Share

แผนแค้นซ่อนปมรัก
แผนแค้นซ่อนปมรัก
Author: ไมโอโซติส

บทที่ 1

Author: ไมโอโซติส
ฉันยื่นใบสมัครเรียนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในลอนดอน และจัดการเรื่องวีซ่าเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่สี่วันก่อนที่ฉันจะไปจากคฤหาสน์โมเรตติอย่างถาวร

'แม่คะ จดหมายตอบรับเข้าเรียนส่งมาแล้วค่ะ อพาร์ตเมนต์ที่ลอนดอนก็ยืนยันเรียบร้อยแล้วด้วย ตั๋วเครื่องบินของหนูออกอีกสี่วันค่ะ' ฉันวางแฟ้มเอกสารลงตรงหน้าแม่เกรซในขณะที่เธอกำลังเล็มกิ่งกุหลาบอยู่ในเรือนกระจก

กรรไกรในมือของเธอชะงักไปกลางอากาศ 'เร็วขนาดนั้นเลยเหรอ?'

'ค่ะ ทางโรงเรียนอยากให้ไปรายงานตัวล่วงหน้า'

เธอวางกรรไกรลง คว้ามือฉันไปกุมไว้แล้วลดเสียงลงกระซิบว่า 'แล้วแฟนคนที่ลูกพูดถึงก่อนหน้านี้ล่ะ? เลิกกันแล้วเหรอ?'

ปลายนิ้วของฉันเกร็งขึ้นมาทันที

คุณอาวินเซนต์เดินเข้ามาจากทางโถงทางเดินพอดี เมื่อได้ยินคำถามนั้น สีหน้าของเขาก็ขมึงทึงลง 'แฟนอะไรกัน? หมอนั่นไม่เคยมาเหยียบที่คฤหาสน์เพื่อพบพวกเราเลยด้วยซ้ำ นั่นหมายความว่าเขาไม่เคยจริงจังกับเอเลน่าของเราเลยสักนิด ไปได้ซะก็ดี'

ก่อนที่ฉันจะได้ตอบอะไร ประตูหน้าก็เปิดออก ไอเย็นพัดกรูเข้ามา และเหล่าบอดี้การ์ดที่ทางเข้าก็โค้งคำนับทันที

'แฟนงั้นเหรอ?' น้ำเสียงนั้นทั้งเกียจคร้านและอันตราย ลูก้า โมเรตติกำลังถอดถุงมือหนังสีดำออก เขาเพิ่งกลับมาจากท่าเรือ เสื้อสูทพาดไว้ที่แขนข้างหนึ่งและมีคราบสีเข้มเปื้อนอยู่ตรงข้อมือเสื้อ ดวงตาของเขาตกลงมามองที่ฉัน แฝงไว้ด้วยการประเมินที่ฉันคนเดียวเท่านั้นที่จะเข้าใจ

หน้าอกของฉันกระตุกวูบ แต่ก็ยังฝืนลุกขึ้นยืนแล้วเรียกเขาด้วยคำที่ใช้มาตลอดห้าปี 'พี่ค่ะ'

ลูก้าจ้องมองฉันอยู่ครึ่งอึดใจ ก่อนจะหลุดหัวเราะต่ำๆ ในลำคอแบบที่เดาอารมณ์ไม่ได้ เขาโยนกุญแจรถให้พ่อบ้านแล้วเดินขึ้นชั้นบนไป

มื้อค่ำคืนนั้น แม่เกรซเปิดไวน์แดงวินเทจและยกแก้วขึ้นด้วยความสุขที่ฉายชัดบนใบหน้า 'คืนนี้เราต้องฉลองกันหน่อยแล้วล่ะ เอเลน่ากำลังจะไปลอ...'

หัวใจของฉันหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ฉันรีบพูดแทรกขึ้นทันที 'แม่คะ ไวน์นี่รสชาติฝาดไปหน่อย หรือว่ายังไม่ได้เปิดให้นานพอคะ?'

แม่เกรซชะงักไป 'จริงเหรอเนี่ย? แม่บอกให้พ่อบ้านเปิดไว้ตั้งนานแล้วนะ'

ฉันลุกขึ้นยืนพร้อมกับขวดไวน์ในมือทันที 'เดี๋ยวหนูไปเอาขวดใหม่มาให้ค่ะ'

วินาทีที่ประตูห้องครัวปิดลง ฉันก็ลดเสียงลงกระซิบ 'แม่คะ ได้โปรดอย่าเพิ่งบอกเรื่องที่หนูจะไปให้ลูก้าฟังเลยนะคะ'

แม่เกรซทำหน้าแปลกใจ 'ทำไมล่ะ? เขาคอยดูแลและห่วงใยลูกที่สุดเลยนะ ถ้าลูกจะไป เขาก็ควรจะรู้นะ'

'หนูกลัวว่าเขาจะกังวลค่ะ แล้วก็กลัวว่าเขาจะไม่ยอมด้วย เดี๋ยวหนูค่อยบอกเขาหลังจากไปถึงลอนดอนแล้วดีกว่าค่ะ'

'ก็ได้จ้ะ แม่จะไม่บอกเขาก็ได้ แต่พอไปถึงแล้วต้องส่งข้อความหาแม่ทุกวันนะ'

คืนนั้นฉันแทบกินอะไรไม่ลงเลย หลังจากกลับมาที่ห้อง ฉันก็ลากกระเป๋าเดินทางออกจากซอกด้านในสุดของห้องแต่งตัว ซ่อนเอกสารสำคัญ บัตรธนาคาร และใบตอบรับเข้าเรียนไว้ในซับในกระเป๋า

ตอนเที่ยงคืน พอดีกับที่นาฬิกาโบราณตีบอกเวลาเที่ยงคืนเปง ประตูระเบียงก็ถูกผลเปิดจากด้านนอก ฉันไม่ได้หลับ แต่แกล้งหลับตาและทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

ฟูกเตียงยวบลง กลิ่นหอมคุ้นเคยของไม้ซีดาร์และควันบุหรี่ขยับเข้ามาใกล้ และในวินาทีต่อมา ลูก้าก็ตวัดแขนโอบเอวฉันจากด้านข้าง ลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ข้างใบหู 'คนที่ทางบ้านพูดถึงวันนี้คือใครกัน?'

ฉันลืมตาขึ้น ร่างกายเกร็งขึ้นมาตามสัญชาตญาณ

เขาก้มศีรษะลงจูบซอกคอของฉัน เสียงของเขามีแววขบขันระคนหยอกเย้า 'ทางบ้านอยากจะแนะนำคนให้รู้จัก เธอก็เลยหนีหน้าฉันงั้นเหรอ? เอเลน่า ฉันเคยบอกเธอแล้วไม่ใช่เหรอว่าเธอเป็นของฉัน เป็นของฉันคนเดียว'

หากเป็นเมื่อก่อน คำพูดนี้คงทำให้ใจฉันอ่อนยวบไปแล้ว แต่ตอนนี้กลับรู้สึกเพียงความเย็นยะเยือก

ฉันดันมือเขาออก 'ลูก้า หยุดก่อนเถอะค่ะ หนูไม่ค่อยสบาย'

เขาสะดุดและชะงักไป ดวงตาคมกริมเข้มขึ้น 'เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ?'

เวลาอยู่กันตามลำพัง ฉันไม่เคยเรียกเขาว่าลูก้าเลยสักครั้ง ฉันจะเรียกเขาว่าพี่ หรือเวลาที่เขาบีบคั้นฉันมากๆ ฉันถึงจะหน้าแดงแล้วเอ่ยชื่อเขาออกมาแบบที่เขาชอบ

ฉันเบือนสายตาหนี 'ฉัน... เป็นประจำเดือนค่ะ'

เขาจ้องตาจองมองฉัน ราวกับกำลังพิจารณาว่าฉันกำลังโกหกอยู่หรือเปล่า สุดท้ายเขาก็รั้งฉันกลับเข้าไปสู่อ้อมแขน น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย 'ก็ได้คืนนี้ฉันจะไม่แตะต้องเธอ นอนซะ'

เขาพูดราวกับว่านั่นคือความเมตตาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว

ฉันนอนอยู่ในอ้อมแขนของเขา ฟังเสียงลมหายใจที่เริ่มสม่ำเสมอ แต่กลับข่มตาหลับไม่ลงเลยแม้แต่น้อย

ตอนอายุสิบสอง ฉันก้าวเข้ามาในคฤหาสน์หลังนี้ ตอนอายุสิบสี่ ฉันเรียกเขาว่าพี่ชาย และพออายุสิบแปด เขาก็พบสมุดบันทึกของฉันแล้วจูบฉันเป็นครั้งแรก หลังจากอายุย่างเข้ายี่สิบ เราเป็นพี่น้องที่ไร้เดียงสากันในยามกลางวัน แต่เป็นความฝันต้องห้ามในยามค่ำคืน

ตอนนี้ ความฝันนั้นต้องจบลงเสียที

ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมามองตัวเลขเวลาที่กำลังนับถอยหลัง

[อีกสี่วัน]

ฉันค่อยๆ ขยับมือของเขาออกจากเอวอย่างระมัดระวัง อีกเสี้ยววินาทีต่อมาเขาก็คว้าตัวฉันเข้าไปกอดอีกครั้งในยามหลับใหล ฉันผลักเขาออกไปอีกครั้ง หลังจากพยายามอยู่หลายรอบ ฉันจึงคว้าหมอนจากริมเตียงมาวางคั่นกลางระหว่างเราไว้

คราวนี้ ลูก้าไม่ได้ขยับเข้ามาใกล้เร่งเร้าอีก

ฉันลืมตากว้างในความมืด พร้อมกับความคิดหนึ่งที่กระจ่างชัดอยู่ในใจ

อีกไม่นาน ฉันจะไม่ใช่ความลับของเขาอีกต่อไป จะไม่ใช่สิ่งของในกำมือ และจะไม่ใช่เครื่องมือที่เขาใช้ทำร้ายใครอีกแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แผนแค้นซ่อนปมรัก   บทที่ 8

    สองปีต่อมา ฉันเรียนจบจากมหาวิทยาลัยแห่งลอนดอนในวันนั้น ลอนดอนมีแดดออกอย่างหาได้ยาก สนามหญ้าเต็มไปด้วยบัณฑิตที่กำลังสวมชุดครุย แสงแดดอุ่นๆ ทาบทาลงบนกำแพงหินเก่าแก่แม่เกรซบินตรงมาจากชิคาโก เธอยืนปะปนอยู่ในฝูงชนพร้อมช่อดอกกุหลาบสีขาวในมือ เพื่อรอคอยฉันอยู่ตรงนั้นวินาทีที่ฉันเห็นเธอ ฉันก็วิ่งเข้าไปสวมกอดเธอทันที แม่หัวเราะเบาๆ พลางตบหลังฉันเบาๆ ในขณะที่ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ 'เอเลน่าของเราเรียนจบสักทีนะลูก''แม่คะ อย่าร้องไห้สิคะ''แม่ไม่ได้ร้องเสียหน่อย' เธอยรีบปฏิเสธทันควัน ก่อนจะก้มหน้าลงซับหางตา 'ลมมันพัดเข้าตาต่างหากล่ะ'แคสปาร์ยืนถือกล้องถ่ายรูปอยู่ใกล้ๆ หลังจากผ่านการฝึกฝนมาสองปี ฝีมือการถ่ายรูปของเขาก็ดีขึ้นบ้างแล้ว ถึงจะยังมีภาพหลุดโฟกัสอยู่บ้าง แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่ถ่ายจนคนหลุดขอบเฟรมไปอีกแล้วล่ะฉันกุมมือแม่เกรซไว้แล้วก้าวขึ้นไปยืนบนขั้นบันได ชูสองนิ้วส่งยิ้มกว้างให้กล้องตอนที่ชัตเตอร์กดดังขึ้น แหวนบนนิ้วของฉันก็สะท้อนกับแสงแดดเป็นประกายแม่เกรซสังเกตเห็นเข้าทันที รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอฉายชัดจนปิดไม่มิด 'แคสปาร์นี่รสนิยมใช้ได้เลยนะเนี่ย'ฉันก้มลงมองแหวนที่นิ้ว ไม่มีเ

