Home / โรแมนติก / เสี่ยร้ายพ่ายรัก / บทที่4 เกมล่าอำนาจ (ภาคต่อ)

Share

บทที่4 เกมล่าอำนาจ (ภาคต่อ)

Author: Lee
last update publish date: 2026-07-28 21:18:13

แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านโปร่งสีขาวเนื้อดีเข้ามาภายในเพนต์เฮาส์หรูใจกลางกรุงเทพมหานคร ทัศนียภาพเบื้องล่างคือโค้งน้ำเจ้าพระยาที่ทอประกายระยิบระยับล้อไปกับแสงอาทิตย์ แต่บรรยากาศภายในห้องนอนกว้างขวางกลับไม่ได้อบอุ่นละมุนละไมตามแสงแดดนั้นเลยแม้แต่น้อย

ปลายฟ้านั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งกระจกเงาบานใหญ่ เธอกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวสัมผัสสร้อยเพชรน้ำงามรัตติกาล มูลค่าสองร้อยล้านบาทที่วางอยู่ในกล่องกำมะหยี่สีดำสนิท ประกายสีน้ำเงินเข้มของมันวาววับสะท้อนเข้ากับนัยน์ตากลมโตที่ราบเรียบไร้ความรู้สึก

เหตุการณ์ในงานประมูลเมื่อคืนยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำ ทุกสายตาที่มองมาที่เธอเต็มไปด้วยความอิจฉา รอยยิ้มของชีที่เปี่ยมไปด้วยชัยชนะ และเสียงปรบมือที่กึกก้องราวกับสรรเสริญราชาแห่งความมืด แต่วินาทีที่เธอสบตากับเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก เธอกลับรู้ดีกว่าใคร… สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความรัก และไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง มันคือ "โซ่ทอง" ประดับเพชรที่ถูกล่ามไว้บนข้อมือของเธออย่างแน่นหนาต่างหาก

กร็อก…

เสียงเปิดประตูห้องนอนเบาๆ ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงสง่าของชีที่ก้าวเข้ามาในชุดคลุมอาบน้ำสีเข้ม กลิ่นหอมสะอาดของสบู่และน้ำหอมแบรนด์หรูลอยมาแตะจมูก เขาสวมรองเท้าสลิปเปอร์เดินตรงเข้ามาสวมกอดเธอจากด้านหลัง มือหนาวางทับลงบนไหล่เนียนมน พร้อมกับเกลียวปลายผมยาวสลวยขึ้นมาสูดดมความหอมอย่างหลงใหล

"มองอะไรอยู่นานขนาดนั้น หรือว่ายังตื่นเต้นกับสร้อยเส้นนั้นไม่หาย?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความพึงพอใจในความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ

ปลายฟ้านิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ถูกฝึกฝนมาให้ดูเย้ายวนและว่านอนสอนง่ายในเวลาเดียวกัน เธอหันกลับไปสบตาเขาผ่านกระจกเงา

"ปลายไม่ได้ตื่นเต้นกับสร้อยหรอกค่ะคุณชี…" เธอกล่าวเสียงหวาน นัยน์ตาสุกใสช้อนมองเขาด้วยความออดอ้อน "แต่ปลายกำลังคิดว่า… ของขวัญชิ้นใหญ่ขนาดนี้ เจ้าสัวธนินที่นั่งมองตาเขียวปั๊ดอยู่ฝั่งตรงข้าม คงจะนอนไม่หลับไปทั้งคืนแน่ๆ เลยค่ะ"

ชีหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะท้อนอยู่ในอกกว้าง มือหนาเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวบางของเธอไว้แน่นขึ้น บังคับให้ร่างอรชรแนบชิดติดกับอกแกร่ง

