LOGINเช้าวันจันทร์ที่แสนอึดอัด...
ไอรินยืนหน้าซีดเผือดอยู่ในห้องทำงานของผู้จัดการ แสงไฟนีออนสว่างจ้าสะท้อนใบหน้าเนียนอิ่มที่ไร้ซึ่งเลือดฝาด ขณะที่ร่างท้วมใหญ่ของเจ้านายหนุ่มกำลังต่อว่าเธอด้วยความหงุดหงิด ถึงเรื่องการทำยอดการจองในเดือนนี้ ซึ่งเธอไม่สามารถปิดยอดจองลูกค้าได้แม้กระทั่งรายเดียว
“ไอริน! ทำไมลูกค้ากระเป๋าหนักอย่างคุณกวินทร์ถึงยังไม่ยอมเซ็นสัญญาจองรถสักที มันติดปัญหาติดขัดตรงไหนหรือเปล่า ทำไมงานถึงได้ยืดเยื้อแบบนี้!”
ไอรินสะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น ใบหน้าเนียนร้อนผ่าววับขึ้นมาทันทีเมื่อหวนนึกถึงเหตุการณ์เร่าร้อนตลอดสองวันที่ผ่านมา... ชายหนุ่มเจ้าเล่ห์อย่างกวินทร์จงใจยื้อเวลาและเล่นสงครามประสาทกับเธอ โดยอ้างหน้าตาเฉยว่าติดภารกิจต้องเดินทางไปตรวจงานโรงแรมอีกสาขาหนึ่งที่จังหวัดชลบุรี พร้อมทั้งส่งข้อความท้าทายแกมบังคับให้เธอตามไปปรนเปรอความสุขและไขว่คว้าดีลนี้ด้วยตัวเอง
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหว ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับให้ราบเรียบที่สุด
“คือ... คุณกวินทร์แจ้งว่าต้องไปประชุมด่วนที่ต่างจังหวัดในเช้าวันนี้ค่ะ แต่ยังไงวันนี้ ไอรินจะรีบโทรไปติดตามผลอีกรอบนะคะ”
ผู้จัดการส่ายหน้าด้วยความไม่สบอารมณ์ ก่อนจะโบกมือปัดอย่างรำคาญใจ
“คุณไม่ต้องเสียเวลาโทรไปตามคุณกวินทร์แล้วล่ะ เดี๋ยวผมจะส่ง คุณยลดา ไปดูแลคุณกวินทร์แทน รายนั้นทำงานรู้ใจลูกค้าและไม่เคยพลาดเรื่องปิดการขายอยู่แล้ว”
ไอรินเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เธอจะปล่อยให้ดีลนี้ที่เธออุตสาห์เปลืองตัวหลุดมือไปไม่ได้เด็ดขาด ยังไงก็ต้องสานต่อให้เสร็จ ถึงแม้จะต้องเอาตัวเข้าแลกก็ตาม!
“ไม่ได้นะคะผู้จัดการ!” ไอรินเผลอโพล่งขึ้นด้วยความร้อนรน ก่อนจะรีบเปลี่ยนน้ำเสียงให้อ่อนลงเมื่อสบเข้ากับสายตาคมกริบที่มองมา
“ไอรินขอโอกาสดูแลคุณกวินทร์ต่ออีกสักครั้งเถอะนะคะ... ไอรินเชื่อว่ายังไงวันนี้ คุณกวินทร์ก็ต้องยอมจองรถกับเราอย่างแน่นอนค่ะ!”
ผู้จัดการหรี่ตามองลูกน้องสาวอย่างพิจารณา ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ
“ผมว่าคุณควรเปลี่ยนไปดูแลลูกค้าวันนี้ดีกว่า... อย่างเช่น คุณสมภพ เป็นต้น รายนั้นกระเป๋าหนัก คุยไม่กี่ทีก็ยอมจองรถแล้ว ยิ่งถ้าเป็นเซลล์สาวๆ สวย ๆ อย่างคุณล่ะก็ ไม่น่าจะยากหรอกมั่ง”
เมื่อได้ยินชื่อของคุณสมภพ... ภาพความอัปยศและความน่าสะอิดสะเอียนที่เคยถูกตาแก่หัวงูผู้นั้นฉวยโอกาสลวนลามในพาไปเทสไดร์ฟก็ผุดวาบขึ้นมาในหัวจนความขยะแขยงพรั่งพรูขึ้นมาในอก
“แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่ครับคุณไอริน ผลงานเดือนนี้ของคุณมันแย่มาก ผมช่วยอะไรคุณไม่ได้แล้ว”
“ผู้จัดการคะ... ขอโอกาสเถอะค่ะ อีกแค่ครั้งเดียวจริงๆ ค่ะ!” ไอรินเอ่ยวิงวอนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเวทนาแกมเด็ดเดี่ยว
“รับรองว่าคุณกวินทร์จะจองรถของเราวันนี้แน่นอนค่ะ ไอรินขอเอาตำแหน่งเดิมพันค่ะ ถ้าไม่ได้ไอรินยอมลาออก!”
ผู้จัดการนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะชี้หน้าคาดโทษด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น
“งั้นคุณก็รับผิดชอบคำพูดของตัวเองก็แล้วกันนะ... แล้วก็อย่าหาว่าผมใจร้าย!”
“ค่ะ...”
“งั้นก็ออกไปทำงานของคุณซะ!”
ไอรินโค้งตัวรับคำด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ทว่าลึกๆ ในแววตากลับฉายประกายความมุ่งมั่นและเย้ายวนออกมา... ปล่อยให้คนอื่นพูดจาดูถูกไปเถอะ ในเมื่อเธอเลือกที่จะก้าวขาลงมาเล่นในเกมสวาทของกวินทร์แล้ว เธอก็พร้อมจะใช้เสน่ห์และร่างกายของตัวเองนี่แหละ เป็นอาวุธคว้าชัยชนะและปิดการขายรถหรูมาให้ได้!
ไอรินขับรถออกจากโชว์รูมมาถึงหน้าโรงแรมในช่วงเที่ยง แสงไฟสีทองจากล็อบบี้ทอดยาวลงบนพื้นหินอ่อน และท่ามกลางผู้คนที่เดินเข้าออก
เมื่อเห็นร่างสูงเดินเข้ามา หญิงสาวก็ยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มนั้นทำให้ใบหน้าที่ดูเหนื่อยล้าจากการเคร่งเครียดกับงานดูอ่อนโยนและผ่อนคลายขึ้น
“น้องไอรินมาคอยพี่นานหรือยังครับ”
“ไม่นานหรอกค่ะ”
“ขอโทษนะครับ วันนี้ประชุมยืดเยื้อกว่าที่คิด” เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ
“ถ้าอย่างนั้นเราไปนั่งคุยรายละเอียดกันที่ร้านอาหารดีมั้ย”
“อ๋อ ได้ค่ะ”
บรรยากาศภายในร้านอาหารกึ่งคาเฟ่สุดหรูหราทว่าเงียบสงบกว่าที่คาดคิด มีเพียงเสียงเครื่องบดเมล็ดกาแฟดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พร้อมกับเสียงเพลงที่เปิดคลอไปทั่วบริเวณ กวินทร์จัดการสั่งอาหารกลางวันและเครื่องดื่มแก้วโปรดให้เธอโดยไม่ต้องเอ่ยปากถามสักคำ ความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ชนิดที่จำได้แม่นว่าไอรินชอบดื่มกาแฟรสชาติแบบไหนและโปรดปรานเมนูอะไร ทำให้หญิงสาวเผลอมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลานั้นนานกว่าปกติโดยไม่รู้ตัว
ไอรินรู้สึกว่าวันนี้ประธานหนุ่มดูแปลกตาไป เขาไม่ได้รุกเร้าหรือจู่โจมเธออย่างเช่นครั้งแรกที่เจอกัน วันนี้เขาดูเป็นสุภาพบุรุษมาดนิ่งผู้แสนเรียบร้อยจนผิดปกติ แต่ไอรินรู้ดีว่าสัญชาตญาณของเสือร้าย ต่อให้ซ่อนเขี้ยวเล็บมิดชิดเพียงใด ยังไงก็ต้องเผยลายออกมาให้เห็นอยู่วันยังค่ำ แต่วันนี้เธอไม่กลัวเพราะเธอได้เตรียมตัวเตรียมใจที่จะรับมือกับเกมรักของเขาอยู่แล้ว
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกเรียกสติ ก่อนจะบรรจงกางเอกสารข้อเสนอและโบรชัวร์รถยนต์หรูคันที่เขาสนใจลงบนโต๊ะไม้ขัดเงาอย่างเป็นระเบียบ เรียวปากอิ่มเอิบขยับอธิบายรายละเอียด ทั้งราคาโครงสร้าง เงื่อนไขเงินดาวน์ การจอง และกำหนดการส่งมอบอย่างคล่องแคล่วเป็นขั้นตอนในฐานะเซลล์สาวมืออาชีพ กวินทร์นั่งฟังอย่างตั้งใจ แววตาคมกริบทอดมองร่องรอยความตั้งใจบนใบหน้าสวย
เมื่อเธอกล่าวจบ ชายหนุ่มก็ยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม
“เอาเป็นว่าเดี๋ยวพี่โอนเงินค่าจองรถให้ไอรินเลยก็แล้วกัน”
หัวใจของไอรินกระตุกวูบด้วยความยินดี ยอดขายสิบล้านอยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้ว ทว่าเธอยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากขอบคุณ ประโยคต่อมาของเขาก็ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไป
“แต่... พี่มีอีกเรื่องที่พี่อยากคุยกับไอรินให้ชัดเจนเสียก่อน” หญิงสาวชะงักมือที่กำลังเก็บเอกสาร เธอนิ่งงันไปชั่วขณะก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคมคายคู่นั้นตรงๆ
“เรื่องที่พี่เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้... หรือเปล่าคะ” น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาลง เจือความหวั่นไหวระคนท้าทาย
กวินทร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แววตาที่ทอดมองมาฉายความจริงจังขึ้นอย่างผิดคาด เขารู้ดีว่าข้อเสนอก่อนหน้านี้สร้างความกดดันให้เธออยู่ไม่น้อย
“ใช่ครับ” เขายอมรับตรงๆ
“แต่พี่อยากให้ไอรินตกลงด้วยความเต็มใจจริงๆ”
ชายหนุ่มขยับตัวโน้มเข้ามาใกล้โต๊ะเล็กน้อย วางมือประสานกันบนพื้นผิวไม้ แต่เว้นระยะห่างไว้อย่างให้เกียรติโดยไม่ได้แตะต้องตัวเธอเลยแม้แต่น้อย
“พี่ชอบไอรินมาตั้งแต่แรกเห็น... และพี่ไม่อยากใช้การเจรจาซื้อขายมาเป็นเงื่อนไขบีบบังคับให้ไอรินต้องทำอะไรที่ตัวเองไม่ต้องการ”
คำพูดที่หลุดออกมาจากปากประธานหนุ่ม ทำเอาไอรินถึงกับนิ่งไป ดวงตากลมโตมองสำรวจใบหน้าหล่อเหลาที่ฉายแววความจริงใจอย่างคาดไม่ถึง เกมที่เธอคิดว่ามีเพียงผลประโยชน์เป็นเรือนร่าง กลับเริ่มมีความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้องเสียแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่คาสโนวาอย่างเขาจะเอาใจลงมาเล่นในเกมรักเพียงชั่วครั้งชั่วคราวแบบนี้