  • แผนแค้นซ่อนปมรัก   บทที่ 7

    เป็นครั้งแรกที่ลูก้าสูญเสียการควบคุมต่อหน้าทุกคนเขาทำลายข้าวของทุกอย่างในห้องทำงานจนแหลกละเอียด สั่งปิดตายสนามบิน ท่าเรือ และรันเวย์ส่วนตัวทั้งหมด พร้อมทั้งส่งคนบินไปลอนดอนเพื่อตามหาที่อยู่ของเอเลน่าแต่ทุกเบาะแสกลับจมดิ่งลงสู่ก้นทะเลราวกับก้อนหินร่องรอยการเดินทางของเธอหายสาบสูญไปทันทีที่เครื่องบินแลนดิ้ง หาตัวอพาร์ตเมนต์ไม่พบ และระบบของมหาวิทยาลัยก็แสดงข้อมูลเพียงสถานะพื้นฐานเท่านั้น เครือข่ายรักษาความปลอดภัยของตระกูลรอสส์ปิดกั้นทุกเส้นทางราวกับกำแพงเหล็กเมื่อโซเฟียได้ยินข่าวสิ่งที่เกิดขึ้น เธอก็เดินทางมาที่คฤหาสน์ด้วยตัวเอง เธอยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องทำงานที่พังเสียหาย ความไม่พอใจฉายชัดในน้ำเสียง 'ลูก้า นายเสียสติไปแล้วเหรอ? การที่เธอยัยเด็กนั่นไปซะมันไม่ดีตรงไหน? ไหนตกลงกันว่าถ้าเธอเจ็บ เกรซก็จะเจ็บปวดเจียนตายไงล่ะ?'ลูก้าเงยหน้าขึ้นมอง เพียงแค่สายตาคู่เดียวนั้นก็เยือกเย็นเสียจนหลังของโซเฟียเยือกแข็ง 'ออกไป''ลูก้า...''ฉันบอกว่าให้ออกไป'ลูก้าไม่ได้ปรายตามองเธออีกเลยเขาซุกซองจดหมายของเอเลน่าไว้แนบอก ราวกับนั่นคือเส้นด้ายเส้นสุดท้ายที่กำลังจะขาดสะบั้นจากนั้นเขาก็เริ่มย

  • แผนแค้นซ่อนปมรัก   บทที่ 6

    ตอนตีห้า ลูก้าตื่นขึ้นมาด้วยความเคยชินสิ่งแรกที่เขาทำคือเอื้อมมือไปควานหาความอบอุ่นในพื้นที่ข้างกายยังคงว่างเปล่า เธอดำดิ่งหายไปทั้งคืนและไม่กลับมาเลยหัวใจของลูก้าหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม เขากลับมาที่ห้องนอนของตัวเอง กำลังจะต่อสายโทรศัพท์ให้คนช่วยตรวจสอบพิกัดของเอเลน่า แต่นิ้วของเขากลับไปสัมผัสโดนสิ่งของสองชิ้นที่ซ่อนอยู่ใต้หมอนจดหมายหนึ่งฉบับ และบัตรธนาคารหนึ่งใบการเคลื่อนไหวของเขาชะงักกึกในอดีต เวลาที่เอเลน่าต้องการง้อหรือสร้างความประหลาดใจให้เขา เธอแอบซ่อนของขวัญชิ้นเล็กๆ ไว้ใต้หมอนเสมอ ทั้งการ์ดเขียนมือ กระดุมข้อมือ หนังสือรวมบทกวีหายาก แม้กระทั่งลูกอมที่ปิดผนึกไว้ในขวดแก้ว นั่นคือพิธีกรรมเล็กๆ อันไร้เดียงสาของพวกเราลูก้าจ้องมองจดหมายฉบับนั้น ความมืดมนที่กัดกินจิตใจเขามาตลอดทั้งคืนพลันอ่อนยวบลงเธอยังจำวันเกิดของเขาได้ เธอคงแค่กำลังงอนและดื้อรั้นไปตามประสาเขาไม่ได้เปิดจดหมายอ่าน ทำเพียงหยิบบัตรธนาคารเดินไปที่ห้องทำงานแล้วสั่งให้เลขาช่วยตรวจสอบยอดเงินในบัญชีครึ่งชั่วโมงต่อมา เลขารายงานด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง 'ท่านประธานค่ะ ในบัตรมีเงินอยู่เก้าสิบเก้าล้านบาทค่ะ'มือที่

  • แผนแค้นซ่อนปมรัก   บทที่ 5

    เที่ยวบินมุ่งหน้าสู่ลอนดอนออกเดินทางตรงเวลาเมื่อตัวเครื่องบินทะยานผ่านก้อนเมฆ ฉันกำที่วางแขนแน่นจนฝ่ามือชุ่มเหงื่อ มีเพียงแสงไฟของเมืองชิคาโกเลือนหายไปภายใต้สายหมอกนั่นแหละ ฉันถึงค่อยๆ คลายมือออกทีละน้อยฉันไปแล้วจริงๆ หลุดพ้นจากคฤหาสน์ หลุดพ้นจากลูก้า และหลุดพ้นจากเอเลน่าผู้คอยแต่จะขังตัวเองไว้ระหว่างความรักและคำโกหกเมื่อเครื่องบินลงจอดที่สนามบินฮีทโธรว์ ฝนปรอยๆ กำลังโปรยปรายลงมาทั่วกรุงลอนดอนฉันเข็นกระเป๋าเดินทางสามใบออกมาจากผู้โดยสารขาเข้า และสะดุดตากับป้ายกระดาษที่มีชื่อของตัวเองทันทีผู้หญิงหน้าตานอบน้อมคนหนึ่งถือป้ายนั้นอยู่ มีสามีของเธอยืนอยู่เคียงข้าง และอีกด้านหนึ่งคือชายหนุ่มร่างสูงในโค้ตสีดำ โครงหน้าของเขาคมชัดสะอาดสะอ้าน แต่ในดวงตากลับไม่มีความก้าวร้าวใดๆ แบบลูก้าเลยแม้แต่น้อยคุณนายมาร์กาเร็ตสังเกตเห็นฉันแล้วโบกมือเรียกทันที 'เอเลน่า! ทางนี้จ๊ะ!'เธอคือมาร์กาเร็ต รอสส์ เพื่อนสนิทในวัยเด็กของแม่เกรซ ซึ่งปัจจุบันทำธุรกิจบริษัทรักษาความปลอดภัยในลอนดอนร่วมกับสามีฉันเข็นกระเป๋าเข้าไปหาพวกเขา ผู้คนหนาแน่นมากจนกระเป๋าใบหนึ่งของฉันถูกเบียดกระเด็นออกไป ก่อนที่ฉันจะทันได

  • แผนแค้นซ่อนปมรัก   บทที่ 4

    ฉันเงยหน้ามองเขา แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกราวกับว่าผู้ชายตรงหน้ากลายเป็นคนแปลกหน้าไปในทันทีฉันเคยคิดว่าตัวเองเข้าใจลูก้า ทั้งความอ่อนโยนที่หาได้ยาก บาดแผลในอดีต และความเกลียดชังที่เขามีต่อความใจดีของแม่เกรซ แต่ตอนนี้ฉันเพิ่งตระหนักได้ว่า ฉันเข้าใจเพียงแค่ส่วนที่เขาอยากให้ฉันเห็นเท่านั้นฉันวางโทรศัพท์กลับลงบนโต๊ะข้างเตียง น้ำเสียงแหบพร่าจากพิษไข้ 'มีอะไรที่ฉันไม่ควรเห็นงั้นเหรอ?'ลูก้าเดินเข้ามา กวาดสายตาดูหน้าจอ แล้วกุมมือที่ถือแก้วน้ำแน่นจนน้ำกระฉอกเลอะมือ แต่เขาตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว นั่งลงบนเตียงแล้วดึงตัวฉันเข้าไปในอ้อมแขน 'ก็แค่พวกปากเสียพูดจาเหลวไหลไปเรื่อย เธอยังไม่สบายอย่านิดคิดมากเลย''เรื่องงานหมั้น... ก็เป็นแค่เรื่องล้อเล่นด้วยเหรอ?'ลูก้าจูบลงบนลุ่มผมของฉัน น้ำเสียงอ่อนโยนเสียจนเกือบจะกลายเป็นคำโกหก 'เอเลน่า ฉันแค่กะว่าจะเซอร์ไพรส์ต่างหาก ทั้งเดนมาร์กและมอลตาอนุญาตให้พี่น้องบุญธรรมที่ไม่มีสายเลือดเดียวกันสามารถจดทะเบียนสมรสกันได้ ฉันให้ทนายเตรียมเอกสารไว้หมดแล้ว พอสถานการณ์ที่บ้านเริ่มนิ่ง เราจะออกจากชิคาโกไปอยู่ที่อื่นที่ไม่มีใครรู้จักเราสองคน'ฉันเคยได้ยินคำพูดทำนองนี้มาห

  • แผนแค้นซ่อนปมรัก   บทที่ 3

    ฉันเดินฝ่าสายฝนเกือบสี่สิบนาทีกว่าจะถึงศูนย์ยื่นวีซ่าผมของฉันเปียกโชก กระโปรงแนบติดเรียวขา เอกสารในมือเกือบจะเปื่อยยุ่ยจนเสียหาย เจ้าหน้าที่คนหนึ่งยื่นน้ำอุ่นให้ฉันแก้วหนึ่งและเอ่ยถามด้วยความห่วงใยว่าต้องการพักผ่อนก่อนไหมฉันส่ายหน้าแล้วยื่นเอกสารทีละฉบับส่งมอบให้ประทับตรา ยืนยัน เซ็นชื่อเมื่อแบบฟอร์มใบสุดท้ายถูกเก็บไป ฉันจ้องมองตราประทับสีฟ้าดวงเล็กๆ นั้นแล้วรู้สึกว่าหัวใจสงบนิ่งอย่างประหลาด ตอนนี้เหลือแค่ตั๋วเครื่องบินอีกใบเดียวที่คั่นระหว่างฉันกับคฤหาสน์โมเรตติด้านนอกฝนยังคงตกลงมาไม่ขาดสาย ฉันเรียกแท็กซี่ไม่ได้เลยจำต้องเดินลัดเลาะกลับมาตามถนน หยาดน้ำฝนหยดจากเส้นผมลงสู่คอเสื้อ เย็นเยียบจนทำให้ฟันกระทบกันกึกๆกว่าจะกลับมาถึงคฤหาสน์ ท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้วฉันไม่ได้ไปที่ห้องอาหารและไม่ได้บอกกล่าวให้ใครรู้ ทำเพียงเดินกลับเข้าห้องแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าเปียกชุ่มออก แต่แม้กระทั่งน้ำอุ่นจัดก็ไม่อาจขับไล่ความหนาวเหน็บออกไปได้ และไม่นานนักฉันก็เริ่มมีไข้ขึ้นสูงจนตัวร้อนรุมยามที่สติเลือนรางที่สุด ฉันฝันถึงเรื่องราวมากมายเหลือเกิน ฉันฝันถึงอุบัติเหตุรถชน แสงไฟหน้ารถที่สว่างจ้าบาดตา และเส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status