Masukวันต่อมา จักรพรรดิก็ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับอิษยาทันที เขาเก็บข้าวของเตรียมตัวที่จะกลับพังงาเร็วกว่ากำหนดการที่จะถึง นั่นสร้างความแปลกใจให้กับบุษบาเป็นอย่างมาก เธอพยายามที่จะคาดคั้นลูกสะใภ้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่ได้คำตอบสิ่งใดนอกเสียจากการทิ้งตั๋วเครื่องบิน นั่นก็ทำให้บุษบาพอเดาได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกลับมาพังงาครั้งนี้ จักรพรรดิโหมงานอย่างหนักจนร่างกายทรุดโทรมอีกครั้ง เหมือนครั้งที่ราเชนทร์ทำงานหามรุ่งหามค่ำตอนที่บุษบาเลือกเดินออกไปจากชีวิตของราเชนทร์ ทั้งจักรพรรดิและพ่อของเขาเหมือนกันก็ตรงที่ พวกเขาเคยมีสิ่งของมีค่าอยู่ในมือ แต่กับทิ้งมันราวกับก้อนกรวด พอมาเห็นค่าก็ในวันที่เสียทุกอย่างไปแล้ว“คุณเอิงส่งนี่มาให้คุณครับ” ธนัทยื่นซองสีน้ำตาลที่อิษยาส่งมาให้กับจักรพรรดิ แล้วก็เป็นอย่างที่คิด ทันทีที่เปิดซองออกมาพบว่ามีใบหย่าที่มีการลงลายมือชื่อของอิษยาอยู่ทางขวาพร้อมกับสัญญาเลี้ยงดูบุตรในนั้นอย่างละเอียด“ขอฉันอยู่คนเดียวก่อนนะนัท แล้วก็อย่าลืมให้อาหารเจ้าทองคำล่ะ เดี๋ยวฉันลงไป”“ผมมีธุระที่สำคัญต้องทำก่อนครับ ทางที่ดีผมว่านายควรไปให้อาหารมันเองจะดีกว่า” ธนัทคลี่ยิ้มบาง ก่อนจะโค้งตัวแล
“ยังไม่นอนเหรอคะ”จักรพรรดิที่นอนไม่หลับเดินลงมาเห็นแสงไฟในครัวก็รู้สึกเอะใจจนต้องเดินลงมาดู พบว่าอิษยากำลังง่วนอยู่การหาของกินในตู้เย็น“เอิงหิวน่ะค่ะ” หยิบเอาหมูสับ มะเขือเทศ และหัวหอมใหญ่ออกมาเตรียมจะทำสปาเกตตีซอสแดงรองท้องช่วงนี้อิษยาทานเก่งกว่าปกติ อาจเพราะเจ้าตัวน้อยอาจกำลังขยายร่างอยู่ในท้องของเธอทำให้กินจุกว่าแต่ก่อนมาก จนตอนนี้หน้าท้องของเธอเริ่มขยายใหญ่มากขึ้น ใบหน้าเริ่มจะมีคางสองชั้นดูจ้ำม่ำน่ารัก“งั้นเดี๋ยวพี่ช่วยนะ” จักรพรรดิเดินเข้าไปช่วยเป็นลูกมือ เขาพอจะมีฝีมือทำอาหารอยู่บ้างตอนไปเรียนที่อังกฤษ เรื่องหั่นหัวหอม หั่นมะเขือเทศนี่งานถนัด“ไม่ยักรู้ว่าคุณจะทำเป็นด้วย” อิษยาเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ เพราะปกติตอนอยู่บ้านเรื่องงานบ้านงานเรือนอิษยาเป็นคนทำทั้งหมด น้อยครั้งมากที่เธอจะเห็นจักรพรรดิจับมีดจับตะหลิวแบบนี้“พี่ไปอยู่อังกฤษตั้งสี่ปี ก็ต้องทำเป็นบ้างสิคะ” พูดพร้อมกับตั้งใจหั่นผักเป็นชิ้นเล็กๆ“คุณจะกินด้วยไหมคะ เอิงจะได้ทำเผื่อ” อิษยาเอ่ยถาม นึกขึ้นได้ว่ายังมีเห็ดหอมที่ซื้อจากตลาดมาเมื่อวานก็เปิดตู้เย็นไปหยิบมาใส่ด้วย“นึกว่าจะไม่ชวนซะแล้ว เอาสิคะ พี่กินด้วย” ชายหนุ่มห
