LOGIN
“พี่ชายขา...เอิงวาดรูปสวยไหมคะ”
เด็กสาวในวัยห้าขวบ ผมยาวสลวยมัดแกะสองข้าง ดวงตากลมโต ผิวขาว หน้าตาน่ารักราวกับตุ๊กตา เธอสวมชุดกระโปรงบานสีชมพูลายจุดสีขาว เอ่ยถามพี่ชายวัยสิบเอ็ดขวบพร้อมกับยื่นกระดาษวาดรูปให้ดู รูปวาดสีเทียนขีดๆเขียนๆรูปร่างบิดเบี้ยวตามฝีมือของเด็กอนุบาลที่ตั้งใจทำให้เป็นของขวัญวันเกิดของพี่ชายที่เธอรัก
“นี่คนหรือผีน่ะเอิง ไม่สวยเลย”
เด็กชายวิจารณ์ไปตามจริง ภาพวาดสีเทียนวาดเป็นรูปร่างคนยับยู่ยี่ เล่นเอาเด็กหญิงคิ้วขมวดแน่นพร้อมกับดึงกระดาษกลับคืนมา คนอุตส่าห์วาดรูปให้ดันมาบอกว่าเป็นผี งั้นก็ไม่ต้องเอา
“ไม่สวยก็เอามานี่ น้องอุตส่าห์วาดให้ พี่ชายใจร้าย”
คำว่าไม่สวยบั่นทอนจิตใจจนเด็กหญิงไม่มีความมั่นใจในฝีมือของตัวเอง กำลังจะเดินหนีด้วยความงอนแต่กลับถูกคว้าข้อมือเล็กรั้งไว้เสียก่อน
“อย่างอนพี่เลยนะ หน้ายู่ไปหมดแล้ว เดี๋ยวก็ไม่สวยหรอก”
เด็กชายย่อตัวลงไปจูบแก้มนิ่ม แล้วดึงแก้มคนตัวเล็ก ด้วยความหมั่นไส้จนเด็กหญิงหัวเราะคิกคัก ไม่นานเธอก็ลืมโกรธพี่ชายฉับพลัน ส่งยิ้มกว้างแล้วเข้าไปเกาะแขนพี่ชายกระโดดขึ้นลงไปมา
“งั้นพี่ชายเลี้ยงไอติมนะ นะๆๆๆ”
เมื่อได้ยินเสียงกระดิ่งของรถไอติม ทำให้เด็กหญิงลืมบาดหมางเมื่อครู่ได้ฉับพลัน เล่นเอาเด็กชายถึงกับส่ายหน้าไปมา เอ็นดูเด็กอ้วนคนนี้เหลือเกิน
“งั้นก็ได้ แต่สัญญาก่อนนะ ว่าจะไม่บอกใคร เรื่องที่พี่จุ๊บแก้มเราน่ะ”
เด็กชายยื่นนิ้วก้อยเพื่อให้เด็กหญิงสัญญาว่าจะไม่เอาเรื่องที่ตัวเองจุ๊บแก้มเมื่อครู่ไปฟ้องพ่อกับแม่ของเขา
“ก็ได้...งั้นพี่ชายต้องเลี้ยงไอติมเอิงสิบแท่งเลยนะ”
“เด็กอ้วนเอ๊ย”
เด็กชายพูดพร้อมกับหยิกแก้มซาลาเปาไม่แรงนักด้วยความมันเขี้ยว ทั้งคู่ต่างหัวเราะชอบใจก่อนจะพากันเดินจูงมือกันเดินออกไปซื้อไอติมอย่างอารมณ์ดี
แฮ่กๆๆ
เสียงหอบหายใจดังอยู่ใต้ร่างแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ใบหน้าสวยชื้นเหงื่อแม้นภายในห้องจะเปิดแอร์เย็นเฉียบก็ตาม สบตากับตาคู่คมขณะที่ช่วงร่างยังคงถูกสอดใส่อย่างรุนแรง ร่างเล็กเบ้หน้าไปทางอื่นเพื่อเลี่ยงสายตาชิงชังคู่นั้น ดวงตาที่เธอเคยชอบบัดนี้กลับเป็นแข็งกร้าวและไม่มีวันที่จะกลับมาเหมือนเดิมอีกแล้ว
“หันหน้ามาสิเอิงเอย เธออยากได้ฉันเป็นผัวไม่ใช่หรือไง ดูรูร่านๆ ของเธอสิ ตอดฉันไม่มีพักเลยนะ หึ คงอยากโดนมากสินะ รูถึงได้แฉะขนาดนี้ ซี้ด”