รอยยิ้มบางๆ แฝงความนัยจึงปรากฏขึ้นที่มุมปากของหญิงสาวอีกครั้ง ในเมื่อเขากล้าเปิดเกมนี้ด้วยความจริงใจ เธอเองก็พร้อมจะเล่นเกมนี้ให้ถึงที่สุดเช่นกัน
หลังจากผ่านพ้นบทรักอันแสนหนักหน่วง ไอรินก็ขอตัวกลับมาทิ้งตัวลงนอนในห้องนอนส่วนตัวของเธอได้สำเร็จ ความเงียบงันภายในห้องที่คุ้นเคยไม่ได้ช่วยให้จิตใจสงบลงเลยแม้แต่น้อยภาพเหตุการณ์เมื่อครั้งที่เธอยังเป็นเด็กสาวมัธยมปลาย ช่วงเวลาที่เธอตัดสินใจใช้ความอ่อนเยาว์และร่างกายของตนเองเป็นเครื่องต่อรอง เพื่อขอร้องอ้อนวอนให้สุชาติยุติพฤติกรรมเจ้าชู้และกลับมาดูแลมารดาที่ล้มป่วยนับแต่วันนั้น ข้อแลกเปลี่ยนอันโสมมก็เริ่มต้นขึ้น ทุกครั้งที่เธอกลับมาจากโรงเรียน มือหยาบกร้านของสุชาติมักจะรอคอยจังหวะล่วงล้ำเข้ามาใต้กระโปรงนักเรียนเนื้อดี ดึงร่นกางเกงในตัวบางลงอย่างชำนาญ ก่อนจะใช้นิ้วมือลูบไล้ไปตามร่องเสียวของเด็กสาวที่ยังไม่ประสีประสา ความนุ่มนิ่มหยุ่นมือราวกำมะหยี่ที่ตัดกับความเปียกชุ่มเล็กน้อยตรงกลางร่อง ทำให้เขารู้ได้ทันทีว่าร่างกายของเธอเริ่มตอบสนองต่อสัมผัสอันเร่าร้อนนั้นอย่างไม่รู้ตัว“อ๊ะ... ป๊าคะ อย่าค่ะ...” เสียงครางสะดุ้งและคำท้วงติงหลุดลอดออกมาจากลำคอของไอรินได้เพียงนิดเดียว เพราะริมฝีปากของเธอกลับถูกพ่อเลี้ยงประกบจูบปิดกั้นเสียงไว้ พร้อมกับสะโพกอิ่มที่พยายามขยับถอยหนีตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว
หลังร่างหนาของสุชาติลับตาไป ไอรินก็ผ่อนลมหายใจยาวเหยียดออกมาราวกับยกภูเขาออกจากอก เธอรีบสาวเท้าตรงไปยังห้องนอนของมารดาซึ่งป่วยติดเตียงอยู่ทางชั้นล่างของบ้าน ร่างอวบอิ่มทรุดตัวลงนั่งข้างเตียงผู้ป่วย แววตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนในทันที“สวัสดีค่ะแม่... วันนี้รถติดมากเลยค่ะ กว่าจะเคลียร์งานที่โชว์รูมเสร็จก็ค่ำมืดแล้ว” ไอรินเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความอบอุ่น พร้อมกับส่งยิ้มบาง ๆ ให้ผู้เป็นแม่อัญชิสามารดาที่นอนหนุนหมอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยส่งยิ้มตอบกลับมาด้วยความดีใจ ดวงฝ้าฟางฉายแววความคิดถึงเอ่อล้น“ไม่เป็นไรหรอกลูก... หนูเดินทางมาเหนื่อย ๆ ทานอะไรมาหรือยังล่ะหืิอ”ไอรินโน้มตัวเข้าสวมกอดมารดาอย่างนุ่มนวล มือเรียวบางกุมมือเหี่ยวย่นและเย็นเฉียบของผู้เป็นแม่ไว้แน่นราวกับต้องการถ่ายทอดพลังใจ“หนูทานข้าวจากในเมืองมาแล้วค่ะแม่... วันนี้หนูซื้อขนมของโปรด มาฝากแม่ด้วยนะ เดี๋ยวหนูแกะให้แม่ทานนะคะ”ระหว่างที่ป้อนขนมและพูดคุยเล่าเรื่องราวสัพเพเหระเพื่อสร้างรอยยิ้มบนใบหน้าของคนป่วย บรรยากาศภายในห้องก็อบอวลไปด้วยความรักความผูกพันของสองแม่ลูก ไม่นานความเงียบสงบก็ถ
อาทิตย์ต่อมาไอรินจำใจต้องเดินทางกลับบ้านเกิดที่ต่างจังหวัดด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอก การกลับมาที่นี่ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นเหมือนบ้านของคนอื่น แต่มันคือการเดินทางกลับมาเผชิญหน้ากับอดีตอันขมขื่นที่เธออยากจะลืมเลือนไปตลอดกาล บ้านปูนหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางชุมชนชนบทแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่กักเก็บรอยแผลในใจและตราบาปอันดำมืดของเธอไว้ตั้งแต่เรียนจบ เธอก็ตัดสินใจหนีความจริงอันเจ็บปวดเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ เพื่อหวังจะสร้างระยะห่างจากพ่อเลี้ยง โดยปกติแล้ว ในทุก ๆ อาทิตย์หากพอมีเวลาว่าง ไอรินจะหาจังหวะเดินทางกลับมาหามารดาเป็นประจำแต่บางครั้งสุชาติมักจะเป็นฝ่ายโทรศัพท์ตามเร่งเร้าอยู่เสมอ ด้วยข้ออ้างเดิม ๆ คือเรื่องของมารดาเธอที่เจ็บป่วยอยู่บ่อย ๆ“ไอริน... จะถึงกี่โมง แม่บ่นคิดถึงจะแย่อยู่แล้ว” น้ำเสียงของพ่อเลี้ยงทางปลายสายแฝงไว้ด้วยความนัยที่ซ่อนเร้นและความต้องการอันหื่นกระหาย ซึ่งเธอย่อมรู้ดีว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องของมารดา“ใกล้ถึงแล้วค่ะป๊ะ” แม้ความอึดอัดจะกัดกินหัวใจทุกครั้งที่ต้องกดรับสาย แต่เธอก็ยังพอมีความโล่งใจอยู่บ้าง เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอยังมี ป้าเพ็ญ ญาติผู้ใหญ่ที่เธอจ้างวานไว
การดูดดึงอันชำนาญที่สั่งสมและเรียนรู้มาตั้งแต่เด็ก ช่วยปลุกเร้าอารมณ์ของคุณสมภพให้พุ่งทะยานขึ้นจนถึงขีดสุด ชายสูงวัยแอ่นสะโพกเข้ากระแทกกระทั้นเข้าหาลำคอระหงด้วยความเสียวซ่าน มือสากหนาเลื่อนลงมากดตรึงศีรษะของเธอให้แนบแน่นเข้ากับหว่างขา บังคับควบคุมให้โพรงปากอุ่นร้อนกลืนกินความดิบเถื่อนอย่างเมามันไอรินเร่งจังหวะขยับศีรษะให้เร็วขึ้น หวังจะให้บทรักนี้ช่วยนำพาความสุขสมมาสู่ชายสูงวัยเสียที และในวินาทีที่เขากลัดมันจนแทบจะถึงจุดปลายทาง คุณสมภพกลับหยุดการเคลื่อนไหวแล้วดึงรั้งศีรษะของเธอออกมากะทันหัน ใบหน้าบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งทะยานจนเกือบจะปลดปล่อย“พี่ขอแตกในนะ พี่ไม่ชอบแตกปาก หนูโมคโคตรเก่งเลย พี่ไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนโมคเก่งเท่าหนู” คุณสมภพกระซิบเสียงพร่าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหื่นกระหายชายสูงวัยเอื้อมมือสอดเข้าใต้รักแร้ทั้งสองข้าง ออกแรงดึงรั้งเรือนร่างอวบอิ่มให้นอนราบลงไปกับฟูกเตียงนุ่ม ก่อนจะกดน้ำหนักลงมาเบียดชิด พร้อมออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงพร่าพร่าทว่าเต็มไปด้วยอำนาจบังคับ“จับขาตัวเองอ้าไว้นะ อย่างนั้นแหละ”เซลล์สาวชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ยอมทำตามคำสั่งโดยดี เธอใช้สองมื
