Masukเสียเมื่อไหร่…
หิมะแรกมาเยือนตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา อุณหภูมิเย็นจัดของค่ำคืนรุกไล่คืบคลานเข้าสู่เพนต์เฮาส์หรูริมท่าเรือหลักลูเธอร์ ฮีทเตอร์ถูกเปิดอัตโนมัติโดยพ่อบ้านอัจฉริยะเพื่อให้อุณหภูมิภายในห้องเหมาะสมกับการพักผ่อน
ถึงอย่างนั้นเจ้าของห้องที่ทอดกายลงบนเตียงกว้างครั้งแล้วครั้งเล่ากลับไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้ เมื่อเปลือกตาสีอ่อนพับลงอย่างยากลำบาก มาเฟียหนุ่มจึงผุดลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง
ทว่าเวลานี้แม้จะหยิบแฟ้มงานมาอ่าน ตัวหนังสือก็พลันพร่าเลือนราวกับสายตาไม่ยอมโฟกัส ครั้นเปิดข่าวดูก็มีเพียงเสียงจอแจผสมปะปนเข้ากับเสียงคลื่นที่กระทบชายฝั่ง หรือแม้แต่การออกไปสูบบุหรี่รับลมริมระเบียงก็ไม่ช่วยคลายความอึดอัดที่ยังคงอัดแน่นอยู่กลางอกได้เลยแม้แต่น้อย
เวร…
อาการนอนไม่หลับเขาพอทนได้
แต่ที่น่าแปลกคือร่างกายเขามันคล้ายจะเคยตัว เคยตัวที่เคยมีสิ่งให้พึ่งพา อีกทั้งความรู้สึกหลับลึกนั้น…มันโคตรวิเศษ
อ่า…จริง ๆ เลย
คุณชายรองลูเธอร์ผ่อนลมหายใจยาวเหยียดราวกับยอมจำนน เมื่อที่สุดแล้วก็ต้องกลับไปเลือกทางเลือกสุดท้าย มือแกร่งหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมา ก่อนที่นิ้วเรียวยาวจะพิมพ์ประโยคสั้น ๆ แล้วกดส่งให้ใครบางคน
Nathan : อีก 30 นาที ผมจะไปหา
โดยไม่รอข้อความตอบกลับจากอีกฝ่าย คุณชายรองลูเธอร์กดล็อกหน้าจอแล้วเดินไปคว้าแจ็กเกตกับกุญแจรถทันที แผ่นหลังเย่อหยิ่งในชุดเสื้อยืดกางเกงวอร์มขายาวเดินออกจากห้องราวกับกลัวว่าหากช้าเพียงเสี้ยววินาทีเจ้าตัวจะเปลี่ยนใจ
รถสปอร์ตคันหรูแล่นฝ่าความมืดบนถนนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะแรกที่โปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย แสงไฟสองข้างทางสะท้อนกับเกล็ดน้ำแข็งวาววับราวดวงดาว มือใหญ่กำพวงมาลัยแน่นเมื่อหัวใจดวงแกร่งดุจภูเขาน้ำแข็งค่อย ๆ สั่นคลอน
ครั้งแล้ว ครั้งเล่า…
ในหัวคุณชายรองลูเธอร์เวลานี้มีเพียงรายละเอียดที่ประณีตทุกสัดส่วนบนดวงหน้าสวยหวาน รายละเอียดของกลิ่นประจำกายที่ค่อนข้างซับซ้อน ทว่าสามารถตรึงทุกสติสัมปชัญญะของเขาได้อย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้ รวมถึงรสจูบที่กว่าจะรู้ตัว ความหวานล้ำลึกนั้นก็หยั่งรากลึกลงไปในจิตใต้สำนึกของเขาจนยากที่จะปฏิเสธ
กระทั่งปลายเท้าแตะลงบนพื้นหินอ่อนภายในเรือนกระจกที่คุ้นเคย ภาพที่สลักลึกอยู่ในหัวของเขามาตลอดทางก็สะท้อนในนัยน์ตาสีเทาลึกลับ เอลล่าหวังนั่งรออยู่บนโซฟาตัวโปรด ข้างกายมีสมุดสเก็ตช์และดินสอวางไว้ แสงไฟอบอุ่นสะท้อนบนกระจกใสเผยให้เห็นเกล็ดหิมะด้านนอกที่ยังคงร่วงหล่นลงมาไม่หยุด
และจังหวะที่เธอเงยหน้าขึ้นสบประสานนัยน์ตากับเขา เสียงแตกร้าวของเปลือกแข็งที่ห่อหุ้มภายในโลกหม่นเทาก็ค่อย ๆ ดังก้องในจิตใต้สำนึก
“คุณชาย…” เสียงหวานใสที่ไม่มั่นคงนักยังไม่ทันเอ่ยจบประโยค ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ก็พลันลดลงกะทันหัน ความเย็นชายากจะหยั่งในดวงตาสีเทาลึกลับไล่ไปตามสายตาคมดุคู่นั้นเข้าสู่สมองของเจ้าของบ้านทันที แรงกดดันนั้นเย็นเยือกชวนรู้สึกหวาดหวั่นไม่น้อย ทว่าเอลล่ากลับไม่อาจถอนสายตาจากคนตรงหน้าได้เลยแม้แต่น้อย
กระทั่งสุ้มเสียงแหบทุ้มเปี่ยมอำนาจดังแหวกม่านภวังค์ความคิด…
“ผมมาขอพ็อกเก็ตสแควร์คืน” สิ้นประโยคนั้นเรียวคิ้วสีอ่อนของคุณหนูตระกูลหวังก็ขมวดย่นเข้าหากันเล็กน้อย ขณะที่ความสงสัยสายหนึ่งฉายวาบในดวงตาคู่สวย
ขอคืน?
เวลานี้?
ไม่พูดเปล่ามือแกร่งที่อุดมไปด้วยเส้นเลือดก็ยื่นมาตรงหน้าเธอคล้ายต้องการเร่งเร้า ท่าทีแบบนี้ของเขาราวกับเป็นสิ่งตรงกันข้ามของบุคลิกปกติที่แสนจะสุขุม เยือกเย็น
“ไหนคุณบอกว่าฉันจ่ายให้คุณในราคาที่ทัดเทียมไปแล้วไงคะ”
อีกอย่างวันนั้นเขาเป็นฝ่ายบอกเธอเองว่าเขา ‘ทิ้ง’ มันแล้วด้วยซ้ำ แล้วทำไม…
น้ำเสียงเมื่อครู่ที่กล่าวกระทุ้งความทรงจำให้มาเฟียตระกูลใหญ่ของเธอแผ่วเบา หากแต่หนักแน่นด้วยความหมาย ทว่าคำพูดนั้นกลับพ่วงมาด้วยสัมผัสอุ่นร้อนของ ‘จูบ’ ครั้งนั้นที่ยังคงอยู่ในความรู้สึก กลิ่นอายของคนตรงหน้าผุดวาบขึ้นมาในห้วงความคิดโดยไม่ตั้งใจเสียได้
“งั้นผมขอซื้อคืน”
อะไรของเขา…
“ฉะ…ฉันไม่ได้เก็บไว้แล้วค่ะ” คำโกหกคำโตถูกเอ่ยผ่านน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย ทั้งที่ในความเป็นจริง ผ้าผืนเล็กราคาแพงผืนนั้นยังคงอยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานของเธอ
มันยังเปื้อนสีที่เขาเช็ดออกให้อย่างเบามือ…
“งั้น น้ำหอมของคุณ…” นัยน์ตาสีเทาเฮมาไทต์ที่จับจ้องมายังคงอัดแน่นไปด้วยความสุขุมเยือกเย็นไม่เปลี่ยน แม้ประโยคถัดมาของเขาคล้ายจะเป็นประโยคเชิงขอร้อง
“…ผมอยากรู้ว่ากลิ่นอะไร”
ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า ยิ่งเธอนิ่งเงียบขณะใช้สมองประเมินคนตรงหน้า ท่าทีสูงส่งเย่อหยิ่งของเขาราวกับค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยความอ่อนไหวบางอย่าง
ไม่ได้ลดทอนหรืออันตรธานไป…
หากแต่คล้ายกับว่าความอ่อนไหวนั้นเป็นอีกส่วนของตัวตนที่เขาเผลอเปลือยเปล่ามันออกมา…
“ได้โปรด…”
ราวกับเขาควบคุมมันได้ไม่เบ็ดเสร็จอย่างเคย…
เพราะอะไร…
“คุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ”
ไม่ตอบ…
แขกผู้มาใหม่ยามวิกาลทำเพียงย่นเรียวคิ้วเข้มราวกับพยายามสะกดกลั้นบางอย่างเอาไว้ ก่อนที่ไม่กี่วินาทีต่อมาจะสืบเท้าเข้ามาใกล้กระทั่งระยะห่างที่เหลือน้อยนิดก่อนหน้าอันตรธานไป
ยิ่งไปกว่านั้น ร่างสูงสง่ากลับค่อย ๆ ทรุดตัวลงคุกเข่าหนึ่งข้าง เครื่องหน้าคมคายเคลื่อนมาอยู่ในระนาบเดียวกัน นัยน์ตาสีเทาลึกลับสบประสานกับนัยน์ตาที่เริ่มสั่นระริกของเธอ ระยะห่างที่ลดลงกะทันหันนี้ทำให้เอลล่าเผลอหยุดหายใจ
เธอและเขาในเวลานี้อยู่ในระยะที่ค่อนข้างจะ…อันตราย
วินาทีนั้นมีอีกสิ่งที่เอลลาได้เรียนรู้เกี่ยวกับผู้ชายตรงหน้าเธอในวันนี้ คืออย่าพยายามไล่ตามความคิดของเขา เพราะไม่รู้เลยว่าวินาทีใดจะถูกดึงเข้าไปในโลกที่เต็มไปด้วยความคลุมเครือของเขาอย่างที่เธอกำลังเผชิญ
ก็ได้…
