Se connecterแสงไฟนีออนจากตึกระฟ้าสะท้อนระยิบระยับผ่านกระจกใสบานใหญ่ของเพนต์เฮาส์หรู ภายในห้องนอนกว้างขวางถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบสงบอันชวนให้หัวใจเต้นระส่ำ ทว่าบรรยากาศรอบกายของคนทั้งสองกลับเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า
ปลายฟ้านั่งอยู่บนตักแกร่งของชี องศาการแนบชิดทำให้เธอรับรู้ถึงไออุ่นและมัดกล้ามเนื้อที่เต็มไปด้วยพละกำลังภายใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดี ดวงตากลมโตคู่สวยมองลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของชายหนุ่มที่เปรียบดั่งราชาแห่งความมืด ทว่าในเวลานี้ แววตาของเขากลับไม่ได้มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความปรารถนาอันร้อนแรงที่ฉายชัดราวกับเปลวเพลิง "เธอทำให้ฉันประหลาดใจครั้งแล้วครั้งเล่า ปลายฟ้า..." ชีเอ่ยเสียงทุ้มต่ำชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนเธอนึกเสียวสันหลังวาบ "จากผู้หญิงที่ฉันเคยคิดว่าเป็นแค่ดอกไม้ประดับแจกันชั่วคราว ตอนนี้เธอกลับกลายเป็นแม่เสือสาวที่กางเล็บขู่ศัตรูได้อย่างน่าทึ่ง... บอกฉันหน่อยสิว่า ยังมีเรื่องไหนอีกบ้างที่เธอยังปิดบังฉันไว้?" ปลายฟ้ายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทั้งเย้ายวนและท้าทายในคราวเดียวกัน มือเรียวบางที่คล้องคอเขาอยู่แกล้งใช้นิ้วลากไล้เส้นผมหนานุ่มอย่างถือดี "ความลับคือเสน่ห์ของผู้หญิงนะคะคุณชี... ถ้าคุณรู้หมดทุกเรื่องตั้งแต่ตอนนี้ เกมมันก็หมดสนุกแย่สิคะ" เธอกระซิบตอบเสียงหวานฉ่ำ แววตาสุกใสระยิบระยับไปด้วยความเจ้าเล่ห์ "อีกอย่าง... ที่ปลายต้องรอบคอบขนาดนั้น ก็เพราะปลายไม่อยากเป็นตัวถ่วงเวลาที่คุณต้องลงสนามรบกับเจ้าสัวธนินต่างหากล่ะคะ" คำพูดของเธอทำให้ชีหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ มือหนาเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวบางของเธอไว้แน่นขึ้น บังคับให้แผ่นหลังนุ่มแนบสนิทไปกับอกแกร่งอย่างไร้ช่องว่าง แรงกดดันจากอ้อมกอดนั้นเต็มไปด้วยความแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน "เธอไม่ได้เป็นแค่ตัวถ่วง... และไม่เคยเป็นแค่ของเล่น" ชีเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น ดวงตาคมกริบจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เผยอยิ้มน้อยๆ "จำคำพูดของฉันเอาไว้ให้ดี ปลายฟ้า... ในโลกใบนี้ ต่อให้คนทั้งโลกจะหันหลังให้เธอ หรือต่อให้เจ้าสัวธนินจะขุดหลุมฝังเธอร้อยครั้ง ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนกางปีกปกป้องเธอ และเหยียบย่ำทุกคนที่กล้าแตะต้องเธอให้จมดิน" หัวใจของปลายฟ้ากระตุกวูบไปชั่วขณะ ความรู้สึกบางอย่างที่แปลกประหลาดตีรวนขึ้นมาในอก แม้เธอจะรู้ดีว่าความสัมพันธ์ของพวกเขามันเริ่มต้นมาจาก "โซ่ทอง" แห่งผลประโยชน์และการแลกเปลี่ยน แต่ทว่า... คำประกาศกร้าวที่เต็มไปด้วยความจริงจังและดิบเถื่อนของชายหนุ่มตรงหน้า กลับสั่นคลอนเกราะกำบังอันเย็นชาที่เธอสร้างขึ้นมาตลอดชีวิตได้อย่างง่ายดาย นี่น่ะหรือ... หัวใจของเสี่ยชีผู้ขึ้นชื่อว่าไม่เคยชายตาแลผู้หญิงคนไหนเกินหนึ่งคืน? "ถ้าอย่างนั้น..." ปลายฟ้ากระซิบแผ่วเบา