Masukบทที่5 งานสบาย ๆ
ชายหนุ่มช่วยโอบประคองเธอให้ลุกขึ้นยืน ก่อนที่จะพาเธอไปนั่งที่โซฟาตัวใหญ่ พอเดินมาถึงโซฟาตัวใหญ่ คิงก็ปล่อยให้เธอนั่งลงที่โซฟาอย่างเบามือ ทว่าเลขาคนสวยยังคงมีแผนให้หัวอีกเยอะ เธอทำท่าทางว่าล้มลงไปที่โซฟา ทำให้คิงล้มลงไปด้วย ทำให้ชายหนุ่มคร่อมอยู่บนเรือนร่างของเลขาสาว “อุ้ย! หนูขอโทษค่ะเฮีย พอดีหนูเจ็บขาค่ะ” เธอรีบเอ่ยขอโทษเขาทันที ก่อนที่เธอจะใช้สายตายั่วยวนเขา “เห้ย ๆ!” เสียงร้องห้ามดังขึ้น ทำให้คิงรีบดีดตัวออกห่างจากเลขาสาวทันที ตอนแรกเขาก็จะออกจากห่างจากเธอแล้ว แต่แขนทั้งสองข้างยังถูกจับอยู่ มือแน่นอย่างกับมือตุ๊กแก “ที่นี่ออฟฟิคกูนะเว้ยไอ้คิง” ร็อคเอ่ยขึ้นทันที ก่อนที่จะเดินเข้ามาภายในห้อง คิงถอยห่างออกจากโซฟา “อย่าเยอะ!” คิงเอ่ยตอบ ก่อนที่จะหันไปเอ่ยพูดกับเลขาสาว “เธอออกไปก่อน รอฟังข่าวดีอยู่ข้างนอกก็พอ” “ค่ะเฮีย^_^” ในใจตื่นเต้นสุดขีด ทว่าในความเป็นจริงที่เธอจะต้องเจอในทางขนาดหน้านั้น เธออาจจะต้องร้องขอชีวิตจากคิงก็ได้ “มีอะไร?” ร็อคเลิกคิ้วสูงเอ่ยถามขึ้นทันทีที่เลขาสาวเดินออกไปแล้ว “มึงเปลี่ยนเลขาใหม่เหรอ” “เปล่า กูแค่ให้ไอ้ตามไปอยู่ประจำโกดังใหญ่อีกสาขา” ตาม เลขาคนสนิทของร็อค ผู้ที่รู้ทุกอย่างของร็อค แล้วก็เป็นคนที่ร็อคไว้ใจมากที่สุด สามารถตัดสินใจเรื่องงานแทนร็อคได้เลย “แล้วอีนี่มึงไปเอามาจากไหน” คิงเอ่ยถาม สายตาของเขาเปลี่ยนไปทันที “อีนี้?” ร็อคย้ำด้วยน้ำเสียงสงสัย “เออ! ปกติกูมาไม่เคยเจอ ไม่เคยเห็น” “ปกติเธออยู่ชั้นสองเคลียร์บัญชี ไม่ค่อยลงมาชั้นล่าง มึงเลยไม่ค่อยเจอ” “กูถึงว่าทำไมไม่คุ้นหน้าเลย” คิงเอ่ย “มีอะไร?” “กูขออีนี่ มันไม่เหมาะกับตำแหน่งเลขาของมึงเลย” “?” ใบหน้าคมเข้มของร็อคมีแต่ความสงสัย “หรือมึงแดกไปแล้ว” คิงเอ่ยถามกลับทันที เพราะดูไอ้ร็อคมันเหมือนไม่อยากให้ “เปล่า ยังไม่ได้แดก แล้วก็ไม่คิดจะแดกด้วย” ร็อคเอ่ยตอบ “งั้นกูขอ” “มึงจะเอาไปทำไม? มึงก็มีเด็กอยู่แล้วนิ” “กูจะเอาไปไว้บ่อนรุ่นน้องกู พอดีคนขาด” “ใจดีแปลก ๆ” ร็อคเอ่ย “มึงกับอีนี่ยังไงกันแน่?” “ไม่มีอะไรเลย กูแค่สงสารเลยรับเข้าทำงาน” “สงสาร?” “อืม กูเห็นเธอเดินร้องไห้ตากฝนอยู่ข้างถนน กูเลยลงไปคุยด้วย เลยรู้ว่าตกงาน เห็นบอกว่าถูกเมียเจ้าของบริษัทไล่ออกแบบไม่มีเหตุผล” “อ๋อ~” เข้าได้ กูเข้าใจดีเลย ดูท่ากูคงรู้เหตุผลที่เธอโดนไล่ออกแล้ว “มึงจะเอาก็เอาไป กูไม่ได้ว่า ขอแค่เธอมีงานทำก็พอ” “ไม่ต้องห่วง กูจะหางานให้ที่ตรงตามความสามารถของเธอ” “อืม” ก๊อก! ก๊อก! “เชิญ!” ร็อคเอ่ยขึ้น ทำให้คนที่เคาะประตูเปิดประตูเข้ามาทันที “รายการของเสร็จแล้วนะครับเฮีย” ลูกน้องของร็อคเอ่ยพูดกับคิง “อืม เอาไปส่งให้กูด้วย วันนี้กูมีธุระ เอาไปเองไม่ได้” คิงเอ่ย “ครับเฮีย” ชายหนุ่มเอ่ยตอบรับ แล้วก็เดินออกจากห้องไปทันที “งั้นกูกลับเลยนะ” “รีบขนาดนั้นเลย” ร็อคเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม ทว่ารอยยิ้มของมันเจ้าเล่ห์เลยไป “ยิ้มเหี้ยอะไร กูรู้ความคิดพวกมึงทุกตัว ไม่ต้องคิด กูไม่มีเด็กที่ไหนทั้งนั้น” คิงเอ่ยตอบ แล้วเดินออกจากห้องทันที หลังจากที่ชายหนุ่มเดินออกมา เขาก็เห็นว่าเลขาสาวยืนรออยู่แล้ว คิงเดินเข้าไปหาหญิงสาวทันที แค่มองก็รู้ว่านี้คือปัญหาของไอ้ร็อคแน่นอน ถ้ายังทิ้งไว้แบบนี้มีหวังสร้างปัญหาให้ไอ้ร็อคแน่ “เธอไปกับฉัน” “ค่ะเฮีย” เธอรีบเอ่ยตอบรับด้วยความดีใจ ก่อนที่จะเดินตามหลังของคิงไปติด ๆ บ่อนKA. รถหรูแล่นเข้ามาจอดที่ลานจอดรถที่โซนวีไอพี โซนประจำของเขา ในโซนนี้จะจอดแค่ได้ไม่กี่คัน เพราะสำหรับลูกค้าวีไอพีเท่านั้น ลูกค้าที่ทุ่มหนัก ๆ เท่านั้น ไม่ใช่ใครมาแล้วจะจอดได้ทุกคัน “ที่นี่ที่ไหนเหรอคะ” เลขาสาวเอ่ยถามขึ้นทันที “ลงมาเถอะ” คิงเอ่ยตอบ แล้วเปิดประตูรถลงจากรถเป็นคนแรก เลขาสาวก็ลงมาจากรถเช่นกัน ก่อนที่จะเดินตามหลังเขาเข้าไปภายในสถานที่ที่เขาพามา พอเดินเข้ามาถึงเธอก็รับรู้ได้ทันทีว่าที่นี่คือที่ไหน แล้วเธอก็รับรู้ได้ทันทีว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น “เฮียพาหนูมาที่นี่ทำไม” เธอเอ่ยถาม “งานที่นี่เหมาะกับเธอที่สุดแล้ว” “หนูไม่ทำ!” เธอเอ่ยตอบเสียงดัง “แต่เธอตกลงกับฉันแล้วนะ” คิงหันมาเอ่ยกับเธอ เขาเดินตรงเข้ามาหาเธอ ก่อนที่จะกระแชกแขนเล็กเอาไว้แน่น “ฉันไม่ชอบคนที่มีนิสัยแบบเธอ เธอควรรู้ว่าอะไรควรไม่รู้ ไหนเมื่อไอ้ร็อคจ้างเธอมาเป็นเลขาเพราะความสงสาร แต่เธอกลับทำงานให้มันได้ไม่ดี งั้นเธอก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว” “หนูขอโทษค่ะ หนูจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว” เธอรีบเอ่ยขอโทษทันที น้ำเอ่อคลอ “งานแบบนี้เหมาะกลับเธอดีนะ งานเก่าที่โดนเมียเขาไล่ออกมา คงเพราะเธอทำนิสัยแบบนี้สินะ” “...” เลขาสาวเงียบ น้ำตาไหลลงข้างแก้มทันที “หึ!” คิงหัวเราะในลำคอ ก่อนที่จะออกแรงดึงให้เธอเดินตามเขา “เขาให้เงินฉัน ฉันก็แค่ให้ความสนุกกับเขามันผิดตรงไหน” เลขาสาวเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวเองในทันที “งั้นงานนี้ก็เหมาะกับเธอที่สุดแล้ว” คิงเอ่ยตอบ ก่อนที่จะลากเธอเดินขึ้นมาที่ชั้นบน เปิดประตูห้องหมายเลข1 แล้วเดินเข้าไปภายในห้องนั้นทันที ทันทีที่เขาเดินเข้ามาภายในห้อง คิงก็เห็นรุ่นน้องทันที ก่อนที่เจ้าของห้องจะหันมามองบุคคลที่เปิดประตูเข้ามาโดยไม่ขออนุญาตเลยสักนิดเดียว “ผมก็คิดว่าใคร ใจกล้าเปิดประตูเข้ามาโดยไม่เคาะห้องแบบนี้” คลาส รุ่นน้องคนสนิทของชายหนุ่ม เขาขึ้นครองบ่อนนี้แทนพ่อตั้งแต่อายุสิบแปด ตอนนี้เขาอายุยี่สิบแปดปีแล้ว “กูเอาเด็กมาให้ กูเห็นว่าเหมาะกับงานของมึงดี” คิงเอ่ยขึ้น พร้อมกับปล่อยให้เธอเป็นอิสระ เลขาสาวยิ้มหวานอย่างพอใจในทันที “ยิ้มอะไร” คิงหันมาเอ่ยถามเลขาสาว “ก็ไม่คิดว่าจะเจอคนหล่อ ถ้ารู้ว่าจะเจอคนหล่อขนาดนี้ ฉันคงไม่ขัดขืนคุณหรอก” “หึ!” คลาสหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ก่อนที่จะยันกายลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงเข้ามาหาเลขาสาวทันที “เหมาะกับงานของผมดี” “ป้องกันด้วยนะ กูเป็นห่วง” คิงเอ่ย “ไม่เคยพลาดครับเฮีย” คลาสยกยิ้มที่มุมปาก ก่อนที่จะคว้าแขนเลขาสาว ออกแรงดึงให้เธอเดินไปตามเขา ส่วนคิงก็หันหลังแล้วเดินออกจากห้องนั้นทันที เขาไม่ชอบคนที่ไม่รู้จักอะไรควรไม่ควร ในเมื่อเธอเสนอให้เขา เขาก็แค่สนองให้เธอตามในแบบที่เธอต้องการ อีกอย่างถ้าปล่อยไว้กับไอ้ร็อคนาน ๆ มีหวังสร้างปัญหาให้ไอ้ร็อคแน่นอนบทที่39 ใช้ชีวิตร่วมกันหลังจากที่เรื่องของบลูจบลงแล้ว คิงก็ตรงมาที่มหาลัยทันที เพราะตอนนี้ก็เริ่มเย็นมากแล้วเสียงรถสปอร์ตคันหรูค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาจอดที่หน้าตึกคณะ สายตาของนักศึกษาหลายคนจับจ้องมาที่รถทันที เพราะเห็นทุก ๆ วันจนจำได้แล้วว่าคนขับคือใคร แล้วมารับใคร“พี่คิงมาอีกแล้ว...”