เมื่อตกตะกอนความคิดและประเมินสถานการณ์เรียบร้อยแล้วคุณหนูตระกูลหวังจึงเอื้อมมือไปยังลิ้นชักเล็ก ๆ ที่อยู่ไม่ไกลนัก ก่อนจะหยิบขวดเล็กจิ๋วที่ข้างในบรรจุน้ำหอมสีหวานขึ้นมาแล้วยื่นให้คนตรงหน้าอย่างระมัดระวัง
มาเฟียหนุ่มรับขวดน้ำหอมมาก่อนจะเปิดฝาแล้วละเมียดสูดกลิ่นหอมนั้นเข้าลึก
ทว่า…
“ไม่ใช่…”
รายละเอียดของกลิ่นน้ำหอมนี้อาจจะใกล้เคียง หากแต่มันไม่เหมือนกับกลิ่นกายของหญิงสาวตรงหน้าที่กรุ่นโอบอุ้มเขาไว้ในห้วงนิทราทั้งคืน
“…แค่คล้าย แต่ไม่เหมือน”
ได้ยินดังนั้น หญิงสาวที่ยังไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติที่สะท้อนในนัยน์ตาสีเทาลึกลับก็หันกลับไปยังลิ้นชักเดิม หมายจะหยิบน้ำหอมขวดใหม่ให้อีกฝ่าย
เป็นจังหวะเดียวกับที่ลมหนาวสายหนึ่งซึ่งลอดผ่านช่องลมเข้ามาหอบเอากลิ่นที่ยังคงค้างอยู่ในก้นบึ้งจิตสำนึกของมาเฟียตระกูลใหญ่ให้ฟุ้งกำจายอีกครั้ง กลิ่นอ่อนจางหอมละมุนของ White Musk อบอวลปะทะเข้ากับปลายจมูกโด่งในเสี้ยวลมหายใจ
อ่า กลิ่นนี้ต่างหาก…
เรียวคิ้วเข้มที่พาดเหนือนัยน์ตาสีเฮมาไทต์ขยับย่นเข้าหากันมากกว่าเดิมเล็กน้อย เมื่อสัญชาตญาณส่วนลึกบอกเขาทันทีว่ากลิ่นนี้ต่างหาก ที่พาเขาฝ่าความมืดดิ่งลึกสู่ห้วงนิทรา
เนธานเคลื่อนเครื่องหน้าประณีตคมคายใต้แสงอุ่นนวลเข้าไปใกล้เจ้าของร่างบอบบางตรงหน้า ก่อนจะยกแขนขึ้น ถือวิสาสะสอดเรียวนิ้วแกร่งเข้าไปในเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนแล้วจับตรึงต้นคอของอีกฝ่ายเอาไว้ไม่ให้ถอยหนี
บรรยากาศวาบหวามคลุมเครือแผ่กำจาย…
พริบตาที่ข้อนิ้วของมาเฟียตระกูลใหญ่ไล้ผ่านพวงแก้มและใบหูเห่อร้อนเข้าไปในเรือนผมนุ่ม สติที่คงอยู่เต็มร้อยก่อนหน้าพลันถูกหั่นออกไปมากกว่าครึ่ง หัวใจดวงน้อยสั่นวูบ เรียวมือเล็กเผลอกำรวบน้ำหอมขวดจิ๋วในมือแน่นเข้าราวกับต้องการใช้มันเป็นหลักยึด
รู้จักผมเท่าที่ผมอยากให้รู้
ถ้าคุณอยากเดือดร้อนจริง ๆ ก็ลองล้ำเส้นเข้ามาอีกครับ…รับรองว่าผมจะไม่ปล่อยผ่านง่าย ๆ เหมือนครั้งนี้
คำกล่าวเตือนพร้อมสุ้มเสียงเย็นเยือกของเขาดังขึ้นในโสตประสาทของคนตัวเล็กอีกครั้ง สมองที่ส่วนใหญ่พร่าเบลอไปแล้วเพราะสัมผัสใกล้ชิดกะทันหันพยายามครุ่นคิดหาคำตอบว่าครั้งนี้เธอไปล้ำเส้นเขาตอนไหน
เขาถึงได้…
“อึก…”
ยังไม่ทันที่คนตัวเล็กกว่าจะควานหาคำตอบเจอ เครื่องหน้าสูงส่งดุจหน้าผาน้ำแข็งสูงชันก็โน้มเข้ามาใกล้ ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะทาบทับลงมาครอบครอง วางอำนาจเหนือทุกสิ่ง
เอลล่าหวังแทบหยุดหายใจเมื่ออากาศหนาวเย็นในคืนหิมะแรกอันตรธานไปแล้วถูกแทนที่ด้วยไออุ่นจากร่างกายสูงใหญ่ที่ถ่ายเทมายังเธอ สัมผัสของเขาคล้ายอ่อนโยนทว่ากลับเต็มไปด้วยพลังบางอย่างที่เธอไม่อาจทัดทานได้
กลีบปากล่างอิ่มสวยถูกอีกฝ่ายขบเม้มแผ่วเบา ก่อนที่ปลายลิ้นร้อนจะถือวิสาสะแทรกเข้ามาไล่ต้อนลิ้นนุ่ม มาเฟียหนุ่มละเลียดไล้ชิมความหอมหวานทั่วทั้งโพรงปากอุ่นนุ่มซ้ำ ๆ ริมฝีปากเล็ก ๆ ของคนตรงหน้าเขาครอบครองมันอย่างเอาแต่ใจ
ราวกับวินาทีนั้นทุกอย่างหลุดพ้นจากพันธนาการของสติสัมปชัญญะ ฝ่ามือแกร่งทั้งสองข้างของมาเฟียหนุ่มเคลื่อนขึ้นมาประคองข้างใบหูเห่อร้อนของอีกฝ่าย ขณะที่เอลล่าก็สอดสองแขนคล้องลำคอแกร่งของเขาเช่นกัน
หญิงสาวหลับตาพริ้มรับทุกสัมผัสและการครอบครองอย่างเด็ดขาดของอีกฝ่าย น้ำลายที่ผสมปะปนเป็นเนื้อเดียวกันเธอกลืนมันอย่างไม่นึกรังเกียจ อีกทั้งยังลองหยั่งเชิงด้วยการขบเม้มริมฝีปากร้อนของเขาดูบ้าง
“อะ…อื้ม~” วินาทีนั้นหญิงสาวถึงได้รู้ว่าการตอบโต้ในความใจกล้าของเธอจากชายตรงหน้า คือจูบที่ทั้งเร่าร้อนและบ้าระห่ำสวนทางกับความสุขุม เยือกเย็นของเขาโดยสิ้นเชิง
ให้ตาย…
คนคนนี้กำลังหลอมละลายเธอด้วยไอร้อนจากร่างกายและทุกสัมผัสของเขา
“อื้อ~”
เสียงครางหวานดังแผ่วในลำคอ เมื่อมือแกร่งข้างหนึ่งเคลื่อนมาตรึงท้ายทอยชื้นเหงื่อเข้าหาพร้อมกับกดแทรกปลายลิ้นให้ลึกขึ้นกว่าเดิม เพื่อควานหาความหอมหวานที่ซ่อนอยู่ในนั้น ราวกับไม่ว่าจะดูดกลืนหนักหน่วงแค่ไหนมันก็ไม่เพียงพอสำหรับเขา
ทุกอย่างดำเนินไปในทิศทางที่ความคุมไม่ได้อย่างกะทันหัน เอลล่าสัมผัสได้ถึงไอร้อนระอุตามแรงอารมณ์ที่ปะทุขึ้นจากภายในร่างกายสูงใหญ่จนไม่อาจสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิเย็นจัดก่อนหน้า
น้ำหอมขวดจิ๋วในมือเล็กถูกกำแน่นเข้า ลมหายใจเธอถูกกลืนหายไปในรสจูบที่ทั้งลึกซึ้งและบ้าคลั่ง อีกทั้งหัวใจดวงน้อยยังกระหน่ำเต้นราวกับมันจะกระดอนออกมาจากอก ขณะที่สัมผัสของคนตรงหน้าแนบชิดมากขึ้นเสียจนร่างบอบบางโอนอ่อนสั่นไหวไปตามแรงอารมณ์ของเขาที่ชักนำสตินึกคิดเธอได้อย่างง่ายดาย
เนธานตักตวงเอาทุกสิ่งทุกอย่างจากเธอราวกับคนที่ถอนตัวไม่ขึ้น เนิ่นนานที่จูบลึกซึ้งในคืนหิมะแรกดำเนินไป กระทั่งริมฝีปากร้อนของเขาผละออกอย่างอ้อยอิ่งในที่สุด
ราวกับเขาไม่อยากหยุดทุกอย่างไว้เพียงเท่านี้…
แต่ว่า…
อ่า ไม่ใช่เวลานี้ ไม่ใช่ที่นี่ …
เจ้าของนัยน์ตาสีเฮมาไทต์ประคองดวงหน้าซับสีระเรื่อของคนเด็กกว่าไว้อีกครั้ง ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสั่นระริกราวกับต้องการค้นหาบางสิ่งในนั้น ก่อนที่แขนแกร่งจะค่อย ๆ อ้อมผ่านลำคอไปจับต้นคอระหงแล้วรั้งเข้ามาซบกับอกกว้างของเขาแล้วเปรย
“ผมแย่แล้ว…”
สุ้มเสียงต่ำพร่าเอ่ยออกมาแทบไม่ต่างจากเสียงกระซิบ ไม่มีคำอธิบายใดมากไปกว่านี้ มีเพียงน้ำหนักจากมือแกร่งที่ลูบเบา ๆ ลงบนกลุ่มผมนุ่ม ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนของคนในอ้อมกอด ราวกับเขาต้องการปลอบประโลมให้อีกฝ่ายหายผวาตกใจกับการล้ำเส้นกะทันหันครั้งที่สองของเขา
“ผมจะไม่ขอโทษที่ล้ำเส้น…” น้ำเสียงหนักแน่นมั่นคงเอ่ยบอก ขณะมืออุ่นช้อนปลายคางมนให้เงยขึ้นมาสบประสานสายตาอีกครั้ง
จุมพิตผะแผ่วเขาบรรจงประทับมันลงบนกลีบปากอิ่มสวย ลมหายใจอุ่นร้อนนั้นเต็มไปด้วยความยับยั้งชั่งใจ เนธานพับเปลือกตาสีอ่อนภายใต้กรอบแว่นสายตาลงเพื่อกดข่มความดิบหยาบที่มันเริ่มพลุ่งพล่านอยู่ข้างในก่อนจะตัดใจถอนริมฝีปากออกแล้วเปรย
“…แล้วก็จะไม่ปฏิเสธว่าครั้งนี้ ผม ‘ตั้งใจ’ จูบคุณ”
ฝากกดติดตามนามปากกา Thrymr ด้วยนะคะ
แสงแดดอ่อน ๆ คล้อยบ่ายลอดผ่านผ้าม่านลูกไม้สีขาวสะอาดตาของสตูดิโอวาดภาพ วาดเงาอ่อนนุ่มลงบนผืนผ้าใบที่เอลล่ากำลังบรรจงแต่งแต้มด้วยพู่กันแบรนด์โปรด ทุกการลากเส้นเต็มไปด้วยความรักและจิตวิญญาณในนั้นขณะที่กำลังใช้สมาธิไปกับงานตรงหน้า เสียงเปิดประตูเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ภูมิฐานในสูทสีเทาเข้มจะก้าวเข้ามา เครื่องหน้าคมคายและแววตาที่เหนื่อยล้าบ่งบอกถึงภาระที่ต้องแบกรับ ทว่าเมื่อเห็นคนรัก โลกทั้งใบก็ราวกับถูกโอบอุ้มไว้ด้วยความอ่อนหวานนั้นเป็นปกติในทุก ๆ วันที่หลังวางงานและภาระที่หนักอึ้งไว้หลังบานประตูห้องทำงาน มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอำนาจจะต้องรีบกลับมาเติมภรรยาคนสวยก่อนทำสิ่งอื่นเสมอช่วงขาแกร่งเดินเข้ามาเงียบ ๆ แล้วโน้มตัวกอดคนดีขาของเขาจากด้านหลัง แผ่นอกแข็งแรงแนบชิดแผ่นหลังบอบบาง แขนแข็งแรงโอบรอบเอวคอด พร้อมซุกเครื่องหน้าหล่อเหลาคมคายลงกับซอกคอขาวแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับกลิ่นกายของเธอคือที่พักพิงเดียวที่ปลอบโยนเขาจากความเหนื่อยล้าได้“แดดดี๊ หนูทำงานอยู่นะคะ”เอลล่าเอ่ยเสียงเบา ทว่าริมฝีปากอิ่มกลับวาดรอยยิ้มหวาน มือข้างที่ว่างของเธอลูบแก้มสามีอย่างอ่อนโยนพร้อมเอียงศ