ถ้อยคำหยาบโลนพ่นออกมาจากร่างสูงที่ยังคงสอบเอวถี่ จนร่างของอิษยาถึงกับต้องเอามือยันขอบเตียงเพื่อยึดหลักเอาไว้ไม่ให้ตกเสียก่อน ร่างบางเกลียดตัวเอง แม้นจะโดนดูถูก โดนสอดใส่เข้ามาเยี่ยงสัตว์ แต่ร่างกายกลับตอบสนอง รู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ตับๆๆๆ
“อื้อ คุณคิง อะ ไม่ใช่อย่างนั้นนะ”
แม้นเธอจะปฏิเสธ แต่ร่างกายกลับสวนทางอย่างเห็นได้ชัด อิษยาแอ่นสะโพกในท่าสะพานโค้งให้จักรพรรดิได้กระแทกได้อย่างถนัด ขณะที่เนินอกใหญ่กระเพื่อมไปตามแรงสอบเอวของคนด้านบน จนเกิดเป็นภาพที่ทำให้จักรพรรดิถึงกับขบฟันแน่น
หุ่นเอิงเอยนี่แม่ง....ได้ตลอดเช้าเย็นก็ไม่มีเบื่อ
จักรพรรดิดึงความยาวที่ยังแข็งเป็นลำออกออก เมื่อรับรู้ถึงแรงตอดรัดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนอิษยาร้องเสียงหลง
“ไม่...คุณเอาออกทำไมคะ”
อิษยาปรือตาเอ่ยถามเพราะใกล้จะถึงฝั่งฝันเต็มทน แต่กลับถูกแกล้งให้อารมณ์ค้างเสียอย่างนั้น
จักรพรรดิไม่รู้สึกทุกข์ร้อนนั่งลงบนเก้าอี้ เอาบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ พ่นควันขาวลอยฟุ้งไปบนอากาศอย่างใจเย็น มองดูหญิงสาวที่อยู่บนเตียง บิดเร่าๆ เพราะอยากได้ของเขากระทุ้งให้หายเสี้ยน
“อื้อ คุณคิง อื้อ”
ร่างเล็กโก่งก้นมาทางร่างสูงที่นั่งอยู่ อวดเนินนูนที่มีน้ำฉ่ำเอออยู่เต็มรู ทำยังไงก็ได้ เธออยากจะเสร็จ มันทรมาน
“ถ้าอยากเสร็จ ก็ช่วยตัวเองให้ฉันดูสิเอิงเอย ฉันอยากเห็นว่าลูกสาวที่พ่อฉันเทิดทูนนักเทิดทูนหนา คะยั้นคะยอให้ฉันใส่เข้าไป จะร่านแค่ไหนเชียว”
พูดบอกเสียงเรียบ ขณะที่คนฟังถึงกับส่ายหน้าแรง
“ไม่เอา อื้อ เอิงไม่อยากเสร็จที่นิ้ว”
จักรพรรดิยกยิ้ม นี่น่ะเหรอคนดีในสายตาของราเชนทร์ นอนโก่งก้นขอร้องให้เขากระแทกเสียให้ได้
เคาะขี้บุหรี่ลงใส่ถาดแก้ว ก่อนจะคาบที่เหลืออีกครึ่งมวนสูบจนเต็มปอด แล้วเดินไปหาอิษยาที่นอนตาปรือตามองอย่าเว้าวอน มือหนาจับแท่งยาวเหนียวให้ตรงปลายถ้ำ เขี่ยเล่นอยู่อย่างนั้นจนร่างเล็กถึงกับเกร็งตัวด้วยความกระสันเสียว
“คุณ อื้อ อย่าแกล้ง”
หันไปต่อว่าคนด้านหลังด้วยความขัดใจ ไม่นานจักรพรรดิสอดใส่เข้ามาเต็มแรงทำเอาร่างบางกระตุกตัวงอเมื่อถึงฝั่งฝัน
แฮ่กๆๆๆ
“แค่กระแทกทีเดียวก็เสร็จแล้ว เธอมันร่านจริงๆ เอิงเอย”
