในห้องนอนหรู ปลายฟ้าค่อยๆ กือเปลือกตาขึ้นอย่างช้าๆ ความรู้สึกปวดเมื่อยไปทั่วทั้งร่างทำให้เธอต้องนิหน้าด้วยความเจ็บแปลบ ความทรงจำเมื่อคืนย้อนกลับเข้ามาในหัวสมองเป็นฉากๆ ทำให้เธอต้องรีบหันไปมองรอบตัว เตียงนอนกว้างใหญ่ว่างเปล่า... ข้างกายเธอไม่มีร่างสูงสง่าของเสี่ยชีนอนอยู่แล้ว มีเพียงความเย็นจางๆ บนที่นอนฝั่งตรงข้ามที่บ่งบอกว่าเขาคงตื่นและลุกออกไปได้สักพักใหญ่ๆ แล้ว ปลายฟ้ารีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมกายเปลือยเปล่าของตัวเองไว้ เธอกวาดสายตามองหาเสื้อผ้าของตนเองที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น ก่อนจะพบว่าชุดเดรสซาตินสีดำถูกพับวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยบนโซฟาปลายเตียง พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนาวางทับอยู่ด้านบน ด้วยความสงสัยและระแวง ปลายฟ้าจึงรีบหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ให้อย่างรวดเร็ว แม้ร่างกายจะยังคงระบมอยู่บ้างก็ตาม จากนั้นเธอจึงเดินไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลขึ้นมาเปิดดู ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจและไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง! ข้างในซองเอกสารนั้น... ไม่ใช่เงินสดจำนวนมากอย่างที่เธอคาดคิดในตอนแรก แต่มันคือ "สัญญาปลดหนี้ทั้งหมด" ของครอบครัวเธอ และ "ใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาลล่วงหน้า" ของน้องชายที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ซึ่งถูกชำระยอดทั้งหมดจนครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว โดยมีลายเซ็นกำกับของผู้มีอำนาจและตราประทับอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มือบางที่ถือเอกสารสั่นเทาเล็กน้อย ความรู้สึกสับสนตีรวนอยู่ในอก ทั้งตกใจ โล่งอก และหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน ผู้ชายคนนั้น... เสี่ยชี ผู้ชายที่ดูเยชา เย่อหยิ่ง และโหดร้ายในสายตาคนทั่วไป กลับจัดการทุกปัญหาที่กดทับชีวิตเธอไว้จนหมดสิ้นภายในชั่วข้ามคืนเดียว โดยที่เธอไม่ต้องเอ่ยปากขอร้องเลยแม้แต่คำเดียว และเมื่อเธอพลิกดูด้านหลังของเอกสารแผ่นนั้น ก็พบกระดาษโน้ตสีขาวใบเล็กเขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่ทรงพลังทิ้งไว้ว่าเวลาของเธอในฐานะเด็กเอ็นฯ ในเลานจ์นั่น... หมดลงแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หน้าที่เดียวของเธอคือการอยู่ข้างๆ ฉัน... ปลายฟ้า"ปลายฟ้ากำกระดาษโน้ตในมือแน่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอกำลังหลุดพ้นจากนรกขุมเดิม แต่มันกลับเป็นการก้าวเข้าสู่กรงทองที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งอำนาจและเสน่หาของเสี่ยชีอย่างแท้จริง สองสัปดาห์ต่อมา ณ คฤหาสน์หลังใหญ่สไตล์โมเดิร์นลักชูริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศยามบ่ายเงียบสงบและร่มรื่น เสียงสายน้ำไหลเอื่อยๆ กระทบกับท่าเรือส่วนตัวช่วยขับเน้นความหรูหราของสถานที่แห่งนี้ให้ดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น ปลายฟ้าในชุดเดรสยาวผ้าลินินสีขาวสะอาดตา กำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ที่สวนหย่อมหน้าบ้าน รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าหวาน แม้ว่าชีวิตของเธอในตอนนี้จะไม่ได้อิสระเสรีเหมือนเก่า เพราะเสี่ยชีได้ย้ายเธอมาสุดตัวที่คฤหาสน์หลังนี้เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกในการดูแล แต่เธอก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... น้องชายของเธออาการดีขึ้นมากจนเกือบจะหายเป็นปกติแล้ว และหนี้สินก้อนโตที่เคยเป็นภาระหนักอึ้งก็มลายหายไปจนหมดสิ้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาใกล้จากทางด้านหลัง พร้อมกับอ้อมแขนแกร่งที่สวมกอดเข้าที่เอวบางของเธออย่างถือวิสาสะ ปลายฟ้าสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะผ่อนคลายลงเมื่อรู้ว่าเป็นใคร "รดน้ำต้นไม้เพลินเลยนะ หืม?" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหู พร้อมกับกดจุมพิตเบาๆ ที่ซอกคอขาวอย่างถือสิทธิ์ ชีในชุดลำลองสบายๆ แต่ยังคงดูทรงอำนาจและหล่อเหลาราวกับนายแบบนิตยสาร ปลายฟ้าหันกลับไปมองค้อนเขาเบาๆ "ก็ปลายไม่มีอะไรทำนี่คะ อยู่แต่ในบ้านหลังนี้เบื่อจะตายอยู่แล้ว" เธอแกล้งบ่นอุบอเบาๆ แม้ในใจจะไม่ได้รู้สึกแย่อย่างที่พูด ชีหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายกมือขึ้นเกลี่ยแก้มนุ่มของเธอแผ่วเบา ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานด้วยความหลงใหลที่ไม่เคยลดน้อยลงเลยตั้งแต่คืนแรกที่พบกัน "เบื่อเหรอ? งั้นคืนนี้ฉันจะพาออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอก... ไปงานประมูลเพชรการกุศลที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ" ชีเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตากลับเป็นประกายเจ้าเล่ห์ "เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ ปลายฟ้า... คืนนี้เธอต้องไปในฐานะ 'คนของฉัน' อย่างเต็มตัว ให้พวกมันได้รู้ว่าใครคือเจ้าของตัวจริง" ปลายฟ้ามองสบตาคมกริบและถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความยอมจำนน เธอยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขาไว้ แล้วส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่ทำให้หัวใจของเจ้าพ่อหนุ่มกระตุกวูบ "ค่ะ... คุณชี ปลายจะทำหน้าที่ 'คนของท่าน' ให้ดีที่สุดเลยค่ะ" ชีโน้มใบหน้าลงมาประกบเรียวปากอิ่มทันที ท่ามกลางบรรยากาศยามบ่ายที่อบอุ่นและเงียบสงบ... กรงทองแห่งนี้ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เธอคิดอีกต่อไปแล้ว เมื่อหัวใจของเธอเริ่มเผลอไผลไปกับพันธนาการแห่งราตรีที่ผู้ชายคนนี้มอบให้เสียแล้วแสงไฟนีออนจากตึกระฟ้าสะท้อนระยิบระยับผ่านกระจกใสบานใหญ่ของเพนต์เฮาส์หรู ภายในห้องนอนกว้างขวางถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบสงบอันชวนให้หัวใจเต้นระส่ำ ทว่าบรรยากาศรอบกายของคนทั้งสองกลับเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้าปลายฟ้านั่งอยู่บนตักแกร่งของชี องศาการแนบชิดทำให้เธอรับรู้ถึงไออุ่นและมัดกล้ามเนื้อที่เต็มไปด้วยพละกำลังภายใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดี ดวงตากลมโตคู่สวยมองลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของชายหนุ่มที่เปรียบดั่งราชาแห่งความมืด ทว่าในเวลานี้ แววตาของเขากลับไม่ได้มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความปรารถนาอันร้อนแรงที่ฉายชัดราวกับเปลวเพลิง"เธอทำให้ฉันประหลาดใจครั้งแล้วครั้งเล่า ปลายฟ้า..." ชีเอ่ยเสียงทุ้มต่ำชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนเธอนึกเสียวสันหลังวาบ "จากผู้หญิงที่ฉันเคยคิดว่าเป็นแค่ดอกไม้ประดับแจกันชั่วคราว ตอนนี้เธอกลับกลายเป็นแม่เสือสาวที่กางเล็บขู่ศัตรูได้อย่างน่าทึ่ง... บอกฉันหน่อยสิว่า ยังมีเรื่องไหนอีกบ้างที่เธอยังปิดบังฉันไว้?"ปลายฟ้ายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทั้งเย้ายวนและท้าทายในคราวเดียวกัน มือเรียวบางที่คล้องคอเขาอยู่แกล้งใช้นิ้วลากไ
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านโปร่งสีขาวเนื้อดีเข้ามาภายในเพนต์เฮาส์หรูใจกลางกรุงเทพมหานคร ทัศนียภาพเบื้องล่างคือโค้งน้ำเจ้าพระยาที่ทอประกายระยิบระยับล้อไปกับแสงอาทิตย์ แต่บรรยากาศภายในห้องนอนกว้างขวางกลับไม่ได้อบอุ่นละมุนละไมตามแสงแดดนั้นเลยแม้แต่น้อยปลายฟ้านั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งกระจกเงาบานใหญ่ เธอกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวสัมผัสสร้อยเพชรน้ำงามรัตติกาล มูลค่าสองร้อยล้านบาทที่วางอยู่ในกล่องกำมะหยี่สีดำสนิท ประกายสีน้ำเงินเข้มของมันวาววับสะท้อนเข้ากับนัยน์ตากลมโตที่ราบเรียบไร้ความรู้สึกเหตุการณ์ในงานประมูลเมื่อคืนยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำ ทุกสายตาที่มองมาที่เธอเต็มไปด้วยความอิจฉา รอยยิ้มของชีที่เปี่ยมไปด้วยชัยชนะ และเสียงปรบมือที่กึกก้องราวกับสรรเสริญราชาแห่งความมืด แต่วินาทีที่เธอสบตากับเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก เธอกลับรู้ดีกว่าใคร… สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความรัก และไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง มันคือ "โซ่ทอง" ประดับเพชรที่ถูกล่ามไว้บนข้อมือของเธออย่างแน่นหนาต่างหากกร็อก…เสียงเปิดประตูห้องนอนเบาๆ ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงสง่าของชีที่ก้าวเข้ามาในชุดคลุมอาบน้ำสีเข้ม กลิ่นหอมสะอาดของสบู่และน้ำหอม
แสงไฟแฟลชจากสื่อมวลชนและช่างภาพอิสระสาดส่องระยิบระยับบริเวณทางเข้าโรงแรมหรูระดับห้าดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยา คืนนี้คือค่ำคืนของการจัดงานประมูลอัญมณีและเครื่องเพชรการกุศลประจำปี ซึ่งรวบรวมเหล่าบรรดาไฮโซ นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล และบุคคลเบื้องหน้าเบื้องหลังชื่อดังของประเทศมาไว้ด้วยกันอย่างคับคั่งรถยนต์โรลส์รอยซ์สีดำสนิทคันหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบหน้าพรมแดงอย่างนุ่มนวล ประตูรถฝั่งขวาถูกเปิดออกโดยบอดี้การ์ดสวมสูทสากล ก่อนที่ร่างสูงสง่าของ ชี จะก้าวลงมาด้วยความมั่นใจและสง่างามในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดพิเศษเข้ารูปขับเน้นบุคลิกอันทรงอำนาจและทันทีที่เขายื่นมือหนาออกไปรับร่างบางที่ก้าวตามลงมาจากรถ เสียงชัตเตอร์ของบรรดากล้องนับสิบตัวก็รัวแฟลชใส่ไม่ยั้งราวกับนัดกันไว้ปลายฟ้าปรากฏกายในชุดเดรสยาวเกาะอกผ้าซาตินสีแดงเพลิงผ่าข้างสูงเผยเรียวขาเรียวสวยระหง เครื่องประดับเพชรแท้ระยิบระยับที่ประดับอยู่บนลำคอระหงและข้อมือยิ่งขับให้เธอดูโดดเด่นสะกดทุกสายตาที่พบเห็น รอยยิ้มมั่นใจและท่าทางสง่างามที่เธอฝึกฝนมาเป็นอย่างดีทำให้ไม่มีใครดูออกเลยว่า เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ เธอยังเป็นเพียงเด็กสาวที่ต้องยืนยิ้มรั
ความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในทางเดินลับชั้นบนสุดปะทะเข้ากับผิวเนื้อที่ร้อนผ่าวของปลายฟ้าทันทีที่ร่างของเธอถูกอุ้มผ่านประตูบานทึบเข้าสู่โซนห้องพักส่วนตัว แสงไฟนีออนสลัวสีนวลจากโคมไฟระย้าคริสตัลบนเพดานส่องกระทบกับพื้นพรมหนานุ่มซับเสียงฝีเท้าจนเงียบงัน บรรยากาศรอบตัวในยามนี้ช่างแตกต่างจากความอึกทึกครึกโครมของเลานจ์ด้านล่างอย่างสิ้นเชิง ที่นี่เงียบสงบ ราวกับโลกอีกใบที่ถูกตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก และมีเพียงพวกเขาทั้งสองคนเท่านั้นปลายฟ้ารู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองศึก ความตื่นตระหนกผสมผสานกับความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูผิว เมื่อรู้ว่าเธอกำลังก้าวเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวของ "เสี่ยชี" ผู้ชายที่เปรียบเสมือนเสือร้ายผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ เดรสดำซาตินที่ยับย่นเล็กน้อยจากการถูกรั้งดึงทำให้เธอรู้สึกไร้การป้องกันยิ่งกว่าเดิมชีวางร่างบางลงบนเตียงนอนคิงไซส์ขนาดใหญ่กลางห้องชุดเพนต์เฮาส์หรูอย่างนุ่มนวล แต่ทว่ามั่นคงและไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ขยับหนี ร่างสูงทาบทับลงมาทันทีโดยใช้แขนทั้งสองข้างยันฟูกเตียงไว้ กักขังเธอให้อยู่ใต้ร่างของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องมองลึกลงไปใ
แสงไฟนีออนสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ของเลานจ์หรูระดับไฮเอนด์ใจกลางกรุงเทพมหานคร เสียงดนตรีแจ๊สคลอเบาๆ จากแซกโซโฟนขับเน้นบรรยากาศยามค่ำคืนให้ดูเย้ายวน ลึกลับ และน่าค้นหา กลิ่นอายของน้ำหอมราคาแพงคละเคล้าไปกับกลิ่นไอน้ำแอลกอฮอล์ชั้นดี ลอยอบอวลอยู่ในอากาศที่ถูกควบคุมอุณหภูมิให้เย็นฉ่ำกำลังดีปลายฟ้า ยืนพิงเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนสีดำสนิท ชุดเดรสผ้าซาตินสีดำเข้ารูปแนบเนื้อขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าเย้ายวน สายตาคู่สวยกวาดมองไปรอบห้องอย่างระมัดระวัง แม้รอยยิ้มบนใบหน้าจะดูเป็นมิตรและเป็นกันเองกับลูกค้าที่เดินผ่านไปมา แต่ลึกๆ แล้ว เธอกำลังคำนวณตัวเลขและราคาของค่ำคืนนี้ในหัวสมองอย่างเงียบเชียบ ทุกวินาทีที่เข็มนาฬิกาเดินไปข้างหน้า มีมูลค่าเท่ากับลมหายใจของคนที่เธอรักซึ่งกำลังรอความช่วยเหลืออยู่ที่บ้านในโลกแห่งความเป็นจริงที่โหดร้าย ไม่มีอะไรร่วงหล่นลงมาจากฟ้าฟรีๆ และเธอก็เลือกเส้นทางที่ต้องแลกศักดิ์ศรีบางส่วน เพื่อความอยู่รอดของครอบครัวและน้องชายที่กำลังป่วยหนัก"น้องปลายฟ้า แขกโต๊ะ VIP ด้านในสุดเรียกหาครับ" เสียงของผู้จัดการร้านดังขึ้นใกล้ๆ พร้อมกับสะกิดเบาๆ ที่ไหล่มน รอยยิ้มรู้กันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชา







