LOGINสักพักต่อมา....
มารีนแต่งตัวแล้วมายืนรอไทม์ที่รถตามคำสั่งของเขา ไม่นานนักก็มีเสียงคนเดินเข้ามา แต่ไม่ใช่ไทม์
“มารีน...”
“คุณหญิง... ไปด้วยหรอคะ”
“เปล่าหรอก เห็นเธอยืนอยู่ก็เลยเดินเข้ามาทักน่ะ”
“ค่ะ”
“เธอจะไปไหน?”
“คุณไทม์บอกจะเข้าโรงงาน ให้ฉันมายืนรอที่รถค่ะ”
“ไปตอนบ่ายนี่ ทำไมรีบมารอจัง”
“คะ?? ไปตอนบ่าย??” มารีนทวนคำพูดของคุณหญิงด้วยความงง เพราะไทม์บอกกับเธอว่าจะไปแต่เช้า ให้เธอมายืนรอเขาที่นี่
คุณหญิงรฐาถอนหายใจหนัก พร้อมกับสีหน้าหน่ายใจ ขณะเดียวกันไทม์ลูกชายแฝดตัวดีก็เดินออกมาพอดี
“ตาไทม์!”
“ครับแม่”
“มานี่ซิ”
ไทม์เดินเข้ามาหาผู้เป็นแม่
“มีอะไรครับ?”
“ทำไมให้มารีนมายืนรอ บอกแม่ว่าไปตอนบ่ายไม่ใช่หรือไง”
“อ้อ ครับใช่” ไทม์ตอบรับด้วยสีหน้านิ่งๆ ก่อนจะหันมองมารีนด้วยสีหน้าบึ้งๆ “แต่ผมกลัวเธอจะมาสายน่ะครับ ก็เลยให้มายืนรอ”
เพียะ!!
คุณหญิงรฐาตีแขนของลูกชายอย่างแรง จนอีกฝ่ายร้องออกมาเพราะเจ็บ
“ไทม์เจ็บนะครับแม่ ตีทำไมครับเนี่ย”
“นี่จะแกล้งเขาอีกแล้วหรือไง กว่าจะไปก็อีกตั้งหลายชั่วโมง จะให้มารอทำไม?”
“ผมเปล่าแกล้งนะครับแม่”
“อย่ามาเถียงนะ”
“ผมไม่ได้แกล้งจริงๆ ครับแม่ ผมกลัวเธอมาสาย ผมขี้เกียจรอ ก็เลยให้เธอมารอแค่นั้นเองครับ”
“เดี๋ยวเถอะนะ!!”
มารีนยืนยิ้มกริ่มเมื่อเห็นไทม์ทำท่ากลัวมากมายเพียงแค่คุณหญิงรฐาง้างมือทำท่าจะตีอีกรอบ เหมือนจะเก่งนะ แต่ก็แค่เหมือนนี่มา โตขนาดนี้ละ ยังกลัวแม่อยู่อีกนะ เด็กน้อยจริงๆ
“อย่าแกล้งเขาสิ อย่าให้แม่เห็นอีกนะ ว่าแกล้งมารีน”
“แม่จะปกป้องเธอทำไมครับ เธอโกหกเรานะครับแม่”
“แล้วมันใช่เรื่องที่จะต้องแกล้งเขาหรือไง เด็กคนนี้ ตีให้ตายดีมั้ง” ง้างมือจะตีอีกรอบ
“โอ๊ยๆ ๆ แม่ครับ แม่ตีลูกตัวเอง เพราะปกป้องผู้หญิงหลอกลวงคนนี้เหรอครับ ผมน้อยใจนะครับแม่”
“แม่ปกป้องในฐานะผู้หญิงด้วยกันต่างหาก และก็ห้ามเราเพราะเราเป็นผู้ชาย แกล้งผู้หญิงได้ยังไง ความเป็นสุภาพบุรุษอยู่ที่ไหน แม่ไม่เคยสอนให้เป็นคนเกเรนะตาไทม์!”
“แต่ผู้หญิงคนนี้ทำนิสัยไม่ดีก่อนนะครับ”
“เถียงเหรอ?”
“ผมไปดีกว่า เธอก็ระวังตัวไว้ให้ดีก็แล้วกัน แม่ฉันให้ท้ายปกป้องก็อย่าคิดได้ใจ วันพระไม่ได้มีหนเดียว จำเอาไว้ ฉันเล่นงานเธออีกแน่ยัยตัวแสบ!!”
ไทม์ทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะรีบเดินออกไป เพราะจะถูกผู้เป็นแม่ฟาดมือหนักๆ ใส่อีกครั้ง
“เฮ้ออ... ฉันขอโทษแทนลูกชายตัวดีด้วยนะ ผิดที่ฉันเองแหละที่เลี้ยงลูกมาตามใจ เขาเลยเป็นคนไม่ยอมใครแบบนี้”
“คุณหญิงไม่ผิดเลยนะคะ คุณไทม์จะโกรธก็ไม่ผิดหรอกค่ะ”
“ใช่ แต่เขาก็ไม่ควรแกล้งเธอแบบนี้ไง เหนื่อยใจจริงๆ กับลูกชายคนนี้”
“.....” มารีนไม่ได้ตอบอะไร แต่ในใจก็รู้สึกดีที่มีคนปกป้องเธอแบบนี้ อย่างน้อยก็ยังมีคนรู้ว่าต่อให้เธอจะทำแบบนั้น ก็ไม่ควรถูกแกล้งอะไรแบบนี้
“เข้าบ้านเถอะ เดี๋ยวถ้าจะไปแล้วฉันจะให้คนไปเรียก”
“ค่ะคุณหญิง”
“โอ๊ยย ไอ้ลูกคนนี้ สร้างเรื่องดีจริงๆ!”
คุณหญิงรฐากุมขมับแล้วเดินออกไปพร้อมกับบ่นอุบใส่ลูกชายตัวดีของตัวเอง คนเดียวยังน่าปวดหัวขนาดนี้ แล้วนี่มีลูกแฝดสาม ไม่ปวดหัวคูณสามไปเลยเหรอ
ด้านใน...
“อ้าว หนูมารีน ยังไม่ออกไปอีกหรอ?” แม่นมถาม เพราะเดินออกมาเจอกันพอดี
“ยังค่ะ ไปช่วงบ่าย”
“ก็ว่าอยู่ ปกติไม่ได้ไปนาน อย่าบอกนะคะว่าโดนหลอก”
“.....” มารีนยิ้มแห้งๆ แล้วพยักหน้าให้กับหญิงชรา เธอไม่คิดว่าจะเสียรู้ให้กับคนอย่างไทม์ นึกว่าจะแกล้งเป็นแต่เรื่องแบบนั้น หลอกให้เธอเชื่อแบบนี้ก็ทำได้อีก ร้ายใช่ย่อยเลยนะผู้ชายคนนี้
#เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ช่วงเย็นๆ ของสองวันต่อมา มารีนออกมาเดินเล่นที่ริมทะเลเงียบๆ คนเดียว เธอเดินไปเรื่อยเปื่อยฟังเสียงคลื่นทะเล มองดูน้ำทะเลซัดเข้าฝั่ง ลมเย็นที่พัดผ่านเข้ามาทำให้อารมณ์ของเธอมันสงบและรู้สึกโล่งสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ขณะที่กำลังเดินไปเรื่อย เธอก็คิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน กว่าจะมาอยู่ตรงนี้ได้ เธอต้องผ่านอะไรมาสารพัด เกือบตายก็มี มันเป็นช่วงเวลาที่ไม่ได้ยาวนานเลย แต่เธอกลับผ่านอะไรมาเยอะแยะมากมาย “มารีน.. มาอยู่นี่เอง ตามหาตั้งนาน” เสียงของไทม์ดังขึ้นจากด้านหลัง “ฉันแค่ออกมาหาที่สงบๆ เดินเล่นน่ะค่ะ คุณมีอะไรหรือเปล่า?” “ไม่มีหรอก แค่ไม่เห็นเธอ ก็เลยไม่รู้ว่าเธอไปไหน” “ฉันจะไปไหนได้ล่ะคะ” มารีนตอบ ก่อนที่เธอจะหยุดเดินแล้วหันกลับไปมองไทม์ที่ยืนอยู่ข้างหลัง “ก็ฉันรักคุณไปแล้วนี่ จะให้หนีไปไหนได้อีก” “มะ มารีน...” “รักคุณนะคะ” “......” ไทม์หน้าแดงเป็นลูกมะเขือเทศเพราะถูกบอกรักเป็นครั้งแรก ที่ผ่านมามีแค่เขาที่ทำอะไรแบบนี้จนเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับมารีน นี่คือครั้งแรกที่เธอพูดมันออกมาอย่างเต็มปากเต็มคำ “เขินเหรอคะ หน้าแดงเชียว”
#เวลาผ่านไปอีกเกือบปี หลังจากผ่านเรื่องราววุ่นวายมาด้วยกันมากมาย ชีวิตของทั้งสองคนก็ค่อยๆ สงบลง ไม่มีเรื่องที่น่าปวดหัวมาให้กวนใจ เรื่องราวร้ายๆ หลายอย่างมันค่อยๆ คลี่คลายลงไปในทางที่ดี กลุ่มมาเฟียที่ตามราวีมารีนก็ถูกล้างบางไปในที่สุด และทำให้เธอกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจอีกครั้ง ต้องขอบคุณเขาจริงๆ ที่ช่วยเธอมากขนาดนี้ ถ้าไม่ได้เขาช่วยเอาไว้ ในหลายๆ ครั้งที่เธอตกอยู่ในอันตราย เธอก็คงไม่มีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้หรอก “หือหื้ออ ~ ฮืมฮาาา~” เสียงของมารีนกำลังฮัมเพลงอยู่ในครัวด้วยท่าทางอารมณ์ดี เธอกำลังทำเค้กเพราะวันนี้เป็นวันเกิดของไทม์ ตรงกับที่เป็นวันหยุดของเธอพอดี ส่วนเขาก็ออกไปทำงานตามปกติ ไม่รู้ว่าลืมหรือเปล่าว่าวันนี้น่ะวันเกิดของตัวเอง แต่ลืมก็ดีนะ เพราะเธอจะได้เซอร์ไพรส์เขายังไงล่ะ และที่สำคัญวันเกิดคราวนี้เป็นวันรวมตัวของเพื่อนๆ ในองค์กรของเขาด้วย เป็นครั้งแรกที่มารีนได้รู้อะไรใหม่ๆ กฎขององค์กรว่าไว้ ใครมีคนรักหรือคิดจะแต่งงาน ต้องพาคนนั้นมาแนะนำให้กับทุกๆ คนรู้จัก เรื่องนี้เธอรู้มาจากทรานส์อีกที ...... และในที่สุดช่วงเวลาที่แสนพิเศษก็มาถึง ไทม์ได้รับข้อความจากม
“พ่อกับแม่ฉันใจร้อนน่ะ เห็นว่าที่เธอไม่ยอมมีหลานให้ น่าจะเป็นเพราะยังไม่ได้แต่งงานกันมากกว่า”“ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย ฉันบอกแล้วไงว่าฉันแค่ยังไม่พร้อม”“เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ถ้าน้ำยาของฉันมันดี ไม่นานก็คงจะได้มีลูกด้วยกันแหละ”“หมกมุ่นอะไรขนาดนั้นคุณ”“ฉันก็อยากจะรู้ไงว่า มารีนกับไทม์ผสมกันแล้วมันจะออกมาเป็นยังไง”“คิกคิกคิก พูดอะไรอย่างนั้น คนนะคุณไม่ใช่ของเหลว”มารีนหัวเราะจนหัวไหล่สั่น เพราะตลกกับคำพูดของไทม์ที่ยกขึ้นมาเปรียบเทียบ ไม่รู้ไปสรรหาคำพูดพวกนี้มาจากไหน ช่างจะพูดจริงๆ เลย“ก็ฉันพูดจริงๆ นี่ อยากรู้ว่าลูกจะหน้าตาเหมือนใคร เป็นแบบไหน”“ขนาดนั้นเชียว”“ถ้าเป็นผู้ชายนะ ก็จะให้เรียนสูงๆ เรียนเก่งๆ แล้วรับหน้าที่ต่อจากฉัน แต่ถ้าเป็นผู้หญิง ก็จะให้เรียนสูงๆ เหมือนกัน แต่จะไม่ให้ทำงานที่มันอันตราย อาจจะให้เปิดร้านอาหาร หรือไม่ก็ร้านเสื้อผ้า ให้เรียนดีไซน์ จะได้รักสวยรักงาม”“......” มารีนมองภาพที่ไทม์กำลังวางแผนอนาคตให้กับลูกตัวเองแล้วอดยิ้มไม่ได้จริงๆ นี่ขนาดยังไม่มีลูกเลยนะ เขาวางแผนอนาคตเอาไว้จนเห็นภาพแล้ว ดูเป็นผู้ชายที่อบอุ่นเป็นพ่อที่อบอุ่นขึ้นมาเลยทั้งคู่นั่งคุยกันอยู่พั
มารีน Talk ถ้าย้อนกลับไปถามตัวฉันในวันแรกที่รู้จักกับคุณไทม์ ฉันคงไม่มีวันเชื่อแน่ๆ ว่า ผู้ชายคนนั้นจะกลายมาเป็นคนที่ดูแลฉันดีที่สุดในชีวิตได้ขนาดนี้ เพราะคุณไทม์ในตอนนั้นกับตอนนี้แทบจะเป็นคนละคนกันเลยเขาเคยเป็นคนเอาแต่ใจ ปากร้าย ชอบพูดแรงๆ ชอบทำตัวเหมือนไม่แคร์ความรู้สึกใคร แล้วก็ใช้ชีวิตแบบไม่สนอะไรทั้งนั้น อยากทำอะไรก็ทำ อยากไปไหนก็ไป เหมือนคนที่ไม่เคยคิดจะหยุดเพื่อใครจริงๆแต่พอเวลาผ่านไป ฉันกลับได้เห็นอีกด้านของเขาเรื่อยๆ ด้านที่ไม่มีใครเคยเห็น ด้านที่อ่อนโยนกว่าที่คิด แล้วก็รักใครสักคนได้มากกว่าที่ตัวเขาเองเคยคิดว่าจะทำได้ ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกัน เขาไม่เคยทำให้ฉันต้องเสียใจอีกเลย ไม่เคยทำให้ฉันต้องกลับไปจมอยู่กับความระแวงแบบเมื่อก่อน ไม่เคยทำให้ฉันรู้สึกว่า ตัวเองสำคัญน้อยลง ตรงกันข้าม เขากลับทำให้ฉันรู้สึกว่า ฉันถูกใส่ใจอยู่ตลอดเวลาทั้งเรื่องเล็กและเรื่องใหญ่ บางเรื่องฉันยังมองข้ามตัวเองด้วยซ้ำ แต่เขากลับจำได้หมดเขารู้ว่าฉันชอบกินอะไร รู้ว่าฉันไม่ชอบอะไร และฉันชอบเที่ยวสถานที่แบบไหนมากที่สุด เมนูโปรดรสชาติโปรด เขาจำได้ทุกอย่างราวกับจดมันไว้ในหัวจนหลายครั้งฉันอดคิดไม่ได้ว
ครืด ครืด ครืดRrrrr...โทรศัพท์ของไทม์สั่นขึ้นมาเพราะมีสายโทรเข้า เจ้าตัวมองหน้าจอ พอเห็นว่าใครโทรมาก็รีบรับทันที และไม่ลืมที่จะเปิดลำโพงคุยด้วย เพราะเขายังนั่งเล่นเกมอยู่“เออ”( ไอ้ไทม์ อาทิตย์นี้มึงจะเข้าคาสิโนไหม )มารีนหันมองหน้าของไทม์ทันที แต่ไม่ใช่เพราะเธอห้ามเขาไปหรอกนะ แค่ตกใจที่อะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้ เพราะเธอเพิ่งจะคุยกับเขาหยกๆ อยู่เลยกับเรื่องนี้“ไม่แน่ใจว่ะมีอะไรวะ?” ไทม์ถาม( นัดคุยงานกับไอ้พวกเหี้ยนั่นไง ไม่ได้เจอกันนานละ ก็เลยจะสังสรรค์สักหน่อย )พวกที่ทรานส์พูดถึงก็เป็นบรรดากลุ่มเพื่อนของพวกเขานั่นแหละ ถึงจะนัดดื่มกินกันบ่อย แต่ทุกคนก็ทำงานเหมือนกัน และก็ไม่ใช่ว่าจะได้เจอกันบ่อยขนาดนั้นด้วย“ขอดูก่อน ยังไม่แน่ใจ” ไทม์ตอบ( อะไรวะ อย่าบอกนะเมียห้ามเที่ยว )“เปล่า แค่อยากอยู่ห้อง”( โหย น้ำท่วมภูเขาแน่ๆ มึงเลิกแดกเหล้าได้เนี่ย )“เป็นคนดีแล้วครับคุณทรานส์ ไม่เที่ยวหญิง ไม่กินเหล้า ไม่มั่วแล้วครับ ใครอยากจะทำอะไรกันก็เชิญ”( ถุย!! กูอยากจะอ้วก )เสียงปลายสายที่ทั้งด่าและแซวไม่เลิกมันทำให้มารีนที่นั่งฟังอยู่อดหัวเราะไม่ได้จริงๆ เธอก็ไม่ได้อยากจะเสียมารยาทหรอก แต่เจ้าข
#คอนโดของไทม์..ช่วงหลังๆ มานี้ชีวิตของมารีนวนอยู่กับคำว่าเสมอต้นเสมอปลายของไทม์ จนใครที่ได้เห็นต่างก็พากันอิจฉาในความโชคดีของเธอ ไม่ใช่แค่ช่วงโปรโมชั่น ไม่ใช่แค่ช่วงคลั่งรักแรกๆ แต่เป็นการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นทุกวันจนเธอเริ่มรู้สึกได้ว่า ผู้ชายคนนี้เปลี่ยนไปจริงๆ ต่อให้ยุ่งกับงานแค่ไหน เขาก็ยังโทรมาหาเหมือนเดิม ต่อให้ประชุมหนักทั้งวัน กลับมาถึงบ้านก็ยังเดินมากอดเธอก่อนอย่างแรกบางครั้งกลับมาดึก เหนื่อยล้าจนหน้าโทรมไปหมด แต่พอเห็นเธอนั่งรออยู่บนโซฟาที่เดิม เขาก็ยังยิ้มออกมาได้ทันทีเหมือนความเหนื่อยทั้งหมดหายไปเองแล้วสิ่งที่มารีนเพิ่งสังเกตเห็นก็คือ ไทม์แทบไม่ออกไปเที่ยวอีกเลย ไม่เที่ยวผับไม่เที่ยวบาร์ ไม่มีนัดดื่มกับเพื่อนบ่อยๆ เหมือนเมื่อก่อน แม้กระทั่งงานที่คาสิโนก็ยังไม่ได้ไปบ่อยเหมือนเมื่อก่อนเลยชีวิตของเขาหลังเลิกงาน มีแค่บริษัทกับคอนโดและคอนโดนั้นก็มีเธออยู่ช่วงเย็นของวันหยุดเป็นที่รู้ดีกันว่า ทั้งสองมักจะหาอะไรมาทำกินด้วยกันที่คอนโด มากกว่าจะออกไปหาอะไรกินข้างนอก เพราะมารีนเธอชอบอะไรแบบนี้มากกว่า มันมีความสุขมันอบอุ่น ถึงจะกินข้าวกันสองคน แต่มันก็ไม่เหงาเลย“ช่วงนี้คุ
...หลายวันต่อมา BB บริษัทตระกูลตะวันภูเมฆ “ห๊ะ? อะไรนะคะ ไปกับเขา!” มารีนร้องออกมาเสียงดัง เมื่อได้ยินคำพูดของหัวหน้าแผนกที่มาบอกว่า ไทม์เจ้านายบ้าอำนาจของเธอ ต้องการให้เธอไปกับเขาที่ไร่ทางภาคเหนือ “คำสั่งตรงมาเลย ต้องเป็นเธอเท่านั้น” “คนอื่นก็มีนะคะ เลขาของเขาก็มี เอาจริงๆ นะคะ นี่มันไม่ใช่
#พักกลางวัน “นี่ ไม่ไปกินข้าวหรือไง?” เพื่อนในแผนกเดินเข้ามาถาม “ไม่ล่ะ ไม่ค่อยหิว อยากรีบทำงานให้เสร็จด้วย” “เธอตอบ” “งั้นก็เอาใจช่วยนะ” “อื้ม...” มารีนพยักหน้าตอบ งานกองเต็มโต๊ะขนาดนี้ เลิกงานตอนเย็นก็ไม่รู้ว่าจะทำเสร็จหรือเปล่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ต้องมีงานแบบนี้มาให้เธอทำอีก เหนื่อย! แต
#วันต่อมา ที่โต๊ะทำงานของมารีนเต็มไปด้วยเศษขยะมากมาย เธอตกใจเป็นอย่างมากที่ได้เห็น และแทบจะหมดเรี่ยวแรงในการทำงานในวันนี้ไปเลย ฝีมือของเขาอีกแน่ๆ นั่นแหละทรงนี้ “ไอ้บ้านี่!” เธอสบถออกมา พลางเก็บกวาดบนโต๊ะทำงานของตัวเองไปด้วย กว่าจะเสร็จ กว่าจะกลับมานั่งทำงานต่อได้ ก็กินเวลาไปเกือบครึ่งชั่วโ
#วันต่อมามารีน Talkหลังจากที่รู้ว่าเมื่อคืนตัวฉันถูกแกล้งสารพัด และจบด้วยการถูกขังเอาไว้ในบริษัท อยู่ในที่มืดๆ ร้อนก็ร้อน หิวก็หิว ทำอะไรก็ไม่ได้ ฉันรู้ว่ามันเป็นฝีมือของเขาและฉันก็ไม่ยอมให้ตัวเองโดนแกล้งอยู่ฝ่ายเดียวหรอก มันก็ต้องเอาคืนกันบ้างแหละแต่จะเอาคืนแบบไหนน่ะเหรอ หึหึ ~.......#ร้านเค