Masukเธอที่มีปัญหาเรื่องครอบครัว ส่วนเขาที่อยากมีปัญหากับเธอ ปัญหารัก เขาตามตื๊อ ตามจีบจนเธอเผลอตกหลุมรักโดยไม่รู้ตัว แล้วแบบนี้เรื่องที่จะแก้แค้นครอบครัวจะจบลงอย่างไร
Lihat lebih banyakความพินาศของครอบครัวเริ่มต้นขึ้นเมื่อผู้หญิงอีกคนถูกพ่อลากเข้ามาในบ้าน การทรยศหักหลัง ครั้งนั้นทำให้หัวใจของแม่แตกสลาย อาการป่วยที่มีอยู่แล้วทรุดหนักลงอย่างรวดเร็ว
และสุดท้าย... แม่ก็จากไปอย่างสงบสุข มีเพียงคนเป็นเท่านั้นที่ต้องก้มหน้าเดินต่อไป อย่างเช่นเธอ... ไอวี! ใครจะคาดคิดว่าหลังการจากไปของแม่ ชีวิตของเธอจะต้องเผชิญกับมรสุมที่หนักหน่วงขนาดนี้ ตั้งแต่เด็กไอวี่ถูกผู้หญิงของพ่อที่เรียกตัวเองว่าแม่เลี้ยง กลั่นแกล้งสารพัด ส่วนลูกติดแม่เลี้ยงก็จ้องจะช่วงชิงทุกสิ่งที่เธอรักไป แต่ทั้งหมดนั่นคือความอ่อนแอในวัยเด็กที่ผ่านไปแล้ว... วันนี้เธอเติบโตขึ้น เธอคือไอวี่ที่ก้าวข้ามความเจ็บปวดทั้งหมดมาได้ เธอจะไม่ยอมก้มหัวให้ใครอีกต่อไป หลังจากนี้ ทุกคนจะได้เผชิญหน้ากับ ไอวี่ในเวอร์ชันที่สมบูรณ์แบบที่สุด @คฤหาสน์ตระกูลเมฆา หญิงสาวเหยียบคันเร่งรถยนต์หรูคู่ใจ สาดไฟหน้าตัดผ่านความมืดมิดของค่ำคืน พวงมาลัยหนังเย็นเฉียบในมือบอกถึงความหนักแน่นของหัวใจที่แข็งกร้าว เธอไม่ได้กลับมาที่นี่เพื่อระลึกถึงความหลัง แต่เพื่อทวงคืนทุกอย่างที่ถูกพรากไป ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สุมิตร ผู้เป็นพ่อ ดูเหมือนจะมองไม่เห็นความเจ็บปวดที่ลูกสาวคนเดียวต้องทนรับภายใต้ชายคาบ้านหลังนี้ เขามัวแต่หลงมัวเมาในความเจ้าเล่ห์ของ กันยา แม่เลี้ยงวัยห้าสิบปี ที่ตอนนี้สวมบทบาทคุณนายได้อย่างแนบเนียน พร้อมด้วยลูกสาวสุดที่รักอย่าง มีนา ที่มักจะทำตัวเป็นคู่แข่งของไอวี่ในทุก ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจ หรือแม้แต่ผู้ชาย ไอวี่ปลดเข็มขัดนิรภัยขณะที่รถจอดสนิทหน้าประตูคฤหาสน์ที่สง่างามเกินกว่าจะเป็นบ้านของคนที่มีความสุข แสงไฟจากโคมระย้าส่องลงมาต้องกับใบหน้าเรียวสวยที่เปื้อนรอยยิ้มเย็นชา เธอทิ้งความอ่อนแอไว้ข้างหลังแล้วจริง ๆ ประตูใหญ่เปิดออกเผยให้เห็นภาพเดิม ๆ ที่น่ารังเกียจ กันยา กำลังนั่งจิบไวน์ราคาแพงอยู่ที่โซฟาตัวโปรดของแม่เธอ ส่วนมีนากำลังพูดคุยหัวเราะคิกคักอยู่กับสุมิตรอย่างสนิทสนม วินาทีที่สายตาของพวกเขาสบกัน บรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นตึงเครียดภายในทันที กันยาวางแก้วไวน์ลงช้า ๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่หยดย้อยไปด้วยความเย้ยหยัน “โอ้ ดูสิ ใครกลับมา... นึกว่าหนีไปได้ดีแล้วซะอีกนะไอวี่” ไอวี่ไม่ตอบ เธอเพียงแต่เลิกคิ้วมองอย่างดูถูก แล้วกวาดสายตาสำรวจเสื้อผ้าและเครื่องประดับของแม่เลี้ยง ก่อนจะยิ้มมุมปาก “กลับมาในฐานะลูกสาวเจ้าของบ้าน... กลับมาจัดการกับหนูตัวปัญหา ที่ฉันเคยละเลยไปค่ะคุณกันยา” ไอวี่ก้าวผ่านประตูบานใหญ่เข้ามาอย่างสง่างาม ไม่เร่งรีบ ทว่าทุกย่างก้าวกลับเต็มไปด้วยอำนาจที่มองไม่เห็น ชุดราตรีสีดำสนิทขับเน้นรูปร่างเพรียวบางและผิวที่ผุดผ่องของเธอให้โดดเด่นราวกับราชินีแห่งความมืดมิด “เอ่อ...ไม่สิ! คุณแม่เลี้ยง” เธอเน้นคำสุดท้ายอย่างจงใจ รอยยิ้มหยันของเธอไม่เคยจางหายไปจากใบหน้าเลย กันยาหน้าชาเล็กน้อยกับคำเรียกใหม่ที่ฟังดูเสียดสี ก่อนจะปรับสีหน้ากลับมาเป็นความเย่อหยิ่งตามเดิม “ปากกล้าขึ้นเยอะเลยนะไอวี่ ดูเหมือนชีวิตข้างนอกจะสอนอะไรให้เธอมากทีเดียว” กันยาเอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างสบายอารมณ์ “แต่ความปากกล้ามันใช้ไม่ได้ผลกับที่นี่หรอกนะลูก เราต่างรู้กันดีว่าอำนาจอยู่ที่ใคร” “ทราบดีค่ะ ไม่เคยลืม” ไอวี่เอ่ย มีนา ลูกสาวของกันยา ซึ่งนั่งข้างสุมิตรมาตลอด ได้แต่จ้องมองไอวี่ด้วยแววตาเกลียดชังและอิจฉา เธอไม่เคยชนะไอวี่ได้เลยสักครั้ง แม้แต่เรื่องเล็กน้อยที่สุดก็ตาม “พี่ไอวี่ค่ะ” มีนาพูดด้วยน้ำเสียงดัดจริต “ถ้าพี่กลับมาเพื่อหาที่พักพิงล่ะก็ ที่นี่ไม่ใช่โรงแรมนะคะ บ้านหลังนี้มีคุณนายเมฆาตัวจริงดูแลอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีใครมาเพิ่มภาระหรอกค่ะ” สุมิตรซึ่งนั่งเงียบอยู่ตั้งแต่แรก มองดูการปะทะกันของลูกสาวและภรรยาใหม่ด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย เขาเคยเป็นคนตัดสินใจพังครอบครัวด้วยมือตัวเอง แต่ตอนนี้เขากลับทำได้แค่เป็นผู้ชมที่ไร้บทบาท “พอได้แล้ว ทั้งสองคน!” สุมิตรเอ่ยแทรกด้วยเสียงที่อ่อนแรง “ไอวี่เป็นลูกสาวคนเดียวของฉัน เธอมีสิทธิ์ที่จะอยู่ที่นี่” เขาหันไปหาไอวี่ “ลูกกลับมาก็ดีแล้ว เรามีเรื่องต้องคุยกันหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องบริษัท” “ไม่ต้องห่วงค่ะคุณพ่อ เรื่องบริษัทนั่นแหละคือเหตุผลหลักที่ไอวี่กลับมา” “ฉันไม่ยอมนะคุณ!” กันยาหันไปเอ่ยเสียงดังกับสามี “ไม่ยอมก็คงต้องยอมค่ะ เพราะไอวี่มีสิทธิ์ในบริษัท มีหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์อยู่ในบริษัท” “นี่พี่ไอวี่! พี่จะกลับมาสร้างปัญหาอะไรอีก! พ่อกับแม่สบายดีแล้ว พี่จะมาทำลายความสงบสุขไปถึงไหน!” มีนาทนไม่ไหว ลุกขึ้นยืนและก้าวไปหาไอวี่อย่างเกรี้ยวกราด ไอวี่หันกลับมาเผชิญหน้ากับมีนาอย่างใจเย็น เธอสูงกว่ามีนาเล็กน้อย ทำให้เธอดูเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด “ความสงบสุขเหรอมีนา?” ไอวี่ยิ้ม “ความสงบสุขของเธอสร้างอยู่บนความตายและความทุกข์ทรมานของคนอื่นนะ” เธอโน้มตัวลงเล็กน้อย กระซิบด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกที่ทำให้มีนาต้องขนลุก “ฉันจะบอกอะไรให้... สิ่งที่เธอรัก สิ่งที่เธอพยายามแย่งชิงไป... ฉันจะเอาคืนมาทั้งหมดอย่างช้า ๆ และเจ็บปวดที่สุด” มีนาพยายามจะโต้ตอบ แต่ริมฝีปากของเธอกลับสั่นเทา ไม่สามารถเปล่งเสียงใด ๆ ออกมาได้ “ไอวี่!” สุมิตรตวาดเสียงดัง “พอได้แล้ว! ลูกพูดจาแบบนี้กับน้องได้ยังไง!” “เฮ้ฮ.. ที่นี่น่าเบื่อเกินไป ไอวี่ไม่ชอบเลย” เธอถอนหายใจยาว ๆ “เอาเป็นว่าพรุ่งนี้เจอกันที่บริษัทนะคะคุณพ่อ” ไอวี่ไม่รอคำตอบ เธอหันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ความวุ่นวายและสีหน้าตื่นตระหนกของสามคนที่เหลืออยู่ด้านหลัง เสียงฝีเท้าของเธอหนักแน่น จนกระทั่งร่างบางก้าวพ้นประตูใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลเมฆา เธอก้าวขึ้นรถหรูคู่ใจ สตาร์ทเครื่องยนต์ทันที และเหยียบคันเร่งออกไปโดยไม่มีการหันกลับไปมองแม้แต่น้อย เมื่อรถเคลื่อนตัวออกจากเขตของคฤหาสน์เมฆาจนเข้าสู่ถนนใหญ่ที่แสงไฟสว่างไสว ไอวี่ก็ปล่อยมือข้างหนึ่งจากพวงมาลัย แล้วยกขึ้นมาสัมผัสที่ใบหน้าของตัวเอง ความเข้มแข็ง ความเยือกเย็น และรอยยิ้มเย็นชาที่สวมใส่มาตลอดการเผชิญหน้าเมื่อครู่... พังทลายลงในทันที ดวงตาคมกริบของเธอแดงก่ำ น้ำตาที่เธอเก็บกลั้นมานานปีไหลรินลงมาเป็นทางเปียกชื้นบนแก้ม เธอยกมืออีกข้างขึ้นมาปิดปาก กลืนเสียงสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอ ไม่ให้เล็ดลอดออกมาได้ เธอต้องพยายามอย่างหนักเพื่อทำให้เสียงสะอื้นเงียบลง และพยายามควบคุมรถให้แล่นไปตามช่องทางจราจรอย่างปลอดภัย “ที่นี่น่าเบื่อเกินไป...” คำพูดสุดท้ายที่เธอทิ้งไว้ให้พวกเขาได้ยิน ดังก้องอยู่ในใจของเธอเอง ไม่ใช่ความเบื่อ มันคือความเจ็บปวด มันเจ็บปวดที่ต้องกลับมาเห็นภาพเดิม ๆ ที่เคยตามหลอนในวัยเด็ก ภาพของแม่เลี้ยงที่นั่งหย่อนใจอยู่บนโซฟาตัวโปรดของแม่ ภาพของพ่อที่ทำตัวเป็นคนตาบอด หลงมัวเมาในความสุขจอมปลอมที่สร้างอยู่บนซากปรักหักพังของครอบครัว เธอกดปุ่มเปิดเพลงคลาสสิกเบา ๆ ในรถเพื่อกลบเสียงความคิดของตัวเอง แต่เสียงที่ดังที่สุดในหูของเธอก็ยังคงเป็นเสียงของแม่... “ไอวี่ อย่าร้องไห้เลยนะ แม่ไม่เป็นไรแล้ว” เสียงสุดท้ายของแม่ที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความอ่อนโยน แต่ไอวี่รู้ดีว่าแม่ไม่เคย ‘ไม่เป็นไร’ เลย แม่ถูกทำลายจนร่างกายที่อ่อนแออยู่แล้วต้องพ่ายแพ้ไปในที่สุด หญิงสาวกำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขาวโพลน เธอพยายามมองเส้นทางข้างหน้าผ่านม่านน้ำตา “แม่คะ” ไอวี่กระซิบออกมาอย่างแผ่วเบา เสียงของเธอสั่นเครือ “แม่คงคิดว่าหนูเข้มแข็งพอที่จะอยู่โดยไม่มีแม่ได้... หนูเคยอ่อนแอมาก่อน... หนูยอมให้พวกนั้นเหยียบย่ำมาตลอด เพราะหนูคิดว่าถ้าหนูยอม พ่ออาจจะหันมามองหนูบ้าง” น้ำตาแห่งความรู้สึกผิดและความเสียใจหลั่งไหลออกมาไม่หยุด เธอรู้สึกผิดที่ในตอนนั้นเธอเป็นเพียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำได้แค่หลบซ่อนและยอมจำนนต่อความร้ายกาจของกันยาและมีนา “แต่แม่ดูตอนนี้สิคะ” เธอเช็ดน้ำตาลวก ๆ แล้วพยายามบังคับเสียงให้หนักแน่นขึ้น “หนูกลับมาแล้วค่ะ หนูกลับมาในฐานะที่แม่ต้องการให้หนูเป็น หนูไม่อ่อนแออีกแล้ว”@คลับบ้านเลขที่ 0รถสปอร์คันหรูแล่นมาจอดที่หน้าคลับบ้านเลขที่0 แสงไฟในยามค่ำคืนส่องสว่างไปทั่วเมืองหลวง ทันทีที่รถยนต์จอดสนิท บลูหันมามองคนข้างกายที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่ เธอหลับได้สักพักใหญ่ ๆ แล้ว“ถึงแล้วครับ” บลูเอ่ยปลุกเธอ มือหนาสะกิดที่แขนเล็กเบา ๆ“อือ” เธอครางตอบรับในลำคอเล็กน้อย ก่อนจะลืมตาตื่นขึ้นมา คนตัวเล็กพยายามปรับโฟกัสกับภาพตรงหน้า “ที่นี่ที่ไหนคะ”“คลับของผมเองครับ” เขาเอ่ย“คลับของคุณ?” เธอเลิกคิ้วสูงสงสัย“ครับ ผมจำได้ว่าเราเจอกันที่The One ผมเลยคิดว่าคิดว่าคุณของชอบเที่ยวคลับ ชอบความผ่อนคลายแบบนั้น”“รู้ใจผู้หญิงเก่งจังเลยนะคะ”“ฮ่า ๆ ผมรู้แค่เรื่องของคุณครับ”“ฉันจะพยายามเชื่อคุณนะ” ไอวี่เอ่ยยิ้ม ๆ ก่อนจะเปิดประตูรถแล้วลงจากรถทันที บลูก็รีบตามลงมาทันทีเช่นกันทั้งคู่เดินเข้าไปภายในคลับพร้อมกัน ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาคลับเปิดให้บริการแล้ว ลูกค้าชายหญิงก็เริ่มเข้ามาจับจ้องโต๊ะกันบ้างแล้ว มีทั้งลูกค้าประจำแล้วก็ไม่ประจำ บลูเดินนำไอวี่มาที่โซนVIP ที่เป็นโซนห้องกระจกที่ถูกต่อเติมเพิ่มเข้ามาทันทีที่ทั้งคู่เปิดประตูเข้ามาภายในห้อง คนที่นั่งอยู่ในห้องต่างก็พากันเงยหน้าขึ้น
บลูคลี่รอยยิ้มทันที เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าดูอารมณ์ดีขึ้นมากหลังจากที่ท้องอิ่ม เขาหยิบแก้วน้ำที่ว่างเปล่าวางลงในถาด ก่อนจะรวบรวมถ้วยชามเตรียมนำไปเก็บ“กินอิ่มแล้วก็ดูพูดง่ายขึ้นเยอะเลยนะ” บลูเย้าแหย่พลางยักคิ้วให้หนึ่งที“ก็มันหิวนี่ แล้วอีกอย่าง ฉันไม่ได้บอกว่าหายโกรธนะ แค่ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง” ไอวี่เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยพยายามรักษามาดไว้ ทั้งที่ความจริงความอบอุ่นที่เขาดูแลเธอเมื่อเช้ามันเริ่มกัดเซาะความโกรธไปเกือบหมดแล้วบลูหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เขาเดินเอาถาดไปเก็บในครัวครู่หนึ่งก่อนจะเดินกลับมาทิ้งตัวนั่งลงข้างเธอบนโซฟา ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้ไอวี่เผลอตัวขยับหนีเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ แต่บลูกลับคว้าข้อมือเธอไว้หลวม ๆ“ไอวี่” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนจากกวนประสาทเป็นจริงจังขึ้นมา “เรื่องที่ผมบอกว่าจะรับผิดชอบ ผมพูดจริง ๆ นะ ไม่ได้พูดเพราะรู้สึกผิดอย่างเดียว แต่ผมรู้สึกกับคุณจริง ๆ”ไอวี่นิ่งไป หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาเสียดื้อ ๆ เธอมองสบตาคมเข้มของคนตรงหน้า“พลาดกันแค่ครั้งเดียวเองนะบลู แล้วคุณก็เด็กไปสำหรับฉัน”“แต่ผมเสียหาย” บลูขยับเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน
เสียงของเนื้อกระทบกันดังลั่นไปทั่วห้องโถง บลูยังคงกระแทกแท่งเนื้อเข้าออกอยู่อย่างนั้นหลายนาที ไอวี่ระบายความเสียวซ่านที่ตัวเองได้รับ โดยการจิกมือลงไปที่โซฟาอย่างแรง“บลู~ ไม่ไหว ฉี่จะแตก” หญิงสาวเอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบา“อีกนิดเดียว จะเสร็จแล้ว” บลูเอ่ยตอบกลับ เขายังคงขยับสะโพกไปมาตับ ๆเพียงครู่เดียวเท่านั้น เขาดันแก่นกายเข้ามาจนสุด พร้อมกับกดแช่แท่งเอ็นร้อน ๆ ไว้แบบนั้นอยู่นานหลายนาที“เหนื่อย” เธอเอ่ยน้ำเสียงหอบเหนื่อย ก่อนจะขยับตัวออกจากเขา แล้วทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาทันทีน้ำสีขาวขุ่นไหลเยิ้มออกมาจากช่อกุหลาบสีสวยที่กำลังนอนอยู่บนโซฟา ส่วนบลูก็ยืนมองหญิงสาวนิ่ง ๆ ด้วยความงุนงงคือ... จะเดินออกก็เดินออกไปดื้อ ๆ ไม่มีส่งสัญญาณอะไรบอกกูเลยสักคำ เออ! ดีจริง ๆบลูเดินตรงไปที่โต๊ะอาหาร เอื้อมมือหนาไปดึงกระดาษทิชชูสามสี่แผ่น แล้วเดินกลับมาหาไอวี่ที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ที่โซฟา เธอคงทั้งเมา แล้วก็ทั้งเหนื่อย ถึงทำให้เธอหลับสนิทได้แบบนี้“ขออย่างเดียว พรุ่งนี้ตื่นมาก็ช่วยตั้งสติด้วย” บลูเอ่ย พลางเช็ดทำความสะอาดส่วนนั้นให้กับเธอจนหมดจด พอเสร็จเรียบแล้วบลูก็ช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว เดินพาเธอไปวา
ร่างบางของไอวี่จมลงกับความนุ่มของที่นอน ชุดราตรีสีแดงเพลิงที่เธอยังสวมอยู่ดูตัดกับผ้าปูที่นอนอย่างชัดเจนจนดูเย้ายวนใจ บลูที่ยังคงคร่อมร่างเธอไว้หลวม ๆ ไม่ได้ถอยห่างไปไหน สายตาของเขาจ้องมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้แดงระเรื่อเพราะฤทธิ์ไวน์และความร้อนจากรสจูบเมื่อครู่“ไม่อยากจีบคุณแล้วอ่ะ” บลูเอ่ยเสียงพร่าพลางกระตุกยิ้มที่มุมปาก