LOGIN“คลานเชื่อง ๆ มาหาผม แล้วกลืน ’บาป’ คาว ๆ นี่ลงไป…ให้หมดทุกหยด”
View Moreธันวาคม 2026
โรงประมูลลูเธอร์ , เจนีวา
เสียงเข็มนาฬิกาบนผนังครวญเสียงแผ่ว ก่อนจะค่อย ๆ กลืนหายไปกับเสียงกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงลำคอแห้งผากที่ดังกังวาลชัดในโสตประสาทท่ามกลางบรรยากาศสับสนตึงเครียด
เมื่อกี้ เขาว่าอะไร…นะ
นัยน์ตาสีเฮเซลนัทซึ่งสะท้อนความสับสนเจือมวลโทสะเบาบางทอดมองไปยังบุคคลตรงหน้า ที่นั่งพิงพนักโซฟาด้วยท่าทีปราศจากคลื่นอารมณ์ราวกับรูปปั้นหน้าทางเข้าโรงประมูลโอ่อ่าแห่งนี้
“จะไม่ทำ?” ประโยคคำถามที่เอ่ยผ่านน้ำเสียงเย็นเยือกกว่าครั้งไหน ๆ คล้ายถูกเคลือบไว้ด้วยความอดทนอดกลั้นทั้งชีวิต นัยน์ตาสีเทาเฮมาไทต์ที่มองมาราวกับคมมีดนับพันเล่มที่พุ่งมาจ่อลำคอแห้งผาก
แน่นอนว่ามันพร้อมที่จะเสียบทะลุหลอดเลือดใหญ่ของเธอหากไม่ทำตามคำประกาศิตร้ายกาจของเขา
ให้ตาย…
เวลานี้มัจจุราชอาจจะน่ากลัวน้อยกว่าคนคนนี้…
“คุกเข่า…” จู่ ๆ อุณหภูมิภายในห้องรับรองหรูก็ลดฮวบลงกะทันหัน บรรยากาศเวลานี้เต็มไปด้วยแรงกดข่มที่ทำเอาแข้งขาที่ยังหลงเหลืออาการบาดเจ็บอยู่อ่อนแรงอย่างง่ายดาย
“ฉันเจ็บ” ประโยคตรงไปตรงมาถูกเอ่ยผ่านน้ำเสียงไม่คงที่นัก เธอไม่ได้อยากขอความเห็นใจจากซาตานร้ายตรงหน้า ทว่าต้องการดึงสติที่อาจจะหลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดของเขาให้กลับเข้าที่เท่านั้น
เพราะนอกจากคำสั่งป่าเถื่อนของเขาจะทำร้ายเธอทางกายแล้ว มันยังลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จนสิ้น
เกินไป…
บาปที่เขาจงใจยัดเยียดมาให้…
มันหนักอึ้งเกินไปแล้ว…
ทว่า…
“ผมสนแค่ผลลัพธ์…”
ซาตานก็คือซาตาน เนธาน ธำรงอัศววัฒน์ แสยะยิ้มมุมปาก ราวกับจงใจเย้ยหยันในความอ่อนแอกว่าของเธอ ก่อนจะเปรยด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าเจือไอสังหารเย็นเยือกที่สามารถแช่แข็งเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายคนฟังได้เดี๋ยวนั้น
“หรือถ้ามันยากนัก…” นัยน์ตาคมกริบจงใจกดต่ำลงมองเรียวขาสวยที่เสมือนสิ่งตอกย้ำในความผิดบาปครั้งนั้น “…ขาคุณ ผมจะสงเคราะห์ตัดมันทิ้งให้”
ป่าเถื่อน!
ถึงตอนนี้ เอลล่า หวัง ยังไม่เข้าใจว่าอะไรเป็นชนวนที่ทำให้อีกฝ่ายคลั่งขึ้นมา ไม่ว่าจะทบทวนกี่ครั้งเธอก็เจอแต่ทางตัน
สถานการณ์ตอนนี้เธอควรเป็นฝ่ายโกรธเคืองเขา ที่หลอกเธอมาเป็นของประมูลให้พวกเศรษฐีบ้ากามพวกนั้นถลุงเศษเงินสนองกามตัณหา โดยไม่ได้เกรงกลัวว่าความสัมพันธ์ทั้งสองตระกูลจะพังทลายลงเลยแม้แต่น้อย
เขามันบ้า…
และราวกับคนตรงหน้ารู้ว่าเธอกำลังประเมินและก่นด่าเขาในใจ เจตนาที่ชัดเจนมากขึ้นจึงถูกเอ่ยผ่านน้ำเสียงที่อัดแน่นไปด้วยความเหนือกว่าของผู้ที่อยู่บนสุดของยอดพีระมิด
“ก็ถ้าคุณอยากไถ่บาป อยากเป็นอิสระจากผม…”
“…”
“เอาเลยสิ เจ้าหนี้ผู้สูงส่งของคุณกำลังหยิบยื่นโอกาสนั้นให้…” คำพูดนั้นเสมือนใบมีดคมกริบที่กรีดลงกลางหัวใจคนฟัง เอลล่าหวังขบเม้มริมฝีปากแน่น นัยน์ตาสวยเริ่มสั่นระริกเมื่ออีกฝ่ายพูดถึง ‘บาป’ ที่ว่านั่น
“ก็เลือกเอาว่าจะคว้าโอกาสนี้ไว้…หรือจะตกนรกไปพร้อมกับผม” วินาทีนั้นก้นบึ้งนัยน์ตาสีเทาเฮมาไทต์สะท้อนร่องรอยบาดแผลชั่วขณะ ก่อนที่มันจะสะท้อนเพียงความว่างเปล่าเย็นชาอีกครั้ง
“ทำไมต้องให้ฉันทำถึงขนาดนี้”
“เพราะผมเกลียดเวลาที่คุณมีความสุข”
“…”
“บอกตามตรงว่าพอเห็นคุณยิ้มได้แล้ว ผมแม่งโคตรอยากทำลายคุณเดี๋ยวนี้เอลล่า” วินาทีนั้นโทสะสายหนึ่งก็พวยพุ่งขึ้นมาในใจคนฟัง ทว่าเมื่ออยู่ใต้แรงกดข่มอันตรายของซาตานตรงหน้า เอลล่าจึงทำได้เพียงกดข่มมันเอาไว้ให้ลึกสุดใจ
“คุณต้องการอะไร” คุณหนูตระกูลหวังเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงมั่นคง ก่อนที่อีกฝ่ายจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น เด็ดขาด ไม่ยอมให้ปฏิเสธ
“แสดงให้ผมเห็นว่าคุณอยากไถ่บาปจริง ๆ” เอลล่าหวังจงใจจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเฮมาไทต์ลึกลับ หวังควานหาเศษเสี้ยวความเห็นใจจากอีกฝ่าย ทว่าว่างเปล่า…
เขาเอาจริง…
“แล้วถ้าฉันไม่ทำ?” มุมปากได้รูปขยับยกเบาบาง ขณะที่นัยน์ตาสีเทาลึกลับแข็งกร้าวขึ้นอีกเป็นเท่าตัว
“เงื่อนไขก็จะเปลี่ยน จากที่ผมจะทวงบาปจากคุณแค่คนเดียว ผมก็แค่ทวงมันทั้งตระกูล” สำหรับชายที่ตรงไปตรงมาอย่างคนตรงหน้า ประโยคเมื่อครู่ไม่ใช่เพียงคำขู่
ความเงียบชวนหายใจลำบากโรยตัวเข้าปกคลุมภายในห้องกว้างอีกครั้ง มีเพียงเสียงจากสัญชาตญาณส่วนลึกของเธอที่เอาแต่ร้องบอกว่าคนคนนี้เลือดเย็น อำมหิต และพร้อมจะลงมือแบบที่ขู่จริง ๆ
ก็ได้…
เปลือกตาสีอ่อนพับลงอย่างจนใจ พยายามฝังกลบทุกความรู้สึกไว้ในส่วนลึกที่สุด ก่อนจะค่อย ๆ ขยับร่างกายลงจากวีลแชร์ ด้วยแรงกดข่มที่มากมายเหลือเกินจากฝ่ายมากอำนาจกว่า ทำให้แข้งขาที่อ่อนแรงอยู่แล้วค่อย ๆ ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น พร้อม ๆ กับทางรอดของสนามอารมณ์อย่างเธอ
ฉับพลัน ความเจ็บปวดก็เสียดลึกถึงแกนกระดูก เมื่อเข่าแตะพื้นหินอ่อนเย็นเยือก เพราะกล้ามเนื้อและข้อบริเวณนั้นยังไม่กลับมาแข็งแรงเต็มที่ กอปรกับกระดูกเธอที่มันเพิ่งจะเริ่มสมานกันดี ตอนนี้มันจึงร้าวระบมราวกับเส้นเอ็นและกระดูกถูกบิดฝืน
ให้ตาย…
ดวงหน้าหวานเหยเกขณะพยายามทรงตัวในท่านั่งคุกเข่า เธอเจ็บจนร่างสั่นเกร็งทุกวินาทีที่ขยับกายเข้าใกล้ซาตานชั่วช้าตรงหน้า ทว่าที่สุดแล้วก็พยายามกัดฟันหอบเอาศักดิ์ศรีที่เขาอยากได้จากเธอหนักหนาไปกองแทบเท้าเส็งเคร็งนั่นในที่สุด
ทว่าความน่าสมเพชของเธอมันคงยังน้อยนิดเกินไป จังหวะสุดท้ายที่เธอขยับร่างกายเสียการทรงตัว เอลล่าหวังเสียหลักวูบกะทันหัน
อึก!
ดวงหน้าหวานผุดผ่องจึงเกือบจะกระแทกเข้ากับรองเท้าคัทชูเงาวับที่สะท้อนอำนาจกดข่มของมาเฟียตระกูลใหญ่ตรงหน้า
เฮงซวย…
“หึ” ราวกับความเจ็บปวดทั้งกายและใจของเธอคือสิ่งบันเทิงใจสำหรับอีกฝ่าย ริมฝีปากได้รูปขยับยกน้อย ๆ อย่างพึงพอใจ นัยน์ตาอำมหิตคู่นั้นยังคงสะท้อนเพียงความเย็นชา ปราศจากความเห็นใจขณะมองมา แต่มันกลับยิ่งสร้างแรงกดทับบนบ่าเล็กให้ยิ่งหนักอึ้งมากขึ้น
เมื่อ…
“เงยหน้าขึ้นมาสิ ผมไม่ได้อยากให้คุณก้มหัวลงต่ำขนาดนั้น” เพราะสัญชาตญาณลึก ๆ เอาแต่ร้องบอกว่าความใจร้ายของเขาจะไม่จบแค่การที่เธอคุกเข่าศิโรราบ…
และมันจริงดังนั้น เมื่อร่างกายสูงใหญ่ค่อย ๆ หยัดกายขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วสืบเท้าเย็นชาไปนั่งลงบนโซฟาเสริมอีกตัวเพียงเพราะอยากทรมานเธออย่างถึงที่สุดอีกครั้ง ก่อนที่ประโยคเฮงซวยที่สุดในชีวิตที่เคยได้ยินมาจะดังแหวกม่านความหวาดหวั่นเข้ามากรีดเลาะหัวใจดวงน้อยช้า ๆ
“คลานเชื่อง ๆ มาหาผม…”
สายตาดูถูกของมาเฟียหนุ่มหลุบต่ำ กระแสเสียงเปี่ยมอำนาจอัดแน่นไปด้วยความชิงชังและเด็ดขาด
“ใช้ปากเล็ก ๆ นั่นละเลงศักดิ์ศรีของคุณกับ ‘ตรงนี้’ ของผม แล้วกลืน ‘บาป’ คาว ๆ ลงไปให้หมด…ทุกหยด”
ทุกถ้อยคำเมื่อครู่เด็ดขาด ชัดเจน ราวกับประกาศิตจากส่วนลึกของนรกภูมิ วินาทีนั้นหัวใจของเอลล่าคล้ายถูกบีบแน่นจนขยับไม่ได้
เขามันบ้าไปแล้วจริง ๆ!
นัยน์ตาสีเฮเซลนัทจ้องมองคนตรงหน้าด้วยแววตาชิงชังกว่าครั้งไหน ๆ ก่อนที่เปลือกตาสีอ่อนจะพับลงอย่างจนใจ ปลายนิ้วสั่นระริก ขณะตาชั่งภายในหัวทำงานอย่างหนัก ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังพยายามกดข่มความครั่นคร้ามหวาดหวั่นเอาไว้ให้ลึกสุดใจ
เพราะ…
“ก็ถ้าไม่มา…”
เขาก็จะทำลายตระกูลหวัง ซึ่งเธอไม่มีทางยอม
ไม่กี่วินาทีต่อมาอากาศน้อยนิดภายในห้องก็ถูกโกยเข้าปอดลึก ๆ ราวกับต้องการเรียกความใจกล้าทั้งชีวิตมารวมไว้ที่วินาทีนี้
ก็ได้…
ถ้าเรื่องมันจะจบ…
ถ้ามันจะทำให้เธอหลุดพ้นจากพันธนาการของไอ้คนเฮงซวยตรงหน้า…
ที่สุดแล้วร่างบอบบางจึงค่อย ๆ ฝืนคลานเข่าเข้าไปหาซาตานร้ายที่นั่งดื่มด่ำกับความทรมานของเธออย่างเพลิดเพลินใจ
มันก็แค่วันหนึ่งวันเอลล่า…
เดี๋ยวมันก็จะผ่านไป…
“ปลดเข็มขัดคุณออก”
“ไม่มีปัญญาปลดก็เลียมันทั้งอย่างนั้นดีไหมคุณหนู”
ไอ้!
ที่สุดแล้วเรียวมือเล็กที่ยังสั่นระริกจึงค่อย ๆ ยื่นไปตรงหน้า หมายจะปลดเข็มขัดเส็งเคร็งนั่นออก ทว่าจังหวะที่ปลายนิ้วเกือบจะสัมผัสกับโลหะเย็นเยือกนั้นก็…
หมับ!
.
.
.
เหนือทัณฑ์ร้ายมาเฟีย
.
ฝากเนื้อฝากตัว ฝากติดตามนามปากกา Thrymr ด้วยนะคะ
แสงแดดอ่อน ๆ คล้อยบ่ายลอดผ่านผ้าม่านลูกไม้สีขาวสะอาดตาของสตูดิโอวาดภาพ วาดเงาอ่อนนุ่มลงบนผืนผ้าใบที่เอลล่ากำลังบรรจงแต่งแต้มด้วยพู่กันแบรนด์โปรด ทุกการลากเส้นเต็มไปด้วยความรักและจิตวิญญาณในนั้นขณะที่กำลังใช้สมาธิไปกับงานตรงหน้า เสียงเปิดประตูเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ภูมิฐานในสูทสีเทาเข้มจะก้าวเข้ามา เครื่องหน้าคมคายและแววตาที่เหนื่อยล้าบ่งบอกถึงภาระที่ต้องแบกรับ ทว่าเมื่อเห็นคนรัก โลกทั้งใบก็ราวกับถูกโอบอุ้มไว้ด้วยความอ่อนหวานนั้นเป็นปกติในทุก ๆ วันที่หลังวางงานและภาระที่หนักอึ้งไว้หลังบานประตูห้องทำงาน มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอำนาจจะต้องรีบกลับมาเติมภรรยาคนสวยก่อนทำสิ่งอื่นเสมอช่วงขาแกร่งเดินเข้ามาเงียบ ๆ แล้วโน้มตัวกอดคนดีขาของเขาจากด้านหลัง แผ่นอกแข็งแรงแนบชิดแผ่นหลังบอบบาง แขนแข็งแรงโอบรอบเอวคอด พร้อมซุกเครื่องหน้าหล่อเหลาคมคายลงกับซอกคอขาวแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับกลิ่นกายของเธอคือที่พักพิงเดียวที่ปลอบโยนเขาจากความเหนื่อยล้าได้“แดดดี๊ หนูทำงานอยู่นะคะ”เอลล่าเอ่ยเสียงเบา ทว่าริมฝีปากอิ่มกลับวาดรอยยิ้มหวาน มือข้างที่ว่างของเธอลูบแก้มสามีอย่างอ่อนโยนพร้อมเอียงศ
“อื้อ…แดดดี๊…”คนในอ้อมกอดครางหวาน อีกทั้งร่างกายเล็กก็บิดหนีสัมผัสที่สร้างความเสียวซ่านตามสัญชาตญาณ มือเล็กของเธอกำแน่นบนลาดไหล่กว้าง“อยากเสร็จใช่มั้ย หืม… งั้นก็ครางหวาน ๆ ให้ผมฟังอีกสิ”คำพูดดิบหยาบที่แทรกเข้ามาพร้อมกับสัมผัสร้อนแรงทำให้เอลล่าหวังแทบหลอมละลายในอกเขา เธอเผลอซบหน้าลงกับแผ่นอกกว้าง รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านของหัวใจดวงแกร่งที่เต้นแรงไม่ต่างกันมาเฟียหนุ่มยกเธอขึ้นนั่งบนขอบอ่างทั้งที่กลางกายยังเชื่อมต่อกัน ก่อนจะก้มลงครอบครองยอดอกสีสวย เรียวลิ้นร้อนของเขาตวัดไล้เลียตุ่มไตสีหวานสลับกับการดูดดึงหนักหน่วงตามแรงอารมณ์ที่ไต่ระดับสูงขึ้นทุกวินาที“สะ…เสียวเกินไป…”ฝ่ายถูกปรนเปรอซ้ำ ๆ ครางเสียงสั่นพร่า นั่นยิ่งทำให้สะโพกแกร่งส่งแรงกระทั้นเข้าออกเน้นลึกยิ่งขึ้นครั้งแล้ว ครั้งเล่า…จนเสียงลามกในจังหวะหนักหน่วงดังประสานไปกับเสียงแมลงยามค่ำคืน“หน้าแบบนั้นมันโคตรยั่วผัว”เขาเงยหน้าขึ้น สบตาเธอด้วยสายตาที่แทบจะกลืนกินคนตรงหน้าเข้าไปทั้งตัว“อะ อื้ออ”“อ่าห์ แม่ง…”แก้มเธอแดงจัดเพราะความรู้สึกถูกครอบครองที่แล่นพล่านไปตามหลอดเลือด น้ำเสียงทุ้มต่ำของคนบนร่างกลายเป็นโซ่ตรวนล่ามร่างกายเล
อากาศช่วงดึกเย็นลง ผืนฟ้าย้อมด้วยแสงดาวพราวระยับ ไร่ไวน์ที่ทอดยาวออกไปเงียบสงบ มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนคลอเคล้าอยู่รอบข้าง ไฟสลัวตามทางเดินทอดยาวนำเข้าสู่สระน้ำอุ่นกลางแจ้งที่เชื่อมกับห้องนอน กลิ่นไวน์อ่อน ๆ ผสมกลิ่นหอมสดชื่นของไม้เลื้อยที่โอบล้อมส่งให้บรรยากาศโรแมนติกขึ้นเป็นเท่าตัวคุณชายรองลูเธอร์อุ้มภรรยาคนสวยมาหยุดอยู่ตรงขอบอ่าง ก่อนที่น้ำในอ่างจะกระเพื่อมยามที่ร่างของทั้งคู่ก้าวลงไป ร่างสูงโอบรัดเธอไว้แนบอก เสื้อผ้าถูกถอดออกทีละชิ้นจนเหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าที่เสียดสีกันภายใต้น้ำอุ่น ไอร้อนประสานกับไอปรารถนาจนร่างกายคนทั้งคู่สั่นสะท้านนัยน์ตาคู่คมทอประกายล้ำลึก เอลล่ารู้ดีว่ามันคือสายตาของผู้ชายที่กำลังอดทนอดกลั้นอย่างยากลำบาก“แดดดี๊ของหนูเซ็กซี่จัง”น้ำเสียงหวานก้องเบาในอากาศ เหล้าบ๊วยที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือดทำให้เธอมีความกล้าพูดออกมาอีกครั้ง อีกทั้งริมฝีปากอวบอิ่มยังกระตุกยิ้มเย้ายวนเล็กน้อย“อยากให้รักหนูแรง ๆ แล้วค่ะ”คำพูดนั้นเบาแทบกลืนไปกับลมหายใจ ทว่ามีน้ำหนักพอจะทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกไหววูบซ้ำ ๆ เนธานหลุบตามองคนในอ้อมแขน คนที่ครั้งหนึ่งเขาเคยทำหล่นหายไปจากชี
ปิดเทอมฤดูร้อนอากาศยามบ่ายในหุบเขาอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของดินและผลไม้สุก แสงแดดอ่อน ๆ อาบไล้บนเนินเขาที่เรียงรายด้วยแถวองุ่นยาวเหยียดไร้ที่สิ้นสุด คฤหาสน์สไตล์ยุโรปที่ตั้งอยู่กลางไร่ไวน์เป็นเสมือนหัวใจของตระกูลหวัง สถานที่ซึ่งทุกคนกลับมาพบหน้ากันอีกครั้งในทุก ๆ เดือนเสียงหัวเราะสดใสของเด็ก ๆ ดังก้องไปทั่วลานสนามหญ้า เสียงฝีเท้าเล็กกระทบหญ้าอ่อนดังเป็นระยะสร้างสีสันให้ไร่ไวน์แห่งนี้ได้เป็นอย่างดีอลิเซีย หวังและฟรานซิส เด็กชายและหญิงวัยห้าขวบวิ่งแข่งกันไปตามทางเดินระหว่างแปลงองุ่นที่ทอดยาว ขณะที่แอชตัน หวัง พี่ชายคนโตวัยเจ็ดขวบคอยวิ่งตามอย่างไม่ยอมแพ้“ซินซิน ฟานฟาน รอเฮียด้วย!”มังกรเบบี๋คนโตเรียกน้องทั้งสองดังลั่นไปทั้วทั้งไร่ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะสดใสของเหล่าทายาทมังกรตัวจิ๋วห่างออกไปไม่ไกล ตรงลานกว้างหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ คุณปู่ คุณย่า และสมาชิกคนอื่น ๆ ในตระกูลหวังต่างยืนมองหลาน ๆ ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุขคุณย่าที่อายุมากขึ้นแต่ยังสง่างามไม่เปลี่ยนคอยเอ่ยเตือนหลาน ๆ ด้วยน้ำเสียงใจดี“อย่าไปไกลมากนะลูก”ขณะที่มือไม้ก็ไม่อยู่นิ่ง คอยกวักเรียกหลาน ๆ ให้มาหา ก่อนจะป้อน