จักรพรรดิขับรถมาส่งอิษยาและราชาที่บ้านหลังใหญ่ โดยที่ให้คนงานเอามอเตอร์ไซต์ของอิษยาขึ้นท้ายรถกระบะ ซึ่งตอนนี้อิษยาย้ายมาอยู่ที่นี่ชั่วคราว เพราะบุษบาไม่ยอมให้เธออยู่บ้านสวนตามลำพังอีกแล้วเพราะกลัวว่าเกิดอะไรขึ้นมาจะช่วยเหลือไม่ทันการบุษบาเดินออกมาดูว่าใครมาบ้าน เห็นรถโฟร์วิวของจักรพรรดิตามด้วยคนที่เดินออกมาเป็นลูกสะใภ้และลูกชายคนเล็กของเธอก็รู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย ปกติแล้วอิษยาใจแข็งดั่งหิน เธอแทบไม่คุยกับจักรพรรดิเลยหลังจากออกโรงพยาบาลมา ไม่ว่าลูกชายของเธอจะทำดีเท่าไหร่อิษยาก็เมินเฉยอยู่ตลอด“เกิดอะไรขึ้นค่ะ” เห็นเสื้อผ้าของจักรพรรดิเต็มไปด้วยคราบเลือดและคราบน้ำคร่ำก็รู้สึกตกใจ“แม่สีนวลเธอคลอด ผมเลยไปช่วยครับ” จักรพรรดิตอบเสียงเรียบ“งั้นเหรอ เป็นไงบ้าง ปลอดภัยไหมคะ” บุษบาก็พอจะได้ข่าวมาบ้างเอ่ยถามลูกชายของเธอ“ปลอดภัยทั้งแม่และเจ้าตัวเล็กครับ” พอได้ยินดังนั้นบุษบาก็ถอนหายใจแรงพร้อมกับเอามือทาบอก“โล่งอกไปทีนะ ว่าแต่เราเถอะ ไปช่วยเขาทำคลอดมาด้วยเหรอ”“ครับ ช่วยเป็นลูกมือหมอน่ะครับ” พูดพร้อมกับหันไปมองหน้าอิษยา “หึหึ ไม่น่าเชื่อว่านะว่าคนอย่างคิงจะไปทำอะไรแบบนี้ด้วย”บุษบานึกขันที่
สองเดือนผ่านไปร่างบางอยู่ในชุดกระโปรงบานสีขาวซ้อนหน้าท้องที่ยื่นออกมา สวมหมวกฟาง ถักเปียสองข้าง ใส่รองเท้าบูตสีแดง ใบหน้าแดงระเรื่อ กำลังขับรถมอเตอร์ไซค์คันเก่ามุ่งหน้าไปยังคอกม้าโดยมีเด็กชายราชานั่งซ้อนท้ายมาด้วย“ไม่ต้องรีบนะพี่สาว”ราชาพูดบอกพี่สะใภ้ของตน พยายามจับราวจับด้านหลังมอเตอร์ไซค์ไว้มั่น เพราะทางที่ขับมาเป็นทางลูกรัง มีทั้งเศษหินและยังมีหลุมเป็นอุปสรรคอิษยารู้สึกร้อนใจเป็นอย่างมากเพราะก่อนหน้านี้ราชาปั่นจักรยานไปส่งข่าวให้เธอว่าแม่สีนวล ม้าพันธุ์ที่จักรพรรดิซื้อให้เป็นของขวัญต้อนรับลูกน้อยตอนนี้กำลังจะคลอดลูกไม่นานทั้งสองก็มาถึงคอกม้า โดยมีจักรพรรดิเดินทางมาถึงก่อนหน้าไม่นาน ช่วงนี้เขาต้องบินไปบินกลับระหว่างพังงาและลำปางทุกอาทิตย์ เพราะอิษยายืนยันว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าจะคลอด ซึ่งจักรพรรดิที่มีคดีติดตัวอยู่ก็ยอมเสียสละคอยเทียวไปเทียวมาระหว่างสองจังหวัดที่อยู่ห่างไกลเป็นพันกิโลเมตรเพื่อได้มาอยู่กับคนที่เขารัก“พี่บอกแล้วไงว่าให้ใช้รถยนต์ ทำไมยังขี่มอเตอร์ไซค์มา รู้ไหมว่ามันอันตราย”จักรพรรดิเอ่ยถาม“...”และคำตอบของอิษยาก็ยังคือความเงียบเช่นเคย เธอยังทำเหมือนจักรพรรดิเป็
วันต่อมา อาการของอิษยาดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังมีจามอยู่เบาๆ คุณหมอเลยกักตัวดูอาการอีกวัน ส่วนจักรพรรดิก็ยังคอยอยู่ดูแลคนท้องอ่อนๆ ไม่มีขาด คอยหยิบนู้นหยิบนี้ให้ทั้งที่เขาสามารถจ้างคนมาดูแลอิษยาได้โดยไม่ต้องเสียแรงเลยด้วยซ้ำ“หนูเอิงจะกินส้มไหมคะ เดี๋ยวพี่ปอกเปลือกให้”“...”“งั้นเดี๋ยวพี่ปอกให้นะคะ พี่ไปคุยกับคุณหมอมาแล้ว เขาบอกว่าให้เราเน้นกินพวกผักผลไม้เยอะๆ ร่างกายจะได้แข็งแรง” จักรพรรดิพูดเอออออยู่คนเดียว ขณะที่อิษยาไม่ได้พูดกับเขามาตั้งแต่เมื่อวาน“เราจะลุกไปไหนคะ จะเข้าห้องน้ำเหรอ เดียวพี่ช่วยนะ” จักรพรรดิที่กำลังแกะเปลือกส้มให้คนตัวเล็ก เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหย่อนขากำลังจะใส่รองเท้าก็รีบปรี่เข้าไปช่วยคนตัวเล็กเพราะกลัวว่าจะล้มเหมือนวันนั้นอีก“อย่าทำเหมือนเอิงพิการได้ไหมคะ เอิงเดินเองได้” คิ้วเรียวสวยขมวดแน่น เมื่อถูกมือหนาโอบเข้าที่เอวคอด เธอไม่พอใจที่อีกฝ่ายแตะเนื้อต้องตัว แต่ขัดขืนไปก็เปล่าประโยชน์เพราะอีกฝ่ายยังคงทำหน้าที่ทั้งที่เธอเองก็ไม่ได้ร้องขอ“แต่พี่เต็มใจทำ เกิดหัวล้างข้างแตกไปจะทำยังไง” จักรพรรดิพูดดุด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนัก ก่อนจะพาคนตัวเล็กเข้าไปในห้องน้ำ“จะยืนอีกนานไ
“คุณหมอ เมียผมเป็นยังไงบ้าง”ทันทีที่เสียงบานประตูเปิดดังขึ้น จักรพรรดิที่กำลังนั่งกุมขมับด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก็ลุกขึ้นมาเอ่ยถามคุณหมอหนุ่มในชุดเสื้อกาวน์ใบหน้าหล่อปิดบังด้วยแมสสีขาว เดินถือแฟ้มรายงานคนไข้ออกมาด้วย“คนไข้และเด็กในครรภ์ปล่อยภัยดีครับ”ย้อนกลับไปในตอนเช้า เขาที่พึ่งกลับจากบ้านของบุษบาไปอาบน้ำอาบท่าเพื่อจะมาเฝ้าคนตัวเล็กต่อเห็นอิษยานอนสลบอยู่ที่กลางบ้าน หนำซ้ำเมื่อเขาแตะตัวร่างบางกลับพบว่าอิษยาตัวร้อนดั่งไฟ ไม่รอช้าก็รีบอุ้มร่างเล็กมาโรงพยาบาลด้วยความเป็นห่วง“เด็ก” คิ้วหนาขมวดแน่น ถามย้ำคำถามเดิมกลับ“คุณเป็นอะไรกับคนไข้ครับ” คุณหมอหนุ่มถามสถานะเพื่อความแน่ชัด เขาไม่สามารถบอกเรื่องที่สำคัญได้หากว่าไม่ใช่ญาติคนไข้โดยตรง“ผมเป็นสามีของเธอ”“ครับ คนไข้ตั้งครรภ์ได้แปดสัปดาห์แล้วครับ”“...”