เข้าสู่ระบบภายในสตูดิโอเรือนกระจกเงียบสงัดลงทันทีที่แขกยามวิกาลกลับไป เกล็ดหิมะแรกที่โปรยผ่านกระจกใสยังคงสะท้อนในนัยน์ตาสีเฮเซลนัท เสียงเครื่องยนต์รถที่เคลื่อนออกจากไร่ดังแว่วอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกลืนหายไปพร้อมกับความอุ่นร้อนที่ยังคงอยู่ในสถานที่แห่งนี้
เอลล่าหวังนั่งนิ่ง ริมฝีปากอิ่มยังคงชาวาบ รสจูบล้ำลึกเมื่อครู่ยังคั่งค้างตราตรึงไม่เลือนหาย มือเล็กที่กำขวดน้ำหอมไว้คลายออกช้า ๆ ก่อนจะเผลอยกมือแตะริมฝีปากตัวเองแผ่วเบา สมองก็เอาแต่พยายามไล่ตามเหตุผลของคนคนนั้น
ทำไมเขาถึงได้…
เนธานคนที่เธอรู้จัก ไม่สิ คนที่ใคร ๆ ต่างรู้จัก คือบุรุษที่ทั้งเด็ดขาด ไม่ประนีประนอมและแข็งกร้าวเกินกว่าจะเปิดพื้นที่ให้ใครล่วงล้ำเข้าไปได้ง่าย ๆ
ทว่าเมื่อครู่ เขากลับดึงเธอเข้าไปในโลกของเขาอย่างไม่ลังเล อีกทั้งไม่ให้เวลาเธอตั้งตัว มันกะทันหันเกินไปจนพลิกทุกสติสัมปชัญญะของเธอให้ลอยคว้างไร้ทิศทางได้อย่างง่ายดาย
เกินไปแล้ว…
เขาเล่นกับหัวใจเธอมากเกินไป…
เอลล่าหวังพับเปลือกตาลงช้า ๆ ราวกับหวังให้ร่องรอยความร้อนระอุในห้วงอารมณ์เมื่อครู่จางหาย ทว่ามันกลับชัดเจนขึ้นทุกครั้งที่เธอนึกถึงน้ำเสียงแผ่วต่ำของเขาที่ดังสะท้อนก้องในหู
ผมแย่แล้ว…
ถ้อยคำสั้น ๆ ทว่าเปี่ยมไปด้วยความหนักแน่นนั้น ทำให้เธอสงสัยยิ่งกว่าเดิมว่าในความเด็ดเดี่ยวของบุรุษผู้นั้นมีสิ่งใดซุกซ่อนอยู่กันแน่ สิ่งใดที่ทำให้เขายอมเปิดใจปล่อยให้กำแพงสูงใหญ่นั้น…
…แตกร้าวลงตรงหน้าเธอ
เรียวมือเล็กยังคงแตะริมฝีปากแผ่วเบาด้วยหัวใจที่ยังคงแกว่งไหวไร้ทิศทาง ร่องรอยความอบอุ่นจากเขายังติดตรึงในทุกอณูความทรงจำ และแม้ไม่อาจหาคำตอบได้ในคืนนี้ แต่หญิงสาวก็รู้ดีว่าตั้งแต่วินาทีที่ปลายลิ้นอุ่นร้อนของเขาแทรกเข้ามา เธอจะไม่มีทางถอนตัวจากโลกหม่นเทาของเขาได้อีกต่อไป
เพนต์เฮาส์ท่าเรือลูเธอร์
หลังประตูบานหนาปิดลง แสงไฟสลัวก็ทอดเงาลงบนเรือนร่างสูงใหญ่ที่เพิ่งกลับเข้ามาหลังจากขับรถฝ่าหิมะแรกหนาวจัด ทันทีที่เสื้อโค้ตถูกส่งให้แขนหุ่นยนต์พ่อบ้าน เสียงทุ้มสุภาพก็ดังขึ้นโดยอัตโนมัติเช่นเคย
“เจ้านาย คุณมีกลิ่นดอกไวโอเล็ตติดมาอีกแล้วครับ”
จบประโยคนั้น ช่วงขายาวก็ชะงักเพียงครู่ นัยน์ตาคู่คมหลุบลงมองเสื้อในมือคู่สนทนา ทว่าเครื่องหน้าคมคายกลับไม่แสดงสีหน้าหงุดหงิดเหมือนครั้งก่อน มาเฟียหนุ่มยังคงนิ่งขรึม เยือกเย็นไม่เปลี่ยน หากแต่ลึกลงไปในนัยน์ตาสีเฮมาไทต์นั้นกลับสะท้อนความอุ่นใจออกมาอย่างน่าประหลาด