“แฟนพี่คิงนี่ดวงดีชะมัดเลยว่ะ”“แหม ก็เขารักกันนี่นา”เสียงซุบซิบดังขึ้นเป็นระลอก ๆ ก่อนที่เจ้าของรถจะเปิดประตูลงมาอย่างสง่างาม ใบหน้าคมเรียบนิ่ง แต่รอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปากกลับทำให้ทุกอย่างดูอบอุ่นขึ้นในทันทีคิงพิงรถ รอเพียงครู่เดียว ร่างเล็กในชุดนักศึกษาก็เดินออกมาพร้อมกระเป๋าใบโต ใบหน้าเธอยังมีเหงื่อบาง ๆ จากการพรีเซนต์งานเมื่อบ่าย แต่พอเห็นเขา เธอก็ยิ้มกว้างทันที“พี่คิง~” เสียงเรียกสดใสทำให้เขาอดยิ้มตามไม่ได้“เหนื่อยไหมครับวันนี้”“เหนื่อยมากเลยค่ะ พรีเซนต์ตั้งแต่เที่ยงยันบ่าย”“แล้วเป็นยังไงบ้าง”“ผ่านฉลุยค่ะ” จูนยิ้มจนตาหยี “แต่เหนื่อยจนอยากกลับไปนอนแล้วเนี่ย”“ไม่ได้สิ วันนี้พี่จะพาไปกินข้าว”“แต่หนู...”“ไม่มีแต่” เขาพูดแทรกเสียงเรียบ แววตาอบอุ่น “วันนี้พี่มีอะไรจะบอก”จูนชะงักไปเล็กน้อย มองหน้า
บทที่38 วันแห่งรอยยิ้มหลังจากที่คิงเคลียร์เสร็จแล้ว เขาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนที่จะยืดเส้นยืดสาย แล้วหยิบกุญแจรถบนโต๊ะขึ้นมา ก่อนที่จะหันไปมองที่บลูที่มันกำลังก้มหน้าก้มตาเล่นมือถืออยู่บนโซฟา“ไปได้ยัง” เขาเอ่ยน้ำเสียงเรียบ ๆ“ไปดิ รอนานจนรากงอกอยู่แล้ว” บลูลุกขึ้นทันทีทั้งคู่เดินออกจากคลับแล้วขึ้นรถสปอร์ตคันเดิม เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากของคิง ขณะขับรถออกไปยังห้างดังใจกลางเมืองห้างสรรพสินค้าชื่อดังเสียงเพลงเบา ๆ ลอยคลอไปทั่วบริเวณภายในห้างดัง ชั้นสองของห้างเป็นโซนร้านดอกไม้หรูที่จัดแต่งไว้อย่างสวยงาม กลิ่นหอมของดอกกุหลาบ ดอกลิลลี่ และดอกไฮเดรนเยียอบอวลอยู่ทั่วพื้นที่“โห... ร้านนี้แม่งอย่างหรูอะ ดอกไม้แต่ละช่อเหมือนจะซื้อได้แค่เศรษฐี” บลูพูดพลางยักไหล่ ก่อนจะเดินเข้าไปยืนตรงแถวช่อดอกไม้คิงไม่ตอบ เขาแค่ยกมือขยับข้อมือดูนาฬิกา ก่อนจะเดินตามเข้าไปภายในร้านอย่างเงียบ ๆพนักงานหญิงในร้านรีบเข้ามาต้อนรับทันที“สวัสดีค่ะ คุณลูกค้าต้องการดอกไม้แบบไหนคะ?”“มึงเลือกเลย กูไม่รู้รสนิยมผู้หญิงมึงหรอก”“กูกะจะเลือกกุหลาบขาวผสมทิวลิปว่ะ สื่อว่าขอโทษกับความจริงใ
บทที่37 เธอแม่งดื้อหลายอาทิตย์ผ่านไปทุกอย่างดูเหมือนจะกลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์คืนนั้น คลับบ้านเลขที่ 0 ก็กลับมาตามปกติ ไม่มีใครกล้าก่อเรื่องอีก ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางดีไปหมด ทั้งธุรกิจ ชีวิต และความสัมพันธ์ของเขากับจูนบ้านหลังใหม่ของคิงที่เพิ่งซื้อไปได้ไม่นาน ตอนนี้มันเข้าที่เข้าทางแล้ว ของทุกอย่างถูกย้ายเข้ามาหมดแล้ว ข้าวของเครื่องใช้ก็ถูกย้ายถูกซื้อเข้ามาติดตั้งจนครบทุกอย่างเช้าวันนี้...แสงแดดอ่อน ๆ ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้องนอน กระทบเข้ากับปลายเท้าของคนที่ยังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง ไม่ใช่ใคร เขาคืนเจ้าของบ้านที่ตอนนี้กำลังนอนกอดหมอนข้างอย่างสบายใจเหมือนคนไม่มีธุระ ไม่มีอะไรให้ทำในชีวิตแล้วสภาวะทิ้งตัวเว่อร์ในขณะที่อีกฝั่งของเตียง กำลังวุ่นวายสุดชีวิตกับการรีบลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวไปมหาลัย“ตาย! ตายแน่! สายแล้วด้วย จะทันไหม”เธอพูดพลางวิ่งวุ่นรอบห้อง เปิดตู้เสื้อผ้าเสียงดังปัง แล้วหยิบผ้าขนหนูออกมาทันที เสียงตู้ดังจนคิงขมวดคิ้วในขณะที่ยังนอนหลับตาอยู่“ทำไมเสียงดังแต่เช้าเลยครับ...” น้ำเสียงงัวเงียดังขึ้นพร้อมกับมือใหญ่ที่คว้าหมอนมากอดแน่นกว่าเดิม“พี่
บทที่36 ถิ่นกูปัง!!เสียงปืนดังสนั่นจนทุกคนในคลับแทบหยุดหายใจ เสียงกรีดร้องของสาว ๆ แทรกขึ้นมาทันที ก่อนจะตามมาด้วยความเงียบงันที่ชวนขนลุกทุกคนต่างย่อตัวลงกับพื้นตามสัญชาตญาณ มีเพียงคิงที่รีบหันกลับไปกอดคนตัวเล็กเอาไว้แน่น เขากอดเธอไว้ในอ้อมแขนจนร่างเล็กแทบจมหายไปกับอกของเขา“ไม่เป็นไรนะ… พี่อยู่นี่” เสียงทุ้มกระซิบข้างหูเธอเบาๆทว่าเธอกลับไม่พูดอะไรเลย คนตัวเล็กสั่นทั้งตัว มือเย็นเฉียบจนเขารู้สึกได้ คิงกอดเธออยู่นานจนเสียงของใครบางคนดังขึ้นจากทางด้านหลัง“เห้ย! กอดพอได้แล้วมั้งมึง จะกอดกันจนเช้าเลยไง!”เสียงแซวที่เต็มไปด้วยความโล่งอกดังขึ้นมาจากอีกฝั่ง ทำให้คิงรีบหันกลับไปมองที่ผู้ชายคนนั้นที่มีปัญหาทันทีไอ้สัส! ไอ้ไรอัน!คิงเหลือบตาขึ้นมองเพื่อน ก่อนสายตาคมกริบของเขาจะเหลือบไปเห็นร่างของชายที่ล้มลงไม่ไหวติง กระสุนเจาะเข้ากลางหน้าผาก หนึ่งนัดจอดสนิทเลือดแดงสดไหลนองพื้นจนกลิ่นคาวตีขึ้นจมูก แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปแตะแม้แต่เพียงปลายนิ้วพวกคนที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างนิ่งเงียบ ไม่มีใครพูดอะไรสักคำ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบหนักของหลายคนที่ยังไม่หายตกใจ“อยู่ตรงนี้ อย่าขยับนะ” คิงหันกลับมาเอ่ยก