“ช่วงนี้หมออยากให้ดูแลคนไข้อย่างใกล้ชิดนะครับ เพราะยังไม่พ้นระยะเฝ้าระวังการแท้ง ทางที่ดีให้คนไข้กินอาหารที่มีประโยชน์และพักผ่อนให้เพียงพอ ถ้าไม่มีอะไรแล้วหมอขอตัวนะครับ”คุณหมอหนุ่มพูดบอก ก่อนจะเดินออกไป ทิ้งไว้ให้จักรพรรดิจมอยู่กับความคิดอยู่เพียงคนเดียว เรื่องราวในอดีตที่เคยทำไว้กับอิ
ด้านนอกมีฝนตกกระหน่ำลงมาราวกับมีพายุ เสียงฟ้าลั่นดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า ขณะที่อิษยาได้แต่นอนขดตัวด้วยความเหน็บหนาว ผ้าห่มพื้นบางมิอาจช่วยให้ความหนาวคลายลงบ้างเลย เธอจำเป็นต้องเอามือกอดตัวเองไว้ ร่างกายสั่นเทาเพราะทั้งหนาวและกลัวเสียงฟ้าร้องไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงกลัวมันได้ขนาดนี้ จำได้ว่าครั้งหนึ่งเธ
แค่กๆๆๆๆอิษยาปิดปากไอแค่กๆ ใบหน้าขาวตอนนี้แดงเถือก ก่อนที่จะถูกร่างหนาจับให้หันหน้ามากระแทกจูบอันดูดดื่มอย่างไม่นึกรังเกียจ ลิ้นร้อนตวัดพันเกี่ยวไปมา ขณะที่มือหนาบีบคลึงที่เต้าอันใหญ่เกินตัว นิ้วชี้สะกิดที่ปลายปทุมตั้งขึ้นเป็นไต่ใต้ชุดนอนบาง ตอนนี้ไม่ว่าจักรพรรดิจะปรนเปรออะไรให้หญิงสาวก็รู้สึกดีไป
รถคันใหญ่มาจอดที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งบ้านหลังนี้อยู่เกือบท้ายสวนผลไม้ ถนนที่เข้ามาเมื่อครู่ก็ดูรกร้างเพราะต้นไม้ขึ้นเต็มสองข้างทาง เรียกได้ว่าบ้านหลังนี้ตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เมื่อขับรถออกจากบ้านของบุษบามาได้ไม่กี่นาที ฝนก็ตกลงมาทำให้หน้าดินเปียกชุ่มกลายเป็นโคลนเ
“สวัสดีค่ะคุณบุษ”อิษยาพนมมือไหว้ทักทายบุษบา รู้สึกกระอักกระอ่วนใจอยู่ไม่น้อยที่ได้เจอกันอีกครั้ง ก็อย่างที่จักรพรรดิชอบพูดว่าเธอนั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้บุษบาต้องเลิกกับสามี เพราะเหตุนี้ทำให้อิษยารู้สึกผิดมาโดยตลอด ถ้าไม่ใช่เธอ ครอบครัวของจักรพรรดิก็คงอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันไม่ไปคนละทิศคนละทางเช่นนี้






![พอหย่าจากคนเลว ผู้ชายทุกคนก็อยากได้ฉัน แม้แต่ผัวเลว [nc 35+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
