Share

บทที่ 3

Author: ไมโอโซติส
ฉันเดินฝ่าสายฝนเกือบสี่สิบนาทีกว่าจะถึงศูนย์ยื่นวีซ่า

ผมของฉันเปียกโชก กระโปรงแนบติดเรียวขา เอกสารในมือเกือบจะเปื่อยยุ่ยจนเสียหาย เจ้าหน้าที่คนหนึ่งยื่นน้ำอุ่นให้ฉันแก้วหนึ่งและเอ่ยถามด้วยความห่วงใยว่าต้องการพักผ่อนก่อนไหม

ฉันส่ายหน้าแล้วยื่นเอกสารทีละฉบับส่งมอบให้

ประทับตรา ยืนยัน เซ็นชื่อ

เมื่อแบบฟอร์มใบสุดท้ายถูกเก็บไป ฉันจ้องมองตราประทับสีฟ้าดวงเล็กๆ นั้นแล้วรู้สึกว่าหัวใจสงบนิ่งอย่างประหลาด ตอนนี้เหลือแค่ตั๋วเครื่องบินอีกใบเดียวที่คั่นระหว่างฉันกับคฤหาสน์โมเรตติ

ด้านนอกฝนยังคงตกลงมาไม่ขาดสาย ฉันเรียกแท็กซี่ไม่ได้เลยจำต้องเดินลัดเลาะกลับมาตามถนน หยาดน้ำฝนหยดจากเส้นผมลงสู่คอเสื้อ เย็นเยียบจนทำให้ฟันกระทบกันกึกๆ

กว่าจะกลับมาถึงคฤหาสน์ ท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้ว

ฉันไม่ได้ไปที่ห้องอาหารและไม่ได้บอกกล่าวให้ใครรู้ ทำเพียงเดินกลับเข้าห้องแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าเปียกชุ่มออก แต่แม้กระทั่งน้ำอุ่นจัดก็ไม่อาจขับไล่ความหนาวเหน็บออกไปได้ และไม่นานนักฉันก็เริ่มมีไข้ขึ้นสูงจนตัวร้อนรุม

ยามที่สติเลือนรางที่สุด ฉันฝันถึงเรื่องราวมากมายเหลือเกิน ฉันฝันถึงอุบัติเหตุรถชน แสงไฟหน้ารถที่สว่างจ้าบาดตา และเสียงของลูก้าที่เอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจว่าเขายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะจัดการกับฉันอย่างไรดี

เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ฉันนึกว่าตัวเองยังคงอยู่ในความฝัน

ลูก้านั่งอยู่ข้างเตียง แขนข้างหนึ่งโอบประคองฉันไว้ ส่วนมืออีกข้างถือชามยา แขนเสื้อเชิ้ตถูกพับขึ้นมาถึงข้อศอก ความกังวลที่หาได้ยากยิ่งทำให้ใบหน้าคมสันดูตึงเครียดขึ้น 'เป็นเด็กดีนะ อ้าปากสิ'

ลำคอของฉันแสบร้อนเกินกว่าจะขัดขืน ทำได้เพียงปล่อยให้เขาป้อนยาให้ทีละช้อน

ยาสมุนไพรขมจัด เขาลดแก้วน้ำลงมาจ่อริมฝีปาก 'ดื่มน้ำซะหน่อย เดี๋ยวไข้ลดแล้วก็จะรู้สึกดีขึ้น' น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนเสียจนเกือบจะทำให้คิดว่าเป็นเรื่องจริง

หากฉันไม่ได้ตายมาแล้วรอบหนึ่ง ฉันคงจะใจอ่อนยอมจำนนให้อีกครั้งแล้ว ฉันหลับตาลงแล้วปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งสู่ห้วงนิทราอีกครา

เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง มีเพียงโคมไฟติดผนังดวงเดียวที่เปิดอยู่ ไข้ลดลงแล้ว แต่ร่างกายยังคงอ่อนแรง

ไม่มีใครนั่งอยู่ข้างเตียง มีเพียงโทรศัพท์บนโต๊ะข้างเตียงที่สั่นเตือนไม่หยุด

นั่นคือโทรศัพท์ส่วนตัวของลูก้า

ฉันไม่ควรเปิดดูมันเลย แต่ชื่อกลุ่มแชทที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอกลับพุ่งเข้าปักกลางใจของฉันเข้าอย่างจัง

[คลับนอร์ทชอร์]

นั่นคือห้องแชทส่วนตัวของลูก้ากับเหล่าลูกน้องคนสนิท ในชาติก่อน เป็นต่อหน้าผู้ชายกลุ่มเดียวกันนี้แหละที่ฉันได้ยินเรื่องตลกขบขันที่ทำลายชีวิตฉันจนย่อยยับ

ฉันเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ข้อความยังคงเด้งขึ้นมาไม่หยุด

[ลูก้า วันนี้เล่นใหญ่มากนะ ได้ข่าวว่าเอเลน่าไม่สบาย นายถึงกับทิ้งสินค้ามูลค่าเก้าหลักไว้ที่ท่าเรือ แล้วซิ่งฝ่าไฟแดงเป็นโหลเพื่อกลับคฤหาสน์เลยเหรอ?]

[ว่ามาตรงๆ เถอะ นายไม่ได้ติดใจยัยน้องสาวคนนี้จริงๆ หรอกใช่ไหม?]

[นั่นสิ ถ้าเป็นแค่ของเล่นแก้เบื่อ จะอินอะไรเบอร์นั้นวะ]

อีกไม่กี่วินาทีต่อมา ข้อความตอบกลับของลูก้าก็ปรากฏขึ้นที่ด้านล่างสุดของหน้าจอ

[ติดใจงั้นเหรอ?]

[ฉันก็แค่เล่นตามบท ยิ่งเธอยิ่งเชื่อใจฉันมากเท่าไหร่ เวลาที่ทุกอย่างพังทลายลง เกรซก็จะเจ็บปวดเจียนตายมากเท่านั้น]

ลมหายใจของฉันสะดุดไปชั่วขณะ จากนั้นข้อความอีกสายก็เด้งขึ้นมา

[แล้วเรื่องงานหมั้นล่ะ? ฝั่งโซเฟียพร้อมแล้วนะ นายจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไปถึงไหน?]

ลูก้าตอบกลับอย่างรวดเร็ว

[ในงานวันเกิดของฉัน ฉันจะประกาศงานหมั้นกับโซเฟียต่อหน้าทุกคน]

[ส่วนเอเลน่า... ถึงเวลาที่เธอต้องตื่นจากความฝันได้แล้ว]

ข้อความสั้นๆ เพียงไม่กี่บรรทัดบดขยี้ความหวังอันน่าสมเพชครั้งสุดท้ายในตัวฉันจนไม่เหลือชิ้นดี

ที่แท้แผนการอนาคตของพวกเรา คำสัญญาที่ว่าฉันคือคนเดียวในใจของเขา ล้วนถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ฉันดิ่งจมลงไปในหลุมพรางในวันงานวันเกิดของเขาให้เจ็บหนักยิ่งขึ้นเท่านั้น

ฉันกำโทรศัพท์แน่นจนข้อนิ้วค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน ในวินาทีนั้นเอง ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออก

ลูก้าเดินถือแก้วน้ำอุ่นเข้ามา เมื่อเขาเห็นโทรศัพท์ในมือของฉัน ฝีเท้าของเขาก็ชะงักกึก สีหน้าทั้งหมดถอดสีจนซีดเผือด

'เอเลน่า... เธอนั่น... เห็นอะไรไปบ้าง?'