"ปล่อยให้มันอกแตกตายไปซะเถอะ" ชีแค่นเสียงเยาะ "คิดจะเล่นเกมกับฉัน มันยังเร็วกว่านี้อีกสักสิบปี… ส่วนเธอ…" เขาหยุดพูดไปนิดหนึ่ง ก่อนจะก้มลงกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น "ทำตัวให้ดี อยู่ข้างๆ ฉันแบบนี้ แล้วเธอจะได้ทุกอย่างที่ผู้หญิงคนอื่นไม่มีวันได้"

"ค่ะ… ปลายจะเป็นเด็กดีของคุณชีคนเดียว" เธอตอบรับด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน แต่ลึกในใจกลับซ่อนประกายบางอย่างไว้… เด็กดีงั้นเหรอ? น่าเสียดายที่เธอมันเกิดมาเพื่อเป็นผู้ล่า ไม่ใช่ผู้ถูกล่า

ช่วงบ่าย ณ คฤหาสน์หลังใหญ่ริมถนนสุขุมวิท สถานที่พำนักส่วนตัวของ เจ้าสัวธนิน บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวเต็มไปด้วยความตึงเครียดและอึดอัด แจกันกระเบื้องจีนโบราณราคาแพงถูกกวาดลงมากระจายเกลื่อนพื้น เศษซากแตกกระจายสะท้อนถึงความโกรธเกรี้ยวขั้นสุดของเจ้าของห้อง

"ไอ้เด็กเมื่อวานซืน! มันหยามหน้าฉันเกินไปแล้ว!" เจ้าสัวธนินตบโต๊ะทำงานไม้สักทองเสียงดังลั่น ใบหน้าอูมแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจ ดวงตาเล็กหยีเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย

ยืนก้มหน้าสำรวมอยู่เบื้องหน้าคือ "กิตติ" มือขวาคนสนิทและหัวหน้าทีมหน่วยข่าวกรองใต้ดินของเจ้าสัว เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนจะเอ่ยรายงานด้วยเสียงสั่นๆ

"ท่านครับ… ตอนนี้สายของเราที่ฝังตัวอยู่รอบตัวเสี่ยชี รายงานความเคลื่อนไหวล่าสุดมาแล้วครับ ดูเหมือนว่าเสี่ยชีจะไม่ได้ระวังตัวแค่เรื่องธุรกิจปรกติอย่างเดียว แต่ช่วงนี้เขาเริ่มกว้านซื้อหุ้นในเครือโลจิสติกส์ที่เราถือครองอยู่เพื่อเตรียมฮุบกิจการเบ็ดเสร็จด้วยครับ"

เจ้าสัวธนินหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด ความโกรธถูกแทนที่ด้วยความเจ้าเล่ห์และเย็นเยียบ เขารู้ดีว่าจุดอ่อนที่สุดของชีไม่ใช่เรื่องเงินทองหรืออำนาจทางธุรกิจ แต่เป็น "ความประมาท" ที่มักจะเกิดขึ้นเมื่อคนเราคิดว่าตัวเองกุมชัยชนะไว้ทั้งหมด

"แล้วเรื่องผู้หญิงคนนั้นล่ะ… ยัยเด็กเลานจ์ที่ชื่อปลายฟ้า สืบประวัติมาได้ความว่ายังไง?" เจ้าสัวเอ่ยถามเสียงเย็น

"ประวัติเบื้องต้นสะอาดครับ… เป็นเด็กกำพร้า เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ส่งเสียตัวเองเรียนจนกระทั่งสะดุดหนี้สินแล้วหลุดเข้าไปทำงานในเลานจ์หรูที่เสี่ยชีไปพบเข้า ไม่มีเบื้องหลังทางการเมืองหรือเชื่อมโยงกับกลุ่มธุรกิจอื่น… พูดง่ายๆ คือ เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่โชคดีจับพลัดจับผลูขึ้นมาบินสูงครับท่าน" กิตติรายงานตามข้อมูลที่สืบมา

เจ้าสัวธนินแค่นเสียงหัวเราะหึๆ ในลำคอ แววตาฉายประกายอำมหิต

"ผู้หญิงธรรมดาที่ไหนจะกล้าต่อปากต่อคำกับฉันต่อหน้าสื่อมวลชนนับร้อยคนแบบนั้น… อย่าประมาทเด็ดขาดกิตติ หมากตัวนี้อาจจะไม่ใช่แค่ดอกไม้ประดับบารมีธรรมดา แต่อาจจะเป็น มีดสั้น ที่ซ่อนอยู่หลังเสื้อสูทของเสี่ยชีก็ได้" เจ้าสัวเว้นจังหวะไปชั่วครู่ ก่อนจะสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "ไปสืบหาจุดอ่อนของเด็กคนนี้ให้เจอ ทุกคนย่อมมีอดีตที่ไม่อยากขุดคุ้ยขึ้นมาทั้งนั้น… ถ้าเราทำลายความมั่นใจของเสี่ยชีผ่านผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ อย่างน้อยเราก็ต้องดึงเธอมาเป็นพวก หรือไม่ก็… ทำให้เธอเป็นจุดจบของมันซะ!"

"รับทราบครับท่าน ผมจะจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด" กิตติโค้งตัวรับคำสั่งก่อนจะเดินถอยหลังออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ

สองสัปดาห์ต่อมา ณ โรงแรมในเครือทีเอช กรุ๊ป ของชี มีการจัดประชุมลับระดับผู้บริหารและนักลงทุนรายใหญ่เพื่อลงนามในสัญญาความร่วมมือโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์มูลค่าหลายพันล้านบาท บรรยากาศในห้องประชุมเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด เอกสารกองโตถูกวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะประชุมตัวยาว

ปลายฟ้านั่งเคียงข้างชีในฐานะเลขาฯ ส่วนตัวและผู้ติดตามใกล้ชิด เธอสวมชุดสูทกระโปรงเข้ารูปสีเทาเข้มดูภูมิฐาน ผมยาวถูกรวบตึงเป็นหางม้าเรียบร้อย ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบาแต่เฉี่ยวคม ทุกกิริยาท่าทางของเธอแสดงออกถึงความคล่องแคล่วและชาญฉลาด จนบรรดานักลงทุนหลายคนอดไม่ได้ที่จะชื่นชมในความสามารถของเธอ

"เรียบร้อยครับเสี่ยชี… เซ็นสัญญาฉบับนี้เสร็จ โปรเจกต์ฝั่งริมแม่น้ำก็จะเป็นของเราแบบเบ็ดเสร็จ 100% คู่แข่งอย่างเจ้าสัวธนินไม่มีทางพลิกเกมกลับมาได้อีกแน่นอน" ผู้บริหารฝ่ายกฎหมายกล่าวด้วยรอยยิ้มโล่งใจ

ชียกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ มือหนายื่นมือไปตบไหล่ผู้บริหารเบาๆ ก่อนจะเซ็นชื่อลงในเอกสารฉบับสุดท้ายอย่างมั่นใจ

"ดีมาก… จัดการเอกสารให้เรียบร้อย แล้วส่งสำเนาให้ผมช่วงค่ำนี้" ชีสั่งการเสียงเรียบ

ทว่า… ในจังหวะที่ทุกคนกำลังผ่อนคลายและเตรียมตัวเก็บข้าวของออกจากห้องประชุม จู่ๆ หน้าจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับระบบส่วนกลางของห้องก็เกิดกระพริบวาบขึ้นมา ภาพกราฟิกธุรกิจที่กำลังฉายอยู่ถูกตัดสัญญาณอย่างกะทันหัน กลายเป็นหน้าจอสีดำสนิท

ติ๊ด…

เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ภาพวิดีโอชุดหนึ่งจะปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง

ภาพในวิดีโอคือห้องพักรับรองวีไอพีแห่งหนึ่ง ปรากฏภาพของ ผู้บริหารระดับสูงสามคนของทีเอช กรุ๊ป กำลังรับมอบกระเป๋าเอกสารใบโตที่เต็มไปด้วยธนบัตรปึกหนาจากมือของคนสนิทของเจ้าสัวธนิน พร้อมกับเสียงสนทนาที่ชัดเจนแจ่มแจ้งเกี่ยวกับการ "ปล่อยข้อมูลลับทางธุรกิจ" และ "การฮุบสัมปทานประมูล" ให้กับฝั่งตรงข้าม

พรึบ!

