เข้าสู่ระบบ“จัดการมันเลยเฮีย” ทั้งแดนตะวันและธันวามีวิชาการป้องกันตัวไม่ต่างกัน เพราะสมัยก่อนเรียนมวยไทยจากอาจารย์คนเดียวกัน แต่ตอนหลังแตกคอกัน เดินคนละเส้นทางเหมือนคู่ขนาน กระนั้นทั้งสองก็หมั่นฝึกฝนวิชาการต่อสู้มาทุกรูปแบบซึ่งฝีมือกินกันไม่ลง
ท่าแม่ไม้มวยไทยผสมกับศิลปะการป้องกันตัวที่ต่างไปฝึกฝนกันมาทำให้ทั้งสองต่างฟาดฟันเข้าหากัน หมัด เข่า ศอก ต่างฝ่ายผลัดกันเพลี่ยงพล้ำ ผลัดกันได้เปรียบ เสียงเชียร์ดูเหมือนจะดังกระหึ่มขึ้นรอบๆ ตัวเมื่อเริ่มมีกองเชียร์แห่กันเข้ามาดู
เสียงหมัดเข่าศอกดังอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองยังเตะต่อยกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ถ้าฝ่ายไหนเพลี่ยงพล้ำ ฝ่ายนั้นคงได้ตายคาตีน โดนเหยียบจนจมดินแน่ๆ เรื่องความเป็นเพื่อนแต่หนหลังถูกทิ้งเอาไว้เป็นอดีตไปแล้ว
แดนตะวันไม่ได้อยากมีเรื่องกับธันวา แต่ในสภาวะเช่นนี้นเขาต้องสู้และต้องชนะด้วย
“โอ๊ย!” ธันวาเสียทีให้แดนตะวันเพราะมัวแต่อยากจะเอาชนะ เลยลุยแหลก แดนตะวันถอยบ้างตั้งรับบ้าง ไม่ได้ลุยแหลกเหมือนอีกฝ่าย เขารอจังหวะจัดการธันวาจนล้มตึงลงบนพื้น
เท้าใหญ่เหยียบหน้าอกของธันวากดจนแทบจมดิน ธันวาฮึดฮัดไม่ยอมแพ้ ลูกน้องคนอื่นๆ จะกระโจนเข้าหากัน แต่คนของแดนตะวันยกปืนขึ้นเล็งเอาไว้ ถึงจะมีอิทธิพลก็ไม่กล้ายิงสุ่มสี่สุ่มห้า ปืนลั่นเปรี้ยงปร้างขึ้นมาก็ตายได้เหมือนกัน
เสียงตำรวจดังขึ้นในระหว่างที่แดนตะวันกำลังขยี้เท้ากับอกของธันวา มองสบตาคนใต้ร่างอย่างดุดัน ทั้งสองถูกจับแยกออกจากกัน รอยหมัดเข่าศอกทำเอาบอบช้ำไปตามๆ กัน
ตำรวจมากันแทบหมดโรงพัก มาแค่คนเดียวคงทำอะไรไม่ได้เพราะคนทั้งสองมีลูกน้องเยอะ มีอิทธิพลในแถบนี้ ตำรวจที่นี่ต่างก็เกรงใจ แต่มีเหตุแบบนี้ถ้าไม่มาห้ามชาวบ้านแถวนี้คงแตกตื่นหวาดกลัว เดี๋ยวจะโดนร้องเรียนอีก
ธันวาสบถอย่างหัวเสียที่เขาเพลี่ยงพล้ำให้แดนตะวันอีกแล้ว แถมยังถูกจับแยกเสียอีก ตำรวจไกล่เกลี่ยเพราะเห็นว่าเป็นคนรู้จักกันและค่อนข้างมีอิทธิพลจึงไม่อยากงัดข้อด้วย ก่อนจะแยกย้ายกันไปตามระเบียบ
“เป็นไงบ้างเฮียแดน” อัญชัญเอ่ยถาม
“ไม่เป็นอะไร” แดนตะวันตอบเสียงขรึม เรื่องของธันวาคือเรื่องปวดหัวสำหรับเขา อดีตเพื่อนที่บาดหมางไม่ยอมเข้าใจอะไรเลย
“เฮียธันนี่บ้าผู้หญิงเนอะ ไปหลงเชื่อยายพี่ลูกพลับได้ยังไงกัน”
“พูดเหมือนอยู่ในเหตุการณ์ รู้เหรอว่าลูกพลับเขาเป็นคนยังไง”
“แค่นี้ก็รู้แล้วค่ะ ทำให้ผู้ชายทะเลาะกันขนาดนี้ ผู้หญิงน่ะอยู่ตรงไหนก็สร้างความเดือดร้อน ขี้อิจฉาด้วย”
“อือ... จริง” เขามองสาวน้อยหน้ามน
“ยกเว้นอัญค่ะเฮีย” เธอรีบแก้ตัว ทำปากยื่นใส่เขา ก่อนจะกดแผลแรงๆ ด้วยความหมั่นไส้
“โอ๊ย! เจ็บนะ มือหนักชะมัดยาด”
“ถ้าตำรวจไม่มา เฮียชนะแน่ๆ ก็เห็นอยู่ว่ามันเสียท่าคาตีนเฮียอยู่” อัญชัญพูดอย่างเจ็บใจ
“เฮียไม่อยากชนะ”
“อ้าว... ทำไมล่ะ”
“ไม่อยากยุ่งกับมันด้วยซ้ำ ไอ้ธันมันเหมือนหมาบ้า”
“จริงค่ะ”
“อัญ...” แดนตะวันเรียกเด็กสาวเสียงหนัก ก่อนจะกดมือบนศีรษะของเธอเพื่อโยกไปมาเบาๆ
“คะ?” เธอมองหน้าเขาเป็นคำถาม
“ไปเรียนหนังสือในเมืองซะ อย่าอยู่ที่นี่เลย ปิดเทอมแล้วไม่ควรกลับมาด้วยซ้ำ”
“อัญไม่เห็นกลัวมันเลย”
“คนจ้องกับคนระวังมันไม่เหมือนกัน” แดนตะวันพูดอย่างเป็นกังวล
“เฮียกังวลไปเองนี่คะ มันจะทำอะไรได้ คนของเราก็เยอะแยะ ใช่อยากจะฉุดก็บุกมาฉุดได้ง่ายๆ เสียเมื่อไหร่” เธอไม่เห็นกลัวธันวาเลยสักนิด
“เราเป็นผู้หญิง โตแล้วด้วย เห็นสายตามันแล้วกังวล” แดนตะวันถอนใจพรืด อัญชัญเริ่มหน้างอ
“เฮียอยากไล่อัญไปไกลๆ ใช่ไหมล่ะ”
“เป็นห่วง ไม่ได้ไล่” แดนตะวันส่ายหน้าไปมากับความดื้อรั้นของเด็กสาว
“อัญก็มีวิชาการต่อสู้นะ ลูกน้องเฮียยังแพ้อัญเลย”
“มันออมมือให้” แดนตะวันดีดหน้าผากเด็กสาว
“อัญต่อยกับลูกน้องเฮียไม่เคยแพ้นะ ออมมือที่ไหนกัน” เธอทำเสียงงอนๆ เหมือนโดนสบประมาท
“เป็นผู้หญิงยังไงก็แพ้ผู้ชายอยู่วันยังค่ำ แรงเรายังไงก็สู้ผู้ชายไม่ได้”
“อัญจะระวังตัว”
“ไปเรียนในเมือง ไปอยู่กับเฮียยันต์เหมือนเดิม” เธอเรียนอีกสองปีก็จบแล้ว
“ก็ได้ค่ะ”
