LOGINนับตั้งแต่วันที่เธอถูกเปิดบริสุทธิ์และก้าวเข้าสู่วงจรชีวิตพ่อเลี้ยงหนุ่มลูกเลี้ยงสาว เรื่องราวทางกายระหว่างไอรินกับสุชาติก็ค่อย ๆ กลายเป็นกิจวัตรประจำวันอันเร่าร้อน ไร้ซึ่งจุดสิ้นสุดที่ชัดเจน ถึงแม้ว่าแม่ของเธอจะต้องนั่งรถเข็นกลายเป็นคนพิการก็ตามความรู้สึกทั้งภายนอกและภายในจึงมักปะปนกันอย่างอธิบายยาก บางคืนเธอรู้สึกว่างเปล่า บางคืนกลับรู้สึกถึงความต้องการที่ม้วนตัวขึ้นมาจากลึก ๆ ในอก ราวกับร่างกายของเธอเรียนรู้ที่จะโหยหาสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสิ่งต้องห้ามคืนนี้จิตใจของเธอว้าวุ่นเป็นพิเศษ ราวกับว่ามันขาดอะไรไปสักอย่าง แม้ตอนหัวค่ำสุชาติจะจัดให้เธออย่างสาสมใจมาแล้วก็ตาม ความกระหายยังคงคุกรุ่นอยู่ในอก เธอจึงทนไม่ไหว พาเรือนร่างอวบอิ่มก้าวเข้าไปในห้องนอนของพ่อเลี้ยงภายใต้โคมไฟสลัว ไอรินยืนนิ่งอยู่ข้างเตียงชั่วขณะ ดวงตาจ้องมองแผ่นหลังกว้างของสุชาติที่กำลังหลับสนิท ลมหายใจสม่ำเสมอและหนักแน่นบอกถึงการหลับใหลอย่างเต็มที่ เธอรู้สึกถึงความกระหายที่คุกรุ่นอยู่ในอกจากการคิดถึงเรื่องราวในอดีตและความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง แม้จะเพิ่งผ่านพ้นความเร่าร้อนไปเมื่อช่วงหัวค่ำก็ตามนิ้วเรียวค่อย ๆ ไขว่คว้าช
สุชาติหาได้สนใจเสียงเวทนาแต่อย่างใด เขายังคงใช้ลิ้นร้อนซุกไซ้และดูดเม็ดเสียวเบา ๆ จนไอรินบิดเร้าตัวเป็นเกลียวด้วยความทรมานปนเสียวซ่าน“ป๊า!!!...อื้อ!! หนูเสียว!! พอก่อนได้มั้ยคะ... หนูทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ ถ้าป๊ายอมหยุด หนูขึ้นให้ป๊าก็ได้!” ไอรินเอ่ยอ้อนเสียงกระเส่า หวังจะบรรเทาความทรมานและกระแสความเสียวซ่านที่ถาโถม แต่คำพูดนั้นกลับกลายเป็นดั่งการเติมเชื้อไฟลงบนกองเพลิงพ่อเลี้ยงตัวแสบเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มกริ่มด้วยความพึงพอใจในความอ่อนต่อโลกของเด็กสาว แต่เขาหาได้ยอมปล่อยให้เธอเป็นฝ่ายคุมเกมตามที่เอ่ยขอ มือหนาออกแรงพลิกและตรึงร่างบางให้นอนราบเหยียดยาวไปกับที่นอนอย่างไร้ทางหนี ก่อนจะจดจ่อแก่นกายร้อนผ่าวอันใหญ่โตเข้าประชิดร่องหลืบอันคับแคบแล้วดันสวนเข้าไปในคราวเดียว“โอย!!!... ป๊าขา! เบา ๆ หน่อยค่ะ... หนูเจ็บ...” ไอรินนิหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทรมานสุดขีดจากความใหญ่โตที่เบียดแทรกเข้ามาจนเต็มแน่นท้องน้อย น้ำตาคลอเบ้าด้วยความจุกเสียดปนระบมไปทั่วร่าง“ผ่านมาเป็นเดือนแล้ว หนูยังเจ็บอยู่เหรอ...” เขาเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจพลางหยุดชะงักแรงกระแทก“ก็ยังเจ็บอยู่บ้างค่ะ... เวลาที่ป๊าทำแรง ๆ... แต่หนูรู้สึกว่
ภายใต้ความเงียบสงัดยามวิกาลที่ปกคลุมบ้านหลังใหญ่ ไอรินยังคงนอนลืมตาโพรงในความมืด จิตใจเต็มไปความทรงจำที่ไม่มีวันลืมเลือนทุกครั้งที่ได้กลับมาที่บ้านหลังนี้ ภาพเหตุการณ์ในอดีตยังคงไหลย้อนกลับมาตอกย้ำตราบาปที่เกาะกินหัวใจ“คืนนี้... ดึก ๆ ป๊าจะแอบมาหานะ อย่าล็อกห้องล่ะ” เสียงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูในตอนนั้น ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทถึงตอนนี้ไอรินนึกไปถึงตอนนั้นก็สะดุ้งสุดตัวด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะทบทวนความทรงจำในวัยเยาว์ และคำถามในหัวที่เคยถามพ่อเลี้ยงก็ผุดขึ้นมาให้เธอหวาดหวั่นอีกครั้ง“ป๊าแอบมานอนกับหนูทุกคืนเลย... ไม่กลัวแม่สงสัยบ้างเหรอคะ” ไอรินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า เจือความกังวลและหวาดหวั่น ขณะที่ร่างท้วมหนาของพ่อเลี้ยงคอยคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง“แม่เค้าไม่รู้หรอกน่า... ซัดยาคลายเครียดกับยานอนหลับทุกคืนหลับลึกเป็นตายอย่างนั้น ป๊าไม่เคยเห็นตื่นมากลางดึกเลย อีกอย่างป๊าก็ไม่ได้นอนกับแม่เค้าที่ไหนล่ะ” สุชาติเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งความละอายใจต่อผู้เป็นภรรยาที่นอนป่วยอยู่ชั้นล่าง“งั้นก็ตามใจป๊าค่ะ แต่ถ้าหนูหลับป๊าห้ามปลุกนะคะ” ไอรินตอบแบ่งรับแบ่งสู้ เพราะตั้งแต่ที่เธอย
เมื่อประเมินความพร้อมและเห็นว่าหยาดน้ำหล่อลื่นเอ่อล้นชุ่มฉ่ำ สุชาติจึงค่อย ๆ ใช้ตัวตนขนาดใหญ่กดลงไปเบา ๆ ทว่าความคับแน่นราวกับกำแพงกั้นทำให้ความใหญ่โตมันผ่านเข้าไปได้อย่างยากเย็น ชายหนุ่มจึงต้องหมุนวนและควงส่ายสะโพกเล็กน้อย เพื่อให้ส่วนหัวบานหยักค่อย ๆ แทรกซึมเข้าไปได้ทีละนิด“โอ๊ย!! ป๊า... มันใหญ่เกินไป มันจะเข้าไปได้ยังไง... หนูกลัว ฮือ ๆ ไม่เอาแล้ว...” เด็กสาวกรีดร้องลั่นด้วยความตื่นตระหนก หยาดน้ำตาเอ่อคลอเบ้าไหลอาบแก้มด้วยความหวาดกลัวสุดขีด“ถ้าไม่อยากให้แม่เสียใจ... ไม่อยากให้ป๊ากลับไปคบกับน้าอร หนูก็หัดอดทนบ้างสิ” สุชาติกล่าวเตือนสติด้วยน้ำเสียงข่มขู่เล็กน้อยเพื่อกดดันจิตใจ พร้อมกับแช่ปลายหัวบานหยักค้างไว้ตรงปากทางเข้าเพื่อให้ร่องสวาทอันคับแคบบอบบางของลูกเลี้ยงได้ปรับสภาพคุ้นชิน ก่อนจะก้มลงจูบซับซอกคอและเต้านมอวบกลมเปาะจนเกิดรอยแดงเป็นจ้ำ ๆ พร้อมกับน้ำลายแทรกซึมอยู่บริเวณหัวนมสีหวาน“ป๊า!!!... มันตึงมากเลยค่ะ หนูเจ็บ...” เสียงสั่นเครือเอ่ยท้วงด้วยความทรมานและตื่นตระหนก“อดทนไว้นะหนู... เดี๋ยวก็ดีขึ้น นิดเดียวเอง”“ป๊า!!... อย่าขยับสิคะ... โอ๊ยยย!!! โอ๊ยยย อื้อหือ!! ของหนูต้องฉีก