สีหน้าของผู้บริหารทั้งสามคนที่นั่งอยู่ในห้องประชุมเปลี่ยนเป็นซีดเผือกราวกับกระดาษ ไรเลือดบนใบหน้าหายวับไปกับตา เหงื่อกาฬไหลซึมลงมาตามขมับอย่างควบคุมไม่ได้

ชีตวัดสายตากลับไปมองหน้าผู้บริหารทั้งสามคนทันที รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างน่ากลัว บอดี้การ์ดสองคนที่ยืนอยู่หน้าประตูก้าวเข้ามาล็อกตัวบุคคลทั้งสามไว้โดยไม่ต้องรอคำสั่ง

"นี่มันหมายความว่ายังไง…?" ชีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงต่ำทุบกระดูก สรรพนามและน้ำเสียงราบเรียบนั้นน่ากลัวเสียยิ่งกว่าการตะคอกเสียงดัง

"เสี่ย… เสี่ยครับ! อย่าเพิ่งเชื่อนะครับ มันเป็นตัดต่อ! มันเป็นภาพตัดต่อปลอมแปลงขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายพวกเรา!" หนึ่งในผู้บริหารแก้ตัวเสียงสั่นเทา

แต่ก่อนที่ชีจะทันได้เอ่ยคำพิพากษาใดๆ ปลายฟ้าก็ลุกขึ้นยืนช้าๆ เอกสารในมือถูกวางลงบนโต๊ะเสียงดัง ปึก! เรียกสายตาทุกคู่ในห้องให้หันมามองเธอเป็นตาเดียว

นัยน์ตากลมโตของปลายฟ้าไม่ได้มีความตกใจเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม… มันเต็มไปด้วยความนิ่งสงบ เยือกเย็น และคมกริบราวกับคมมีดที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้ม

"ภาพตัดต่ออย่างนั้นเหรอคะท่านผู้บริหาร…?" ปลายฟ้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใสแต่กังวานก้องไปทั่วห้อง เธอหยิบแท็บเล็ตส่วนตัวขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอแล้วสไลด์นิ้วส่งข้อมูลชุดหนึ่งไปยังหน้าจอหลักทันที "งั้นรบกวนดูไฟล์บันทึกเส้นทางการเงินจากบัญชีลับที่จดทะเบียนในชื่อนอมินีฮ่องกง เมื่อสามวันที่ผ่านมานี้ด้วยนะคะ ว่าตรงกับหมายเลขบัญชีส่วนตัวของพวกคุณทั้งสามคนพอดีเป๊ะเลยหรือเปล่า?"

ข้อมูลตัวเลขบัญชีธนาคาร ชื่อผู้รับ และสลิปโอนเงินสดหลายสิบล้านบาทปรากฏหราขึ้นบนหน้าจอโปรเจกต์เตอร์อย่างชัดเจน หลักฐานมัดตัวแน่นหนาจนดิ้นไม่หลุด ผู้บริหารทั้งสามคนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันทีด้วยความหมดหนทางสู้

ชีหันขวับมามองหน้าปลายฟ้า ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจระคนทึ่ง เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า… ในขณะที่เขากำลังโฟกัสเกมใหญ่กับเจ้าสัวธนิน ผู้หญิงคนนี้กลับแอบเคลื่อนไหวสืบสวนและเจาะข้อมูลลับของพวกหนอนกระสือเหล่านี้จนหมดเปลือกตั้งแต่เมื่อไหร่

"เธอ… ไปเอาข้อมูลพวกนี้มาจากไหน?" ชีหันมาเอ่ยถามเธอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความสงสัย

ปลายฟ้าหันมาสบตาเขา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือออดอ้อนเหมือนทุกครั้ง แต่เป็นรอยยิ้มของผู้ร่วมเล่นเกมที่มีอำนาจทัดเทียมกัน

"ความลับค่ะคุณชี…" ปลายฟ้ากระซิบบอกเบาๆ ก่อนจะหันไปมองหน้าผู้บริหารที่กำลังสั่นกลัว "คนทรยศ… ต่อให้ระวังตัวแค่ไหน ก็มักจะทิ้งร่องรอยไว้เสมอแหละค่ะ และเผอิญว่า… ปลายตาไวพอที่จะมองเห็นมันก่อนที่พวกมันจะทันได้แทงข้างหลังคุณชีก็เท่านั้นเอง"

ตกดึกคืนเดียวกัน ภายในห้องทำงานส่วนตัวของเพนต์เฮาส์หรู

บรรยากาศเงียบสงบหลังจากจัดการส่งตัวหนอนบ่อนไส้ทั้งสามคนไปให้หน่วยจัดการพิเศษของชีจัดการขั้นเด็ดขาดเรียบร้อยแล้ว แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบใบหน้าคมคายของชีที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ สายตาคมกริบจ้องมองร่างบางที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ริมหน้าต่างกระจกใส มองออกไปยังวิวกรุงเทพมหานครยามค่ำคืน

"เธอทำให้ฉันประหลาดใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าจริงๆ ปลายฟ้า…" ชีเอ่ยทำลายความเงียบขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง "เด็กสาวจากเลานจ์มืดๆ คนนั้น หายตัวไปตั้งแต่เมื่อไหร่… เหลือไว้แต่ผู้หญิงที่ฉลาดเป็นกรดและเด็ดขาดคนนี้เนี่ยนะ?"

ปลายฟ้าค่อยๆ หันกลับมามองเขา รอยยิ้มจางๆ ประดับอยู่บนเรียวปากสวย เธอก้าวเท้าเดินช้าๆ เข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา ก่อนจะโน้มตัวลงใช้ปลายนิ้วเรียวเชยคางของชายหนุ่มขึ้นมาสบตาตรงๆ

"ไม่มีใครหายไปไหนหรอกค่ะคุณชี… เพียงแต่ คนเราถ้าอยากจะยืนอยู่ข้างๆ ราชาแห่งความมืดอย่างคุณ ปลายจะทำตัวเป็นแค่ดอกไม้ประดับแจกันที่รอวันเหี่ยวเฉาไม่ได้หรอกค่ะ?" เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลัง "ปลายเรียนรู้… และปลายก็เลือกที่จะเป็น 'ผู้ล่า' ไปพร้อมๆ กับคุณ ไม่ใช่เหยื่อที่จะให้ใครมาเหยียบย่ำ"

ชีจ้องมองแววตากลมโตคู่นั้น แววตาที่ไม่เคยมีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความมั่นใจ ความทะเยอทะยาน และประกายไฟแห่งอำนาจที่ลุกโชนสะท้อนอยู่ในนั้น

ริมฝีปากหยักยกยิ้มกว้างขึ้น รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจอย่างถึงที่สุด มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางแล้วกระชากร่างเธอลงมานั่งตักแกร่งทันที แรงปะทะนั้นทำให้ปลายฟ้าอุทานเบาๆ ก่อนที่วงแขนแข็งแรงจะโอบรัดเอวเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก

"เธอช่างอันตรายเสียจริง… แม่แมวน้อยของฉัน" ชีหัวเราะในลำคอด้วยความชอบใจ ดวงตาคมกริบพินิจมองเรือนร่างเย้ายวนและใบหน้าเฉี่ยวคมของเธอ "แบบนี้สิ ถึงจะคู่ควรกับฉัน… เกมล่าอำนาจระหว่างฉันกับเจ้าสัวธนินต่อจากนี้ คงจะสนุกขึ้นเป็นกอง เมื่อมีเธอมายืนอยู่ข้างๆ ในฐานะ 'คู่หู' ไม่ใช่แค่ของเล่น"

ปลายฟ้าส่งยิ้มยั่วยวนกลับไป มือเรียวเล็กยกขึ้นคล้องคอแกร่งของเขา แกล้งใช้นิ้วลากไล้เบาๆ บริเวณปกเสื้อสูทอย่างหยอกเย้า

"ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะค่ะคุณชี… บางที คนที่ถือไพ่เหนือกว่าในตอนท้าย อาจจะไม่ใช่คุณก็ได้นะคะ"

ชีหัวเราะลั่นห้องด้วยความชอบใจ เขาโน้มใบหน้าลงมาประทับจุมพิตหนักแน่นบนเรียวปากอิ่มของเธอ รสจูบที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน ความท้าทาย และเกมอำนาจที่ไม่มีวันสิ้นสุด

ในค่ำคืนนี้… เกมล่าอำนาจได้ขยับขึ้นไปอีกขั้นแล้ว และหมากทุกตัวบนกระดานก็พร้อมที่จะห้ำหันกันจนกว่าจะรู้ผลว่า ใครคือผู้ครองบัลลังก์ที่แท้จริงแต่เพียงผู้เดียว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เสี่ยร้ายพ่ายรัก   บทที่5 พยัคฆ์ซ่อนเล็บ

    แสงไฟนีออนจากตึกระฟ้าสะท้อนระยิบระยับผ่านกระจกใสบานใหญ่ของเพนต์เฮาส์หรู ภายในห้องนอนกว้างขวางถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบสงบอันชวนให้หัวใจเต้นระส่ำ ทว่าบรรยากาศรอบกายของคนทั้งสองกลับเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้าปลายฟ้านั่งอยู่บนตักแกร่งของชี องศาการแนบชิดทำให้เธอรับรู้ถึงไออุ่นและมัดกล้ามเนื้อที่เต็มไปด้วยพละกำลังภายใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดี ดวงตากลมโตคู่สวยมองลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของชายหนุ่มที่เปรียบดั่งราชาแห่งความมืด ทว่าในเวลานี้ แววตาของเขากลับไม่ได้มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความปรารถนาอันร้อนแรงที่ฉายชัดราวกับเปลวเพลิง"เธอทำให้ฉันประหลาดใจครั้งแล้วครั้งเล่า ปลายฟ้า..." ชีเอ่ยเสียงทุ้มต่ำชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนเธอนึกเสียวสันหลังวาบ "จากผู้หญิงที่ฉันเคยคิดว่าเป็นแค่ดอกไม้ประดับแจกันชั่วคราว ตอนนี้เธอกลับกลายเป็นแม่เสือสาวที่กางเล็บขู่ศัตรูได้อย่างน่าทึ่ง... บอกฉันหน่อยสิว่า ยังมีเรื่องไหนอีกบ้างที่เธอยังปิดบังฉันไว้?"ปลายฟ้ายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทั้งเย้ายวนและท้าทายในคราวเดียวกัน มือเรียวบางที่คล้องคอเขาอยู่แกล้งใช้นิ้วลากไ

  • เสี่ยร้ายพ่ายรัก   บทที่4 เกมล่าอำนาจ (ภาคต่อ)

    แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านโปร่งสีขาวเนื้อดีเข้ามาภายในเพนต์เฮาส์หรูใจกลางกรุงเทพมหานคร ทัศนียภาพเบื้องล่างคือโค้งน้ำเจ้าพระยาที่ทอประกายระยิบระยับล้อไปกับแสงอาทิตย์ แต่บรรยากาศภายในห้องนอนกว้างขวางกลับไม่ได้อบอุ่นละมุนละไมตามแสงแดดนั้นเลยแม้แต่น้อยปลายฟ้านั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งกระจกเงาบานใหญ่ เธอกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวสัมผัสสร้อยเพชรน้ำงามรัตติกาล มูลค่าสองร้อยล้านบาทที่วางอยู่ในกล่องกำมะหยี่สีดำสนิท ประกายสีน้ำเงินเข้มของมันวาววับสะท้อนเข้ากับนัยน์ตากลมโตที่ราบเรียบไร้ความรู้สึกเหตุการณ์ในงานประมูลเมื่อคืนยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำ ทุกสายตาที่มองมาที่เธอเต็มไปด้วยความอิจฉา รอยยิ้มของชีที่เปี่ยมไปด้วยชัยชนะ และเสียงปรบมือที่กึกก้องราวกับสรรเสริญราชาแห่งความมืด แต่วินาทีที่เธอสบตากับเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก เธอกลับรู้ดีกว่าใคร… สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความรัก และไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง มันคือ "โซ่ทอง" ประดับเพชรที่ถูกล่ามไว้บนข้อมือของเธออย่างแน่นหนาต่างหากกร็อก…เสียงเปิดประตูห้องนอนเบาๆ ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงสง่าของชีที่ก้าวเข้ามาในชุดคลุมอาบน้ำสีเข้ม กลิ่นหอมสะอาดของสบู่และน้ำหอม

  • เสี่ยร้ายพ่ายรัก   บทที่3 เกมล่าอำนาจ

    แสงไฟแฟลชจากสื่อมวลชนและช่างภาพอิสระสาดส่องระยิบระยับบริเวณทางเข้าโรงแรมหรูระดับห้าดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยา คืนนี้คือค่ำคืนของการจัดงานประมูลอัญมณีและเครื่องเพชรการกุศลประจำปี ซึ่งรวบรวมเหล่าบรรดาไฮโซ นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล และบุคคลเบื้องหน้าเบื้องหลังชื่อดังของประเทศมาไว้ด้วยกันอย่างคับคั่งรถยนต์โรลส์รอยซ์สีดำสนิทคันหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบหน้าพรมแดงอย่างนุ่มนวล ประตูรถฝั่งขวาถูกเปิดออกโดยบอดี้การ์ดสวมสูทสากล ก่อนที่ร่างสูงสง่าของ ชี จะก้าวลงมาด้วยความมั่นใจและสง่างามในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดพิเศษเข้ารูปขับเน้นบุคลิกอันทรงอำนาจและทันทีที่เขายื่นมือหนาออกไปรับร่างบางที่ก้าวตามลงมาจากรถ เสียงชัตเตอร์ของบรรดากล้องนับสิบตัวก็รัวแฟลชใส่ไม่ยั้งราวกับนัดกันไว้ปลายฟ้าปรากฏกายในชุดเดรสยาวเกาะอกผ้าซาตินสีแดงเพลิงผ่าข้างสูงเผยเรียวขาเรียวสวยระหง เครื่องประดับเพชรแท้ระยิบระยับที่ประดับอยู่บนลำคอระหงและข้อมือยิ่งขับให้เธอดูโดดเด่นสะกดทุกสายตาที่พบเห็น รอยยิ้มมั่นใจและท่าทางสง่างามที่เธอฝึกฝนมาเป็นอย่างดีทำให้ไม่มีใครดูออกเลยว่า เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ เธอยังเป็นเพียงเด็กสาวที่ต้องยืนยิ้มรั

