Masukญารินดาสูงกว่ากันตาเพียงเล็กน้อย ญารินดาหน้าเรียวเล็ก โตขึ้นคงสวยเหมือนมารดา ส่วนกันตาหน้ากลมรูปหัวใจน่ารัก กริชไทหวีผมหน้าม้าให้น้องๆ อีกรอบ ก่อนจะกวักมือเรียกให้น้องเข้ามาหา
“เวลาเล่นซนเงินจะได้ไม่หล่น พอแกะยางเอาเงินมาซื้อขนม ต้องมัดไว้เหมือนเดิมนะ จำเอาไว้” กริชไทสอดเงินเหรียญในกระเป๋ากระโปรงของน้องทั้งสองก่อนถลกกระโปรงขึ้นใช้ยางมัดเหรียญเอาไว้จากด้านใน
“หญ้าหวานจะดูน้องเองค่ะ” ญารินดารับคำอย่างแข็งขันปล่อยให้กริชไทมัดเหรียญให้จนเสร็จ
ความจริงแล้ว ญารินดาและกันตาโตพอที่จะเก็บเงินได้แล้ว แต่ด้วยความเป็นพี่ที่ห่วง กลัวน้องจะอดเพราะทำเงินหายเลยใช้วิธีนี้ตั้งแต่เด็ก และน้องทั้งสองก็ไม่เคยปริปากบ่น
“เรียบร้อยแล้ว คราวนี้ก็ไปกันได้แล้ว” กริชไทจูงมือน้องน้อยทั้งสองขนาบข้างซ้ายขวา เขาตัวสูงกว่าน้องมากเพราะเป็นวัยรุ่นแล้ว ส่วนน้องๆ นั้นผอมเก้งก้างตามวัย
“วันนี้พี่กระทิงต้องมาดูหญ้าหวานกับกันตารำนะคะ” ก่อนลงจากรถญารินดาก็หอมแก้มเด็กหนุ่มด้วยความเคยชิน ออดอ้อนให้เขามาดูเธอกับกันตารำ
“อือ...” กริชไทรับคำเออออ ลูบแก้มตัวเองไปมา เพราะวัยของเขามีความสนใจต่อเพศตรงข้ามบ้างแล้ว การโดนน้องๆ หอมแก้มจึงเกิดความรู้สึกแปลกๆ ตามวัย เขายังไม่มีแฟน ไม่ใช่เพราะไม่สนใจสาวที่ไหน มีเพื่อนๆ วัยเดียวกันในโรงเรียนน่ารักหลายคน แต่เพราะเด็กสาวคนไหนที่เข้าใกล้เขาเกินกว่าเหตุมักถูกน้องๆ ทั้งสองสกัดจนร่วง เผ่นแทบไม่ทัน
พอขับรถไปได้สักระยะหนึ่ง ลุงเพิ่มก็ต้องเบรกรถกะทันหันเมื่อได้ยินเสียงนายน้อยของเขาสั่งมาจากด้านหลังเบาะรถ
“ลุงเพิ่มหยุดก่อนครับ” กริชไทสั่งแล้วไม่รอช้า แทบกระโจนลงจากรถลงไปช่วยเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังโดนรังแกอยู่ข้างทาง
“แกทำอะไรไอ้สืบ รังแกเด็กหรือไง” กริชไทตรงเข้าไปประคองร่างของม่านฟ้าเอาไว้
ม่านฟ้าเป็นเด็กยากจนที่บ้านอยู่ห่างจากโรงเรียน ต้องเดินไปโรงเรียนทุกวัน
“แกแส่อะไรด้วยวะไอ้กระทิง”
“ก็ไม่ได้อยากยุ่ง ถ้าแกจะไม่รังแกเด็ก”
“เฮ้ย! ไอ้นี่อยากเป็นพระเอกว่ะพวกเรา จัดการมันเลย” สืบสายไม่สน ใครขวางเป็นแหลก
“นายน้อยครับ”
“ผมไม่เป็นไรครับลุง แน่จริงแกอย่าหมาหมู่สิวะ ตัวต่อตัว เพราะถ้าแกหมาหมู่ ก็อย่าหาว่าฉันเอาผู้ใหญ่มารังแกเด็ก”
กริชไทหมายถึงลุงเพิ่มที่ยังไม่แก่และยังแข็งแรง สืบสายเมื่อโดนท้าก็ต้องตัวต่อตัว กลายเป็นชกต่อยกันอีกรอบ เป็นเหตุให้ต้องเชิญผู้ปกครอง
หลังจากนั้นมา ม่านฟ้าก็ซาบซึ้งในบุญคุณของกริชไทเสมอ มีอะไรที่จะช่วยเขาได้ เธอจะทำทันทีโดยไม่เกี่ยงงอน กริชไทเองเป็นคนมีน้ำใจ จึงมีเพื่อนฝูงมากมาย เขารู้จักแบ่งปันและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่จึงเป็นที่รักของทุกคน
แม้ใบหน้าจะฟกช้ำดำเขียวขนาดนี้ กริชไทก็ไม่ลืมมาดูน้องน้อยทั้งสองรำไทย เขาทำหน้าที่เป็นตากล้องถ่ายรูปน้องๆ ทุกช็อต จนได้ภาพสวยทุกภาพ
“พี่กระทิงรอหญ้าหวานด้วย อย่าเดินหนีหญ้าหวานสิคะ” เด็กหญิงญารินดาร้องเรียกเด็กหนุ่ม เท้าน้อยๆ คอยตามติดอยู่ไม่ห่าง
“ไปเล่นกับกันตาโน่น พี่จะไปเตะบอลกับเพื่อนๆ”
“ไม่เอา หญ้าหวานจะเล่นกับพี่กระทิง” เด็กหญิงตัวน้อยทำท่าเบะปากเหมือนจะร้องไห้
กริชไทถึงกับยีหัวไปมากับเจ้าจอมยุ่ง เดี๋ยวคงร้องไห้ไปฟ้องพ่อว่าเขารังแกเอาอีก
“เล่นอะไร” ถามอย่างเหนื่อยหน่ายใจ ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากเล่นกับน้องๆ แต่เพราะเด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายเล่นไม่เหมือนกัน กิจกรรมของเด็กผู้หญิงน่าเบื่อหน่าย วันๆ ไม่เห็นจะทำอะไร นอกจากเล่นขายของ แต่งตัวตุ๊กตา แล้วก็กิจกรรมร้องเพลงประกอบจังหวะ
“วันนี้หญ้าหวานกับน้องกันตาจะทำขนมครกขาย พี่กระทิงมาอุดหนุนหน่อยนะคะ นะๆๆๆ หญ้าหวานเตรียมเงินเอาไว้ให้แล้ว เยอะแยะเลย” ญารินดาออดอ้อนตาใส
กริชไทถอนใจพรืดอีกรอบก่อนจะเดินตามน้องน้อยไปที่ร้านขายขนมครก ไม่เคยใจแข็งกับลูกอ้อนยัยตัวแสบได้เลยสักครั้ง
“เย้... พี่กระทิงมาแล้ว” น้องสาวตัวน้อยตบมือเปาะแปะรอท่าอยู่ก่อนแล้ว
กริชไทกวาดสายตามองขนมครกที่น้องๆ เขาทำขายกันแล้วอดนึกขำไม่ได้ พนากำลังขะมักเขม้นกับการแคะขนมครกอย่างแข็งขัน บางทีเขาก็นึกสงสารพนาอยู่เหมือนกัน เด็กชายตัวน้อยอายุเท่าๆ กับกันตาน้องสาวของเขา ทั้งสองเรียกว่าสนิทกับมาก เป็นเพื่อนเล่นกันแต่เด็ก ฐานะทางบ้านของพนาลำบากพ่อแม่เป็นแค่คนงานในไร่ ไม่มีทรัพย์สินอะไรเลยสักอย่างแค่กระท่อมเก่าๆ หลังเดียว บิดามารดาของเขาสงสารจึงช่วยเหลือเรื่องเล่าเรียนอยู่หลายครั้ง พนาหัวดีเป็นเด็กใฝ่เรียน นั่นยิ่งทำให้บิดามารดาของเขาสนับสนุนเต็มที่ หลวงตาที่วัดก็ให้ทุนการศึกษาอยู่ทุกปี
กันตาน้องของเขาเห็นพนาเป็นเพื่อนและทาส เขาคิดว่าใช้คำนี้น่าจะถูกเพราะไม่ว่ากันตาจะใช้ให้พนาทำอะไร เด็กชายตัวน้อยก็ไม่เคยขัดเพราะระลึกถึงบุญคุณที่บิดามารดาของเขาคอยช่วยเหลือครอบครัว เรียกว่าพนาเป็นลูกไล่น้องสาวของเขา จัดการคนที่มารังแกกันตา แล้วก็คอยทำการบ้านให้น้องสาวเขาหลายครั้ง แต่เขาไม่เคยเห็นความไม่พอใจของพนาเลยสักครั้ง อาจเพราะยังเด็ก ถ้าโตขึ้นเขายังนึกไม่ออกว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง
“เร็วๆ สิไม้ ลูกค้ารายใหญ่มาแล้วไม่เห็นเหรอ” เสียงของกันตาแว๊ดๆ ใส่ทาสผู้ซื่อสัตย์
กริชไทเห็นเข้าก็ถึงกับส่ายหัว ปากเล็กๆ จิ้มลิ้มกำลังสั่งไม่หยุด มือเล็กๆ เท้าสะเอวเหมือนคุณนายขี้โมโหไม่พอใจที่ทาสรับใช้ทำงานไม่ถูกใจ
พนาไม่ปริปากบ่นสักคำ เร่งแคะขนมครกอย่างเร่งด่วน จริงๆ แล้วขนมครกของพวกน้องๆ นั้นไม่ใช่ขนมที่กินได้ เขาเห็นพนาเอาน้ำในถังมาเทบนพื้นดินให้เปียกชุ่มสักพักก็เอาช้อนมาขุดเป็นรูเหมือนหลุมขนมครก แล้วดินรูปร่างเหมือนขนมครกที่ถูกขุดก็กลายเป็นขนมครกๆ แฉะๆ นำมาขาย
“นี่เงินจ้ะพี่กระทิง หญ้าหวานเตรียมมาไม่อั้นเลยนะจ๊ะ” ญารินดาเข้าคล้องแขนเด็กชาย สมมุติเอาว่าเป็นสามีภรรยาที่รักกำลังเดินมาจ่ายตลาด
“เอาขนมครกจ้า เหมาหมดเลยนะจ๊ะแม่ค้า พี่กระทิงว่าดีไหมจ๊ะ” ยัยตัวดีที่คล้องแขนเงยหน้าจิ้มลิ้มขึ้นมาถาม
กริชไทพยักหน้าส่งๆ อยากให้การเล่นขายของจบเร็วๆ เขานัดเพื่อนเตะบอลเอาไว้
“เร็วๆ สิไม้ ลูกค้ารออยู่นะ” กันตารีบสั่ง
พนาเอาช้อนตักก้อนขนมครกสีขุ่นๆ เพราะเป็นขนมครกดินขึ้นมาใส่ใบตองที่ทำกระทงเอาไว้
“มีหัวหอมขายด้วยจ๊ะ เอาไหมจ๊ะ” หัวหอมของกันตาคือต้นผักตบชวาที่นำมาตัดรากและตัดใบออกเหลือแต่ลำต้นพองๆ สมมุติให้เป็นหัวหอม
แล้วเมียสมมุติของเขาก็ซื้ออีกไม่อั้นเพราะเงินที่ทำจากใบไม้เป็นปึกถูกดึงออกมาอย่างไม่เสียดาย
“เฮ้ย! ดูสิวะได้กระทิงเล่นขายของเหมือนตุ๊ดเลยว่ะ”
เสียงยียวนของสืบสายดังขึ้นเลยวงแตกกระจาย เกิดการตะลุมบอนกันอีกจนใบหน้าฟกช้ำกลับไป
สามครอบครัวยิ่งบาดหมางมากขึ้นไปอีก เพราะพ่อแม่โกรธตามลูกๆ ไปด้วย เลยกลายเป็นว่าลูกทะเลาะกัน พ่อแม่ก็ทะเลาะตามกันไปด้วย ยิ่งบิดามารดาของสืบสายยิ่งแล้วใหญ่ ไม่ยอมให้ใครแตะต้องลูกชายเลยแม้แต่ปลายก้อย
ญารินดาแอบมองแขกของบิดามารดาด้วยความสงสัยก่อนที่เธอจะถูกเรียกไปพบ
หลังจากเล่นซนกับกันตาจนสกปรกเลอะเทอะไปหมด แต่ผู้สูงวัยซึ่งเป็นแขกของบิดามารดากลับไม่รังเกียจ กอดเธอเสียแน่น มารดาเองแสดงสีหน้าเป็นกังวลจนเธอสังเกตได้
“ให้หญ้าหวานไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะคุณหญิง ดิฉันเกรงว่าลูกจะทำให้ท่านเลอะน่ะค่ะ”
ญาดาพูดอย่างนอบน้อมและกริ่งเกรง
“แค่กอดหลาน หล่อนจะขัดขวางหรือไง เอาลูกชายฉันมาแล้ว ยังขัดขวางไม่ให้ฉันเจอกับหลานอีก” เสียงสะบัดค้อน
จนญาดาหน้าเสีย
“ดาเค้าไม่ได้หมายความอย่างนั้นนะครับคุณแม่” รัชวิทย์รีบแก้แทนภรรยา บีบมืออีกฝ่ายเอาไว้เพื่อให้กำลังใจ
“ย่ะ! ออกรับแทนกันจริง ฉันมาวันนี้เพราะมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย” คุณหญิงรัชนีพูดตรงประเด็น ปล่อยให้หลานสาวคนเดียวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียใหม่
“คุณแม่ต้องการให้ผมรับใช้อะไรเหรอครับ”
“หือ...” เขาเบี่ยงหน้ามอง“ไม่เชื่อเหรอ”“เพราะท้องนะเหรอ” เขากระซิบถาม เธอพยักหน้า“เบาๆ ได้ไหม กลัวเจ็บ”“อือ...” รับคำในลำคอ เริ่มเสียงสั่นเพราะเขาสอดมือเข้าในกระโปรงนอนตัวยาว“ไม่สวมชั้นในเหรอ” เขากระซิบถามเสียงพร่า“กลัวเสียเวลาถอด” ตอบแล้วหัวเราะน่ารักพนาโน้มใบหน้าหอมแก้มนวลฟอดใหญ่ แก้มสาวขึ้นจุดแดงทันตาเห็น“ไม่หรอก ไม้ยินดีถอดให้ ขาเป็นไงบ้าง ไม้เป็นห่วง” เขาแยกขาเธอออก ลูบขาอ่อนด้านในบางเบา มองสบตาเธออย่างลึกซึ้ง กลีบกายสาวปริ่มน้ำหวานปรากฏอยู่ตรงหน้า“ไม่เจ็บแล้วจ้ะ ทาโลชั่นไม่ให้เสียดสีกันมาก กันตาน้ำหนักขึ้น”“น้ำหนักขึ้นไม่เป็นไร แต่ห้ามอดนะ เดี๋ยวกันตากับลูกจะหิว ท้องร้องจ๊อกๆ ถ้าเดินไม่ไหว ไม้จะอุ้ม ไม่ให้เมียกับลูกเหนื่อยหรอก”“ไม่อดหรอก ไม้เล่นทำอาหารให้กินวันนึงตั้งห้ามื้อแน่ะ ลืมไปแล้วเหรอ” พอเธอเอ่ยแซวเขาก็ยิ้มเขิน ยกมือขึ้นลูบท้ายทอย กิริยาที่เขาชอบทำ ทำให้กันตารู้ว่าเขาอายเล็กๆ กับประโยคของเธอ“ไม่ลืมจ้ะ”“กันตาจะอ้วนขึ้นๆ น้ำหนักเยอะด้วย ไม้อุ้มไหวเหรอ”“ไหวสิ ไม่ว่าจะหนักเท่าไหร่ก็อุ้มไหว สัญญาว่าจะดูแลไปตลอดชีวิตแล้วไง” พนาขยับเข้าแนบชิด เขาถอดชุดนอนของเธอออ
เธอซุกใบหน้าเข้ากับหมอน โก่งสะโพกให้เขาเต็มอารมณ์ เขาบีบเคล้นแก้มก้นขาวผ่องมองความเป็นชายที่วิ่งเข้าออกควบขี่เธออย่างหนักหน่วงกริชไทร้องครางจากการบีบรัดของร่องรักคับแคบ เขาผ่อนลมหายใจหนักหน่วงเมื่อเธอค่อยๆ ผ่อนคลาย ทำให้เขาขยับจังหวะเข้าออกได้ล้ำลึกยิ่งขึ้น ร่างอ้อนแอ้นสั่นไหวไปตามแรงโยกคลอน เม็ดเหงื่อผุดพรายไปทั่วเรือนร่าง ความเสียวซ่านสุดยอดที่ได้รับทำให้เธอครางไม่เป็นภาษาเสียงห้าวแหบลึกของเขาครางรับประสานกับเธอเมื่ออยู่ในอารมณ์เดียวกัน ร่างกายของญารินดาไถลไปด้านหน้าจากแรงกระแทกของสามีกริชไทคิดว่าจะนุ่มนวลแต่เขากลับยับยั้งอารมณ์สวาทที่ก่อเกิดเอาไว้ไม่ได้มือบางของหญิงสาวรีบคว้าหัวเตียงเอาไว้เป็นที่ยึด เด้งสะโพกรับการกดคลึงของเขาอย่างซ่านใจ เสียงจังหวะรักร้อนแรงประสานกับเสียงเตียงที่ไหวโยกไปมาน่าฟังนัก อีกทั้งเสียงหอบหายใจระงมที่ประสานกันเหมือนออกกำลังกายหักโหม ทำให้หนุ่มสาวอารมณ์เร่าร้อนพร่างพรายไปด้วยความรัญจวนยากจะต้านทาน“ทีหลังอย่าให้ผู้ชายคนไหนมากอดหรือจับมือถือแขนอีก ถึงจะเป็นเพื่อนสนิทก็เถอะ” คนขี้หึงบอกเสียงหอบโยนขณะขยับสะโพกสอบเข้าหาเธอครั้งแล้วครั้งเล่า ชิ้นเนื้อแข็งกร้
“สามีของหญ้าหวานไม่เคยกินอาหารหรูๆ แบบนี้หรือเปล่าครับ ลิ้นเลยไม่คุ้น พี่เห็นเอาแต่นั่งนิ่ง สงสัยจะกินไม่เป็น” คำพูดของธรรณธรทั้งดูถูกและเหยียดหยาม สายตานั่นก็มองไม่ต่างกัน“โอ๊ะ! สงสัยผมจะกินไม่เป็นนั่นแหละ ไม่ถนัดใช้ช้อนกับมีดอยู่ด้วย มันเลยกระเด็น”คำขอโทษไม่มี แต่ทุกคนเห็นว่ากริชไทกำลังพยายามใช้มีดเฉือนเนื้อในจานและจิ้มทานเหมือนคนอื่นๆ อาการเก้กังของเขาทำให้เนื้อกระเด็นไปโดนธรรณธรเต็มๆ“แก ไอ้บ้านนอก แกแกล้งฉัน”“คุณบอกเองว่าผมกินอาหารพวกนี้ไม่เป็น บ้านผมไม่กินกันแบบนี้ แต่กินแบบนี้” กริชไทยื่นมือไปหยิบน่องไก่ทอดหอมกรุ่นขึ้นกัดกินอย่างเอร็ดอร่อย “กินด้วยกันสิครับ อร่อยนะ” กริชไทยัดน่องไก่ทอดที่กัดแล้วใส่มือธรรณธร“ไอ้ต่ำ วันนี้ฉันขอสั่งสอนแกหน่อย” เพราะไม่เคยถูกหยามเช่นนี้มาก่อน ธรรณธรปรี่เข้าไปทำท่าจะต่อยกริชไทชายหนุ่มสวนหมัดกลับมาเต็มแรง ทำให้หงายหลังไปในทันทีผัวะ! โอ๊ย!ว้าย!เสียงของญารินดาร้องขึ้นด้วยความตกใจ เธอยกมือขึ้นทาบอก ไม่คิดว่าเรื่องราวจะใหญ่โตขนาดนี้ เอกอนันต์ที่หลุดขำกับอาการหึงหวงภรรยาของกริชไทคราแรกก็สะดุ้งตกใจเช่นกัน“ใครอยู่ข้างนอกเข้ามานี่หน่อย” เสียงของกริช
และพรุ่งนี้ก็จะไปทำบุญถวายสังฆทานกันค่ะ”“ดีเหมือนกันครับ ได้ทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขัน เกิดชาติหน้าจะได้มาเจอกันอีก”“อยากเจอหญ้าหวานอีกจริงๆ เหรอคะ”“แล้วหญ้าหวานล่ะ ไม่อยากเจอพี่แล้วเหรอ” เขาเอ่ยถามอย่างอยากรู้“อยากเจอทุกวันเลยค่ะ แต่ตอนนี้หญ้าหวานง่วงจังเลย” เธอผละออกห่าง คลานขึ้นไปนอนบนเตียงกว้างกริชไทตบก้นนิ่มเบาๆ ก่อนจะคลานขึ้นไปนอนเคียงข้าง“ใครบอกให้พี่กระทิงขึ้นมานอนบนเตียงคะ ที่นอนพี่กระทิงอยู่ที่โซฟามุมห้องโน้นต่างหาก”กริชไทหน้างอบูดบึ้งเมื่อโดนไล่ไปนอนที่โซฟามุมห้อง แต่เพราะดวงตาเอาเรื่องของเธอทำให้เขายอมถอยทัพหนี ไม่ใช่ว่ากลัวแต่เกรงใจ เพราะคนแสนงอนแผนการมากมายทำให้หัวหมุนได้อย่างไม่น่าเชื่อ“เมียพี่ใจร้ายจังเลย”“กล้าว่าเมียใจร้ายเหรอคะ” เธอโต้ตอบมาจากเตียงเมื่อเขาอ้อยอิ่งไปทิ้งตัวลงนอนมุมห้อง“ให้พี่นอนหนาวคนเดียว”“ห้ามมายุ่งกับหญ้าหวานนะคะ ไม่งั้นไม่ยกโทษให้ ตอนนี้อยู่ในช่วงดูพฤติกรรมค่ะ ถ้าผ่านก็จะอภัยให้ แต่ถ้าไม่ผ่าน...”“ไม่ผ่านแล้วยังไงครับ” กริชไทผงกศีรษะมองภรรยาที่ลุกขึ้นพิงศีรษะไปที่หัวเตียง“ไม่ผ่านก็ทางใครทางมันไงคะ”“ใจแข็งจังเลยหญ้าหวาน ไหนบอกว่ามีอะไ
ญารินดาครางรับชอบใจ นอกจากเป็นคนเฝ้าไข้แล้วยังเป็นหมดนวด นักโภชนาการและอีกมากมายทุกคนที่เห็นภาพนั้นต่างอมยิ้มด้วยกันทั้งนั้น กริชไทเองคงไม่รู้ตัวว่าตนเองน่ารักแค่ไหน เนื่องจากเขาดูแลภรรยาจากใจจริง“พ่อกระทิงดูแลยัยหนูดีจริงๆ เลย” คุณหญิงรัชนีพูดอย่างชอบใจเมื่อเห็นกริชไทคอยดูแลญารินดาเป็นอย่างดีตลอดสองวันที่ผ่านมา จนวันนี้จะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว“ต้องขออภัยคุณหญิงด้วยที่พวกเราเข้าใจหนูหญ้าหวานผิดไปนะคะ” รุ้งรติมาที่ตามมาเยี่ยมสะใภ้หลังจากกริชไทไม่นานเอ่ยขึ้น และยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปอีกเมื่อญารินดาไม่ได้โกรธเคืองแม้แต่น้อย ไม่ใช่ทำตามมารยาทพูดทั่วๆ ไปว่าไม่โกรธ แต่ดวงตาของเธอบอกเช่นนั้นจริงๆหลังจากเยี่ยมสะใภ้เรียบร้อยแล้ว ครอบครัวไตรอิทธิฤทธิ์ก็พักที่คฤหาสน์รัศมีดาว คุณหญิงรัชนีไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองอันใดมาก อาจจะมีการเทศนาเล็กน้อยเท่านั้น เพราะเข้าใจดีว่าหากเป็นท่าน เจอเหตุการณ์เช่นนั้นก็ย่อมเข้าใจผิดเป็นธรรมดา“พี่กระทิงขา... อยากกินข้าวผัดปู”“หือ... ข้าวผัดปูเหรอ วันนี้ทำไมกินอะไรง่ายๆ จัง”“อยากกินไปซื้อให้หน่อยสิคะ” น้ำเสียงไม่ได้อ้อนแต่สายตาออดอ้อนเต็มอารมณ์กริชไทไม่ต้องรอให้อีก
“กินข้าวสักนิดนะครับคนดีของพี่ ถ้าหญ้าหวานกินข้าวเยอะๆ แล้วก็กินยาจะได้หายป่วย หายปวดหัวยังไงครับ” เขากล่อมคนที่เอาแต่ซุกหน้ากับแขนของเขาไม่ยอมลืมตา“จริงเหรอคะ”“จริงสิ ถ้าหายแล้วหญ้าหวานอยากไปไหน พี่จะพาไป”“อยากไปเล่นน้ำ แต่คุณแม่บอกว่าป่วยอยู่ เล่นน้ำไม่ได้”“ได้สิ พี่จะพาไปเล่นน้ำ ขี่ม้าด้วยดีไหม” เขาลูบศีรษะเล็กๆ กระซิบบอก“พี่กระทิงสัญญาแล้วนะ” เด็กหญิงตัวน้อยขอคำมั่นสัญญา“สัญญาสิครับ สัญญาว่าจะตามใจทุกอย่าง” กริชไทยกนิ้วก้อยขึ้นเกี่ยวกับนิ้วก้อยของน้องน้อย ก่อนจะป้อนข้าวต้มและให้เธอกินยาจนหลับไปในที่สุด...กริชไทหัวหมุนตลอดวันเมื่อคนป่วยร่ำๆ อยากจะกินโน่นกินนี่ ตลอดวัน สิ่งที่เขาทำได้คือวิ่งโร่ไปซื้อเอง หลังๆ เลยให้ลูกน้องไปซื้อให้ แล้วนั่งรออยู่ด้านนอก โดยไม่ให้แม่เมียจอมเผด็จการของเขารู้ เพราะมันเหนื่อยสายตัวแทบขาด ถ้าออกไปซื้อเองและกลับมารับมือกับยัยตัวแสบขี้โมโห เขาคงต้องสลบเหมือดแน่ๆ“หญ้าหวาน” กริชไทอ้าปากค้างเมื่อเธอกำลังทานซุปจากสาวใช้ของเธออย่างเอร็ดอร่อย ส่วนของที่เธอใช้ให้เขาไปซื้อกำลังจะเป็นหมัน“อร่อยจังเลยค่ะ พี่กระทิงมาช้า หญ้าหวานก็เลยกินไปก่อน”อาหารที่เธอสั่
“กันตาเป็นโรคกระเพาะค่ะพี่หญ้าหวาน”ญารินดาไม่พูดอะไร เธอจูงมือน้องสามีเข้าบ้าน นั่นยิ่งทำให้กันตางุนงงหนักเมื่อพี่สะใภ้พามาหยุดยืนอยู่ที่ประตูห้องของเธอ“พี่หญ้าหวานพากันตามาที่ห้องทำไมคะ”“พี่อยากคุยกับกันตาสองคน เปิดประตูให้พี่สิคะ” ในเวลานี้ญารินดาดูเหมือนผู้ใหญ่เกินอายุ ไม่ใช่เด็กสาวที่อายุห่า
“ใครจะให้เมียทำให้ตัวดำล่ะครับ ให้อยู่ทำกับข้าวให้พี่ก็พอแล้ว ของพวกนี้แปลว่าความเจริญงอกงามครับ นั่นขันใส่น้ำฝนเย็นๆ คือความสดชื่นชุ่มฉ่ำ”“น้ำฝนในชนบทแบบนี้สะอาดและดื่มกินได้นะคะ เพราะมีแต่ต้นไม้ใบหญ้า ถ้าในเมืองมีแต่อากาศเสียควันพิษ”“เด็กช่างสงสัยอยากอาบน้ำหรือยังครับ”“อยากอาบมากๆ เลยค่ะ หญ้าห
โดยสัญญากันว่าพี่จะไม่ไปรบกวนหญ้าหวาน หญ้าหวานจะได้ตั้งใจเรียน”“พี่กระทิงก็รับปากเหรอคะ”“ใช่ครับ ตอนนั้นพี่คิดว่าถ้าขัดคุณหญิงย่าคงไม่ได้หมั้นก็รับปากท่านไป พ่อกับแม่พี่ก็พูดกับพี่ คุณอารัชกับน้าดาก็พูด รู้ว่าคุณย่ามีแผนแยกพี่กับหญ้าหวานออกจากกัน ก็เลยต้องไปตามน้ำ ถ้าไปขัดท่านจะไหวตัวทัน”“ไหวตัว
“คนเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ จอมเผด็จการอีกด้วย สั่งให้คนอื่นทำกับหญ้าหวานแบบนี้ได้ยังไง”“กันตาอยากมีพี่สะใภ้ชื่อหญ้าหวาน... ญารินดา รัศมีดาว แล้วจะให้พี่ทำยังไงครับ โอ้ว... พ่อกับแม่ก็อยากมีลูกสะใภ้ชื่อนี้ พี่เลยต้องทำตามใจคนในครอบครัว พี่รักพวกเค้าก็ต้องทำให้เค้ามีความสุข”ญารินดาได้แต่อ้าปากค้างด้วยความ







