تسجيل الدخولแสงไฟแฟลชจากสื่อมวลชนและช่างภาพอิสระสาดส่องระยิบระยับบริเวณทางเข้าโรงแรมหรูระดับห้าดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยา คืนนี้คือค่ำคืนของการจัดงานประมูลอัญมณีและเครื่องเพชรการกุศลประจำปี ซึ่งรวบรวมเหล่าบรรดาไฮโซ นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล และบุคคลเบื้องหน้าเบื้องหลังชื่อดังของประเทศมาไว้ด้วยกันอย่างคับคั่ง
รถยนต์โรลส์รอยซ์สีดำสนิทคันหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบหน้าพรมแดงอย่างนุ่มนวล ประตูรถฝั่งขวาถูกเปิดออกโดยบอดี้การ์ดสวมสูทสากล ก่อนที่ร่างสูงสง่าของ ชี จะก้าวลงมาด้วยความมั่นใจและสง่างามในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดพิเศษเข้ารูปขับเน้นบุคลิกอันทรงอำนาจ และทันทีที่เขายื่นมือหนาออกไปรับร่างบางที่ก้าวตามลงมาจากรถ เสียงชัตเตอร์ของบรรดากล้องนับสิบตัวก็รัวแฟลชใส่ไม่ยั้งราวกับนัดกันไว้ ปลายฟ้าปรากฏกายในชุดเดรสยาวเกาะอกผ้าซาตินสีแดงเพลิงผ่าข้างสูงเผยเรียวขาเรียวสวยระหง เครื่องประดับเพชรแท้ระยิบระยับที่ประดับอยู่บนลำคอระหงและข้อมือยิ่งขับให้เธอดูโดดเด่นสะกดทุกสายตาที่พบเห็น รอยยิ้มมั่นใจและท่าทางสง่างามที่เธอฝึกฝนมาเป็นอย่างดีทำให้ไม่มีใครดูออกเลยว่า เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ เธอยังเป็นเพียงเด็กสาวที่ต้องยืนยิ้มรับแขกอยู่ในเลานจ์มืดๆ เลยแม้แต่น้อย ชีเหลือบมองหญิงสาวข้างกายด้วยความพึงพอใจ ริมฝีปากหยักยกยิ้มพึงใจเมื่อเห็นสายตาอิจฉาริษยาและทึ่งระคนกันของบรรดาแขกเหรื่อรอบข้าง มือหนากระชับเอวบางให้เดินแนบชิดติดกายเข้าสู่งานเลี้ยงอย่างสง่างาม ภายในห้องจัดเลี้ยงกว้างขวางโอ่อ่า ตกแต่งด้วยความหรูหราอลังการ เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงคลอเบาๆ เคล้าไปกับเสียงสนทนาของเหล่าผู้มีอิทธิพลที่กำลังจับกลุ่มพูดคุยเรื่องธุรกิจและการลงทุน "อ้าว! นั่นมันเสี่ยชีไม่ใช่เหรอครับ นึกว่าจะไม่มาร่วมงานเสียอีก" เสียงทุ้มทรงอำนาจดังขึ้นขัดจังหวะการก้าวเดินของทั้งคู่ ชีชะงักฝีเท้าเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองตามเสียง ปรากฏร่างของชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมเล็กน้อย สวมสูทแบรนด์ดังระดับโลก ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มจอมปลอม แต่แววตาซ่อนความเจ้าเล่ห์และริษยาไว้อย่างมิดชิด... 'เจ้าสัวธนิน' เจ้าพ่อธุรกิจอุตสาหกรรมส่งออกรายใหญ่ผู้เป็นคู่แข่งทางธุรกิจและเบื้องหลังอิทธิพลมืดของชีมาโดยตลอดหลายปี "งานการกุศลใหญ่โตแบบนี้ ถ้าผมไม่มาแล้วใครจะมาบริจาคเงินตัดหน้าคุณธนินล่ะครับ" ชีตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกน เจ้าสัวธนินหัวเราะในลำคอเสียงดังลั่น ก่อนที่สายตาโลภมากจะเบนมาหยุดอยู่ที่ปลายฟ้า ซึ่งยืนอยู่เคียงข้างชีอย่างสงบ ใบหน้าสวยหวานและสัดส่วนเย้ายวนในชุดเดรสแดงเพลิงทำให้เจ้าสัวหนุ่มใหญ่ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "โอ้โห... วันนี้เสี่ยชีควงดอกไม้ดอกสวยงามขนาดนี้มาด้วย