로그인“ฉันจะถามเป็นครั้งสุดท้าย ยังรักมันไหม... เป็นของฉันได้ไหม”
더 보기“พ่อ”“แก”เสียงทุ้มของชายทั้งสองคนเอ่ยขึ้นพร้อมกัน จากที่สถานการณ์นิ่งเงียบมานาน เสี่ยฮาร์นสูดหายใจเข้าเต็มปอดเขาไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี“พ่อสบายดีไหมครับ”“สบายดี ฮึก พ่อ.. สบายดี”แค่ประโยคสั้น ๆ ที่เปล่งออกมาทำให้เจ้าสัวคณาเรศน้ำตาร่วงทันที กี่ปีมาแล้วที่ลูกชายไม่เคยพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงเช่นนี้เลย อย่าว่าแต่ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ แค่ยอมคุยกันดี ๆ สักครั้งยังไม่เคย“พ่อ.. ขอโทษ พ่อขอโทษแกจริง ๆ”“เรื่องที่มันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะครับ ความจริงผมรู้ทุกอย่าง รู้ว่าแม่เป็นคนขอร้องให้พ่อไปลงทุนที่ต่างประเทศเอง รู้ว่าเรื่องข่าวพ่อกับดาราคนนั้นไม่เป็นความจริง ผมแค่รับไม่ได้วันนั้นพ่อไม่มาแม้แต่ดูใจแม่”“พ่อ.. ขอโทษจริง ๆ ฮึก พ่อ.. รับปากแม่แกว่าถ้าไม่สำเร็จพ่อจะไม่กลับมา ตอนนั้นพ่อยังทำไม่ได้แล้วจะให้พ่อแบกหน้ามาเจอแม่แกได้ยังไง”“ผมปล่อยวางได้แล้วครับ พ่อก็เลิกโทษตัวเองเถอะ แล้วไปอยู่กับหลานไปอยู่กับผม”เจ้าสัวเงยมองหน้าลูกชายทันทีที่เขาเอ่ยเช่นนั้น ไม่คิดว่าเขาจะได้กลับไปอยู่กับลูกกับหลานอีกครั้งในบั้นปลายชีวิต แค่นี้คนแก่อย่างเขาก็ตายตาหลับแล้ว“ผมซื้อบ้านหลังข้าง ๆ ไว้ให้พ่อแ
อาการแปลกประหลาดของคนสองคนอยู่ในสายตาผู้ใหญ่อย่างป้าไหมตลอด เธอรู้ว่าอาการแบบนี้มันคืออะไรแต่ทว่าเจ้านายของเธอเป็นหมันทำให้เธอไม่แน่ใจอะไรสักอย่างได้แต่สังเกตอาการมาเรื่อย ๆ“หลิน กินแบบนี้มานานหรือยังลูก”“สักพักแล้วค่ะป้า ตัวบวมมาก ฮ่าฮ่าฮ่า”“ให้เสี่ยพาไปหาหมอหน่อยไหม หลินรู้สึกหรือเปล่า”กึก ! คำที่ป้าไหมพูดเธอเริ่มเข้าใจและจับจุดประสงค์ได้ คงไม่ใช่ว่าเธอจะตั้งครรภ์หรอกนะ แต่จะเป็นไปได้ไงในเมื่อเขาบอกเองว่าเป็นหมันวันถัดมาหลินขอให้เขาพาไปหาหมอตามที่ผู้ใหญ่แนะนำ แม้ในใจจะอยากมีลูกมากแต่ก็หวั่นอยู่เหมือนกันกลัวว่าเขาจะไม่เชื่อใจเธอ กลัวว่าเขาจะไม่เชื่อว่าเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาจริง ๆหลินนั่งรอผลตรวจอย่างกระวนกระวายใจ ส่วนคนที่ไม่รู้ว่าเธอขอร้องให้เขาพามาโรงพยายาลทำไมก็คงยังนั่งนิ่งโอบกอดคนตัวเล็กไม่ปล่อย“เชิญคุณวริศราค่ะ”“เฮีย~ เฮียเข้าไปกับหนูได้ไหมคะ”เขาพยักหน้าแล้วพยุงเธอเดินเข้าห้องตรวจ ใบหน้าสาวเจ้าแสดงออกถึงความกังวลอยู่มากจนเขาเครียดตามไปด้วยกลัวว่าเธอจะเป็นอะไรที่ร้ายแรง“ยินดีด้วยนะครับคุณพ่อคุณแม่ ตอนนี้ตั้งครรภ์ได้สิบเอ็ดสัปดาห์แล้วครับ”“เฮีย~”แทนที่เธอจะดีใจกล
จนเกือบหนึ่งทุ่มทั้งสองถึงได้เวลาก้าวขาออกจากบ้านไปวัดสักที วันนี้ที่วัดใหญ่มีการจัดรำวงการกุศลเพื่อหาเงินสร้างโบสถ์ ครอบครัวเธอเองก็มีชื่อนั่งเป็นประธานครั้งนี้ด้วย เพราะบริจาคไปถึงครึ่งแสน แม้จะไม่ได้อยากได้ชื่อเสียงอะไร แต่ทางวัดก็ใส่ให้อยู่ดี“มื้อนี้แม่ใหญ่สายคืองามแท้”หลินเอ่ยชมแม่ตัวเองที่เป็นสาวรำวงครั้งนี้ด้วย เสื้อขาวกระโปรงลายดอกพริ้วนั่นเธอเป็นคนจัดหามาให้ทั้งหมด พอเห็นแม่ตนแต่งตัวแบบนี้บ้างก็แปลกตาดีเหมือนกัน“ไปเหมาสักสองรอบไป อ่ะ”เสี่ยฮาร์นยื่นธนบัตรสีเทาปึกหนึ่งให้ภรรยาก่อนที่เธอจะเดินไปบอกกรรมการวัด พร้อมซื้อมาลัยมาคล้องแม่ของเธอด้วย ความจริงมีมาลัยเงินที่เธอทำเองไว้แล้วแหละ แต่อยากอุดหนุนวัดด้วยเช่นกัน“ปะเฮีย”“ไม่เอาหลิน วันนั้นเฮียก็อายพอแล้ว หลินครับ~”เสียงออดอ้อนของเขาไม่ได้ช่วยอะไรเลยเมื่อมือน้อยของเธอดึงกึ่งลากเขาขึ้นเวที ก่อนที่หลาย ๆ คนจะเดินตามขึ้นไปด้วย เสี่ยใหญ่เดินตามผู้หญิงสองคนพร้อมปรบมือแปะ ๆ ไปด้วย รอยยิ้มของสองแม่ลูกทำให้จิตใจเขาเบิกบานลืมอายฟ้อนเล่นตามเธอไปด้วย“เฮ้อเหนื่อย !”“แก่แล้วก็งี้แหละ คิก ๆ”“แต่เอวดีนะ”“ชิ วนมาเรื่องนี้อีกแล้ว ตาแก่บ
เกือบเที่ยงที่ทั้งสองลืมตาตื่นและเดินลงมาจากบ้านพร้อมกัน สายสมรเองที่รู้อยู่แล้วได้แต่ยิ้มกริ่มดีใจที่ลูกสาวกับลูกเขยดีกัน ต่างจากบันลือที่ตอนนี้วิ่งเข้าไปในบ้านแล้ว“มึงยังกล้ามาอีกอยู่ติ หือ ! (มึงยังกล้ามาอีกเหรอ หือ !)”“พ่อใหญ่ลือ เจ้านิเฒ่าซือ ๆ บ่ฮู้จักความเนาะ ! (พ่อใหญ่ลือ แกนี่แก่เฉย ๆ ไม่รู้จักความเลยนะ !)”สายสมรวิ่งไปห้ามผัวตัวเองพร้อมด่าฉาดใหญ่ ก่อนจะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ส่วนบันลือเองก็ไม่พอใจนักไม่ได้เต็มใจที่จะรับเขาเป็นลูกเขยเหมือนแต่ก่อน แค่เห็นว่าลูกสาวรักผู้ชายคนนี้มากเลยมองข้ามไปเสี่ยฮาร์นเดินไปที่รถของตัวเอง ก่อนจะหยิบของที่เตรียมมาตั้งแต่เมื่อวานลงจากรถ พานบายศรีเล็ก ๆ ถูกวางต่อหน้าพ่อตาแม่ยายพร้อมกล่าวขอขมาอย่างจริงใจ แต่ถึงอย่างนั้นบรรลือก็ไม่ได้ใจอ่อนลงสักนิดจนกระทั่งเขาหยิบขวดบรั่นดีนอกออกมา ทำเอาบันลือตาลุกวาวเป็นประกาย“เออ บักอันนี้มันอยู่เป็นเว้ย (เออ ไอ้นี่มันอยู่เป็นเว้ย)”ชายสูงวัยหยิบขวดเหล้าก่อนจะตบบ่าลูกเขยเบา ๆ แล้วเดินออกจากบ้านไปหาลุงในทันที ทำเอาสายสมรและหลินส่ายหัว“อีสาย !”เสียงเดือนเพ็ญตะโกนเรียกน้องสาวจากทางหน้าบ้านดังขึ้น สายสมรรีบเ
리뷰