มือหนาข้างหนึ่งยันที่นอนไว้ ส่วนอีกข้างเกลี่ยแก้มเนียนอย่างเบามือ“แล้วคุณ... อยากอะไรคะ?” ไอวี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ทว่าท้าทาย เธอเอื้อมมือขึ้นไปคว้าปกเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มแล้วออกแรงดึงให้เขาโน้มลงมาหาอีกครั้งไม่ต้องมีคำตอบเป็นคำพูด บลูสนองตอบความท้าทายนั้นทันทีด้วยการทาบริมฝีปากลงไปใหม่ คราวนี้มันหนักหน่วงและโหยหากว่าเดิม รสชาติฝาดหวานของไวน์แดงที่ยังหลงเหลืออยู่ในปากของคนทั้งคู่กลายเป็นเชื้อไฟชั้นดีที่ทำให้พายุอารมณ์โหมกระหน่ำไอวี่หลับตาพริ้ม รับรู้ถึงน้ำหนักตัวของชายหนุ่มที่ทาบทับลงมาและความอบอุ่นที่โอบล้อมเธอไว้ เธอรู้สึกเหมือนกำลังลอยล่องอยู่กลางทะเลที่คลื่นลมแรง แต่แปลกที่ในอ้อมกอดนี้เธอกลับรู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มือเล็กขยุ้มเสื้อเชิ้ตของบลู
แกร๊ก!เสียงลูกบิดประตูที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาไอวี่ที่กำลังจมดิ่งอยู่กับกองเอกสารบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ถึงกับสะดุ้งสุดตัว เธอเงยหน้าขึ้นมองบานประตูที่ถูกผลักเข้ามา พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในท่าทางผ่อนคลายของคนที่เธอเพิ่งจะนึกถึงไปเมื่อครู่ คนที่เป็นแขกไม่ได้รับเชิญแต่กลับคุ้นเคยเป็นอย่างดีบลู
หลังจากที่กันยาเดินออกจากห้องไป ความเงียบก็กลับมาปกคลุมห้องทำงานของหญิงสาวอีกครั้ง ไอวี่ลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างเบื่อหน่าย ความรู้สึกหนักอึ้งจากเรื่องในอดีตที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้งยังคงเกาะกุมจิตใจของเธอบลูหันกลับมามองที่เธออีกครั้งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย เพราะสีหน้าของไอวี่ดูไม่ดีเ
@สองอาทิตย์ผ่านไปตลอดระยะเวลาสองสัปดาห์ที่ผ่านมา บลูตามติดไอวี่ราวกับเงา เขาทำทุกอย่าง ทั้งส่งข้อความอรุณสวัสดิ์ ดูแลเรื่องอาหารกลางวัน และไปรับส่งเธอยามค่ำคืนความสัมพันธ์ของทั้งคู่... ดีขึ้นหรือไม่? บลูเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่ก็คงต้องดีขึ้นอยู่บ้าง เพราะอย่างน้อยไอวี่ก็ไม่ได้ปฏิเสธการดูแลของเขา
บลูนั่งพิงโซฟาตัวหนานุ่ม สายตาของเขาจดจ้องไปที่ร่างบางของไอวี่ราวกับถูกมนต์สะกด เขาไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้เลยจริง ๆ ราวกับว่าในตัวเธอมีแรงดึงดูดมหาศาลที่คอยยึดเหนี่ยวทุกความสนใจของเขาเอาไว้ แม้ในยามที่เธอไม่ได้ทำอะไรเลย เพียงแค่นั่งนิ่ง ๆ ให้ช่างปรนนิบัติ เธอก็ยังดูงดงามอย่างน่าประหลาดติ๊ง!เสียง