นัยน์ตาสื่อประกายความหวานเชื่อมที่หาดูได้ยาก "คุณชีก็ต้องสัญญาค่ะ... ว่าจะไม่ยอมแพ้ใครหน้าไหนทั้งนั้นบนกระดานนี้ เพราะถ้าคุณแพ้ ปลายเองก็จะไม่มีทางรอดเหมือนกัน" "ฉันไม่เคยแพ้ใคร... โดยเฉพาะกับไอ้แก่ใกล้ลงโลงอย่างเจ้าสัวธนิน" ชีแค่นเสียงเหยียดหยาม ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ "แต่ตอนนี้... สงครามระหว่างฉันกับมันพักไว้ก่อน สิ่งสำคัญกว่ากำลังรอเราอยู่ตรงหน้าต่างหาก" สิ้นคำพูดนั้น ชีก็ไม่ปล่อยให้เธอได้ทันตั้งตัว มือหนาช้อนอุ้มร่างอรชรลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนปลายฟ้าต้องรีบกระชับกอดรอบคอเขาไว้แน่นด้วยความตกใจ เสียงอุทานหวานหลุดออกมาเบาๆ ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกวางลงบนเตียงนอนนุ่มนวลขนาดใหญ่กลางห้อง แสงไฟสลัวจากภายนอกสาดส่องเข้ามาทาบทับเงาร่างของคนทั้งสอง ชีทาบทับลงมาด้วยเรือนร่างสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจ ดวงตาคมกริบพินิจมองใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ระเรื่อด้วยสีเลือดฝาดจางๆ ความเงียบงันภายในห้องถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่เริ่มกระชั้นชิด ริมฝีปากหยักก้มลงประทับจุมพิตหนักแน่นบนเรียวปากอิ่มของเธอทันที รสจูบครั้งนี้ไม่ได้ดิบเถื่อนหรือเร่งรีบเหมือนครั้งแรกๆ ที่พวกเขาพบกัน แต่มันกลับเต็มไปด้วยความลึกซึ้ง ความโหยหา และการประกาศตัวตนว่าเธอกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเขาอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ปลายฟ้ารับสัมผัสร้อนรุ่มนั้นด้วยความเต็มใจ มือเรียวเล็กเลื่อนขึ้นสางผมหนาของเขา ปล่อยให้ความหอมหวานและกลิ่นอายความอบอุ่นเข้าโอบล้อมหัวใจที่เคยโดดเดี่ยวมาตลอด ในค่ำคืนที่พายุแห่งอำนาจกำลังก่อตัวขึ้นภายนอก ภายในอ้อมกอดอันแข็งแกร่งนี้ กลับกลายเป็นป้อมปราการแห่งความรักและพันธะสัญญาที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย... เช้าวันใหม่มาเยือนพร้อมกับแสงแดดจัดจ้านที่สาดส่องเข้ามายังคฤหาสน์หลังใหญ่ริมถนนสุขุมวิท บรรยากาศภายในห้องทำงานของเจ้าสัวธนินกลับมืดมนและเย็นยะเยือกยิ่งกว่าห้องใต้ดิน เอกสารรายงานความล้มเหลวของแผนการปล่อยคลิปฉาวถูกวางกองอยู่บนโต๊ะทำงานไม้สักทอง เจ้าสัวธนินนั่งหน้าดำคร่ำเครียด ใบหน้าอูมแดงบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่สะสมจนระเบิดออกมา "ไอ้พวกสวะ! แค่แผนการตื้นๆ แค่นี้ก็ยังปล่อยให้เด็กเมื่อวานซืนจับไต๋ได้จนหมดรูป!" เจ้าสัวธนินตบโต๊ะเสียงดังลั่นจนแจกันหยกสั่นสะเทือน "แกทำอะไรอยู่กิตติ! ทำไมถึงปล่อยให้ยัยเด็กนั่นตัดหน้าเราได้ทุกก้าว!" กิตติ มือขวาคนสนิท ยืนก้มหน้าตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เขาซับเหงื่อตามขมับก่อนจะรีบเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก "ท่านครับ... ตอนนี้ทางฝั่งเสี่ยชีเริ่มเคลื่อนไหวรุกหนักแล้วครับ พวกเขาไม่ได้แค่จัดการหนอนบ่อนไส้ในบริษัทอย่างเดียว แต่ตอนนี้ทีมกฎหมายของทีเอช กรุ๊ป กำลังทยอยฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัทในเครือของเราทีละแห่ง สภาพคล่องของเราเริ่มสั่นคลอนแล้วครับท่าน!" เจ้าสัวธนินกัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสันนูน ดวงตาเล็กหยีเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย เขารู้ตัวดีว่าหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ต่อไป อาณาจักรธุรกิจที่เขาสร้างมาทั้งชีวิตอาจจะต้องพังทลายลงด้วยน้ำมือของเด็กหนุ่มรุ่นลูกอย่างชีและผู้หญิงคนนั้น "ฉันไม่มีทางยอมให้มันจบแบบนี้แน่..." เจ้าสัวธนินแค่นเสียงลอดไรฟัน แววตาฉายประกายอำมหิต"ในเมื่อเกมธุรกิจมันเล่นงานมันไม่ได้ผล... เราก็ต้องใช้ 'วิธีนอกตำรา' จัดการขั้นเด็ดขาด!" "ท่านหมายถึง...?" กิตติเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "ไปติดต่อมือปืนฝีมือดีที่สุดจากชายแดนเหนือมา..." เจ้าสัวธนินสั่งการด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม "จัดการเก็บยัยเด็กปลายฟ้าซะ! เมื่อไม่มีแม่แมวน้อยคอยหนุนหลังและเป็นสมองกลคอยแก้เกมให้ เสี่ยชีก็จะกลายเป็นเสือตาบอดที่รอวันขย้ำเท่านั้น... ลงมือให้เร็วที่สุด อย่าให้พลาดเด็ดขาด!" "รับทราบครับท่าน ผมจะจัดการให้เรียบร้อย" กิตติโค้งตัวรับคำสั่งด้วยความยำเกรง ก่อนจะรีบเร่งฝีเท้าออกจากห้องเพื่อไปปฏิบัติภารกิจมืดทันที ตัดกลับมาที่สำนักงานใหญ่ทีเอช กรุ๊ป ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของชีเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย เอกสารงานโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ถูกเคลียร์จนเสร็จสิ้น ปลายฟ้าในชุดสูทสีขาวสะอาดตากำลังยืนจัดเตรียมแฟ้มงานอยู่ใกล้โต๊ะทำงาน โดยมีสายตาคมกริบของชีคอยมองตามทุกย่างก้าวด้วยความหลงใหล "เหนื่อยไหม?" เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้น พร้อมกับร่างสูงที่ลุกขึ้นเดินเข้ามาสวมกอดเธอจากด้านหลัง วงแขนแกร่งโอบรอบเอวบางไว้หลวมๆ ปลายคางได้รูปเกยลงบนลาดไหล่เนียนมน "ถ้าตอบว่าเหนื่อย คุณชีจะยอมให้ปลายหยุดงานสักอาทิตย์ไหมล่ะคะ?" ปลายฟ้าแกล้งเอ่ยหยอกล้อ ใบหน้าสวยหันไปสบตาเขาพร้อมรอยยิ้มซุกซน "หนึ่งอาทิตย์คงไม่ได้..." ชีหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะกระซิบชิดใบหู "ให้ได้มากที่สุดก็คือเย็นนี้... ฉันจะพาเธอไปดินเนอร์ใต้แสงเทียนที่ร้านอาหารบนดาดฟ้าตึกที่สูงที่สุดในกรุงเทพฯ เป็นการฉลองชัยชนะที่เราซัดหน้าเจ้าสัวธนินจนมุมเมื่อวาน" "ฟังดูน่าสนใจดีนี่คะ..." ปลายฟ้ายิ้มรับอย่างอารมณ์ดี ทว่าในวินาทีนั้นเอง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ถูกฝึกฝนมาในโลกสีเทากลับส่งเสียงเตือนภัยขึ้นในหัวอย่างกะทันหัน เปรี้ยง! เสียงกระจกหน้าต่างห้องทำงานแตกกระจายเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะของกระสุนปืนไรเฟิลเจาะทะลุกระจกกันกระสุนเข้ามาเฉียดหัวไหล่ของชีไปเพียงนิดเดียว! "ระวังตัวค่ะคุณชี!" ปลายฟ้ากรีดร้องด้วยความตกใจ ร่างบางพุ่งเข้าไปกระชากตัวชีให้หลบพ้นวิถีกระสุนนัดที่สองที่ตามมาติดๆ แรงกระแทกทำให้ทั้งคู่ล้มกลิ้งลงไปหลบอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้อย่างหวุดหวิด ปัง! ปัง! ปัง! เสียงกระสุนนัดต่อๆ ไปรัวยิงเข้ามาจากตึกสูงฝั่งตรงข้ามอย่างต่อเนื่อง เศษกระจกและเศษข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น บอดี้การ์ดหน้าห้องนับสิบคนรีบวิ่งกรูเข้ามาในห้องพร้อมกับชักอาวุธปืนประจำกายขึ้นตั้งรับและตะโกนรายงานสถานการณ์ "ท่านครับ! มีมือปืนซุ่มยิงจากตึกฝั่งตรงข้าม คาดว่าเป็นทีมมืออาชีพครับ!" บอดี้การ์ดหัวหน้าทีมตะโกนรายงานเสียงดังลั่น ชีขบกรามแน่นด้วยความโกรธกริ้ว รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยโทสะ แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจยิ่งกว่าเสียงปืนก็คือ การที่เห็นปลายฟ้าเอาตัวเข้ามารับความเสี่ยงเพื่อปกป้องเขาเมื่อครู่ "เธอเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ปลายฟ้า?!" ชีหันมาสำรวจเนื้อตัวเธอด้วยความร้อนรน มือหนารีบจับไหล่บางทั้งสองข้างเพื่อตรวจดูบาดแผล "ปลายไม่เป็นไรค่ะ..." ปลายฟ้าส่ายหัวปฏิเสธ แม้ใบหน้าจะซีดเผือกเล็กน้อยด้วยความตกใจ แต่แววตากลับฉายประกายความเยือกเย็นและเด็ดขาดอย่างไม่น่าเชื่อ "เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่แค่คุณ... แต่มันตั้งใจจะกำจัดปลาย เพื่อตัดแขนตัดขาคุณต่างหากล่ะคะ" ชีฟังคำพูดนั้นแล้วนัยน์ตาก็ยิ่งวาวโรจน์ด้วยความแค้น เจ้าสัวธนินกล้าเล่นสกปรกถึงขนาดส่งมือปืนมาลอบสังหารคนของเขาถึงใจกลางตึกทีเอช กรุ๊ป นี่มันล้ำเส้นเกินกว่าจะให้อภัยได้แล้ว! "หึ... อยากเล่นเกมเด็ดขาดนักใช่ไหมไอ้แก่..." ชีแค่นเสียงหัวเราะเยือกเย็นในลำคอ เขาหันไปออกคำสั่งกับหัวหน้าบอดี้การ์ดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดราวกับประกาศิต "จัดการปิดตึกค้นหามือปืนให้พลิกแผ่นดิน จับเป็นมันมาให้ฉัน! ส่วนอีกทาง... ส่งคนไปรื้อถอนธุรกิจใต้ดินของเจ้าสัวธนินให้ราบคาบภายในคืนนี้!" "รับทราบครับ!" บอดี้การ์ดโค้งรับคำสั่งก่อนจะรีบแยกย้ายกันปฏิบัติการทันที ภายในห้องทำงานที่เสียหาย ปลายฟ้าค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนโดยมีชีประคองไว้อย่างทะนุถนอม ดวงตากลมโตมองออกไปนอกหน้าต่างที่แตกกระจายไปยังทิวทัศน์กรุงเทพมหานครเบื้องล่าง รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากสวย เกมล่าอำนาจระหว่างเสี่ยชีและเจ้าสัวธนินได้เดินทางมาถึงบทสรุปสุดท้ายแล้ว... และในเมื่ออีกฝ่ายเลือกที่จะเปิดฉากด้วยความตาย พวกเขาก็พร้อมที่จะปิดฉากมันด้วยความพินาศย่อยยับเช่นกัน!แสงไฟนีออนจากตึกระฟ้าสะท้อนระยิบระยับผ่านกระจกใสบานใหญ่ของเพนต์เฮาส์หรู ภายในห้องนอนกว้างขวางถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบสงบอันชวนให้หัวใจเต้นระส่ำ ทว่าบรรยากาศรอบกายของคนทั้งสองกลับเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้าปลายฟ้านั่งอยู่บนตักแกร่งของชี องศาการแนบชิดทำให้เธอรับรู้ถึงไออุ่นและมัดกล้ามเนื้อที่เต็มไปด้วยพละกำลังภายใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดี ดวงตากลมโตคู่สวยมองลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของชายหนุ่มที่เปรียบดั่งราชาแห่งความมืด ทว่าในเวลานี้ แววตาของเขากลับไม่ได้มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความปรารถนาอันร้อนแรงที่ฉายชัดราวกับเปลวเพลิง"เธอทำให้ฉันประหลาดใจครั้งแล้วครั้งเล่า ปลายฟ้า..." ชีเอ่ยเสียงทุ้มต่ำชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนเธอนึกเสียวสันหลังวาบ "จากผู้หญิงที่ฉันเคยคิดว่าเป็นแค่ดอกไม้ประดับแจกันชั่วคราว ตอนนี้เธอกลับกลายเป็นแม่เสือสาวที่กางเล็บขู่ศัตรูได้อย่างน่าทึ่ง... บอกฉันหน่อยสิว่า ยังมีเรื่องไหนอีกบ้างที่เธอยังปิดบังฉันไว้?"