Mag-log in@บริษัทเมฆาเพอร์
รถสปอร์ตสีดำสนิทแล่นเข้ามาจอดที่ลานจอดรถของบริษัทเมฆาเพอร์ บริษัทอสังหาริมทรัพย์และพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ เจ้าของคือ สุมิตร เมฆา บิดาของไอวี่ บลูก้าวลงจากรถด้วยท่าทีที่สุขุมและทรงอำนาจ นี่เป็นครั้งแรกที่เขามาเหยียบสถานที่แห่งนี้ ใบหน้าคมคายของเขาฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มเย็นชา เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มที่ขับเน้นให้รูปร่างสูงใหญ่ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น ชายหนุ่มเดินเข้าไปภายในบริษัทด้วยสีหน้าเรียบเฉย ภายนอกของเขาดูทรงอำนาจมาก ยิ่งเขาทำหน้านิ่ง ๆ เขาก็ยิ่งดูทรงอำนาจเข้าไปใหญ่ เขาเดินตรงเข้าไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยสีหน้าเรียบ “ขอเข้าพบคุณมีนชนก เมฆาครับ” “เอ่อ..ได้นัดไว้ไหมคะ” พนักงานสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบ “ไม่ครับ บอกเขาว่าคุณบลูขอเข้าพบก็พอครับ” “ได้ค่ะ สักครู่นะคะ” พนักงานสาวพยักหน้ารับ ก่อนที่จะหันไปกดโทรศัพท์ต่อสายภายในอย่างรวดเร็ว สายตาของเธอเหลือบมองบลูเป็นระยะด้วยความสนใจและสงสัย “มีแขกมาขอพบคุณมีนชนกค่ะ เขาบอกว่าชื่อบลูค่ะ ไม่ได้นัดไว้ค่ะ” เธอเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงอย่างสุภาพเมื่อปลายสายรับสาย บลูยืนรออย่างเงียบ ๆ สายตาของเขาสำรวจโถงทางเข้าที่หรูหราของบริษัท พื้นหินอ่อนขัดมันวาวสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ ประดับด้วยงานศิลปะร่วมสมัยราคาแพง เขาประเมินความมั่งคั่งของอาณาจักรตระกูลเมฆาอย่างใจเย็น “ได้ค่ะ จะเรียนให้ทราบค่ะ” พนักงานสาววางหูโทรศัพท์ลง ใบหน้าของเธอฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองบลูด้วยรอยยิ้มที่พยายามคงความเป็นมืออาชีพไว้ “คุณมีนชนกแจ้งว่า เชิญคุณบลูขึ้นไปพบได้เลยค่ะ” เธอบอกพร้อมผายมือไปยังกลุ่มลิฟต์ที่อยู่ด้านข้าง “เชิญทางนี้เลยนะคะ มีพนักงานจะพาคุณขึ้นไปค่ะ” เพียงครู่เดียวพนักงานชายในชุดสูทสีดำเดินเข้ามาพร้อมโค้งคำนับให้เขาอย่างนอบน้อม “เชิญทางนี้ครับ” ชายหนุ่มพยักหน้ารับเบา ๆ เขาเดินตามพนักงานไปยังลิฟต์ พนักงานผายมือให้เขาเดินเข้าไปในลิฟต์ก่อน แล้วพนักงานชายก็เดินตามเข้าลิฟต์ที่หลัง @ชั้นที่20 เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกอีกครั้ง ชายหนุ่มก็พบว่าตัวเองยืนอยู่หน้าทางเดินที่ตกแต่งอย่างเรียบหรูและเงียบสงบ พนักงานชายผายมือไปที่ประตูบานใหญ่ที่สุดที่อยู่สุดทางเดิน “ห้องทำงานของคุณมีนชนะครับ” บลูก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างเชื่องช้า แต่ทุกอย่างก้าวนั้นหนักแน่นและเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นที่จะได้เจอเธออีกครั้ง เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อรวบรวมสมาธิ ก่อนจะหยุดยืนอยู่หน้าประตูไม้ขนาดใหญ่ที่สลักลวดลายอย่างสวยงาม ก็อก ๆ เขายกมือเคาะประตูเบา ๆ สองสามครั้ง “เชิญค่ะ” เสียงใสเอ่ยตอบกลับมาทันที คำเชิญนั้นทำให้เขาผลักประตูเข้าไปอย่างไม่มีลังเล ทันทีที่เข้าผลักประตูเข้ามา สายตาคมก็กวาดมองหาคนที่เขาต้องการเจอทันที แล้วเขาก็ได้เจอกับเธออีกครั้ง “ไม่คิดว่าจะตามมาถึงที่นี่” ไอวี่เอ่ยขึ้นก่อน โดยที่ใบหน้ายังคงสงบนิ่งไร้ความรู้สึก ไม่ปรากฏแม้แต่รอยยิ้มที่เป็นการทักทาย “พอดีคิดถึงครับ เลยดั้นด้นมาหา” บลูตอบกลับด้วยน้ำเสียงกวน ๆ เล็กน้อย เขาเดินเข้าไปทิ้งตัวลงบนโซฟาหนังตัวใหญ่ราวกับเป็นเจ้าของห้องอย่างถือวิสาสะ “เหรอคะ?” ไอวี่เอ่ยตอบ พลางยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างมีเลศนัย “หรือว่าคุณคิดจำนวนเงินได้แล้ว” บลูเงียบในใจ ได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเองว่า 'เธอยังเป็นโรคซึมเศร้าจริงอยู่ไหม?' ท่าทีของเธอสวนทางกับสิ่งที่เขาเคยรู้มาอย่างสิ้นเชิง “คุณต้องการเท่าไหร่คะ” ไอวี่เร่งคำตอบ “คุณเสนอให้ผมได้เท่าไหร่ครับ” บลูย้อนถามกลับ “หนึ่งหมื่นพอไหมคะ” หนึ่งหมื่น! คำพูดนั้นทำให้บลูรู้สึกเหมือนถูกสบประมาทอย่างแรง ค่าตัวของคนหน้าตาดีอย่างกู มีค่าแค่หมื่นเดียวจริงเหรอวะ? “สองหมื่น” ไอวี่เพิ่มตัวเลข ช่วยอัปเกรดค่าตัวให้กูด้วย... “คุณอยากได้เท่าไหร่ก็บอกมาเลยค่ะ เงียบแบบนี้ฉันไม่รู้หรอกนะ ว่าคุณต้องการจำนวนเงินเท่าไหร่” “ผมไม่อยากได้เงิน” บลูตอบ “แล้วคุณต้องการอะไร” “อยากเป็นแฟน” บลูเอ่ยคำนั้นอย่างเด็ดเดี่ยว ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปยังร่างเล็กที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน “ทำไม ติดใจฉันมากเหรอคะ” ไอวี่ตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน ไม่มีท่าทีของความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำเธอยังต่อสู้ด้วยวาจาอย่างฉะฉาน “ครับ ติดใจมาก” ไอวี่เงียบไป เธอเงียบจนบลูเริ่มรู้สึกประหม่าขึ้นมา “เป็นอะไรไปครับ” บลูเอ่ยถาม “เรื่องที่จะคุยมีแค่นี้ใช่ไหมคะ” “อย่าเพิ่งไล่สิครับ ใจเย็นก่อน” บลูเอ่ย พลางทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้ามกับโต๊ะทำงานของเธอ “คุณต้องการอะไรกันแน่” ไอวี่ถามย้ำอีกครั้ง “อยากเป็นแฟน แต่ถ้าดูรีบร้อนไป.. เราเป็นเพื่อนกันก่อนก็ได้” “เพื่อน?” ไอวี่เลิกคิ้วสูง “ฉันอายุมากกว่าคุณ ตั้งสองปี เราเป็นเพื่อนกันได้เหรอคะ” “ก็แค่มากกว่าสองปีเอง” บลูพึมพำเสียงเบา “น้องบลู” ไอวี่เรียกชื่อเขาด้วยรอยยิ้มที่แฝงความเจ้าเล่ห์ บลูรู้สึกจี๊ดขึ้นมาในใจ ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นเธอ... เขาคงจะตบคว่ำไปแล้ว โชคดีแค่ไหนแล้วที่คนตรงหน้าเป็นเธอจ๋าของเขา “หมดเรื่องคุยหรือยังคะ” “ตั้งใจจะไล่กันท่าเดียวเลยนะ” บลูเอ่ยเสียงแผ่วเบา แต่ไอวี่ได้ยินชัดเจน “แต่ถ้าอยากอยู่... ก็อยู่ได้” “อยู่ได้จริง ๆ เหรอครับ” “ก็ไม่ได้จับคุณโยนออกไปนี่คะ” ไอวี่ตอบ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำงานของเธอต่อ ‘ผู้หญิงคนนี้ช่างปากร้ายจริง ๆ’ แต่บลูก็ไม่ได้ลุกไปไหน เขายังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม นั่งมองเธอทำงานอยู่แบบนั้น ส่วนไอวี่เองก็ไม่ได้สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย เธอทำเหมือนเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ แล้วไง กูไม่แคร์หรอก ขอแค่ได้นั่งอยู่ตรงนี้ก็ถือเป็นบุญของกูแล้วครับ @หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ชายหนุ่มนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่เป็นเวลานานจนเริ่มรู้สึกปวดเมื่อยเนื้อตัว จึงอยากจะออกไปยืดเส้นยืดสายบ้าง เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า เธอยังคงก้มลงทำงานอย่างจริงจัง “กาแฟสักแก้วไหมครับ” บลูเอ่ยถาม “ไม่ค่ะ” ไอวี่ตอบกลับโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาสนใจคนถามเลยด้วยซ้ำ บลูไม่เซ้าซี้ เมื่อเธอว่าไม่ก็คือไม่ เขาจึงยันตัวลุกขึ้นยืน แล้วเดินออกจากห้องทำงานของไอวี่ ตรงไปยังลิฟต์ตัวเดิม กดปุ่มลงไปยังชั้นล่าง ไม่นาน ประตูลิฟต์ก็เปิดออก บลูเดินออกจากลิฟต์และกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เพื่อสำรวจว่ามีร้านค้าหรือร้านกาแฟในบริเวณนี้หรือเปล่า แล้วสายตาคมก็สะดุดเข้ากับร้านกาแฟที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก เขาตัดสินใจเดินออกจากอาคารบริษัท และเดินไปตามทางเท้าข้างถนนเพียงไม่กี่เมตรก็ถึงร้านกาแฟ @ร้านกาแฟ ร้านกาแฟขนาดกะทัดรัดที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศอบอุ่น การตกแต่งเรียบง่ายแต่มีสไตล์เป็นของตัวเอง โต๊ะไม้สี่ห้าตัวจัดวางอย่างไม่แออัด ทำให้ร้านดูเงียบสงบ บลูเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ แล้วสั่งเอสเปรสโซ่เย็นสองแก้ว ก่อนจะเลือกทำเลที่นั่งรอกาแฟ เขาเลือกนั่งโต๊ะเล็ก ๆ ริมหน้าต่างที่มองเห็นทิวทัศน์ของถนนด้านนอก เขาไม่ได้สนใจบรรยากาศรอบตัวนัก สมาธิทั้งหมดจดจ่ออยู่กับโทรศัพท์มือถือในมือมากกว่า “ขอนั่งด้วยได้ไหมคะ” เสียงใสเอ่ยขึ้นอย่างนุ่มนวล ทำให้บลูต้องเงยหน้าจากจอโทรศัพท์ขึ้นมองโดยอัตโนมัติ เขานิ่งไปครู่หนึ่ง จ้องมองใบหน้าหมดจดตรงหน้าอย่างพิจารณา ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างแล่นผ่านเข้ามาในความคิด แต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นเธอที่ไหน “ขอนั่งด้วยคนนะคะ” เธอย้ำอีกครั้ง พร้อมรอยยิ้มที่ทำให้ดวงตาโค้งสวย ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับอย่างถือวิสาสะ “ชื่อมีนาค่ะ” “บลูครับ” บลูตอบรับเสียงเรียบ แต่คิ้วของเขากลับขมวดเข้าหากันทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น มีนา เมฆา ชื่อนี้ทำให้ความคุ้นเคยที่ค้างอยู่ในใจกระจ่างแจ้งขึ้นมาทันที ก็ว่าอยู่ ทำไมถึงรู้คุ้นหน้าคุ้นตาจัง เธอเป็นน้องสาวต่างพ่อต่างแม่ของไอวี่นี่เอง เพิ่งเห็นหน้าเธอผ่านรูปถ่ายเมื่อเช้าที่ไอ้ร็อคเอามาให้ มีนา เมฆา หญิงสาววัยสามสิบปีคนนี้เป็นเจ้าของห้องเสื้อชื่อดัง เธอเริ่มต้นธุรกิจทันทีที่เรียนจบโดยไม่จำเป็นต้องลงแรงลงทุนอะไรเลย เพราะทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้อย่างเพียบพร้อมโดยแม่ของเธอเอง@ห้องจัดเลี้ยงแสงไฟจากโถงจัดเลี้ยงส่องประกายระยิบระยับ เสียงดนตรีบรรเลงคลอเบา ๆ ผสมกับเสียงพูดคุยของแขกเหรื่อในงานทันทีที่ทั้งคู่ก้าวพ้นประตูงาน ทุกสายตาต่างหันมาจับจ้องที่ทั้งคู่เป็นจุดเดียว ‘บลู’ ในชุดสูทสีดำดูภูมิฐานตัดกับ ‘ไอวี่’ ในชุดราตรีสีแดงเพลิงที่ดูสวยสะดุดตาจนแทบหยุดหายใจ พวกเขาดูเหมือนคู่รักที่ทรงอำนาจและสมบูรณ์แบบที่สุดในค่ำคืนนี้“นั่นลูกสาวของคุณสุมิตร เมฆา” เสียงซุบซิบดังขึ้นเบา ๆไอวี่เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เคยหวั่นไหวเมื่อครู่เลือนหายไป เหลือเพียงความสุขุมและเยือกเย็น เธอเหลือบไปเห็น ‘มีนา’ ที่ยืนอยู่ในกลุ่มเพื่อนสาว มีนาชะงักไปทันทีที่เห็นไอวี่ในลุคนี้ ดวงตาของน้องสาวต่างแม่ต่างพ่อที่เต็มไปด้วยความริษยาอย่างปิดไม่มิด โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนเคียงข้างไอวี่คือบลู ชายหนุ่มที่เธอเพิ่งจะพยายามเข้าไปแทรกกลางเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนบลูรับรู้ถึงแรงบีบเบา ๆ ที่ต้นแขนจากไอวี่ เขาจึงก้มลงกระซิบที่ข้างหูเธอพอให้ได้ยินกันแค่สองคน“ยิ้มไว้ครับ คืนนี้คุณชนะตั้งแต่อยู่หน้าประตูแล้ว”ไอวี่ลอบถอนหายใจ ก่อนจะคลี่ยิ้มทรงเสน่ห์ที่ดูเย้ายวนและอันตรายในเวลาเดียวกัน“ขอบคุณนะคะ
@ชั้น17@ห้อง304ห้องสวีทสุดหรู ภายในห้องถูกตกแต่งด้วยโทนอบอุ่น ระเบียบด้านนอกมองเห็นวิวทะเลอย่างชัดเจน ภายในห้องจะมีเคาน์เตอร์ครัว แล้วก็ห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีโซฟาตั้งอยู่กลางห้อง พร้อมกับทีวีขนาดใหญ่ถึง65นิ้วห้องน้ำจะอยู่มุมซ้ายสุด ส่วนห้องนอนจะอยู่ติดกับมุมที่ตั้งทีวี“สวยดี” ไอวี่เอ่ยขึ้นทันทีที่ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา เธอเหนื่อยกับการนั่งรถเป็นเวลานาน ๆ“อยากดื่มอะไรไหม”“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณคุณมากนะ”“กระเป๋าอยู่ในรถ ผมจะลงไปเอากระเป๋าก่อน ส่วนคุณก็พักผ่อนอยู่ในห้องไปก่อนนะ”“ฉันลงไปช่วยค่ะ” ไอวี่เอ่ย พลางยันตัวลุกขึ้นยืน ทว่าบลูเดินกดไหล่เธอให้นั่งลงกลับที่เดิมก่อน“พักเถอะ ที่เหลือผมจัดการเอง”บลูเดินออกจากห้องไปทันที เขาเดินเข้าลิฟต์แล้วกดลิฟต์ลงมาที่ชั้นล่าง เดินตรงไปที่รถของตัวเองจอดอยู่พอเดินมาถึงรถ บลูก็ใช้กุญแจปลดล็อครถยนต์ แล้วเปิดท้ายรถเพื่อเอากระเป๋าเดินทางของเธอพร้อมกับของตัวเองปัง!เสียงท้ายรถปิดลงดังปัง พร้อมกับร่างเล็กที่ปรากฏตัวอยู่ข้าง ๆ รถ“พี่ไอวี่นี้.. แย่จังเลยนะคะ ใช้คุณลงมาเอาของคนเดียวแบบนี้” มีนาเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้ม“หน้าที่ของแฟนอยู่แล้วครับ” บลูเอ่ยตอบกลับ
ความเงียบที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งคลับทันทีที่ประโยคสุดท้ายของบลูหลุดออกมาจากปาก แววตาที่เคยหยิ่งผยองของธามสั่นระริกไปชั่วขณะหนึ่ง รอยยิ้มเยาะที่เคยแต้มบนใบหน้าพลันแข็งค้าง ความมั่นใจที่ว่าตนเองเหนือกว่าถูกทุบทำลายลงด้วยคำว่า กูเจ้าของคลับ“มึงว่าไงนะ?” ธามเค้นเสียงถาม มือที่จับปืนเริ่มสั่นเล็กน้อยด้วยความโกรธที่ปนมากับความหน้าแตก“หูหนวกเหรอ?” บลูขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้จะมีปลายกระบอกปืนจ่ออยู่ ทว่าเขากลับก้าวเท้าเข้าหาธามอย่างไม่เกรงกลัว “กูบอกว่ากูนี่แหละเจ้าของที่นี่ มึงจะใช้เงินเคลียร์กับใครนะ? เคลียร์กับกูเหรอ? งั้นลองเสนอราคามาสิว่าชีวิตกูราคาเท่าไหร่ในสายตามึง”“พี่ธามกลับกันเถอะค่ะ” เธอรู้ดีว่าตอนนี้สถานการณ์มันเกินกว่าที่เธอจะรับไหว“หุบปาก!” ธามตวาดใส่หญิงสาว ก่อนจะหันมาถลึงตาใส่บลู “เจ้าของคลับแล้วไงวะ! ปืนอยู่ในมือกู มึงตายไปกูเอาเงินยัดปากตำรวจคนไหนก็ได้ทั้งนั้น!”“ลองดูสิ” เสียงทุ้มต่ำที่เย็นยะเยือกของบลูดังขึ้น พร้อมกับที่พนักงานรักษาความปลอดภัยนับสิบคนในชุดสูทสีดำสนิท ซึ่งเป็นคนของบลู เดินเข้ามาล้อมธามไว้ทุกทิศทาง ทุกคนในมือมีอาวุธที่พร้อมจะจัดการผู้บุกรุกทันท
@คอนโดมิเนียมหลังจากที่ความหวานของบิงซูช่วยเติมพลังใจจนเต็ม บลูขับรถมาส่งไอวี่ที่คอนโดมิเนียมของเธอ บรรยากาศภายในรถเงียบสงบแต่ไม่ได้อึดอัด ทั้งคู่ต่างจมอยู่ในความคิดของตัวเอง บลูเหลือบมองไอวี่ที่ดูผ่อนคลายขึ้นมาก เขาแอบหวังลึก ๆ ว่าคำพูดของเจย์และคิงเรื่องการรักษาใจจะเริ่มต้นได้ด้วยดีในทริปนี้“ถึงแล้วครับ” บลูจอดรถอยู่หน้าคอนโดของหญิงสาว“ขอบคุณนะ สำหรับอีกวันที่คุณอยู่ข้างฉัน” ไอวี่หันมาเอ่ยขอบคุณ“สบายมากครับ มันคือหน้าที่ของผมอยู่แล้ว ผมแฟนคุณนิ”“คุณแค่ตามจีบค่ะ ไม่ใช่แฟน”“เอ้าเหรอ?” เขาเอ่ยพูดได้หน้าตายที่สุด“ฉันไปนะ” เธอเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะเปิดประตูรถ แล้วลงจากรถเดินเข้าไปในคอนโดบลูนั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย มองร่างบางจนเธอเดินหายลับเข้าไปในคอนโดมิเนียม บลูถึงออกรถได้รถหรูจอดติดไฟแดงอยู่ตรงทางแยกหน้าคอนโด เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดส่งข้อความเข้าแชทกลุ่มทันที@กรุ๊ป K.B.R.R.JBlue : พรุ่งนี้กูไม่ว่าง ถ้าใครมีธุระอะไรด่วน ก็จัดการกันไปเองก่อนเพียงครู่เดียวที่แชทถูกส่งออกไป ก็มีข้อความจากเพื่อนสนิทตอบกลับมาทันทีRyah : ติดหญิงสัส ๆRock : อยู่ในช่วงทำคะแนนครับKing : อย่