เสียงทุ้มพูดเสียงเรียบ มือหนาจับก้นกลมแบะออกให้เห็นแท่งร้อนสอดได้อย่างถนัด ตาคมมองดูกลีบกุหลาบฉ่ำปลิ้นออกตามแรงดึงตัวเองออกแล้วแทรกกลับไปใหม่ ความอุ่นหยุ่นภายในผสมกับน้ำที่อีกฝ่ายพึ่งเสร็จเมื่อครู่ เกิดเป็นเสียงน่าอายดังสนั่นไปทั่วห้อง
แจ๊ะๆๆๆ
“ซี้ด ขมิบแรงขนาดนั้น จะให้ฉันเสร็จให้ได้เลยใช่ไหมเอิงเอย”
จักรพรรดิขยับเอวรัวรับรู้ได้ถึงแรงบีบรัดแน่นก็ยิ่งเพิ่มความเร็วจนอิษยาได้แต่ส่ายหัวปฏิเสธ
“หื้ม...จะบอกว่าไม่เสียวเหรอเอิง ซี้ด แต่รูของเธอสวนทางกับคำพูดเลยนะ”
“มะ ไม่ใช่”
จักรพรรดิสูบบุหรี่เข้าเต็มปอดเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะขยี้ดับไฟกับที่เขี่ย เอวหนาหมุนควงเป็นวงกลม สองมือจับที่เอวคอดแล้วรัวใส่จนหญิงสาวล้มลง ร่างหนาก็ยังตามมาตะบันเอวจนอิษยาตัวกระตุกถี่ ส่วนคนด้านหลังเร่งสอบเอวตามเธอไปติดๆ จนน้ำขาวขุ่นพุ่งใส่เต็มรูฉ่ำ
แฮ่กๆๆๆๆๆ
จักรพรรดิถอนตัวออกก่อนจะเดินหยิบอะไรบางอย่างที่หัวเตียง
“กินซะ...อย่าให้ฉันต้องบังคับ”
จักรพรรดิโยนแผงยาคุมลงบนที่นอน เขาอยากมั่นใจว่าจะไม่เกิดเรื่องผิดพลาดในอนาคต อิษยาที่ยังไม่ทันหายเหนื่อยก็ต้องรับยาเม็ดเล็กกรอกใส่ปากตัวเองพร้อมกับยกแก้วดื่มน้ำอย่างรวดเร็วจนสำลัก
แค่กๆๆๆ
“อย่าสำออย อันใหญ่กว่านี้เธอก็อมมาแล้วเอิง”
จักรพรรดิหยิบมวนบุหรี่อันใหม่ขึ้นมาจุดสูบ เดินไปค้นหาเสื้อผ้าในตู้มาสวมใส่อย่างลวกๆ
“คุณจะออกไปไหนคะ”
“จะไปไหนก็เรื่องของฉันไหม ฉันบอกแล้วไงว่าห้ามยุ่งเรื่องส่วนตัวของฉัน ทำหน้าที่เป็นตุ๊กตายางก็พอแล้วเอิงเอย”
“คุณต้องการอะไรคะ”“ฉันต้องถามเธอมากกว่านะ ว่าที่เธออยู่ตรงนี้เธอต้องการอะไรกันแน่ เธอยอมเป็นหุ่นกระบอกให้พ่อฉันเชิด ยอมที่จะแต่งงานกับฉันเพราะอะไรกันแน่เอิงเอย”“เอิงเต็มใจแต่งกับงานคุณค่ะ”อิษยาสารภาพว่าเธอมีความรู้สึกดีๆ ให้คนตรงหน้ามานานหลายปี เธอไม่รู้ว่าแอบชอบจักรพรรดิตอนไหนเหมือนกัน เพราะหลังจากที่บุษบาเซ็นใบหย่ากับราเชนทร์ จักรพรรดิก็เปลี่ยนไปราวกับคนละคน จากที่เป็นพี่ชายที่แสนดีกลับแสดงท่าทีเกลียดชังเธอชัดเจน“หึ จะบอกว่าเธอพิศวาสฉันงั้นสิ”จักรพรรดิยกยิ้มเหยียด ก่อนจะเดินไปคว้าข้อมือเล็กกึ่งลากกึ่งจูงไปยังห้องน้ำห้องสุดท้าย ปิดประตูล็อกกลอนอย่างแน่นหนาพร้อมกับดันร่างเล็กให้ชิดกับกำแพง“พะ คุณจะทำอะไร”“ในเมื่ออยากทำตัวเป็นตุ๊กตายางจนตัวสั่น งั้นก็ทำตัวให้สมกับที่พ่อฉันเสียเงินชุบกรวดกลายเป็นทองคำหน่อยสิ”พูดจบจักรพรรดิก็รูดซิปกางเกงลง งัดเอาท่อนเอ็นที่บวมบูดออกมาจากกางเกงจนอิษยาถึงกับหน้าแดง แม้นว่าจะเคยเห็นท่อนลำยาวมาหลายครั้ง แต่เธอก็ยังไม่ชินกับท่อนอุ่นใหญ่ที่มีเส้นเอ็นพันรอบอยู่ดี“ที่บ้านไม่ได้เหรอคะ”อิษยาพูดต่อรองแม้นจะรู้คำตอบอยู่แล้วว่ายังไงคนเอาแต่ใจก็ไม่มีวันยอมเด
บรรยากาศภายในห้องสวีท ณ ขณะนี้ดูอึมครึมชวนน่าอึดอัด คณิตแปลกใจทั้งที่อุตส่าห์เป็นห่วงว่าเพื่อนทั้งสองไปเข้าห้องน้ำนานผิดปกติจึงรีบเดินออกดูด้วยความเป็นห่วง กลับพบว่าอิษยาและพิมพ์พาถูกไคน์เอ่ยชวนมาร่วมโต๊ะ ชายหนุ่มใบหน้างอเมื่อเห็นว่าในห้องนั้นเต็มไปด้วยควันบุหรี่ลอยคละคลุ้งจนแสบจมูก ขณะที่กำลังเข้าไปดึงตัวเพื่อนให้ออกมา ชายหนุ่มก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าหนึ่งในนั้นคือพี่ชายของตนนั่งอยู่ ด้านขวามีสองเพื่อนรักนั่งอยู่ข้างๆ “พี่มาอยู่นี่ได้ไง” คชาไม่ได้ตอบคำถามน้องชายที่ไม่เจอกันนาน เขาไปเรียนต่อที่อังกฤษนานหลายปี ตลอดที่อยู่ที่นั่นก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกับคนทางบ้าน จนคณิตคิดว่าพี่ชายของเขาก็ล้มหายตายจากไปแล้ว แต่กลับมาพบกันในสถานที่แห่งนี้คิดแล้วก็น่าขำไม่น้อย “น้องมึงเหรอคชา”ไคน์เลิกคิ้วถามขณะที่กำลังโอบไหล่ของหญิงสาวอีกคน โดยมีสายตาของพิมพ์พานั่งไม่พอใจอยู่ตรงกันข้าม วันนี้ไคน์อุตส่าห์เป็นเจ้ามือเลี้ยงฉลองการกลับมาของเพื่อนรักทั้งที แต่เจ้าตัวก็ยังทำตัวเย็นชาเช่นเดิม“อืม น้องกูเอง”คชาตอบเสียงเรียบก่อนจะยกแก้วสีน้ำอำพันขึ้นดื่ม รสชาติขมของเหล้าแพร่กระจายไปทั่วลิ้น แ
“แกโง่หรือเปล่าวะยัยพิมพ์”คณิตตวาดเสียงดังด้วยความโกรธจัดจนอิษยาและพิมพ์พาสะดุ้งตกใจ เขาคิดว่าสิ่งที่พิมพ์พาทำอยู่มันผิดอย่างมหันต์ ไม่ใช่ว่าเขาจะต่อต้านเรื่องของการคบกันแบบเฟรนวิสเบเนฟิต แต่ความสัมพันธ์แบบนี้กฎข้อห้ามที่สำคัญก็คือห้ามหลงรักซึ่งกันและกัน แต่ดูเหมือนว่าเพื่อนตัวเล็กของเขาจะทำผิดกฎเข้าให้แล้ว“เราก็แค่คบกันในฐานะเพื่อนนอนเท่านั้น มันก็แค่สนุกๆ ขำๆ แกจะซีเรียสทำไม”พิมพ์พาคลี่ยิ้มบาง ก่อนจะกระดกแก้วน้ำสีชมพูหวานเข้าปาก เธอรู้ดีว่าตอนนี้กำลังเล่นกับไฟ ทว่าไฟกองนี้ต่อให้มอดไหม้ไม่เหลือชิ้นดีเธอก็ยอม“แน่ใจเหรอว่าขำๆ น่ะพิมพ์ เห็นๆ อยู่ว่าแกเอาใจลงไปเล่นแล้วเต็มร้อยแล้วมากกว่า”คำพูดของคณิตทำให้พิมพ์พาที่กำลังจะยกแก้วใสึคนิ่งค้าง“คณิต” อิษยาปรามเพื่อนร่างสูง“เราก็แค่เป็นห่วงพิมพ์ ถอนตัวตอนนี้ยังทันนะพิมพ์ อย่าหาว่าเราไม่เตือน”คณิตพูดเตือนในฐานะเพื่อน เขาไม่อยากให้พิมพ์พาเสียใจ เหมือนความรักครั้งที่ผ่านมา ใครมองดูก็รู้แล้วว่าเรื่องระหว่างพิมพ์พากับไคน์ไม่อาจเป็นไปได้เลย อีกคนเป็นเพลย์บอยตัวพ่อ ส่วนเพื่อนของเขาเป็นเพียงลูกกวางน้อยที่หลงทาง สุดท้ายแล้วผู้ชายคนนั้นก็ไม่คิดจ
เสียงเพลงดังกระหึ่ม ด้านบนเวทีเหล่าดีเจหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันเปิดเพลงตลอดทั้งคืน ขณะที่นักท่องราตรีออกมาร่ายรำตามจังหวะเพลงแนวอีดีเอ็มเบียดเสียดจนแทบจะสิงกันเป็นร่างเดียว นี่เป็นครั้งแรกที่อิษยาได้เข้าผับ แถมเจ้าของที่นี่ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นผับของจักรพรรดิสามีป้ายแดงของเธอ หญิงสาวลังเลที่จะเข้าไปขณะที่กำลังยืนต่อแถวรอตรวจบัตรประชาชน“เป็นอะไรหรือเปล่าเอิง” เจ้าของวันเกิดเอ่ยถามอย่างสงสัย พิมพาเป็นผู้หญิงตัวเล็ก สูงราวร้อยห้าสิบแปดเซ็น ตัดผมหน้าม้าสั้นถึงติ่งหู ผิวสีน้ำผึ้ง มีรอยสักรูปดาวสามดวงอยู่ที่ต้นแขนขวา เธออยู่ในชุดเกาะอกสีดำ กระโปรงยีนสั้น บ่งบอกว่าเป็นผู้หญิงมั่นใจในระดับหนึ่ง“ทำไมวันนี้ถึงเข้าผับล่ะ พิมพ์ก็รู้ว่าเอิงดื่มไม่ค่อยเก่ง” ปกติจะนัดกันที่ร้านนั่งชิลเสียมากกว่า ทำให้อิษยารู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่เคยขัดเพื่อนรักยอมมาด้วยไม่อิดออด“ก็อยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง อีกอย่างเอิงไม่ต้องห่วงนะ วันนี้พิมพ์จองโซนวีไอพีไว้แล้ว ไม่ต้องกลัวคนอื่นมารุ่มร่าม”พิมพ์พาพูดบอกเพื่อนสาวพลันขยิบตา รู้สึกตื่นเต้นเพราะเธอเองก็พึ่งจะลองเข้าผับเป็นครั้งแรกเหมือนกัน ผ่านการ
เจ้าของดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้ม ผมยาวสลวยถึงกลางหลัง ผิวขาวผ่อง ริมฝีปากอมชมพู ในชุดนักศึกษากระโปรงทรงเอสั้นเลยเข่า กำลังเหม่อไม่ทันได้ฟังที่อาจารย์กำลังสั่งงานอยู่ในตอนนี้ “เป็นอะไรหรือเปล่าเอิง” คณิตเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง เขาสังเกตได้ว่าอิษยามีท่าทางเหม่อลอยมาตั้งแต่เมื่อเช้านี้แล้ว “เปล่า เอิงก็สบายดีนี่” อิษยาโกหกพลันส่งยิ้มหวานให้คณิตอย่างเช่นทุกครั้ง “เราเห็นเอิงนั่งเหม่อมาตั้งแต่เช้าแล้วนะ ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจก็บอกเราได้นะเอิง เรายินดีรับฟัง”คณิตพูดบอก รู้สึกได้ว่าหลังจากงานแต่งเพื่อนสาวก็ดูเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด จากปกติอิษยาเป็นคนร่าเริงแจ่มใส ช่างพูดช่างเจรจา แต่ตอนนี้กลับเงียบขรึม เหม่อลอย และมีดวงตาเศร้าสร้อยคล้ายคนหนักอกหนักใจแต่พูดไม่ได้ อยากจะถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่คณิตเลือกที่จะรอให้อิษยาเป็นคนพูดเองจะดีกว่า“ถ้าเราพร้อม เราจะเล่าให้คณิตฟังเป็นคนแรกเลยนะ” อิษยาพูดบอก เก็บหนังสือใส่กระเป๋าเตรียมตัวจะกลับบ้าน“เดี๋ยวเราส่งเลคเชอร์ให้ในไลน์แล้วกัน” คณิตเหลือบมองสมุดโน้ตของอิษยาเห็นแต่กระดาษเปล่า ดูท่าทางเด็กเรียนเก่งจะไม่ได้จดงานเลยทั้งคาบ“ขอบคุณนะคณิต คณิตเนี่ยแสนดีท
เสียงเพลงเปิดคลอเบาๆตามสไตล์ร้านนั่งชิลล์ ขณะที่ร่างสูงกำลังนั่งกระดกเหล้าอยู่เพียงลำพังที่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ด้วยอารมณ์หงุดหงิด เจ้าของนัยน์ตาเฉี่ยวดุ ผิวขาว ผมดำขับ ริมฝีปากหนาได้รูป ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำเผยแผงอกขาวเนียนและกางเกงสแล็คสีเดียวกัน คือ จักรพรรดิ ธนาการกิจไพบูลย์ หรือ คิง ลูกชายเพียงคนเดียวของ ราเชนทร์ ธนาการกิจไพบูลย์ ซึ่งเป็นเจ้าของรีสอร์ตที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดพังงา แน่นอนว่าไม่มีใครที่ไม่รู้จักเขา ทั้งรูปร่าง หน้าตา ฐานะ ทำให้สาวๆ ต่างเข้าหากันเป็นพัลวัน แต่ใครจะรู้ว่าตอนนี้ชายหนุ่มกลับไม่ได้มีสถานะโสดอีกต่อไปแล้ว“มานั่งคนเดียวอีกแล้วเหรอมึง ร้านตัวเองก็มีไม่ไปนั่ง” ชายต่างชาติผมทอง ผิวขาว นัยน์ตาฟ้า ใส่เสื้อเชิ้ตสีเลือดหมูโชว์รอยสักรูปหัวกะโหลกสยายปีกนกตรงกลางอก หรือ เวกเตอร์สต็อก เจ้าของร้านเหล้าขนาดกลางที่ชื่อว่า pheromone คือไคน์ เฮนเดอสัน เพื่อนสนิทของจักรพรรดิ จักรพรรดิรู้จักไคน์ก็ตอนไปเรียนซัมเมอร์ที่อังกฤษเมื่อแปดปีก่อน ทั้งคู่สนิทสนมกันมาก ถึงขนาดวาดฝันว่าอยากเปิดร้านเหล้าร่วมกัน หลังจากนั้นห้าปี ไคน์ก็บินมาเที่ยวประเทศไทย เขาหลงใหลในสยามเมืองยิ้มและความสวยงา