ปลายฟ้ายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทั้งเย้ายวนและท้าทายในคราวเดียวกัน มือเรียวบางที่คล้องคอเขาอยู่แกล้งใช้นิ้วลากไ
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านโปร่งสีขาวเนื้อดีเข้ามาภายในเพนต์เฮาส์หรูใจกลางกรุงเทพมหานคร ทัศนียภาพเบื้องล่างคือโค้งน้ำเจ้าพระยาที่ทอประกายระยิบระยับล้อไปกับแสงอาทิตย์ แต่บรรยากาศภายในห้องนอนกว้างขวางกลับไม่ได้อบอุ่นละมุนละไมตามแสงแดดนั้นเลยแม้แต่น้อยปลายฟ้านั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งกระจกเงาบานใหญ่ เธอกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวสัมผัสสร้อยเพชรน้ำงามรัตติกาล มูลค่าสองร้อยล้านบาทที่วางอยู่ในกล่องกำมะหยี่สีดำสนิท ประกายสีน้ำเงินเข้มของมันวาววับสะท้อนเข้ากับนัยน์ตากลมโตที่ราบเรียบไร้ความรู้สึกเหตุการณ์ในงานประมูลเมื่อคืนยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำ ทุกสายตาที่มองมาที่เธอเต็มไปด้วยความอิจฉา รอยยิ้มของชีที่เปี่ยมไปด้วยชัยชนะ และเสียงปรบมือที่กึกก้องราวกับสรรเสริญราชาแห่งความมืด แต่วินาทีที่เธอสบตากับเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก เธอกลับรู้ดีกว่าใคร… สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความรัก และไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง มันคือ "โซ่ทอง" ประดับเพชรที่ถูกล่ามไว้บนข้อมือของเธออย่างแน่นหนาต่างหากกร็อก…เสียงเปิดประตูห้องนอนเบาๆ ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงสง่าของชีที่ก้าวเข้ามาในชุดคลุมอาบน้ำสีเข้ม กลิ่นหอมสะอาดของสบู่และน้ำหอม
แสงไฟแฟลชจากสื่อมวลชนและช่างภาพอิสระสาดส่องระยิบระยับบริเวณทางเข้าโรงแรมหรูระดับห้าดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยา คืนนี้คือค่ำคืนของการจัดงานประมูลอัญมณีและเครื่องเพชรการกุศลประจำปี ซึ่งรวบรวมเหล่าบรรดาไฮโซ นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล และบุคคลเบื้องหน้าเบื้องหลังชื่อดังของประเทศมาไว้ด้วยกันอย่างคับคั่งรถยนต์โรลส์รอยซ์สีดำสนิทคันหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบหน้าพรมแดงอย่างนุ่มนวล ประตูรถฝั่งขวาถูกเปิดออกโดยบอดี้การ์ดสวมสูทสากล ก่อนที่ร่างสูงสง่าของ ชี จะก้าวลงมาด้วยความมั่นใจและสง่างามในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดพิเศษเข้ารูปขับเน้นบุคลิกอันทรงอำนาจและทันทีที่เขายื่นมือหนาออกไปรับร่างบางที่ก้าวตามลงมาจากรถ เสียงชัตเตอร์ของบรรดากล้องนับสิบตัวก็รัวแฟลชใส่ไม่ยั้งราวกับนัดกันไว้ปลายฟ้าปรากฏกายในชุดเดรสยาวเกาะอกผ้าซาตินสีแดงเพลิงผ่าข้างสูงเผยเรียวขาเรียวสวยระหง เครื่องประดับเพชรแท้ระยิบระยับที่ประดับอยู่บนลำคอระหงและข้อมือยิ่งขับให้เธอดูโดดเด่นสะกดทุกสายตาที่พบเห็น รอยยิ้มมั่นใจและท่าทางสง่างามที่เธอฝึกฝนมาเป็นอย่างดีทำให้ไม่มีใครดูออกเลยว่า เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ เธอยังเป็นเพียงเด็กสาวที่ต้องยืนยิ้มรั
ความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในทางเดินลับชั้นบนสุดปะทะเข้ากับผิวเนื้อที่ร้อนผ่าวของปลายฟ้าทันทีที่ร่างของเธอถูกอุ้มผ่านประตูบานทึบเข้าสู่โซนห้องพักส่วนตัว แสงไฟนีออนสลัวสีนวลจากโคมไฟระย้าคริสตัลบนเพดานส่องกระทบกับพื้นพรมหนานุ่มซับเสียงฝีเท้าจนเงียบงัน บรรยากาศรอบตัวในยามนี้ช่างแตกต่างจากความอึกทึกครึกโครมของเลานจ์ด้านล่างอย่างสิ้นเชิง ที่นี่เงียบสงบ ราวกับโลกอีกใบที่ถูกตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก และมีเพียงพวกเขาทั้งสองคนเท่านั้นปลายฟ้ารู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองศึก ความตื่นตระหนกผสมผสานกับความหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูผิว เมื่อรู้ว่าเธอกำลังก้าวเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวของ "เสี่ยชี" ผู้ชายที่เปรียบเสมือนเสือร้ายผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ เดรสดำซาตินที่ยับย่นเล็กน้อยจากการถูกรั้งดึงทำให้เธอรู้สึกไร้การป้องกันยิ่งกว่าเดิมชีวางร่างบางลงบนเตียงนอนคิงไซส์ขนาดใหญ่กลางห้องชุดเพนต์เฮาส์หรูอย่างนุ่มนวล แต่ทว่ามั่นคงและไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ขยับหนี ร่างสูงทาบทับลงมาทันทีโดยใช้แขนทั้งสองข้างยันฟูกเตียงไว้ กักขังเธอให้อยู่ใต้ร่างของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องมองลึกลงไปใ
แสงไฟนีออนสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ของเลานจ์หรูระดับไฮเอนด์ใจกลางกรุงเทพมหานคร เสียงดนตรีแจ๊สคลอเบาๆ จากแซกโซโฟนขับเน้นบรรยากาศยามค่ำคืนให้ดูเย้ายวน ลึกลับ และน่าค้นหา กลิ่นอายของน้ำหอมราคาแพงคละเคล้าไปกับกลิ่นไอน้ำแอลกอฮอล์ชั้นดี ลอยอบอวลอยู่ในอากาศที่ถูกควบคุมอุณหภูมิให้เย็นฉ่ำกำลังดีปลายฟ้า ยืนพิงเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนสีดำสนิท ชุดเดรสผ้าซาตินสีดำเข้ารูปแนบเนื้อขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าเย้ายวน สายตาคู่สวยกวาดมองไปรอบห้องอย่างระมัดระวัง แม้รอยยิ้มบนใบหน้าจะดูเป็นมิตรและเป็นกันเองกับลูกค้าที่เดินผ่านไปมา แต่ลึกๆ แล้ว เธอกำลังคำนวณตัวเลขและราคาของค่ำคืนนี้ในหัวสมองอย่างเงียบเชียบ ทุกวินาทีที่เข็มนาฬิกาเดินไปข้างหน้า มีมูลค่าเท่ากับลมหายใจของคนที่เธอรักซึ่งกำลังรอความช่วยเหลืออยู่ที่บ้านในโลกแห่งความเป็นจริงที่โหดร้าย ไม่มีอะไรร่วงหล่นลงมาจากฟ้าฟรีๆ และเธอก็เลือกเส้นทางที่ต้องแลกศักดิ์ศรีบางส่วน เพื่อความอยู่รอดของครอบครัวและน้องชายที่กำลังป่วยหนัก"น้องปลายฟ้า แขกโต๊ะ VIP ด้านในสุดเรียกหาครับ" เสียงของผู้จัดการร้านดังขึ้นใกล้ๆ พร้อมกับสะกิดเบาๆ ที่ไหล่มน รอยยิ้มรู้กันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชา