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แผนแค้นซ่อนปมรัก   บทที่ 8

    สองปีต่อมา ฉันเรียนจบจากมหาวิทยาลัยแห่งลอนดอนในวันนั้น ลอนดอนมีแดดออกอย่างหาได้ยาก สนามหญ้าเต็มไปด้วยบัณฑิตที่กำลังสวมชุดครุย แสงแดดอุ่นๆ ทาบทาลงบนกำแพงหินเก่าแก่แม่เกรซบินตรงมาจากชิคาโก เธอยืนปะปนอยู่ในฝูงชนพร้อมช่อดอกกุหลาบสีขาวในมือ เพื่อรอคอยฉันอยู่ตรงนั้นวินาทีที่ฉันเห็นเธอ ฉันก็วิ่งเข้าไปสวมกอดเธอทันที แม่หัวเราะเบาๆ พลางตบหลังฉันเบาๆ ในขณะที่ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ 'เอเลน่าของเราเรียนจบสักทีนะลูก''แม่คะ อย่าร้องไห้สิคะ''แม่ไม่ได้ร้องเสียหน่อย' เธอยรีบปฏิเสธทันควัน ก่อนจะก้มหน้าลงซับหางตา 'ลมมันพัดเข้าตาต่างหากล่ะ'แคสปาร์ยืนถือกล้องถ่ายรูปอยู่ใกล้ๆ หลังจากผ่านการฝึกฝนมาสองปี ฝีมือการถ่ายรูปของเขาก็ดีขึ้นบ้างแล้ว ถึงจะยังมีภาพหลุดโฟกัสอยู่บ้าง แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่ถ่ายจนคนหลุดขอบเฟรมไปอีกแล้วล่ะฉันกุมมือแม่เกรซไว้แล้วก้าวขึ้นไปยืนบนขั้นบันได ชูสองนิ้วส่งยิ้มกว้างให้กล้องตอนที่ชัตเตอร์กดดังขึ้น แหวนบนนิ้วของฉันก็สะท้อนกับแสงแดดเป็นประกายแม่เกรซสังเกตเห็นเข้าทันที รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอฉายชัดจนปิดไม่มิด 'แคสปาร์นี่รสนิยมใช้ได้เลยนะเนี่ย'ฉันก้มลงมองแหวนที่นิ้ว ไม่มีเ

  • แผนแค้นซ่อนปมรัก   บทที่ 7

    เป็นครั้งแรกที่ลูก้าสูญเสียการควบคุมต่อหน้าทุกคนเขาทำลายข้าวของทุกอย่างในห้องทำงานจนแหลกละเอียด สั่งปิดตายสนามบิน ท่าเรือ และรันเวย์ส่วนตัวทั้งหมด พร้อมทั้งส่งคนบินไปลอนดอนเพื่อตามหาที่อยู่ของเอเลน่าแต่ทุกเบาะแสกลับจมดิ่งลงสู่ก้นทะเลราวกับก้อนหินร่องรอยการเดินทางของเธอหายสาบสูญไปทันทีที่เครื่องบินแลนดิ้ง หาตัวอพาร์ตเมนต์ไม่พบ และระบบของมหาวิทยาลัยก็แสดงข้อมูลเพียงสถานะพื้นฐานเท่านั้น เครือข่ายรักษาความปลอดภัยของตระกูลรอสส์ปิดกั้นทุกเส้นทางราวกับกำแพงเหล็กเมื่อโซเฟียได้ยินข่าวสิ่งที่เกิดขึ้น เธอก็เดินทางมาที่คฤหาสน์ด้วยตัวเอง เธอยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องทำงานที่พังเสียหาย ความไม่พอใจฉายชัดในน้ำเสียง 'ลูก้า นายเสียสติไปแล้วเหรอ? การที่เธอยัยเด็กนั่นไปซะมันไม่ดีตรงไหน? ไหนตกลงกันว่าถ้าเธอเจ็บ เกรซก็จะเจ็บปวดเจียนตายไงล่ะ?'ลูก้าเงยหน้าขึ้นมอง เพียงแค่สายตาคู่เดียวนั้นก็เยือกเย็นเสียจนหลังของโซเฟียเยือกแข็ง 'ออกไป''ลูก้า...''ฉันบอกว่าให้ออกไป'ลูก้าไม่ได้ปรายตามองเธออีกเลยเขาซุกซองจดหมายของเอเลน่าไว้แนบอก ราวกับนั่นคือเส้นด้ายเส้นสุดท้ายที่กำลังจะขาดสะบั้นจากนั้นเขาก็เริ่มย

  • แผนแค้นซ่อนปมรัก   บทที่ 6

    ตอนตีห้า ลูก้าตื่นขึ้นมาด้วยความเคยชินสิ่งแรกที่เขาทำคือเอื้อมมือไปควานหาความอบอุ่นในพื้นที่ข้างกายยังคงว่างเปล่า เธอดำดิ่งหายไปทั้งคืนและไม่กลับมาเลยหัวใจของลูก้าหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม เขากลับมาที่ห้องนอนของตัวเอง กำลังจะต่อสายโทรศัพท์ให้คนช่วยตรวจสอบพิกัดของเอเลน่า แต่นิ้วของเขากลับไปสัมผัสโดนสิ่งของสองชิ้นที่ซ่อนอยู่ใต้หมอนจดหมายหนึ่งฉบับ และบัตรธนาคารหนึ่งใบการเคลื่อนไหวของเขาชะงักกึกในอดีต เวลาที่เอเลน่าต้องการง้อหรือสร้างความประหลาดใจให้เขา เธอแอบซ่อนของขวัญชิ้นเล็กๆ ไว้ใต้หมอนเสมอ ทั้งการ์ดเขียนมือ กระดุมข้อมือ หนังสือรวมบทกวีหายาก แม้กระทั่งลูกอมที่ปิดผนึกไว้ในขวดแก้ว นั่นคือพิธีกรรมเล็กๆ อันไร้เดียงสาของพวกเราลูก้าจ้องมองจดหมายฉบับนั้น ความมืดมนที่กัดกินจิตใจเขามาตลอดทั้งคืนพลันอ่อนยวบลงเธอยังจำวันเกิดของเขาได้ เธอคงแค่กำลังงอนและดื้อรั้นไปตามประสาเขาไม่ได้เปิดจดหมายอ่าน ทำเพียงหยิบบัตรธนาคารเดินไปที่ห้องทำงานแล้วสั่งให้เลขาช่วยตรวจสอบยอดเงินในบัญชีครึ่งชั่วโมงต่อมา เลขารายงานด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง 'ท่านประธานค่ะ ในบัตรมีเงินอยู่เก้าสิบเก้าล้านบาทค่ะ'มือที่

  • แผนแค้นซ่อนปมรัก   บทที่ 5

    เที่ยวบินมุ่งหน้าสู่ลอนดอนออกเดินทางตรงเวลาเมื่อตัวเครื่องบินทะยานผ่านก้อนเมฆ ฉันกำที่วางแขนแน่นจนฝ่ามือชุ่มเหงื่อ มีเพียงแสงไฟของเมืองชิคาโกเลือนหายไปภายใต้สายหมอกนั่นแหละ ฉันถึงค่อยๆ คลายมือออกทีละน้อยฉันไปแล้วจริงๆ หลุดพ้นจากคฤหาสน์ หลุดพ้นจากลูก้า และหลุดพ้นจากเอเลน่าผู้คอยแต่จะขังตัวเองไว้ระหว่างความรักและคำโกหกเมื่อเครื่องบินลงจอดที่สนามบินฮีทโธรว์ ฝนปรอยๆ กำลังโปรยปรายลงมาทั่วกรุงลอนดอนฉันเข็นกระเป๋าเดินทางสามใบออกมาจากผู้โดยสารขาเข้า และสะดุดตากับป้ายกระดาษที่มีชื่อของตัวเองทันทีผู้หญิงหน้าตานอบน้อมคนหนึ่งถือป้ายนั้นอยู่ มีสามีของเธอยืนอยู่เคียงข้าง และอีกด้านหนึ่งคือชายหนุ่มร่างสูงในโค้ตสีดำ โครงหน้าของเขาคมชัดสะอาดสะอ้าน แต่ในดวงตากลับไม่มีความก้าวร้าวใดๆ แบบลูก้าเลยแม้แต่น้อยคุณนายมาร์กาเร็ตสังเกตเห็นฉันแล้วโบกมือเรียกทันที 'เอเลน่า! ทางนี้จ๊ะ!'เธอคือมาร์กาเร็ต รอสส์ เพื่อนสนิทในวัยเด็กของแม่เกรซ ซึ่งปัจจุบันทำธุรกิจบริษัทรักษาความปลอดภัยในลอนดอนร่วมกับสามีฉันเข็นกระเป๋าเข้าไปหาพวกเขา ผู้คนหนาแน่นมากจนกระเป๋าใบหนึ่งของฉันถูกเบียดกระเด็นออกไป ก่อนที่ฉันจะทันได