“อื้อ…แดดดี๊…”คนในอ้อมกอดครางหวาน อีกทั้งร่างกายเล็กก็บิดหนีสัมผัสที่สร้างความเสียวซ่านตามสัญชาตญาณ มือเล็กของเธอกำแน่นบนลาดไหล่กว้าง“อยากเสร็จใช่มั้ย หืม… งั้นก็ครางหวาน ๆ ให้ผมฟังอีกสิ”คำพูดดิบหยาบที่แทรกเข้ามาพร้อมกับสัมผัสร้อนแรงทำให้เอลล่าหวังแทบหลอมละลายในอกเขา เธอเผลอซบหน้าลงกับแผ่นอกกว้าง รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านของหัวใจดวงแกร่งที่เต้นแรงไม่ต่างกันมาเฟียหนุ่มยกเธอขึ้นนั่งบนขอบอ่างทั้งที่กลางกายยังเชื่อมต่อกัน ก่อนจะก้มลงครอบครองยอดอกสีสวย เรียวลิ้นร้อนของเขาตวัดไล้เลียตุ่มไตสีหวานสลับกับการดูดดึงหนักหน่วงตามแรงอารมณ์ที่ไต่ระดับสูงขึ้นทุกวินาที“สะ…เสียวเกินไป…”ฝ่ายถูกปรนเปรอซ้ำ ๆ ครางเสียงสั่นพร่า นั่นยิ่งทำให้สะโพกแกร่งส่งแรงกระทั้นเข้าออกเน้นลึกยิ่งขึ้นครั้งแล้ว ครั้งเล่า…จนเสียงลามกในจังหวะหนักหน่วงดังประสานไปกับเสียงแมลงยามค่ำคืน“หน้าแบบนั้นมันโคตรยั่วผัว”เขาเงยหน้าขึ้น สบตาเธอด้วยสายตาที่แทบจะกลืนกินคนตรงหน้าเข้าไปทั้งตัว“อะ อื้ออ”“อ่าห์ แม่ง…”แก้มเธอแดงจัดเพราะความรู้สึกถูกครอบครองที่แล่นพล่านไปตามหลอดเลือด น้ำเสียงทุ้มต่ำของคนบนร่างกลายเป็นโซ่ตรวนล่ามร่างกายเล
อากาศช่วงดึกเย็นลง ผืนฟ้าย้อมด้วยแสงดาวพราวระยับ ไร่ไวน์ที่ทอดยาวออกไปเงียบสงบ มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนคลอเคล้าอยู่รอบข้าง ไฟสลัวตามทางเดินทอดยาวนำเข้าสู่สระน้ำอุ่นกลางแจ้งที่เชื่อมกับห้องนอน กลิ่นไวน์อ่อน ๆ ผสมกลิ่นหอมสดชื่นของไม้เลื้อยที่โอบล้อมส่งให้บรรยากาศโรแมนติกขึ้นเป็นเท่าตัวคุณชายรองลูเธอร์อุ้มภรรยาคนสวยมาหยุดอยู่ตรงขอบอ่าง ก่อนที่น้ำในอ่างจะกระเพื่อมยามที่ร่างของทั้งคู่ก้าวลงไป ร่างสูงโอบรัดเธอไว้แนบอก เสื้อผ้าถูกถอดออกทีละชิ้นจนเหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าที่เสียดสีกันภายใต้น้ำอุ่น ไอร้อนประสานกับไอปรารถนาจนร่างกายคนทั้งคู่สั่นสะท้านนัยน์ตาคู่คมทอประกายล้ำลึก เอลล่ารู้ดีว่ามันคือสายตาของผู้ชายที่กำลังอดทนอดกลั้นอย่างยากลำบาก“แดดดี๊ของหนูเซ็กซี่จัง”น้ำเสียงหวานก้องเบาในอากาศ เหล้าบ๊วยที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือดทำให้เธอมีความกล้าพูดออกมาอีกครั้ง อีกทั้งริมฝีปากอวบอิ่มยังกระตุกยิ้มเย้ายวนเล็กน้อย“อยากให้รักหนูแรง ๆ แล้วค่ะ”คำพูดนั้นเบาแทบกลืนไปกับลมหายใจ ทว่ามีน้ำหนักพอจะทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกไหววูบซ้ำ ๆ เนธานหลุบตามองคนในอ้อมแขน คนที่ครั้งหนึ่งเขาเคยทำหล่นหายไปจากชี
ปิดเทอมฤดูร้อนอากาศยามบ่ายในหุบเขาอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของดินและผลไม้สุก แสงแดดอ่อน ๆ อาบไล้บนเนินเขาที่เรียงรายด้วยแถวองุ่นยาวเหยียดไร้ที่สิ้นสุด คฤหาสน์สไตล์ยุโรปที่ตั้งอยู่กลางไร่ไวน์เป็นเสมือนหัวใจของตระกูลหวัง สถานที่ซึ่งทุกคนกลับมาพบหน้ากันอีกครั้งในทุก ๆ เดือนเสียงหัวเราะสดใสของเด็ก ๆ ดังก้องไปทั่วลานสนามหญ้า เสียงฝีเท้าเล็กกระทบหญ้าอ่อนดังเป็นระยะสร้างสีสันให้ไร่ไวน์แห่งนี้ได้เป็นอย่างดีอลิเซีย หวังและฟรานซิส เด็กชายและหญิงวัยห้าขวบวิ่งแข่งกันไปตามทางเดินระหว่างแปลงองุ่นที่ทอดยาว ขณะที่แอชตัน หวัง พี่ชายคนโตวัยเจ็ดขวบคอยวิ่งตามอย่างไม่ยอมแพ้“ซินซิน ฟานฟาน รอเฮียด้วย!”มังกรเบบี๋คนโตเรียกน้องทั้งสองดังลั่นไปทั้วทั้งไร่ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะสดใสของเหล่าทายาทมังกรตัวจิ๋วห่างออกไปไม่ไกล ตรงลานกว้างหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ คุณปู่ คุณย่า และสมาชิกคนอื่น ๆ ในตระกูลหวังต่างยืนมองหลาน ๆ ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุขคุณย่าที่อายุมากขึ้นแต่ยังสง่างามไม่เปลี่ยนคอยเอ่ยเตือนหลาน ๆ ด้วยน้ำเสียงใจดี“อย่าไปไกลมากนะลูก”ขณะที่มือไม้ก็ไม่อยู่นิ่ง คอยกวักเรียกหลาน ๆ ให้มาหา ก่อนจะป้อน
เสียงหัวเราะของเด็กชายตัวเล็กดังขึ้นตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมงเช้าเสียงเล็กนั้นดังพอจะปลุกคนทั้งบ้านให้ตื่นได้ แม้แต่เจ้าลูฟี่ หมาพันธุ์โกลเด้นรีทีฟเวอร์วัยสี่เดือนที่ปกติจะซุกตัวอยู่บนที่นอนนุ่มหน้าประตู ก็ยังต้องลุกขึ้นมาสะบัดหางต้อนรับความโกลาหลประจำวัน“ฟานฟานครับ เดินช้า ๆ ครับลูก”เสียงของเอลล่าเอ่ยขึ้นพร้อมเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ที่วิ่งตุบตับผ่านโซฟา ก่อนที่ร่างกลมในชุดนอนลายการ์ตูนโปรดจะพุ่งหลบเข้าไปหลังโซฟาอย่างไม่กลัวเจ็บ“หม่ามี้ครับ ลูฟี่จะกินบิสกิตของฟานฟาน”“ลูฟี่เห็นเบบี๋วิ่งไงคะ เขาอยากเล่นด้วย”เอลล่าผ่อนลมหายใจ พลางยกมือกุมขมับ ทว่ารอยยิ้มเอ็นดูก็ผุดขึ้นบนดวงหน้าหวานอย่างห้ามไม่อยู่ไม่นานรองบอสลูเธอร์ก็เดินมาจากโซนบาร์ช้า ๆ ในชุดเสื้อยืดสีเทาอ่อนกับกางเกงสบาย ๆ มือข้างหนึ่งถือแฟ้มงาน อีกมือถือแก้วกาแฟ กลิ่นหอมของมันตัดกับกลิ่นอาหารเช้าที่เอลล่ากำลังทำให้ลูกชายมาเฟียหนุ่มหยุดมองภาพตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ลูกชายวัยห้าขวบที่ยืนถือตุ๊กตาหมีไว้ในมือซ้าย มือขวาถือบิสกิตชิ้นเล็ก ส่วนเจ้าลูฟี่ก็นั่งจ้องของกินในมือเด็กน้อยตาแป๋ว“เช้านี้เริ่มจากศึกแย่งขนมอีกแล้วเหรอ”เขาพูดเสียงเรียบ ทว
ทั้งคู่จุมพิตกันอีกครั้ง เขาโอบกอดเธอไว้แน่น ก่อนจะประคองร่างบางออกมานอนข้างลูกน้อยที่กำลังท่องโลกนิทราหากอุ้มได้เขาจะไม่ยอมให้ภรรยาเดินให้เหนื่อยแม้แต่น้อย ทว่าหลังผ่าคลอด การเดินบ่อย ๆ ย่อมส่งผลดีกับแผลผ่าตัดมากกว่า ด้วยความเหนื่อยล้าสะสม เอลล่าหลับในอ้อมกอดสามีอย่างง่ายดาย ทว่าผู้เป็นสามีกลับไม่กล้าแม้แต่จะพับเปลือกตาลงตั้งแต่วันแรกที่ลูกน้อยคลอด เป็นเขาที่คอยเฝ้ายาม อีกทั้งยังคอยเช็กลมหายใจเบบี๋ทุก ๆ ชั่วโมงราวกับคนวิตกกังวล ก่อนจะจบด้วยการจุมพิตพวงแก้มอวบนุ่มแผ่วเบา เวลาช่วงดึกของคืนแรกในบ้านอบอุ่นหลังนี้ดำเนินไปอย่างเรียบเรื่อย ครั้นฟรานฟานวัยห้าวันสะดุ้งตื่นร้องไห้กลางดึก ผู้เป็นพ่อที่ไม่ยังเฝ้ายามก็เด้งตัวลุกขึ้นทันทีอย่างไม่รีรอ มือแกร่งอุ้มลูกออกจากเปล จัดการเปลี่ยนผ้าอ้อมคุณชายรองลูเธอร์จัดแจงทุกอย่างเงียบ ๆ ด้วยความคล่องแคล่วโดยไม่รบกวนภรรยาที่กำลังหลับพักผ่อน ก่อนจะกล่อมลูกน้อยกระทั่งหลับไปอีกครั้งค่ำคืนแรกของสามชีวิตที่บ้านผ่านไปอย่างราบรื่น ทุกสิ่งที่เรียนรู้มาจากพยาบาลเขาทำมันได้เป็นอย่างดีเวลาล่วงเลยไปจวบจนเช้ามืด เนธานยังนั่งทำงาน พร้อม ๆ กับคอยเฝ้ายามให้ดวงใจ
แสงยามเช้าอุ่น ๆ ของเวนิสกระทบดวงหน้าหวานของเอลล่า ขณะที่เธอเดินเคียงข้างเนธานไปตามถนนเก่าแก่ บรรยากาศเมืองศิลปะเต็มไปด้วยแสงและเงาที่สลับซับซ้อน เสียงน้ำในคลองใสสะอาดสะท้อนเบา ๆ ท่ามกลางเสียงเรือกอนโดล่าลอดผ่านสะพานโค้งหญิงสาวยังคงใจเต้นแรง ไม่ใช่เพียงเพราะเวนิสสวยงาม ทว่าเพราะมือแกร่งของเนธานที่
“อ๊ะ…อ๊ะ มะ…ไม่ไหวแล้ว…”กระแสเสียงหวานสั่นพร่า ร่างกายสั่นระริกแทบไม่สามารถควบคุมได้ เนธานยิ้มบาง ๆ มือแกร่งกระชับเอวบางแน่นขึ้น ประคองให้คนตัวเล็กแนบชิดที่สุด“คนดีต้องเรียกผมว่าอะไร หืม” เขาพูดพร้อมสายตาลึกซึ้งที่มองมา“ดะ…แดดดี๊…”คนตรงหน้าครางเรียกแผ่วเบา เรียวมือกำเสื้อผ้าราคาแพงของเขาไว้เขาแ
เปรี้ยง!เสียงฟ้าร้องกะทันหันทำเอลล่าสะดุ้งเล็กน้อย มือเล็กผวาคว้าต้นแขนแกร่งของอีกฝ่ายเอาไว้ราวกับต้องการหลักยึดเสียงม่านฝนกระทบหลังคาเริ่มดังขึ้นกว่าเดิม บรรยากาศภายนอกกลืนหายไปกับห้วงรัตติกาลที่คืบคลานเข้ามาเร็วกว่าปกติโดยสมบูรณ์ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่ทั้งคู่ยึดครองพื้นที่นัยน์ตาของอีกฝ่าย เนธ
แสงไฟสีขาวนวลจากเพดานสูงสะท้อนกับผิวกระจกใสที่กั้นเป็นผนัง ทำให้ห้องทำงานชั่วคราวของเอลล่าดูสว่างสะอาดตา โต๊ะทำงานไม้โอ๊คเคลือบเงาถูกวางไว้กลางห้องที่อบอวลไปด้วยกลิ่นบางเบาของกุหลาบขาวปนมัสก์จาง ๆร่างแบบบางนั่งทำงานอย่างเงียบสงบ ปลายนิ้วขีดเส้นลงบนกระดาษอย่างใช้สมาธิ ก่อนที่หัวใจดวงน้อยจะเต้นผิดจั





![กรงรักเถื่อนสวาท NC25+ [พระเอกมาเฟีย โหด คลั่งรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