อุ่นใจที่คืนนี้เขาจะมี ‘ตัวช่วย’ สำหรับการนอนหลับสนิท โดยไม่ต้องอาศัยเม็ดยาใด ๆ
เนธานเมินพ่อบ้านลูเธอร์แล้วเดินไปหยุดที่ข้างเตียง วางข้าวของส่วนตัวลงอย่างเป็นระเบียบ มือแกร่งหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาก่อนที่นิ้วแข็งแรงจะพิมพ์ข้อความสั้น ๆ ถึงแดเนียล
Nathan : ไปหายิปโซฟิลล่าสีขาวมา
ทันทีที่ข้อความถูกส่งไป ข้อความตอบกลับก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอทันที
Daniel : ให้เผาอีกใช่มั้ยครับคุณชาย
Nathan : ไม่ต้อง เตรียมให้เรียบร้อยสำหรับคุณหนูตระกูลหวังพรุ่งนี้
หลังจากอาบน้ำชำระร่างกายเรียบร้อย ร่างสูงใหญ่ก็ทอดตัวลงบนเตียงกว้าง ความนิ่งสงบแผ่กำจายในอากาศได้เพียงครู่ ก่อนที่รสจูบหวานล้ำลึกที่ยังติดตรึงอยู่ทุกอณูในโพรงปากจะทำจิตใจที่สงบก่อนหน้าปั่นป่วนขึ้นมาอีกครั้ง
ทว่ากลับเป็นความปั่นป่วนที่เขารับได้…ล่ะมั้ง
เพราะตัวช่วยอย่างเอลล่าหวังนั้น…โคตรดี
กลิ่นหอมละมุนยังคงโอบอุ้มกำจายรอบตัวราวกับมีอีกฝ่ายมานอนข้างกาย ความคิดฟุ้งซ่านเรื่องงาน เรื่องการสูญเสีย หรือแม้แต่ความดื้อดึงที่จะปิดกั้นโลกทั้งใบจากใครก็ตาม ค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นที่มาพร้อมกลิ่นหอมหวานที่ยังอวลอยู่ในเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกาย
ที่สุดแล้วคุณชายรองลูเธอร์ก็ค่อย ๆ ปล่อยให้สติสัมปชัญญะเลือนหายไปในห้วงนิทรา ขณะที่นอกหน้าต่าง แสงไฟสีนวลของท่าเรือใหญ่ก็สะท้อนกับเกล็ดขาวที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้าอย่างอ่อนโยน
หิมะแรกโปรยปรายปกคลุมทุกสรรพสิ่ง ฉาบให้เมืองทั้งเมืองกลายเป็นเฉดสีสะอาดตา ราวกับนี่คือสัญญาณของการเริ่มต้นใหม่
โลกหม่นเทาเย็นเยือกของเขาเวลานี้มันอบอุ่นขึ้นมานิดหน่อยแล้วจริง ๆ
ท่าเรือหลักลูเธอร์
ปึก! ปึก! ปึก!
เสียงกระแทกของหมัดหนัก ๆ ชนเข้ากับเป้าในมือครูฝึกอดีตหน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองทัพดังก้องในห้องซ้อม เส้นเลือดบนแขนกำยำของคุณชายรองลูเธอร์นูนเด่นทุกครั้งที่ออกแรงเต็มกำลัง
ร่างกายสูงใหญ่เคลื่อนไหวอย่างเป็นระเบียบ แม้การฝึกจะหนักหน่วง ทว่านัยน์ตาคู่คมยังคงนิ่งขรึม บ่งบอกว่าเจ้าของมันยังสามารถ ‘ควบคุม’ ทุกอย่างได้เป็นอย่างดี
“ที่เจนีวา รายการของเข้าครบแล้ว”
ปึก! ปึก!
เสียงแหบทุ้มของคุณชายธำรงอัศววัฒน์ดังขึ้นขณะปล่อยหมัดอีกชุดลงบนเป้า ครูฝึกถอยหลังเล็กน้อยเพื่อรับแรงกระแทกชุดสุดท้าย คนที่เพิ่งออกแรงอย่างหนักใช้แขนซับเหงื่อตามกรอบหน้าคมคาย ขณะเหลือบมองนายเหนือหัวลูเธอร์ที่นั่งทอดกายอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ด้วยท่าทีหย่อนอารมณ์ ราวกับกำลังมองโชว์สนุก ๆ มากกว่านั่งฟังรายงาน
“ดี อ่า อีกเรื่อง…” คนฟังย่นคิ้วเล็กน้อย เมื่อจู่ ๆ ก็รู้สึกคล้ายจะได้งานเพิ่ม
“ว่า”
“กูอยากได้ม้าสวย ๆ หน่วยก้านดีสักตัว…”
“เอาไปทำอะไร”
“สีขาว”
“กูถามว่าเอาไปทำอะไร”
“ราคาไม่เกี่ยง”
ไอ้ห่า…
“เออ ไว้จะดูให้ สนามแข่งที่เพิ่งยึดมาน่าจะมี” จบประโยคหมัดหนัก ๆ ก็กระแทกเข้ากลางเป้าอีกครั้ง
“ไม่ได้” ราฟาเอลค้านเสียงเรียบขณะกอดอกเอนแผ่นหลังสูงส่งพิงพนักโซฟา นัยน์ตาสีอำพันจริงจังขึ้นในระดับที่รองบอสอย่างเนธานรู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก
ซึ่งก็…
“สุดสัปดาห์นี้กูจะพาเมียไปขี่ม้าเล่น…”
ไม่พ้นเรื่องผู้หญิงอันดับหนึ่งของลูเธอร์อย่างธารเดือน ศิรวศิน
“…ใช้ม้าแข่งอารมณ์ดุ ๆ ไม่ได้ สำหรับ ‘ทูนหัว’ ของกู ต้องเชื่องที่สุด สวยที่สุด ดีที่สุดเท่านั้น”
พริบตานั้น ครูฝึกเปลี่ยนท่าตั้งรับเพื่อให้เนธานรุกกลับด้วยท่าจู่โจม คุณชายรองลูเธอร์เอียงคอน้อย ๆ มองเพื่อนสนิท ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาอย่างเอือมระอาในความคลั่งรักเกินพอดีของอีกฝ่าย
ปึก!
“มึงคลั่งรักแบบไม่ต้องเดือดร้อนกูไม่ได้จริง ๆ สินะราล์ฟ” ประโยคค่อนแคะเมื่อครู่เรียกรอยยิ้มบางไม่ทุกข์ร้อนของราฟาเอลได้เป็นอย่างดี แก้วบรั่นดีราคาแพงถูกยกขึ้นจรดริมฝีปากได้รูปก่อนเปรย
“มึงบอกกูเองว่าไม่อยากให้สมองว่าง ไม่อยากติดหล่มอยู่กับอดีต”
“ก็เลยใช้งานกูแบบจัดหนักจัดเต็ม?”
“เพื่อให้มึงได้ก้าวผ่านช่วงเวลายากลำบากได้สักที”
“อ่อ สรุปกูต้องขอบคุณมึงสินะ” คนฟังยกยิ้มมุมปากพลางไหวไหล่น้อย ๆ ขณะที่คุณชายธำรงอัศววัฒน์ตอบแทนด้วยแรงหมัดที่หนักขึ้นอีกเป็นเท่าตัวจนครูฝึกขยับรับแทบไม่ทัน
เสียงสืบเท้าเบา ๆ ดังขึ้นเมื่อแดเนียลก้าวเข้ามาในห้องพร้อมเอกสารในมือ
“ใกล้ถึงเวลาพบคุณเอลล่าแล้วครับคุณชาย” ประโยคเมื่อครู่ที่เอ่ยผ่านน้ำเสียงราบเรียบไม่แพ้ผู้เป็นนาย ทำเอาราฟาเอลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“เอลล่า หวัง?”
“นี่ก็หนึ่งในงานที่มึงยัดเยียดมาให้กูไง”
“อ่า…” วินาทีนั้นมุมปากได้รูปของนายเหนือหัวลูเธอร์ก็ขยับยกเล็กน้อย
แบบนี้เขาก็ไม่ต้องรบกวนปารัณมันแล้วสินะ
“คุณชายครับ อย่าแรงตก” เสียงครูฝึกแทรกขึ้นทันที เมื่อการควบคุมแรงและจังหวะของลูกศิษย์ลดทอนลงกะทันหัน
ปึก!
“…ได้ข่าวว่ามึงเผาดอกไม้ทิ้งไปหมดแล้วนี่” สิ้นประโยคนั้น เนธานก็หยุดหมัดกลางอากาศทันที ก่อนจะคว้าเอาผ้าขนหนูจากธนิน ลูกน้องคนสนิทอีกคนมาซับเหงื่อโดยไม่แม้แต่จะหันมาต่อบทสนทนากับอีกฝ่าย ช่วงขาแกร่งเดินตรงไปยังประตูอย่างเงียบขรึม ขณะที่ร่างสูงสง่าแผ่กลิ่นอายของความเด็ดขาดจนไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำใด
ราฟาเอลมองตามแผ่นหลังเย่อหยิ่งของเพื่อนสนิท ที่เดินห่างออกไปพลางส่ายศีรษะน้อย ๆ ก่อนยกยิ้มมุมปาก
“ครั้งแรกเลยสินะครับครู ที่มันคุมสมาธิไม่อยู่” ครูฝึกที่ยืนอยู่ไม่ห่างไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแค่พยักหน้าน้อย ๆ ให้ผู้เป็นนายแทนคำตอบก่อนจะเหลือบตามองร่างสูงที่เพิ่งเดินจากไปแล้วพึมพำในใจ
แสงแดดอ่อน ๆ คล้อยบ่ายลอดผ่านผ้าม่านลูกไม้สีขาวสะอาดตาของสตูดิโอวาดภาพ วาดเงาอ่อนนุ่มลงบนผืนผ้าใบที่เอลล่ากำลังบรรจงแต่งแต้มด้วยพู่กันแบรนด์โปรด ทุกการลากเส้นเต็มไปด้วยความรักและจิตวิญญาณในนั้นขณะที่กำลังใช้สมาธิไปกับงานตรงหน้า เสียงเปิดประตูเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ภูมิฐานในสูทสีเทาเข้มจะก้าวเข้ามา เครื่องหน้าคมคายและแววตาที่เหนื่อยล้าบ่งบอกถึงภาระที่ต้องแบกรับ ทว่าเมื่อเห็นคนรัก โลกทั้งใบก็ราวกับถูกโอบอุ้มไว้ด้วยความอ่อนหวานนั้นเป็นปกติในทุก ๆ วันที่หลังวางงานและภาระที่หนักอึ้งไว้หลังบานประตูห้องทำงาน มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอำนาจจะต้องรีบกลับมาเติมภรรยาคนสวยก่อนทำสิ่งอื่นเสมอช่วงขาแกร่งเดินเข้ามาเงียบ ๆ แล้วโน้มตัวกอดคนดีขาของเขาจากด้านหลัง แผ่นอกแข็งแรงแนบชิดแผ่นหลังบอบบาง แขนแข็งแรงโอบรอบเอวคอด พร้อมซุกเครื่องหน้าหล่อเหลาคมคายลงกับซอกคอขาวแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับกลิ่นกายของเธอคือที่พักพิงเดียวที่ปลอบโยนเขาจากความเหนื่อยล้าได้“แดดดี๊ หนูทำงานอยู่นะคะ”เอลล่าเอ่ยเสียงเบา ทว่าริมฝีปากอิ่มกลับวาดรอยยิ้มหวาน มือข้างที่ว่างของเธอลูบแก้มสามีอย่างอ่อนโยนพร้อมเอียงศ
“อื้อ…แดดดี๊…”คนในอ้อมกอดครางหวาน อีกทั้งร่างกายเล็กก็บิดหนีสัมผัสที่สร้างความเสียวซ่านตามสัญชาตญาณ มือเล็กของเธอกำแน่นบนลาดไหล่กว้าง“อยากเสร็จใช่มั้ย หืม… งั้นก็ครางหวาน ๆ ให้ผมฟังอีกสิ”คำพูดดิบหยาบที่แทรกเข้ามาพร้อมกับสัมผัสร้อนแรงทำให้เอลล่าหวังแทบหลอมละลายในอกเขา เธอเผลอซบหน้าลงกับแผ่นอกกว้าง รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านของหัวใจดวงแกร่งที่เต้นแรงไม่ต่างกันมาเฟียหนุ่มยกเธอขึ้นนั่งบนขอบอ่างทั้งที่กลางกายยังเชื่อมต่อกัน ก่อนจะก้มลงครอบครองยอดอกสีสวย เรียวลิ้นร้อนของเขาตวัดไล้เลียตุ่มไตสีหวานสลับกับการดูดดึงหนักหน่วงตามแรงอารมณ์ที่ไต่ระดับสูงขึ้นทุกวินาที“สะ…เสียวเกินไป…”ฝ่ายถูกปรนเปรอซ้ำ ๆ ครางเสียงสั่นพร่า นั่นยิ่งทำให้สะโพกแกร่งส่งแรงกระทั้นเข้าออกเน้นลึกยิ่งขึ้นครั้งแล้ว ครั้งเล่า…จนเสียงลามกในจังหวะหนักหน่วงดังประสานไปกับเสียงแมลงยามค่ำคืน“หน้าแบบนั้นมันโคตรยั่วผัว”เขาเงยหน้าขึ้น สบตาเธอด้วยสายตาที่แทบจะกลืนกินคนตรงหน้าเข้าไปทั้งตัว“อะ อื้ออ”“อ่าห์ แม่ง…”แก้มเธอแดงจัดเพราะความรู้สึกถูกครอบครองที่แล่นพล่านไปตามหลอดเลือด น้ำเสียงทุ้มต่ำของคนบนร่างกลายเป็นโซ่ตรวนล่ามร่างกายเล
อากาศช่วงดึกเย็นลง ผืนฟ้าย้อมด้วยแสงดาวพราวระยับ ไร่ไวน์ที่ทอดยาวออกไปเงียบสงบ มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนคลอเคล้าอยู่รอบข้าง ไฟสลัวตามทางเดินทอดยาวนำเข้าสู่สระน้ำอุ่นกลางแจ้งที่เชื่อมกับห้องนอน กลิ่นไวน์อ่อน ๆ ผสมกลิ่นหอมสดชื่นของไม้เลื้อยที่โอบล้อมส่งให้บรรยากาศโรแมนติกขึ้นเป็นเท่าตัวคุณชายรองลูเธอร์อุ้มภรรยาคนสวยมาหยุดอยู่ตรงขอบอ่าง ก่อนที่น้ำในอ่างจะกระเพื่อมยามที่ร่างของทั้งคู่ก้าวลงไป ร่างสูงโอบรัดเธอไว้แนบอก เสื้อผ้าถูกถอดออกทีละชิ้นจนเหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าที่เสียดสีกันภายใต้น้ำอุ่น ไอร้อนประสานกับไอปรารถนาจนร่างกายคนทั้งคู่สั่นสะท้านนัยน์ตาคู่คมทอประกายล้ำลึก เอลล่ารู้ดีว่ามันคือสายตาของผู้ชายที่กำลังอดทนอดกลั้นอย่างยากลำบาก“แดดดี๊ของหนูเซ็กซี่จัง”น้ำเสียงหวานก้องเบาในอากาศ เหล้าบ๊วยที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือดทำให้เธอมีความกล้าพูดออกมาอีกครั้ง อีกทั้งริมฝีปากอวบอิ่มยังกระตุกยิ้มเย้ายวนเล็กน้อย“อยากให้รักหนูแรง ๆ แล้วค่ะ”คำพูดนั้นเบาแทบกลืนไปกับลมหายใจ ทว่ามีน้ำหนักพอจะทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกไหววูบซ้ำ ๆ เนธานหลุบตามองคนในอ้อมแขน คนที่ครั้งหนึ่งเขาเคยทำหล่นหายไปจากชี
ปิดเทอมฤดูร้อนอากาศยามบ่ายในหุบเขาอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของดินและผลไม้สุก แสงแดดอ่อน ๆ อาบไล้บนเนินเขาที่เรียงรายด้วยแถวองุ่นยาวเหยียดไร้ที่สิ้นสุด คฤหาสน์สไตล์ยุโรปที่ตั้งอยู่กลางไร่ไวน์เป็นเสมือนหัวใจของตระกูลหวัง สถานที่ซึ่งทุกคนกลับมาพบหน้ากันอีกครั้งในทุก ๆ เดือนเสียงหัวเราะสดใสของเด็ก ๆ ดังก้องไปทั่วลานสนามหญ้า เสียงฝีเท้าเล็กกระทบหญ้าอ่อนดังเป็นระยะสร้างสีสันให้ไร่ไวน์แห่งนี้ได้เป็นอย่างดีอลิเซีย หวังและฟรานซิส เด็กชายและหญิงวัยห้าขวบวิ่งแข่งกันไปตามทางเดินระหว่างแปลงองุ่นที่ทอดยาว ขณะที่แอชตัน หวัง พี่ชายคนโตวัยเจ็ดขวบคอยวิ่งตามอย่างไม่ยอมแพ้“ซินซิน ฟานฟาน รอเฮียด้วย!”มังกรเบบี๋คนโตเรียกน้องทั้งสองดังลั่นไปทั้วทั้งไร่ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะสดใสของเหล่าทายาทมังกรตัวจิ๋วห่างออกไปไม่ไกล ตรงลานกว้างหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ คุณปู่ คุณย่า และสมาชิกคนอื่น ๆ ในตระกูลหวังต่างยืนมองหลาน ๆ ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุขคุณย่าที่อายุมากขึ้นแต่ยังสง่างามไม่เปลี่ยนคอยเอ่ยเตือนหลาน ๆ ด้วยน้ำเสียงใจดี“อย่าไปไกลมากนะลูก”ขณะที่มือไม้ก็ไม่อยู่นิ่ง คอยกวักเรียกหลาน ๆ ให้มาหา ก่อนจะป้อน
เสียงหัวเราะของเด็กชายตัวเล็กดังขึ้นตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมงเช้าเสียงเล็กนั้นดังพอจะปลุกคนทั้งบ้านให้ตื่นได้ แม้แต่เจ้าลูฟี่ หมาพันธุ์โกลเด้นรีทีฟเวอร์วัยสี่เดือนที่ปกติจะซุกตัวอยู่บนที่นอนนุ่มหน้าประตู ก็ยังต้องลุกขึ้นมาสะบัดหางต้อนรับความโกลาหลประจำวัน“ฟานฟานครับ เดินช้า ๆ ครับลูก”เสียงของเอลล่าเอ่ยขึ้นพร้อมเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ที่วิ่งตุบตับผ่านโซฟา ก่อนที่ร่างกลมในชุดนอนลายการ์ตูนโปรดจะพุ่งหลบเข้าไปหลังโซฟาอย่างไม่กลัวเจ็บ“หม่ามี้ครับ ลูฟี่จะกินบิสกิตของฟานฟาน”“ลูฟี่เห็นเบบี๋วิ่งไงคะ เขาอยากเล่นด้วย”เอลล่าผ่อนลมหายใจ พลางยกมือกุมขมับ ทว่ารอยยิ้มเอ็นดูก็ผุดขึ้นบนดวงหน้าหวานอย่างห้ามไม่อยู่ไม่นานรองบอสลูเธอร์ก็เดินมาจากโซนบาร์ช้า ๆ ในชุดเสื้อยืดสีเทาอ่อนกับกางเกงสบาย ๆ มือข้างหนึ่งถือแฟ้มงาน อีกมือถือแก้วกาแฟ กลิ่นหอมของมันตัดกับกลิ่นอาหารเช้าที่เอลล่ากำลังทำให้ลูกชายมาเฟียหนุ่มหยุดมองภาพตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ลูกชายวัยห้าขวบที่ยืนถือตุ๊กตาหมีไว้ในมือซ้าย มือขวาถือบิสกิตชิ้นเล็ก ส่วนเจ้าลูฟี่ก็นั่งจ้องของกินในมือเด็กน้อยตาแป๋ว“เช้านี้เริ่มจากศึกแย่งขนมอีกแล้วเหรอ”เขาพูดเสียงเรียบ ทว
ทั้งคู่จุมพิตกันอีกครั้ง เขาโอบกอดเธอไว้แน่น ก่อนจะประคองร่างบางออกมานอนข้างลูกน้อยที่กำลังท่องโลกนิทราหากอุ้มได้เขาจะไม่ยอมให้ภรรยาเดินให้เหนื่อยแม้แต่น้อย ทว่าหลังผ่าคลอด การเดินบ่อย ๆ ย่อมส่งผลดีกับแผลผ่าตัดมากกว่า ด้วยความเหนื่อยล้าสะสม เอลล่าหลับในอ้อมกอดสามีอย่างง่ายดาย ทว่าผู้เป็นสามีกลับไม่กล้าแม้แต่จะพับเปลือกตาลงตั้งแต่วันแรกที่ลูกน้อยคลอด เป็นเขาที่คอยเฝ้ายาม อีกทั้งยังคอยเช็กลมหายใจเบบี๋ทุก ๆ ชั่วโมงราวกับคนวิตกกังวล ก่อนจะจบด้วยการจุมพิตพวงแก้มอวบนุ่มแผ่วเบา เวลาช่วงดึกของคืนแรกในบ้านอบอุ่นหลังนี้ดำเนินไปอย่างเรียบเรื่อย ครั้นฟรานฟานวัยห้าวันสะดุ้งตื่นร้องไห้กลางดึก ผู้เป็นพ่อที่ไม่ยังเฝ้ายามก็เด้งตัวลุกขึ้นทันทีอย่างไม่รีรอ มือแกร่งอุ้มลูกออกจากเปล จัดการเปลี่ยนผ้าอ้อมคุณชายรองลูเธอร์จัดแจงทุกอย่างเงียบ ๆ ด้วยความคล่องแคล่วโดยไม่รบกวนภรรยาที่กำลังหลับพักผ่อน ก่อนจะกล่อมลูกน้อยกระทั่งหลับไปอีกครั้งค่ำคืนแรกของสามชีวิตที่บ้านผ่านไปอย่างราบรื่น ทุกสิ่งที่เรียนรู้มาจากพยาบาลเขาทำมันได้เป็นอย่างดีเวลาล่วงเลยไปจวบจนเช้ามืด เนธานยังนั่งทำงาน พร้อม ๆ กับคอยเฝ้ายามให้ดวงใจ
ร้านขายอุปกรณ์ศิลปะแดดยามบ่ายลอดผ่านกระจกใสของร้านขายอุปกรณ์ศิลปะในย่านศิลป์เงียบสงบกลางเมือง แสงอุ่น ๆ ทอดไปตามชั้นวางพู่กันและกระดาษเนื้อดีล้อวีลแชร์คันหรูชะลอหน้าชั้นวางสี เอลล่าหวังยืดตัวพลางเอื้อมจนสุดแขนเพื่อหยิบกล่องพาเลตต์สีแบรนด์ที่หมายตาไว้ ทว่าในจังหวะที่มืออีกข้างซึ่งไม่ทันระวังก็สัมผั
ท่าเรือหลักลูเธอร์ท่าเรือเงียบสงบในแบบที่มักจะเป็นหลังเที่ยงคืน มีเพียงเสียงคลื่นซัดกระทบเสาคอนกรีตและเสียงลมทะเลที่พัดผ่านระลอกแล้ว ระลอกเล่าบนตึกสูงของลูเธอร์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมท่าเรือ ปรากฏแสงไฟสีนวลลอดออกจากห้องพักหรูชั้นบนสุด บ่งบอกว่าเวลานี้เจ้าของห้องยังไม่หลับร่างกำยำที่ท่อนบนเปลือยเปล
ถูกหมายหัวตั้งแต่จำความได้ ทายาทตระกูลหวังอย่างเธอเคยถูกหมายหัวมานับครั้งไม่ถ้วน ทว่าไม่เคยมีครั้งไหนที่น่าหวาดหวั่นพรั่นพรึงได้เท่าครั้งนี้ ไม่เคยมีศัตรูคนไหนบรรลุจุดประสงค์ได้เฉียดใกล้แม้แต่ปลายเส้นผมของเธอยกเว้นเขา…สัมผัสอันตรายจากฝ่ามือแกร่งยังคงคั่งค้างอยู่บนลำคอระหงเจ้าของร่างเล็กสูดลมหายใ
“คุณเนธาน…”กระแสเสียงหวานดังผ่านม่านดอกไม้นานาพันธุ์ภายในสตูดิโอวาดภาพทันทีที่นัยน์ตาสวยหันมาสบสายตากับเขา เรียวขาเล็กที่สั่นระริกนั่นค่อย ๆ ก้าวขณะที่มือที่เกาะขอบโต๊ะอยู่คลายจากการเกาะกุมช้า ๆก่อนจะ…“เชิญค่ะ…อ๊ะ!”ภาพเดิมเมื่อไม่กี่นาทีก่อนฉายวนซ้ำอีกครั้งเมื่อเจ้าบ้านเสียหลักวูบลงไปกับพื้นหินอ







