로그인ชายหนุ่มจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เย็นชาลงอย่างเห็นได้ชัด พอรู้ว่าเธอมีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับไอวี่ บลูก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเธอ เพราะตอนนี้คนที่เป็นเธอจ๋าสำหรับบลู มีแค่ไอวี่เท่านั้น
“ผมขอตัวก่อนนะครับ” บลูเอ่ย ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว เขาต้องการจะหลีกหนีสถานการณ์นี้ให้เร็วที่สุด “เดี๋ยวก่อนสิคะ” มีนาคว้าข้อมือของบลูไว้เบา ๆ แต่ก็เพียงพอที่จะดึงรั้งให้เขาหยุดชะงัก “เราคุยกันก่อนไม่ได้เหรอคะ พอดีมีนารู้สึกถูกชะตากับคุณตั้งแต่เห็นหน้าแล้ว” บลูชักมือกลับอย่างนุ่มนวล ดวงตาของเขายังคงฉายแววเย็นชา “ผมต้องขอโทษด้วยครับ ผมมีธุระด่วน” เขาพูดตัดบทอย่างชัดเจน เขาตั้งใจจะทำให้เธอรู้ว่าเขาไม่ต้องการสานต่อการสนทนาใด ๆ ทั้งสิ้น มีนาไม่ได้แสดงท่าทีเสียใจหรือท้อถอยเลยแม้แต่น้อย เธอยังคงยิ้มบาง ๆ อย่างมีเลศนัย “โอเคค่ะ ไม่เป็นไร ถ้าคุณรีบจริง ๆ งั้น...ขอเบอร์โทรศัพท์ไว้ได้ไหมคะ” เธอพยายามหาเหตุผลเพื่อสานสัมพันธ์ “เอ่อ..ไม่สะดวก” “เอสเปรสโซ่เย็นสองแก้วได้แล้วค่ะ” เสียงของพนักงานร้านกาแฟเอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน ทำให้บลูรีบฉวยโอกาสนั้นทันที “ต้องขอโทษจริง ๆ นะครับ” บลูเอ่ยตอบ ก่อนจะเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์หยิบกาแฟแล้วเร่งฝีเท้าออกจากร้านกาแฟไปทันที ชายหนุ่มรีบเดินออกจากร้านกาแฟ โดยที่ไม่หันกลับไปมองที่หญิงสาวที่นั่งอยู่เลยแม้แต่วินาทีเดียว ทิ้งให้มีนานั่งมองตามหลังเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอยากได้และอยากครอบครองอย่างที่ไม่เข้าใจ @บริษัทเมฆาเพอร์ บลูเดินถือแก้วกาแฟเข้ามาในอาคารด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขารู้สึกถึงปัญหาที่กำลังจะตามมา แค่เห็นหน้าของมีนา เขาก็เห็นถึงปัญหามากมายที่รออยู่ข้างหน้าแล้ว ชายหนุ่มเดินเข้าลิฟต์ตัวเดิม กดลิฟต์ขึ้นมาที่ชั้นยี่สิบ ไม่นานประตูลิฟต์ก็ถูกเปิดออก เขาเดินตรงไปที่ห้องทำงานของไอวี่ทันที ก็อก ๆ เขาเคาะประตูสองสามครั้ง ก่อนจะเปิดประตูเข้าไป เดินตรงไปที่โต๊ะทำงานที่มีร่างเล็กนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน “คิดว่ากลับไปแล้ว” เจ้าของห้องเงยหน้าเอ่ยถามเสียงเรียบ เห็นบลูหายไปนาน ก็หลงคิดว่าเด็กนี่กลับไปแล้วซะอีก “ยังไม่ถึงเวลาครับ” บลูเอ่ย วางแก้วกาแฟเย็นลงตรงหน้าของเธอ “ดื่มหน่อย เพิ่มพลัง” “ไม่กิน” เธอปฏิเสธทันที “คุณกินเถอะ” “อร่อยนะครับ” บลูยังคงยืนกรานด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “อร่อยก็เก็บไว้กินเองนะคะน้องบลู” ไอวี่เอ่ย ก่อนจะก้มหน้าทำงานของตัวเองต่อ บลูไม่ได้ใส่ใจในคำพูดของเธอเท่าไหร่นัก เขาทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับเธอ แก้วกาแฟเย็นยังคงวางอยู่ตรงหน้าเธอเหมือนเดิม ไอวี่ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ ส่วนบลูก็นั่งเล่นโทรศัพท์มือถือไป จิบกาแฟในมือไปด้วยท่าทางที่สบายใจ @สิบนาทีผ่านไป บรรยากาศภายในห้องทำงานของไอวี่ยังคงเงียบสงบ มีเพียงสีเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอยู่ งานตรงหน้าของหญิงสาวใกล้เสร็จหมดแล้ว ส่วนบลูก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ไม่ได้ขยับลุกไปไหนเลย ก็อก ๆ เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ทำให้ไอวี่ต้องเงยหน้ามองไปยังบานประตู บลูเองก็ละสายตาจากหน้าจอมือถือขึ้นมองเช่นกัน “เชิญค่ะ” ไอวี่เอ่ยอนุญาต ผู้มาเยือนจึงเปิดประตูเข้ามาทันที คนที่มาเยือนก็ไม่ใช่ใครที่ไหน มีนา น้องสาวต่างพ่อต่างแม่ของไอวี่นั่นเอง หญิงสาวเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ทว่าเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นว่ามีใครอีกคนอยู่ในห้องด้วย เธอก็คลี่ยิ้มออกมาทันที เพราะใครอีกคนที่เธอเห็น เป็นคนเดียวกันกับที่มีนาเจอที่ร้านกาแฟเมื่อครู่ “คุณบลู!” มีนาเอ่ยเรียกพร้อมเร่งฝีเท้าเดินตรงเข้าไปหาเขา บลูรีบดีดตัวลุกขึ้นทันที แล้วถอยไปยืนหลบอยู่ด้านหลังไอวี่อย่างรวดเร็วราวกับเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติ แต่การกระทำนั้นทำให้มีนาชะงักฝีเท้าลงในทันทีเช่นกัน มีนาเหลือบมองไอวี่อย่างพิจารณา ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสงสัย “พี่รู้จักคุณบลูด้วยเหรอ” มีนาเอ่ยถาม “ฉันไม่จำเป็นต้องตอบเธอ” ไอวี่เอ่ยตอบน้ำเสียงเรียบ “พี่กับเขาเป็นอะไรกัน?” “ผมเป็นแฟนไอวี่ครับ” บลูเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น คำตอบหนักแน่นของบลูทำให้เกิดความเงียบชั่วขณะขึ้นในห้อง มีนาหันกลับมามองไอวี่ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด จากรอยยิ้มที่เคลือบอยู่ก็จางหายไป ความสงสัยและความไม่พอใจเข้าแทนที่ ไอวี่เองไม่ได้แสดงสีหน้าใด ๆ เธอเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยเป็นการยืนยันคำพูดของบลูอย่างไม่ใส่ใจ ทำให้มีนาต้องขบกรามแน่น “ไม่คิดเลยนะคะว่าพี่จะหาแฟนได้หล่อขนาดนี้” มีนาเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มหวานที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา น้ำเสียงนั้นฟังดูชื่นชมแต่แฝงไปด้วยความรู้สึกอื่นที่ไอวี่เข้าใจดี “เรื่องส่วนตัวของฉัน ไม่จำเป็นต้องรายงานให้เธอรู้” สถานการณ์ระหว่างทั้งคู่ตึงเครียดขึ้นทันที มีนารู้ดีว่าความสัมพันธ์ของพวกเธอไม่ได้เป็นพี่น้องที่รักใคร่กันอย่างแท้จริง สาเหตุมาจากการที่แม่ของมีนาเป็นเมียน้อยที่พรากพ่อไปจากชีวิตของไอวี่ ความบาดหมางนี้หยั่งรากลึกเกินกว่าจะแก้ไข “โอ๊ย! ทำไมต้องใจร้ายขนาดนั้นด้วยล่ะคะพี่ไอวี่” มีนาทำหน้าเศร้าสร้อยอย่างน่าสงสารราวกับถูกรังแก “มีนาแค่รู้สึกถูกชะตากับคุณบลู เห็นพี่มีแฟนหล่อก็เลยอยากจะทำความรู้จักบ้าง” เธอหันไปทางบลู พลางส่งสายตาอ่อนหวานเย้ายวน บลูที่ยืนนิ่งอยู่หลังไอวี่ ขยับตัวเข้ามาใกล้ไอวี่มากขึ้นเล็กน้อย เป็นการแสดงออกถึงการป้องกันอย่างชัดเจน เขาจ้องมองมีนาด้วยสายตาที่ไร้ความยินดี “ไม่จำเป็นต้องทำความรู้จักหรอกครับ” บลูตอบสั้นห้วน น้ำเสียงเย็นชากว่าเดิมหลายเท่า ไอวี่เหลือบมองปฏิกิริยาของบลูแวบหนึ่ง ก่่อนจะหันกลับมาสนใจมีนาอีกครั้ง “ฉันว่าเธอคงมีธุระอื่นต้องทำมากกว่ามานั่งเสียเวลาตรงนี้นะมีนา” ไอวี่เอ่ยไล่อย่างสุภาพ “ถ้าไม่มีงานหรือเรื่องด่วนอะไร ก็ขอให้เธอออกไปจากห้องทำงานของฉันด้วย ฉันมีงานต้องทำให้เสร็จ” มีนาทำเป็นไม่สนใจคำสั่งของไอวี่ เธอเดินอ้อมโต๊ะทำงานไปเกือบถึงตัวไอวี่ จากนั้นก็ลดเสียงลงกระซิบข้างหูพี่สาวอย่างเบา ๆ “ระวังไว้หน่อยก็ดีนะคะพี่ไอวี่ ของดี ๆ มักจะอยู่กับพี่ได้ไม่นานหรอก” ไอวี่ไม่ตอบโต้ด้วยคำพูด เธอยกมุมปากขึ้นยิ้มเล็กน้อยอย่างเย้ยหยัน แล้วยื่นมือไปหยิบรีโมตเครื่องปรับอากาศขึ้นมากดเพิ่มอุณหภูมิห้อง “เธออยู่ใกล้ ๆ แล้วรู้สึกร้อนไปหมดเลย” ไอวี่พูดเรียบ ๆ มีนาหน้าตึงขึ้นทันที เธอรู้ว่าไอวี่กำลังสื่อถึงความน่ารำคาญของเธอ เธอส่งสายตาอาฆาตไปให้ไอวี่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันไปทางบลู และปั้นรอยยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง “คุณบลูไม่เบื่อเหรอคะอยู่กับพี่ไอวี่นาน ๆ” “ไม่เคยรู้สึกเบื่อเลยครับ” “อิจฉาพี่ไอวี่จัง” มีนาเอ่ย ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความริษยา พลางหันไปมองที่ไอวี่เล็กน้อยราวกับต้องการยั่วโมโห “ทำไม? อยากได้เหรอ” ไอวี่เลิกคิ้วสูงเอ่ยถามกลับอย่างท้าทาย เธอค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ ยืนเต็มความสูงของตัวเองอย่างสง่างาม ทำให้เธอดูเหนือกว่ามีนาอย่างชัดเจน “ถ้ามีนาขอพี่ไอวี่จะให้ได้ไหมล่ะคะ?” เธอถามกลับอย่างเปิดเผยและไร้ยางอาย สายตาของมีนาจ้องมองไปยังบลูที่ยืนอยู่ข้างหลังไอวี่อย่างโจ่งแจ้ง@คลับบ้านเลขที่ 0รถสปอร์คันหรูแล่นมาจอดที่หน้าคลับบ้านเลขที่0 แสงไฟในยามค่ำคืนส่องสว่างไปทั่วเมืองหลวง ทันทีที่รถยนต์จอดสนิท บลูหันมามองคนข้างกายที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่ เธอหลับได้สักพักใหญ่ ๆ แล้ว“ถึงแล้วครับ” บลูเอ่ยปลุกเธอ มือหนาสะกิดที่แขนเล็กเบา ๆ“อือ” เธอครางตอบรับในลำคอเล็กน้อย ก่อนจะลืมตาตื่นขึ้นมา คนตัวเล็กพยายามปรับโฟกัสกับภาพตรงหน้า “ที่นี่ที่ไหนคะ”“คลับของผมเองครับ” เขาเอ่ย“คลับของคุณ?” เธอเลิกคิ้วสูงสงสัย“ครับ ผมจำได้ว่าเราเจอกันที่The One ผมเลยคิดว่าคิดว่าคุณของชอบเที่ยวคลับ ชอบความผ่อนคลายแบบนั้น”“รู้ใจผู้หญิงเก่งจังเลยนะคะ”“ฮ่า ๆ ผมรู้แค่เรื่องของคุณครับ”“ฉันจะพยายามเชื่อคุณนะ” ไอวี่เอ่ยยิ้ม ๆ ก่อนจะเปิดประตูรถแล้วลงจากรถทันที บลูก็รีบตามลงมาทันทีเช่นกันทั้งคู่เดินเข้าไปภายในคลับพร้อมกัน ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาคลับเปิดให้บริการแล้ว ลูกค้าชายหญิงก็เริ่มเข้ามาจับจ้องโต๊ะกันบ้างแล้ว มีทั้งลูกค้าประจำแล้วก็ไม่ประจำ บลูเดินนำไอวี่มาที่โซนVIP ที่เป็นโซนห้องกระจกที่ถูกต่อเติมเพิ่มเข้ามาทันทีที่ทั้งคู่เปิดประตูเข้ามาภายในห้อง คนที่นั่งอยู่ในห้องต่างก็พากันเงยหน้าขึ้น
บลูคลี่รอยยิ้มทันที เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าดูอารมณ์ดีขึ้นมากหลังจากที่ท้องอิ่ม เขาหยิบแก้วน้ำที่ว่างเปล่าวางลงในถาด ก่อนจะรวบรวมถ้วยชามเตรียมนำไปเก็บ“กินอิ่มแล้วก็ดูพูดง่ายขึ้นเยอะเลยนะ” บลูเย้าแหย่พลางยักคิ้วให้หนึ่งที“ก็มันหิวนี่ แล้วอีกอย่าง ฉันไม่ได้บอกว่าหายโกรธนะ แค่ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง” ไอวี่เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยพยายามรักษามาดไว้ ทั้งที่ความจริงความอบอุ่นที่เขาดูแลเธอเมื่อเช้ามันเริ่มกัดเซาะความโกรธไปเกือบหมดแล้วบลูหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เขาเดินเอาถาดไปเก็บในครัวครู่หนึ่งก่อนจะเดินกลับมาทิ้งตัวนั่งลงข้างเธอบนโซฟา ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้ไอวี่เผลอตัวขยับหนีเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ แต่บลูกลับคว้าข้อมือเธอไว้หลวม ๆ“ไอวี่” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนจากกวนประสาทเป็นจริงจังขึ้นมา “เรื่องที่ผมบอกว่าจะรับผิดชอบ ผมพูดจริง ๆ นะ ไม่ได้พูดเพราะรู้สึกผิดอย่างเดียว แต่ผมรู้สึกกับคุณจริง ๆ”ไอวี่นิ่งไป หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาเสียดื้อ ๆ เธอมองสบตาคมเข้มของคนตรงหน้า“พลาดกันแค่ครั้งเดียวเองนะบลู แล้วคุณก็เด็กไปสำหรับฉัน”“แต่ผมเสียหาย” บลูขยับเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน
เสียงของเนื้อกระทบกันดังลั่นไปทั่วห้องโถง บลูยังคงกระแทกแท่งเนื้อเข้าออกอยู่อย่างนั้นหลายนาที ไอวี่ระบายความเสียวซ่านที่ตัวเองได้รับ โดยการจิกมือลงไปที่โซฟาอย่างแรง“บลู~ ไม่ไหว ฉี่จะแตก” หญิงสาวเอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบา“อีกนิดเดียว จะเสร็จแล้ว” บลูเอ่ยตอบกลับ เขายังคงขยับสะโพกไปมาตับ ๆเพียงครู่เดียวเท่านั้น เขาดันแก่นกายเข้ามาจนสุด พร้อมกับกดแช่แท่งเอ็นร้อน ๆ ไว้แบบนั้นอยู่นานหลายนาที“เหนื่อย” เธอเอ่ยน้ำเสียงหอบเหนื่อย ก่อนจะขยับตัวออกจากเขา แล้วทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาทันทีน้ำสีขาวขุ่นไหลเยิ้มออกมาจากช่อกุหลาบสีสวยที่กำลังนอนอยู่บนโซฟา ส่วนบลูก็ยืนมองหญิงสาวนิ่ง ๆ ด้วยความงุนงงคือ... จะเดินออกก็เดินออกไปดื้อ ๆ ไม่มีส่งสัญญาณอะไรบอกกูเลยสักคำ เออ! ดีจริง ๆบลูเดินตรงไปที่โต๊ะอาหาร เอื้อมมือหนาไปดึงกระดาษทิชชูสามสี่แผ่น แล้วเดินกลับมาหาไอวี่ที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ที่โซฟา เธอคงทั้งเมา แล้วก็ทั้งเหนื่อย ถึงทำให้เธอหลับสนิทได้แบบนี้“ขออย่างเดียว พรุ่งนี้ตื่นมาก็ช่วยตั้งสติด้วย” บลูเอ่ย พลางเช็ดทำความสะอาดส่วนนั้นให้กับเธอจนหมดจด พอเสร็จเรียบแล้วบลูก็ช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว เดินพาเธอไปวา
ร่างบางของไอวี่จมลงกับความนุ่มของที่นอน ชุดราตรีสีแดงเพลิงที่เธอยังสวมอยู่ดูตัดกับผ้าปูที่นอนอย่างชัดเจนจนดูเย้ายวนใจ บลูที่ยังคงคร่อมร่างเธอไว้หลวม ๆ ไม่ได้ถอยห่างไปไหน สายตาของเขาจ้องมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้แดงระเรื่อเพราะฤทธิ์ไวน์และความร้อนจากรสจูบเมื่อครู่“ไม่อยากจีบคุณแล้วอ่ะ” บลูเอ่ยเสียงพร่าพลางกระตุกยิ้มที่มุมปาก มือหนาข้างหนึ่งยันที่นอนไว้ ส่วนอีกข้างเกลี่ยแก้มเนียนอย่างเบามือ“แล้วคุณ... อยากอะไรคะ?” ไอวี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ทว่าท้าทาย เธอเอื้อมมือขึ้นไปคว้าปกเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มแล้วออกแรงดึงให้เขาโน้มลงมาหาอีกครั้งไม่ต้องมีคำตอบเป็นคำพูด บลูสนองตอบความท้าทายนั้นทันทีด้วยการทาบริมฝีปากลงไปใหม่ คราวนี้มันหนักหน่วงและโหยหากว่าเดิม รสชาติฝาดหวานของไวน์แดงที่ยังหลงเหลืออยู่ในปากของคนทั้งคู่กลายเป็นเชื้อไฟชั้นดีที่ทำให้พายุอารมณ์โหมกระหน่ำไอวี่หลับตาพริ้ม รับรู้ถึงน้ำหนักตัวของชายหนุ่มที่ทาบทับลงมาและความอบอุ่นที่โอบล้อมเธอไว้ เธอรู้สึกเหมือนกำลังลอยล่องอยู่กลางทะเลที่คลื่นลมแรง แต่แปลกที่ในอ้อมกอดนี้เธอกลับรู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มือเล็กขยุ้มเสื้อเชิ้ตของบลู
ท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังขึ้นอย่างเก้อเขิน ไอวี่เดินลงจากเวทีด้วยท่วงท่าของคนชนะ แสงไฟยังคงสาดส่องตามร่างบางในชุดแดงเพลิงของเธอ จนกระทั่งเธอเดินกลับมาหยุดอยู่ที่โต๊ะบลูยืนขึ้นต้อนรับเธอทันที เขาไม่ได้พูดอะไร แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความชื่นชมและพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด มือหนายื่นไปรับมือเล็กของเธอมากุมไว้เบา ๆ ราวกับจะบอกว่า...ทำได้ดีมาก“คุณแรงกว่าที่ผมคิดไว้นะครับ” บลูเปรยเบา ๆ ขณะที่ไอวี่นั่งลงที่เก้าอี้“แค่ประกาศให้รู้ว่าใครคือตัวจริง ใครคือตัวปลอมนะคะ” ไอวี่ตอบเสียงเรียบ“ไอวี่! แกกล้าดียังไง!” มีนาระเบิดอารมณ์ออกมาทันทีที่สุมิตรเดินไปทักทายแขกโต๊ะอื่น เธอโน้มตัวข้ามโต๊ะมาหาไอวี่ ดวงตาแดงก่ำด้วยความแค้น “แกจงใจฉีกหน้าฉันกับแม่ต่อหน้าทุกคน!”“ฉันแค่พูดความจริงมีนา” ไอวี่ปรายตามองอย่างเย็นชา “ความจริงที่ว่าเธอไม่มีแม้แต่หยดเลือดของเมฆาอยู่ในตัว อย่าลืมสิว่าเธอเข้ามาอยู่ในบ้านฉันฐานะอะไร”“แก!” มีนาเงื้อมือขึ้นสูง หมายจะฟาดลงบนใบหน้าสวยที่ลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงหน้าหมับ!ทว่ามือของเธอกลับถูกมือหนาของบลูคว้าไว้กลางอากาศได้ทันท่วงที บลูไม่ได้ออกแรงบีบมากนัก แต่สายตาที่เขามองมีนานั้นเย
@ห้องจัดเลี้ยงแสงไฟจากโถงจัดเลี้ยงส่องประกายระยิบระยับ เสียงดนตรีบรรเลงคลอเบา ๆ ผสมกับเสียงพูดคุยของแขกเหรื่อในงานทันทีที่ทั้งคู่ก้าวพ้นประตูงาน ทุกสายตาต่างหันมาจับจ้องที่ทั้งคู่เป็นจุดเดียว ‘บลู’ ในชุดสูทสีดำดูภูมิฐานตัดกับ ‘ไอวี่’ ในชุดราตรีสีแดงเพลิงที่ดูสวยสะดุดตาจนแทบหยุดหายใจ พวกเขาดูเหมือนคู่รักที่ทรงอำนาจและสมบูรณ์แบบที่สุดในค่ำคืนนี้“นั่นลูกสาวของคุณสุมิตร เมฆา” เสียงซุบซิบดังขึ้นเบา ๆไอวี่เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เคยหวั่นไหวเมื่อครู่เลือนหายไป เหลือเพียงความสุขุมและเยือกเย็น เธอเหลือบไปเห็น ‘มีนา’ ที่ยืนอยู่ในกลุ่มเพื่อนสาว มีนาชะงักไปทันทีที่เห็นไอวี่ในลุคนี้ ดวงตาของน้องสาวต่างแม่ต่างพ่อที่เต็มไปด้วยความริษยาอย่างปิดไม่มิด โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนเคียงข้างไอวี่คือบลู ชายหนุ่มที่เธอเพิ่งจะพยายามเข้าไปแทรกกลางเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนบลูรับรู้ถึงแรงบีบเบา ๆ ที่ต้นแขนจากไอวี่ เขาจึงก้มลงกระซิบที่ข้างหูเธอพอให้ได้ยินกันแค่สองคน“ยิ้มไว้ครับ คืนนี้คุณชนะตั้งแต่อยู่หน้าประตูแล้ว”ไอวี่ลอบถอนหายใจ ก่อนจะคลี่ยิ้มทรงเสน่ห์ที่ดูเย้ายวนและอันตรายในเวลาเดียวกัน“ขอบคุณนะคะ
แกร๊ก!เสียงลูกบิดประตูที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาไอวี่ที่กำลังจมดิ่งอยู่กับกองเอกสารบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ถึงกับสะดุ้งสุดตัว เธอเงยหน้าขึ้นมองบานประตูที่ถูกผลักเข้ามา พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในท่าทางผ่อนคลายของคนที่เธอเพิ่งจะนึกถึงไปเมื่อครู่ คนที่เป็นแขกไม่ได้รับเชิญแต่กลับคุ้นเคยเป็นอย่างดีบลู
หลังจากที่กันยาเดินออกจากห้องไป ความเงียบก็กลับมาปกคลุมห้องทำงานของหญิงสาวอีกครั้ง ไอวี่ลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างเบื่อหน่าย ความรู้สึกหนักอึ้งจากเรื่องในอดีตที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้งยังคงเกาะกุมจิตใจของเธอบลูหันกลับมามองที่เธออีกครั้งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย เพราะสีหน้าของไอวี่ดูไม่ดีเ
@สองอาทิตย์ผ่านไปตลอดระยะเวลาสองสัปดาห์ที่ผ่านมา บลูตามติดไอวี่ราวกับเงา เขาทำทุกอย่าง ทั้งส่งข้อความอรุณสวัสดิ์ ดูแลเรื่องอาหารกลางวัน และไปรับส่งเธอยามค่ำคืนความสัมพันธ์ของทั้งคู่... ดีขึ้นหรือไม่? บลูเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่ก็คงต้องดีขึ้นอยู่บ้าง เพราะอย่างน้อยไอวี่ก็ไม่ได้ปฏิเสธการดูแลของเขา
หลังจากดื่มชานมไข่มุกจนหมดแก้ว ไอวี่รู้สึกสดชื่นขึ้นมาก บลูพาเธอเดินชมสินค้าอีกเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นว่าไอวี่เริ่มมีสีหน้าเหนื่อยล้า ชายหนุ่มจึงตัดสินใจพาเธอเดินออกจากห้างสรรพสินค้าทันทีบลูเดินถือถุงใส่ของพะรุงพะรัง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของที่เขาซื้อให้เธอตามอัธยาศัย แม้ไอวี่จะบอกว่าไม่ต้องการก็ตาม นำไอ