บลูนั่งพิงโซฟาตัวหนานุ่ม สายตาของเขาจดจ้องไปที่ร่างบางของไอวี่ราวกับถูกมนต์สะกด เขาไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้เลยจริง ๆ ราวกับว่าในตัวเธอมีแรงดึงดูดมหาศาลที่คอยยึดเหนี่ยวทุกความสนใจของเขาเอาไว้ แม้ในยามที่เธอไม่ได้ทำอะไรเลย เพียงแค่นั่งนิ่ง ๆ ให้ช่างปรนนิบัติ เธอก็ยังดูงดงามอย่างน่าประหลาดติ๊ง!เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในมือทำให้ชายหนุ่มต้องหลุดออกจากภวังค์ เขาละสายตาจากเสี้ยวหน้าหวานด้วยความเสียดายเล็กน้อย ก่อนจะหันมาสนใจหน้าจอที่สว่างวาบขึ้น@กรุ๊ป K.B.R.R.JJay : นาทีล่ะแสนครับBlue : กูให้ล้านหนึ่งKing : ทุ่มสุดตัวจัดKing : มึงจัดการมันดิ @RockRock : ไม่สู้ว่ะ ไอ้เหี้ยนี้ใจเกินRyah : ถ้าเป็นเรื่องสาว พี่บลูสู้ตายครับBlue : ไอ้พวกเหี้ย!Rock : 555 ของขึ้นว่ะKing : ขึ้นให้สุด แต่จะไปสุดที่ตรงไหนค่อยว่ากันอีกทีRyah : อย่างเหี้ย 5555Jay : 555 มีแต่เพื่อนเหี้ย ๆKing : มึงก็เพื่อนมันนะ @JayBlue : 555 งั้นมึงก็เหี้ยนะครับไอ้เจย์Ryah : 555 ไอ้เหี้ยนี้โง่ @JayJay : ไอ้เหี้ย! กูพลาด 5555Rock : 555 กูหัวเราะจนเจ็บท้อง ไอ้สัส!Jay : 555 อย่างเหี้ย @RockJay : มึงมีอะไรว่ามา @BlueB
แกร๊ก!เสียงลูกบิดประตูที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาไอวี่ที่กำลังจมดิ่งอยู่กับกองเอกสารบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ถึงกับสะดุ้งสุดตัว เธอเงยหน้าขึ้นมองบานประตูที่ถูกผลักเข้ามา พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในท่าทางผ่อนคลายของคนที่เธอเพิ่งจะนึกถึงไปเมื่อครู่ คนที่เป็นแขกไม่ได้รับเชิญแต่กลับคุ้นเคยเป็นอย่างดีบลูเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม สายตาคมกริบของเขากวาดมองใบหน้าสวยที่เริ่มกลับมาเคร่งขรึมอีกครั้ง“ทำหน้ายุ่งแบบนี้ ระวังแก่เร็วนะครับ” น้ำเสียงกวนประสาทเอ่ยขึ้นขณะที่เจ้าตัวสาวเท้าเข้ามาหยุดอยู่ข้างโต๊ะทำงานของเธอ“เด็กบ้า!” ไอวี่ตวัดเสียงดุใส่ “คุณไปไหนมา”บลูเลิกคิ้วสูง พิงสะโพกกับขอบโต๊ะทำงานของเธออย่างถือวิสาสะ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ“ทำไมครับ คิดถึงผมเหรอ?”คำถามตรงไปตรงมานั้นทำให้ใบหน้าของไอวี่ร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ เธอรีบเชิดหน้าขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว“ฝันไปเถอะ! ฉันไม่เคยมีเศษเสี้ยวความรู้สึกแบบนั้นให้คุณเลยสักนิด”“เฮ้อ~ แย่จังแฮะ” บลูแกล้งถอนหายใจยาว ทำหน้าเศร้าสร้อยแบบเสแสร้ง เขายื่นมือไปลูบเรือนผมของเธอเบา ๆ อย่างหยอกล้อ “ผมอุตส่าห์ไปเตรี