บทที่35 รักนะครับกลางคืนค่อยๆ คลี่คลายตัวลง เบื้องนอกถูกปกคลุมด้วยความมืดสนิท แต่แสงไฟนวลจากโคมไฟระย้ากลางห้องสะท้อนบนพื้นเงางาม สร้างเงารูปทรงประหลาดที่กระจายไปทั่วห้อง ทำให้บรรยากาศอบอุ่นและชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่ดังแผ่วผสมกับเสียงดนตรีเบา ๆ ทำให้ความรู้สึกทั้งหรูหราและเป็นกันเองผสมผสานกันอย่างลงตัวกลางโต๊ะยาว ถูกจัดวางด้วยจานชามและถ้วยแก้วอย่างเรียบร้อย แต่ละจานล้นไปด้วยอาหารหลากหลาย ทั้งสลัดสดสีเขียวสลับแดง ปลาย่างหนังกรอบร้อน ๆ ที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย ข้าวอบหม้อดินร้อนฉ่า และเมนูเนื้อที่นุ่มจนแทบละลายในปาก น้ำจิ้มรสจัดจ้านวางอยู่ข้าง ๆ เติมเต็มกลิ่นอายของมื้อค่ำให้สมบูรณ์แบบ“กินกันเยอะ ๆ นะ แม่ทำสุดฝีมือเลยนะเด็ก ๆ” แม่ของจูนเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มสดใส“วันนี้หนูจะกินให้อิ่มจนลุกไม่ขึ้นเลยค่ะ” คนตัวเล็กเอ่ยน้ำเสียงติดเล่นเล็กน้อย“ถ้าเป็นแบบนั้น พี่ก็ต้องอุ้มหนูกลับบ้านใช่ไหม” คิงเอ่ยถามน้ำเสียงอ่อนโยน“บ้า! จูนหมายถึงอิ่มแบบแน่นพุงเฉย ๆ ไม่ได้จะให้พี่คิงมาอุ้มกลับสักหน่อย” เธอเอ่ยเถียงเสียงอ่อน“ยังไงพี่ก็อุ้มกลับอยู่แล้วครับ” คิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มมุมปาก
บทที่34 ป๋ามาก18:25 น.แสงอาทิตย์ยามเย็นเริ่มคล้อยต่ำ เส้นขอบฟ้าแต้มด้วยสีส้มอมชมพู สะท้อนบนกระจกของรถสปอร์ตคันหรูที่จอดอยู่หน้าคลับ คิงสวมเสื้อเชิ้ตสีดำเข้ม กางเกงขายาวเข้ารูป ดูเรียบแต่เท่จนใครเห็นก็ต้องเหลียวมองส่วนจูนอยู่ในเดรสผ้าพลิ้วสีครีมอ่อนที่เขาเลือกให้เองตั้งแต่บ่าย รอยยิ้มบางแต้มอยู่บนใบหน้าเธอขณะยืนเช็คตัวเองหน้ากระจกรถ“สวยมากครับ” เสียงทุ้มของคิงดังขึ้นจากด้านหลัง“พี่คิงพูดแบบนี้ทุกครั้งเลยนะคะ” เธอพูดพลางหัวเราะเบา ๆ“ก็เพราะมันเป็นความจริงทุกครั้งไงครับ” เขายื่นมือมาจับมือเธอ“พร้อมหรือยังครับ”“พี่คิงจะพาหนูไปไหนเหรอคะ” เธอถามเสียงเบา แอบมีแววกังวล“ความลับครับ”“ตลอดเลยนะคะ ความลับตลอดเลย” คนตัวเล็กมุ่ยหน้าน้อย“ฮ่า ๆ ความลับก็คือความลับครับ” เขาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ แต่แฝงรอยยิ้มในแววตา“แต่หนูอยากรู้...”“อดทนเอานะครับ”“ชิ!”คิงหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินไปเปิดประตูรถให้กับคนตัวเล็ก แล้วเขาก็เดินมาขึ้นรถฝั่งคนขับทันที ทันทีที่คิงขึ้นมานั่งอยู่บนรถ เขาก็เอื้อมมือมาหยิบอะไรบางอย่างจากที่เบาะข้างหลัง เป็นผ้าบาง ๆ ผืนหนึ่ง สีแดงสด“พี่คิง... จะทำอะไรค