  • แผนแค้นซ่อนปมรัก   บทที่ 4

    ฉันเงยหน้ามองเขา แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกราวกับว่าผู้ชายตรงหน้ากลายเป็นคนแปลกหน้าไปในทันทีฉันเคยคิดว่าตัวเองเข้าใจลูก้า ทั้งความอ่อนโยนที่หาได้ยาก บาดแผลในอดีต และความเกลียดชังที่เขามีต่อความใจดีของแม่เกรซ แต่ตอนนี้ฉันเพิ่งตระหนักได้ว่า ฉันเข้าใจเพียงแค่ส่วนที่เขาอยากให้ฉันเห็นเท่านั้นฉันวางโทรศัพท์กลับลงบนโต๊ะข้างเตียง น้ำเสียงแหบพร่าจากพิษไข้ 'มีอะไรที่ฉันไม่ควรเห็นงั้นเหรอ?'ลูก้าเดินเข้ามา กวาดสายตาดูหน้าจอ แล้วกุมมือที่ถือแก้วน้ำแน่นจนน้ำกระฉอกเลอะมือ แต่เขาตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว นั่งลงบนเตียงแล้วดึงตัวฉันเข้าไปในอ้อมแขน 'ก็แค่พวกปากเสียพูดจาเหลวไหลไปเรื่อย เธอยังไม่สบายอย่านิดคิดมากเลย''เรื่องงานหมั้น... ก็เป็นแค่เรื่องล้อเล่นด้วยเหรอ?'ลูก้าจูบลงบนลุ่มผมของฉัน น้ำเสียงอ่อนโยนเสียจนเกือบจะกลายเป็นคำโกหก 'เอเลน่า ฉันแค่กะว่าจะเซอร์ไพรส์ต่างหาก ทั้งเดนมาร์กและมอลตาอนุญาตให้พี่น้องบุญธรรมที่ไม่มีสายเลือดเดียวกันสามารถจดทะเบียนสมรสกันได้ ฉันให้ทนายเตรียมเอกสารไว้หมดแล้ว พอสถานการณ์ที่บ้านเริ่มนิ่ง เราจะออกจากชิคาโกไปอยู่ที่อื่นที่ไม่มีใครรู้จักเราสองคน'ฉันเคยได้ยินคำพูดทำนองนี้มาห

  • แผนแค้นซ่อนปมรัก   บทที่ 3

    ฉันเดินฝ่าสายฝนเกือบสี่สิบนาทีกว่าจะถึงศูนย์ยื่นวีซ่าผมของฉันเปียกโชก กระโปรงแนบติดเรียวขา เอกสารในมือเกือบจะเปื่อยยุ่ยจนเสียหาย เจ้าหน้าที่คนหนึ่งยื่นน้ำอุ่นให้ฉันแก้วหนึ่งและเอ่ยถามด้วยความห่วงใยว่าต้องการพักผ่อนก่อนไหมฉันส่ายหน้าแล้วยื่นเอกสารทีละฉบับส่งมอบให้ประทับตรา ยืนยัน เซ็นชื่อเมื่อแบบฟอร์มใบสุดท้ายถูกเก็บไป ฉันจ้องมองตราประทับสีฟ้าดวงเล็กๆ นั้นแล้วรู้สึกว่าหัวใจสงบนิ่งอย่างประหลาด ตอนนี้เหลือแค่ตั๋วเครื่องบินอีกใบเดียวที่คั่นระหว่างฉันกับคฤหาสน์โมเรตติด้านนอกฝนยังคงตกลงมาไม่ขาดสาย ฉันเรียกแท็กซี่ไม่ได้เลยจำต้องเดินลัดเลาะกลับมาตามถนน หยาดน้ำฝนหยดจากเส้นผมลงสู่คอเสื้อ เย็นเยียบจนทำให้ฟันกระทบกันกึกๆกว่าจะกลับมาถึงคฤหาสน์ ท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้วฉันไม่ได้ไปที่ห้องอาหารและไม่ได้บอกกล่าวให้ใครรู้ ทำเพียงเดินกลับเข้าห้องแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าเปียกชุ่มออก แต่แม้กระทั่งน้ำอุ่นจัดก็ไม่อาจขับไล่ความหนาวเหน็บออกไปได้ และไม่นานนักฉันก็เริ่มมีไข้ขึ้นสูงจนตัวร้อนรุมยามที่สติเลือนรางที่สุด ฉันฝันถึงเรื่องราวมากมายเหลือเกิน ฉันฝันถึงอุบัติเหตุรถชน แสงไฟหน้ารถที่สว่างจ้าบาดตา และเส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status