Masukชายหนุ่มจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เย็นชาลงอย่างเห็นได้ชัด พอรู้ว่าเธอมีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับไอวี่ บลูก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเธอ เพราะตอนนี้คนที่เป็นเธอจ๋าสำหรับบลู มีแค่ไอวี่เท่านั้น
“ผมขอตัวก่อนนะครับ” บลูเอ่ย ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว เขาต้องการจะหลีกหนีสถานการณ์นี้ให้เร็วที่สุด “เดี๋ยวก่อนสิคะ” มีนาคว้าข้อมือของบลูไว้เบา ๆ แต่ก็เพียงพอที่จะดึงรั้งให้เขาหยุดชะงัก “เราคุยกันก่อนไม่ได้เหรอคะ พอดีมีนารู้สึกถูกชะตากับคุณตั้งแต่เห็นหน้าแล้ว” บลูชักมือกลับอย่างนุ่มนวล ดวงตาของเขายังคงฉายแววเย็นชา “ผมต้องขอโทษด้วยครับ ผมมีธุระด่วน” เขาพูดตัดบทอย่างชัดเจน เขาตั้งใจจะทำให้เธอรู้ว่าเขาไม่ต้องการสานต่อการสนทนาใด ๆ ทั้งสิ้น มีนาไม่ได้แสดงท่าทีเสียใจหรือท้อถอยเลยแม้แต่น้อย เธอยังคงยิ้มบาง ๆ อย่างมีเลศนัย “โอเคค่ะ ไม่เป็นไร ถ้าคุณรีบจริง ๆ งั้น...ขอเบอร์โทรศัพท์ไว้ได้ไหมคะ” เธอพยายามหาเหตุผลเพื่อสานสัมพันธ์ “เอ่อ..ไม่สะดวก” “เอสเปรสโซ่เย็นสองแก้วได้แล้วค่ะ” เสียงของพนักงานร้านกาแฟเอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน ทำให้บลูรีบฉวยโอกาสนั้นทันที “ต้องขอโทษจริง ๆ นะครับ” บลูเอ่ยตอบ ก่อนจะเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์หยิบกาแฟแล้วเร่งฝีเท้าออกจากร้านกาแฟไปทันที ชายหนุ่มรีบเดินออกจากร้านกาแฟ โดยที่ไม่หันกลับไปมองที่หญิงสาวที่นั่งอยู่เลยแม้แต่วินาทีเดียว ทิ้งให้มีนานั่งมองตามหลังเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอยากได้และอยากครอบครองอย่างที่ไม่เข้าใจ @บริษัทเมฆาเพอร์ บลูเดินถือแก้วกาแฟเข้ามาในอาคารด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขารู้สึกถึงปัญหาที่กำลังจะตามมา แค่เห็นหน้าของมีนา เขาก็เห็นถึงปัญหามากมายที่รออยู่ข้างหน้าแล้ว ชายหนุ่มเดินเข้าลิฟต์ตัวเดิม กดลิฟต์ขึ้นมาที่ชั้นยี่สิบ ไม่นานประตูลิฟต์ก็ถูกเปิดออก เขาเดินตรงไปที่ห้องทำงานของไอวี่ทันที ก็อก ๆ เขาเคาะประตูสองสามครั้ง ก่อนจะเปิดประตูเข้าไป เดินตรงไปที่โต๊ะทำงานที่มีร่างเล็กนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน “คิดว่ากลับไปแล้ว” เจ้าของห้องเงยหน้าเอ่ยถามเสียงเรียบ เห็นบลูหายไปนาน ก็หลงคิดว่าเด็กนี่กลับไปแล้วซะอีก “ยังไม่ถึงเวลาครับ” บลูเอ่ย วางแก้วกาแฟเย็นลงตรงหน้าของเธอ “ดื่มหน่อย เพิ่มพลัง” “ไม่กิน” เธอปฏิเสธทันที “คุณกินเถอะ” “อร่อยนะครับ” บลูยังคงยืนกรานด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “อร่อยก็เก็บไว้กินเองนะคะน้องบลู” ไอวี่เอ่ย ก่อนจะก้มหน้าทำงานของตัวเองต่อ บลูไม่ได้ใส่ใจในคำพูดของเธอเท่าไหร่นัก เขาทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับเธอ แก้วกาแฟเย็นยังคงวางอยู่ตรงหน้าเธอเหมือนเดิม ไอวี่ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ ส่วนบลูก็นั่งเล่นโทรศัพท์มือถือไป จิบกาแฟในมือไปด้วยท่าทางที่สบายใจ @สิบนาทีผ่านไป บรรยากาศภายในห้องทำงานของไอวี่ยังคงเงียบสงบ มีเพียงสีเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอยู่ งานตรงหน้าของหญิงสาวใกล้เสร็จหมดแล้ว ส่วนบลูก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ไม่ได้ขยับลุกไปไหนเลย ก็อก ๆ เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ทำให้ไอวี่ต้องเงยหน้ามองไปยังบานประตู บลูเองก็ละสายตาจากหน้าจอมือถือขึ้นมองเช่นกัน “เชิญค่ะ” ไอวี่เอ่ยอนุญาต ผู้มาเยือนจึงเปิดประตูเข้ามาทันที คนที่มาเยือนก็ไม่ใช่ใครที่ไหน มีนา น้องสาวต่างพ่อต่างแม่ของไอวี่นั่นเอง หญิงสาวเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ทว่าเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นว่ามีใครอีกคนอยู่ในห้องด้วย เธอก็คลี่ยิ้มออกมาทันที เพราะใครอีกคนที่เธอเห็น เป็นคนเดียวกันกับที่มีนาเจอที่ร้านกาแฟเมื่อครู่ “คุณบลู!” มีนาเอ่ยเรียกพร้อมเร่งฝีเท้าเดินตรงเข้าไปหาเขา บลูรีบดีดตัวลุกขึ้นทันที แล้วถอยไปยืนหลบอยู่ด้านหลังไอวี่อย่างรวดเร็วราวกับเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติ แต่การกระทำนั้นทำให้มีนาชะงักฝีเท้าลงในทันทีเช่นกัน มีนาเหลือบมองไอวี่อย่างพิจารณา ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสงสัย “พี่รู้จักคุณบลูด้วยเหรอ” มีนาเอ่ยถาม “ฉันไม่จำเป็นต้องตอบเธอ” ไอวี่เอ่ยตอบน้ำเสียงเรียบ “พี่กับเขาเป็นอะไรกัน?” “ผมเป็นแฟนไอวี่ครับ” บลูเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น คำตอบหนักแน่นของบลูทำให้เกิดความเงียบชั่วขณะขึ้นในห้อง มีนาหันกลับมามองไอวี่ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด จากรอยยิ้มที่เคลือบอยู่ก็จางหายไป ความสงสัยและความไม่พอใจเข้าแทนที่ ไอวี่เองไม่ได้แสดงสีหน้าใด ๆ เธอเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยเป็นการยืนยันคำพูดของบลูอย่างไม่ใส่ใจ ทำให้มีนาต้องขบกรามแน่น “ไม่คิดเลยนะคะว่าพี่จะหาแฟนได้หล่อขนาดนี้” มีนาเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มหวานที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา น้ำเสียงนั้นฟังดูชื่นชมแต่แฝงไปด้วยความรู้สึกอื่นที่ไอวี่เข้าใจดี “เรื่องส่วนตัวของฉัน ไม่จำเป็นต้องรายงานให้เธอรู้” สถานการณ์ระหว่างทั้งคู่ตึงเครียดขึ้นทันที มีนารู้ดีว่าความสัมพันธ์ของพวกเธอไม่ได้เป็นพี่น้องที่รักใคร่กันอย่างแท้จริง สาเหตุมาจากการที่แม่ของมีนาเป็นเมียน้อยที่พรากพ่อไปจากชีวิตของไอวี่ ความบาดหมางนี้หยั่งรากลึกเกินกว่าจะแก้ไข “โอ๊ย! ทำไมต้องใจร้ายขนาดนั้นด้วยล่ะคะพี่ไอวี่” มีนาทำหน้าเศร้าสร้อยอย่างน่าสงสารราวกับถูกรังแก “มีนาแค่รู้สึกถูกชะตากับคุณบลู เห็นพี่มีแฟนหล่อก็เลยอยากจะทำความรู้จักบ้าง” เธอหันไปทางบลู พลางส่งสายตาอ่อนหวานเย้ายวน บลูที่ยืนนิ่งอยู่หลังไอวี่ ขยับตัวเข้ามาใกล้ไอวี่มากขึ้นเล็กน้อย เป็นการแสดงออกถึงการป้องกันอย่างชัดเจน เขาจ้องมองมีนาด้วยสายตาที่ไร้ความยินดี “ไม่จำเป็นต้องทำความรู้จักหรอกครับ” บลูตอบสั้นห้วน น้ำเสียงเย็นชากว่าเดิมหลายเท่า ไอวี่เหลือบมองปฏิกิริยาของบลูแวบหนึ่ง ก่่อนจะหันกลับมาสนใจมีนาอีกครั้ง “ฉันว่าเธอคงมีธุระอื่นต้องทำมากกว่ามานั่งเสียเวลาตรงนี้นะมีนา” ไอวี่เอ่ยไล่อย่างสุภาพ “ถ้าไม่มีงานหรือเรื่องด่วนอะไร ก็ขอให้เธอออกไปจากห้องทำงานของฉันด้วย ฉันมีงานต้องทำให้เสร็จ” มีนาทำเป็นไม่สนใจคำสั่งของไอวี่ เธอเดินอ้อมโต๊ะทำงานไปเกือบถึงตัวไอวี่ จากนั้นก็ลดเสียงลงกระซิบข้างหูพี่สาวอย่างเบา ๆ “ระวังไว้หน่อยก็ดีนะคะพี่ไอวี่ ของดี ๆ มักจะอยู่กับพี่ได้ไม่นานหรอก” ไอวี่ไม่ตอบโต้ด้วยคำพูด เธอยกมุมปากขึ้นยิ้มเล็กน้อยอย่างเย้ยหยัน แล้วยื่นมือไปหยิบรีโมตเครื่องปรับอากาศขึ้นมากดเพิ่มอุณหภูมิห้อง “เธออยู่ใกล้ ๆ แล้วรู้สึกร้อนไปหมดเลย” ไอวี่พูดเรียบ ๆ มีนาหน้าตึงขึ้นทันที เธอรู้ว่าไอวี่กำลังสื่อถึงความน่ารำคาญของเธอ เธอส่งสายตาอาฆาตไปให้ไอวี่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันไปทางบลู และปั้นรอยยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง “คุณบลูไม่เบื่อเหรอคะอยู่กับพี่ไอวี่นาน ๆ” “ไม่เคยรู้สึกเบื่อเลยครับ” “อิจฉาพี่ไอวี่จัง” มีนาเอ่ย ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความริษยา พลางหันไปมองที่ไอวี่เล็กน้อยราวกับต้องการยั่วโมโห “ทำไม? อยากได้เหรอ” ไอวี่เลิกคิ้วสูงเอ่ยถามกลับอย่างท้าทาย เธอค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ ยืนเต็มความสูงของตัวเองอย่างสง่างาม ทำให้เธอดูเหนือกว่ามีนาอย่างชัดเจน “ถ้ามีนาขอพี่ไอวี่จะให้ได้ไหมล่ะคะ?” เธอถามกลับอย่างเปิดเผยและไร้ยางอาย สายตาของมีนาจ้องมองไปยังบลูที่ยืนอยู่ข้างหลังไอวี่อย่างโจ่งแจ้ง@ห้องจัดเลี้ยงแสงไฟจากโถงจัดเลี้ยงส่องประกายระยิบระยับ เสียงดนตรีบรรเลงคลอเบา ๆ ผสมกับเสียงพูดคุยของแขกเหรื่อในงานทันทีที่ทั้งคู่ก้าวพ้นประตูงาน ทุกสายตาต่างหันมาจับจ้องที่ทั้งคู่เป็นจุดเดียว ‘บลู’ ในชุดสูทสีดำดูภูมิฐานตัดกับ ‘ไอวี่’ ในชุดราตรีสีแดงเพลิงที่ดูสวยสะดุดตาจนแทบหยุดหายใจ พวกเขาดูเหมือนคู่รักที่ทรงอำนาจและสมบูรณ์แบบที่สุดในค่ำคืนนี้“นั่นลูกสาวของคุณสุมิตร เมฆา” เสียงซุบซิบดังขึ้นเบา ๆไอวี่เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เคยหวั่นไหวเมื่อครู่เลือนหายไป เหลือเพียงความสุขุมและเยือกเย็น เธอเหลือบไปเห็น ‘มีนา’ ที่ยืนอยู่ในกลุ่มเพื่อนสาว มีนาชะงักไปทันทีที่เห็นไอวี่ในลุคนี้ ดวงตาของน้องสาวต่างแม่ต่างพ่อที่เต็มไปด้วยความริษยาอย่างปิดไม่มิด โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนเคียงข้างไอวี่คือบลู ชายหนุ่มที่เธอเพิ่งจะพยายามเข้าไปแทรกกลางเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนบลูรับรู้ถึงแรงบีบเบา ๆ ที่ต้นแขนจากไอวี่ เขาจึงก้มลงกระซิบที่ข้างหูเธอพอให้ได้ยินกันแค่สองคน“ยิ้มไว้ครับ คืนนี้คุณชนะตั้งแต่อยู่หน้าประตูแล้ว”ไอวี่ลอบถอนหายใจ ก่อนจะคลี่ยิ้มทรงเสน่ห์ที่ดูเย้ายวนและอันตรายในเวลาเดียวกัน“ขอบคุณนะคะ
@ชั้น17@ห้อง304ห้องสวีทสุดหรู ภายในห้องถูกตกแต่งด้วยโทนอบอุ่น ระเบียบด้านนอกมองเห็นวิวทะเลอย่างชัดเจน ภายในห้องจะมีเคาน์เตอร์ครัว แล้วก็ห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีโซฟาตั้งอยู่กลางห้อง พร้อมกับทีวีขนาดใหญ่ถึง65นิ้วห้องน้ำจะอยู่มุมซ้ายสุด ส่วนห้องนอนจะอยู่ติดกับมุมที่ตั้งทีวี“สวยดี” ไอวี่เอ่ยขึ้นทันทีที่ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา เธอเหนื่อยกับการนั่งรถเป็นเวลานาน ๆ“อยากดื่มอะไรไหม”“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณคุณมากนะ”“กระเป๋าอยู่ในรถ ผมจะลงไปเอากระเป๋าก่อน ส่วนคุณก็พักผ่อนอยู่ในห้องไปก่อนนะ”“ฉันลงไปช่วยค่ะ” ไอวี่เอ่ย พลางยันตัวลุกขึ้นยืน ทว่าบลูเดินกดไหล่เธอให้นั่งลงกลับที่เดิมก่อน“พักเถอะ ที่เหลือผมจัดการเอง”บลูเดินออกจากห้องไปทันที เขาเดินเข้าลิฟต์แล้วกดลิฟต์ลงมาที่ชั้นล่าง เดินตรงไปที่รถของตัวเองจอดอยู่พอเดินมาถึงรถ บลูก็ใช้กุญแจปลดล็อครถยนต์ แล้วเปิดท้ายรถเพื่อเอากระเป๋าเดินทางของเธอพร้อมกับของตัวเองปัง!เสียงท้ายรถปิดลงดังปัง พร้อมกับร่างเล็กที่ปรากฏตัวอยู่ข้าง ๆ รถ“พี่ไอวี่นี้.. แย่จังเลยนะคะ ใช้คุณลงมาเอาของคนเดียวแบบนี้” มีนาเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้ม“หน้าที่ของแฟนอยู่แล้วครับ” บลูเอ่ยตอบกลับ
ความเงียบที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งคลับทันทีที่ประโยคสุดท้ายของบลูหลุดออกมาจากปาก แววตาที่เคยหยิ่งผยองของธามสั่นระริกไปชั่วขณะหนึ่ง รอยยิ้มเยาะที่เคยแต้มบนใบหน้าพลันแข็งค้าง ความมั่นใจที่ว่าตนเองเหนือกว่าถูกทุบทำลายลงด้วยคำว่า กูเจ้าของคลับ“มึงว่าไงนะ?” ธามเค้นเสียงถาม มือที่จับปืนเริ่มสั่นเล็กน้อยด้วยความโกรธที่ปนมากับความหน้าแตก“หูหนวกเหรอ?” บลูขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้จะมีปลายกระบอกปืนจ่ออยู่ ทว่าเขากลับก้าวเท้าเข้าหาธามอย่างไม่เกรงกลัว “กูบอกว่ากูนี่แหละเจ้าของที่นี่ มึงจะใช้เงินเคลียร์กับใครนะ? เคลียร์กับกูเหรอ? งั้นลองเสนอราคามาสิว่าชีวิตกูราคาเท่าไหร่ในสายตามึง”“พี่ธามกลับกันเถอะค่ะ” เธอรู้ดีว่าตอนนี้สถานการณ์มันเกินกว่าที่เธอจะรับไหว“หุบปาก!” ธามตวาดใส่หญิงสาว ก่อนจะหันมาถลึงตาใส่บลู “เจ้าของคลับแล้วไงวะ! ปืนอยู่ในมือกู มึงตายไปกูเอาเงินยัดปากตำรวจคนไหนก็ได้ทั้งนั้น!”“ลองดูสิ” เสียงทุ้มต่ำที่เย็นยะเยือกของบลูดังขึ้น พร้อมกับที่พนักงานรักษาความปลอดภัยนับสิบคนในชุดสูทสีดำสนิท ซึ่งเป็นคนของบลู เดินเข้ามาล้อมธามไว้ทุกทิศทาง ทุกคนในมือมีอาวุธที่พร้อมจะจัดการผู้บุกรุกทันท
@คอนโดมิเนียมหลังจากที่ความหวานของบิงซูช่วยเติมพลังใจจนเต็ม บลูขับรถมาส่งไอวี่ที่คอนโดมิเนียมของเธอ บรรยากาศภายในรถเงียบสงบแต่ไม่ได้อึดอัด ทั้งคู่ต่างจมอยู่ในความคิดของตัวเอง บลูเหลือบมองไอวี่ที่ดูผ่อนคลายขึ้นมาก เขาแอบหวังลึก ๆ ว่าคำพูดของเจย์และคิงเรื่องการรักษาใจจะเริ่มต้นได้ด้วยดีในทริปนี้“ถึงแล้วครับ” บลูจอดรถอยู่หน้าคอนโดของหญิงสาว“ขอบคุณนะ สำหรับอีกวันที่คุณอยู่ข้างฉัน” ไอวี่หันมาเอ่ยขอบคุณ“สบายมากครับ มันคือหน้าที่ของผมอยู่แล้ว ผมแฟนคุณนิ”“คุณแค่ตามจีบค่ะ ไม่ใช่แฟน”“เอ้าเหรอ?” เขาเอ่ยพูดได้หน้าตายที่สุด“ฉันไปนะ” เธอเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะเปิดประตูรถ แล้วลงจากรถเดินเข้าไปในคอนโดบลูนั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย มองร่างบางจนเธอเดินหายลับเข้าไปในคอนโดมิเนียม บลูถึงออกรถได้รถหรูจอดติดไฟแดงอยู่ตรงทางแยกหน้าคอนโด เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดส่งข้อความเข้าแชทกลุ่มทันที@กรุ๊ป K.B.R.R.JBlue : พรุ่งนี้กูไม่ว่าง ถ้าใครมีธุระอะไรด่วน ก็จัดการกันไปเองก่อนเพียงครู่เดียวที่แชทถูกส่งออกไป ก็มีข้อความจากเพื่อนสนิทตอบกลับมาทันทีRyah : ติดหญิงสัส ๆRock : อยู่ในช่วงทำคะแนนครับKing : อย่
บลูนั่งพิงโซฟาตัวหนานุ่ม สายตาของเขาจดจ้องไปที่ร่างบางของไอวี่ราวกับถูกมนต์สะกด เขาไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้เลยจริง ๆ ราวกับว่าในตัวเธอมีแรงดึงดูดมหาศาลที่คอยยึดเหนี่ยวทุกความสนใจของเขาเอาไว้ แม้ในยามที่เธอไม่ได้ทำอะไรเลย เพียงแค่นั่งนิ่ง ๆ ให้ช่างปรนนิบัติ เธอก็ยังดูงดงามอย่างน่าประหลาดติ๊ง!เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในมือทำให้ชายหนุ่มต้องหลุดออกจากภวังค์ เขาละสายตาจากเสี้ยวหน้าหวานด้วยความเสียดายเล็กน้อย ก่อนจะหันมาสนใจหน้าจอที่สว่างวาบขึ้น@กรุ๊ป K.B.R.R.JJay : นาทีล่ะแสนครับBlue : กูให้ล้านหนึ่งKing : ทุ่มสุดตัวจัดKing : มึงจัดการมันดิ @RockRock : ไม่สู้ว่ะ ไอ้เหี้ยนี้ใจเกินRyah : ถ้าเป็นเรื่องสาว พี่บลูสู้ตายครับBlue : ไอ้พวกเหี้ย!Rock : 555 ของขึ้นว่ะKing : ขึ้นให้สุด แต่จะไปสุดที่ตรงไหนค่อยว่ากันอีกทีRyah : อย่างเหี้ย 5555Jay : 555 มีแต่เพื่อนเหี้ย ๆKing : มึงก็เพื่อนมันนะ @JayBlue : 555 งั้นมึงก็เหี้ยนะครับไอ้เจย์Ryah : 555 ไอ้เหี้ยนี้โง่ @JayJay : ไอ้เหี้ย! กูพลาด 5555Rock : 555 กูหัวเราะจนเจ็บท้อง ไอ้สัส!Jay : 555 อย่างเหี้ย @RockJay : มึงมีอะไรว่ามา @BlueB
แกร๊ก!เสียงลูกบิดประตูที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาไอวี่ที่กำลังจมดิ่งอยู่กับกองเอกสารบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ถึงกับสะดุ้งสุดตัว เธอเงยหน้าขึ้นมองบานประตูที่ถูกผลักเข้ามา พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในท่าทางผ่อนคลายของคนที่เธอเพิ่งจะนึกถึงไปเมื่อครู่ คนที่เป็นแขกไม่ได้รับเชิญแต่กลับคุ้นเคยเป็นอย่างดีบลูเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม สายตาคมกริบของเขากวาดมองใบหน้าสวยที่เริ่มกลับมาเคร่งขรึมอีกครั้ง“ทำหน้ายุ่งแบบนี้ ระวังแก่เร็วนะครับ” น้ำเสียงกวนประสาทเอ่ยขึ้นขณะที่เจ้าตัวสาวเท้าเข้ามาหยุดอยู่ข้างโต๊ะทำงานของเธอ“เด็กบ้า!” ไอวี่ตวัดเสียงดุใส่ “คุณไปไหนมา”บลูเลิกคิ้วสูง พิงสะโพกกับขอบโต๊ะทำงานของเธออย่างถือวิสาสะ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ“ทำไมครับ คิดถึงผมเหรอ?”คำถามตรงไปตรงมานั้นทำให้ใบหน้าของไอวี่ร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ เธอรีบเชิดหน้าขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว“ฝันไปเถอะ! ฉันไม่เคยมีเศษเสี้ยวความรู้สึกแบบนั้นให้คุณเลยสักนิด”“เฮ้อ~ แย่จังแฮะ” บลูแกล้งถอนหายใจยาว ทำหน้าเศร้าสร้อยแบบเสแสร้ง เขายื่นมือไปลูบเรือนผมของเธอเบา ๆ อย่างหยอกล้อ “ผมอุตส่าห์ไปเตรี