ไม่ยักรู้รสนิยมเปลี่ยนไป ชอบเด็กสาวในสังกัดระดับท็อปขนาดนี้เชียวหรือครับ? หรือว่า... แม่หนูคนนี้คือคนที่เขาลือกันว่าเสี่ยทุ่มเงินก้อนโตไถ่ตัวมาจากเลานจ์หรูแห่งนั้น?" เจ้าสัวธนินเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงเชิงดูถูกและเยาะเย้ยกลายๆ บรรยากาศรอบตัวของชีเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบขึ้นมาทันที อุณหภูมิรอบตัวราวกับดิ่งลงหลายองศา บอดี้การ์ดด้านหลังขยับตัวเข้ามาใกล้โดยอัตโนมัติ รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างสูงจนคนรอบข้างต้องรีบถอยก้าวหนีด้วยความหวาดกลัว ทว่า... ก่อนที่ชีจะได้อ้าปากตอกกลับด้วยวาจาเชือดเฉือน ปลายฟ้ากลับเป็นฝ่ายขยับตัวก้าวออกไปข้างหน้าเล็กน้อย เธอยิ้มหวานหยาดเยิ้มอย่างมีมารยาท แต่แววตากลมโตกลับฉายแววเฉียบคมและทรงพลังจนน่าตกใจ "ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะท่านเจ้าสัว" ปลายฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "ส่วนเรื่องที่ว่าปลายจะมาจากที่ไหน... มันก็เป็นเรื่องอดีตค่ะ แต่ปัจจุบัน... ปลายยืนอยู่ตรงนี้ ในฐานะ 'คนสำคัญ' ของคุณชี และคิดว่าคงไม่มีความจำเป็นต้องลดตัวลงไปอธิบายอะไรให้คนที่ชอบก้าวก่ายเรื่องชาวบ้านฟังหรอกนะคะ" คำพูดนิ่มนวลแต่เชือดเฉือนจนหน้าชาทำให้เจ้าสัวธนินหน้าเสีย สีหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวแต่ต้องเก็บอาการไว้ท่ามกลางผู้คนมากมาย ชีมองหญิงสาวข้างกายด้วยความประหลาดใจแกแกมทึ่ง ริมฝีปากหยักยกยิ้มกว้างขึ้นอย่างพึงพอใจ เขาไม่คิดเลยว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ จะมีความกล้าหาญและฉลาดเฉลียวในการปกป้องตัวเองและเขาต่อหน้าศัตรูตัวฉกาจได้ดีขนาดนี้ "ปากเก่งดีนี่แม่หนู..." เจ้าสัวธนินกัดฟันกรอด ส่งสายตาอาฆาตมาก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะ "ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะเสี่ยชี ของเล่นราคาแพงชิ้นนี้ อาจจะนำความพินาศมาให้แกเข้าสักวัน!" พูดจบลุงธนินก็สะบัดหน้าเดินหนีหายเข้าไปในกลุ่มแขกคนอื่นทันที ชีมองตามแผ่นหลังของคู่ปรับด้วยแววตานิ่งสงบ ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูของปลายฟ้าด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความชื่นชม "เก่งมาก... แม่แมวน้อยของฉัน ทำให้ฉันเซอร์ไพรส์ใหม่อีกแล้วนะ" "ปลายไม่ได้เก่งค่ะ แค่ปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง... และของคนของปลายแค่นั้นเอง" เธอตอบกลับพร้อมกับส่งยิ้มหวานยั่วยวนให้เขา งานประมูลอัญมณีดำเนินต่อไปท่ามกลางความตึงเครียดที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มของเหล่าผู้มีอิทธิพล จนกระทั่งมาถึงไฮไลต์สำคัญของค่ำคืนนี้... 'สร้อยเพชรน้ำงามรัตติกาล' อัญมณีโบราณล้ำค่าประดับเพชรสีน้ำเงินเข้มเม็ดใหญ่ยักษ์มูลค่าหลายสิบล้านบาท ถูกนำขึ้นมาจัดแสดงบนเวทีกลางห้องจัดเลี้ยง พิธีกรประกาศเริ่มต้นการประมูล เจ้าสัวธนินที่เป็นคนแรกยกป้ายเสนอราคาแข่งกับนักธุรกิจรายอื่นด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง ราวกับต้องการประกาศศักดาความร่ำรวยข่มขวัญชี ราคาประมูลพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากหลักสิบเป็นหลักร้อยล้าน จนกระทั่งเหลือเพียงสองคนสุดท้ายที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด... ระหว่างเจ้าสัวธนิน และเสี่ยชี "ร้อยห้าสิบ ล้านบาทครับ! มีใครให้สูงกว่านี้ไหมครับ... ครั้งที่หนึ่ง... ครั้งที่สอง..." เสียงพิธีกรประกาศนับถอยหลังด้วยความตื่นเต้น ชีหันไปมองหน้าปลายฟ้าเล็กน้อย ริมฝีปากหยักยกยิ้มร้ายกาจ ก่อนที่เขาจะยกป้ายในมือขึ้นสูง พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงพลังก้องกังวานไปทั่วห้อง "สองร้อยล้านบาท... และของชิ้นนี้ จะต้องเป็นของขวัญสำหรับผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างผมคนนี้เท่านั้น" เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทั่วทั้งห้องจัดเลี้ยง ทุกสายตากวาดมองมาที่ปลายฟ้าด้วยความอิจฉาริษยาและทึ่งระคนกัน เจ้าสัวธนินหน้าซีดเผือดด้วยความโกรธแค้นแต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่มีใครกล้าทุ่มเงินมหาศาลขนาดนี้เพื่อผู้หญิงคนเดียวอีกแล้ว "สองร้อยล้านบาท... ครั้งที่หนึ่ง... ครั้งที่สอง... สองร้อยล้านบาท ขายให้กับเสี่ยชีครับ!" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหวทั่วห้อง ชีหันมาสบตาปลายฟ้า ดวงตากลมโตของเธอคลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความซาบซึ้งและตื้นตันใจ เขาโน้มใบหน้าลงมาจุมพิตที่หน้าผากเนียนเบาๆ อย่างอ่อนโยน ในค่ำคืนนี้... ไม่เพียงแต่เขาจะประกาศศักดาชัยชนะเหนือคู่แข่งทางธุรกิจเท่านั้น แต่เขายังประกาศให้คนทั้งโลกได้รู้ว่า... ปลายฟ้าคือผู้หญิงที่ครอบครองหัวใจและอำนาจทั้งหมดของ 'เสี่ยชี' แต่เพียงผู้เดียว ตลอดกาลแสงไฟนีออนจากตึกระฟ้าสะท้อนระยิบระยับผ่านกระจกใสบานใหญ่ของเพนต์เฮาส์หรู ภายในห้องนอนกว้างขวางถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบสงบอันชวนให้หัวใจเต้นระส่ำ ทว่าบรรยากาศรอบกายของคนทั้งสองกลับเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้าปลายฟ้านั่งอยู่บนตักแกร่งของชี องศาการแนบชิดทำให้เธอรับรู้ถึงไออุ่นและมัดกล้ามเนื้อที่เต็มไปด้วยพละกำลังภายใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดี ดวงตากลมโตคู่สวยมองลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของชายหนุ่มที่เปรียบดั่งราชาแห่งความมืด ทว่าในเวลานี้ แววตาของเขากลับไม่ได้มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความปรารถนาอันร้อนแรงที่ฉายชัดราวกับเปลวเพลิง"เธอทำให้ฉันประหลาดใจครั้งแล้วครั้งเล่า ปลายฟ้า..." ชีเอ่ยเสียงทุ้มต่ำชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนเธอนึกเสียวสันหลังวาบ "จากผู้หญิงที่ฉันเคยคิดว่าเป็นแค่ดอกไม้ประดับแจกันชั่วคราว ตอนนี้เธอกลับกลายเป็นแม่เสือสาวที่กางเล็บขู่ศัตรูได้อย่างน่าทึ่ง... บอกฉันหน่อยสิว่า ยังมีเรื่องไหนอีกบ้างที่เธอยังปิดบังฉันไว้?"ปลายฟ้ายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทั้งเย้ายวนและท้าทายในคราวเดียวกัน มือเรียวบางที่คล้องคอเขาอยู่แกล้งใช้นิ้วลากไ
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านโปร่งสีขาวเนื้อดีเข้ามาภายในเพนต์เฮาส์หรูใจกลางกรุงเทพมหานคร ทัศนียภาพเบื้องล่างคือโค้งน้ำเจ้าพระยาที่ทอประกายระยิบระยับล้อไปกับแสงอาทิตย์ แต่บรรยากาศภายในห้องนอนกว้างขวางกลับไม่ได้อบอุ่นละมุนละไมตามแสงแดดนั้นเลยแม้แต่น้อยปลายฟ้านั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งกระจกเงาบานใหญ่ เธอกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวสัมผัสสร้อยเพชรน้ำงามรัตติกาล มูลค่าสองร้อยล้านบาทที่วางอยู่ในกล่องกำมะหยี่สีดำสนิท ประกายสีน้ำเงินเข้มของมันวาววับสะท้อนเข้ากับนัยน์ตากลมโตที่ราบเรียบไร้ความรู้สึกเหตุการณ์ในงานประมูลเมื่อคืนยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำ ทุกสายตาที่มองมาที่เธอเต็มไปด้วยความอิจฉา รอยยิ้มของชีที่เปี่ยมไปด้วยชัยชนะ และเสียงปรบมือที่กึกก้องราวกับสรรเสริญราชาแห่งความมืด แต่วินาทีที่เธอสบตากับเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก เธอกลับรู้ดีกว่าใคร… สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความรัก และไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง มันคือ "โซ่ทอง" ประดับเพชรที่ถูกล่ามไว้บนข้อมือของเธออย่างแน่นหนาต่างหากกร็อก…เสียงเปิดประตูห้องนอนเบาๆ ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงสง่าของชีที่ก้าวเข้ามาในชุดคลุมอาบน้ำสีเข้ม กลิ่นหอมสะอาดของสบู่และน้ำหอม
แสงไฟแฟลชจากสื่อมวลชนและช่างภาพอิสระสาดส่องระยิบระยับบริเวณทางเข้าโรงแรมหรูระดับห้าดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยา คืนนี้คือค่ำคืนของการจัดงานประมูลอัญมณีและเครื่องเพชรการกุศลประจำปี ซึ่งรวบรวมเหล่าบรรดาไฮโซ นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล และบุคคลเบื้องหน้าเบื้องหลังชื่อดังของประเทศมาไว้ด้วยกันอย่างคับคั่งรถยนต์โรลส์รอยซ์สีดำสนิทคันหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบหน้าพรมแดงอย่างนุ่มนวล ประตูรถฝั่งขวาถูกเปิดออกโดยบอดี้การ์ดสวมสูทสากล ก่อนที่ร่างสูงสง่าของ ชี จะก้าวลงมาด้วยความมั่นใจและสง่างามในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดพิเศษเข้ารูปขับเน้นบุคลิกอันทรงอำนาจและทันทีที่เขายื่นมือหนาออกไปรับร่างบางที่ก้าวตามลงมาจากรถ เสียงชัตเตอร์ของบรรดากล้องนับสิบตัวก็รัวแฟลชใส่ไม่ยั้งราวกับนัดกันไว้ปลายฟ้าปรากฏกายในชุดเดรสยาวเกาะอกผ้าซาตินสีแดงเพลิงผ่าข้างสูงเผยเรียวขาเรียวสวยระหง เครื่องประดับเพชรแท้ระยิบระยับที่ประดับอยู่บนลำคอระหงและข้อมือยิ่งขับให้เธอดูโดดเด่นสะกดทุกสายตาที่พบเห็น รอยยิ้มมั่นใจและท่าทางสง่างามที่เธอฝึกฝนมาเป็นอย่างดีทำให้ไม่มีใครดูออกเลยว่า เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ เธอยังเป็นเพียงเด็กสาวที่ต้องยืนยิ้มรั
ความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในทางเดินลับชั้นบนสุดปะทะเข้ากับผิวเนื้อที่ร้อนผ่าวของปลายฟ้าทันทีที่ร่างของเธอถูกอุ้มผ่านประตูบานทึบเข้าสู่โซนห้องพักส่วนตัว แสงไฟนีออนสลัวสีนวลจากโคมไฟระย้าคริสตัลบนเพดานส่องกระทบกับพื้นพรมหนานุ่มซับเสียงฝีเท้าจนเงียบงัน บรรยากาศรอบตัวในยามนี้ช่างแตกต่างจากความอึกทึกครึกโครมของเลานจ์ด้านล่างอย่างสิ้นเชิง ที่นี่เงียบสงบ ราวกับโลกอีกใบที่ถูกตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก และมีเพียงพวกเขาทั้งสองคนเท่านั้นปลายฟ้ารู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองศึก ความตื่นตระหนกผสมผสานกับความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูผิว เมื่อรู้ว่าเธอกำลังก้าวเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวของ "เสี่ยชี" ผู้ชายที่เปรียบเสมือนเสือร้ายผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ เดรสดำซาตินที่ยับย่นเล็กน้อยจากการถูกรั้งดึงทำให้เธอรู้สึกไร้การป้องกันยิ่งกว่าเดิมชีวางร่างบางลงบนเตียงนอนคิงไซส์ขนาดใหญ่กลางห้องชุดเพนต์เฮาส์หรูอย่างนุ่มนวล แต่ทว่ามั่นคงและไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ขยับหนี ร่างสูงทาบทับลงมาทันทีโดยใช้แขนทั้งสองข้างยันฟูกเตียงไว้ กักขังเธอให้อยู่ใต้ร่างของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องมองลึกลงไปใ
แสงไฟนีออนสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ของเลานจ์หรูระดับไฮเอนด์ใจกลางกรุงเทพมหานคร เสียงดนตรีแจ๊สคลอเบาๆ จากแซกโซโฟนขับเน้นบรรยากาศยามค่ำคืนให้ดูเย้ายวน ลึกลับ และน่าค้นหา กลิ่นอายของน้ำหอมราคาแพงคละเคล้าไปกับกลิ่นไอน้ำแอลกอฮอล์ชั้นดี ลอยอบอวลอยู่ในอากาศที่ถูกควบคุมอุณหภูมิให้เย็นฉ่ำกำลังดีปลายฟ้า ยืนพิงเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนสีดำสนิท ชุดเดรสผ้าซาตินสีดำเข้ารูปแนบเนื้อขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าเย้ายวน สายตาคู่สวยกวาดมองไปรอบห้องอย่างระมัดระวัง แม้รอยยิ้มบนใบหน้าจะดูเป็นมิตรและเป็นกันเองกับลูกค้าที่เดินผ่านไปมา แต่ลึกๆ แล้ว เธอกำลังคำนวณตัวเลขและราคาของค่ำคืนนี้ในหัวสมองอย่างเงียบเชียบ ทุกวินาทีที่เข็มนาฬิกาเดินไปข้างหน้า มีมูลค่าเท่ากับลมหายใจของคนที่เธอรักซึ่งกำลังรอความช่วยเหลืออยู่ที่บ้านในโลกแห่งความเป็นจริงที่โหดร้าย ไม่มีอะไรร่วงหล่นลงมาจากฟ้าฟรีๆ และเธอก็เลือกเส้นทางที่ต้องแลกศักดิ์ศรีบางส่วน เพื่อความอยู่รอดของครอบครัวและน้องชายที่กำลังป่วยหนัก"น้องปลายฟ้า แขกโต๊ะ VIP ด้านในสุดเรียกหาครับ" เสียงของผู้จัดการร้านดังขึ้นใกล้ๆ พร้อมกับสะกิดเบาๆ ที่ไหล่มน รอยยิ้มรู้กันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชา







