Mag-log inความเงียบแทรกตัวอยู่ระหว่างคนทั้งคู่ชั่วขณะ เสียงช้อนกระทบถ้วยกาแฟจากโต๊ะข้าง ๆ ดังขึ้นเบา ๆ แต่ไอรินกลับได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตัวเอง
เธอเคยผ่านความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยข้อแลกเปลี่ยน เคยถูกทิ้งให้ตั้งคำถามกับคุณค่าของตัวเอง แต่ทุกครั้งมันเกิดจากความตั้งใจและเต็มใจของเธอทั้งสิ้น
“ไอรินคิดมาดีแล้วค่ะ”
กวินทร์ไม่ได้เร่งถาม เขาปล่อยให้เธอเป็นฝ่ายพูดต่อ
“ไอรินยอมรับค่ะ ว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้องการความอยู่รอดในหน้าที่การงาน เดี๋ยวนี้งานมันหายาก ไอรินยังไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนงานตอนนี้ หรอกค่ะ” เธอเอ่ยตอบอย่างตรงไปตรงมา
“แต่ลึก ๆ ที่ไอรินตอบตกลงพี่ ก็เพราะไอรินเองก็รู้สึกดีกับพี่เหมือนกันค่ะ ไอรินขออะไรพี่อีกอย่างได้มั้ยคะ”
“ได้สิ ไอรินต้องการอะไรบอกพี่มาได้เลย”
“หลังจากข้อตกลงวันนี้สิ้นสุด เราไม่มีอะไรที่จะต้องผูกมัดต่อกันอีก โอเคมั้ยคะ”
“โอเคครับ” คำตอบของเขาสั้นแต่หนักแน่น
“ถ้าอย่างนั้น…เราไปกันเลยมั้ยคะ” เธอเอ่ยชวน
กวินทร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโอนเงินค่าจองรถให้เธอต่อหน้าทันที พร้อมส่งหลักฐานการโอนให้ตรวจสอบ
“เงินเข้าเรียบร้อยแล้ว ขอบคุณนะคะ”
“ไม่เป็นไรครับ พี่อยากให้ไอรินสบายใจเสียก่อน”
เมื่อออกจากคาเฟ่ ทั้งคู่เดินเคียงกันไปยังรถของกวินทร์ อากาศยามค่ำเย็นลงเล็กน้อย ลมพัดเส้นผมของไอรินปลิวผ่านแก้ม เขาจึงยกมือขึ้นเหมือนจะช่วยเกลี่ยให้ แต่ก็ต้องหยุดชะงักเอาไว้กลางอากาศ ไอรินเห็นท่าทางนั้นก็อมยิ้มขึ้นมา
“พี่วินทำอะไรเหรอคะ”
“อ๋อ! เมื่อกี้พี่เห็นผมปิดหน้าไอริน พี่ก็เลยจะเอาออกให้”
“เอาสิค่ะ”
สิ้นเสียงหวานปลายนิ้วของเขาแตะผ่านเส้นผมอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอ่อนโยนเสียจนไอรินรู้สึกอ่อนไหว ไม่ได้สิเธอต้องใจแข็ง เธอจะไม่เอาใจลงไปเล่นเด็ดขาด งานจบคือทุกอย่างจบ
เมื่อขึ้นรถแล้ว กวินทร์ไม่ได้ออกรถในทันที เขาหันมามองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม
“พี่ขอกอดได้ไหมครับ” ไอรินพยักหน้า
เขาโน้มตัวเข้ามาโอบเธออย่างช้า ๆ อ้อมกอดของเขาไม่เร่งรัด ไม่บีบคั้น เป็นเพียงความอบอุ่นที่ทำให้ไหล่ซึ่งเกร็งมาตลอดทั้งวันค่อย ๆ ผ่อนคลายลง
ริมฝีปากของกวินทร์แตะลงหน้าผากของเธอ ก่อนจะเลื่อนผ่านแก้มอย่างแผ่วเบา ไอรินหลับตา ทว่าก่อนที่จูบจะลึกซึ้งขึ้น เขาก็หยุดเพื่อมองหน้าเธอ
“มีอะไรต้องกังวลอีกมั้ย ไอริน” เขาถาม
“ไม่มีค่ะ”
“แน่ใจนะ”
“แน่ใจค่ะ พี่วินไม่ต้องถามทุกครั้งก็ได้นะคะ อยากทำอะไรก็ทำได้เลย ถือว่าไอรินยอมพี่แล้ว”
สิ้นเสียงหวานกวินทร์ก็ไม่ปล่อยให้เวลาล่วงเลย ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าหาไอรินด้วยความรวดเร็วราวกลับหน้ามือเป็นหลังมือ
มือหนารั้งท้ายทอยเธอเข้าหาตัวก่อนจะประกบจูบริมฝีปากอิ่มอย่างเร่าร้อนและดุดัน ราวกับคนอดอยากเรื่องบนเตียงมาเนิ่นนาน ไอรินสะท้านเฮือกด้วยความตกใจ แต่ความเย้ายวนและรสจูบอันเชี่ยวชาญกลับทำให้สติที่ตั้งกำแพงไว้พังทลายลงในพริบตา
มือไม้ของเขาเริ่มรุกรานไปทั่วเรือนร่าง ปลายนิ้วร้อนรุ่มสอดแทรกผ่านเนื้อผ้าเข้าบดขยี้จุดอ่อนไหวกลางกายอย่างแม่นยำและรุนแรง จนไอรินเผลอครางผ่าวในลำคอด้วยความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง จนแทบไร้เรี่ยวแรงจะขัดขืน
เธอมารู้ตัวอีกทีตอนที่แผ่นหลังทิ้งตัวราบลงกับเบาะรถที่ถูกปรับเอนราบลงอย่างรวดเร็วโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว... กวินทร์ไม่รอช้า เขามุดกายต่ำลงไปซุกซบอยู่กลางหว่างขาของเธออย่างหิวกระหาย สัญชาตญาณความต้องการปะทุขึ้นจนไร้ซึ่งความยับยั้งชั่งใจ
“อืมมม!!... พี่วิน เดี๋ยวก่อนค่ะ...”
เสียงท้วงติงขาดห้วงกลายเป็นเสียงครางกระเส่า เมื่อกระโปรงตัวสั้นเต่อถูกร่นขึ้นไปกองที่บั้นเอวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
“อ๊าส์!!... พี่วิน... ใจร้อนจังเลยนะคะ ...” หญิงสาวพยายามดิ้นรน ไม่ใช่เพราะเธอไม่ยอมแต่มันควรจะต้องมีการเตรียมตัวให้มากกว่านี้ อย่างน้อยๆ เธอก็ควรอาบน้ำเสียก่อน
“พี่ทนไม่ไหวแล้วไอรินจ๋า ขอพี่ชื่นใจก่อนนะ”
“พี่วิน!!!... อื้มมม... อย่าค่ะ ไอรินขับรถมาเหนื่อยๆ ยังไม่ได้อาบน้ำเลยนะคะ”
เธอพยายามเอ่ยท้วงเสียงสั่น พลางใช้สองมือดันแผงอกหนาเอาไว้ด้วยความเขินอาย เมื่อนึกถึงสภาพตัวเองในตอนนี้ที่เนื้อตัวชื้นเหงื่อจากการเดินทาง
“พี่ไม่รังเกียจเลยครับ... ไอรินตัวหอมขนาดนี้” เขาตอบกลับด้วยเสียงแหบพร่า ก่อนที่ริมฝีปากร้อนจะซุกไซร้ไล่ลงมาตามซอกคอระหง ปลายนิ้วมือแข็งแรงเริ่มลูบไล้ไปตามเรียวขาเนียนภายใต้กระโปรงทำงานตัวสวยอย่างช่ำชอง
“พี่วิน... อร๊ายย!!!... ทำไมไม่ฟังกันเลยล่ะคะ... อื้อ!!...”
ไอรินสะดุ้งสุดตัวเมื่อปลายนิ้วร้ายกาจสะกิดโดนจุดอ่อนไหวผ่านเนื้อผ้าบางเบาจนความเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วร่าง สัมผัสวาบหวามที่โหมกระหน่ำทำให้เข่าของเธออ่อนยวบอย่างไร้เรี่ยวแรง
“เสียวเหรอครับ ไอริน... พี่ขอชิมนะ ดูสิน้ำเต็มเลยที่รัก เสียวใช่มั้ย” กวินทร์กระซิบถามชิดริมฝีปากที่เผยอหอบสะท้านของเธอ แววตาพราวระยับด้วยไฟปรารถนา
“ก็... ก็พี่เล่นปลุกอารมณ์ซะขนาดนั้น ใครไม่เสียวบ้างล่ะคะ... อืมมม!!...” เธอครางประท้วงเสียงสั่น พลางจิกมือลงบนลาดไหล่กว้างของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่านที่พุ่งพล่านจนแทบทนไม่ไหว
กวินทร์มองใบหน้าหวานที่แดงก่ำด้วยความเสน่หา ดวงตาคมกริบฉายแววความต้องการที่อัดแน่นจนเกินต้านทาน
จากนั้นปลายลิ้นสากและริมฝีปากร้อนผ่าวของประธานหนุ่มทาบทับลงบนกลีบเนื้ออวบอูมที่ฉ่ำชื้นอย่างไร้แรงต้านทาน
ความเสียวแปล๊บพุ่งทะยานขึ้นสู่สมองจนตัวสั่น ไอรินไม่เคยสัมผัสรสชาติความซาบซ่านระดับนี้มาก่อน แม้แต่ในอดีตคู่ขาคนเก่าก็ไม่เคยทำให้เธอสูญเสียการควบคุมได้ถึงเพียงนี้
ยิ่งเขาระรัวปลายลิ้นตวัดรัวเร็วเข้าใส่ติ่งเสียวกลางร่องกุหลาบมากเท่าไหร่ ความตื่นเต้นและวาบหวามก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจนเธอต้องแอ่นสะโพกรับสัมผัสอย่างลืมอาย
“พี่ขอเอาเข้าไปนะ...” เขาเงยหน้าขึ้น เอ่ยเสียงกระเส่า
ไอรินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองเพลเมื่อประเมินสถานการณ์
“ในรถนี่เหรอคะ...”
“พี่วินไปอดอยากมาจากไหนคะเนี่ย...”
กวินทร์ชะงักเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาพราวระยับเต็มไปด้วยความจริงจังเจือความเจ้าเล่ห์
“อดอยากสิครับ... ตั้งแต่เจอน้องไอริน พี่ก็ไม่เคยชายตามองใครหรืออยากมีอะไรกับใครอีกเลย”
“ปากหวานเชียว... ให้มันจริงเถ๊อะ!!” หญิงสาวแกล้งค้อนใส่เบาๆ
“ขึ้นให้พี่หน่อยนะคนดี พี่ไม่ไหวแล้ว”
คำพูดที่ตรงไปตรงมาอย่างไร้การเสแสร้งกระตุ้นความซาบซ่านในกายของไอรินให้พุ่งพล่านยิ่งขึ้น
ความยับยั้งชั่งใจที่เหลืออยู่ขาดผึ่งลงในวินาทีนั้น ไอรินไม่รอช้า สองมือเรียวจัดการรวบชายกระโปรงทำงานตัวสวยถลกขึ้นสูงจนถึงเอวคอด เผยให้เห็นเรียวขาเนียนสวยและกางเกงชั้นในลูกไม้ตัวบางที่เปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำแห่งความกำหนัด
หญิงสาวจัดการเกี่ยวขอบกางเกงชั้นในตัวจิ๋วลงอย่างยั่วยวน ก่อนจะสะบัดหลุดออกไปทางปลายเท้าอย่างไม่นึกเสียดาย
ก่อนที่เธอจะทันได้ย้ายสะโพกอิ่มขึ้นมาคร่อมทับลงบนตักแกร่งของชายหนุ่ม กวินทร์ก็ไวยิ่งกว่าเสือร้าย มือหนารีบคว้ากางเกงชั้นในตัวน้อยที่เพิ่งหลุดร่วงขึ้นมาถือไว้ทันที
ดวงตาคมกริบเป็นประกายวับวับด้วยไฟสวาท ก่อนจะเริ่มสูดดมกลิ่นกายสาวที่อบอวลอยู่บนเนื้อผ้าอย่างหิวกระหายและมึนเมาในอารมณ์
ไอรินเห็นเข้าก็ถึงกับชะงัก ใบหน้าเนียนแดงก่ำด้วยความเขินอายปนขบขัน เผลอค้อนขวับใส่เขาเบาๆ
“อื้ยยย!!... พี่นี่โรคจิตป่ะเนี่ย ทำไมเอาไปดมแบบนั้นล่ะคะ”
ชายหนุ่มเอาเนื้อผ้าชิ้นน้อยออกจากจมูก แววตาพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างไม่นึกละอาย
“เปล่านะครับ... พี่ไม่ได้โรคจิตสักหน่อย พี่แค่ชอบกลิ่นของไอรินต่างหาก มันหอมจนพี่แทบคลั่งแล้วรู้มั้ย” ก่อนจะเอามาดมอีกรอบ
หญิงสาวส่ายหัวเบาๆ อย่างหมั่นไส้ พลางเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงติดตลกทว่าแฝงความรัญจวน
“ไอรินว่าพี่ต้องโรคจิตแน่ๆ เลย... ดูทำเข้าสิคะ”
กวินทร์หัวเราะต่ำๆ ในลำคออย่างชอบใจ มือหนายังคงกำกางเกงชั้นในของเธอไว้แน่นราวกับเป็นของล้ำค่า ดวงตาสบมองใบหน้าหวานที่กำลังยั่วเย้า
“ถึงพี่จะโรคจิต... พี่ก็โรคจิตกับไอรินคนเดียวนะครับ คนอื่นไม่ได้อยู่ในสายตาพี่หรอก”
คำหวานหยดที่มาพร้อมกับแววตาจริงจังปนทะเล้น ทำให้หัวใจของไอรินกระตุกวูบ เธอไม่รอช้าอีกต่อไป ย้ายสะโพกอิ่มขึ้นมาคร่อมทับลงบนตักแกร่งของชายหนุ่มโดยหันหน้าเข้าหาเขาอย่างรู้หน้าที่ ก่อนจะเปิดฉากเกมสวาทครั้งใหม่ให้ลุกโชนขึ้นท่ามกลางพื้นที่จำกัดในรถยนต์คันหรูอย่างเร่าร้อนและไร้ขีดจำกัด
สัญชาตญาณความต้องการนำพาให้เธอใช้มือข้างหนึ่งแหวกสาบเสื้อและรั้งขอบบราเซียสีเนื้อบางลง เผยให้เห็นเนินเนื้ออวบอิ่มล้นทะลักออกมารับสายตาคู่คมที่ทอดมองด้วยความกระหาย
“เป็นไงวะ ไอ้เสี่ยนั่นมันยอมใช้หนี้มาหรือยัง” เสียงทุ้มจากปลายสายเอ่ยถาม“ยังครับนาย แต่ผมได้ผู้หญิงของมันมาแทนครับ รับรองนายต้องชอบแน่ ๆ” เอกรินทร์ตอบกลับ“ดี ๆ งั้นมึงรีบพามาให้กูเลย กำลังเงี่ยนพอดีเลยว่ะ”“อีกสักชั่วโมงได้ไหมครับนาย พอดีผมกำลังจะออกจากบ้านของเสี่ยเคี้ยงเองครับ”“ได้ มึงรีบ ๆ มานะ อย่าให้กูรอนาน”“ครับนาย”หลังจากวางสาย เอกรินทร์เดินกลับมาที่เตียง ก้มลงบดจูบเรียวปากงามของไอรินที่กำลังส่งเสียงครางครวญ ฉกลิ้นตวัดดูดความหวานอย่างหิวกระหาย เขายิ้มร่วน มองเรือนร่างขาวผุดผ่องตรงหน้านี้ที่มันสะเด่าเกินกว่าจะยอมปล่อยไปง่าย ๆ เขาจึงเอ่ยบอกเธอด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า“เดี๋ยวอีกสักสองชั่วโมง… พี่ค่อยพาน้องไอรินไปหานายของพี่ล่ะกัน”“ได้ค่ะ…” ไอรินเอ่ยปากตอบรับอย่างนิ่มนวล ทว่าในหัวสมองกลับเริ่มประมวลผลเพื่อหาทางหนีรอดไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเอกรินทร์สอดประสานแก่นกายเข้าร่องสวาทอีกครั้งอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะโถมกายเร่งเครื่องทันที เสียงเนื้อกระทบกันดังลั่นถี่ยิบ เสียงครางกระเส่าดังสะท้อนก้องทั่วห้องภาพความเร่าร้อนและจริตจะก้านตรงหน้าดึงสติสัมปชัญญะของเธอให้พร่ามัว ไฟราคะที่ครุกรุ่นผ
ไอรินกัดริมฝีปากแน่น ความรู้สึกเสียวซ่านรัญจวนใจตีกระหน่ำซัดเข้ามาปะทะกับความหวาดกลัวในอก สัมผัสจาบจ้วงทำให้เลือดลมภายในกายสูบฉีดร้อนรุ่มไปทั่วเรือนร่าง เธอพยายามหันไปสบตาส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากเสี่ยเคี้ยงที่นั่งอยู่อีกฝั่ง“เสี่ยคะ... ช่วยหนูด้วยสิคะ” ไอรินเอ่ยเสียงพร่าสั่นทว่าเสี่ยเคี้ยงที่กำลังเมาไวน์ได้แค่นั่งหัวเราะร่าชอบใจ มองดูเพื่อนร่วมวงลวนลามไอรินด้วยความภาคภูมิใจ โดยไม่คิดจะเข้ามาขัดจังหวะแต่อย่างใด ยิ่งทำให้ไอ้โจ้ได้ใจ ขยับสะโพกแนบชิดและลูบคลำเรือนร่างอวบอิ่มของไอรินอย่างดุเดือดขึ้นทุกขณะ ท่ามกลางเสียงเชียร์ครื้นเครงของเพื่อน ๆ ในวงเหล้าที่มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาหื่นกระหายแม้จะคอยระมัดระวังตัวและพยายามรักษาระยะห่างอยู่อย่างรัดกุม ทว่าไอรินกลับไม่เคยคาดคิดเลยว่า บุคคลที่แอบหยอด ยาปลุกเซ็กซ์ ลงในแก้วเครื่องดื่มของเธอนั้น จะเป็น พี่เอก วิศวกรหนุ่มรูปหล่อ สวมแว่นตากรอบทองท่าทางเงียบขรึมและสุภาพที่สุดในกลุ่ม ชายผู้ซึ่งเธอไว้วางใจและยอมเปิดใจพูดคุยด้วยเป็นพิเศษตลอดค่ำคืนฤทธิ์ยาตัวร้ายค่อย ๆ ซึมซ่านเข้าสู่กระแสเลือดอย่างเชื่องช้า ความร้อนรุ่มแปลกประหลาดเริ่มแผ่ซ่านจากท้องน้
เมื่อนาฬิกาบอกเวลาล่วงเข้าสู่ช่วงดึกสงัด บรรยากาศภายในห้องรับแขกส่วนตัวอันหรูหราก็อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความลุ่มหลง เสียงเพลงเคล้าคลอไปกับเสียงหัวเราะที่เริ่มหย่อนยานด้วยฤทธิ์สุราเสี่ยเคี้ยงตบโต๊ะไม้ราคาแพงเสียงดังปัง เรียกสายตาพร่าเบลอของทุกคนให้หันมามองด้วยความสนใจ ก่อนจะพยักหน้าส่งสัญญาณให้แม่บ้านยกเค้กวันเกิดก้อนโตที่ประดับด้วยแสงเทียนระยิบระยับเข้ามากลางวง แสงไฟสลัวในห้องสะท้อนประกายไฟฟลินท์ที่เต้นระบำอยู่บนก้อนเค้ก ราวกับจะเติมไฟราคะให้ค่ำคืนนี้ร้อนแรงยิ่งขึ้น“เอาล่ะทุกคน! ได้เวลาสำคัญแล้ว... มาร่วมกันร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้เสี่ยกันหน่อยเร็ว!” ไอ้เฮงขยับปากตะโกนลั่น พร้อมกับเพื่อน ๆ ที่ส่งเสียงเฮฮารับกันอย่างครึกครื้นไอรินในฐานะสาวเอ็นเตอร์เทนจำเป็นประจำค่ำคืนนี้ ขยับเรือนร่างระหงในเซลล์สาวลุกขึ้นยืนด้วย เธอนำทีมร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ด้วยน้ำเสียงหวานใสไพเราะสะกดใจขณะที่เสี่ยเคี้ยงนั่งยิ้มหน้าบานด้วยความสุขล้นปรี่ แต่ดวงตานั้นจับจ้องอยู่ที่ทรวงอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจของหญิงสาวอย่างไม่กะพริบ ก่อนที่เขาจะรวบรวมลมหายใจเป่าเทียนจนดับสนิทในพรวดเดียว ท่ามกลางเสียงป
บ้านหรูหลังใหญ่ของเสี่ยเคี้ยงตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบภายในหมู่บ้านจัดสรรระดับไฮเอนด์ใจกลางกรุง ไอรินขับรถยนต์คันงามเข้ามาจอดสนิทเรียงรายอยู่กับรถคันอื่น ๆ ก่อนจะก้าวลงจากรถด้วยรอยยิ้มและท่าทีที่เป็นมืออาชีพ มือเรียวถือกระเป๋าเอกสารแนบข้างลำตัวอย่างมั่นใจยังไม่ทันที่เธอจะได้เอื้อมมือไปกดกริ่ง ประตูบานใหญ่ก็ถูกเปิดออกโดยเจ้าของบ้าน ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมหนาปรากฏตัวขึ้นด้วยรอยยิ้มดีใจ ดวงตาคมกวาดมองสำรวจเรือนร่างอวบอิ่มในชุดยูนิฟอร์มเซลล์สาวด้วยความยินดีก่อนจะเอ่ยทักทาย“อ้าว!!!... หนูไอรินมาถึงแล้วเหรอ รีบ ๆ เข้ามาข้างในเลยหนู ข้างนอกแดดร้อนตับจะแตก”“สวัสดีค่ะเสี่ย” หญิงสาวยกมือไหว้ก่อนจะเดินตามเสี่ยเคี้ยงเข้าไปด้านในภายในตัวบ้านโอ่โถงกว้างขวาง ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยชุดเฟอร์นิเจอร์หนังแท้ราคาแพงและของประดับนำเข้าจากต่างประเทศ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ลอยฟุ้งกระจายอยู่ในบรรยากาศ ท่ามกลางห้องนั่งเล่นนั้นมีชายสูงวัยภูมิฐานอีกสามคนนั่งไขว่ห้างพูดคุยกันอยู่ และเมื่อประตูเปิดออก ทุกสายตาก็จ้องตรงมาที่เธอเป็นตาเดียวไอรินรู้สึกได้ทันทีถึงสายตาที่กวาดสำรวจไ
เช้าวันจันทร์ไอรินขับรถออกจากโชว์รูมในช่วงสายของวันทำงาน ชุดยูนิฟอร์มเซลล์กระชับทรวดทรงพอดีตัว กระโปรงทรงเอยาวคลุมเข่า เสื้อเชิ้ตสีขาวกระดุมเม็ดบนสุดเปิดเล็กน้อยตามระเบียบ ผมยาวประบ่ารวบเก็บเรียบร้อย ใบหน้าแต่งหน้าบางเบาเพื่อความสุภาพ แต่ก็ยังเผยให้เห็นความหวานตามธรรมชาติในรถ เธอเปิดวิทยุเบา ๆ เพื่อกลบความเงียบ มือจับพวงมาลัยแน่นเล็กน้อยเมื่อนึกถึงชื่อลูกค้าที่ผู้จัดการในแผนกบอกเมื่อเช้า“เสี่ยเคี้ยง เค้าบอกรู้จักหนู พี่ก็เลยบอกว่าจะให้หนูขับรถไปให้แกเทสไดรฟ์วันนี้”“หนูก็ไม่ได้สนิทอะไรหรอกค่ะ แค่รู้จักผิวเผิน แล้วเค้าจะรออยู่แถวไหนคะ”“เค้าบอกจะรอหนูที่บ้าน แล้วเค้าก็ยังบอกอีกนะว่าหนูน่ะรู้จักบ้านของเขา”“ทำไมเขาไม่มาดูรถเองล่ะคะ”“ก็มาวันที่หนูลานั่นแหละ คุยกันไปรอบหนึ่ง พอเค้ารู้ว่าหนูมาทำงานอยู่ที่ก็เลยอยากจะจองรถกับหนูไง”“ธุรกิจแกรัดตัว เดี๋ยวหนูขับรถไปหาเค้าที่บ้านได้เลย เช้านี้พี่โทรบอกเค้าไว้แล้ว” ผู้จัดการตอบ“หนูเข้าไปช่วงบ่าย ๆ ได้มั้ยคะ”“อย่าเลทนะหนู ลูกค้ารายนี้กระเป๋าหนัก ยังไงถ้าหนูไปเค้าก็จองแน่ ๆ ”“เค้าบอกว่าจะจองเลยใช่มั้ยคะ”“จองเลย”บทสนทนาของผู้จัดการเมื่อเช้
นับตั้งแต่วันที่เธอถูกเปิดบริสุทธิ์และก้าวเข้าสู่วงจรชีวิตพ่อเลี้ยงหนุ่มลูกเลี้ยงสาว เรื่องราวทางกายระหว่างไอรินกับสุชาติก็ค่อย ๆ กลายเป็นกิจวัตรประจำวันอันเร่าร้อน ไร้ซึ่งจุดสิ้นสุดที่ชัดเจน ถึงแม้ว่าแม่ของเธอจะต้องนั่งรถเข็นกลายเป็นคนพิการก็ตามความรู้สึกทั้งภายนอกและภายในจึงมักปะปนกันอย่างอธิบายยาก บางคืนเธอรู้สึกว่างเปล่า บางคืนกลับรู้สึกถึงความต้องการที่ม้วนตัวขึ้นมาจากลึก ๆ ในอก ราวกับร่างกายของเธอเรียนรู้ที่จะโหยหาสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสิ่งต้องห้ามคืนนี้จิตใจของเธอว้าวุ่นเป็นพิเศษ ราวกับว่ามันขาดอะไรไปสักอย่าง แม้ตอนหัวค่ำสุชาติจะจัดให้เธออย่างสาสมใจมาแล้วก็ตาม ความกระหายยังคงคุกรุ่นอยู่ในอก เธอจึงทนไม่ไหว พาเรือนร่างอวบอิ่มก้าวเข้าไปในห้องนอนของพ่อเลี้ยงภายใต้โคมไฟสลัว ไอรินยืนนิ่งอยู่ข้างเตียงชั่วขณะ ดวงตาจ้องมองแผ่นหลังกว้างของสุชาติที่กำลังหลับสนิท ลมหายใจสม่ำเสมอและหนักแน่นบอกถึงการหลับใหลอย่างเต็มที่ เธอรู้สึกถึงความกระหายที่คุกรุ่นอยู่ในอกจากการคิดถึงเรื่องราวในอดีตและความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง แม้จะเพิ่งผ่านพ้นความเร่าร้อนไปเมื่อช่วงหัวค่ำก็ตามนิ้วเรียวค่อย ๆ ไขว่คว้าช