หลังจากผ่านพ้นบทรักอันแสนหนักหน่วง ไอรินก็ขอตัวกลับมาทิ้งตัวลงนอนในห้องนอนส่วนตัวของเธอได้สำเร็จ ความเงียบงันภายในห้องที่คุ้นเคยไม่ได้ช่วยให้จิตใจสงบลงเลยแม้แต่น้อยภาพเหตุการณ์เมื่อครั้งที่เธอยังเป็นเด็กสาวมัธยมปลาย ช่วงเวลาที่เธอตัดสินใจใช้ความอ่อนเยาว์และร่างกายของตนเองเป็นเครื่องต่อรอง เพื่อขอร้องอ้อนวอนให้สุชาติยุติพฤติกรรมเจ้าชู้และกลับมาดูแลมารดาที่ล้มป่วยนับแต่วันนั้น ข้อแลกเปลี่ยนอันโสมมก็เริ่มต้นขึ้น ทุกครั้งที่เธอกลับมาจากโรงเรียน มือหยาบกร้านของสุชาติมักจะรอคอยจังหวะล่วงล้ำเข้ามาใต้กระโปรงนักเรียนเนื้อดี ดึงร่นกางเกงในตัวบางลงอย่างชำนาญ ก่อนจะใช้นิ้วมือลูบไล้ไปตามร่องเสียวของเด็กสาวที่ยังไม่ประสีประสา ความนุ่มนิ่มหยุ่นมือราวกำมะหยี่ที่ตัดกับความเปียกชุ่มเล็กน้อยตรงกลางร่อง ทำให้เขารู้ได้ทันทีว่าร่างกายของเธอเริ่มตอบสนองต่อสัมผัสอันเร่าร้อนนั้นอย่างไม่รู้ตัว“อ๊ะ... ป๊าคะ อย่าค่ะ...” เสียงครางสะดุ้งและคำท้วงติงหลุดลอดออกมาจากลำคอของไอรินได้เพียงนิดเดียว เพราะริมฝีปากของเธอกลับถูกพ่อเลี้ยงประกบจูบปิดกั้นเสียงไว้ พร้อมกับสะโพกอิ่มที่พยายามขยับถอยหนีตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว
หลังร่างหนาของสุชาติลับตาไป ไอรินก็ผ่อนลมหายใจยาวเหยียดออกมาราวกับยกภูเขาออกจากอก เธอรีบสาวเท้าตรงไปยังห้องนอนของมารดาซึ่งป่วยติดเตียงอยู่ทางชั้นล่างของบ้าน ร่างอวบอิ่มทรุดตัวลงนั่งข้างเตียงผู้ป่วย แววตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนในทันที“สวัสดีค่ะแม่... วันนี้รถติดมากเลยค่ะ กว่าจะเคลียร์งานที่โชว์รูมเสร็จก็ค่ำมืดแล้ว” ไอรินเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความอบอุ่น พร้อมกับส่งยิ้มบาง ๆ ให้ผู้เป็นแม่อัญชิสามารดาที่นอนหนุนหมอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยส่งยิ้มตอบกลับมาด้วยความดีใจ ดวงฝ้าฟางฉายแววความคิดถึงเอ่อล้น“ไม่เป็นไรหรอกลูก... หนูเดินทางมาเหนื่อย ๆ ทานอะไรมาหรือยังล่ะหืิอ”ไอรินโน้มตัวเข้าสวมกอดมารดาอย่างนุ่มนวล มือเรียวบางกุมมือเหี่ยวย่นและเย็นเฉียบของผู้เป็นแม่ไว้แน่นราวกับต้องการถ่ายทอดพลังใจ“หนูทานข้าวจากในเมืองมาแล้วค่ะแม่... วันนี้หนูซื้อขนมของโปรด มาฝากแม่ด้วยนะ เดี๋ยวหนูแกะให้แม่ทานนะคะ”ระหว่างที่ป้อนขนมและพูดคุยเล่าเรื่องราวสัพเพเหระเพื่อสร้างรอยยิ้มบนใบหน้าของคนป่วย บรรยากาศภายในห้องก็อบอวลไปด้วยความรักความผูกพันของสองแม่ลูก ไม่นานความเงียบสงบก็ถ