  • เสี่ยร้ายพ่ายรัก   บทที่2 พันธนาการแห่งราตรี

    ความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในทางเดินลับชั้นบนสุดปะทะเข้ากับผิวเนื้อที่ร้อนผ่าวของปลายฟ้าทันทีที่ร่างของเธอถูกอุ้มผ่านประตูบานทึบเข้าสู่โซนห้องพักส่วนตัว แสงไฟนีออนสลัวสีนวลจากโคมไฟระย้าคริสตัลบนเพดานส่องกระทบกับพื้นพรมหนานุ่มซับเสียงฝีเท้าจนเงียบงัน บรรยากาศรอบตัวในยามนี้ช่างแตกต่างจากความอึกทึกครึกโครมของเลานจ์ด้านล่างอย่างสิ้นเชิง ที่นี่เงียบสงบ ราวกับโลกอีกใบที่ถูกตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก และมีเพียงพวกเขาทั้งสองคนเท่านั้นปลายฟ้ารู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองศึก ความตื่นตระหนกผสมผสานกับความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูผิว เมื่อรู้ว่าเธอกำลังก้าวเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวของ "เสี่ยชี" ผู้ชายที่เปรียบเสมือนเสือร้ายผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ เดรสดำซาตินที่ยับย่นเล็กน้อยจากการถูกรั้งดึงทำให้เธอรู้สึกไร้การป้องกันยิ่งกว่าเดิมชีวางร่างบางลงบนเตียงนอนคิงไซส์ขนาดใหญ่กลางห้องชุดเพนต์เฮาส์หรูอย่างนุ่มนวล แต่ทว่ามั่นคงและไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ขยับหนี ร่างสูงทาบทับลงมาทันทีโดยใช้แขนทั้งสองข้างยันฟูกเตียงไว้ กักขังเธอให้อยู่ใต้ร่างของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องมองลึกลงไปใ

  • เสี่ยร้ายพ่ายรัก   บทที่1 เงาในราตรี

    แสงไฟนีออนสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ของเลานจ์หรูระดับไฮเอนด์ใจกลางกรุงเทพมหานคร เสียงดนตรีแจ๊สคลอเบาๆ จากแซกโซโฟนขับเน้นบรรยากาศยามค่ำคืนให้ดูเย้ายวน ลึกลับ และน่าค้นหา กลิ่นอายของน้ำหอมราคาแพงคละเคล้าไปกับกลิ่นไอน้ำแอลกอฮอล์ชั้นดี ลอยอบอวลอยู่ในอากาศที่ถูกควบคุมอุณหภูมิให้เย็นฉ่ำกำลังดีปลายฟ้า ยืนพิงเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนสีดำสนิท ชุดเดรสผ้าซาตินสีดำเข้ารูปแนบเนื้อขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าเย้ายวน สายตาคู่สวยกวาดมองไปรอบห้องอย่างระมัดระวัง แม้รอยยิ้มบนใบหน้าจะดูเป็นมิตรและเป็นกันเองกับลูกค้าที่เดินผ่านไปมา แต่ลึกๆ แล้ว เธอกำลังคำนวณตัวเลขและราคาของค่ำคืนนี้ในหัวสมองอย่างเงียบเชียบ ทุกวินาทีที่เข็มนาฬิกาเดินไปข้างหน้า มีมูลค่าเท่ากับลมหายใจของคนที่เธอรักซึ่งกำลังรอความช่วยเหลืออยู่ที่บ้านในโลกแห่งความเป็นจริงที่โหดร้าย ไม่มีอะไรร่วงหล่นลงมาจากฟ้าฟรีๆ และเธอก็เลือกเส้นทางที่ต้องแลกศักดิ์ศรีบางส่วน เพื่อความอยู่รอดของครอบครัวและน้องชายที่กำลังป่วยหนัก"น้องปลายฟ้า แขกโต๊ะ VIP ด้านในสุดเรียกหาครับ" เสียงของผู้จัดการร้านดังขึ้นใกล้ๆ พร้อมกับสะกิดเบาๆ ที่ไหล่มน รอยยิ้มรู้กันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status