“ก่อนไปจะพาไปซ้อมยิงปืน ซ้อมมวย วิชาการต่อสู้ถ้าไม่ฝึกก็เหมือนมีดไม่ได้ลับ สนิมเขลอะ” เขาส่งอัญชัญไปอยู่กับพี่ชาย รอสะสางทางนี้ให้เสร็จเรียบร้อยถึงจะเบาใจให้เธอกลับมาด้ อย่างไรเขากับธันวาก็ต้องแตกหักกันไปข้างหนึ่ง ถ้าไม่ตายก็อยู่ร่วมโลกกันไม่ได้
“อัญไม่กลัวผู้ชายหน้าไหนหรอก”
“อย่าประมาท” แดนตะวันมองด้วยสายตาดุๆ อัญชัญพยักหน้าซบที่ อกกว้างของเขาอย่างออดอ้อน
“คืนนี้นอนด้วยนะ”
“ไม่ได้” แดนตะวันดีดหูยายตัวแสบ เธอร้องเสียงหลง ทำหน้างอทันที
“ก่อนไปขอกินเฮียเป็นอาหารก่อน”
“เฮียกินไม่ได้”
“นังน้ำขิงกับนังชบายังกินเลย”
“เรื่องของผู้ใหญ่”
“อยากเสียจิ้นให้เฮียก่อนเปิดเทอม” เธอรบเร้า
“ยายเด็กบ๊องนี่ยังไง” แดนตะวันส่ายหน้าไปมา เหลือเชื่อกับความคิดของอัญชัญจริงๆ
“เฮีย... ไม่มีอารมณ์กับอัญเลยเหรอ”
“ไม่มี”
“จริงอะ?” คนถามเริ่มหน้าบูด เธอไม่สวยไม่เซ็กซี่ตรงไหน ออกจะอึ๋มเสียขนาดนี้
“อือ...” เขาขานรับทำท่ารำคาญ
“เฮีย”
“อะไร” แดนตะวันเลิกคิ้วถามมองสีหน้าเจ้าเล่ห์นั้นไม่วางตา
“เฮียมีแผล คงเจ็บ เดี๋ยวอัญไปอาบน้ำให้นะ”
“ไม่ใช่เด็ก ไม่ต้องอาบให้” เขาปฏิเสธทันควัน
“เฮียน่ะ อ่อยขนาดนี้ยังไม่ใจอ่อนอีก”
“บอกให้ไปเรียนหนังสือ จะเอาผัว เดี๋ยวตีตาย”
“เฮียน่ะ!”
“เฮียน่ะๆ ทั้งวัน ไปเตรียมตัวเลย จะเปิดเทอมแล้ว หนังสือหนังหาเคยแตะบ้างไหม” ในเมืองมีมหาวิทยาลัยเยอะแยะ แต่เขาอยู่อำเภอที่ไกลจากตัวเมืองหลายร้อยกิโลเมตร ไปกลับลำบาก ยังไงก็ต้องให้อัญชัญไปอยู่กับสุริยันต์
“เบื่อคนแถวนี้” เธอกอดอกบ่นอุบ
“ไปเรียนให้จบก่อน กลับมาจะยัดเยียดความเป็นผัวให้” เขาโยกศีรษะมองเธอด้วยความมันเขี้ยว
“บ้า!” เธอเหวใส่ ปัดมือเขาออกจากศีรษะ
“อ้าว... อะไรของเรา พอจะยอมเป็นผัวมาหาว่าบ้า”
“ให้มันโรแมนติกกว่านี้หน่อย เช่น... กลับมาจะขอแต่งงานท่ามกลางสวนกุหลาบอะไรแบบนั้นอะ นี่บอกจะยัดเยียดความเป็นผัวให้ โรแมนติกน่ะเฮีย ทำเป็นไหม รู้จักไหม” เธอถอนใจอย่างเหนื่อยหน่าย
“อย่างเราไม่ต้องขอแต่งงานท่ามกลางสวนกุหลาบหรอก ขอแต่งงานท่ามกลางดอกอุตพิดน่าจะเหมาะกว่า”
“เฮีย!”
“เออ... เรียกจัง เฮียๆๆ อะไรนักหนา” คนพูดทำท่ารำคาญก่อนจะเดินหนี
“ทำไก่อบฟางให้กินด้วย”
“เจ็บแผลอยู่ไม่เห็นรึไง”
“จะกินไก่อบฟางๆ ๆ” แดนตะวันเดินหนี ยายตัวแสบก็เดินไปพูดใกล้ๆ ว่าจะกินไก่อบฟาง เขาทนความรำคาญไม่ไหวเลยต้องไปทำให้กิน
โดนต่อยเป็นแผลเจ็บขนาดนี้ ต้องไปทำไก่อบฟางให้มันกินอีก จะได้เมียหรือได้ลูกอีกคนวะนี่!
“คิดถูกหรือคิดผิดนี่ที่ตัดสินใจหมั้นกับเรา แทนที่จะให้ว่าที่เมียมาทำให้กิน นี่ต้องทำให้เมียกินทุกวัน” แดนตะวันแกล้งพูดเสียงดัง มองยายตัวแสบที่นอนเอกเขนกอยู่บนโซฟาอย่างมีความสุข
“อัญหวังดีนะเฮีย ให้หัดทำกับข้าวเอาไว้ เวลาอัญไม่อยู่จะได้ทำกินเอง”
“เรื่องสิ ไปหากินเอาที่ร้านก็ได้”
“เชอะ! หากินที่ร้านน่ะได้ แต่อย่าไปให้สาวๆ ทำให้กินแล้วกัน” แดนตะวันเงียบเสียไม่อยากเถียงกับเด็ก อัญชัญมีนิสัยอยู่อย่าง ชอบเอาชนะ ถ้าเขาหยุดเธอก็ยังจะหาเรื่องอีกนั่นแหละ แต่มันจะทำให้ปวดหัวน้อยลงไปหน่อย
“เฮียคงกินน้ำพริกไม่ได้อีกหลายวัน”
“อยากเหล้าก็ไม่ได้กิน กำลังผลิตสูตรใหม่อยู่ ใครจะชิมให้”
“อัญชิมให้เอง สูตรใหม่หวานใช่ไหม เหมาะกับผู้หญิง” คนพูดทำตาวาวทันที
“แสนรู้”
“ไม่ใช่หมานะเฮีย”
“แล้วใครว่าเป็นหมา พูดเองเออเอง”
“จะให้ทำไง” คนถามเสียงพร่าหน่อยๆ“ไม่รู้สิคะ” คนตอบเสียงสั่นน้อยๆ เมื่อผ้าผืนน้อยลากไปตามผิวผุดผ่อง เขาไขเตียงขึ้น ใช้หมอนรองด้านหลังของเธอ ค่อยๆ ปลดสายเสื้อด้านหน้าออกอย่างเบามือ“หิวนมไหมคะ”“อย่าอ่อย” ได้ยินแบบนั้นเธอก็หัวเราะก๊าก“อ่อยนิดเดียวก็ไม่ได้เหรอคะ”“ไม่ได้” คนตอบว่าไม่ได้ ลากฝ่ามือไปโดนยอดอกของเธอ คนป่วยถึงกับสะท้านครางแผ่วๆ“เฮียล็อกห้องหรือยัง”“ทำไม”“เดี๋ยวพยาบาลเข้ามาเห็นว่าเฮียลามก”“ยัง”“ทำไมไม่ล็อกค่ะ”“ตื่นเต้นดีออก มีคนโผล่เข้ามา เสียวไส้สยิวกิ้ว”“เฮียบ้าเหรอ อัญไม่อยากโป๊ต่อหน้าคนอื่นนะ”“ล็อกแล้ว”“อ้าว... หลอกอัญทำไม” คนเช็ดตัวไม่ยอมตอบ แต่ซุกหน้าเข้าหาอกอวบอิ่ม เขาช้อนความอวบอัดนั้นขึ้น ก่อนจะป้อนเข้าปาก“เฮีย อื้อ...” เธอคราง รับรู้ได้ถึงปากร้อนที่ดูดเม้มยอดอกจนเสียวซ่าน แขนข้างที่ไม่เจ็บขยับ สอดมือเข้าในกลุ่มผมดกหนาของเขากดให้แนบชิดกับอกอวบอิ่ม แดนตะวันดูดอกสาวจนแข็งเป็นไต“หัวนมแข็งหมดแล้ว” เขาแหย่“เฮียน่ะ รับผิดชอบอัญด้วย” แดนตะวันหัวเราะร่วน“รอให้หายก่อน”“อ้าว... แล้วมาดูดนมอัญทำไม”“ดูดเล่น”“แกล้งกันเหรอคะ” เธอค้อนคนตรงหน้า แดนตะวันขยับไปด้านหลั
“ฉี่เสร็จต้องล้างให้ไหม” เขาเอ่ยถามอย่างใส่ใจ“ก็ดีนะคะ” เธอพูดติดตลก แต่เขาทำจริงๆ“อ๊ายๆๆ ฟินจัง ฮ่าๆๆ” คนถูกล้างก้นให้ทำหน้าฟิน หัวเราะคิกคัก เพราะนิ้วแกร่งของเขาถูไถกับกลีบกายสาว“ยายเด็กลามก” คนพูดบีบจมูกเล็กๆ สวมกางเกงในและผ้าถุงให้ ก่อนจะพาออกจากห้องน้ำ“เฮียจ๋า... หิวน้ำ”“คร๊าบ...” แดนตะวันจ่อหลอดที่ปากของเด็กสาว เธอดูดน้ำด้วยความกระหาย พิงหมอนที่เขาจัดให้สีหน้ามีความสุข“คนป่วยอะไรเอาแต่ยิ้ม หรือตอนโดนยิงมันไปถูกเส้นบ้าจี้ ถึงได้ยิ้มตาลอยเหมือนคนเมากัญชา”“เปล่าหรอกค่ะ ดีใจที่ฟื้นขึ้นมาเห็นหน้าเฮียคนแรก แล้วก็ดีใจด้วยที่เฮียไม่เป็นอะไร”“ตัวเองเจ็บแท้ๆ ยังมาเป็นห่วงคนอื่นอีก สำหรับเฮีย ถ้าอัญเป็นอะไรไป เฮียคงไม่ให้อภัยตัวเองไปตลอดชีวิต” เขานั่งบนขอบเตียงกุมมือเธอเอาไว้อัญชัญช่วยชีวิตเขาเอาไว้แม้เธอจะซนๆ เฮี้ยวๆ พูดมากหรือบางทีอาจจะน่ารำคาญไปบ้าง แต่เนื้อแท้เธอเป็นคนจิตใจดี สนุกสนาน ร่าเริง อยู่ด้วยแล้วสบายใจ อัญชัญเป็นคนมองโลกแบบสดใส เธอมีแนวคิดอีกมุมที่ทำให้เขาอมยิ้มได้เสมอยามอยู่ใกล้“อัญเองก็ไม่ยอมให้เฮียเป็นอะไรหรอก” เขาดึงเธอมากอดแนบอก จุมพิตกลีบปากนิ่มอย่างแสนรัก“รัก
“อยากกดปุ่มไหนก็กดไปเถอะ กูตายมันก็ตาย” ธันวาไม่กลัวตาย แต่กรงนั่นหล่นลงไปในน้ำตอนไหนแดนตะวันก็ต้องตาย“ฉันถามว่าปุ่มไหน” อัญชัญกดปืนที่ขมับแรงขึ้น เม็ดเหงื่อขึ้นเต็มใบหน้าเพราะความเครียด ตอนนี้เธอแทบกลั้นใจ มันรู้สึกอึดอัดจนอกแทบแตก“ไม่รู้”“ไอ้!” เธอสบถ“งั้นก็ตายเสียเถอะ”“ก็ยิงสิวะ แต่กูไม่บอก กรงนั่นถ้าค้างอยู่อีกไม่กี่นาทีไม่กดปุ่มอะไรมันจะตกลงไปเอง ฮ่าๆๆ” ธันวาหัวเราะอย่างบ้าคลั่งแบบไม่กลัวตาย จระเข้กระโดนขึ้นมาชนกรงจนเอียงไปเอียงมา แดนตะวันเริ่มสู้กับจระเข้ตัวเล็กๆ ที่ลอดกรงเข้ามาได้ มันกระโดดกระแทกกรงเพื่อให้เหยื่อหล่นลงไป“เฮีย!” อัญชัญมองแดนตะวันที่พยายามเอาตัวรอด และโดนจระเข้ตัวเล็กๆ กัด มันดุร้ายน่ากลัวแม้จะตัวเล็กก็ตามที ชายหนุ่มร้องลั่นกระชากมันออกก่อนจะโยนทิ้ง ตัวเล็กแต่พิษสงเหลือร้าย“งั้นแกก็ตายไปซะ” อัญชัญทำท่าจะยิง แต่เสียงเข้มของคนใต้ร่างที่โดนจ่อยิงพูดขึ้นมาเสียก่อน“สีเขียว ปุ่มเขียว”อัญชัญยังไม่ได้กด เธอหันไปมองแดนตะวัน ปืนที่จ่อหัวของธันวากลายเป็นยิงหัวจระเข้ตัวเล็กๆ ดุร้ายที่กระโดดลอดกรงเข้าไปกัดขาของเขาแทนธันวาอาศัยจังหวะนั้นดิ้นและผลักหญิงสาวไปอีกด้าน เข
“อ้อ... แกรู้ด้วยเหรอ เก่งนี่ ฉันทำคลิปพวกนี้ขายเอง ทั้งจระเข้ งู และสุนัขรุมกัดคนจนตาย แกรู้ไหมตลาดมืดต้องการมันมากๆ เชียว ขายได้ราคาดีจริงๆ”ธันวากดสวิตเครื่องบังคับ ดึงเก้าอี้ที่แดนตะวันนั่งอยู่กลับมาที่เดิม ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ บอกด้วยสีหน้ายียวนกวนประสาท“แล้วนังเด็กอัญชัญของแกก็กำลังจะเป็นนางเอกในคลิปวิดีโอชุดใหม่ของฉันด้วย มีผัวทีเดียวยี่สิบสามสิบคน แกว่าคลิปนี้จะขายดีไหมวะ”“ไอ้เลว!” แดนตะวันสบถลั่น คนที่เสียเปรียบเริ่มตั้งสติ คุยถ่วงเวลาเอาไว้ พยายามแกะเชือกที่มัดอยู่ทางด้านหลัง ในเวลานี้การช่วยอัญชัญเป็นสิ่งสำคัญที่สุด“เลวน้อยกว่าแกก็แล้วกัน” อีกฝ่ายหันหลังก่อนจะรินเหล้าดื่ม แดนตะวันปลดเชือกมือเป็นระวิง “พลับพลึงนั่นเป็นใคร” คนที่หันมาชะงัก ก่อนจะระเบิดหัวเราะเสียงดังลั่น หญิงสาวคนที่เอ่ยถึงจึงเดินออกมาจากมุมหนึ่ง“จำลูกพลับไม่ได้เหรอคะแดน” น้ำเสียงน่ะใช่ แววตาน่ะใช่ แดนตะวันรู้สึกตั้งแต่แรกเจอ แค่ใบหน้าเท่านั้น เขาหรี่ตามองก่อนจะเบิกตากว้าง“ลูกพลับ!”“ค่ะ ลูกพลับเอง”“คุณตายไปแล้วนี่นา”“คุณต่างหากอยากให้ลูกพลับตาย แต่ลูกพลับยังไม่ตายนี่คะ” เธอเลิกคิ้วขึ้นยิ้มหวานหย
“อัญอย่าโกรธพลับพลึงเลยนะ พลับพลึงทำไปเพราะจำเป็นจริงๆ ตอนนี้พลับพลึงไม่ไหวแล้ว” คนพูดวางสายไปก่อนจะส่งข้อความมาหา ใบหน้าเขียวช้ำและร้องไห้อย่างหนักทำเอาอัญชัญสะดุ้ง“เฮ้ย! ทำกันถึงขนาดนี้เลยเหรอ” อัญชัญแต่งตัวอย่างเร่งรีบ มองตัวเองหน้ากระจกนิ่ง ให้คนขับรถเอารถออกทันที ตอนแรกจะชวนแดนตะวันไปด้วย แต่เขามีงานต้องทำ เธอเลยไม่อยากกวนเขา ไปคุยกับพลับพลึงให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลยก็ดี เธอหยิบปืนพกติดตัวไปด้วยกลัวเจอคนของธันวา เมื่อลูกพลับเห็นอัญชัญมาหาที่บ้านก็ร้องห่มร้องไห้หนักกว่าเดิม อัญชัญเห็นสภาพอีกฝ่ายมีรอยเขียวช้ำเหมือนโดนทำร้ายไปทั้งเนื้อทั้งตัว เธอก็ตกใจไม่น้อย“เธอเป็นอะไร” อัญชัญเอ่ยถาม“เรื่องเมื่อคืนต้องขอโทษด้วยนะอัญ อัญอย่าโกรธเราเลยนะ” ลูกพลับจับมือของอัญชัญเขย่าไปมา ขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่“นี่มันอะไรกัน เธอไปรู้จักหมอนั่นได้ไง ไปติดหนี้มันเท่าไหร่”“พลับพลึงเป็นหนี้คุณธันวาอยู่เยอะมาก เขาเลยบังคับให้ทำแบบนี้ พอไม่สำเร็จ เขาก็ทุบตีทำร้ายซ้อมพลับพลึงจนสภาพเป็นแบบนี้แหละ” ลูกพลับร้องไห้สะอึกสะอื้นน้ำตาเป็นเผาเต่า อัญชัญเห็นแล้วใจอ่อนยวบ“มันทำถึงขนาดนี้เชียวหรือ”“พลับพลึงไม่ขอให้อั
“ร้านเหล้านั่นของไอ้ธันวา”“หือ...” คนฟังเงยหน้าขึ้นมองสีหน้าแปลกใจ“พลับพลึงนั่นก็คนของมัน”“จริงเหรอเฮีย” คนฟังเริ่มตกใจ“อย่าบอกนะว่านั่นคือแผนทั้งหมด ตั้งแต่ที่พลับพลึงโดนทำร้ายเพื่อจะเข้าถึงตัวอัญ”“บางทีก็ฉลาดนะ”“หาว่าอัญโง่เหรอ”“พูดสักคำหรือยัง”“เมื่อกี้เฮียบอกว่าบางทีอัญก็ฉลาด แสดงว่าบางทีก็โง่”“ปวดหัว!” เขาพูดแล้วดีดหน้าผากเธอเบาๆ“โอ๊ย! เจ็บนะเฮีย”“ร้องเวอร์ ดีดเบาขนาดนี้”“ต่อสิเฮีย กำลังสนุก”“นี่เห็นเป็นเรื่องสนุกหรือไง” เขาทำเสียงดุ“เอาน่า เล่าต่อไป อัญอยากรู้”“เฮียให้คนตามไป ปลอมตัวเข้าไปด้วย เห็นความผิดปกติตั้งแต่แรกแล้ว ไอ้คนดวลเหล้ากับเราน่ะไม่เมาเลย มันต้องกินยาเข้าไป แต่เราเมาหัวทิ่ม”“อ้อ... เข้าใจแล้ว อัญน่ะคอแข็งจะตายไป ไม่เมาง่ายๆ หรอกเนอะเฮียเนอะ”“เหอะ!” เขาทำเสียงในลำคอ คนฟังซุกหน้าเข้าหา รู้ตัวว่าแอบขี้โม้ไปหน่อย“แล้วไงต่อคะเฮีย” คนซุกเริ่มลูบ แดนตะวันตะครุบมือซนเอาไว้ “มีคนบอกว่าตอนเช้าๆ มันจะตื่น” เธอทำเสียงหื่นๆ“อะไรตื่น” เอ่ยถามกลับเสียงสั่นแหบพร่าเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าไปมา ยายเด็กแสบรู้ตัวว่าทำผิดเลยแกล้งเปลี่ยนเรื่องหนีคดี แสบจริงๆคลุกวงในม






![คลั่งรักยัยรุ่นพี่ [Crazy in love]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