“โอ๊ยยย... โอยยย!... คุณพี่... อื้มมม ซี้ดส์!!...”ไอรินร้องท้วงเสียงสั่นระริก ร่างกายบิดเกร็งไปตามแรงอารมณ์สวาท ทว่าความกำหนัดที่ตีตื้นขึ้นมาจนล้นอกกลับทำให้เธอไม่อาจปฏิเสธการสอดใส่ที่เร่าร้อนและดุดันนั้นได้ จังหวะการตอกกระแทกอันหนักหน่วงและจังหวะรุกรับอย่างช่ำชองของเขา ชวนให้สติของเธอพร่างพราย แรงกำหนัดอันมหาศาลและลีลาแสนดิบเถื่อนนี้มีอานุภาพทรมานใจเธอดีพอๆ กับสัมผัสจากพ่อเลี้ยงในวันวานไม่มีผิด“โอยยย... แน่นมากเลยหนู... พี่เสียวเหลือเกิน โคตรฟิต ซี๊ดดด อ่าร์!!!” คุณสมภพคำรามลึกในลำคอด้วยความสยิวซ่าน เอวสอบกระหน่ำโยกโถมเข้าหาอย่างบ้าคลั่งในม่านหมอกแห่งตัณหา ไอรินหลับตาแน่น หายใจกระเส่าปนสะอื้น ความซ่านหวามผสมผสานกับปมความปวดร้าวในใจลึกๆ จนแยกไม่ออก ในความรู้สึกที่ผสานลึกล้ำเวลานี้ ภาพของชายสูงวัยตรงหน้าแทบจะซ้อนทับจนคล้ายกับว่าคุณสมภพกลายเป็นตัวแทนของพ่อเลี้ยง... ผู้ชายที่เธอเคยเรียกว่าป๊า และเคยฝากฝังตราบาปอันขื่นขมไว้ในจิตใจของเธอตลอดมาคุณสมภพกระหน่ำสะโพกเข้าใส่ไม่ยั้งแรง ตัวตนร้อนผ่าวบดเบียดไปตามผนังเนื้อที่บีบรัดตอดรัดอย่างบ้าคลั่ง เสียงเนื้อกระทบกันดังประสานกับเสียงครางกระเส่
มือหยาบกร้านของชายสูงวัยเริ่มลูบไล้ต่ำลงมา บีบขย้ำสะโพกกลมกลึงที่อยู่ภายใต้ชุดยูนิฟอร์มของเซลล์สาวสีน้ำเงินเข้มขอบทองอย่างสนุกมือ ชุดเดรสทำงานดีไซน์เข้ารูปเน้นสัดส่วน ตัวเสื้อท่อนบนดีไซน์คอวีไขว้เฉียงลึกพอกรุบกริบ ช่วยขับเน้นช่วงคอระหงและเนินอกอิ่มให้ดูโดดเด่นสะดุดตา ท่อนล่างเป็นกระโปรงทรงสอบสั้นผ่าข้างเล็กน้อยที่แนบกระชับไปกับเรียวขาเนียน ความเต่งตึงเด้งสู้มือทำเอาคุณสมภพหมั่นเขี้ยวก่อนจะเริ่มบีบขยำหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนเนื้อผ้าเนื้อดีตึงเปรี๊ยะตามแรงมือ“อ้าส์... อืมมม...” ยิ่งชายสูงวัยเล้าโลมเธอมากเท่าไหร่ ไอรินก็ยิ่งส่งเสียงครางดังขึ้นเท่านั้น ร่างอรชรอ่อนระทวยแนบชิดติดกับร่างหนาราวกับคนไม่มีแรงจะยืน พวงแก้มแดงระเรื่อ ดวงตากลมโตหวานซึ้งระคนความจำยอม เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนดัดเป็นลอนสลวยคลอเคลียกรอบหน้า งดงามจับตาชายสูงวัยหื่นกามอยู่ไม่น้อยคุณสมภพไม่รอช้ารีบสอดมือสากหนาเข้าไปใต้ชายกระโปรงทรงสอบ คว้าหมับเข้าที่เนินเนื้ออวบอูมที่ยังมีกางเกงในตัวบางกั้นอยู่เต็มมือ“อูยยย... อืมมม...” เซลล์สาวสะดุ้งเฮือกยามเมื่อปลายนิ้วมือของเขาขยับบดขยี้ไปทั่วกลีบเนื้ออวบอิ่มจนน้ำหวานเริ่มเอ่อล้นทะลักเปียกชุ







